ข่าว
หน้า: 1 2 3 4 5 [6]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คุณธนินทร์ ซีพี บอกว่า เกษตรกรไทยจนเพราะ นโยบายที่ผิดพลาดของรัฐบาล  (อ่าน 12512 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Bart_นักท่องเนตบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 496


« ตอบ #80 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2011, 05:03:51 AM »

อ่านไปอ่านมา ผมไม่โทษซีพี

แต่ผมโทษระบบทุนนิยม

ระบบทุนนิยมประเทศอื่น พวกเขาจัดการกันยังไงหว่า?

หรือว่ามีปัญหาคล้ายๆ กัน แต่คนภายนอกไม่รู้???

บันทึกการเข้า

kumpa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 156


« ตอบ #81 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2011, 07:24:09 AM »

เปลี่ยนรัฐบาลแล้วนี่ไง น่าจะถูกใจท่านเจ้าสัวนะ นะ ร่ำรวย มะแพ้กัน คงจริงใจในการแก้ปัญหาบ้างอ่ะน่า เนี่ยขนาดยังไม่ตั้งโต๊ะจีน ข้าวสารถุงก็ทำท่าจะขาดตลาดราคาจะขยับแล้ว ข้าวเปลือกน่าจะดีเพราะประเทศเพื่อนบ้านเตรียมเข้าคิวเอามาจำนำแล้วอ่ะดีไปถึงประเทศเพื่อนบ้านโน่นเลยไม่ธรรมดา อิ๊วๆ ไม่ธรรมดา อิอิ
บันทึกการเข้า
farmer by finger
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2376


« ตอบ #82 เมื่อ: กรกฎาคม 27, 2011, 08:39:26 AM »

ถึงตอนนี้ ซีพี คงไม่ได้มองประเทศไทยสักเท่าไรแล้วละครับ
ธุรกิจ ใน จีน อินโดฯ อินเดีย แม้แต่ในยุโรป คงมีมูลค่ามากกว่า ในไทย ไปนานแล้ว

เจ้าสัว กับ เฮีย อดิเรก ถึงออกมาเล่นการเมืองได้เต็มที่
บันทึกการเข้า
nini
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 208


« ตอบ #83 เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2011, 10:32:13 PM »

ไมโทษ CP หรือ ไม่โทษใครทั้งนั้น
แต่..........โทษ ตัวเอง
บันทึกการเข้า
daralin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 28


« ตอบ #84 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2011, 03:55:06 PM »

อ่านตั้งแต่ต้น จนคนสุดท้าย จากหัวข้อเกษตรกรจนเพราะนโยบาลรัฐบาล
สรุปให้
1. โทษบริษัทต่างๆ ผูกขาดการค้า สินค้าทั้งต้นทุนอาหารสัตว์ พันธุ์พืช ปุ๋ยยาฆ่าแมลง
2. โทษเกษตรกรผู้ผลิต ว่าไม่มีความคิดก้าวหน้าสมัยใหม่ยึดติดกับความคิดเดิมๆ
3. โทษรัฐบาลว่าไม่มีความ จริงใจในการแ่ก่ปัญหาเกษตรกร

สรุปสุดท้ายถูกทุกข้อที่กล่าวมา 3 ข้อ ข้างบน ทุกด้านผิดหมดทั้งรัฐบาล เกษตรกร และกลุ่มพ่อค้าคนกลาง
แล้วยังงี้จะทำอย่างไรดี
บันทึกการเข้า
daralin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 28


« ตอบ #85 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2011, 04:26:18 PM »

อยากแสดงความคิดเห็นบ้าง

เกษตรกรที่จน ส่วนใหญ่ จะเป็นนาข้าว ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของไทย จนเพราะ

1. พื้นที่ในการทำนาน้อยเกินไป ขั้นต่ำควรจะประมาณ 30 ไร่ขึ้นไป โครงการเกษตรพอเพียงก็ต้องมีประมาณนี้แหละอยู่ได้ไม่อดอยากและมีเหลือขาย
2. พื้นที่ที่มีอยู่ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ นอกจากนาข้าว อย่างผมเองมี 10 ไร่ แต่อยู่กลางทุ่งนาเลย ทำอะไรก็ไม่ได้นอกจากข้าว ไม่งั้นโดนขโมยหมด จะปลูกโดยชีวภาพไม่ใช้สารเคมีเลย ข้าว 1 ไร่ ได้ข้าวกินประมาณ 15 ถัง ขายไม่ได้ เพราะโดยรอบใช้สารเคมีกันหมด ทำเองได้ไม่คุ้ม ค่าสูบน้ำเข้านา ค่าน้ำมันที่แพงขึ้นทุกวัน ค่าจ้างฉีดยาฆ่าแมลง ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่ารถไถเก็บเกี่ยว ค่าจ้างรถอีแต๋นที่มาบรรทุกข้าวไปส่งโรงสี สรุป 10 ไ่ร่ให้แปลงข้างๆ เช่า แล้วไปทำอาชีพอื่นดีกว่า ไหนจะน้ำท่วมอีกทุกปี ไม่ใช่นานๆ จะท่วมเหมือนเมื่อก่อน ตอนนี้ท่วมทุกปี
3. ราคาปุ๋ยยาที่แพงขึ้นทุกวัน ผมจะบอกว่าจริงๆ แล้ว สารเคมีที่ขายกันอยู่ 1 ขวด 1 ลิตร ได้กำไรขั้นต่ำสุดขวดละ 20 บาท นี้คือร้านค้าที่เห็นใจเกษตรกรแล้วนะ กำไรมากสุดหรือขวดหนึ่งประมาณ 100-150 บาท ขาย 2 ขวด เป็นค่าแรงลูกน้องได้ 1 วัน ถ้าไม่มีเงินสดให้เครดิตได้ 1 ฤดูกาล ประมาณ 4 เดือน ดอกเบี้ยแล้วแต่ 3- 10 % แล้วบวกราคาเครดิตอีกหนึ่งต่อมากกว่าราคาเงินสด ตรงนี้ไม่เคยมีใครมาควบคุมได้ ร้านค้าพวกนี้เสียภาษีปีหนึ่งน้อยกว่าคนทำงานกินเงินเดือนประมาณ 15,000 บาทต่อเดือนอีก สังเกตุง่ายๆ ร้านเคมีแทบจะมากเท่าร้านขายของชำด้วยซ้ำไปในต่างจังหวัด
 
ถ้าเป็นที่สวนก็ดีหน่อย สามารถหันไปปลูกผลไม้หรือผัก อะไรก็ได้มีแค่ 10 ไร่ ก็รวยได้ อย่างที่เห็นกันง่ายๆ ในบอร์ดนี้ก็แนะนำกันหลายพืช เช่น มะนาว 5 ไร่ 1 ล้านบาทก็มีคนทำได้มาแล้วในพืชที่เพชรบุรี มะขามเปรี้ยวก็น่าสนใจเพราะตอนนี้ก็ราคาแพงเหมือนกัน

ส่วนใหญ่ถ้าเป็นที่สวนไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไรมีอย่างเดียวคือผลผลิตออกมามากเกินไปบางช่วงแต่ปัจจุบันนี้ แทบจะไม่มีผลไม้อะไรที่ราคาตกลงเลยในช่วง 2 ปีมานี้ แพงแทบทุกชนิด เพราะเทคโนโลยีการผลิตนอกฤดูทำให้ผลไม้ทะยอยออกและไม่ออกผล เพราะบังคับกันมากเกินไป และมีการทำคุณภาพส่งออกมากขึ้น

ถ้าจะบอกว่ารัฐบาลไม่สนันสนุนชีวภาพลดสารเคมีก็ไม่ใช่ เพราะน้าผมก็เป็นเกษตรอำเภอ ก็เห็นออกไปจัดประชุมแนะนำการทำน้ำหมักชีวภาพบ่อยๆ  แถมมีสารเร่งพด.แจกฟรีอีกต่างหาก แต่ก็สู้บริษัทที่ผลิตสำเร็จมาแล้วไม่ได้ เพราะมั่นใจในคำโฆษณามากกว่าที่จะเชื่อเกษตรและทำเอง

บันทึกการเข้า
aofz
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9


« ตอบ #86 เมื่อ: กรกฎาคม 30, 2011, 08:37:58 PM »

ผมมองว่าเป็นเกษตรกรบางรายนะที่สามารถบอกว่าจนได้เต็มปาก  คุณเห็นเกษตรกรแถวบ้านนอกมั้ย  รถกระบะป้ายแดงจอดไว้ที่บ้านกันให้เกลื่อน ตามทองถนนก็มีรถรุ่นใหม่ๆกันทั้งนั้น แล้วจะบอกว่าเกษตรกรจนได้ไง ต้องบอกว่าเกษตรกรบางส่วนนะ เกษตรกรที่จนๆ ส่วนหนึ่งมาจากความไม่พอเพียงของตัวเองและครอบครัวมากกว่า ทำไมเหรอ บางครอบครัว เห็นรถรุ่นใหม่ออกมาก็เกิดการอยากได้อยากมี ก็เอาที่ไปจำนอง เพื่อให้ได้รถมา บางก็ไปเอามอเตอร์ไซต์จาก ธกส.มาขี่ บ้างก็ต้องหาเงินมาบำเรอลูกๆที่อยากได้โน่นอยากได้นี่สารพัด แล้วมันจะไม่จนได้ยังไง ถ้าเกษตรกรรู้จักคำว่ามีน้อยทำน้อย (หมายถึงที่ทำกิน และแรงงานนะ) รู้จักการพึ่งพาตนเอง รู้จักการใช้ลูกใช้หลานให้เป็นประโยชน์ เด็กจะได้ไม่เสียคน  อีกอย่างที่ขาดไม่ได้เลยก็คือเรื่องของการพนัน แถวบ้านผมที่นครปฐมนะ ตอนเช้าหวยล้วง กลางวัน ป๊อกเด้ง พอถึงตอนเย็น ก็นั่งกุมขมับ ก็คิดเอาเหอะว่า มันจะเหลือกันมั้ย คนไทยส่วนใหญ่ จะใช้จ่ายกันเกินกำลัง อยากได้อยากมีไม่มีที่สิ้นสุด คุณผู้อ่านลองพินิธพิเคราะห์ดูนะ กี่รัฐบาลที่เข้ามาก็จะต้องมีการเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องที่ทำกิน แล้วถามว่าที่ทำกินมันหายไปรึไง ถึงได้ช่วยแล้วช่วยอีก ผมจึงอยากจะฝากรัฐบาลชุดใหม่ด้วยว่า ให้ทำสถิติ แต่ละครอบครัวที่มีการช่วยเหลือเรื่องของการเป็นหนี้ ไม่ว่าจะหนี้ ธกส. หรืออื่่นๆ แล้วก็สอบถามที่มาที่ไปของหนี้ด้วยว่าทำไมถึงได้เป็นหนี้ตลอด ผมว่าไม่ใช้ที่เกษตรกร ไม่มีความรู้เรื่องของการทำเกษตรนะ  ลองๆดูละกัน ผมขี้เกียจพิมพ์ล่ะ
บันทึกการเข้า
Tommy_LA
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3155


« ตอบ #87 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2011, 09:22:16 PM »

อะไรก็ตาม ที่มีนายหน้า ถือเป็นระบบผูกขาด
ผู้ผลิต ก็จะจนหมดทุกสายการผลิตครับ
บันทึกการเข้า
New_edit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 84


« ตอบ #88 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2011, 10:07:04 PM »

นอกจากนโยบายผิดพลาดแล้ว ยังไม่สนับสนุนให้มีสหกรณ์
แถมชอบนำเสนอวิธีการอุปกรณ์เสริมเช่น ปุ๋ย ยา พันธ์ ตามที่นายทุนบัญชา
และปล่อยให้พ่อค้าคนกลางเอาเปรียบกดขี่โดยที่รัฐทำเป็นมองไม่เห็นอีก
ต่อให้รัฐไม่ควบคุมราคาสินค้าเกษตร ผมก็เชื่อว่าเกษตกรก็จนอยู่ดีและอาจจนยิ่งขึ้นเพราะสินค้าอื่นก็ขึ้นตาม สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์ก็พ่อค้าคนกลางและนายทุนเท่านั้นที่ได้ประโยชน์
จะช่วยเกษตรกรได้ รัฐต้องกล้าแทรกแซงพ่อค้าคนกลาง เข้ารับซื้อของจากเกษตกรเพื่อขายต่อคนกรุงหรืออาจใช้สหกรณเข้ามาแทนที่พ่อค้าคนกลางสนับสนุนสหกรณ์ให้กลายเป็นแหล่งรวบรวมและกระจายสินค้าเหมือนเป็นห้างย่อยๆ
ทำไม่เราต้องปล่อยให้มีอาชีพทำนาบนหลังคนด้วยและทำไม่เรายังต้องช่วยอุ้มให้เขาโตเอาๆบนหยาดเหงือและน้ำตาของเรา
เถ้แก่ C บอกอะไรดีเราก็ร้องดี แล้วใครหละสบาย ดกษตกรลูกข่ายคงรู้ดีกว่าผมแน่นแน เพราะผมพูดตามความคิดตามความรู้สึกเท่านั้น
บันทึกการเข้า
garden
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 338


เมื่อมองดูหยดน้ำ ก็ขอให้นึกถึงต้นน้ำ


« ตอบ #89 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2011, 10:29:01 PM »

ไม่รู้ใครมีหุ้นกับโลตัสหรือเปล่าไม่ทราบ
ผมไปหาซื้อ ถั่วเขียวว่าจะไปปลูก ที่โลตัส ยี่ห้อ ไร่ทิพย์ ขายถุงละ 32 บาท(ราคาเดิม 35)
มีการขีดฆ่าโชว์ด้วยว่าทางห้างลดราคาให้ตั้ง 3 บาท ถุงละครึ่งกิโล
อีกวันไปหาซื้อที่ตลาดแบบเดียวกันเลย ขายถุงละ 26 บาท
แสดงว่า Roll back มันโกหกนี่หว่า ห้างมันเอากำไรตั้ง 6 บาท
คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ 19% แน่ะแล้วของอย่างอื่นมันก็คงเอากำไรประมาณนี้ทั้งห้างแหละ
บอกเฉยๆ ผมก็ยังต้องไปโลตัสอยู่ดี
บันทึกการเข้า
rat-nan
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1817



« ตอบ #90 เมื่อ: สิงหาคม 02, 2011, 12:29:02 AM »

ใช่ครับ มีรัฐบาลไหนส่งเสริมระบบสหกรณ์อย่างจริงจัง จริงใจบ้างครับ ...
- สิ่งที่อยากได้อยากเห็นมากที่สุดคือระบบสหกรณ์ ครับ งานแรกๆ ก็รวมกันซื้อแม่ปุ๋ยมาผสมกันเองก็ลดต้นทุนไปมากแล้วครับ แต่เรา หาแม่ปุ๋ยไม่ได้เลยครับ (ที่บ้านผม)
- ข้าวโพด ล่าสุดเท่าที่ผมจำได้ พันธุ์สุวรรณ.... ทำไมไม่ส่งเสริมกันจริงๆครับ เก็บเมล็ดได้อีกแต่ต้องสอนเกษตรกรในการเก็บเมล็ด  เห็นตอนเด็กๆ  เขาจะเลือกเอาฝักข้าวโพดใหญ่ๆ สวยๆ ยาวๆ มาไว้เป็นพันธุ์ แต่มันไม่ใช่แบบนั้น ต้องเก็บฝักที่ดีๆ ใหญ่ๆ แต่ต้องเกิดในกลางๆไร่เพื่อจะไม่ได้กลายพันธุ์....
บันทึกการเข้า

โทร 081-9605251
หน้า: 1 2 3 4 5 [6]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: