ข่าว
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แจ้งเตือนเพื่อนสมาชิก เกี่ยวกับ เชื้อไวรัสโรคหลอดลมอักเสบในไก่สายพันธุ์ใหม่  (อ่าน 3632 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pp_79
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3119


« เมื่อ: เมษายน 27, 2011, 10:23:14 AM »

กรมปศุสัตว์ตรวจฟาร์มไก่
    กรมปศุสัตว์เข้าตรวจสอบฟาร์มไก่หลังพบเชื้อไวรัสโรคหลอดลมอักเสบในไก่สายพันธุ์ใหม่ ต้นเหตุทำให้ไข่ไก่ลดลง พร้อมยืนยันสามารถควบคุมโรคได้แล้ว และสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วกว่าเดือนมิถุนายนจากที่คาดการณ์ไว้
    นางสาวฉวีวรรณ วิริยะภาค รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ เข้าตรวจสอบฟาร์มไก่ไข่ ธวัชชัยฟาร์ม และฟาร์มไก่เนื้อบริษัทจินฮงฟาร์ม ซึ่งเป็นฟาร์มไก่เนื้อที่อำเภอสามชุกและอำเภอศรีประจัน จังหวัดสุพรรณบุรี โดยได้วางมาตรการควบคุมโรคหลังกรมปศุสัตว์ตรวจพบว่ามีเชื้อไวรัสหลอดลม อักเสบสายพันธุ์คิวเอ็กซ์ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ระบาดในไก่ไข่ทำให้มีผลผลิตลดลงมาก จนส่งผลกระทบต่อไข่ไก่ทั้งระบบ แต่ยืนยันว่ากรมปศุสัตว์สามารถควบคุมโรคได้ พร้อมเร่งผลิตวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสชนิดนี้เพื่อแจกจ่ายให้กับเกษตรกร พร้อมขอความร่วมมือในการเปลี่ยนวิธีให้วัคซีนไก่ จากเดิมที่วิธีการสเปรย์มาเป็นวิธีหยอดที่ตาและจมูก ซึ่งสามารถคุ้มโรคได้มากกว่าและให้ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อเป็นกรณีพิเศษและฟาร์มไก่ที่พบเชื้อดังกล่าว ได้สั่งทำลายไปแล้วและที่เข้ามาตรวจสอบวันนี้ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด
ขณะที่นายธวัชชัย ปานนาค เจ้าของธวัชชัยฟาร์ม กล่าวว่าในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลง ทำให้แม่ไก่ออกไข่ลดลง นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาดูแลต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ปัจจุบันมีการนำเข้าพันธุ์ไก่มาแล้ว1แสน5หมื่นตัว เพื่อนำมาผลิตแม่ไก่สาวได้38ล้านตัวแล้จึงมั่นใจว่าสถานการณ์ไก่ไข่จะกลับ เข้าสู่ภาวะปกติได้เร็วกว่าเดือนมิถุนายนที่คาดการณ์ไว้และในอนาคตจะมีการ ทยอยนำเข้าพันธุ์ไก่จนถึง 7 แสนตัวซึ่งจะทำให้ไม่เกิดปัญหาไข่ไก่ขาดแคลนอีกแน่นอน

สามารถดูวิดีโอได้ที่ http://news.voicetv.co.th/business/9041.html

เผื่อเป็นประโยชน์และสามารถปรับใช้ในการป้องกันเชื้อโรคที่จะเข้ามาที่ฟาร์มของเราเองครับ

ขอบคุณครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

"ล้ม5ครั้ง...ลุก7ครั้ง" เมื่อตั้งใจจริงต้อง "ทำได้"

PP_79  "สวนเกษตรผสมผสาน"
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=18005.0

Cowboy Nart
เกษตรพอเพียงฟื้นชีวิต
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1260



« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 27, 2011, 10:51:31 AM »

ขอบคุณคุณหมอครับ สำหรับข่าวสารดีๆมีสาระ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

"เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน"
kiekeeka
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 27, 2011, 11:29:07 AM »

ขอบคุณค่ะ...
บันทึกการเข้า
zolozoung
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 182


« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 30, 2011, 09:47:08 AM »

ยืนยันครับว่าโรคนี้ น่ากลัวมาก บางฟาร์มผลผลิตไข่จากเดิมได้ แปดสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ พอโรคนี้เข้าเหลือไม่ถึงสามสิบ แถมโรคนี้ยังทำให้ไก่ตายด้วย ต้นทุนของไข่เลยสูง และไข่มีน้อยความต้องการเยอะก็เลยทำให้ราคายิ่งสูงไปใหญ่ บางทีก็เห็นใจผู้บริโภคแต่พอได้มาเห็นฟาร์มที่โดนโรคนี้เข้า สงสารฟาร์มมากกว่าครับ
บันทึกการเข้า
smap
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 111


« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 30, 2011, 10:35:06 AM »

ขอถามนิดนึงนะคะ  เเล้วถ้าคนเลี้ยงเเค่ ไก่ 2 ตัว
นกกระทา 4 ตัว  จะต้องหายามาใส่ให้มั้ยคะ
เเละไข้หวัดอันนี้ ติดต่อมาสู่คนได้มั้ยคะ
ขอบคุณมากค่ะ
บันทึกการเข้า
pp_79
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3119


« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 30, 2011, 11:36:12 AM »

ขอถามนิดนึงนะคะ  เเล้วถ้าคนเลี้ยงเเค่ ไก่ 2 ตัว
นกกระทา 4 ตัว  จะต้องหายามาใส่ให้มั้ยคะ
เเละไข้หวัดอันนี้ ติดต่อมาสู่คนได้มั้ยคะ
ขอบคุณมากค่ะ

ในทางปฏิบัติหากเลี้ยงไม่ว่าปริมาณน้อย หรือมาก ก็ควรที่จะต้องให้วัคซีนครับ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้สัตว์ปีกสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคครับ เพราะหากป่วยแล้ว มีแต่สูญเสียครับ ( ค่าตัวสัตว์ อาหาร ยา วิตามินที่ให้ และเวลาที่เสียไป แน่นอนว่าคงมากกว่าราคาวัคซีนนะครับ ) และเชื้อโรคก็จะอยู่ที่คอกหรือเล้าไปอีกนานครับ หรือจะใช้วิธีป้องกันอย่างอื่น เช่นการดูแลด้านสุขลักษณะ หรือสุขอนามัย การกำจัดของเสีย ( มูลสัตว์ปีก ) ป้องกันไม่ให้สัตว์สัมผัสกับนกป่า ทั้งทางตรง และทางอ้อม ( ผ่าน น้ำ อาหาร วัสดุปูรอง เป็นต้น โรคนี้ไม่มียารักษาครับ เพราะเป็นเชื้อไวรัสครับ สามารถป้องกันได้โดยให้วัคซีนเท่านั้นครับ การรักษา ส่วนใหญ่เป็นการรักษาหรือป้องกันเชื้อแบททีเรียก่อโรคอื่นๆ ที่จะฉวยโอกาศในช่วงร่างกายสัตว์อ่อนแอครับ ทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันครับ ส่วนเรื่องการติดคน ยังไม่มีรายงานครับ แต่หากสัมผัสกับสัตว์โดยตรง ควรสวมใส่หน้ากากป้องกันเชื้อโรคด้วยก็จะเป็นการป้องกันได้อีกวิธีหนึ่งครับ ขอบคุณครับ  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

"ล้ม5ครั้ง...ลุก7ครั้ง" เมื่อตั้งใจจริงต้อง "ทำได้"

PP_79  "สวนเกษตรผสมผสาน"
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=18005.0
smap
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 111


« ตอบ #6 เมื่อ: เมษายน 30, 2011, 01:13:38 PM »

ขอถามนิดนึงนะคะ  เเล้วถ้าคนเลี้ยงเเค่ ไก่ 2 ตัว
นกกระทา 4 ตัว  จะต้องหายามาใส่ให้มั้ยคะ
เเละไข้หวัดอันนี้ ติดต่อมาสู่คนได้มั้ยคะ
ขอบคุณมากค่ะ

ในทางปฏิบัติหากเลี้ยงไม่ว่าปริมาณน้อย หรือมาก ก็ควรที่จะต้องให้วัคซีนครับ เพื่อเป็นการกระตุ้นให้สัตว์ปีกสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคครับ เพราะหากป่วยแล้ว มีแต่สูญเสียครับ ( ค่าตัวสัตว์ อาหาร ยา วิตามินที่ให้ และเวลาที่เสียไป แน่นอนว่าคงมากกว่าราคาวัคซีนนะครับ ) และเชื้อโรคก็จะอยู่ที่คอกหรือเล้าไปอีกนานครับ หรือจะใช้วิธีป้องกันอย่างอื่น เช่นการดูแลด้านสุขลักษณะ หรือสุขอนามัย การกำจัดของเสีย ( มูลสัตว์ปีก ) ป้องกันไม่ให้สัตว์สัมผัสกับนกป่า ทั้งทางตรง และทางอ้อม ( ผ่าน น้ำ อาหาร วัสดุปูรอง เป็นต้น โรคนี้ไม่มียารักษาครับ เพราะเป็นเชื้อไวรัสครับ สามารถป้องกันได้โดยให้วัคซีนเท่านั้นครับ การรักษา ส่วนใหญ่เป็นการรักษาหรือป้องกันเชื้อแบททีเรียก่อโรคอื่นๆ ที่จะฉวยโอกาศในช่วงร่างกายสัตว์อ่อนแอครับ ทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันครับ ส่วนเรื่องการติดคน ยังไม่มีรายงานครับ แต่หากสัมผัสกับสัตว์โดยตรง ควรสวมใส่หน้ากากป้องกันเชื้อโรคด้วยก็จะเป็นการป้องกันได้อีกวิธีหนึ่งครับ ขอบคุณครับ  ยิ้มเท่ห์
  โอเคค่ะ  เข้าใจเเล้วค่ะ จะดูเเลนกกับไก่ ให้สะอาดเเละห่างไกลนกป่านะค่ะ
ขอบคุณมากค่ะ
บันทึกการเข้า
roj 04
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 138


« ตอบ #7 เมื่อ: เมษายน 30, 2011, 11:23:06 PM »

สวัสดีครับคุณหมอ พอดีมีเรื่องจะถามครับพอดีไก่ที่บ้าน ไม่ค่อยสมบายอยู่ดีๆๆก็เดินไม่ได้ แล้วก็มีน้ำมูก แล้วขี้จะออกเขียวเหลว ให้ยาอะไรก็ไม่ดีขึ้นเลยอยู่ได้ประมาณ 5 วันก็ตายอยากจะทราบว่ามันเป็นโรคอะไรครับคุณหมอ แต่กินข้าวได้นะครับ
บันทึกการเข้า
banjong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 208


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 01, 2011, 01:45:35 PM »

ขอบคุณครับคุณหมอ สำหรับข่าวสารแก่พี่น้องเกษตรกร
บันทึกการเข้า
pp_79
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3119


« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2011, 12:01:34 PM »

สวัสดีครับคุณหมอ พอดีมีเรื่องจะถามครับพอดีไก่ที่บ้าน ไม่ค่อยสมบายอยู่ดีๆๆก็เดินไม่ได้ แล้วก็มีน้ำมูก แล้วขี้จะออกเขียวเหลว ให้ยาอะไรก็ไม่ดีขึ้นเลยอยู่ได้ประมาณ 5 วันก็ตายอยากจะทราบว่ามันเป็นโรคอะไรครับคุณหมอ แต่กินข้าวได้นะครับ

สวัสดีครับคุณ roj 04  ยิ้มเท่ห์

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆครับ และโรคระบาดยังคงมีการระบาดอยู่ครับ คือ นิวคลาสเซิล หลอดลมอักเสบ ฝีดาษ หวัดน่าบวม หวัดธรรมดา รวมทั้งไข้หวัดนกด้วยครับ ต้องเน้นเรื่องสุขลักษณะ ความสะอาดของเล้าและสถานที่เลี้ยง ระบบความปลอดภัยทางชีวภาพ ( biosecurity) การไม่ให้สัตว์เลี้ยงสัมผัสกับพวกนกป่า หรือนกบ้าน ( นกกระจอก พิราบ พวกนี้เป็นสัตว์พาหะของเชื้อและเคลื่อนที่ได้ระบะทางไกลๆ ) ทั้งทางตรงและทางอ้อมครับ
  จากประวัติที่ให้มา ป่วยกี่ตัวครับ มีการจัดการอย่างไรบ้างครับ ตอนนี้มีการกระจายของอาการไปที่ตัวอื่นๆหรือเปล่าครับ
การจัดการเบื้องต้นนะครับ แยกตัวที่มีอาการออกจากฝูง ให้วิตามินเสริม ( หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 3 วัน แนะนำให้คัดทำลายทิ้งครับ ) ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณเล้า และสถานที่เลี้ยงทั้งหมด ( ทั่วทั้งบริเวณ ) นำอุปกรณ์ที่ใช้เกี่ยวกับการเลี้ยง มาล้างทำความสะอาด และจุ่มน้ำยาฆ่าเชื้อด้วยนะครับ ก่อนนำกลับไปใช้ครับ
   จากอาการที่เล่ามา สงสัยเป็นหวัดนะครับ ( ไวรัส ) ยาปฏิชีวนะรักษาไม่ได้นะครับ มีแต่ การฉีดวัคซีนเท่านั้นครับ แต่ก็เป็นการป้องกันนะครับ หากสัตว์ป่วยแล้ว มีแต่การรักษาตามอาการ เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบททีเรียแทรกซ้อนนะครับ ( แล้วได้ทำวัคซีนครบตามโปรแกรมหรือเปล่าครับ ) อีกอาการคือลักษณะขี้เหลว เขียว เป็นลักษณะอาการทั่วๆไปของสัตว์ป่วยนะครับ สีเขียว เป็นสีของน้ำดี ที่ร่างกายขับออกมาเพื่อช่วยในการย่อยไขมันในอาหารนะครับ ลักษณะเหลว เขียว แสดงว่าไก่ไม่กินอาหารนะครับ กินแต่น้ำครับ หากสังเกตอาการได้เร็วก็พอที่จะสามารถช่วยเรื่องการจัดการและทำให้ไก่พื้นตัวได้เร็วครับ
   หากไก่เป็นหวัด ลองดูสาเหตุนิดหนึ่งครับ สภาพพื้น ( ขังกรงยืนพื้น ) พื้นต้องแห้ง ไม่มีกลิ่นเหม็นอับ อากาศถ่ายเทสะดวก แต่ฝนต้องไม่สาดนะครับ หรือการปล่อยเลี้ยงหลังบ้าน ไก่นอนที่ไหน เปียกฝนหรือเปล่า หรือมีการกินน้ำ อาหาร ร่วมกับนกป่าหรือเปล่าครับ เพราะมีความเสี่ยงทั้งหมดครับ อีกเรื่องก็คือเรื่องความเครียดนะครับ เราอาจจะมองว่าปกติ เช่น ร้อน ฝนตก หนาว สลับกันไป ร่างกายสัตว์ปีก มีอุณหภูมิที่สูงกว่าคนเราครับ เมื่อเจอการเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ จะทำให้เครียด ภูมิคุมกันลดลงครับ ง่ายต่อการเจ็บป่วย ( เหมือนคนเรานะครับ ) ควรเสริมวิตามินให้ด้วยนะครับ
  ปล.ยาที่ใช้เป็นยากลุ่มไหนครับ

  เป็นกำลังใจให้ครับ ขอบคุณครับ  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

"ล้ม5ครั้ง...ลุก7ครั้ง" เมื่อตั้งใจจริงต้อง "ทำได้"

PP_79  "สวนเกษตรผสมผสาน"
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=18005.0
roj 04
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 138


« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2011, 04:45:52 PM »

ต้องขอบคุณ คุณหมอมากนะครับที่ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับโรค ต่อไปนี้ผมจะเริ่มทำวัคชีนให้ตรงตารางที่เขากำหนดนะครับ
บันทึกการเข้า
roj 04
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 138


« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2011, 09:09:33 AM »

สวัสดีครับคุณหมอ พอดีมีเรื่องจะถามอีกรอบครับว่า ที่บ้านเลี้ยงไก่แจ้ไว้ครับตอนนี้มันถ่ายเป็นสีขาว แต่ข้าวก็พอกินได้นิดหน่อยครับ  มีอาการซึมนิดหน่อย ไม่ทราบว่าจะต้องใช้ยาตัวไหนรักษาครับ พอดีตัวนี้รักมากไม่อยากจะให้มันตาย พี่ช่วยบอกหน่อยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้านะครับ
บันทึกการเข้า
kring
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 418



« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2011, 03:02:52 PM »

สวัสดีครับคุณหมอ ขอคำแนะหน่อยครับที่บ้านเลี้ยงไก่ไข่ไว้บริโภคไข่  แต่ตอนนี้ไก่ไข่ซึ้งกำลังให้ไข่มันเป็นหวัดจะใช้ยาปฏิชีวนะอะไรรักษาดีครับ การรักษาตอนนี้ใช้ฟ้าทลายโจรผงผสมน้ำให้กินแต่ก็ไม่ดืเท่าไรครับ  รบกวนด้วยครับ
บันทึกการเข้า
pp_79
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3119


« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2011, 03:32:44 PM »

สวัสดีครับคุณหมอ พอดีมีเรื่องจะถามอีกรอบครับว่า ที่บ้านเลี้ยงไก่แจ้ไว้ครับตอนนี้มันถ่ายเป็นสีขาว แต่ข้าวก็พอกินได้นิดหน่อยครับ  มีอาการซึมนิดหน่อย ไม่ทราบว่าจะต้องใช้ยาตัวไหนรักษาครับ พอดีตัวนี้รักมากไม่อยากจะให้มันตาย พี่ช่วยบอกหน่อยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้านะครับ

สวัสดีครับคุณ roj 04  ยิ้มเท่ห์

ขอถามเพิ่มเติมสักเล็กน้อยครับ ไก่มีอาการเป็นหวัดร่วมด้วยหรือเปล่าครับ มีสิ่งคัดหลั่งไหลยืดหรือเปล่าครับ ( น้ำมูก น้ำตา ) และอาการถ่ายเป็นสีขาว มีเป็นสีเทาๆ ออกน้ำตาลด้วยหรือเปล่าครับ

   สำหรับตัวยาที่รักษาหลักๆ ในสัตว์ปีกนะครับ

ระบบหายใจ ( เป็นหวัด ไอ จาม น้ำมูก น้ำตาไหล ) ตัวยาที่ออกฤทธิ์ได้ดี ก็จะเป็นกลุ่ม แอมม๊อกซี่ซินลิน
ระบบทางเดินอาหาร  ( ท้องเสีย ) ตัวยาที่ออกฤทธิ์ได้ดี ก็จะเป็นกลุ่ม โคลิสติน
และกลุ่มที่ออกฤทธิ์ได้กว้าง ( ครอบคลุมทุกระบบ ) ก็พวก ซัลฟาไตรเมทโทรปริม เป็นต้นครับ

ตัวยาที่ใช้ จะมีหลากหลายกลุ่มนะครับ แต่ละตัวหากให้ต่อเนื่องแล้ว 5 วัน ไม่ได้ผล ต้องเปลี่ยนยานะครับ แสดงว่า เชื้ออาจจะดื้อยา หรือรักษาไม่ตรงกับโรคที่เป็นนะครับ สำหรับโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ไม่มียารักษานะครับ เน้นไปที่การฉีดวัคซีนป้องกันเป็นหลักครับ ส่วนเรื่องชื่อการค้า และขนาดที่ใช้ ลองสอบถามดูจากร้านขายยาสัตว์นะครับ


   สำหรับการป้องกัน นิยมให้ตัวยาที่ออกฤทธิ์กว้างๆ เป็นหลักครับ ส่วนการรักษา หากสามารถระบุถึงสาเหตุ หรือระบบที่มีปัญหา ก็จะใช้ยาที่เฉพาะเจาะจง จะได้ผลดีกว่าครับ
   การรักษา เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุครับ ต้องขจัดสาเหตุออกไปให้ได้ จึงจะรักษาให้หายได้ครับ เช่น สมมติ ว่าไก่ท้องเสีย จากการกินอาหารที่เปียก สะสมหลายวัน หากให้ยารักษา สามารถที่จะฆ่าเชื้อโรคที่อยู่ในร่างกายได้ แต่เมื่อเชื้อตายแล้ว ยังกินอาหารเดิมอยู่ เชื้อโรคก็เข้าไปใหม่อีก ผลการรักษาก็ไม่ได้ผล หรือรักษาให้หายขาดได้ เพราะฉนั้น ต้องเน้นที่การการจัดการ สุขอนามัย ความสะอาดของอุปกรณ์การเลี้ยงทั้งหมด รวมทั้งโรงเรือน บริเวณที่เลี้ยง รวมถึงการป้องกันสัตว์พาหะ ( นก หนู แมลงต่างๆ เช่นแมลงวัน แมลงสาป ) เข้าสัมผัสกับสัตว์ปีกที่เลี้ยงด้วยครับ

 
สวัสดีครับคุณหมอ ขอคำแนะหน่อยครับที่บ้านเลี้ยงไก่ไข่ไว้บริโภคไข่  แต่ตอนนี้ไก่ไข่ซึ้งกำลังให้ไข่มันเป็นหวัดจะใช้ยาปฏิชีวนะอะไรรักษาดีครับ การรักษาตอนนี้ใช้ฟ้าทลายโจรผงผสมน้ำให้กินแต่ก็ไม่ดืเท่าไรครับ  รบกวนด้วยครับ

สวัสดีครับคุณ kring  ยิ้มเท่ห์

  ไก่เป็นหวัด ( ระบบหายใจ ) ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ฝนตก ฝนสาด ฝากดูเรื่องคอกหรือเล้าด้วยนะครับ ว่าฝนสาดหรือเปล่า หากฝนสาด ต้องรีบแก้ไขครับ หรืออาจจะคาดเดาเอาก็ได้ครับ สมมติ ฝนตกคืนนี้ รุ่งเช้า อาจจให้ยาป้องกัน และเสริมวิตามินให้ด้วยก็จะเป็นการดีครับ ล้างทำความสะอาดภาชนะ หรือเปลี่ยนสิ่งปูรองด้วย
    การเลือกใช้ยาดูได้จากข้างบนนะครับ แต่สำหรับยาปฏิชีวนะทั่วไป จะมี " ระยะหยุดยา "นะครับ หมายถึง การรักษาอาจจะให้ยา 5 วันต่อเนื่อง ระยะหยุดยา ( สมมติ 7 วัน ) ให้เริ่มนับ 1 ในวันแรกที่ไมีมีการให้ยา ( วันที่ 6 ) เพื่อให้ร่างกายสัตว์ขับยาที่เหลือออกให้หมด ( หรือเหลือน้อยที่สุด ) เพราะฉนั้น สามารถนำไข่มารับประทานได้ในวันที่ 13 นะครับ
  ทำไมต้องมีระยะหยุดยา....เพื่อที่เวลาที่เรานำไข่มาบริโภค เราจะได้ไม่ต้องรับยาที่หลงเหลือเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งยาที่รับเข้าไปเป็นระดับที่ต่ำ ไม่สามารถ ฆ่าเชื้อโรคได้ครับ จะทำให้เชื้อปรับตัวและดื้อต่อยานั้นๆได้ เมื่อเราป่วยไปหาหมอ โดยทั่วไป ตัวยาอาจจะใช้ตัวยาเดียวกันรักษา เช่น แอมม็อกซี่ซินลิน ( แบ่งกันระหว่างยาคน กับยาสัตว์ ) ซึ่งจะทำให้การรักษาไม่ได้ผล จำเป็นต้องใช้ยาที่มีความแรงมากขึ้น ( ทั้งยา ทั้งราคา ) เพราะฉนั้น แนะนำนะครับ ช่วงที่รักษา ไม่ควรนำไข่ ( หรือไก่ ) มาบริโภคครับ

 เป็นกำลังใจให้ครับ ขอบคุณครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม 
บันทึกการเข้า

"ล้ม5ครั้ง...ลุก7ครั้ง" เมื่อตั้งใจจริงต้อง "ทำได้"

PP_79  "สวนเกษตรผสมผสาน"
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=18005.0
roj 04
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 138


« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 10, 2011, 04:10:20 PM »

สวัสดีครับคุณหมอ พอดีมีเรื่องจะถามอีกรอบครับว่า ที่บ้านเลี้ยงไก่แจ้ไว้ครับตอนนี้มันถ่ายเป็นสีขาว แต่ข้าวก็พอกินได้นิดหน่อยครับ  มีอาการซึมนิดหน่อย ไม่ทราบว่าจะต้องใช้ยาตัวไหนรักษาครับ พอดีตัวนี้รักมากไม่อยากจะให้มันตาย พี่ช่วยบอกหน่อยนะครับ ขอบคุณล่วงหน้านะครับ

สวัสดีครับคุณ roj 04  ยิ้มเท่ห์

ขอถามเพิ่มเติมสักเล็กน้อยครับ ไก่มีอาการเป็นหวัดร่วมด้วยหรือเปล่าครับ มีสิ่งคัดหลั่งไหลยืดหรือเปล่าครับ ( น้ำมูก น้ำตา ) และอาการถ่ายเป็นสีขาว มีเป็นสีเทาๆ ออกน้ำตาลด้วยหรือเปล่าครับ

   สำหรับตัวยาที่รักษาหลักๆ ในสัตว์ปีกนะครับ

ระบบหายใจ ( เป็นหวัด ไอ จาม น้ำมูก น้ำตาไหล ) ตัวยาที่ออกฤทธิ์ได้ดี ก็จะเป็นกลุ่ม แอมม๊อกซี่ซินลิน
ระบบทางเดินอาหาร  ( ท้องเสีย ) ตัวยาที่ออกฤทธิ์ได้ดี ก็จะเป็นกลุ่ม โคลิสติน
และกลุ่มที่ออกฤทธิ์ได้กว้าง ( ครอบคลุมทุกระบบ ) ก็พวก ซัลฟาไตรเมทโทรปริม เป็นต้นครับ

ตัวยาที่ใช้ จะมีหลากหลายกลุ่มนะครับ แต่ละตัวหากให้ต่อเนื่องแล้ว 5 วัน ไม่ได้ผล ต้องเปลี่ยนยานะครับ แสดงว่า เชื้ออาจจะดื้อยา หรือรักษาไม่ตรงกับโรคที่เป็นนะครับ สำหรับโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ไม่มียารักษานะครับ เน้นไปที่การฉีดวัคซีนป้องกันเป็นหลักครับ ส่วนเรื่องชื่อการค้า และขนาดที่ใช้ ลองสอบถามดูจากร้านขายยาสัตว์นะครับ


   สำหรับการป้องกัน นิยมให้ตัวยาที่ออกฤทธิ์กว้างๆ เป็นหลักครับ ส่วนการรักษา หากสามารถระบุถึงสาเหตุ หรือระบบที่มีปัญหา ก็จะใช้ยาที่เฉพาะเจาะจง จะได้ผลดีกว่าครับ
   การรักษา เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุครับ ต้องขจัดสาเหตุออกไปให้ได้ จึงจะรักษาให้หายได้ครับ เช่น สมมติ ว่าไก่ท้องเสีย จากการกินอาหารที่เปียก สะสมหลายวัน หากให้ยารักษา สามารถที่จะฆ่าเชื้อโรคที่อยู่ในร่างกายได้ แต่เมื่อเชื้อตายแล้ว ยังกินอาหารเดิมอยู่ เชื้อโรคก็เข้าไปใหม่อีก ผลการรักษาก็ไม่ได้ผล หรือรักษาให้หายขาดได้ เพราะฉนั้น ต้องเน้นที่การการจัดการ สุขอนามัย ความสะอาดของอุปกรณ์การเลี้ยงทั้งหมด รวมทั้งโรงเรือน บริเวณที่เลี้ยง รวมถึงการป้องกันสัตว์พาหะ ( นก หนู แมลงต่างๆ เช่นแมลงวัน แมลงสาป ) เข้าสัมผัสกับสัตว์ปีกที่เลี้ยงด้วยครับ

 
สวัสดีครับคุณหมอ ขอคำแนะหน่อยครับที่บ้านเลี้ยงไก่ไข่ไว้บริโภคไข่  แต่ตอนนี้ไก่ไข่ซึ้งกำลังให้ไข่มันเป็นหวัดจะใช้ยาปฏิชีวนะอะไรรักษาดีครับ การรักษาตอนนี้ใช้ฟ้าทลายโจรผงผสมน้ำให้กินแต่ก็ไม่ดืเท่าไรครับ  รบกวนด้วยครับ

สวัสดีครับคุณ kring  ยิ้มเท่ห์

  ไก่เป็นหวัด ( ระบบหายใจ ) ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ฝนตก ฝนสาด ฝากดูเรื่องคอกหรือเล้าด้วยนะครับ ว่าฝนสาดหรือเปล่า หากฝนสาด ต้องรีบแก้ไขครับ หรืออาจจะคาดเดาเอาก็ได้ครับ สมมติ ฝนตกคืนนี้ รุ่งเช้า อาจจให้ยาป้องกัน และเสริมวิตามินให้ด้วยก็จะเป็นการดีครับ ล้างทำความสะอาดภาชนะ หรือเปลี่ยนสิ่งปูรองด้วย
    การเลือกใช้ยาดูได้จากข้างบนนะครับ แต่สำหรับยาปฏิชีวนะทั่วไป จะมี " ระยะหยุดยา "นะครับ หมายถึง การรักษาอาจจะให้ยา 5 วันต่อเนื่อง ระยะหยุดยา ( สมมติ 7 วัน ) ให้เริ่มนับ 1 ในวันแรกที่ไมีมีการให้ยา ( วันที่ 6 ) เพื่อให้ร่างกายสัตว์ขับยาที่เหลือออกให้หมด ( หรือเหลือน้อยที่สุด ) เพราะฉนั้น สามารถนำไข่มารับประทานได้ในวันที่ 13 นะครับ
  ทำไมต้องมีระยะหยุดยา....เพื่อที่เวลาที่เรานำไข่มาบริโภค เราจะได้ไม่ต้องรับยาที่หลงเหลือเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งยาที่รับเข้าไปเป็นระดับที่ต่ำ ไม่สามารถ ฆ่าเชื้อโรคได้ครับ จะทำให้เชื้อปรับตัวและดื้อต่อยานั้นๆได้ เมื่อเราป่วยไปหาหมอ โดยทั่วไป ตัวยาอาจจะใช้ตัวยาเดียวกันรักษา เช่น แอมม็อกซี่ซินลิน ( แบ่งกันระหว่างยาคน กับยาสัตว์ ) ซึ่งจะทำให้การรักษาไม่ได้ผล จำเป็นต้องใช้ยาที่มีความแรงมากขึ้น ( ทั้งยา ทั้งราคา ) เพราะฉนั้น แนะนำนะครับ ช่วงที่รักษา ไม่ควรนำไข่ ( หรือไก่ ) มาบริโภคครับ

 เป็นกำลังใจให้ครับ ขอบคุณครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม 
บันทึกการเข้า
kring
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 418



« ตอบ #15 เมื่อ: พฤษภาคม 11, 2011, 12:19:42 PM »

คุณหมอครับผมลองใช้ยาซุปเปอร์กรีนพลัสหยดให้ไก่ไข่ตัวที่เป็นกิน สามารถนำไข่มาบริโภคได้ไหมเพราะอ่านข้างฉลากเขาไม่บอกอะไรเลยครับ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: