หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 69   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การใช้กาลักน้ำ ในการนำน้ำจากที่ต่ำขึ้นสู่ที่สูง ขอเชิญเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้  (อ่าน 518711 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
KENETIC_E®
"เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3122


จักสร้างฝันให้เป็นจริงจงได้


« ตอบ #16 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 12:00:43 AM »

ใช่ครับ แต่ถ้าเอาปลายท่อใหญ่ด้านขวาจุ่มน้ำในแปลงเกษตร น้ำมันจะไม่ไหลเลยครับ
ที่ว่าแรงดูดเนี่ย มันก็คือความกดอากาศที่กดน้ำจากแหล่งน้ำให้ดันขึ้นไปข้างบนนั่นแหละ
ซึ่งมันมีแรงดันไม่พอ นึกถึงตู้กดน้ำเย็นเลยครับ
รึไม่ถ้าแท๊งค์ด้านบนมีขนาดใหญ่มากๆ ในท่อซ้ายก็อาจจะไหลขึ้นได้บ้าง แต่ท้ายที่สุดแล้ว
มันก็จะหยุดไหล....ถ้าคิดความคุ้มค่ากับพลังงานแล้วเสมอตัว เพราะต้องเอาน้ำใส่แท๊งก่อน

ต้องเพิ่มแรงดันที่แหล่งน้ำด้านซ้ายเท่านั้น


เอ..........ผมคิดถูกป่าวหว่า ตกใจ
แล้วถ้าเราทำให้ด้านที่ออกมีแรงกดอากาศที่น้อยลงละครับ คือให้มันเป็นถังอีกชุดมาดูดต่ออีก หรือมีสัก 2-3 step ล่ะครับ (ไม่ต้องคิดถึงเรื่องความคุ้มค่านะครับ เอาแค่ให้มันทำงานได้ก่อน ว่างั้นน่ะครับ ส่วนคุ้มไม่คุ้มค่อยว่ากัน) มันจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเป็นถังเหล็กผมอยากใส่แวคคั่มเกจที่ด้านบนถังว่ามันจะมีแรงดูดขนาดไหน? และถ้าเพิ่มเข้าไปอีกล่ะมันจะมีแรงดูเพิ่มขึ้นไหม ? จะเป้นสองเท่าของแรงดูดตอนแรกไหม? ถ้า 3  step ล่ะจะเป็นเช่นไร? เท่าที่ผมเห็นมีการทดลองมายังไม่เห็นมีใครคิดที่จะเอาวิทยาศาสตร์มาวัดหรือเช็คมันเลยน่ะครับ มีแต่คนใช้จินตนาการในการวัดผลอยู่ หรืออาจจะมีก็ได้แต่ไม่มีการเผยแพร่ เพราะคนเราส่วนมากเอาแต่เรื่องความสำเร็จมาพูดกัน ไม่ค่อยจะมีคนเอาความล้มเหลวมาบอกกันน่ะครับ
บันทึกการเข้า

"If tomorrow never comes."  อาจไม่มีพรุ่งนี้ให้ได้เห็น...
กระทู้ส่วนตัว :  สวน(ป่า)ออมรัก  *ขออภัย จำกัดสิทธิ์การใส่ Link-URL ในลายเซ็น*

jomjai maiklaikan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 42


« ตอบ #17 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 12:24:44 AM »

คำถามผมมีข้อเดียวนะครับ (เฉพาะรูป ข.เท่านั้น)

ในภาพ ข.  ท่อทางขวามีขนาดใหญ่กว่าท่อทางซ้าย
มวลของน้ำในท่อขวา ย่อมจะมากกว่ามวลของน้ำในท่อซ้าย

ตรงนี้ไม่ใช่คำถามนะครับ เป็นความคิดเห็นเท่านั้น (ถูกหรือผิดก็ไม่รู้)

ถ้าเปิดวาวล์ให้นำไหลแล้ว  น้ำจะไหลลงทางด้านใด  เพราะเหตุใด
นี่คือคำถาม ที่ต้องการคำตอบครับ (ตอบแค่ท่อนเดียวก่อนก็ได้ครับ)

ผมตั้งคำถามอย่างนี้มาตั้งแต่อยู่ในกระทู้อื่น แต่ไม่มึใครตอบ มีแต่ตอบเลี่ยงไปเลี่ยงมา

ขอเรียนว่าภาพนี้ ผมตั้งสมมติฐานขึ้นมา ยังไม่ได้ทำการทดลอง(เพราะหาวัสดุยังไม่ได้)

สำหรับภาพ ค. ผมก็จะตั้งคำถามนะครับ  แต่ขอคำตอบในภาพ ข. ก่อน

ตอบไปเลยครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะตอบผิด  (หรือท่านอาจจะแกล้งตอบให้ผิดก็ได้ นะครับ)


 ผมตอบน้ะ (ความน่าจะเป็น) ตามกฎของโมเมนตัม น้ำหนักที่มีความหนาแน่นกว่า ย่อเคลื่อนที่ลงสู่ที่ต่ำไดเร็วกว่า ในขณะนั้นสสารมวลที่น้อยกว่าที่ยึดติดกันย่อมจะถูกเหนี่ยวนำไปด้วย และถ้าถังที่บรรจุน้ำทนต่อการดูดก็จะทำให้เกิดสูญญากาศ ก็จะทำให้เกิดพลังดูมหาศาล ดูดน้ำอีท่อมาแทนที่ แต่ที่สำคัญจะต้องไม่มีอากาศเข้าไปแทนที่น้ำในถังนั้นได้ พอจะนึกภาพออกไหมครับ./
บันทึกการเข้า
Mr.Suthee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 568


« ตอบ #18 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 07:38:22 AM »



จากภาพ  ผมจะตั้งสมมติฐานว่า
ถ้าเปิดวาวล์ที่ท่อที่อยู่ด้านขวาลงสู่แปลงเกษตร
1. น้ำจะไหลลงสู่แปลงเกษตร
2. ก็จะเกิดช่องว่างในถัง
3. น้ำจากแหล่งน้ำจะไหลขึ้นไปแทนที่ข่องว่างในถังตามท่อซ้ายมือและไหลลงในถัง
4. น้ำที่ขังอยู่ในถังจะมีน้ำหนักและไหลลงสู่แปลงเกษตรต่อไปเรื่อยๆ
5. จะเกิดช่องว่างในถังตามข้อ 2 อีก และจะต่อเนื่องกันไปตลอด จนกว่า น้ำในแหล่งน้ำจะลดต่ำกว่าปากท่อด้านซ้ายมือ  หรือปิดวาวล์ทางขวามือ

คำถาม  : สมมติฐานนี้  จะเป็นจริงหรือไม่  (หมายความว่าน้ำจะไหลจากแหล่งน้ำขึ้นสู่แปลงเกษตรที่อยู่สูงกว่าได้หรือไม่ ) เพราะเหตุใด

หรือ  เมื่อเปิดวาวล์ทางขวามือ  น้ำจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรหรือไม่

ปล.น้ำในถัง จะไหลลงสู้แหล่งน้ำไม่ได้ เพราะระดับน้ำในถังต่ำกว่าปากท่อ

1.น้ำไหลแต่จะมีอากาศแทรกเข้าไปแทนที่ อันเป็นผลมาจากแรงดันชั้นบรรยากาศที่มากระทำอย่างที่บอกแรงดันมีทุกทิศทางแต่แนวดิ่งมีมากกว่าเพราะบวกแรงโน้มถ่วง สิ่งนี้ที่ทำให้มวลใดๆในโลกนี้มีน้ำหนักซึ่งไม่เท่ากันตามความหนาแน่นของมวลนั้นๆ
2.จากข้อ 1.ช่วงสั้นๆมีแรงดูดเพราะน้ำไหลออกไปตามแรงดันแต่น้ำที่ดูดเข้าทางท่อเล็กจะต้องเจอกับแรงต้านจากแรงโน้มถ่วงและแรงดูดจะลดลงทันทีที่มีอากาศแทรกตัวเข้าไปแทนที่สร้างสมดุลย์ของแรงดันชั้นบรรยากาศ
3.ไหลเข้าช่วงสั้นๆนิดเดียวแล้วสมดุลย์แรงดันบรรยากาศมาแทนก็หยุดไหล
4.ถูกต้องมันไหลลงได้เพราะแรงโน้มถ่วงของโลกนั่นความแรงก็อยู่ที่ปริมาตรเมื่อมันน้อยลงแรงก็น้อยไปเรื่อยๆ
5.ไม่เกิดอะไรต่อเนื่องเพราะสมดุลย์ของบรรยากาศ
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10885



« ตอบ #19 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 08:46:27 AM »

อยากทราบว่า  ตามแนวคิดของคุณ jomjai maiklaikan นั้น
เหมือนรูป ค. ในกระทู้นี้ หรือเหมือนรูป ใน ตอบ#12 หรือเปล่าครับ
มีอะไรเป็นพิเศษหรือต่างกันตรงไหนบ้าง
ขอดูแผนภาพได้ไหมครับ หรือจะบรรยายก็ได้แล้วผมจะวาดภาพเอง
(เพื่อจะได้ช่วยกันวินิจฉัยและแก้ไขปรับปรุงพัฒนาได้ถูก)
บันทึกการเข้า
KENETIC_E®
"เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3122


จักสร้างฝันให้เป็นจริงจงได้


« ตอบ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 09:18:54 AM »

มีหลายคนว่าถ้าแรงดันกับดูดมันสมดุลย์กันแล้วจะทำให้น้ำภายในหยุดไหล เพราะการสร้างสภาวะสมดุลย์ขึ้นภายในระบบ แต่ถ้าเราพยายามทำให้เกิดแรงดูดมากขึ้นล่ะครับ จะเป็นไปได้ไหม คือผมคิดว่าใช้แค่เพียง 1 ระบบคงมิอาจจะเอาชนะแรง G ได้ แต่ถ้าเราเพิ่มระบบเข้าไปล่ะครับ จะมีความเป้นไปได้มากน้อยเพียงไร? ตามรูปด้านล่างน่ะครับ

ยินดีรับฟังความคิดเห็นทุกรูปแบบ
ปล.กรณีนี้เราคิดเพียงแค่ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียวนะครับ ไม่คิดถึงความคุ้มค่าหรืองบประมาณ เพราะนี่เป็นเพียงแค่แนวทางยังไม่มีการสร้างจริงจัง


Liked By: tapairat, fajung
บันทึกการเข้า

"If tomorrow never comes."  อาจไม่มีพรุ่งนี้ให้ได้เห็น...
กระทู้ส่วนตัว :  สวน(ป่า)ออมรัก  *ขออภัย จำกัดสิทธิ์การใส่ Link-URL ในลายเซ็น*
Mr.Suthee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 568


« ตอบ #21 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 09:31:58 AM »

แนวคิดที่คุณ KENETIC ว่านั้นต้องมีแรงกระทำจากภายนอกที่ไม่ใช่แรง G มากระตุ้นอย่างเดียวเพิ่มเข้าไป ซึ่งไม่พ้นเครื่องจักรกลอื่นๆที่ต้องใช้พลังงานเข้าไปแทน เพราะยังไงซะแรงดูดไม่มีทางเกิดขึ้นต่อเนื่องเพราะสมดุลย์นั่นแหละ แรงดูดนั่นยิ่งสูงก็เจอแรงต้านบวกขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าเคยไปเล่นเครื่องดีด ที่พัทยาจะรู้คำตอบ หรือรถไฟเหาะตีลังกา นั่นแหละมันจะค่อยๆหมดแรงลงไปเพราะแรงต้าน G ถ้าจะเอาชนะแรง G คุณต้องหา แรงจากภายนอก ป้อนเข้าไป


Liked By: tapairat, bamboo boy, fajung
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 09:34:33 AM โดย Mr.Suthee » บันทึกการเข้า
Mr.Suthee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 568


« ตอบ #22 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 09:39:29 AM »

เพิ่มเติมอีกนิดนึง ผมว่าธรรมชาติ คือเรื่องธรรมดาที่มันเป็นอยู่ของมัน การคิดหาหนทางเพื่อเอาชนะธรรมชาติมันเป็นแรงผลักดันของมนุษย์
ผมเห็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้าง บางอย่างมนุษย์ยังไม่มีปัญญาทำหรือลอกเลียนแบบได้ สิ่งดูดน้ำขึ้นไปเอาชนะแรง G ได้โดยไม่เห็นมันจะมีเครื่องมือพิเศษใดๆเลยผมก็เห็นแต่ ต้นไม้นี่แหละที่ดูดเอาน้ำเอาสารอาหารในรูปของเหลวขึ้นไปเลี้ยงส่วนต่างๆของมัน เช่นต้นกล้วยนี่ไง  ยิ้ม
บันทึกการเข้า
KENETIC_E®
"เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3122


จักสร้างฝันให้เป็นจริงจงได้


« ตอบ #23 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 09:51:51 AM »

จากรูปที่มีระบบเดียวถ้าเทียบกับระบบรอกแล้วก็คงจะเป็นเหมือนรูปแรก ถ้ามันสมดุลย์หรือหยุดไหลแรงสองข้างก็จะเท่ากัน แต่ถ้ามีเพิ่มเข้ามาหลายๆ ระบบมันจะเป็นเหมือนในรูปอีกรูปไหมครับ?




ตามที่พี่  Mr.Suthee ว่ามาแหละครับเรื่องต้นไม้เป็นเครื่องสูบน้ำธรรมชาติที่เร้นลับมาก แต่ผมก็ยังมองอีกว่ามันใช้ท่อเล็กๆ จำนวนมากในการสูบ มันไม่ได้มีเพียงท่อเดียวโดดในการดูด อันนี้แหละครับน่าสนใจที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมา ตรงนี้น่าคิดครับ??? หรือตรงนี้ที่ธรรมชาติสร้างมาเพื่อเอาชนะแรงบางอย่าง???
บันทึกการเข้า

"If tomorrow never comes."  อาจไม่มีพรุ่งนี้ให้ได้เห็น...
กระทู้ส่วนตัว :  สวน(ป่า)ออมรัก  *ขออภัย จำกัดสิทธิ์การใส่ Link-URL ในลายเซ็น*
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10885



« ตอบ #24 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 09:54:27 AM »

ตอบ # 20 ครับ

เมื่อเราเพิ่มถังน้ำเป็นหลายๆชั้นเพื่อให้มีแรงดูดมากขึ้น
แต่ความสูงของท่อทางซ้าย มันก็จะสูงขึ้นด้วย ทำให้ต้องใช้แรงดูดมากขึ้นเช่นกัน ครับ


Liked By: tapairat
บันทึกการเข้า
Adully
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 260


« ตอบ #25 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 11:20:03 AM »

นี่เป็นแบบที่พวกคอมมิวนิสใช้กันตอนอยู่ป่าครับเคยอ่านเจอ

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=8314.0


Liked By: yong9
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10885



« ตอบ #26 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 11:45:15 AM »

จากรูปที่มีระบบเดียวถ้าเทียบกับระบบรอกแล้วก็คงจะเป็นเหมือนรูปแรก ถ้ามันสมดุลย์หรือหยุดไหลแรงสองข้างก็จะเท่ากัน แต่ถ้ามีเพิ่มเข้ามาหลายๆ ระบบมันจะเป็นเหมือนในรูปอีกรูปไหมครับ?



เทียบกันไม่ได้นะครับ
นั่นมันเรื่องของมวล น้ำหนัก แรงต้านทาน แรงพยายาม
แต่นี่มันเรื่องของของไหล เรื่องของความดันบรรยากาศ
ผมจะเปรียบเทียบให้ดูดังรูปนี้ครับ


รูป ก. ถ้าเราไม่ประคับประคองไว้ ถังน้ำทางขวาจะเลื่อนครืด...ลงทันที
รูป ข.ทั้งๆที่น้ำในถังทางขวา มีมวลมากกว่าหลอดทางซ้าย และน้ำก็สามารถไหลล้นออกจากภาชนะได้
แต่มันก็ไม่ไหล มันก็ยังคาราคาซังค้างเติ่งกันอยู่อย่างนั้น  ครับ
บันทึกการเข้า
Aomsin & Earth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2146


« ตอบ #27 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 11:59:31 AM »

ไม่มีอะไรดีไปกว่าการทดลองครับ เคยอ่านในนี้ เค้าบอกว่าหลักการนี้ ปะปาภูเขาเขาทำแล้วสมัย คอมฯเรืองอำนาจ
เค้าบอกว่า ท่อออกต้องใหญ่กว่าท่อเข้า 3 เท่าเปนอย่างน้อย เดี๋ยวมีเวลาจะหาขวดมายาซิลิโคนลองดูครับ แล้วจะนำผลมาแจ้งให้ทราบต่อไปครับ ขอบคุณสำหรับ แนวความคิดครับ รูปสวยเข้าใจง่าย เอาขวดแปบซี่มาต่อสายอ๊อกปลาน่าจะเหนผลแล้วนะ ครับ

ผมเอาใจช่วยอีกแรงครับ .... เจ๋ง


Liked By: kaewmai
บันทึกการเข้า
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10885



« ตอบ #28 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 12:04:56 PM »


รูป ก. ถ้าเราไม่ประคับประคองไว้ ถังน้ำทางขวาจะเลื่อนครืด...ลงทันที
รูป ข.ทั้งๆที่น้ำในถังทางขวา มีมวลมากกว่าหลอดทางซ้าย และน้ำก็สามารถไหลล้นออกจากภาชนะได้
แต่มันก็ไม่ไหล มันก็ยังคาราคาซังค้างเติ่งกันอยู่อย่างนั้น  ครับ


จากรูป ข.  ถ้าเรายกภาชนะและถังทางขวาให้สูงขึ้นนิดหน่อย  น้ำก็จะไหลไปถังทางซ้าย (ทั้งๆที่น้ำในถังทางขวามีมวลมากกว่า)
ถ้าเรายกภาชนะและถังทางซ้ายให้สูงขึ้นนิดหน่อย  น้ำก็จะไหลไปถังทางขวา

ดังนั้น  (จากรูป ข) การที่น้ำในถังทางซ้าย จะไหลไปถังทางขวา จึงไม่ขึ้นอยู่กับมวลหรือน้ำหนักของน้ำในถังทางขวานะครับ

แล้วมันขึ้นอยู่กับอะไร
ทำอย่างไร น้ำ จากภาชนะทางซ้าย จึงจะถูกดูดไปลงที่ภาชนะทางขวาได้
และถ้าน้ำในภาชนะทางขวา มีระดับสูงกว่าภาชนะทางซ้ายแล้ว
  จะมีวิธีทำอย่างไรจึงจะทำให้น้ำจ่ากภาชนะทางซ้ายที่อยู่ต่ำกว่า ไหลไปลงที่ภาชนะทางขวาได้(โดยไม่ใช้แรงอย่างอื่นเข้าช่วย)

เป็นเรื่องที่จะต้องคิดหาวิธีกันต่อไป (ถ้าหากไม่ยอมรับว่า มันเป็นไปไม่ได้)

==========================================
อ่านพบข้อผิดพลาดในภายหลัง ขอแก้ไข นะครับ
ข้อความเดิม จากรูป ข.  ถ้าเรายกภาชนะและถังทางขวาให้สูงขึ้นนิดหน่อย  น้ำก็จะไหลไปถังทางซ้าย (ทั้งๆที่น้ำในถังทางขวามีมวลมากกว่า)
ถ้าเรายกภาชนะและถังทางซ้ายให้สูงขึ้นนิดหน่อย  น้ำก็จะไหลไปถังทางขวา


ขอแก้เป็น
จากรูป ข.  ถ้าน้ำเต็มท่อโดยไม่มีอากาศแทรกอยู่ ถ้าเรายกภาชนะและถังทางขวาให้สูงขึ้นนิดหน่อย  น้ำก็จะไหลไปถังทางซ้าย (ทั้งๆที่น้ำในถังทางขวามีมวลมากกว่า)
ถ้าเรายกภาชนะและถังทางซ้ายให้สูงขึ้นนิดหน่อย  น้ำก็จะไหลไปถังทางขวา
แต่ถ้ามีอากาศแทรกอยู่ในท่อ  ระดับน้ำในท่อต่ำกว่าจุดสูงสุด น้ำก็จะยังไม่ไหล  
แต่ความสูงของน้ำในท่อทั้งสองจะเท่ากัน ดังรูป(เพิ่มเติมภายหลัง)
 


Liked By: yong9, puchong, fajung
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 31, 2013, 12:09:16 AM โดย phalikhit » บันทึกการเข้า
Magnum (rew)
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4895



« ตอบ #29 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 12:27:18 PM »

คล้ายๆ กาลักน้ำภูเขาที่ผมมเคยเอามาลง

คำนึงถึงความตึงผิวของน้ำด้วยครับ
ไม่งั้นอากาศไหลย้อนกลับ
บันทึกการเข้า


สิ่งที่น่าสังเวชของมนุษย์
หาใช่ความเสื่อมถอยของสังขารไม่
แต่คือความเสื่อมถอยทางจิตวิญญาณ
KENETIC_E®
"เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3122


จักสร้างฝันให้เป็นจริงจงได้


« ตอบ #30 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 12:34:17 PM »


รูป ก. ถ้าเราไม่ประคับประคองไว้ ถังน้ำทางขวาจะเลื่อนครืด...ลงทันที
รูป ข.ทั้งๆที่น้ำในถังทางขวา มีมวลมากกว่าหลอดทางซ้าย และน้ำก็สามารถไหลล้นออกจากภาชนะได้
แต่มันก็ไม่ไหล มันก็ยังคาราคาซังค้างเติ่งกันอยู่อย่างนั้น  ครับ


จากรูป ข.  ถ้าเรายกภาชนะและถังทางขวาให้สูงขึ้นนิดหน่อย  น้ำก็จะไหลไปถังทางซ้าย (ทั้งๆที่น้ำในถังทางขวามีมวลมากกว่า)
ถ้าเรายกภาชนะและถังทางซ้ายให้สูงขึ้นนิดหน่อย  น้ำก็จะไหลไปถังทางขวา

ดังนั้น  (จากรูป ข) การที่น้ำในถังทางซ้าย จะไหลไปถังทางขวา จึงไม่ขึ้นอยู่กับมวลหรือน้ำหนักของน้ำในถังทางขวานะครับ

แล้วมันขึ้นอยู่กับอะไร
ทำอย่างไร น้ำ จากภาชนะทางซ้าย จึงจะถูกดูดไปลงที่ภาชนะทางขวาได้
และถ้าน้ำในภาชนะทางขวา มีระดับสูงกว่าภาชนะทางซ้ายแล้ว
  จะมีวิธีทำอย่างไรจึงจะทำให้น้ำจ่ากภาชนะทางซ้ายที่อยู่ต่ำกว่า ไหลไปลงที่ภาชนะทางขวาได้(โดยไม่ใช้แรงอย่างอื่นเข้าช่วย)

เป็นเรื่องที่จะต้องคิดหาวิธีกันต่อไป (ถ้าหากไม่ยอมรับว่า มันเป็นไปไม่ได้)


ผมเข้าใจครับถ้าเราทำอย่างที่คุณ phalikhit วาดรูปมาให้ เพราะว่ามันเป็นระบบเปิดคือมีแรงดันบรรยยากาศเท่ากัน แล้วถ้ามันเป็นถังปิดอย่างที่หลายๆ คนคิดไว้ล่ะครับ มันก็มีแรงดันบรรยากาศดันขึ้นทางท่อออกเช่นกัน แต่มันมีมวลน้ำหนักของน้ำด้วยไม่ใช่หรือที่ถูกดึงลงมาด้วย ถ้าเทียบแรงดันกันทั้งสองข้าง P = pgh ถ้า h ข้างไหนน้อยมันก็มีแรงดันน้อยอยู่แล้ว เข้าใจครับส่วนนี้ แต่ผมยังมองหาวิธีคิดเป็นอย่างอื่นอยู่น่ะครับ.....

ในใจผมไม่ได้คิดว่ามันจะทำได้โดยไม่มีวันหยุดเลยนะครับ เพียงขอแค่มันไหลออกแล้วค้างอยู่ที่ระดับหนึ่ง คือในท่อดูดอาจจะคาอยู่ที่ปลายด้านในสุด แต่ไม่สามารถไหลข้ามลงถังได้ ด้านท่ออดอกก็ไม่ไหลออก ดึงกันอยู่อย่างนี้ คงสภาวะเช่นนี้ไว้ก็น่าจะเพียงพอ ที่เหลือผมคิดว่าอาจจะใช้บางอย่าง(เช่นพลังงานอื่นๆ )เพียงเล็กน้อยมาช่วยให้น้ำในท่อดูดสามารถข้ามปลายท่อไปได้ เหมือนกับมันเป็นแค่สัญญาณทริกให้ระบบทำงาน พอทำงานแล้วมีน้ำไหลออกทางปลายท่อด้านออก(ถ้ามีเข้ามันก็จะต้องไหลออก) ผมก็จะเอาน้ำจากด้านนี้ไปสร้างให้เกิดแรงกระทำอื่นๆ เช่นหมุนปั้มหรืออะไรก็แล้วแต่ให้มันสามารถทำให้ระบบทำงานอยู่ได้ อาจจะระยะหนึ่งหรือตลอดเวลาแต่ลดประสิทธิภาพลงเรื่อยๆ จนหมดประสิทธิภาพก็น่าจะเป็นที่พอใจแล้ว (ความฝันนะ...อ้าว..นี่เที่ยงแล้วนี่ตื่นดีกว่า)
บันทึกการเข้า

"If tomorrow never comes."  อาจไม่มีพรุ่งนี้ให้ได้เห็น...
กระทู้ส่วนตัว :  สวน(ป่า)ออมรัก  *ขออภัย จำกัดสิทธิ์การใส่ Link-URL ในลายเซ็น*
Aomsin & Earth
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2146


« ตอบ #31 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 10, 2011, 01:06:32 PM »

เห็นด้วยครับคุณ KENETIC_E®  ถ้าช่วยมันให้ทำงานได้น่าจะประหยัดกว่าเอาปั๊มขึ้นมาโดยตรง
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 69   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: