จากการสัมภาษณ์เกษตรกร นาย เพลิน กล้าหาญ ชาวบ้านโคกเที่ยง ต. คันไร่ อ. สิรินธร จ. อุบลราชธานี ได้ใช้เครื่องตัดหญ้าแบบสะพายหลัง มาดัดแปลงใช้ในการเกี่ยวข้าว ซึ่งจากการสัมภาษณ์เกษตรกรรายนี้ พบว่าใช้ เครื่องตัดหญ้าสะพายหลัง UMR435T รุ่น 4 จังหวะ ราคา 8000-8200 บาทต่อเครื่อง และมีอุปกรณ์เสริม
คือกรงเกี่ยวข้าวที่ทำด้วย สแตนเลส และมีผ้าตาข่ายคลุราคา 300 บาท เพื่อใช้ป้องกันการร่วงหล่นของเมล็ดข้าว และเวลาเกี่ยวข้าวด้วยเครื่องตัดหญ้าทำให้ข้าวที่เกี่ยวเสร็จล้มไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้เกิดความสะดวกในการเก็บหลังเกี่ยว ใบมีดตัดหญ้าให้ใช้แบใบเลื่อยวงกลม หรือวงเดือนซึ่งเป็นภาษาที่ชาวบ้านใช้ ขนาดเส้นฝ่าศูนย์กลาง 9 นิ้ว และใบเลื่อยหนา 2.6 มม. (Circular saw blade for wood cutting) ราคา 450 บาทต่ออัน


โดยปกติการเกี่ยวข้าวโดยใช้แรงงานคน 1 คน สามารถเกี่ยวข้าวได้มากที่สุดพื้นที่ ประมาณ 0.5-1 ไร่/แรง/วัน ซึ่งค่าแรงประมาณ 170-200 บาท/วัน แต่ถ้าใช้เครื่องตัดหญ้าแบบสะพายหลัง แบบ 4 จังหวะ ซึ่งต้นทุนปีแรกอาจจะสูงไปนิดหนึ่ง แต่ก็เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เนื่องจากสามารถนำไปรับจ้างเกี่ยวข้าวให้กับเพื่อนบ้าน เป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง ต้นทุนในการเกี่ยวข้าวด้วยเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายหลัง ใช้น้ำมันเบนซิน 91 จำนวน 2 ลิตรต่อวัน ราคาลิตรละประมาณ 25 บาท ก็จะเสียค่าใช้จ่ายไปประมาณ 50 บาทต่อวัน ต่อคนตัด 1 คน ซึ่งสามารถเกี่ยวข้าวได้ 2 -4 ไร่ต่อวันต่อคน ขึ้นกับความชำนาญในการใช้เครื่องตัดหญ้า ก็หมายความว่าเราสามารถใช้เครื่องตัดหญ้าแบบสะพายหลังเกี่ยวข้าวแทนแรงงานคนได้ถึง 4-8 แรงต่อวัน และจะประหยัดเงินได้ถึงไร่ละ 120-150 บาท ซึ่งนับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
อย่างไรก็ตามการใช้เครื่องตัดหญ้ามาใช้เกี่ยวข้าว ก็มีข้อด้อยด้วยกันหลายประการดังรายละเอียดดังต่อไปนี้
1. ในกรณีที่ใช้กรงเกี่ยวข้าวที่ทำด้วยสแตนเลส และมีผ้าตาข่ายคลุม ที่ซื้อหาตามท้องตลาด เพื่อใช้ป้องกันการร่วงหล่นของเมล็ดข้าว และทำให้ข้าวที่เกี่ยวเสร็จล้มไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้เกิดความสะดวกในการเก็บหลังเกี่ยวนั้นมีข้อเสียคือ เครื่องเกี่ยวข้าวจะมีน้ำหนักมากเกินไป ทำให้ไม่สะดวกในการเกี่ยวข้าวเป็นระยะเวลานานๆ และไม่เหมาะกับแรงงานผู้หญิง ดังนั้นควรเลือกใช้กรงเกี่ยวข้าวแบบทำเอง ดังแสดงใน (ภาพที่ 3) เพราะมีน้ำหนักเบากว่า
2. การใช้เครื่องเกี่ยวข้าวชนิดนี้จะใช้ได้ดีเฉพาะนาดำเท่านั้น เนื่องจากระยะปักดำเป็นแถวเป็นแนว ทำให้เกิดความสะดวกในการเข้าไปเก็บเกี่ยวข้าว ส่วนในนาหว่านจะทำได้ไม่สะดวก
3. การใช้เครื่องเกี่ยวข้าวชนิดนี้ ไม่เหมาะกับนาข้าวที่ต้นข้าวมีความสูงเกินกว่า 120 เซนติเมตร เนื่องจากต้นข้าวที่มีความสูงมากเกินไป เมื่อใช้เครื่องตัดหญ้าตัดต้นข้าว จะทำให้ส่วนของต้นข้าวเข้าไปในเครื่องตัดหญ้า ทำให้เครื่องติดขัดไม่สามารถทำงานได้ นอกจากนั้นแล้วต้นข้าวที่มีความสูงมากๆ จะทำให้เกิดปัญหาข้าวล้ม ทำให้ไม่สามารถเก็บเกี่ยวด้วยเครื่องตัดหญ้าได้
4. ในกรณีที่มีฝนตกหรือน้ำท่วมขังนาข้าวในระยะเก็บเกี่ยว จะไม่สะดวกในการใช้เครื่องชนิดนี้เก็บเกี่ยวข้าว เนื่องจากข้าวที่เก็บเกี่ยวจะล้มลงไปในนาข้าวทำให้ข้าวเปียกน้ำ โดยเฉพาะต้นข้าวที่อยู่กลางแปลงนา ทำให้ข้าวที่เก็บเกี่ยวได้มีคุณภาพต่ำ และเปอร์เซ็นต์ข้าวหักสูง
ดังนั้นการเลือกใช้เครื่องตัดหญ้า มาเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการเก็บเกี่ยวข้าว จึงจะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วนทั้งข้อดีและข้อด้อย และปรับใช้ตามความเหมาะสมในสภาพพื้นที่ของเกษตรกรแต่ละราย โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่เกษตรกรจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ต้นทุนการเก็บเกี่ยว และคุณภาพข้าวที่จะได้หลังการเก็บเกี่ยว ซึ่งผู้เขียนคาดหวังว่าเครื่องตัดหญ้าดัดแปลงนี้จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเก็บเกี่ยวข้าวให้เกษตรกรชาวนาไทย และสามารถติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ พยอม โคเบลลี่ ศูนย์วิจัยข้าวอุบลราชธานี 045-344103-4 ต่อ 122 หรือ
payormsri@yahoo.comMore information please visit this web
http://ubn.ricethailand.go.th/document/payorm/harvest/harvest.htm Video farmmer used in Lao P.D.R