หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ใครมีวิธ๊เพาะฟักข้าวมั่งครับ  (อ่าน 1783 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Hmong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 170


« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2011, 07:10:17 PM »

เนื่องด้วยได้เมล็ดมาหลายครั้ง แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จกับการ เพาะเมล็ดฟักข้าว จึงขอคำแนะนำกับผู้มีประสบการณ์แบ่งปันวิทยายุทธ

วิธีที่ลองใช้แล้วไม่ได้ผลมีดังนี้

1.ปลูกทั้งเม็ดไม่แกะเปลือกออก  เพาะในดิน 1 เดือน ไม่งอก

2.ตัดเปลือกบางส่วนออก ระวังไม่โดนเนื้อในอย่างดี  เพาะในดิน 1 เดือน ไม่งอก

3.แกะเปลือกออกทั้งหมด ระวังไม่โดนเนื้อในอย่างดี เพาะในดิน 1 เดือน ไม่งอก

4.ทั้งเม็ดไม่แกะเปลือกออก เพาะในทิชชู่ กับน้ำ ซื้นตลอด 1 เดือน ไม่งอก

เอาละครับพี่น้อง หากใครมีวิธีดีๆ ขอคำแนะนำด้วยครับ หมดปัญญาแล้วววววววว
บันทึกการเข้า

pepramote
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 232


« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 14, 2011, 08:24:55 PM »

ไม่งอกนี่เมล็ดมันเปื่อยไปเลยหรือยังแข็งเหมือนเดิมหรือเปล่าครับ

ของผมโยนทิ้งยังงอกเลย เพาะแค่ชื้นๆไม่แฉะ และไม่ฝังลึก

วางแบนๆบนผิวดินแล้วคลุมปลาสติกรักษาความชื้นก็ได้ครับ






บันทึกการเข้า
อู๋ ณ.จ๊ะ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 671


« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2011, 12:42:04 AM »

นำเมล็ดไปแช่น้ำอุ่น 1 คืนและนำเมล็ดออกไปห่อผ้าไว้อีก 2-5 วัน(อยู่ที่อุณหภูมิภายนอก หากอากาศร้อนก็งอกเร็ว) หากเห็นมีรากงอกออกซัก2-5 มิลลิเมตร มาค่อยนำไปลงเพาะต้นกล้าครับ
บันทึกการเข้า
zin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1509


« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2011, 01:48:37 AM »

ช่วงนี้(ปลาย พย.-เม.ย.)จะงอกยากครับ เก็บไว้รอเริ่มหน้าฝน ค่อยเพาะหรือจะวางไว้ตรงที่จะปลูก(ต้องมีที่ให้เลื้อย แต่ใหญ๋มากน่ะครับ)เลยก็งอกครับ
บันทึกการเข้า
Hmong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 170


« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2011, 11:44:18 AM »

ขอบคุณมากครับบบ ลองเลยร้อนวิชา
บันทึกการเข้า
rinne.ch
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1628



« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2011, 03:22:58 PM »

แกะเปลือกออกลองเอาวางบนทิชู่ พรมน้ำค่ะ ปิดฝากล่องด้วยนะ ต้องมีแสงด้วย ไม่เกินอาทิตย์นะ
บันทึกการเข้า

ยังไม่แน่นอน
tong3829
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 890


« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2011, 05:06:04 PM »

ผมว่ามันเป็นอะไรที่ง่ายสุดๆแล้วนะครับ เพราะมันแข็งแรงมาก ที่บ้านนี่ตอนนี้กลายเป็นวัชพืชไปแล้ว ถ้าเค้าขึ้นคลุมต้นไม้ใหญ่ได้แล้วทางเราไม่ดูแล นี่ไม่เกิน1.5ปีต้นไม้ตายเลยนะครับ เถาเค้าแข็งแรง ปล่อยไว้2ปีโคนใหญ่กว่าขาอ่อนอีก ลูกและยอดกินอร่อยมาก พอสุกเม็ดร่วงกระจายเต็มสวน ขึ้นจนไม่รู้ทำไงแล้ววว  วิธีปลูกที่ได้ผลอีกอย่างคือกิ่งปักชำ ถ้าใกล้โคราชอยากได้พันธุ์มากเลยนะครับ
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8981


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2011, 10:41:23 PM »

ผมว่ามันเป็นอะไรที่ง่ายสุดๆแล้วนะครับ เพราะมันแข็งแรงมาก ที่บ้านนี่ตอนนี้กลายเป็นวัชพืชไปแล้ว ถ้าเค้าขึ้นคลุมต้นไม้ใหญ่ได้แล้วทางเราไม่ดูแล นี่ไม่เกิน1.5ปีต้นไม้ตายเลยนะครับ เถาเค้าแข็งแรง ปล่อยไว้2ปีโคนใหญ่กว่าขาอ่อนอีก ลูกและยอดกินอร่อยมาก พอสุกเม็ดร่วงกระจายเต็มสวน ขึ้นจนไม่รู้ทำไงแล้ววว  วิธีปลูกที่ได้ผลอีกอย่างคือกิ่งปักชำ ถ้าใกล้โคราชอยากได้พันธุ์มากเลยนะครับ

มีฟักข้าวเยอะๆนี่มีของดีอยู่ในบ้านเลยนะครับ ตอนนี้แถวๆนวมินทร์กำลังฮิตเลยครับ
เอาคุณค่าของฟักข้าวมาให้อ่านครับ

ฟักข้าว สมุนไพรมีคุณต่อร่างกาย

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 51
ฟักข้าว อยู่ในวงศ์แตงกวาและมะระ ชาวปัตตานีเรียกขี้กาเครือ ภาคเหนือเช่นตากเรียกผักข้าว จังหวัดแพร่เรียกมะข้าว และที่ประเทศเวียดนามเรียกว่า แก็ก ฟักข้าวมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน พม่า ไทย ลาว บังกลาเทศ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ เป็นพืชที่ชาวเวียดนามใช้ประกอบอาหารมาก ในชนบทมีปลูกกันเกือบทุกบ้าน โดยปลูกพาดพันไม้ระแนงข้างบ้าน และเก็บเฉพาะผลสุกมาประกอบอาหารแต่เนื่องจากฟักข้าวให้ผลดีที่สุดในช่วงฤดู หนาว ชาวเวียดนามจึงใช้ประกอบอาหารในเทศกาลปีใหม่และงานมงคลสมรสเท่านั้น ผลฟักข้าวมีเปลือกหนา ผลสุกเนื้อในหนามีสีส้มภายในมีเยื่อสีแดงให้เมล็ดเกาะ เนื้อผลสุกกินได้ ที่ประเทศเวียดนามใช้เยื่อสีแดงและเมล็ด ซึ่งมีน้ำมันเป็นยา ฟักข้าว 1 ผลจะได้เยื่อสีแดงราว 200 กรัม
 
เป็น พืชโตเร็ว ไม่ต้องการการดูแลเอาใจใส่มากมาย แต่หากต้องการปลูกเป็นพืชสวนครัวคงต้องเตรียมพื้นที่มากหน่อย เพราะทั้งเถาและใบมีขนาดค่อนข้างใหญ่ หากมีพื้นที่มากพอที่จะปลูกก็เพียงหากิ่งแก่ หรือจะเพาะเมล็ดก็ย่อมได้ รดน้ำให้ชุ่มชื้นสักพัก เมื่อออก รากจึงย้ายลงปลูกในที่ที่เตรียมไว้ ค้างสำหรับฟักข้าวควรจะเป็นค้างที่มีขนาดใหญ่นิดหนึ่ง
 
รศ.ดร.สุธา ทิพย์ ภมรประวัติ ได้  เรียบเรียงไว้ในเอกสารวิชาการทางการแพทย์เกี่ยวกับคุณประโยชน์ของฟักข้าวไว้ ว่า ในประเทศไทยใช้ผลฟักข้าวอ่อนสีเขียวเป็นอาหาร ซึ่งรสชาติเนื้อฟักข้าวเหมือนมะละกอ ลวกหรือต้มให้สุกหรือต้มกะทิจิ้มน้ำพริกกะปิ หรือใส่แกง ยอดอ่อน ใบอ่อนนำมาเป็นผักได้ นำมานึ่งหรือลวกให้สุกกินกับน้ำพริก หรือนำไปปรุงเป็นแกง เช่น แกงแค ประเทศเวียดนามกินข้าวเหนียวหุงกับเยื่อเมล็ดผลฟักข้าวสุก เนื่องจากชาวเวียดนามเชื่อว่าสีขาวเป็นสีแห่งความตาย ข้าวสีส้มแดงจึงจัดเป็นมงคลต่องานเทศกาลต่าง ๆ ชาวเวียดนามเอาเยื่อสีแดงจากผลฟักข้าวสุกพร้อมเมล็ดมาหุงกับข้าวเหนียว ได้ข้าวสีส้มแดงมีกลิ่นหอม ต้องมีเมล็ดฟักข้าวติดมาในข้าวด้วย จึงถือว่าเป็นของแท้
 
เยื่อเมล็ดของฟักข้าวมีปริมาณเบตาแคโรที นมากกว่าแครอท 10 เท่า มีไลโคพีนมากกว่ามะเขือเทศ 12 เท่า และมีกรดไขมันขนาดยาวประมาณร้อยละ 10 ของมวล การกินเบตาแคโรทีนจากฟักข้าวพบว่าดูดซึมในร่างกาย ได้ดีเพราะละลายได้ในกรดไขมันดังกล่าว งานวิจัยในประเทศเวียดนาม ปัจจุบันมีผู้นำเยื่อเมล็ดนี้เป็นเครื่องดื่มอาหารเสริมจำหน่ายในต่างประเทศ ประเทศจีนใช้เมล็ดแก่ของฟักข้าวเป็นยามานาน กว่า 1,200 ปี ใช้บำบัดอาการอักเสบบวม กลากเกลื้อน ฝี อาการฟกช้ำ ริดสีดวง แก้ท้องเสีย อาการผื่นคันและโรคผิวหนังติดเชื้อต่าง ๆ ทั้งในมนุษย์และสัตว์ต่าง ๆ การกินฟักข้าวเป็นยานั้น ใช้เมล็ดแก่บดแห้ง ส่วนการใช้ภายนอก ให้นำเมล็ดฟักข้าวบดแห้งผสมน้ำมัน หรือน้ำส้มสายชูเล็กน้อยทาบริเวณที่มีอาการและใช้เยื่อเมล็ดแทนสีผสมอาหาร

งาน วิจัยในประเทศจีนพบว่าโปรตีนจากเมล็ดมีความสามารถต้านอนุมูลอิสระและเพิ่ม ประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ตับในหลอดทดลอง เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของฤทธิ์ทางชีวภาพของเมล็ดฟักข้าว ถือว่าลดความเสียหายจากอนุมูลอิสระ จึงมีฤทธิ์ป้องกันมะเร็ง นอกจากนี้ เมล็ดฟักข้าวเป็นส่วนผสมของยาแก้ปวดกล้ามเนื้อและคลาย กล้ามเนื้อในเครื่องยาจีนหลายตำรับ
 
ประเทศเวียดนาม การวิจัยทางคลินิกที่มหาวิทยาลัยฮานอย พบว่าน้ำมันจากเยื่อเมล็ดฟักข้าวมีประสิทธิภาพในการรักษามะเร็งตับ

ใน ประเทศไทย มีงานวิจัยของ มหาวิทยาลัยมหิดลเกี่ยวกับสรรพคุณของเมล็ดฟักข้าว พบโปรตีน  ที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญ ของเชื้อเอชไอวี-เอดส์ และยับยั้งเซลล์มะเร็ง จดสิทธิบัตรในประเทศไทยแล้ว ส่วนงานวิจัย อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และต่างประเทศพบว่า เมล็ดแก่ของฟักข้าวมีโปรตีน มอร์มอโคลซิน-เอส และโคลซินิน-บี มีฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของไรโบโซมซึ่งเป็นแหล่งผลิตกรด อะมิโน และต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งหลายชนิดในหลอดทดลอง ซึ่งอาจนำไปใช้พัฒนาเภสัชภัณฑ์ได้ในวันข้างหน้า
 
ที่ประเทศญี่ปุ่น ทำการวิจัยพบว่า โปรตีนจากสารสกัดน้ำของผลฟักข้าวยับยั้งการเจริญของก้อนมะเร็งลำไส้ใหญ่ใน หนูทดลอง โดยลดการแผ่ขยายของหลอดเลือดรอบก้อนมะเร็ง และชะลอการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งดังกล่าว ในห้องทดลองน้ำสกัดผลฟักข้าวยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งตับและมะเร็งลำ ไส้ใหญ่โดยการทำให้เซลล์แตกตาย ผลอ่อนฟักข้าวกินได้ ผลแก่ก็อุดมคุณค่า ลองหาพันธุ์มาปลูกให้เลื้อยเล่นหน้าบ้านจะได้กินเมื่อใจปรารถนา เป็นการสร้างสุขภาพป้องกันโรคร้ายได้อย่างดี

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 6 มิถุนายน 2551
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=166175&NewsType=1&Template=1
 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
Hmong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 170


« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2011, 11:12:31 AM »

ไม่งอกนี่เมล็ดมันเปื่อยไปเลยหรือยังแข็งเหมือนเดิมหรือเปล่าครับ

ของผมโยนทิ้งยังงอกเลย เพาะแค่ชื้นๆไม่แฉะ และไม่ฝังลึก

วางแบนๆบนผิวดินแล้วคลุมปลาสติกรักษาความชื้นก็ได้ครับ


ไม่งอกมันยังแข็งอยู่ครับ ไอ้ที่แกะเปลือกแล้วฝังดินนี่ก็สภาพเหมือนเดิม






บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: