หน้า: 1 [2] 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เกษตรพอเพียงในทรรศนะของข้าพเจ้า  (อ่าน 14928 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #16 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 24, 2011, 10:10:18 PM »

ขออนุญาติเพิ่มเติมความเห็นส่วนตัว


  พอเพียง เป็นคำที่มีความหมายลึกซึ้ง(เดินทางสายกลาง)  ซึ่งก็หมายความว่า การดำรงชีพแบบพึ่งตนเอง ลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอกที่แปรผัน(เราควบคุมไม่ได้)   พอเพียง หรือความพอดี ไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จตายตัว แล้วแต่จะเหมะกับตัวบุคคลนั้น  ก็ควรจะต้องอยู่บนพื้นฐานแนวคิดของความเป็นไปได้ และความพอดี เหมาะสมกับสภาพปัจจัยส่วนตัวบุคลนั้น
    ปัจจัย4 เป็นสิ่งที่มนุษย์จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ทุกเผ่าพันธุ์  ประกอบด้วย  บ้าน ผ้า ยา อาหาร  นั่น หมายความว่า เบื้องต้นแล้วการทำเกษตรพอเพียงจะต้องสามารถตอบโจทย์เรื่องปัจจัย4 (บางคนรวยล้นฟ้า ก็ยังบอกว่าไม่พอ)
        พอเพียง ต้องเริ่มจากปัจจุบัน ตั้งเป้าหมายไว้แค่เอื้อมมือถึงก่อน ฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง ตั้งเป้าไว้ใกล้ๆ ไปถึงแล้วค่อยฝันต่อ ทำน้อยๆแต่ให้ดี พอดูแลได้ทั่วถึง เท่ากำลังทุนและแรงงานที่มี ไม่สร้างหนี้ ความเชื่อทางวัตถุนิยม ไ่ม่ว่าเศรษฐี หรือ ยาจก ก็มีความต้องการทางด้านวัตถุอยากได้-อยากมี พอๆกัน แล้วใครเอ่ย เป็นทุกข์มากกว่ากัน  อยากได้อยากมี มากๆ เข้าใจแ่ก่นชีวิตผิดๆ ถึงจะต้องทำอะไรผิดๆก็ยอม 

  เกษตรกร ทำตัวเป็นห่วงโซ่อาหารชั้นล่างสุด ซึ่งผู้กำหนดกลไกตลาดและราคา พ่อค้าและนักการเมือง เกษตรกรไม่สามารถควบคุมได้้ด้วยตัวเกษตรกร  แล้วทำไมต้องเอาอนาคตไปเสี่ยงกับสิ่งเหล่านี้ ทำอย่างไร โรงงานผลิตอาหารเล็กๆ ของเราจะดำเนินไปได้ ไม่ว่าสภาวะโลกจะแปรผันไปเช่นไร
เงินจำเป็นมาก ในการดำรงชีวิต แต่..คนเราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อเงิน   
ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง คือคำตอบ   ทุกอย่าง ด้วยสมอง และสองมือของเราเอง
      หลักพอเพีบงนี้  ก็คือ ทางสายกลาง ที่ถูกถ่ายทอดมานับพันปีแล้ว แนวทางการตัดกิเลส ความอยากได้ อยากมีเกินตัวก็มีแนะไว้
คงไม่ต้องถึงขั้นบวชเป็นพระ มนุษย์ธรรมดาก็สามารถเข้าใจได้  พุทธองค์ท่านตรัสรู้ได้ด้วยเข้าใจหลักธรรมชาติ แล้วเกษตรเมืองพุทธอย่างเราจะทำไม่ได้เชียวหรือ??


     เมื่อปัจจัย 4 เพรียกพร้อม สิ่งที่เรามีอีกอย่างคือ คุณภาพชีวิตที่ดี มีอากาศดีๆให้ได้หายใจ ทำให้สุขภาพจิตดี พร้อมเรียนรู้และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มีสุขภาพที่แข็งแรงจากการกินผักปลอดสารพิษ ค่ำมามีเวลาสอนการบ้านลูกหรือ มีเวลากินข้าวด้วยกัน  มีเวลาพูดคุยใส่ใจพัฒนาการและความเป็นไปของเขาในวัยหนุ่มสาว ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ดีๆ สอนสิ่งดีเป็นเกราะป้องและแนวทางดำเนินชีวิตให้กับลูก
    นี่คือ  จุดเริ่มต้นของสังคมที่น่าอยู่ สิ่งเล็กๆนี้ มันต้องเปลี่ยนมาจากข้างในแล้วถ่ายทอดออกมาเป็นการปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม   เริ่มที่ตัวเราก่อน มันจะสะท้อนผลนั้นสู่ครอบครัวและสังคมรอบข้างได้   เรียกได้ว่า เรากำลังเปลี่ยนแปรงชีวิตเราเอง เปลี่ยนสังคม เปลี่ยนประเทศ รวมถึงโลกอนาคต





อยากจะเขียนเพิ่มความเห็นส่วนตัว และถ่ายทอดให้ได้มากกว่านี้ แต่ไม่ถนัดพิมพิ์
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 01, 2012, 06:24:31 AM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965

dapat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 302



« ตอบ #17 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2011, 02:20:01 PM »

ขออนุญาตขยายความในเรื่องปัจจัยที่ 5, 6 และ ปัจจัยเพิ่มอื่นๆ  เนื่องจากเกรงว่าท่านผู้อ่านบางท่าน จะเข้าใจว่า เกษตรพอเพียงนั้นปฏิเสธปัจจัยอื่นๆ

เพียงแต่ต้องการชี้ให้เห็นว่า ปัจจัย 4 นั้น เพียงพอในการดำรงชีวิตของมนุษย์อย่างปกติสุข แม้ในภาวะยากแค้นแสนเข็ญ หรือเข้าสู่กุลียุค ดังเช่นภาวะสงคราม ภัยพิบัติ หรือโรคระบาด
 
จากตรงนี้ไป จะใช้ภาษาในการเขียนแบบละเอียดขึ้น เพื่อป้องกันการตีความผิด อันเนื่องมาจากการใช้ภาษาในการเขียนในแบบที่สั้นเกินไป

เมื่อถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่า ปัจจัยอื่นๆนั้น จะจำเป็นหรือไม่ ก็จะขึ้นอยู่กับทัศนคติของแต่ละบุคคล แต่โดยมากทัศนคติของบุคคลในสังคมเดียวกันก็ย่อมจะเป็นไปในทางเดียวกัน

ยกตัวอย่าง กรณี เรื่องการศึกษาในระบบการศึกษาปกติ (ไม่ใช่อันเดียวกันกับความรู้) แน่นอนว่าการศึกษามีความสำคัญอย่างยิ่งในสังคมปัจจุบัน 

วัตถุประสงค์หลักของการศึกษานั้น เพื่อพัฒนาคนให้มีความรู้ความสามารถ ซึ่งจะนำไปใช้ประโยชน์แก่ตนเอง > ชุมชน > สังคม > ประเทศชาติ >  และโลก ตามลำดับ

แต่ในปัจจุบันมีความเข้าใจเจตนาของการศึกษาแตกต่างออกไป

ด้วยข้อจำกัดหลายประการ อันเนื่องมาจากโครงสร้างของระบบทุนนิยม

ทำให้การศึกษาต้องเข้าสู่ระบบการแข่งขัน มีผู้ได้โอกาส และมีผู้ด้อยโอกาส 
และอันเนื่องมาจากการดิ้นรนนี้เอง ทำให้ผู้ได้โอกาสต้องฉกฉวยและเกี่ยวประโยชน์อย่างเต็มที่

มาถึงตรงนี้จะเห็นว่า 

ระบบ เป็นตัวกำหนดนำพาให้ทุกอย่างดำเนินไป แต่อย่างไรก็ตาม ข้าพเจ้ามิได้โทษระบบเสียทีเดียว

หากเราพิจรณาอย่างถ่องแท้(ด้วยสติ) จนเข้าใจระบบแล้วไซร้ เราก็จะมองออกว่า “มันเป็นเช่นนั้นแล”
จากนั้นปัญญาก็จะเกิดมาในขณะใกล้กัน  ปัญญานี้เองเครื่องมือในการนำพาในการแก้ปัญหาต่างๆ 

และปัญญา นี้ก็ไม่จำเป็นต้องหาจาก มหาวิทยาลัย หรือระบบการศึกษาระดับสูงๆ ใดๆทั้งสิ้น


ทุกอย่างเหมือนกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก เหมือนกับว่าเราไม่สามารถต้านทานกระแสน้ำนี้ได้
 
ถ้าเรามองจากสายตานกบิน มองลงไปยังสายน้ำ ก็จะเห็นผู้คนมากมายดิ้นรนเอาตัวรอดอยู่ท่ามกลางสายน้ำที่บ้าคลั่ง
บ้างก็กำลังตะเกียกตะกายขึ้นฝั่ง บ้างก็เกาะขอนไม้ไว้ บางก็ฉุดผู้อื่นลงแล้วดึงตัวเองขึ้น

ผู้ที่ไม่มีประสบการณ์สายน้ำ ก็ย่อมถูกกลืนหายไป  ผู้ที่เข้าใจวิถีแห่งสายน้ำ ย่อมไม่ดิ้นรนจนเกินกำลังให้อ่อนแรง และไม่ฉุดดึงใคร เพียงแต่ประคองตัวลอยเองให้ลอยไปตามสายน้ำ มองหาและรอคอยจุดที่กระแสน้ำไม่เชี่ยวกราก แล้วจึงออกแรงว่ายเข้าหาฝั่ง ในจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม ซึ่งก็ต้องไม่ช้าจนเกินไปเช่นกัน

เราไม่อาจหลีกหนีกระแสของสังคมไปได้ แต่สามารถอยู่อย่างมีความสุข และเป็นอิสระจากกระแสได้
เหมือนพระท่านว่าไว้ “อยู่กับเขี้ยวของโลก โดยไม่โดนเขี้ยวนั้นขย้ำ” เหมือนลิ้นที่อยู่ในปาก ย่อมไม่โดนฟันกัดลิ้นฉันนั้น (แต่ข้าพเจ้าก็โดนบ้าง บางที.....ฮา)
[/b
บันทึกการเข้า

เกษตรกรตัวสำรอง
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #18 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2011, 12:29:49 AM »

อ้างถึง
และปัญญา นี้ก็ไม่จำเป็นต้องหาจาก มหาวิทยาลัย หรือระบบการศึกษาระดับสูงๆ ใดๆทั้งสิ้น


ทุกอย่างเหมือนกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก เหมือนกับว่าเราไม่สามารถต้านทานกระแสน้ำนี้ได้
 
ถ้าเรามองจากสายตานกบิน มองลงไปยังสายน้ำ ก็จะเห็นผู้คนมากมายดิ้นรนเอาตัวรอดอยู่ท่ามกลางสายน้ำที่บ้าคลั่ง
บ้างก็กำลังตะเกียกตะกายขึ้นฝั่ง บ้างก็เกาะขอนไม้ไว้ บางก็ฉุดผู้อื่นลงแล้วดึงตัวเองขึ้น

ผู้ ที่ไม่มีประสบการณ์สายน้ำ ก็ย่อมถูกกลืนหายไป  ผู้ที่เข้าใจวิถีแห่งสายน้ำ ย่อมไม่ดิ้นรนจนเกินกำลังให้อ่อนแรง และไม่ฉุดดึงใคร เพียงแต่ประคองตัวลอยเองให้ลอยไปตามสายน้ำ มองหาและรอคอยจุดที่กระแสน้ำไม่เชี่ยวกราก แล้วจึงออกแรงว่ายเข้าหาฝั่ง ในจังหวะและโอกาสที่เหมาะสม ซึ่งก็ต้องไม่ช้าจนเกินไปเช่นกัน

เราไม่อาจหลีกหนีกระแสของสังคมไปได้ แต่สามารถอยู่อย่างมีความสุข และเป็นอิสระจากกระแสได้
เหมือน พระท่านว่าไว้ “อยู่กับเขี้ยวของโลก โดยไม่โดนเขี้ยวนั้นขย้ำ” เหมือนลิ้นที่อยู่ในปาก ย่อมไม่โดนฟันกัดลิ้นฉันนั้น (แต่ข้าพเจ้าก็โดนบ้าง บางที..... ยิงฟันยิ้ม)
เป็นข้อความ ที่ดีมากครับ ขอบคุณครับ


Liked By: Papa63
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 28, 2012, 05:07:10 AM โดย สุนนท์กุล » บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
cat007
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1479


« ตอบ #19 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2011, 02:35:47 AM »

คมจริงๆครับ  นับถือ  + 1 ให้เลยครับ


Liked By: Papa63
บันทึกการเข้า
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #20 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2012, 05:08:42 AM »

ขออนุญาติเพิ่มเติมความเห็นส่วนตัว


  พอเพียง เป็นคำที่มีความหมายลึกซึ้ง(เดินทางสายกลาง)  ซึ่งก็หมายความว่า การดำรงชีพแบบพึ่งตนเอง ลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอกที่แปรผัน(เราควบคุมไม่ได้)
    พอเพียง หรือความพอดี ไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จตายตัว แล้วแต่จะเหมะกับตัวบุคคลนั้น  ก็ควรจะต้องอยู่บนพื้นฐานแนวคิดของความเป็นไปได้ และความพอดี เหมาะสมกับสภาพปัจจัยส่วนตัวบุคลนั้น
    ปัจจัย4 เป็นสิ่งที่มนุษย์จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ทุกเผ่าพันธุ์  ประกอบด้วย  บ้าน ผ้า ยา อาหาร  นั่น หมายความว่า เบื้องต้นแล้วการทำเกษตรพอเพียงจะต้องสามารถตอบโจทย์เรื่องปัจจัย4 (บางคนรวยล้นฟ้า ก็ยังบอกว่าไม่พอ)
        พอเพียง ต้องเริ่มจากปัจจุบัน ตั้งเป้าหมายไว้แค่เอื้อมมือถึงก่อน ฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง ตั้งเป้าไว้ใกล้ๆ ไปถึงแล้วค่อยฝันต่อ ทำน้อยๆแต่ให้ดี พอดูแลได้ทั่วถึง เท่ากำลังทุนและแรงงานที่มี ไม่สร้างหนี้
  ความเชื่อทางวัตถุนิยม ไ่ม่ว่าเศรษฐี หรือ ยาจก ก็มีความต้องการทางด้านวัตถุอยากได้-อยากมี พอๆกัน แล้วใครเอ่ย เป็นทุกข์มากกว่ากัน  อยากได้อยากมี มากๆ เข้าใจแ่ก่นชีวิตผิดๆ ถึงจะต้องทำอะไรผิดๆก็ยอม 

  เกษตรกร ทำตัวเป็นห่วงโซ่อาหารชั้นล่างสุด ซึ่งผู้กำหนดกลไกตลาดและราคา พ่อค้าและนักการเมือง เกษตรกรไม่สามารถควบคุมได้้ด้วยตัวเกษตรกร  แล้วทำไมต้องเอาอนาคตไปเสี่ยงกับสิ่งเหล่านี้
     ทำอย่างไร โรงงานผลิตอาหารเล็กๆ ของเราจะดำเนินไปได้ ไม่ว่าสภาวะโลกจะแปรผันไปเช่นไร
ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง คือคำตอบ   ทุกอย่าง ด้วยสมอง และสองมือของเราเอง

เงินจำเป็นมาก ในการดำรงชีวิต แต่..คนเราไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อเงิน   

ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง คือคำตอบ   ทุกอย่าง ด้วยสมอง และสองมือของเราเอง
      หลักพอเพีบงนี้  ก็คือ ทางสายกลาง ที่ถูกถ่ายทอดมานับพันปีแล้ว แนวทางการตัดกิเลส ความอยากได้ อยากมีเกินตัวก็มีแนะไว้
คงไม่ต้องถึงขั้นบวชเป็นพระ มนุษย์ธรรมดาก็สามารถเข้าใจได้  พุทธองค์ท่านตรัสรู้ได้ด้วยเข้าใจหลักธรรมชาติ แล้วเกษตรเมืองพุทธอย่างเราจะทำไม่ได้เชียวหรือ??


     เมื่อปัจจัย 4 เพรียกพร้อม สิ่งที่เรามีอีกอย่างคือ คุณภาพชีวิตที่ดี มีอากาศดีๆให้ได้หายใจ ทำให้สุขภาพจิตดี พร้อมเรียนรู้และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ มีสุขภาพที่แข็งแรงจากการกินผักปลอดสารพิษ ค่ำมามีเวลาสอนการบ้านลูกหรือ มีเวลากินข้าวด้วยกัน  มีเวลาพูดคุยใส่ใจพัฒนาการและความเป็นไปของเขาในวัยหนุ่มสาว ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ดีๆ สอนสิ่งดีเป็นเกราะป้องและแนวทางดำเนินชีวิตให้กับลูก
    นี่คือ  จุดเริ่มต้นของสังคมที่น่าอยู่ สิ่งเล็กๆนี้ มันต้องเปลี่ยนมาจากข้างในแล้วถ่ายทอดออกมาเป็นการปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม   เริ่มที่ตัวเราก่อน มันจะสะท้อนผลนั้นสู่ครอบครัวและสังคมรอบข้างได้   เรียกได้ว่า เรากำลังเปลี่ยนแปรงชีวิตเราเอง เปลี่ยนสังคม เปลี่ยนประเทศ รวมถึงโลกอนาคต





อยากจะเขียนเพิ่มความเห็นส่วนตัว และถ่ายทอดให้ได้มากกว่านี้ แต่ไม่ถนัดพิมพิ์

นานมากแล้ว ที่ไม่ได้กลับมาอ่าน
บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
ดวงพร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4714


คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทำชีวิตให้ดีได้


« ตอบ #21 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2012, 09:48:51 AM »

ท่านเห็นด้วยหรือไม่ว่า .... การทำเกษตรพอเพียง จะต้อง 
ตัดตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ออกไปให้มากที่สุด เช่น
อย่าได้แคร์นโยบายรัฐ  เพราะเขามาเล่นการเมือง เขาไม่ได้มาช่วยท่าน
อย่าตามกระแสโครงการรัฐ เพราะเขาตั้งโครงการ ผลาญเงินเข้าหน้าตัก ยิ่งท่านตาม ก็ยิ่งเข้าทางเขา
อย่าแบมือขอรับเงินอุดหนุนใดๆ ทั้งสิ้น อยากได้ก็หาเอง
อย่าคาดหวังใดๆจากหน่วยงานท้องถิ่น เพราะมันจะทำให้ท่านท้อแท้

ทำอย่างไร โรงงานผลิตอาหารเล็กๆ ของท่านจะดำเนินไปได้ ไม่ว่าสภาวะโลกจะแปรผันไปเช่นไร
ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง คือคำตอบ

ทุกอย่าง ด้วยสมอง และสองมือของท่าน
ขอทุกท่านประสบความเจริญในหน้าที่การงาน เพียบพร้อมด้วยสติปัญญาในการแก้ไขปัญหา

-----------------------------------------------------



ขอบคุณท่านสมาชิกที่ ไปเอามาให้อ่านอีกครั้ง ค่ะ....ท่อนนี้ที่โดนใจเหลือเกิน....จขกท....ช่างสุดยอดค่ะให้เครดิตเต็มๆ อายจัง อายจัง อายจัง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 28, 2012, 09:52:10 AM โดย ดวงพร » บันทึกการเข้า
กัญจน์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10804


« ตอบ #22 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2012, 10:10:33 AM »

ท่านเห็นด้วยหรือไม่ว่า .... การทำเกษตรพอเพียง จะต้อง 
ตัดตัวแปรที่ควบคุมไม่ได้ออกไปให้มากที่สุด เช่น
อย่าได้แคร์นโยบายรัฐ  เพราะเขามาเล่นการเมือง เขาไม่ได้มาช่วยท่าน
อย่าตามกระแสโครงการรัฐ เพราะเขาตั้งโครงการ ผลาญเงินเข้าหน้าตัก ยิ่งท่านตาม ก็ยิ่งเข้าทางเขา
อย่าแบมือขอรับเงินอุดหนุนใดๆ ทั้งสิ้น อยากได้ก็หาเอง
อย่าคาดหวังใดๆจากหน่วยงานท้องถิ่น เพราะมันจะทำให้ท่านท้อแท้

ทำอย่างไร โรงงานผลิตอาหารเล็กๆ ของท่านจะดำเนินไปได้ ไม่ว่าสภาวะโลกจะแปรผันไปเช่นไร
ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง คือคำตอบ

ทุกอย่าง ด้วยสมอง และสองมือของท่าน
ขอทุกท่านประสบความเจริญในหน้าที่การงาน เพียบพร้อมด้วยสติปัญญาในการแก้ไขปัญหา


ผมพลาดไปได้อย่างไรกับบทความนี้สุดยอดตรงใจจริงๆครับเจ้าของกระทู้
บันทึกการเข้า
PHULUANGFF
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 446


« ตอบ #23 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2012, 10:23:27 AM »

"โรงงานผลิตอาหารเล็กๆ"

ถ้อยความนี้โดนใจอย่างแรง ตรงกับปณิธานที่ผมตั้งใจไว้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 28, 2012, 10:25:31 AM โดย PHULUANGFF » บันทึกการเข้า
tonvand
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21


« ตอบ #24 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2012, 10:48:42 AM »

ที่เรียบเรียงคำพูดมาก็พอฟังได้อยู่อ่านแล้วก็ดูดีตาม จังหวะภาษาที่งดงาม แต่ไม่ได้เกิดประโยชน์สักเท่าไร
พอเพียง ไม่มีหรอกครับมันเป็น นามธรรม พอดีก็ไม่มี 1.00000 มี่ไหมอะ 100.00 กิโลมีไหมอะ ไม่ต้องหาอะไรมาอธิบายหรอก
เพราะมันไม่มีสิ่งที่เป็น รูปธรรม ที่เขียนออกมาเป็นเพียงภาษาให้ดูสระสวย ด้วยความเคารพ ทุกอย่างคือไม่มี อย่าพยายามทำให้มีครับ
 ยิ้มเท่ห์


Liked By: somyos
บันทึกการเข้า
spyman
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 225


« ตอบ #25 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2012, 11:29:01 AM »

ตอนนี้ผมก็ทำอาชีพเกี่ยวกับปัจจัยที่ 5 แต่ ก็ทำปัจจัย 4 ควบคู่ไปด้วย
มาว่าถึงความสำคัญของปัจจัย 5-6-7 กันก่อนนะครับ ถ้าไม่มีพวกนี้จะเกิดอะไรขึ้น ยกตัวอย่าง 2 อัน

คอมพิวเตอร์ และมือถือ
แฟนผมมักจะโต้แย้งผม เสมอๆว่า เกษตรกรตัวจริงไม่มีคนไหนมานั่งหน้าคอมพิมพ์ยาวเหยียดหรือมีเวลามานั่งอ่านทุกกระทู้หรอก
และผมก็จะแย้งกลับไปว่า  แบบนี้แหละมันเลยทำแบบเก่าๆไม่ยอมศึกษาวิธีใหม่ และสวนไหนที่ผลผลิตดีๆ เขามักพร้อมที่จะ
รับเทคโนโลยีใหม่ๆด้วย ผมก็ตอบไปแบบนี้แต่ก็ รู้ว่า ลึกๆแล้ว น้อยคนนักที่จะมานั่งหน้าคอม

ตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่าทุกคนมีมือถือ ความสะดวกสะบายและประหยัดก็มากขึ้น การนัดหมายการค้าขายก็ ง่ายขึ้น อื่นๆ
ถ้าไม่มีมือถือผมว่ายุ่งแน่ๆ ท่านลองดูสิครับ ปิดมือถือ 2 วัน ก็พอแล้ว รับรองว่าสะดุดไปหลายอย่างแน่นอน

นี่ก็เป็นเพราะเราไปเอาปัจจัยเหล่านี้มาเป็นปัจจัยหลักไปเสียแล้วนั่นเอง

ปัจจัย 4 ก็เหมือนธาตุหลัก NPK ปัจจัย 5-6-7 ก็อาจเหมือน ธาตุรอง พืชต้องการธาตุหลักและรอง คนเราก็คงเหมือนๆกัน(อาจจะ)

เราเป็นเหมือนปลาเล็กๆในแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลแรง การเรียนรู้ที่จะเอาชีวิตรอดเป็นสิ่งที่จำเป็นมากกว่าการไปคิดเปลี่ยนแปลงแม่น้ำให้หยุดนิ่ง

คำว่า พอเพียง ผมมองว่ามันลึกซึ้งมากกว่า ความหมายจากพจณานุกรมเสียอีก
บางทีคำว่าพอเพียงที่หลายๆคนเข้าใจ อาจจะไม่ใช่ทางสายกลางสำหรับคนที่ไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงก็เป็นได้

ธรรมชาติมักจะจัดสรรให้ผู้ที่เหมาะสมอยู่ต่อไปเสมอ

อาจจะไม่ตรงเรื่องเกษตรเท่าไหร่นะครับ




บันทึกการเข้า
Aomsin & Earth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2146


« ตอบ #26 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2012, 11:49:29 AM »

 ฮืม ฮืม ฮืม


Liked By: somyos
บันทึกการเข้า
ดวงพร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4714


คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทำชีวิตให้ดีได้


« ตอบ #27 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2012, 12:14:16 PM »

ตอนนี้ผมก็ทำอาชีพเกี่ยวกับปัจจัยที่ 5 แต่ ก็ทำปัจจัย 4 ควบคู่ไปด้วย
มาว่าถึงความสำคัญของปัจจัย 5-6-7 กันก่อนนะครับ ถ้าไม่มีพวกนี้จะเกิดอะไรขึ้น ยกตัวอย่าง 2 อัน

คอมพิวเตอร์ และมือถือ
แฟนผมมักจะโต้แย้งผม เสมอๆว่า เกษตรกรตัวจริงไม่มีคนไหนมานั่งหน้าคอมพิมพ์ยาวเหยียดหรือมีเวลามานั่งอ่านทุกกระทู้หรอก
และผมก็จะแย้งกลับไปว่า  แบบนี้แหละมันเลยทำแบบเก่าๆไม่ยอมศึกษาวิธีใหม่ และสวนไหนที่ผลผลิตดีๆ เขามักพร้อมที่จะ
รับเทคโนโลยีใหม่ๆด้วย ผมก็ตอบไปแบบนี้แต่ก็ รู้ว่า ลึกๆแล้ว น้อยคนนักที่จะมานั่งหน้าคอม

ตอนนี้แทบจะเรียกได้ว่าทุกคนมีมือถือ ความสะดวกสะบายและประหยัดก็มากขึ้น การนัดหมายการค้าขายก็ ง่ายขึ้น อื่นๆ
ถ้าไม่มีมือถือผมว่ายุ่งแน่ๆ ท่านลองดูสิครับ ปิดมือถือ 2 วัน ก็พอแล้ว รับรองว่าสะดุดไปหลายอย่างแน่นอน

นี่ก็เป็นเพราะเราไปเอาปัจจัยเหล่านี้มาเป็นปัจจัยหลักไปเสียแล้วนั่นเอง

ปัจจัย 4 ก็เหมือนธาตุหลัก NPK ปัจจัย 5-6-7 ก็อาจเหมือน ธาตุรอง พืชต้องการธาตุหลักและรอง คนเราก็คงเหมือนๆกัน(อาจจะ)

เราเป็นเหมือนปลาเล็กๆในแม่น้ำสายใหญ่ที่ไหลแรง การเรียนรู้ที่จะเอาชีวิตรอดเป็นสิ่งที่จำเป็นมากกว่าการไปคิดเปลี่ยนแปลงแม่น้ำให้หยุดนิ่ง

คำว่า พอเพียง ผมมองว่ามันลึกซึ้งมากกว่า ความหมายจากพจณานุกรมเสียอีก
บางทีคำว่าพอเพียงที่หลายๆคนเข้าใจ อาจจะไม่ใช่ทางสายกลางสำหรับคนที่ไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงก็เป็นได้

ธรรมชาติมักจะจัดสรรให้ผู้ที่เหมาะสมอยู่ต่อไปเสมอ

อาจจะไม่ตรงเรื่องเกษตรเท่าไหร่นะครับ







ในความคิดพี่ดวงพร...เทคโนโลยี ที่มีตอนนี้มีความจำเป็นค่ะ..และคิดว่าไปกันได้กับเกษตร....ทำไมล่ะในเมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไปการติดต่อสื่อสารทันสมัย...ยังจะมาไม่มีโทรศัพท์ไว้ติดต่อมันดูกระไรอยู่นะ...เมื่อสิ่งนี้มีคนคิดให้ มนุษยชาติได้ใช้แล้วยังจะไม่เปิดรับก็กระไรนะคะ..เพียงแต่เทคโนโลยีเหล่านี้เราใช้เท่าที่จำเป็นใช้ให้เกิดประโยชน์

ยกตัวอย่างในเวป กพพ...เรามี บอร์ดขาย..ที่มีสินค้าเกี่ยวกับเกษตรมากมาย..ก็ทำให้เกิดรายได้ขึ้นกับสมาชิกที่มีสินค้าขายแล้วถ้าไม่มี อินเตอร์เนต....ไผ่ จาก จ.แพร่...คนทางภาคอิสาน ภาคกลาง ภาคใต้...จะได้ซื้อใหม.แค่อยู่ที่บ้านเราก็สามารถสั่งซื้อได้.มันมีประโยชน์สำหรับเกษตรกรค่ะเทคโนโลยี นี่..เพียงแต่ใช้ให้เกิดประโยชน์....แล้วที่พวกเรามาแสดงความเห็นกันนี่ก็เพราะเทคโนโลยี

คำว่า..พอเพียง...ร้อยคนร้อยความคิด..ตัดสินใครไม่ได้ค่ะ..พอเพียงของใครของมันเป็นคนๆไป.. ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
Magnum (rew)
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4895



« ตอบ #28 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2012, 12:36:40 PM »

วันก่อนคุยกับใครสักคนทางโทรศัพท์(ลืมแล้ว ขออภัย) ว่าจะตั้งกระทู้
"คำว่าพอเพียงในทรรศนะของท่าน"
แต่ยังหาจุดเริ่มต้น เหลี่ยมหามุมลงไม่เจอ
ขอบคุณครับ สำหรับกระทู้นี้ เจ้าของกระทู้และเพื่อนๆให้แนวคิดที่ดีมากๆ


เดี๋ยว ขอตั้งหลักสักพัก จะหาเหลี่ยมหามุมของตัวผมลงมั่ง
ตอนนี้ติดไว้ก่อน


Liked By: konthain(นพ), Kaew
บันทึกการเข้า


สิ่งที่น่าสังเวชของมนุษย์
หาใช่ความเสื่อมถอยของสังขารไม่
แต่คือความเสื่อมถอยทางจิตวิญญาณ
Ole KKN
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 68


« ตอบ #29 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2012, 12:43:51 PM »

อ่านคอมเมนท์มาเรื่อยๆ ก็ดีอยู่แต่พอมาเจอขาป่วนคนเดิม...... โกรธ โกรธ โกรธ
ขอบคุณ จขกท. ครับ  อายจัง อายจัง อายจัง


Liked By: Kaew
บันทึกการเข้า
สุนนท์กุล
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1936


คนไท หัวใจเกษตรธรรมชาติ


« ตอบ #30 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2012, 01:12:37 PM »

ผมได้เก็บรวบรวมลิ้งเก่าๆ ที่น่าสนใจไว้ที่นี่ แบบนี้ 



Liked By: Kaew
บันทึกการเข้า

อเนก สุนนท์กุล ทำระบบสูบน้ำใช้ไฟฟ้าจากแดด
LineID=0849099699เน้นสอนแนะให้ดูแลระบบเองได้ 0619355245,0968363965
James
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2466


« ตอบ #31 เมื่อ: มิถุนายน 28, 2012, 01:30:03 PM »

เทคโนโลยีเราจำเป็นต้องใช้ครับ แต่เราต้องใช้ให้เป็น ไม่ตามกระแส
สิ่งไหนไม่จำเป็นก็ตัดออก อย่างโทรศัพย์มือถือของผมมีหน้าที่โทรออก
และรับเท่านั้น ฟังก์ชั่นอื่นๆไม่จำเป็น แต่อาจจำเป็นสำหรับคนอื่นก็ว่ากันไป
ทุกอย่างอยู่ที่การปรับสมดุล
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: