หน้า: 1 2 3 [4] 5   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ไก่ กินอาหารเฉลี่ยตัวละ 9 กิโล เลี้ยงยังไงถึงมีกำไร??  (อ่าน 44076 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #48 เมื่อ: เมษายน 12, 2017, 08:08:53 PM »

ตลาดไก่บ้านยังอยู่ไม่เปลี่ยนคับ แค่ไม่ขยายเพิ่ม ( อาจจะเพิ่มแค่ตามจำนวนประชากร )

คนที่เขากินไก่บ้าน เขาจะไม่กินไก่สามสายแบบเลี้ยงโรงเรือน ( 2 เดือนจับ ) ตลาดไก่สามสายเลือด จะเป็นกลุ่มลูกค้าคนจีนในตัวเมือง ที่จะปรุงอาหารจีน ซึ่งมีความต้องการไก่บ้านที่ต่างออกไปจากไก่บ้านแบบไทยๆ เราจึงไม่เห็นอุตสาหกรรมไก่พื้นเมืองแบบดั้งเดิม ( เพราะยังคงรูปแบบการผลิตดั้งเดิมอยู่ ) ... ก็ไก่เกรดสูงที่ผมว่ามานั่นแหละ คือ ตลาดไก่บ้านแบบดั้งเดิมล่ะ

ตลาดไก่บ้านแบบดั้งเดิม ยังคงมีความต้องการสูงอยู่  แต่เขาต้องการไก่ที่มีคุณลักษณะเฉพาะแบบดั้งเดิมเพื่อนำไปประกอบอาหารพื้นเมืองต่างๆ ซึ่งไก่ยุคอุตสากรรมการเกษตรไม่สามารถตอบสนองให้ได้ ....

............

สำหรับแง่มุมคำว่าพัฒนาเพื่อแข่งขัน .... เราต้องอ่านตลาดเราให้ออกก่อนครับว่า ตลาดต้องการแบบใหน จากนั้นเราจึงผลิตออกมาให้ตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งไก่ประดู่ มช. วันนี้ก็เดินมาได้ตรงแนวทางมากที่สุดในบรรดาการพัฒนาสายพันธุ์ไก่ในเมืองไทยแล้วล่ะ
บันทึกการเข้า

markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #49 เมื่อ: เมษายน 12, 2017, 08:20:23 PM »

ตลาดไก่บริโภคในเมืองไทย บริษัทใหญ่  ยึดไปได้แค่ครึ่งเดียวนะครับ อีกครึ่งก็ยังเป็นของเกษตรกรไทย ที่ ซีพี เข้าไม่ถึง

ซึ่งเป็นไก่คนละเกรดกัน และ แยกออกจากกันอย่างชัดเจน

..............

ท่านเองก็ต้องศึกษาตลาดไก่ให้กระจ่างก่อนครับ .... เพราะท่านเองก็กำลังหลงอยู่กับ " ชื่อเรียก " มากไปจนทำให้ท่านสับสนระหว่าง ... ตลาดไก่บ้าน ที่เป็นเกรดสูง .... กับ .... ตลาดไก่สามสาย ที่เมื่อเข้าเมืองแล้วเขาจะใช้ชื่อคำว่า  " ไก่บ้าน " ( แบบสมัยก่อน ที่ข้วหอมปทุม ทำข้าวหอมมะลิเสียหายเพราะพ่อค้าเห็นแก่ตัวใช้ชื่อซ้ำกัน )

ในขณะที่ ตลาดไก่บ้านเกรดสูง ไม่สามารถทำตลาดในตัวเมืองได้ เพราะความต่างของราคาขายที่สูงกว่ากันเยอะ เพราะต้องใช้ต้นทุนการผลิตสูง และ ใช้ระยะเวลาเลี้ยงนาน

..........

ผมว่า ถ้าจะปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์ไก่บ้าน เข้าสู่ระบบอุตสาหกรรมการเกษตร  คงต้องพัฒนาไก่ให้เนื้อเหนียวมากๆ จนไก่อายุแค่ เดือน 2 เดือน ก็เหนียวเท่ากับไก่ชนอายุ 7 - 8 เดือนนั่นแหละ ..... ซึ่งในโลกนี้ก็ยังหาไก่แบบนี้ไม่ได้เสียด้วยซิ เลยไม่มีต้นพันธุ์ที่จะนำมาใช้ปรับปรุงพัฒนาสายพันธุ์

ส่วนเรื่องจะพัฒนาสายพันธุ์ให้เลี้ยง 5 - 6 เดือนแล้วใช้อาหารในระบบอุตสาหกรรมการเกษตรคุ้มทุน .... เอิ่มมมมม ขนาดไก่เนื้อ พวกไก่คอป ของ ซีพี เขายังทำไม่ได้เลย ( เขาถึงต้องเลี้ยงไก่แค่ 50 วัน เพราะถ้าเกินกว่านั้นเขายังขาดทุนเลย )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 12, 2017, 08:31:18 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #50 เมื่อ: เมษายน 12, 2017, 08:26:43 PM »

ไก่บ้านเกรดสูงที่ตลาดพื้นเมืองต้องการ จะแพงกว่าไก่ในอุตสาหกรรมการเกษตรราวๆ  เท่าตัวโน่นเลยนะคับ ซึ่งเมื่อเข้าเมืองไปแล้ว คนเมืองเขาไม่ซื้อไก่แบบนี้กิน เพราะติว่าราคาแพง

เกษตรกรจึงผลิตไก่อีกแบบมาตอบสนองความต้องการของคนเหล่านี้ ซึ่งก็คือ ไก่สามสายเลือด ที่จะมีต้นทุนการผลิตในแบบอุตสาหกรรมการเกษตร แล้วขายในราคาตรงกลางระหว่างไก่บ้านเกรดสูง กับ ไก่เนื้อในอุตสาหกรรมการเกษตร

ซึ่งทำให้เมืองไทยเรามีตลาดไก่เนื้อหลักๆ อยู่ 3 ตลาด ( ไม่ใช่แค่ 2 อย่างที่ท่านเข้าใจผิด ) ..... นี่ยังไม่นับรวมไก่ดำ พวกนั้นอีกที่เป็นตลาดปลีกย่อย เล็กๆ น้อยๆ

ปล. ไก่พื้นเมืองดั้งเดิมเอามาทำไก่ทอด กินไม่อร่อยคับ ต้องใช้ไก่สามสายเลือดที่เลี้ยงแบบอุตสาหกรรมการเกษตร หรือ ไก่เนื้อสีขาวในระบบอุตสาหกรรมการเกษตร เท่านั้น
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 12, 2017, 08:33:44 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
farmer by finger
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2645


« ตอบ #51 เมื่อ: เมษายน 13, 2017, 11:16:46 AM »

เป็นห่วง เกษตรกรรุ่นใหม่ๆ ครับ ผมอ่านเวปไซด์ และ เฟสบุ้คของเกษตรกรใหม่จำนวนมาก มักจะหาทางหลบ ไม่สู้กับตลาดของยักษ์ใหญ่ ด้วยการไปเลี้ยงสัตว์แปลกๆ เช่น ไก่บ้าน ไก่ต๊อก ไก่งวง แล้วจบด้วยการ ขายไม่ได้ และต้นทุนการผลิตของสัตว์พวกนี้ก็ไม่มีบันทึกกันจริงจังว่า ราคายุติธรรม มันควรจะเป็นเท่าไร บางคนเอาเงินที่เก็บสะสมมา จม ลงไปกับความไม่รู้ อย่างน่าเสียดาย

ในกระบวนการเลี้ยงสัตว์นี่ ไก่บ้าน ถือเป็นอันดับหนึ่งในการทำคนเจ๊งครับ เพราะ ลงทุนน้อย เริ่มเลี้ยงง่าย ราคาจูงใจ แต่ไม่มีบันทึกต้นทุนจริงกัน และ ไม่รู้เลี้ยงเป็นอาชีพแล้ว จะเอาไปขายที่ไหน (ไปตกใจตอนไก่โต มีภาระค่าอาหารแล้ว)

จึงเอามาลงไว้ ครับ


Liked By: sompol, itiipong
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #52 เมื่อ: เมษายน 13, 2017, 01:24:16 PM »

เขาเชื่อนักวิชาการเกษตร และ ตำราเรียน อันนี้ทำอะไรไม่ได้จริงๆ
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #53 เมื่อ: เมษายน 13, 2017, 01:42:42 PM »

ไก่ตลาดอุตสาหกรรมการเกษตร .... คุณต้องทำใจเรื่อง เป็นฟาร์มลูกเล้าเขา ที่มาพร้อมกับเงินลงทุนหลายล้านบาท ( การลงทุนมีความเสี่ยง  การเดินทางไม่ได้เจอถนนที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ )

ไก่ในตลาดไก่บ้านตัวเมือง .... เราต้องเข้าระบบอุตสาหกรรมการเกษตร ที่เราต้องแบกรับความเสี่ยงทุกอย่างด้วยตัวเราเอง ( พ่อค้าไก่ เขาแค่รับซื้อเรา ซึ่งความไม่แน่นอนของปริมาณที่รับซื้อ เราต้องแบกรับความเสี่ยงตรงนี้เอง .... ถ้าเขาไม่ซื้อ หรือ ซื้อแค่บางส่วน เราก็จบแบบไม่สวยด้วยตัวเราเอง )

ตลาดไก่บ้านตามบ้านนอก .... มีความต้องการสูง อีกทั้งผลิตไม่พอขาย แต่เทคโนโลยีการผลิตหาไม่ได้ในตำรา และ นักวิชาการ ต้องสร้างขึ้นมาเอง ด้วยเหตุผลว่า มันไม่สามารถเลี้ยงแบบระบบอุตสาหกรรมการเกษตรได้ .... ส่วนหาตามท้องถิ่นต่างๆ องค์ความรู้ก็มีมั่ง ไม่มีมั่ง ใช้ได้มั่ง ไม่ได้มั่ง มั่วไปหมด
บันทึกการเข้า
mitrkaset
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 209


« ตอบ #54 เมื่อ: เมษายน 14, 2017, 03:00:35 PM »

ถ้าเป็นไก่ไข่เลี้ยงตั้งแต่อายุ 1 วันถึง 17-18 สป.ไม่น่าจะกินอาหารถึง 9 กก.
ไก่ไข่อายุ1-17 สป. กินอาหารสะสม 5.60 กก. ได้น้ำหนัก 1.44-1.50 กก.
อาหารไก่ไข่เฉลีย 12 บาท/กก. %สูญเสีย 5% ต้นทุนค่าอาหารเฉลี่ย 70 บาท/ตัว
ไก่ไข่ระยะให้ไข่ กินอาหารเฉลี่ย 40 กก./ตัว/52สป.
ไก่เนื้อกินอาหารเฉลี่ย 3.96 กก./ตัว
ไก่พ่อแม่พันธุ์กินอาหารเฉลี่ย 50 กก./ตัว/ปี
โคนมกินอาหารข้น 4.5 กก./ตัว/วัน กินหญ้า 7%ของน้ำหนักตัว
หมูขุน 295 กก./ตัว
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #55 เมื่อ: เมษายน 14, 2017, 08:18:55 PM »

ถ้าเป็นไก่ไข่เลี้ยงตั้งแต่อายุ 1 วันถึง 17-18 สป.ไม่น่าจะกินอาหารถึง 9 กก.
ไก่ไข่อายุ1-17 สป. กินอาหารสะสม 5.60 กก. ได้น้ำหนัก 1.44-1.50 กก.
อาหารไก่ไข่เฉลีย 12 บาท/กก. %สูญเสีย 5% ต้นทุนค่าอาหารเฉลี่ย 70 บาท/ตัว
ไก่ไข่ระยะให้ไข่ กินอาหารเฉลี่ย 40 กก./ตัว/52สป.
ไก่เนื้อกินอาหารเฉลี่ย 3.96 กก./ตัว
ไก่พ่อแม่พันธุ์กินอาหารเฉลี่ย 50 กก./ตัว/ปี
โคนมกินอาหารข้น 4.5 กก./ตัว/วัน กินหญ้า 7%ของน้ำหนักตัว
หมูขุน 295 กก./ตัว


ไปเอาตำรามาอ้าง ระวังคนเขาไม่รู้มาอ่านเจอกดเครื่องคิดเลข มันใช่เลย ว่าแล้วก็ลงมือ ..... โป้งเดียวเจ๊งเอานะคับ

ท่าน ฟาร์มบายฟิงเงอร์ ก็พยายามติงด้วยความเป็นห่วงตรงนี้อยู่ ... ผมก็ยังพูดอยู่ว่า ช่วยอะไรคนเหล่านี้ไม่ได้ เพราะเขาเชื่อนักวิชาการเกษตร และ ตำรา เลยต้องเจ๊งหมดตรูด


Liked By: sompol, itiipong
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 14, 2017, 08:24:24 PM โดย markonikove » บันทึกการเข้า
mitrkaset
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 209


« ตอบ #56 เมื่อ: เมษายน 16, 2017, 01:52:37 PM »

ตัวเลขนี้มันเป็นข้อมูลพื้นฐานที่เกษตรกรระดับฟาร์มเขารู้อยู่แล้วว่าสัตว์แต่ละประเภทกินอาหารสะสมเท่าไหร่
มีอัตราการเจริญเติบโตต่อวัน( ADG) มีอัตราแลกเนื้อ (FCR) อัตราการสูญเสียเท่าไหร่ ผลิตปศุสัตว์แล้วมีกำไร
มีตลาดรองรับหรือไม่ มีข้อได้เปรียบเรื่องปัจจัยการผลิตมีต้นทุนต่ำหรือไม่ จึงวางแผนการลงทุน วางระบบบัญชี
งบประมาณรายรับ-รายจ่าย และการทำเกษตรไม่ว่าจะปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์ ระดับรายเล็ก รายกลาง รายใหญ่
ต้องอาศัยวิชาการ ความรู้ทางด้านสายพันธุ์ ความรู้ทางด้านอาหารสัตว์ การจัดการ การใช้เทคโนโลยีที่เหมาะ
สม ศึกษาหาความรู้และใช้องค์ความรู้ใหม่ๆมาวิเคราะห์ และลงมือทำฟาร์มปศุสัตว์ จึงจะประสบความสำเร็จครับ

บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #57 เมื่อ: เมษายน 16, 2017, 05:59:17 PM »

ตำรากะทำงานจริง มันคนละเรื่องครับ

มันใช้ได้จริงๆ แค่ฟาร์มขนาดใหญ่เท่านั้น ส่วนระดับฟาร์มเกษตรกร แวริเอชั่นมันสูงเกินไป
บันทึกการเข้า
farmer by finger
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2645


« ตอบ #58 เมื่อ: เมษายน 23, 2017, 04:43:24 PM »

คุณ มิตรเกษตรครับ ข้อมูล โอเค ครับ

คนที่รู้แล้ว  ผมไม่ห่วงหรอกครับทำไปก็ผิดพลาดไม่ถึง10%หรอก

ที่เอามาโพสไว้ คือ ห่วงน้องๆ ถึง ลูกๆหลานๆ ที่เก็บเงิน(ด้วยความอุสาหะ)มาได้ก้อนนึง แล้วอ่านข้อมูลจากเน็ต ไม่รู้ ถูก หรือ ไม่ถูก แล้วพยายามจะทำ ครับ
บางคนเงินสูญไปอย่างน่าเสียดาย เพราะ ข้อมูลผิดๆ กว่าจะหามาชดเชยได้ อีกหลายเหนื่อยเลย


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
Puifai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 158


« ตอบ #59 เมื่อ: เมษายน 23, 2017, 10:22:11 PM »

ถามด้วยครับ ถ้าเลี้ยงไก่เบตงทำยังไงถึงจะมีกำไรครับ


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
markonikove
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1823


« ตอบ #60 เมื่อ: เมษายน 25, 2017, 12:02:22 PM »

ไก่เบตง ถ้าเลี้ยงแบบขายเนื้อเป็นกิโล ขาดทุนแน่ๆคับ คนที่เขาเลี้ยงๆกันอยู่ทุกวันนี้ ถ้าไม่เลี้ยงเพื่อเอาไว้ดูเล่น ก็พวกขายพันธุ์ตัวละหลายๆร้อย หรือเป็นพันบาท
บันทึกการเข้า
farmer by finger
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2645


« ตอบ #61 เมื่อ: เมษายน 26, 2017, 12:12:05 PM »

การศึกษานี้เพื่อเปรียบเทียบถึงอัตราการเจริญเติบโต
ระหวางไกพื้นเมืองเบตงและไกลูกผสมระหวางเบตง+โรด และ
เบตง+บาร โดยไดรับการเลี้ยงดูดวยอาหาร และการจัดการที่
เหมือนกันทุกอยางโดยภาพรวม ลักษณะตางๆ ไกพื้นเมืองเบตง,
เบตง+บาร, และเบตง+โรด ไมมีความแตกตางกันทางสถิติ
(P>0.05) โดยที่ผลจากการศึกษาสรุปไดวาอัตราการเจริญเติบโต
เมื่ออายุ 12 สัปดาห เทากับ 785.07, 797.97 และ 746.37
กรัม ตามลําดับ สวนประสิทธิภาพการใชอาหารเทากับ 4.93,
5.568 และ 6.10 ตามลําดับ จะใหไขฟองแรกเมื่ออายุ 168, 192
และ 182 วัน ตามลําดับ น้ําหนักตัวเมื่อเริ่มไขเฉลี่ย 1694.67,
1739.00 และ 1748.33 ตามลํำดับ

งานวิจัยสมัยโบราณ อ่านยาก ครับ ทำเป็นตารางเอาจะเข้าใจง่าย


Liked By: sompol
บันทึกการเข้า
farmer by finger
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2645


« ตอบ #62 เมื่อ: เมษายน 26, 2017, 12:24:18 PM »

สรุปแบบนี้ครับ               ไก่เบตง         เบตง+โร้ด      เบตง+บาร์

นน.เมื่ออายุ12สัปดาห์        785               797           746
อัตราแลกเนื้อ ที่ 12สัปดาห์    4.93             5.57          6.10
(แปลว่า)1 ตัวกินอาหาร (กก.) 3.74             4.39          4.55
แต่เลี้ยง 12สัปดาห์ น้ำหนักมันยังขายไม่ได้ เราจะเลี้ยงกี่สัปดาห์ดี

อายุเริ่มไข่                       168วัน           192วัน         182วัน
หรือ                               24สัปดาห์        24-25 สัปดาห์  26 สัปดาห์
นน.เริ่มไข่ (กก.)                 1.694            1.739        1.748

ดูแบบนี้เราก็พอประมาณได้ว่าต้องเลี้ยง 25-26 สัปดาห์ละ กว่าจะขายได้  ลองประมาณดูต้นทุนเอาครับ
บันทึกการเข้า
farmer by finger
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2645


« ตอบ #63 เมื่อ: เมษายน 26, 2017, 12:27:18 PM »

ม.จุฬาฯเขารวบรวม เรื่องผลการเลี้ยงไว้ครับ เบาแรงพวกเราไปเยอะ

http://www.vet.chula.ac.th/vet2014/Ebook/ebook/ResearchReport/Research2.pdf
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: