ข่าว
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มะม่วงหิมพานหมดความนิยมเพราะเหตุใด  (อ่าน 8750 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
พงศ์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 43


« เมื่อ: มิถุนายน 18, 2009, 03:38:36 PM »

สมัยยังเป็นเด็กเคยเดินทางมาทางภาคอีสานเห็นเกษตกรนิยมปลูกมะม่วงหิมพานกันมาก พอตอนนี้กลับไม่มีใครพูดถึงเพราะอะไรครับ หรือว่ามันไม่คุ้มกับการลงทุน ใครพอมีความรู้หรือประสบการณ์ช่วยให้ความกระจ่างหน่อยครับ เพราะคิดอยากจะปลูกไว้บ้าง ชอบกินเป็นชีวิตจิตใจครับ โดยเฉพาะไก่ผัดเม็ดมะม่วง
บันทึกการเข้า

ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9803


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2009, 03:47:31 PM »

เจ๊งหมดแล้วครับ  ล้มไม่เป็นท่า เมื่อ 9-12 ปีก่อน แถวบ้านผมปล่อยให้เป็นสวนมะม่วงหิมพานต์ร้างๆ แม้จะมีผลผลิตบ้าง แต่ไม่มีใครสนใจไปเก็บเมล็ดมาขายเลย  ปล่อยให้หล่นทิ้งเฉยๆ ครับ
บันทึกการเข้า

พงศ์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 43


« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2009, 03:55:50 PM »

ทำไมล่ะครับคุณชาวนา ราคาที่เราซื้อกินตามร้านก็แสนแพงมาก แล้วทำไมทำแล้วถึงเจ๊งน้อ
บันทึกการเข้า
ชมจันทร์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 321


เราเป็นได้มากกว่าที่เราคิด


« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2009, 04:04:23 PM »

 สาเหตุที่เกษตรกร ปลูกน้อยลงและพื้นที่ลดลง เนื่องจากกระแสพืชเศรษฐกิจทั้งยางพาราและปาล์มน้ำมันมาแรง แซงพืชอื่น ๆ ที่เกษตรกรปลูกอยู่ อีกทั้งราคาเป็น แรงจูงใจและผลักดัน ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลในช่วงปีที่ผ่านมา ทำให้เกษตรกรหันไปปลูกพืชดังกล่าวแทน
บันทึกการเข้า

ํYou are what you think.
ไม่ว่าเราจะคิดว่าทำได้หรือทำไม่ได้ เราก็คิดถูกทั้งสองอย่าง
เฮนรี่ ฟอร์ด
www.magrood.net
kraitong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 212


« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2009, 04:10:24 PM »

น่าสงสัยและน่าสนใจ มีปัญหาเรื่องการกระเทาะเปลือกขายหรือเปล่า
บันทึกการเข้า
พงศ์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 43


« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2009, 04:19:53 PM »

ใครมีข้อมูลอยากให้ช่วยเผยแพร่ เพื่อจะได้เป็นอุธาหรณ์สำหรับเกษตรกรที่อาจถูกชักจูงตามกระแสพืชใหม่ ๆ แล้วก็เจ๊ง เสียเวลา เสียเงิน
บันทึกการเข้า
pranee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 63


« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2009, 04:24:02 PM »

พอดีปลูกมะม่วงหิมพานต์อยู่เหมือนกัน   ที่จ.ราชบุรี    ปลูกมาได้4-5 ปีแล้ว   แล้วจะมาแชร์ประสบการณ์ให้ฟังนะคะ......
โปรดติดตามตอนต่อไป
บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9803


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2009, 04:25:42 PM »

เรื่องนี้เท่าที่ทราบมา  เห็นบอกว่าได้มีการส่งเสริมจากหน่วยงานของรัฐ (ไม่รู้หน่วยไหน) เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2532  พร้อมๆ กับส่งเสริมการปลูกยางพาราในภาคอีสาน  แต่ด้วยเหตุผลกลใด ไม่ทราบ.... พอผมเริ่มโตและหาล่านก หนู กระรอก ไปตามป่า ก็ไปเจอสวนมะม่วงหิมพานต์ร้างๆ อยู่ไร่หนึ่ง  แต่ตอนนั้นไม่ได้เอะใจว่าทำไมเขาถึงเลิกเก็บผลผลิต  ถ้าจะให้เดา  คงราคารับซื้อถือมาก  จนชาวบ้านไม่มีแรงมาเก็บเม็ดมะม่วงไปขายแน่ๆ  ยิงฟันยิ้ม จำไม่ได้ว่าราคาเท่าไหร่  แต่เชื่อเถอะ ถ้ามันได้ราคาดี คงไม่มีใครเลิกทำ  จริงไหม??
บันทึกการเข้า

tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2821

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2009, 06:47:42 PM »

ปัญหาที่เกิด ขึ้นคือ แรงงานครับ

ใช้แรงงานบ้านเราไม่คุ้ม เจ้าของคนไท เลยหันไปปลุกทิ้งที่ เขมร แล้ว ส่งหัวหน้าคนงานไปคุม ปี ละ 2-3 เดือนเท่านั้น

ปุ๋ยยาไม่ต้องใช้


ใคระ ไปรู้ว่า ปลุก ม่วงหิมะพาน ปี 1 เก้บผลผลิต ได้ ไม่กี่ พัน ต่อไร   เพราะปลูก ในไท เราก็ จะมีค่า ปุ่ย ยากำจัดวัชพืช หรือ ถางหญ้า ทำ เตียน ก่อนเมล้ดหล่น ไหนจะ ค่า เก็บเมล้ด อีก

สรุป เจ้าของที่ เอา ไปทำอย่างอื่น ได้ ประดยชน์ คุ้มค่าที่กว่า

แล้ว ถาม ย้อนกลับ ทำไม โบราน ถึงปลุกกัน ได้

ก็ เพราะดบรานคน มันน้อย ที่ดิน เหลือเฟือ ปลุกทิ้งปลูกขว้าง ได้

นี่ และ ทำให้ นายทุน ไท ไปทำที่เขมร ดีกว่า

ส่วน คำตอบ ที่ว่า ทำไมเมล้ด มะม่วงหิมพาน ถึงแพง

คุณ เคย ทราบไหมว่า กว่าจะ แกะเมล็ด มะม่วงได้ แต่ละเมล็ดนั้นต้องมีกระบวนการที่ มากมาย

อีกทั้ง ทุก เมล็ด เป็นงาน แฮนแมค ไม่สามารถ ใช้ เครื่องจักร ออโต้ได้เลย

มา เริ่มรู้ ถึง วิธี แกะ เมล็ด กัน ละ กัน

มาเริ่ม จาก กระบวนการตั้งแต่ เมล็ด ที่ตากแล้ว ถึงโรงงาน ละกัน

เมล้ด ที่ตากแห้ง ลดความชื้นดีแล้ว  จาก เกษตรกร นำลงสู่ หม้อต้ม 

หลังจากต้น เรียบร้อยแล้ว ส่ง เข้า ไปสู่กระบวนการ แกะเปลือกนอกออก ด้วยแรงงานคน ทีละเมล็ด

หลังจาก ที่ แกะ เปลือกนอกออกแล้ว นำ เข้า ไปสู่ กระบวนการอบไล่ความชื้น เพื่อที่จะส่งต่อ ไปให้ แรงงาน อีกชุด

แรงงานชุดนี้ คือ ชาวบ้าน ในระแวะดรงงาน ที่ว่างเว้นจากงานประจำ มารับ เมล็ด อบ ไปแกะ เปลือกชั้นใน

หลัง จาก  แกะเปลือกชั้นในหมด แล้ว ส่ง กลับเข้า มา ก็จะกลายเป็นเมล็ดขาว ที่เราเห็น ตามขายกันโดยทั้วไป แต่ยังไม่ได้คัดขนาด ก็ส่งมาที่แผนก แยก คัด ไซร์

โดยไซร์ ที่ แพง สุด ก็น่าจะ เป็น จัมโบ ถูก สุด ก็ น่าจะเป็นเมล็ดซีก ส่วน เศษป่นๆๆ จะ ไม่ออกมา สู่ กะ สายตา ที่ เรา ทาน แต่ส่งเข้า ไปโรงงาน ทำพวกขนม

ซึ่ง เมล็ด ขาวนี้ เราสามารถ รับประทานได้ แล้ว แต่ไม่หอม กรอบ อร่อย

ดังนั้นก่อน รัปทาน ก็ จะ เอามาทอด หรือ อบ ซึ่ง ถ้า ใช้ การอบ จะไร้ท น้ำมัน และ สามารถเก็บไว้ได้นาน กว่า แบบทอด

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 18, 2009, 08:49:11 PM โดย tomy » บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2821

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2009, 09:07:56 PM »

สำหรับคุร ประโยชน์ ของ เม็ดมะม่วงหืมพานต์

สามารถ ดุ ได้ จาก เวป  บ้านสุขภาพ ของท่าน นพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์  คลิก
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2821

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #10 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2009, 09:14:21 PM »

หลายท่าน เห็น แล้ว คง ไม่คิดว่า เมล็ดมะม่วง แพง อีกแล้วนะครับบ

กว่าจะผลิต ออกมาได้ แต่ละ โล ใช้กระบวนการมากมาย แถม ยัง มี ยาง ที่กัดมือคนเก้บ และ แกะ อีก


ราคา ขาย ปลีก เมล็ดมะม่วง ที่ หน้าร้าน ทอมมี่ กทม. ณ. วันที่ 19 / 6 / 2552

 AA  โลละ 310
 A    โลละ 290
 B    โลละ 270
ซีก    โลละ 230
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 18, 2009, 09:32:11 PM โดย tomy » บันทึกการเข้า
เชิงเดี่ยวกลับใจ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 223


« ตอบ #11 เมื่อ: มิถุนายน 18, 2009, 09:29:48 PM »

ที่ระนองเมือง "คอคอดกระ ภูเขาหญ้า กาหยูหวาน ธารน้ำแร่ มุกแท้เมืองระนอง" ยังเหลือสวนกาหยู(มะม่วงหิมพานต์)ไม่เท่าไร เพราะเกษตรกรหันไปปลูกพืชอย่างอื่นคงเนื่องจากผลตอบแทนที่ดีกว่า กาหยูถูกส่งเสริมให้ปลูกในพื้นที่ดินทราย ที่เหมืองร้าง เนื่องจากใช้ปลูกพืชอย่างอื่นไม่ได้ แต่กาหยูสามารถทนได้ให้ผลผลิตได้โดยไม่ต้องให้ปุ๋ยแต่อย่างใด(แต่ถ้าให้ปุ๋ยบ้างผลผลิตก็อาจจะดีกว่า) แต่ก่อนที่สวนผมก็เคยมีอยู่ประมาณ 20 ไร่ เคยเก็บผลขายได้ปีล่ะ 2หมื่นกว่าบาท ทั้งปีขายได้ครั้งเดียวคงไม่ไหวครับ แล้วมักจะเกิดปัญหาคนงานที่จ้างเก็บหมกเมล็ดไว้ในสวนแล้วแอบมาเอาไปขายทีหลังเจ้าของสวนก็ได้ไม่เต็มที่ ราคาที่ผมเคยขายเมล็ดสด กก.ล่ะ 17-32 บาท  ราคาที่แปรรูปแล้ว กก.ล่ะ 250-280 บาทครับ แต่ผมไปเห็นตอนแปรรูปแล้วยอมให้เค้าเถอะครับ ต้องนั่งแกะทีละเม็ดอย่างที่คุณทอมมี่ว่าจริงๆ เห็นแล้วเมื่อยแทน
บันทึกการเข้า

อิณา ทานํ ทุกขํ โลเก ความเป็นหนี้ เป็นทุกข์ในโลก
พงศ์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 43


« ตอบ #12 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2009, 09:16:50 AM »

การที่กระบวนการผลิตต้องใช้มือถ้ามองในทางบวกน่าจะเป็นเรื่องดีเพราะต้องใช้แรงงานคนแกะทีละเมล็ด ทีนี้พวกโรงงานอุตสาหกรรมก็ไม่สามารถใช้แรงงานเครื่องจักรแทนแรงงานคน ชาวบ้านก็จะมีรายได้ ทำงานได้เงินทุกอย่างก็ต้องเมื่อย แม้แต่ทำเกษตรพอเพียงก็ต้องเมื่อย ถ้าทำแล้วไม่คุ้มผลผลิตที่ออกมาให้เราทานตาม 7-11 หรือร้านเบเกอรี่ทั่วไป เอาผลผลิตมาจากไหนกันหนอตั้งมากมาย สงสัยต้องถามกบนอกกะลา
บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9803


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #13 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2009, 09:20:52 AM »

มันทำยากจริงๆ ครับ  ต้องใช้วิธีกระเทาะเปลือกทีละเมล็ด  ตามภาพด้านล่าง
บันทึกการเข้า

nti
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1335



« ตอบ #14 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2009, 09:21:53 AM »

ขอบคุณทุกท่านครับที่ให้ปัญญา  ยิ้มเท่ห์

บันทึกการเข้า

บ้านสวนพยุงใจ
๑๒๓ ม.๔ ต.ตลิ่งชัน อ.เมือง สพรรณบุรี ๗๒๒๓๐
T.087-3293576
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=8078.0
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2821

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #15 เมื่อ: มิถุนายน 19, 2009, 11:30:16 PM »

การที่กระบวนการผลิตต้องใช้มือถ้ามองในทางบวกน่าจะเป็นเรื่องดีเพราะต้องใช้แรงงานคนแกะทีละเมล็ด ทีนี้พวกโรงงานอุตสาหกรรมก็ไม่สามารถใช้แรงงานเครื่องจักรแทนแรงงานคน ชาวบ้านก็จะมีรายได้ ทำงานได้เงินทุกอย่างก็ต้องเมื่อย แม้แต่ทำเกษตรพอเพียงก็ต้องเมื่อย ถ้าทำแล้วไม่คุ้มผลผลิตที่ออกมาให้เราทานตาม 7-11 หรือร้านเบเกอรี่ทั่วไป เอาผลผลิตมาจากไหนกันหนอตั้งมากมาย สงสัยต้องถามกบนอกกะลา


ก็ มาจาก กระบวนการลิต ด้วย แรงงานคนนี่ แหละครับ

โรงงาน เขาจะมีโกดัง ไว้ตุน เมล็ดดิบ ไว้ ให้ พอ ทั้งปี เพราะ เมล็ด มันมี ออกแค่ หน้าเดียว

ส่วน ที่ว่า  ไม่คุ้ม คือ เจ้า ของ ที่เดี๋ยวนี้ หัน ไปปลุกพืชอย่างอื่น ได้ กำไรมากกว่า ปลูก เมล็ด ทำ ให้ นาย ทุน หัน ไปปลุก ตาม ประเทศ เพื่อนบ้าน ที่แรงงานถูก ค่า ที่ดิน ถูกมากกกกกกก แล้ว ปีๆๆ ค่อยลงคนไปคุม เก็บเมล้ด กลับ มาเข้า โกงดัง ที่ไท  ส่วน ปุ่ย ยา ไม่ต้อง พูดถึง เทวดา เลี้ยง นั้น แสดงว่า  ถ้า ใคร มี พื้นที่ว่างๆๆ แล้ว ไม่มีเวลาดูแล สามารถ เอา ต้น มะม่วง หิมพาน ไปลงปลูกได้  เป้นการ ทำประโยน์ ให้กับพื้นที่ นอกเหนือ จาก ปล่อยให้ ว่างเปล่า
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: