หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ทำนาหว่าน (ไม่เผาฟาง และไม่ไถดิน)  (อ่าน 16115 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
คนเมียง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33



« เมื่อ: มิถุนายน 05, 2009, 03:48:53 PM »

ใครมีข้อแนะนำเกี่ยวกับการทำนาหว่าน แบบไม่เผาฟาง และไม่ไถดินบ้างครับ ผมเกษตรกรมือใหม่ครับ พึ่งได้ที่มาประมาณ สองงาน อิๆ ถึงจะน้อย แต่ผมคิดว่าสามารถทำนา เก็บข้าวเอาไว้กินได้ ใช่ไหมครับ เพราะที่เดิมเป็นที่นาอยู่แล้วครับ

ผมตั้งเป้าไว้ว่า
๑ จะไม่เผาฟางข้าว (เพราะตอนนี้มีคนเขาทำนาที่นี้อยู่ครับ ผมต้องการให้ฟางข้าว เป็นปุ๋ยหรือเป็นประโยชน์ให้มากที่สุด)
๒ จะไม่ไถดิน (เพราะต้องการลดต้นทุนเรื่องการไถ เรื่องของเรื่องไม่มีรถไถนาครับ จะซื้อก็เป็นการลงทุนที่สูงเกินไป)

ช่วยแนะนำด้วยนะครับ  โกรธ


Liked By: monomusic
บันทึกการเข้า

IT641
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 39


« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 05, 2009, 07:57:33 PM »

การทำนาแบบไม่เผาฟาง                         
ฟางในนาข้าวโดยทั่วไปพื้นที่  1  ไร่  จะมีฟางประมาณ 1,200 – 1,600  กิโลกรัม
หากย่อยสลายจะกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ให้พืชนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป ปัจจุบันของเกษตรกรจะใช้สารสกัดต่างๆ ในการช่วยย่อยสลายเป็นภาระที่ต้องใช้ต้นทุนเพิ่มขึ้น   เกษตรกรต้องเตรียมสารสลายฟางด้วยตนเอง  ดังนี้                       
การเตรียมสารสลายฟาง                       
1. ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ              จำนวน  50  ลิตร                       
2. กากน้ำตาล                จำนวน  25  กิโลกรัม                       
3. วัสดุเยื่อใย (ต้นกล้วย,ต้นข้าวสด,หน่อไม้)  จำนวน    30  กิโลกรัม                       
4. น้ำสะอาด                  จำนวน  100  ลิตร
นำวัสดุทั้งหมดหมักรวมกัน ประมาณ 7 -10 วัน                       
ขั้นตอนและวิธีการสลายฟางในแปลงนา
1.      ใช้วิธีการฉีดพ่นอัตราสารสลายฟาง 5 ลิตร : น้ำสะอาด 50 ลิตร  ฉีดพ่นให้ทั่วแปลงนาพื้นที่ 1 ไร่
2.      ใช้วิธีปล่อยไปกับน้ำที่เข้านา อัตราสารสลายฟาง 25 ลิตร : กากน้ำตาล 25 กิโลกรัม : น้ำ
200 ลิตร  ใช้สารยาง ขนาด 4 หุน  ดูดเป็นกาลักน้ำปล่อยปนไปกับน้ำที่เข้านาได้ พื้นที่ 5 ไร่           
ใช้รถขลุบย่ำให้ฟางจมน้ำหรือไล่เป็ดเข้าไปเหยียบย่ำให้ฟางจมน้ำ  ทำการหมักฟางไว้ 4-7 วัน 
จึงเริ่มทำการเตรียมดิน                           
ขั้นตอนการเตรียมดิน
1.      หากใช้รถไถขนาดเล็กใช้เวลาหมักฟาง 15 วัน เพื่อการย่อยสลายฟางสมบูรณ์ก่อน
2.      การเตรียมดินโดยใช้รถจอบหมุน สามารถดำเนินการได้เลย
หากต้องรีบเตรียมแปลงให้แล้วเสร็จภายใน 7 -10 วัน ให้ใช้ปุ๋ยยูเรียหว่านในแปลง 5 – 7 กิโลกรัม /ไร่ 
ในวันสุดท้ายและขั้นตอนสุดท้ายของการเตรียมดิน (การย่ำเทือก,การลบเทือก,การชักร่องระบายน้ำ)           
เหตุผล  เพื่อเพิ่มไนโตรเจนให้กับจุลินทรีย์ในการย่อยสลายฟางได้ไวขึ้น และเป็นการเพิ่มธาตุอาหารให้พืชวัยอ่อนได้ใช้ประโยชน์อย่างรวดเร็ว                       
ขั้นตอนการเตรียมเมล็ดพันธุ์
1.      เมล็ดพันธุ์ข้าวใช้อัตรา 2 – 2.5 ถังต่อไร่
2.      แช่เมล็ดพันธุ์ข้าวไว้ 1 คืน  แล้วนำไปหว่านเรียกอีกอย่างว่าข้าวซาวน้ำ มีข้อดี คือ
-          ไม่ต้องรีบขอดน้ำออกจากแปลงนา
-          หอยไม่ทำลาย
-          เมล็ดข้าวไม่ไปรวมกันที่ใดที่หนึ่ง
-          เมล็ดพันธุ์ข้าวกระจายตัวได้ดี                       
การดูแลอารักษ์ขาพืช
1.      หลังว่านข้าว 7 – 10 วัน ฉีดยาคุม – ฆ่าหญ้า ทิ้งไว้ 2 วัน ไขน้ำเข้านาให้มิดยอดหญ้า อย่าให้
ท่วมยอดข้าว ทิ้งไว้ 5 – 7 วัน เพื่อให้หญ้าตาย
2.      หากมีหอยเชอรี่ใช้ปูนแดงปั้นเป็นก้อนหรือใช้มะกรูดผ่าซีกโยนลงบริเวณที่มีหอยเชอรี่           
การใส่ปุ๋ย
1.      ใช้น้อยแต่บ่อยครั้ง  เพื่อให้พืชได้รับธาตุอาหารอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่องไม่มีช่วงใดมากหรือ
ขาดธาตุอาหาร
2.      ใส่ปุ๋ยครั้งสุดท้ายเมื่อข้าวอายุได้ 50 – 55 วัน กรณีข้าวอายุ 120 วัน
3.      กรณีทำนาไม่เผาฟางจะใช้ปุ๋ย 40 – 50 กิโลกรัม/ไร่           
ข้อดี
1.      ลักษณะดินดีขึ้นไม่แข็งกร้าว
2.      ต้นข้าวเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอ
3.      ปุ๋ยเคมีที่ใส่ลงไปพืชนำไปใช้ได้มากขึ้น (เขียวนานขึ้น)
4.      สกัดกั้นการเจริญเติบของวัชพืช
5.      สภาพการเจริญเติบโตของข้าวดีขึ้น ศัตรูธรรมชาติมากขึ้น ศัตรูพืชน้อยลง
6.      เมล็ดข้าวที่ได้มีคุณภาพและน้ำหนักดี           
ข้อแตกต่าง
1.      ได้ปุ๋ยจากธรรมชาติ คือ ปุ๋ยอินทรีย์ ไร่ละ 1 ตัน คิดเป็นมูลค่า  2,000  บาท
2.      ลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงได้ 1 ลูก  คิดเป็นเงิน  560 – 700  บาท
บันทึกการเข้า
kungtaro
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3028


ฉันรักทุ่งนา...^^


« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2009, 01:27:36 PM »

 :)ปีนี้ปีแรกกุ้งกลับมาทำนา ก็หว่านเอาเหมือนกันค่ะ เพราะไม่ค่อยมีงบจ้างคนงาน ทำเอง คนเดียว มีแม่คอยช่วยดู เห็นแม่บอกว่าถ้าไม่อยากเผาฟางก็หลังจากเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว ให้เอาน้ำเข้าแปลงข้าวไว้ค่ะ ให้ฟางเปื่อยไปเอง แต่กุ้งก็ไม่รู้ว่ามันจะมีผลอะไรหรือเปล่า สภาพดินจะเป็นอย่างไร....ปีนี้หลังเก็บเีีกี่ยวแล้ว ว่าจะลองดูค่ะ....

เป็นกำลังใจให้นะค่ะ
บันทึกการเข้า

...อะไรที่ทำแล้วมีความสุข รีบๆนะค่ะ...อย่าไปรอ...หุหุ.
kaset0070
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 129


« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 06, 2009, 09:10:48 PM »

กะว่าจะลองปลูกข้าวเหมือนกัน แต่ว่าคงจะประมาณสัก 10 ตร.ม. เท่านั้น แฮะ ๆ แค่ลองดูเฉย ๆ

stl
บันทึกการเข้า
คนเมียง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33



« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2009, 11:18:22 AM »

ขอบคุณทุกกำลังใจนะครับ ผมจะลองนำไปทดลองทำดูก่อน
จะได้พอเพียงจริงๆ และลดโลกร้อนด้วย (ไม่เผาฟาง)
ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
คนเมียง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33



« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 09, 2009, 08:26:10 AM »

ท่านใดพอมีไอเดียใหม่ๆ บ้างครับ  ขยิบตา
บันทึกการเข้า
auuuun
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 570


« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 09, 2009, 08:59:17 AM »

ทำนาแบบไม่เผาฟางนั้น ผมพอจะนึกออกครับ แต่ไม่ไถดินนี่ิสิครับ นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก
เพราะตอนเกี่ยวข้าวจากนาที่มีคนทำอยู่ก่อนแล้วนั้น จะเหลือฟางเต็มไปหมด ยิ่งเราไม่เผาฟาง
ก็ต้องปล่อยให้ฟางเน่าเปื่อยไปตามธรรมชาติ  ถ้้าทำนาปีก็ปล่อยทิ้งไว้นานหลายเดือน

ผมลองทำนาปรัง ก็ปล่อยน้ำเข้าหมักฟางพร้อมทั้งใส่จุลินทรีย์น้ำหมัก ลงไป ทิ้งไว้ประมาณเดือนหนึ่ง
ก็ไถกลบ ทำเทือก แล้วปลูกข้าวได้ต่อทันที   แบบนี้พอนึกออกเพราะเคยทำมาแล้ว

แต่ถ้าไม่ไถดิน เขาทำกันอย่างไร ก่อนหรือหลังการหมักฟาง อันนี้นึกภาพไม่ออกครับ

เคยอ่านจากบทความของ ดร.แสวง นั้น อ.เขาทำนาปี ที่นาทิ้งไว้หลายเดือนแล้ว ผมเข้าใจว่าฟางที่มีอยู่
ย่อยสลายไปตามธรรมชาติแล้ว และที่นามีหญ้าขึ้นเต็ม อ.เขาก็ถอนด้วยมือครับ เห็นว่าถอนจนเกลี้ยง
แล้วก็หว่านข้าวโดยไม่ไถดินเลย

เคยคุยกับชาวบ้านคนหนึ่ง เขาทำนาปีครับ เขาแนะนำให้หว่านข้าวพร้อมกับถั่วเขียว โดยไม่ไถเช่นกัน
แล้วเอาฟางจากการทำนาครั้งก่อนที่เก็บไว้มาคลุมให้ทั่วแปลง  เขาว่าถั่วจะขึ้นมาก่อนข้าว แทบจะไม่เห็นต้นข้าวเลย
พอผ่านไปหนึ่งเดือน เขาก็เอาน้ำเข้านาให้สูงพอไม่ท่วมต้นข้าว แล้วเขาว่าถั่วจะเฉาตาย เหลือแต่ข้าวขึ้นงามขึ้นเรื่อยๆ
โดยวัชพืชจะถูกถั่วบังแสงไว้ คงขึ้นมาไม่ได้มากนัก และหนึ่งเดือนข้าวก็คงโตพอจะเติบโตแข่งกับวัชพืชได้แล้ว

แต่ทั้งนี้ ผมไม่เห็นสภาพแปลงนา ก่อนการหว่านข้าวของเขา ว่าเป็นอย่างไร มีหญ้ามากมั้ย .......
บันทึกการเข้า
คนเมียง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 33



« ตอบ #7 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2009, 01:28:36 PM »

ผมเคยอ่านเจอเรื่องการทำนาโดยไม่ต้องไถ อีกแบบหนึ่งครับ คือการทำนาเป็ด แต่รายละเอียด
และวิธีการยังดูยุ่งยากอยู่เหมือนกันครับ สำหรับคนที่ไม่มีเป็ดเป็นฝูงๆ ใครมีเป็ดมากๆ ก็ลองทำดูได้ครับ
บันทึกการเข้า
ริมนา
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 82


« ตอบ #8 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2009, 01:58:31 PM »

เราทำแบบไม่เผาฟาง  ไถกลบตอซังเอาน้ำเข้านาหมักฟาง ใส่ขี้วัว
รุ่นแรกปลูกหอมปทุม 
ในรูปต้นข้าวหอมมะลิแดง เป็นผลผลิตรุ่นที่ 2 ของริมนา
รอบที่ 3 กำลังเพาะกล้าข้าวหอมนิล   

ที่ริมนาไม่ใช้สารเคมี  ไม่ฉีดยาฆ่าหญ้า  ใช้สารสะเดาหมักเอง  รอดจากเพลี้ยกระโดดค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 15, 2009, 02:03:07 PM โดย ริมนา » บันทึกการเข้า
Bart_นักท่องเนตบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 496


« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2009, 07:28:27 PM »

ถ้ามีน้ำเยอะ ผมคิดว่าสามารถทำได้นะครับ การทำนาโดยไม่ไถ

ปล่อยน้ำเข้าไปในแปลงให้น้ำท่วมวัชพืชตาย แช่ไว้อย่างนั้นเลยครับ

ให้น้ำท่วมวัชพืชตลอดเวลา แล้วปล่อยปลากินพืช พวกปลานิล ปลาไน

ที่นาแค่ สอง งาน แนะนำวิธีปักดำน่าจะดีกว่าครับ

แต่ถ้าคิดว่าจะทำนาหว่านให้ได้ ก็ปล่อยน้ำออกจากพื้นที่ให้หมด

ย้ำครับ ต้องไม่มีน้ำขังในพื้นที่

แล้ว หว่าน ให้ต้นข้าวขึ้น... ปล่อยน้ำเข้าแปลงหลังจากที่ต้นข้าวงอกได้ประมาณ คืบหนึ่ง

บันทึกการเข้า
kaset0070
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 129


« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 04, 2010, 10:16:36 AM »

สวัสดีปีใหม่ครับ ขอให้ทุกท่านอย่าได้เจ็บไข้ได้ป่วย สุขภาพแข็งแรงทั้งทางกายและทางใจครับ

stl
บันทึกการเข้า
Zear07
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


« ตอบ #11 เมื่อ: มกราคม 05, 2010, 08:41:08 PM »

จากที่เคยทำนานะครับ
1ใช้วิธีกระจายฟางให้สมำ่เสมอ
2ใช้รถย่ำให้ตอข้าวเดิมหัก
3สูบน้ำเขานา หว่านข้าวเม็ด ทิ้งไว้ หนึ่งคืนปล่อยนำ้ออก
เหตุผลที่ให้ย่ำตอขาวเดิมให้หักให้หมดเพราะว่าถ้าไม่ย่ำ ข้าวเดิมจะแตกยอดใหม่ ออกก่อนข้าวที่หว่านไปใหม่สุกก่อนร่วงก่อน
เมื่อย่ำแล้วข้าวเดิมก็จะแตกกอจากต้นเดิมที่เกี่ยวไปแล้ว การเจริญเติบโตใกล้เคียงกับข้าวที่หว่านไปใหม่(ข้าวที่หว่านไปใหม่ต้องเป็นพันเดียวกันนะครับ)
บันทึกการเข้า
auuuun
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 570


« ตอบ #12 เมื่อ: มกราคม 06, 2010, 08:33:20 AM »

วิธีการของคุณ Zear07 น่าสนใจดีครับ
แต่ยังสงสัยอยู่นิดหน่อย ตรงการหว่านเม็ดข้าวในขั้นตอนสุดท้าย
คือ เมล็ดข้าวจะไม่ไปค้างอยู่บนฟางข้าวหรือครับ
หรือว่าเมล็ดข้าวจะหล่นลงไปในพื้นดินได้แน่นอน
แล้วเราต้องระวังเรื่อง นก หนู มาแอบกินเมล็ดข้าวของเราอย่างไรบ้างมั้ยครับ
หรือว่า แบ่งๆกันกิน

ผมเคยลองทำคล้ายๆ กันกับของคุณ Zear07 เช่นกัน แต่สลับขั้นตอนเล็กน้อย

- หว่านเมล็ดข้าวในนาที่เตรียมเกี่ยว
- เกี่ยวแล้วกระจายฟาง
- เอาน้ำเข้านา 1 วัน แล้วเอาน้ำออก
- รอเก็บเกี่ยวผลผลิต

ดูเพิ่มเติมที่ http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=8511.0
บันทึกการเข้า
Zear07
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


« ตอบ #13 เมื่อ: มกราคม 06, 2010, 08:26:29 PM »

ลองดูครับเพื่อชาวนาไทย และการทำนาที่ไม่ต้องเผาฟางข้าวเสียดายฟางข้าวนะครับ
ช่วยกันคิดช่วยกันทำครับ เป็นกำลังใจให้ครับ
บันทึกการเข้า
tavid
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2272



« ตอบ #14 เมื่อ: มกราคม 07, 2010, 08:59:57 AM »

ไปดูของ ดร.แสวง สิครับผมคิดว่าทำได้แน่นอนอยากจะลองดูอยู่เหมือนกัน
http://gotoknow.org/blog/sawaengkku/145607
บันทึกการเข้า

เยี่ยมร้านตาวิด  http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=48283.0
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: