หน้า: 1 ... 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 [19] 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 ... 38   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประสบการณ์เกษตรอินทรีย์ พอเพียง พึ่งตน  (อ่าน 184606 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1440


« ตอบ #288 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2012, 04:19:30 PM »

  หลังเก็บเกี่ยวแล้วหากจะทำนาต่อ ถ้าพื้นดินในนาอ่อนนุ่มมากก็ไม่ต้องไถก่อนให้เหนื่อยแรง (ขี้ไถไม่พลิกหรือเรียกว่าดินพัว ไม่เกิดร่องแนวที่ไถแล้ว ควบคุมให้ตรงแนวยากมาก)ใช้วิธีขับขลุบย่ำทุบตอซังไปเลย
เที่ยวแรกย่ำหมักเทือกไว้ก่อน  โดยเว้นระยะ 4-5 วัน มาย่ำต่ออีก 2 เที่ยว ก็ใช้ปักดำได้เช่นกัน
การขับขลุบวนย่ำในแปลงนา มิใช่ว่าจะย่ำรอบแปลงนาแล้ววนกินกระชับพื้นที่ให้เล็กลงๆเป็นก้นหอย ในที่สุดจะเหลือแคบ เลี้ยวไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างนี้ จะต้องเดินย่ำซ้ำในที่ย่ำแล้วข้างหนึ่งเพื่อวนกลับมาย่ำกินพื้นที่ที่ยังเหลือ 
และจะย่ำไม่หมดตรงมุมที่หักเลี้ยว 
 
วิธีย่ำเทือกให้ละเอียดครบทุกตารางนิ้ว

  ย่ำวนรอบชายคันนาไปก่อนสัก2-3รอบ แล้วเริ่ม "จับงาน" คือขับขลุบผ่าแบ่งพื้นที่ทีละส่วน ประมาณว่าพอดีที่หักเลี้ยว(จะได้ไม่ต้องหมุนคืนพวงมาลัยกลับไปมาบ่อย)
 จุดที่จะเลี้ยวให้เลยไปที่ย่ำไว้ก่อนแล้ว เมื่อวนย่ำกินพื้นที่งานส่วนน้อยใกล้หมด(เหลืออีก2แนว) ก็ขับไปผ่าแบ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ที่เหลืออีก แล้ววนมาย่ำงานส่วนน้อยนั้นก่อน ก็จะช่วยย่ำได้ทั่วมุมหัวงานที่เลี้ยวเหลือนั้นได้
  การย่ำเทือกในเที่ยวที่ถัดมา จะ "จับงาน"ให้เป็นแนวขวางตั้งฉากกับครั้งก่อน   ยกเว้นว่าแปลงนาเล็กเกินไป
  การขับขลุบข้ามคันนาไปอีกแปลงที่อยู่ติดกันให้พยายามข้ามที่มุมคันนา จะได้ย่ำเทือกที่มุมนาในส่วนที่ขับเลี้ยวปกติแล้วเข้าไม่ถึง


(ขอภัยที่ภาพไม่ชัด...สแกนมาจากฟิล์มเก่าที่ถ่ายไว้ราวปี 2527)

  สมัยก่อนนั้น ในน้ำมีปลาในนามีข้าว อย่างแท้จริง   ก็ทำนาแบบอินทรีย์ ปุ๋ยเคมียาพิษอันตรายไม่ได้ใช้กันมากมายเหมือนในสมัยนี้
การตีเทือกเที่ยว 2-3 ติดต่อกันทันทีทำให้น้ำขุ่นข้น จนปลามีอาการเมามัว ปลาตะเพียน ปลาสร้อย ปลาหมอกาบ พวกนี้จะลอยคอว่ายกันพล่าน  ชวนให้ชาวบ้านนำสุ่มมาครอบจับกันจ้าละหวั่น
บ่อยครั้งที่ต้องหยุดขลุบกระทันหัน เพราะคนสุ่มปลากำลังควานขวางหน้าอยู่   เครื่องกำลังเดินรอบเร็วแม้จะฟรีสายพานที่หย่อนหากรอนานพาลไหม้ได้ ภายหลังจึงต้องประกาศแจ้งว่าหากขลุบกำลังแล่นไปทางใด
ถ้าใครสุ่มปลาขวางตัดหน้าอยู่จะไม่หยุดให้แล้วนะ  บังเอิญเหตุการณ์ที่ฝืนประกาศ เกิดขึ้นจนได้ ...สุ่มยับเละ  โชคดีคนโดดหลบทัน  ...มีรายเดียวเท่านั้น...
หลังตีเทือกใหม่ๆ ตอนกลางคืน ที่มีฝนตกพรำๆ กบ เขียด ร้องแข่งกันระงม  จะพบพวกมันได้ไม่ยาก เดินถือไฟฉายส่องไปตามคันนา ตาแดงๆต้องแสงไฟ หรือให้เห็นคางขาวๆเต็มไปหมด


(ไปค้นเจอภาพที่ใหม่กว่า ถ่ายราวปี 2539)


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 21, 2012, 05:09:38 PM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง

titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1440


« ตอบ #289 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2012, 01:06:39 PM »

เล่าไปเรื่อยแต่เรื่องในอดีต... 
มาถึงช่วงนี้ถ้ามีคำถามว่าเราจะใช้รถพรวนดินเดินตามที่มีขนาดตัวเล็กกว่า(โดยเปลี่ยนจากล้อยางเป็นล้อเหล็ก)ลงนา(ที่มีน้ำ,หล่ม)ทดแทนเช่นเดียวกันกับรถไถนาเดินตามได้ไหม
คำตอบคือได้บ้างบางกรณี แต่ไม่อยู่ในวิสัยที่จะทำงานได้หลากหลายตามปกติ เพราะ...รถพรวนดินเดินตามมีขนาดแรงม้าน้อยกว่า
ทำวงล้อเหล็กก็ได้เล็กกว่า สมรรถนะไม่พอลุยหล่มลึก ถึงไปไหวก็ต้องใช้เกียร์ต่ำ ซึ่งช้าเกินไม่ทันกาล

บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
nil_hyog
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 110


« ตอบ #290 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2012, 02:02:31 PM »

สวัสดีครับ คุณ titcan ผมสนใจเครื่องตัวนี้ครับ



รุ่นเครื่องตัดหญ้าเป็นรุ่นอะไรครับ
และส่วนประกอบทั้งหมดนี้ หาได้ที่ไหน
และราคารวมทั้งหมดเท่าไรครับ
ผมอยู่ขอนแก่น อยากได้ไปทำสวนครับ
ส่งทั้งชุดให้ได้ไหม๊ครับ
กรุณาแจ้งทางกระทู้ข้อความก็ได้ครับ
 
เพิ่มเติมครับ รวมเครื่องตัดหญ้าทั้งชุดด้วยครับ

สวัสดีครับคุณnil_hyog
ตอบแล้วทางข้อความส่วนตัว


Liked By: amata, Pachara5.15, chunkung
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 16, 2012, 09:03:35 PM โดย titcan » บันทึกการเข้า
enjoy9
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #291 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2012, 03:46:47 PM »

สวัสดีครับ คุณ titcan ผมจะทำนาโยนกล้า ตอนนี้ผมได้ถาดเพาะกล้า และเครื่องโรยข้าวมาแล้ว ต้องการเครื่องบดตีดินสำหรับเพาะกล้านาโยน  ขอคำแนะนำหน่อยครับ

ถ้าซื้อเขาแบบสำเร็จมีมาพร้อมเสร็จมอเตอร์ 1แรง ราคาประมาณ 15,000 บาท ใช้งานได้เลย
ถ้าสั่งเขาทำยังไม่มีต้นกำลัง ราคา  9,000 บาท ต้องมีเครื่องยนต์เล็ก 5.5 แรง มาฉุดอีก หรือเป็นมอเตอร์ขนาด 2 แรง ก็ได้
ที่ผมออกแบบทำใช้เอง โครงสร้างเหล็ก+มอเตอร์ 1.5 แรง มือสอง ประมาณ 5,000 บาท ใช้งานได้ดีทีเเดียว
คงมีโอกาสได้นำเสนอรายละเอียดในกระทู้นี้  ขอลงภาพให้ชมไปก่อนครับ




ถ้าอยู่ไม่ไกลกันเชิญมาทดลองใช้เครื่องปั่นตีดินที่บ้านได้นะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 16, 2012, 09:27:30 PM โดย titcan » บันทึกการเข้า
nti
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1294



« ตอบ #292 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2012, 08:40:25 PM »

นำเสนอเรื่องที่ 6 "ตัดแยกหวีกล้วยออกจากเครือ"

ปัญหาการตัดแยกแต่ละหวีของกล้วยออกจากเครือใหญ่ขนาด 10 หวีขึ้นไปค่อนข้างเป็นเรื่องยุ่งยากลำบากมิใช่น้อย เพราะ ต้องเรียกขานวานอีกคนมาช่วยจับ, ใช้กรรไกรตัดกิ่งก็ไม่เหมาะเพราะก้านเครือใหญ่เกิน, ใช้มีดก็เกรงจะเฉือนปาดไปโดนผลกล้วยเป็นตำหนิเสียหาย, ใช้มือออกแรงกดฉีกก็ต้องใช้แรงมาก ผลกล้วยจะช้ำ (โดยเฉพาะกล้วยที่สุกแล้ว)
ลองดูวิธีนี้ ง่ายกว่า ทำงานคนเดียวก็ยังได้  โดยใช้ใบเลื่อยตัดเหล็ก มาเป็นเครื่องมือช่วย



นำใบเลื่อยตัดเหล็กชนิดคมฟันห่าง (18 ฟันต่อนิ้ว) จะหักแล้วแต่เหลือความยาวอย่างน้อยครึ่งหนึ่งก็ได้ หาผ้ามาพันเพื่อเป็นด้ามจับพอให้ถนัดมือ โดยจะต้องให้คมฟันเลื่อยที่ล้มเฉียงอยู่เข้าหาตัวเราและปลายใบเลื่อยยาวพ้นจากที่พันผ้าประมาณ 3 นิ้ว (ถ้ามากกว่านี้ เวลาใช้งานอาจหักง่าย)



เทคนิคการใช้งาน
จับใบเลื่อยซึ่งพันผ้าด้งกล่าวด้วยมือข้างที่ถนัด มืออีกข้างจับเครือกล้วยซึ่งให้ทางด้านตีนเต่าอยู่บน 
สอดปลายใบเลื่อยเข้าตรงช่องว่างระหว่างหวีกล้วย(เริ่มที่หวีบนก่อน)  ออกแรงกดเบาๆ และดึงให้คมเลื่อยเฉือนเข้าตัดก้านเครือ
พอจะสุดปลายใบเลื่อยก็ขยับดันออกและดึงเข้าซ้ำอีกไม่กี่ครั้งก็จะขาด สามารถตัดแยกหวีกล้วยออกจากเครือได้อย่างสบายๆ




ขอบคุณ ทิดแคนมากครับ ยิ้มเท่ห์ ผมนำความรู้นี้ไปใช้ได้ผลดีมาก ทำให้ผมขายกล้วยได้ราคาดีครับ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

บ้านสวนพยุงใจ
๑๒๓ ม.๔ ต.ตลิ่งชัน อ.เมือง สพรรณบุรี ๗๒๒๓๐
T.087-3293576
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=8078.0
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1440


« ตอบ #293 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2012, 10:07:58 PM »

อันดับต่อไปขอนำท่านไปสู่ความหลากหลายในการใช้งานรถไถนาเดินตามที่มีอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ



ตัวอุปกรณ์ต่อพ่วงรถไถนาเดินตามมีหลากหลายมาก แล้วแต่ความถนัดนิยมใช้ในแต่ละท้องที่ และประดิษฐ์คิดสร้างทำขึ้นมาใหม่เพื่อใช้งาน
  ผาลหัวหมู เหมาะกับการไถบุกเบิกหรือไถดะ เพราะลงดินได้ลึกกว่า  แล้วเปลี่ยนมาใช้ผาลจานหรือผาลพวง เพื่อไถแปร  หรือจะใช้รถพรวนดินแทนก็ได้  การเตรียมดินลักษณะนี้เหมาะสำหรับการไถแห้งหลังฝนตกหรือปล่อยน้ำราดดินนาที่แห้งแข็ง โดยรอจังหวะที่ดินนุ่มชุ่มชื้นพอดีจะไถง่ายมาก เพื่อการทำนาแบบหว่านสำรวย  หรือหว่านถั่ว   อาจใช้คราดแทนการไถแปรหรือปั่นพรวน ถ้าเป็นดินทรายหรือดินร่วนปนทราย เนื่องจากก้อนดินขี้ไถจะแตกกระจายตัวได้ง่าย และความกว้างของคราดขนาด 1.5 เมตร ย่อมทำงานได้เร็วกว่า
  สีกีเดินหรือสกีตีนเป็ด ใส่ไว้เพื่อการเดินทางในที่ใกล้ๆก่อนลงนา หรือใช้งานร่วมกับกล่องปราบดิน ก็ไม่ต้องคอยประคองยกหางจับไว้ให้หนักเหนื่อย  ในภาพที่ใส่ผาลหัวหมูให้หงายขึ้นและมีสกีเดินอยู่ด้วย เพื่อว่าเราจะได้ไม่ต้องยกแบกให้บ่าบวม หนักโขทีเดียวนะ
บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1440


« ตอบ #294 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2012, 10:46:46 PM »



-คราดเหล็ก ใช้ครูดดินให้แตกกระจายหรือแหลกเละ  ถ้าได้ติดแผ่นไม้ประกบไปด้วย ดินจะไม่ลอดซี่คราด จึงทำงานคล้ายผาลลากดิน สามารถปรับดินให้เรียบเสมอได้เช่นกัน
-ถ้าไม่ต้องการเดินตามอยากนั่งสบาย ก็ผูกรั้งเอาบัลลังค์ฮ่องเต้ไปด้วย มีทั้งแบบเลื่อนลากไปหรือเป็นแบบล้อหมุน
-ปีกนก อกไก่ นี้ไว้ใช้ลากกดทำร่องระบายน้ำ
-เปลี่ยนจากล้อเหล็กใส่เป็นล้อยาง เพื่อวิ่งบนถนนทางไกล เป็นพาหนะบรรทุกขนสัมภาระได้อีก โดยต่อพ่วงกับเทเลอร์แปลงร่างเป็นคุณอีแต๋นต๊อกแต๊ก
บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1440


« ตอบ #295 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2012, 06:55:42 AM »


ภาพจากกระทู้ เทือกคืออะไร

ถึงแม้จะเป็นแบบบีบเลี้ยวพอถึงมุมหรือที่คับขัน นั่งฮ่องเต้หรือยืนบนสกีเท้าอยู่ก็มักต้องโดดลงมาช่วยผลักเลี้ยว
เคยทดลองเปลี่ยนใส่สลักผาลหัวหมูมาอยู่รูริมด้านเลี้ยวบ่อย(ช่วงที่เนื้องานเหลือแคบและแปลงนาเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านเท่า)
พบว่าเลี้ยวง่ายมากขึ้น


ภาพจากกระทู้ เทือกคืออะไร


ภาพการใช้งานคราดเหล็ก



การใข้งานตัวลากร่องระบายน้ำ "ปีกนกอกไก่"  ติดกระดานไว้ด้วยและปรับระดับให้เหมาะกับเทือก จะช่วยไล่ปราบดินที่ปูดริมร่องให้แผ่กระจายห่างออกไป  ควรทำหลังตีเทือกเที่ยวสุดท้ายแล้วปล่อยให้เทือกนอนอย่างน้อย1คืน และยังมีน้ำเหลือนองพื้นนาอยู่บ้าง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2012, 09:16:42 PM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1440


« ตอบ #296 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2012, 02:41:02 PM »

ลูกทุบหรือลูกขลุบตีเทือกนั้นมีใช้กันหลายแบบ
   ภาพ1 ลูกขลุบแบบนั่งขับ  ลักษณะวงล้อเหล็กทรงกระบอก ยาว 120 -150 ซม. มีซี่แท่งเหล็กกลมยาวเท่ากันจำนวน 13-16 ซี่ ติดสกีกันจมไว้ในส่วนล่างข้างหน้าลูกขลุบ   เมื่อไถเสร็จก็ถอดสลักเอาผาลหัวหมูออก แล้วใส่ลูกขลุบนี้แทนที่ได้เลยพร้อมลงนาลุยตีเทือกได้ทันทีไม่ยุ่งยากชักช้า การบังคับเลี้ยวก็ใช้หางจับเดิมนั่นเอง
   ภาพ 2 และ 4 เป็นตัวควักดิน มีสกีกันจมติดอยู่ข้างละตัว การต่อพ่วงจะเป็นตำแหน่งเดียวกับ ลูกขลุบในภาพ 1 มีการออกแบบใบให้มีลักษณะงอๆ พอถูกลากกลิ้งไปจะทิ่มตำดินแล้วบิดควักดินขึ้นมาได้คล้ายการปั่นพรวนแต่ไม่แหลกเละเท่า เหมาะกับดินที่มีน้ำบ้างเล็กน้อยและไม่เหนียวแน่น ไม่มีหญ้าฟางรกมาก ต้องใช้เครื่องยนต์ 12-14 แรงดีกว่า ย่ำควักดิน 2 เที่ยวโดยไม่ต้องไถหรือปั่นพรวน ตามด้วยตีขลุบอีก 1-2 เที่ยว  ก็พร้อมที่จะหว่านเมล็ดงอกหรือโยนกล้าได้เลย
ภาพ 3 เป็นลูกทุบแบบจิ้ม คล้ายหนามเตย  นิยมใช้ในที่นาน้ำท่วมมากเมื่อน้ำหลากมาทำนาต่อไม่ได้ เขาจะไถดะไว้ก่อนน้ำท่วม  พอหลังน้ำลดก็จะลงย่ำทำเทือกด้วยตัวนี้
   ภาพ 3-4 เป็นแบบเิดินตาม และสามารถผูกต่อกับฮ่องเต้ ให้เป็นการควบคุมแบบนั่งขับก็ทำได้  ถ้าติดกลไกขัดล็อกการหมุนของลูกกลิ้งก็จะใช้งานเพื่อลากปราบดินให้เสมอได้ด้วย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 10, 2012, 08:49:10 PM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1440


« ตอบ #297 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2012, 09:46:06 PM »

พาไปชมภาพขณะใช้งาน

1.1 ย่ำทำเทือกแบบไม่ต้องไถ ต้องตีเทือกเที่ยวแรก..เที่ยว 2 หมักไว้ โดยเว้นระยะเวลา



1.2 ตีเทือกเที่ยว 3 พร้อมกับติดไม้กระดานปราบดินที่ทำแบบง่ายๆ (พาดินไปได้ไม่ไกลนัก เพราะล้นทะลักออกข้าง)



3. ใช้ย่ำกดฟางให้จมแช่น้ำ  การหมักย่อยสลายฟางเร็วขึ้น



4. ตัวควักดินดัดแปลงเป็นแบบนั่งขับ วนย่ำบริเวณที่มีหญ้าขึ้นเยอะ หรือดินแน่น ดินจะฟู  เมื่อตีเทือกตามหลังจากนี้จะลง...ลึกดี


บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1440


« ตอบ #298 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2012, 10:21:06 PM »

การปรับดินในนาให้เรียบเสมอดี ควรทำหลังการตีเทือกเที่ยว 2 แล้ว โดยใช้น้ำเป็นระดับอ้างอิง จะดีกว่าดันปรับในนสภาพดินแห้งด้วยรถแทรกเตอร์ ประหยัดพลังงานกว่าด้วย

กล่องปราบดินถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานกับรถไถนาเดินตาม ซึ่งจะมีลักษณะเป็นกล่องที่เปิดด้านหน้า พาลากดินที่ดอนไปลงที่ลุ่มได้ไกลๆ (ใช้งานร่วมกับสกีเดิน)



ไม่ต้องเดินตามแต่ยืนขับบังคับ  เจอที่ดินดอนก็ก้าวเหยียบกดไปข้างหน้า จะตักต้อนพาดินไป พอลงที่ลุ่มก็ขยับเท้าก้าวถอยมาเหยียบกดส่วนท้าย จะเป็นการเปิดกระจายดินออก



ขอเรียกมันว่า เจ้าเหิน เชิญท่านที่เป็นช่างลองทำใช้งานดูตามแบบนี้



บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1440


« ตอบ #299 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2012, 10:40:51 PM »

กล่องปราบดินอีกแบบหน้าแคบกว่า ต้นทุนในการสร้างทำสูงกว่า แต่ใช้งานได้ดีกว่า ในที่ใกล้คันนาใกล้มุมนา  สามารถตักครูดดินได้จนถึงดินแข็ง    สร้างทำเป็นเหล็กทั้งหมด หรือเป็นไม้เสริมเหล็กก็ได้ ... หน้าตาเป็นอย่างนี้



เมื่อขับผ่านที่ดอนก็เหยียบกดแผ่นท้ายแล้วมาคลายแรงกดในที่ลุ่ม





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 17, 2012, 10:42:49 PM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
ชุติพนธ์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1136


« ตอบ #300 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 18, 2012, 05:51:15 PM »

ผมชอบจริงๆเลยครับอาจารย์  ตอนแรกซื้อเครื่องเก่ามาสูบน้ำแล้วไม่ทันการณ์
ตอนนี้กัดฟันซื้อเครื่องใหม่ มาอีกตัว  แต่โครงเก่า รวมแล้ว เกือบ 5 หมื่น เอามาสูบน้ำ
ก็ต้องยอมรับว่าของเขาสมราคาจริงๆ  แม้จะดูแล้วราคาค่อนข้างสูง   เสียอย่างเดียว  ผมคงใช้ไม่คุ้มเหมือนอาจารย์
เพราะกลัวจะตายก่อนวัยอันควรครับ  อยากย้อนอายุกลับไปซัก 20 ปี   อายจัง อายจัง อายจัง
   


Liked By: chunkung
บันทึกการเข้า
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1440


« ตอบ #301 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2012, 08:31:29 PM »

ผมชอบจริงๆเลยครับอาจารย์  ตอนแรกซื้อเครื่องเก่ามาสูบน้ำแล้วไม่ทันการณ์
ตอนนี้กัดฟันซื้อเครื่องใหม่ มาอีกตัว  แต่โครงเก่า รวมแล้ว เกือบ 5 หมื่น เอามาสูบน้ำ
ก็ต้องยอมรับว่าของเขาสมราคาจริงๆ  แม้จะดูแล้วราคาค่อนข้างสูง   เสียอย่างเดียว  ผมคงใช้ไม่คุ้มเหมือนอาจารย์
เพราะกลัวจะตายก่อนวัยอันควรครับ  อยากย้อนอายุกลับไปซัก 20 ปี   อายจัง อายจัง อายจัง
   

ยังสงสัยอยู่ว่าชอบจริงๆนั้นคือสิ่งใด ฮืม แล้วผมจะตายก่อนวัยอันควรด้วยไหมเนี้ยะ ฮืม    เศร้า


Liked By: chunkung
บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
ชุติพนธ์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออนไลน์ ออนไลน์

กระทู้: 1136


« ตอบ #302 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2012, 06:22:04 AM »

ผมชอบจริงๆเลยครับอาจารย์  ตอนแรกซื้อเครื่องเก่ามาสูบน้ำแล้วไม่ทันการณ์
ตอนนี้กัดฟันซื้อเครื่องใหม่ มาอีกตัว  แต่โครงเก่า รวมแล้ว เกือบ 5 หมื่น เอามาสูบน้ำ
ก็ต้องยอมรับว่าของเขาสมราคาจริงๆ  แม้จะดูแล้วราคาค่อนข้างสูง   เสียอย่างเดียว  ผมคงใช้ไม่คุ้มเหมือนอาจารย์
เพราะกลัวจะตายก่อนวัยอันควรครับ  อยากย้อนอายุกลับไปซัก 20 ปี   อายจัง อายจัง อายจัง
   

ยังสงสัยอยู่ว่าชอบจริงๆนั้นคือสิ่งใด ฮืม แล้วผมจะตายก่อนวัยอันควรด้วยไหมเนี้ยะ ฮืม    เศร้า

1.ชอบจริงๆ คือชอบเครื่องมือพวกนี้ ครับ  เพราะมันตอบโจทก์ ที่คาใจในการทำนา    คนไทยเราสามารถประดิษฐ์เครื่องมือในการทำนาได้ดี  ไม่แพ้ใครและใช้ประโยชน์ได้จริง   
2.อาจารย์คงไม่ตายก่อนวัยอันควรหรอกครับ  เพราะอาจารย์ ทำมาจนกำลังอยู่ตัว  กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายสอดรับกับงานประเภทนี้หมดแล้ว  ซึ่งเป็นวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตครับ    แตกต่างกับผม  ที่ไม่เคยทำมาก่อนเลย  จะมาทำตอนนี้ คงจะลำบาก 
ผมจ้างคนมาทำเทือกนา  ผมชอบดูเวลาเขาทำ ดูแล้วพริ้วไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย  ผมอยากจะทำอย่างเขาบ้าง อยากจะนั่งฮ่องเต้  อยากยืนบนกล่องปาดดิน  เพราะบางจุดอาจจะไม่ตรงกับที่ใจเราคิดนึก  แต่ดูสังขารของตัวเองแล้ว  ขืนทำไป อาจตายก่อนวัยอันควรครับ   แค่ขุดหลุมปลูกต้นไม้ธรรมดา  บางทีต้องฟักฟื้นตั้งหลายวันกว่าจะฟื้นตัว   ไม่เหมือนเมื่อก่อน(สัก 20 ปีที่แล้ว ) ที่นอนหลับแค่ชั่วข้ามคืน  รุ่งขึ้นก็หายเหนื่อยแล้ว
แต่ถึงวันนี้  สภาพร่างกายผมก็ดีกว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก่อนเปลี่ยนอาชีพ มากอยู่นะ   ก็หวังอยู่ว่า สักวันผมอาจจะย่ำเทือกได้ด้วยตนเองครับ  ไม่รู้ว่าจะเป็นไปได้ใหม   

 ;)เข้าใจแล้วครับ  ...สำหรับแนวทางนี้ มีอยู่หลายรายที่ผมรู้จัก อดีตเขาเคยอยู่สังคมเมือง ฟูเฟื่องเรื่องรายได้ แต่เจ็บไข้ได้ป่วยสาหัส สุดท้ายออกมาบำบัดแบบอยู่กับธรรมชาติ ท่ามกลางทุ่งนาฟ้ากว้าง ปลูกพืชผัก รดน้ำ พรวนดิน อยู่กินอย่างพอเพียง ร่างกายก็ฟื้นฟูแข็งแรงขึ้นกว่าเดิม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 20, 2012, 02:44:52 PM โดย titcan » บันทึกการเข้า
titcan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1440


« ตอบ #303 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2012, 06:50:21 AM »

รถไถนาเดินตามแบบบีบเลี้ยว ได้รับความนิยมจากผู้ใช้จนเข้ามาแทนที่แบบผลักเลี้ยวไปแล้ว ด้วยข้อดีเด่นสำคัญคือ เบาแรงในการบังคับเลี้ยว มีเกียร์เดินหน้าเร็ว มีเกียร์ถอยหลังไ้ด้
  การทำงานในที่คับแคบ เช่นเข้ามุมนา เลี้ยวมุมชักร่องน้ำ ก็เบาเครื่องพร้อมบีบเลี้ยวและช่วยผลักประคองบ้าง ช่วยกระชับพื้นที่ได้ดีมาก เมื่อเข้าพื้นที่ทางตรง ก็เร่งเครื่องให้วิ่งเร็วกระฉูด งานเสร็จเรียบร้อยทันใจทันเวลา
  ถ้าเปลี่ยนเป็นล้อยาง เพื่อวิ่งเดินทางบนถนน(ติดพ่วงสาลี่บรรทุก) ก็เพียงเปลี่ยนเกียร์(ไม่ต้องเปลี่ยนร่องสายพาน)เป็นเดินหน้าเร็วชนิดที่ปั่นจักรยานขับไม่ทัน
   การบีบเลี้ยวบนบก ออกแรงบีบเพียงเบาๆ เลี้ยวง่ายไม่กระชาก  แต่ถ้าลงน้ำที่มีหล่มเทือกลึกและกำลังวิ่งเร็ว ต้องออกแรงบีบก้ามบีบเลี้ยวนั้นหนักแรงมาก  ถ้าผู้ขับใหม่ไม่ทันตั้งตัว/ตั้งหลักหรือตั้งรับคอยท่าตอบสนองไม่ดีพอ อาจถูกหางที่จับนั้นปัดพลัดดีดกระเด็นเป็นอันตรายได้ จึงต้องระวังตั้งรับท่าให้สอคล้อง จนเคยชินชำนาญ
   ทั้งนี้เพราะการบีบเลี้ยวจะไปปลดกลไกการทำงานของเฟืองล้อข้างที่เลี้ยวให้ว่างฟรี...หยุดหมุนทันที อีกข้างยังคงหมุนเดินจึงเป็นการเลี้ยวได้...ถ้าขณะรถเร็วไป...กระทันหัน...อันตราย...ต้องระวัง...หากยังไม่ชำนาญ
   การขับรถเดินทำงานเร็วตามปกติในนา เช่นใช้ไถ...ตีเทือก พอถึงที่เลี้ยวไม่จำเป็นต้องบีบเลี้ยวทุกครั้งเสมอไป ผลัักเลี้ยวอย่างเดียวก็ได้ไม่หนักแรงนัก  จะช่วยลดการชำรุดสึกหรอของเฟืองขับในห้องเฟืองเกียร์ ซึ่งนับเป็นข้อด้อยจุดอ่อนของโครงรถแบบนี้







การใช้งานรถไถเดินตามสมญานามนี้ต่อไปคงเป็นเพียงตำนานที่ขานเล่า เพราะความนิยมใช้ไถนาค่อยๆหมดไป ส่วนมากที่ใช้ลงนาก็คือย่ำตีเทือก...ปราบดิน....ชักร่องระบายน้ำ และมีเจ้าของเครื่องหลายรายทำงานนาของตัวเองเสร็จก็ออกรับจ้างด้วย แค่โทรสั่ง..ก็เตรียมตังค์ไว้จ่าย ไม่ทันไรถึงนา ...ไม่ทันนานบันดาลแล้วเสร็จ 

ส่วนการไถ นิยมใช้วิธีจ้างรถแทรคเตอร์ที่ติดตัวโรตารี่มาปั่นพรวนดินแทน ซึ่งก็มีข้อดี คือ ระดับพื้นดินราบเรียบกว่าการไถ ดินแหลกเละกว่า เมื่อขับขลุบลงตีเทือกจะนิ่มกว่าคือไม่ค่อยกระโดด  ใช้น้ำขังนาไว้น้อยได้...ดินไม่แห้งแข็งหน้าด้าน (การไถที่ข้ามรอยขี้ไถจะพลิกกลบอยู่บนแนวที่ไม่ถูกไถทำให้นูนสูงพ้นน้ำ หากทิ้งไว้หลายวันดินจะแห้งที่ผิวหน้าเร็ว ตีเทือกยาก รถโดดขึ้นลงบังคับยาก)
ส่วนข้อไม่ดีนั้นคือเปลืองตังค์ต้องจ้างเขา เราพึ่งตนเองไม่ได้


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 20, 2012, 09:15:45 PM โดย titcan » บันทึกการเข้า

พอเถิด พอที พอดี พอได้  พอควร พอใจ พอใช้ พออยู่  พอเหมาะ พอกัน พอกิน พอดู พอทน พอสู้ พอแล้ว พอเพียง
หน้า: 1 ... 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 [19] 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 ... 38   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: