หน้า: 1 [2] 3 4 5   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ไก่ กินอาหารเฉลี่ยตัวละ 9 กิโล เลี้ยงยังไงถึงมีกำไร??  (อ่าน 49477 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ไตรโคเดอร์ม่า ม.เกษตร
เกษตรพอเพียงฟื้นชีวิต
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1462



« ตอบ #16 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2011, 08:17:44 PM »

จะเลี้ยงไก่บ้าน ผมแนะนำผสมอาหารสูตรบ้านๆนี่แหละครับให้กิน หัวอาหารก็ไม่ต้อง
หากไม่ทำอย่างนี้เจ๊งแน่ครับ เพราะว่าไก่บ้าน ไม่ได้เกิดมาเพื่อให้เนื้ออย่างเดียว อีกอย่างสายพันธุ์ก็ไม่ได้มีการพัฒนาเหมือนกับไก่เนื้อที่นอนเกลื่อนบนแผงในตลาด คือ อัตราการเปลี่ยนอาหารของไก่บ้านเป็นเนื้อต่ำครับ(FCR) คือ กินเยอะ แต่ให้เนื้อน้อย ผมไม่รู้ตัวเลข ของไก่บ้านนะครับว่าอยู่ที่เท่าไหร่ ถ้าตามที่คุณบอกว่า ไก่ 1 ตัว กินอาหาร 8 kg ยั้นจับ ได้น้ำหนักแค่ 2 kg นั่นก็คือ FCR = 4 คือ กินอาหาร 4 kg ถึงจะได้น้ำหนักไก่ที่ 1 kg ซึ่งก็อาจเป็นไปได้สำหรับไก่บ้าน ที่ต้องใช้อาหารมากถึงขนาดนี้ ถึงนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูอาหารด้วยว่ามีคุณภาพแค่ไหนในทางด้านสารอาหาร แต่หากเทียบกับพวกไก่เนื้อ ในปัจจุบันนี้ ไก่เนื้อ 1 ตัว เลี้ยง 39-42 วัน จะได้น้ำหนักที่ประมาณ 2-2.5 kg FCR (อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ)จะอยู่ที่ประมาณ 1.65-1.8 เดี๋ยวนี้เค้าเลี้ยงกันไม่เกินนี้แล้วครับ นั่นก้อคือ ใช้อาหารไก่แค่ 1.65-1.8 kg ต่อการเปลี่ยนเป็นน้ำหนักตัวไก่ 1 kg ต่างกันมั้ยล่ะครับ เวลาการเลี้ยงก้อต่าง
สรุป จะเลี้ยงไก่บ้าน หากอยากเลี้ยงเพื่อขาย และได้กำไร ต้องผสมอาหารเองครับ ไม่งั้นหากคิดจะเลี้ยงอาหารถุง เจ๊งตั้งแต่คิดแล้วครับ


ขอถามหน่อยครับ ไก่เนื้อ ถ้าผมเอาแต่พ่อแม่พันธุ์ไป แล้วนั่งฟักอย่างเดียว เพื่อทำฝูงจะได้ไหม
คือมีข้อจำกัดบริเวณที่จะไปไม่สะดวกขนส่ง ถ้าได้ ก็แนะนำเลยครับ ผมก็เข้าใจอยุ่ว่า พันธุ์สำคัญในแง่อัตราแลกเนื้อ
แล้วคุณจะไปเอาพ่อแม่พันู์ไก่เนื้อมาจากไหนครับ ไก่เนื้อมีหลายายพันธุ์ เช่น Ross Cobb Arber เป็นต้น ก็หาซื้อได้ครับ แต่ส่วนมากนำเข้า ในไทยก้อมีบริษัทใหญ่ที่มีปู่ย่าพันธุ์เอง สามารถผลิต พ่อ แม่พันธุ์เเองได้ การซื้อพ่อแม่พันธุ์อย่างน้อยก็ต้องซื้อเป็น 5000 ตัวขึ้นไป ตัวนึงก็ตกประมาณ 200 บาท ลูกเจี๊ยบนะครับ


Liked By: 8888
บันทึกการเข้า

"เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน"

parnob
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 303


« ตอบ #17 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2011, 08:20:29 PM »

จะเลี้ยงไก่บ้าน ผมแนะนำผสมอาหารสูตรบ้านๆนี่แหละครับให้กิน หัวอาหารก็ไม่ต้อง
หากไม่ทำอย่างนี้เจ๊งแน่ครับ เพราะว่าไก่บ้าน ไม่ได้เกิดมาเพื่อให้เนื้ออย่างเดียว อีกอย่างสายพันธุ์ก็ไม่ได้มีการพัฒนาเหมือนกับไก่เนื้อที่นอนเกลื่อนบนแผงในตลาด คือ อัตราการเปลี่ยนอาหารของไก่บ้านเป็นเนื้อต่ำครับ(FCR) คือ กินเยอะ แต่ให้เนื้อน้อย ผมไม่รู้ตัวเลข ของไก่บ้านนะครับว่าอยู่ที่เท่าไหร่ ถ้าตามที่คุณบอกว่า ไก่ 1 ตัว กินอาหาร 8 kg ยั้นจับ ได้น้ำหนักแค่ 2 kg นั่นก็คือ FCR = 4 คือ กินอาหาร 4 kg ถึงจะได้น้ำหนักไก่ที่ 1 kg ซึ่งก็อาจเป็นไปได้สำหรับไก่บ้าน ที่ต้องใช้อาหารมากถึงขนาดนี้ ถึงนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูอาหารด้วยว่ามีคุณภาพแค่ไหนในทางด้านสารอาหาร แต่หากเทียบกับพวกไก่เนื้อ ในปัจจุบันนี้ ไก่เนื้อ 1 ตัว เลี้ยง 39-42 วัน จะได้น้ำหนักที่ประมาณ 2-2.5 kg FCR (อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ)จะอยู่ที่ประมาณ 1.65-1.8 เดี๋ยวนี้เค้าเลี้ยงกันไม่เกินนี้แล้วครับ นั่นก้อคือ ใช้อาหารไก่แค่ 1.65-1.8 kg ต่อการเปลี่ยนเป็นน้ำหนักตัวไก่ 1 kg ต่างกันมั้ยล่ะครับ เวลาการเลี้ยงก้อต่าง
สรุป จะเลี้ยงไก่บ้าน หากอยากเลี้ยงเพื่อขาย และได้กำไร ต้องผสมอาหารเองครับ ไม่งั้นหากคิดจะเลี้ยงอาหารถุง เจ๊งตั้งแต่คิดแล้วครับ


ขอถามหน่อยครับ ไก่เนื้อ ถ้าผมเอาแต่พ่อแม่พันธุ์ไป แล้วนั่งฟักอย่างเดียว เพื่อทำฝูงจะได้ไหม
คือมีข้อจำกัดบริเวณที่จะไปไม่สะดวกขนส่ง ถ้าได้ ก็แนะนำเลยครับ ผมก็เข้าใจอยุ่ว่า พันธุ์สำคัญในแง่อัตราแลกเนื้อ
แล้วคุณจะไปเอาพ่อแม่พันู์ไก่เนื้อมาจากไหนครับ ไก่เนื้อมีหลายายพันธุ์ เช่น Ross Cobb Arber เป็นต้น ก็หาซื้อได้ครับ แต่ส่วนมากนำเข้า ในไทยก้อมีบริษัทใหญ่ที่มีปู่ย่าพันธุ์เอง สามารถผลิต พ่อ แม่พันธุ์เเองได้ การซื้อพ่อแม่พันธุ์อย่างน้อยก็ต้องซื้อเป็น 5000 ตัวขึ้นไป ตัวนึงก็ตกประมาณ 200 บาท ลูกเจี๊ยบนะครับ


ซึ้อน้อยๆไม่ได้เหรอครับ เอาไว้ผสมอย่างเดียว กำลังจะถามต่อว่า เอาตัวผู้หรือเอาตัวเมียไป ที่จะเอาไปผสมยกระดับ
บันทึกการเข้า
วุฒิศักดิ์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 261


« ตอบ #18 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2011, 01:14:54 PM »

    ถ้าอยู่แถวปทุม มีร้านจำหน่ายลูกไก่เนื้อตัวเมียอยู่นะครับแถวตลาดไท ตรงตลาดกับข้างใกล้โซนสัตว์เลี้ยง เขาบอกว่าเป็นของ CP และมีไก่ไข่ด้วย ถึงแม้ว่าจะเป็นสาย Hybrid แต่ผมว่าก็น่าจะโอเคนะครับ สำหรับการต่อยอดกับพ่อพันธุ์ไก่บ้าน แต่ไม่ได้มีทุกวันนะครับ ต้องสั่ง อาทิตย์นี้จะมาวันพฤหัสนี้ช่วงเย็น ไก่ไข่ประมาณ 50 ตัว ไก่เนื้อตัวเมียไม่รู้
    สำหรับพ่อไก่หากหาได้แนะนำให้ใช้ ไก่ไซ่ง่อน( เวียดนาม ) เพราะว่าตัวโต โตเร็ว ขนน้อย ไม่ฟู หงอนเป็นแบบสระอิ จะได้กลบลักษณะของไก่เนื้อที่ขนเยอะ ฟู  หงอนแฉกได้ ลูกที่ออกมาจึงจะคล้ายไก่บ้านมากที่สุด หากหาไม่ได้ก็พยายามหาพ่อไก่บ้านที่มีลักษณะที่เด่น จะได้ช่วยกลบลักษณะของไก่พันธ์ได้ดีครับ และค่อยพัฒนาต่อไป หากกลบลักษณะเด่นของไก่พันธ์ไม่ได้ราคาจะถูกมากครับ พ่อค้าจะติทุกอย่าง ที่สำคัญมากก็คือเรื่องหงอนนะครับ เพราะมันถอนออกไม่ได้เหมือนขน และอีกอย่างอย่าใช้พ่อสีเหลือง ขาว หรือแดง เพราะมันคือสีของพวกไกพันธุ์ และไก่สามสาย  ให้ใช้ประดู่หนือเหลืองหางขาว หาไม่ได้จริงๆผมว่าเทาก็ยังโอเคนะ ดีกว่าขาว
     พ่อค้าที่ช่ำชอง จะมองออกทันทีว่าเป็นไก่ลูกผสม  สามสาย จากลักษณะขน สี และหงอน และอนุมาณจากปริมาณที่เราเลี้ยง หากมีมากเขาจะเอะใจทันที แต่ถ้าไม่มากมันไม่ว่าอะไรแฮะ เพราะผมเคยเจอมาแล้ว มันติทันทีว่าไก่สามสายราคาให้ได้เท่านี้ หากมากกว่านี้มันขายต่อไม่ได้ แต่พอมันขายต่อมันขายเป็นไก่บ้านซะงั้น โกรธ โกรธ


Liked By: farmer by finger
บันทึกการเข้า
wut51
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 67


« ตอบ #19 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2011, 01:35:25 PM »

เลี้ยงไก่บ้านต้องเลี้ยงแบบปล่อย และใช้เวลานาน  ต้องศึกษามากๆคับผมเลี้ยงอยู่ตอนนี้ก็พอมีกำไร เสียแต่เลี้ยงไม่เยอะ  แต่กำลังจะเพิ่มให้เยอะขึ้น  อยากรู้ก็ wut51@hotmail.com สอบถามมานะคับบอกได้บอกไม่มีกั๊ก
บันทึกการเข้า
ขาวนวลฟาร์ม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 232



« ตอบ #20 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2011, 01:48:22 PM »

1. อัตราการแลกเนื้อ FCR
2. อัตราการเจริญเติบโตต่อวัน ADG
บันทึกการเข้า

The best of the best.
สู้ อดทน ขยัน เพียร ก้าวต่อไป
ขาวนวลฟาร์ม 084-355-2000
suteera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2207


« ตอบ #21 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2011, 01:54:56 PM »

ขอบคุณ คุณวุฒิศักดิ์  ทำให้ตาสว่างขึ้น  ถ้าเลี้ยงมากโอกาสต่อรองก็มีน้อยครับ  ถ้าเลี้ยงน้อย พ่อค้าเขารู้ว่าเราไม่เดือดร้อนเรื่องขาย
และถ้ารถเขาไม่เต็ม เขาจะยอมซื้อตามราคาของเรา.
ท่านผู้บริโภคครับ หากท่านรับประทานข้าวมันไก่ แล้วเขาบอกว่าเป็นไก่บ้านละก็  มันคือไก่สามสายพันธุ์เลี้ยงระบบปิด
ใช้อาหารแบบเดียวกับไก่เนี้อ มีฮอโมร์นเร่งเนื้อ มียาครบตามแบบฉบับไก่เนื้อ คุณภาพเนื้อก็คล้ายไก่ฟาร์ม แต่ขายราคาไก่บ้าน
ในทำนองกลับกัน ผมเคยได้ไก่พันธุ์เนื้อมาเลื้ยงปนกับไก่พื้นเมืองประมาณ 1 เดือน  พบว่าคุณภาพเนื้อคล้ายไก่บ้าน.
บันทึกการเข้า
Mr.Boonlue
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 425


« ตอบ #22 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2011, 07:58:46 PM »

ไก่เนื้อ คือ ไก่ที่เลี้ยงไว้เพื่อใช้เนื้อเป็นอาหาร  ไก่กลุ่มนี้ ตัวโตกว่า เนื้อมากกว่า แต่ให้ไข่น้อย  พอแบ่งได้ดังนี้
1.  ไก่เนื้อพันธุ์แท้ เช่น พันธ์ุไวท์คอร์นิช(ไก่ยุโรป)  มีขนสีขาว  ,ไก่พันธุ์บราห์มา(ไก่เอเซีัย) ฯลฯ  ไก่พวกนี้เมื่อโตเต็มที่ ตัวโตมาก
2.  ไก่กระทง คือไก่เนื้อลูกผสม พวกไฮบริด  ผสมจากพันธุ์แท้หลายๆ พันธุ์  โตเร้ว  ใช้เวลา 30-35 วัน ได้น้ำหนัก 1.5-2 กก.  ไก่พวกนี้ อายุน้อย  เนื้อจึงนิ่ม  เปื่อยยุ่ยง่าย  บางคนจึงบอกว่าไก่กระทงกินไม่อร่อย
3.  ไก่พื้นเมือง ,ไก่บ้่าน  ไก่กลุ่มนี้  โตช้า  ไข่น้อย  จึงให้ทั้งเนื้อและไข่  เนื้ออร่อย  เพราะต้องเลี้ยงนาน  อย่างน้อย 2-3 เดือน จึงได้น้ำหนัก 1.5-2 กก.  ทำให้เนื้อแน่น เนื้อหวานหวาน
4.  ไก่เนื้อของไทย  เช่น ไก่เบตง  โตเต็มที่ น้ำหนักมาก  บางครั้ง เดินไม่ไหว  แต่ใช้เวลานาน  หาได้แถบ  จังหวัดยะลา
5.  ไก่ยกระดับพันธุ์  คือ  ไก่ที่ได้จากการผสมระหว่างไก่พื้นเมืองกับ ไก่เนื้อทั้งหลาย  จะมีเลือดไก่พื้นเมืองและเลือดไก่เนื้อ  อย่างน้อยฝ่ายละ 50%   ทำให้  โตเร็วกว่าไก่พื้นเมือง (แต่ยังช้ากว่าไก่เนื้อพันธุ์แท้)  มีดีตรงที่ เลี้ยงง่าย  อยู่ง่าย  ทนทานต่อโรค และสภาพแวดล้อมของไทย ได้ดี  ถ้าจะเลี้ยงแบบพอเพียง  หรือเลี้ยงไว้กินเอง  ขายเอง  แบบนี้น่าสนใจมาก
     คู่ผสมของไก่ยกระดับพันธุ์
     ***ไก่พื้นเมือง  เลือก  ตัวที่โตเร็ว  ตัวโตมากที่สุดในฝูง
     ***ไก่เนื้อพันธุ์แท้  หายาก  โอกาสเป็นไปได้น้อย  ก็ใช้วิธีหาไก่ซื้อไก่กระทงจากฟาร์ม มารวมฝูงกับไก่พื้นเมืองที่เลือกไว้
     ***ใช้ไก่อะไรเป็นตัวผู้ เมีย ก็ได้  อัตราส่วน ผู้ ต่อ เมีย  1 ต่อ 6-8 ตัว 
     ***ไข่ที่ได้นำไปฟัก  อาจใช้ตูู้ฟัก หรือ ฝากแม่ไก่บ้านฟัก  ลูกเจี๊ยบออกมาเป็นไก่ 50%
อาหารไก่
     ไก่ทุกชนิด กินอาหารไก่ได้ทุกชนิดเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารสำเร็จอัดเม็ด อาหารผสม ข้าวเปลือก เศษข้าว ตัวหนอน  แมลง  เพียงแต่คุณค่าอาหารไม่เท่ากัน 
     ดังนั้น ไก่ที่พันธุกรรมเหมือนกัน(เช่น ไก่เนื้อพันธุ์แท้)  กินอาหารต่างกัน  ย่อมโตต่างกั
            ไก่ที่พันธุกรรมต่้างกัน(เช่น ไก่บ้าน  ไก่กระทง) กินอาหารผสมยี่ห้อเดียวกัน  ย่อมโตต่างกัน
     *****แต่ไก่ลูกครึ่ง  ปรับตัวเรื่อง อาหาร  ความเป็นอยู่ เก่งกว่าไก่เนื้อจากต่างประเทศ*****    
     

 


Liked By: Ekachaiyan
บันทึกการเข้า
ไตรโคเดอร์ม่า ม.เกษตร
เกษตรพอเพียงฟื้นชีวิต
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1462



« ตอบ #23 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2011, 09:52:25 PM »

จะเลี้ยงไก่บ้าน ผมแนะนำผสมอาหารสูตรบ้านๆนี่แหละครับให้กิน หัวอาหารก็ไม่ต้อง
หากไม่ทำอย่างนี้เจ๊งแน่ครับ เพราะว่าไก่บ้าน ไม่ได้เกิดมาเพื่อให้เนื้ออย่างเดียว อีกอย่างสายพันธุ์ก็ไม่ได้มีการพัฒนาเหมือนกับไก่เนื้อที่นอนเกลื่อนบนแผงในตลาด คือ อัตราการเปลี่ยนอาหารของไก่บ้านเป็นเนื้อต่ำครับ(FCR) คือ กินเยอะ แต่ให้เนื้อน้อย ผมไม่รู้ตัวเลข ของไก่บ้านนะครับว่าอยู่ที่เท่าไหร่ ถ้าตามที่คุณบอกว่า ไก่ 1 ตัว กินอาหาร 8 kg ยั้นจับ ได้น้ำหนักแค่ 2 kg นั่นก็คือ FCR = 4 คือ กินอาหาร 4 kg ถึงจะได้น้ำหนักไก่ที่ 1 kg ซึ่งก็อาจเป็นไปได้สำหรับไก่บ้าน ที่ต้องใช้อาหารมากถึงขนาดนี้ ถึงนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูอาหารด้วยว่ามีคุณภาพแค่ไหนในทางด้านสารอาหาร แต่หากเทียบกับพวกไก่เนื้อ ในปัจจุบันนี้ ไก่เนื้อ 1 ตัว เลี้ยง 39-42 วัน จะได้น้ำหนักที่ประมาณ 2-2.5 kg FCR (อัตราการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ)จะอยู่ที่ประมาณ 1.65-1.8 เดี๋ยวนี้เค้าเลี้ยงกันไม่เกินนี้แล้วครับ นั่นก้อคือ ใช้อาหารไก่แค่ 1.65-1.8 kg ต่อการเปลี่ยนเป็นน้ำหนักตัวไก่ 1 kg ต่างกันมั้ยล่ะครับ เวลาการเลี้ยงก้อต่าง
สรุป จะเลี้ยงไก่บ้าน หากอยากเลี้ยงเพื่อขาย และได้กำไร ต้องผสมอาหารเองครับ ไม่งั้นหากคิดจะเลี้ยงอาหารถุง เจ๊งตั้งแต่คิดแล้วครับ


ขอถามหน่อยครับ ไก่เนื้อ ถ้าผมเอาแต่พ่อแม่พันธุ์ไป แล้วนั่งฟักอย่างเดียว เพื่อทำฝูงจะได้ไหม
คือมีข้อจำกัดบริเวณที่จะไปไม่สะดวกขนส่ง ถ้าได้ ก็แนะนำเลยครับ ผมก็เข้าใจอยุ่ว่า พันธุ์สำคัญในแง่อัตราแลกเนื้อ
แล้วคุณจะไปเอาพ่อแม่พันู์ไก่เนื้อมาจากไหนครับ ไก่เนื้อมีหลายายพันธุ์ เช่น Ross Cobb Arber เป็นต้น ก็หาซื้อได้ครับ แต่ส่วนมากนำเข้า ในไทยก้อมีบริษัทใหญ่ที่มีปู่ย่าพันธุ์เอง สามารถผลิต พ่อ แม่พันธุ์เเองได้ การซื้อพ่อแม่พันธุ์อย่างน้อยก็ต้องซื้อเป็น 5000 ตัวขึ้นไป ตัวนึงก็ตกประมาณ 200 บาท ลูกเจี๊ยบนะครับ


ซึ้อน้อยๆไม่ได้เหรอครับ เอาไว้ผสมอย่างเดียว กำลังจะถามต่อว่า เอาตัวผู้หรือเอาตัวเมียไป ที่จะเอาไปผสมยกระดับ
เค้าไม่ขายหรอกครับ เพราะเป็นบริษัทใหญ่ๆหรือไม่ก็ของต่างปรัเทศ ผมว่าก็ทำพันธุ์ของตัวเองตามคำแนะนำของหลายๆท่านของบนแล้วกันครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

"เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน"
tton
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3


« ตอบ #24 เมื่อ: พฤษภาคม 25, 2011, 09:35:00 PM »

ถ้าสนใจไก่พ่อแม่พันธุ์ลองเข้าไปดูตามเวปของศูนย์วิจัยและบำรุงพันสัตว์เพราะศูนย์วิจัยและบำรุงพันสัตว์เขาจะเอาพ่อแม่พันธุ์ที่เป็นพันธุ์แท้มาเพาะขยายพันธุ์แล้วนำรุ่นลูกมาปรับปรุงกับไก่พันธุ์พืนเมืองและไก่พันธุ์แท้สายพันธุ์อืนเพื่อมาทดสอบอาหาร การปรับตัว ทดสอบการไห้ไข่ และการไห้เนื้อ แล้วเข้าทำสำเร็จเขาจะส่งเสริมไห้เกษตรกรเป็นคนเลี้ยงสร้างเป็นกลุ่มเครือข่ายและยังมีการขายพันธุ์แท้ไห้กับเกษตรการที่สนใจพันธุ์แท้นำไปเลี้ยงและที่สำคัญเป็นพันธุ์แท้ที่ราคาสำหรับเกษตกรจริง
บันทึกการเข้า
aod323
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 892


« ตอบ #25 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2011, 12:50:32 AM »

ออครับ งั้นก็แบบที่บ้านผมเลี้ยงเลย แต่โรงเรือนผม ใหญ่กว่า 4x12x5เมตรแบ่งสามส่วนส่วนของโรงเรือน ใช้เสาปูน 6ต้น เป็นโครง ถมให้สูงจากพื้นนิดหน่อย ตีด้วยไม้ยูคาเป็นห้องมิดชิด1ห้องสำหรับแม่พันธ์ุ สองส่วนมีแต่หลังคาให้ไก่รุ่นอยู่ กั้นด้วยตาข่ายเลี้ยงไก่(ที่ซื้อขายเป็นกิโลละ150บาท เห็นวา่ยาวประมาณ12เมตรสูงแล้วแต่เราแต่ส่วนใหญเขาจะตัดครึ่งให้ก็จะสูงประมาณ1.5เมตร มุ้งฟ้าไม่น่าเหมาะเพราะไก่อาจบินออกได้)เป็นบริเวนออกมาจากโรงเรือนกว้างพอประมาณพอให้ไก้ได้เดินเล่นและจิกกินหญ้า แค่นี้ก็เลี้ยงได้เกิน100ตัวแล้วครับ แม่ไก่ก็ให้เป็นแม่ไก่อย่างเดียวเลยซัก 5 - 10 แม่ พ่อพันธุ์ซักสองตัว(พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไม่ขายเก็บไว้จนหมดอายุ) เลี้ยงแบบนี้ก็เป็นเศษฐกิจพอเพียงได้แล้วครับ นอกจากวัคซีนปกติอาจเสริมสมุนไพรให้กินด้วยก็ดีครับไก่จะได้แข็งแรงขึ้นอีก
การให้อาหารก็ไม่เยอะนะครับ เช้ากับเย็นประมาณ1-2โลเอง เพราะไก่หากินเองด้วย
แต่บ้านผมเลี้ยงเป็นไก่ชน ราคามันเลยแพงกว่าขายเป็นไก่เนื้อพื้นบ้าน กำไรแน่แน่^^


แบบที่เลี้ยงก็ประมาณนี้
--------------------------------------------------------------
l                 l                                  l                                   l
lส่วนกั้นห้อง     l                                  l                                   l
lแม่พันธุ์                                            l                                  l
l-------------------------------------                                   l
l                                                                                       l
l        พื้นที่ว่างกั้นตาข่ายและปลูกต้นไม้ ให้ไก่ได้เดินเล่นและจิกกินหญ้า           l                                              l                                                                                       l
l                                                                                       l
l                                                                                       l
--------------------------------------------------------------

ถ้าไม่ล้อมก็อาจมีการสูญเสียในบางกรณีได้ ^^" ล้อมไว้คิดถูกแล้วครับ เป็นสัดส่วนดีไม่ไปรบรวนแปลงผักหรือไปขี้ใส่บ้านเรา



--------------------------------------------------------------

ขอชมภาพโรงเรือนหลายหลายด้านบ้างครับคุณขจรศักดิ์

ขอบคุณครับ 

อ๊อด หระรี.. ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
นายทิว
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 653


« ตอบ #26 เมื่อ: พฤษภาคม 28, 2011, 12:43:01 AM »

ขอบคุณ คุณวุฒิศักดิ์  ทำให้ตาสว่างขึ้น  ถ้าเลี้ยงมากโอกาสต่อรองก็มีน้อยครับ  ถ้าเลี้ยงน้อย พ่อค้าเขารู้ว่าเราไม่เดือดร้อนเรื่องขาย
และถ้ารถเขาไม่เต็ม เขาจะยอมซื้อตามราคาของเรา.
ท่านผู้บริโภคครับ หากท่านรับประทานข้าวมันไก่ แล้วเขาบอกว่าเป็นไก่บ้านละก็  มันคือไก่สามสายพันธุ์เลี้ยงระบบปิด
ใช้อาหารแบบเดียวกับไก่เนี้อ มีฮอโมร์นเร่งเนื้อ มียาครบตามแบบฉบับไก่เนื้อ คุณภาพเนื้อก็คล้ายไก่ฟาร์ม แต่ขายราคาไก่บ้าน
ในทำนองกลับกัน ผมเคยได้ไก่พันธุ์เนื้อมาเลื้ยงปนกับไก่พื้นเมืองประมาณ 1 เดือน  พบว่าคุณภาพเนื้อคล้ายไก่บ้าน.

ไม่เข้าใจว่าทำไมเลี้ยงไก่เนื้อปนไก่พื้นเมือง แล้วทำให้คุณภาพเนื้อคล้ายไก่บ้าน ไม่ทราบว่าเนื่องมาจากอะไรครับ
 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
parnob
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 303


« ตอบ #27 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2011, 01:30:11 PM »

ขอบคุณ คุณวุฒิศักดิ์  ทำให้ตาสว่างขึ้น  ถ้าเลี้ยงมากโอกาสต่อรองก็มีน้อยครับ  ถ้าเลี้ยงน้อย พ่อค้าเขารู้ว่าเราไม่เดือดร้อนเรื่องขาย
และถ้ารถเขาไม่เต็ม เขาจะยอมซื้อตามราคาของเรา.
ท่านผู้บริโภคครับ หากท่านรับประทานข้าวมันไก่ แล้วเขาบอกว่าเป็นไก่บ้านละก็  มันคือไก่สามสายพันธุ์เลี้ยงระบบปิด
ใช้อาหารแบบเดียวกับไก่เนี้อ มีฮอโมร์นเร่งเนื้อ มียาครบตามแบบฉบับไก่เนื้อ คุณภาพเนื้อก็คล้ายไก่ฟาร์ม แต่ขายราคาไก่บ้าน
ในทำนองกลับกัน ผมเคยได้ไก่พันธุ์เนื้อมาเลื้ยงปนกับไก่พื้นเมืองประมาณ 1 เดือน  พบว่าคุณภาพเนื้อคล้ายไก่บ้าน.

ไม่เข้าใจว่าทำไมเลี้ยงไก่เนื้อปนไก่พื้นเมือง แล้วทำให้คุณภาพเนื้อคล้ายไก่บ้าน ไม่ทราบว่าเนื่องมาจากอะไรครับ
 ยิงฟันยิ้ม

คงเป็นเพราะว่า ตอนนี้สะดวกเลี้ยงไก่บ้านโดยที่อยากได้อัตราแลกเนื้อเพื่อการจับขาย
บันทึกการเข้า
suteera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2207


« ตอบ #28 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2011, 08:37:55 PM »

เรียนคุณทิว  ผมเพิ่งอ่านเจอคำถามครับ และคำตอบต่อไปนี้เป็นประสบการณ์จริง

          ที่เรียกว่าไก่เนี้อนั้น ผมหมายถึงไก่ที่มีขนสีขาว(เรียกไม่ถูกว่าพันธุ์อะไร)และผ่านการเลี้ยงในระบบปิดมาก่อน  บางคนเรียกว่าไก่ CP  บางคนเรียกว่าไก่ฟาร์ม  อ่านจากกระทู้นี้ คุณ Boonlue ได้กรุณาแนะนำว่าเป็นพันธุ์ ไวท์คอร์นิช ก็ ok ตามนั้เลยครับ
คือเจ้าไก่พันธุ์นี้ผมได้มาโดยบังเอิญ ก็ปล่อยไปกับฝูงไก่พื้นเมืองประมาณ 2 เดือน ไก่ก็ได้อาหารตามธรรมชาติ และมีที่กว้างได้วิ่งตามธรรมชาติแบบเดียวกับไก่พื้นเมือง  เมื่อชำแหละซากพบว่าปริมาณไขมันใต้หนังน้อยกว่าไก่ในฟาร์ม  ความนุ่มเนื้อ พบว่านุ่มกว่า
ไก่พื้นเมือง แต่มีความแข็งหยุ่นกว่าไก่ในฟาร์ม  เหมือนหมูฟาร์มที่เลี้ยงในคอกกับหมูป่า(จากธรรมชาตินะ) เมื่อปรุงสุกเนื้อหมูป่า
จะมีกลิ่นหอมน่ากินกว่า(ไม่ใช่กลิ่นเหม็นเขียวนะ)และมีไขมันน้อยกว่า  แต่หากจะเลี้ยงไก่ชนิดนี้เพื่อบริโภคในครัวเรือน
ต้องยอมรับก่อนนะว่า ไก่ชนิดนี้ไม่ทนโรค และหนีศัตรูไม่เก่งเท่าไก่พื้นเมือง และอัตราการเติบโตน้อยกว่าเลี้ยงในโรงเรือน
          ในทางกลับกัน หากไก่พื้นเมืองยกระดับ(สองสายพันธุ์ หรือสามสายพันธุ์) เลี้ยงในฟาร์มจะโตเร็ว แต่คุณภาพเนื้อ
ก็คล้ายไก่ฟาร์ม  หากเลี้ยงไก่พื้นเมืองยกระดับในสภาพธรรมชาติ แบบเดียวกับไก่พื้นเมืองพันธุ์แท้ก็จะได้คุณภาพเนื้อแบบ
ไก่พื้นเมือง แต่ได้ปริมาณเนื้อมากกว่าไก่พื้นเมืองพันธุ์แท้ครับ
          เขียนมาซะนาน  สรุปว่าคุณภาพเนื้อขึ้นอยู่กับสภาพการเลี้ยง  ปริมาณเนื้ออยู่ที่สายพันธุ์  (มั่นใจเกินครึ่ง ไม่ 100%)


Liked By: amornphant
บันทึกการเข้า
นายทิว
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 653


« ตอบ #29 เมื่อ: พฤษภาคม 31, 2011, 09:40:45 PM »

ขอบคุณครับคุณ suteera เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณมากๆ ครับที่ช่วยอธิบาย
 ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Mr.Boonlue
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 425


« ตอบ #30 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2011, 07:25:23 PM »

คุณ suteera ครับ
  จากกะทู้ที่ผม  « ตอบ #22 เมื่อ: พฤษภาคม 24, 2011, 07:58:46 PM »  นั้น
***ไก่เนื้อที่เลี้ยงกันตามฟาร์ม หรือ ที่โรงฟักผลิต ฟักลูกเจี๊ยบขาย ไม่ว่าจะเลี้ยงแบบเปิด หรือแบบปิด**
      เป็นไก่ลูกผสมครับ  แต่เป็นไก่ไฮบริด  ที่นำข้อดีของพ่อ แม่ ไก่เนื้อพันธุ์แท้  หลายพันธุ์  มารวมอยู่ในตัวเดียวกัน  เรียกว่า "ไก่กระทง" (Broiler) ใช้เวลาเลี้ยงเพียง 5-6 สัปดาห์  จึงทำให้เนื้อนิ่ม  มีไขมันใต้ผิวหนังมาก

  แต่ไก่ของคุณ suteera เมื่อเลี้ยงรวมกับไก่บ้าน และกินอาหารแบบไก่บ้าน  และใช้เวลาเลี้ยงนานถึง 2 เดือน 
  1.  จึงทำให้ไก่นั้นโตช้ากว่าไก่กระทงที่เลี้ยงในฟาร์ม เมื่อโตได้น้ำหนัก  จึงแก่กว่าไก่กระทงที่เลี้ยงในฟาร์ม  ผลที่ตามมา คือ  เนื้อจึงแข็ง หรือเหนียวกว่า เนื้อไก่ฟาร์ม
  2.  ไก่นั้นมีไขมันใต้ผิวหนังน้อยกว่าไก่เลี้ยงในฟาร์ม  เพราะมันกินอาหารแบบไก่บ้าน และออกกำลังกายมากกว่าไก่ฟาร์ม(ไก่ฟาร์มอยู่กันแน่น  แทบไม่เดินไปไหน)
  3.  ไก่นั้นเนื้อนิ่มกว่าไก่บ้าน  เพราะคุณเลี้ยงไก่บ้านนานกว่า 2 เดือนแน่นอน  จึงทำให้ไก่บ้าน  แก่กว่าไก่เนื้อของคุณ  ดังนั้นเนื้อไก่บ้าน จึงแข็งกว่า
  ยกตัวอย่างตัวเลขเปรียบเทียบ
  1.  ไก่ฟาร์ม  อายุ 35-42 วัน เลี้ยงแน่น  อาหารดี  เนื้อจึงนิ่มที่สุด  มีไขมันใต้ผิวหนังมาก  เพราะมันเอ๊าะๆ ที่สุึด
  2.  ไก่ที่คุณเลี้ยงรวมกับไก่บ้าน อายุ 60 วัน เลี้ยงแบบไก่บ้าน ได้เดิน ได้วิ่ง เนื้อจึงแข็งกว่า  เพราะ อายุมากกว่าไก่ฟาร์ม
  3.  ไก่บ้าน อายุ เกิน 2 เดือน เนื้อแข็งที่สุด  เพราะ  อายุแก่กว่า ไก่อื่นๆ  เนื้อจึงแข็งกว่า
บันทึกการเข้า
suteera
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2207


« ตอบ #31 เมื่อ: มิถุนายน 01, 2011, 09:04:13 PM »

คุณ Boonlue ครับ 
   เหตุผลของท่านถูกทุกข้อครับ  ผมสรุปจากการสังเกต มิได้ใช้ตัวแปรเรื่องอายุไก่
   งั้นคุณทิว โปรด update ข้อมูลตามคุณ Boonlue ด้วยครับ.
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 5   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: