หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน  (อ่าน 8843 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 10:10:20 AM »

    การป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน เป็นวิธีควบคุมศัตรูพืชทั้งหมดที่มีอยู่อย่างรอบคอบ และนำมาผสมผสานกันเป็นวิธีที่เหมาะสมเพื่อใช้ในการลดปริมาณศัตรูพืชโดยให้มีระดับการทำลายพืชที่เราปลูกน้อยที่สุดโดยมีการใช้สารกำจัดศัตรูพืชหรือการจัดการใดๆให้น้อยที่สุดเมื่อมีเหตุผลอัน ควร รวม ทั้งลดความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่มนุษย์ และสิ่ง-แวดล้อมให้มีน้อยที่สุด แต่เน้นในเรื่องของการปลูกพืชที่แข็งแรงโดยการรบกวนระบบนิเวศเกษตรให้น้อยที่ สุด  และสนับสนุนกลไกการควบคุมโดยศัตรูธรรมชาติ
                                 
          ในความเป็นจริงการทำการเกษตรต้องทำให้ดินอุดมสมบูรณ์สูง  มีน้ำเพียงพอ เลือกชนิดของพืชที่ปลูกให้เหมาะสมกับพื้นที่ทั้งพืชที่ให้รายได้และพืชที่ปกป้องพืชหลักในสวน รวมถึงพืชที่เป็นอาหารให้สัตว์บางชนิดที่ปกป้องพืชที่เราปลูกไว้ ในระดับที่ผสมกลมกลืนกันอย่างวเหมาะสมจึงจะทำให้ผลผลิตที่เราปลูกได้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า
          การปรับปรุงดินเป็นรากฐานที่สำคัญมากในการปลูกพืชดินดีมีธาตุอาหารอุดมสมบูรณ์พืชที่ปลูกโตเร็วอย่างน้อยอาการของโรคพืชที่เกิดจากการขาดธาตุอาหารต่างๆก็ไม่มี ต้นพืชที่โตเร็วแข็งแรงโรคแมลงจะเข้าทำลายไม่ทัน หรือแม้จะถูกทำลายก็สามารถสร้างทดแทนได้อย่างรวดเร็ว โดยทั่วไปดินดีเราดูออกเช่นเป็นดินร่วนซุย มีเศษซากพืชทับถมสีของดินจะค่อนข้างดำหรือสีเทาๆ ไม่ใช่ดินที่พอโดนน้ำแล้วเหนียวหนึบแต่พอแห้งแล้วแข็งจนขุดไม่ลง หรือดินดีคงไม่ใช้ดินที่เป็นทรายจัดรดน้ำลงไปหายเลยไม่เก็บกักน้ำ ดังนั้นการซื้อหาที่ดินเพื่อทำการเกษตรต้องเลือกดินที่อุดมสมบูรณ์เพื่อประหยัดงบประมาณในการปรับปรุงบำรุงดิน ทำอย่างไรในดินไม่ดีหรือดินที่ไม่ค่อยดีเป็นดินดีเสียก่อนนี้เป็นขั้นตอนแรกของการเกษตรผสมผสาน
           น้ำต้องเพียงพอต่อการเพาะปลูกเพราะถ้าน้ำไม่เพียงพอพืชจะโตได้อย่างไร พืชที่ขาดน้ำก็จะอ่อนแอต่อการเข้าทำลายของโรคและแมลง หรือศัตรูพิชอื่นๆได้ง่าย น้ำที่ใช้ก็ต้องเป็นน้ำที่มีคุณภาพดีเหมาะกับการเจริญเติบโตของพืช
            พืชที่ปลูก ต้องเป็นพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ หรือท้องถิ่นนั้นๆเพื่อให้ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศและศัตรูพืช  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะแรกๆของการปลูกพืช แล้วต่ออมาค่อยทดสอบนำเอาพืชใหม่ๆมาปลูกเพื่อดูการตอบสนองต่อพื้นที่ซึ่งได้รับการปรับปรุงดีแล้ว   ปลูกไปคัดเลือกไปในที่สุดเราจะได้ระบบพืชผสมผสานที่เหมาะสม และมีความเสียหายน้อยจากศัตรูพืชต่างๆ
            พืชปกป้อง เป็นพืชที่ควรเลือกหามาปลูกในระบบเนื่องจากมันจะช่วยปกป้องพืชที่เราปลูกจากศัตรูพืชต่างๆได้ พืชปกป้องที่รู้จักกับเช่น  ตะไคร้หอมเมื่อกลิ่นของมันฟุ้งกระจายก็จะขับไล่แมลงบางชนิดที่เป็นศัตรูพิชได้  ดาวเรือง ดาวดระจาย ก็เป็นพืชที่ะรากของมันขับสารบางชนิดที่เป็นพิษต่อ ใส้เดือนฝอยโรคพืช   ลองหาเลือกปลูกพืชปกป้องมาปลูกกันจะลดการทำลายจากศัตรูพืชได้ระดับหนึ่ง
            สัตว์ปกป้องมีมากมายหลายชนิด เช่น กิ้งก่า ก็กินแมลง  ต่อ แตน  แมลงหมาร่า ก็ชอบกินแมลงเป็นอาหาร  ผึ้งก็เข้ามายึดครองพื้นที่เพื่อดูดกินน้ำหวานทำใก้แมลงอื่นๆไม่ชอบอยู่ใกล้  มวนเพชรฆาตก็กัดกินแมลงต่างๆมากมาย  สัตว์ปกปเองพืชเหล่านี้ควรเว้นชีวิตให้มันไม่ฉีดพ่นยาจนตายไปหมด
            การป้องกันศัตรูพืชต่างๆที่ปนเปื้อนหรือติดมากับคน เครื่องมือ พันธุ์พืช เป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึงว่าจะรุนแรงเช่น  โรคแคงเกอร์ของมะนาว จะปนเปื้อนมาได้ง่ายกับพันธุ์มะนาว  เครื่องมือที่ใช้ในสวนเมื่อตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรคพอเอาไปตัดกิ่งดีเข้าโรคก็ติดไปด้วย ที่เห็นได้ชัดเจนคือเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังที่ติดมากับท่อนพันธุ์ซึ่งเราซื้อหามาปลูก สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราคิดไม่ถึงว่า ทำไมสวนเราปกติไม่เคยมีโรคหรือแมลงแบบนี้  มันมาได้อย่างไร
             การทำลายแหล่งขยายพันธุ์ของศัตรูพืชในที่ปลูก เมื่อมีโรคบางชนิดติดเข้ามาเช่น  ไวรัสวงแหวนมะละกอเราต้องทำลายให้หมดสิ้น  พืชที่อ่อนแอต่อโรคและแมลง เมื่อเป็นรุนแรงเราต้องกำจัดให้สิ้นซากเพื่อไม่ให้ลามไปเป็นที่ต้นอื่นๆ


Liked By: หง
บันทึกการเข้า

vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 10:11:33 AM »

  แล้วจะมาเพิ่มเติมรายละเอียดต่างๆครับ หรือไครต้องการรู้อะไร  หรือไครทราบวิธีการใหม่ๆ  ขอเชิญเลยครับ
บันทึกการเข้า
dib2000
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 398


« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 09, 2011, 10:12:54 AM »

เข้าท่าดีครับ ผมปลูกในกระถาง ไม่งามซักอย่างเลย(ลงดินปลวกกินหมด)
ปลูกพริก ก็ใบโกรน หงิก แมลงอะไรก็ไม่รู้เล็กๆ เต็มใบเลย
มะนาว มะกรูด ก็ยอดหายหมด ใบหงิก
กำลังจะปลูก ผัก พวก บังบุ้ง ผักปรัง ถัวพลู ในกระถาง ไม่รู้จะรอดบ้าง  โกรธ
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2011, 10:10:47 AM »

เข้าท่าดีครับ ผมปลูกในกระถาง ไม่งามซักอย่างเลย(ลงดินปลวกกินหมด)
ปลูกพริก ก็ใบโกรน หงิก แมลงอะไรก็ไม่รู้เล็กๆ เต็มใบเลย
มะนาว มะกรูด ก็ยอดหายหมด ใบหงิก
กำลังจะปลูก ผัก พวก บังบุ้ง ผักปรัง ถัวพลู ในกระถาง ไม่รู้จะรอดบ้าง  โกรธ
        ปลวกกินหมด ก็ต้องบริหารจัดการปลวกให้เหลือน้อยลง  วิธีที่ง่ายที่สุดคือการกำจัดด้วยสารเคมีที่มีโฆษณาตามเสาไฟฟ้าทั่วไป แต่ถ้าจะกำจัดด้วยวิธีไม่ใช้สารเคมีก็มีหลายวิธีแตกต่างกันไป แต่ก็ต้องใช้เวลาและมีความยากง่ายไม่เหมือนกัน
       - ที่ใช้อยู่เป็นประจำคือหาจอมปลวกให้เจแล้วขุดหัวจอมเปิดออกราดด้วยน้ำมันเครื่องใช้แล้วลงไปมากๆ น้ำมันเครื่องจะไหลลงไปจนถึง แม่ปลวก เมื่อแม่ปลวกตายก็จะทำให้ปลวกรังนั้นตายยกรัง แต่ก็แค่รังนั้น แมงเม่าจากรังอื่นอาจจะมาสร้างจอมปลวกอีกก็ได้
       - น้ำส้มควันไม้ ฆ่าปลวก มด พ่นหรือราดบริเวณบ้านทุก 7-15 วันพ่นบริเวณที่มีกลิ่น หรือ ถังขยะทุก 7 วันทาบริเวณแผลทุกวัน เช้าและเย็นพ่นหรือราดรังปลวก
        - ต้องเลี้ยงไก่เอาไว้เพื่อให้ไก่กินปลวกที่จะเข้ามาทำรังในบ้านของเราเอง
        - เทอร์มินัส (Terminus)  สกัดจากพืชสมุนไพรไทย เช่น หางไหล ตระไคร้ หอม ข่า ขมิ้นชัน หัวแห้วหมู พริกขี้หนู เมล็ดงา และใบสาบเสือ มีผลในการควบคุมประชากรปลวกโดยกลไกที่แตกต่างกันตั้งแต่ การยับยั้ง การเจริญเติบโตของตัวอ่อน การวางไข่ การกินอาหาร ตลอดถึงการลดการพัฒนาการ ของ จุลินทรีย์ในลําไส้ ปลวก ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความอยู่ รอดและการทําลายของปลวก ซึ่งทำให้มีการควบคุมประชากรของปลวก โดย ลดขบวนการย่อยอาหาร ทำลายจุลินทรีย์ ในทางเดินอาหาร หยุดการลอกคราบของตัวอ่อน ทำให้ตัวอ่อน ไม่เจริญเติบโต ลดการฟักไข่ ของนางพญา ผลิตภัณฑ์ สมุนไพรนี้มีประสิทธิภาพ ในการลดประชากรของปลวกในสกุล Coptotermes spp. จะมีผล ทำให้ปลวกค่อยๆ อ่อนแอลง ตัวที่แข็งแรงก็จะมากัดกินตัว ที่อ่อนแอ ทำให้สารแพร่กระจาย ในรังของมันโดยอัตโนมัติ ปริมาณประชากรปลวก จะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ จนสูญพันธุ์ ไปในที่สุด แต่ต้องใช้เวลา นานกว่าการใช้สารเคมี
         -เชื้อราบิวเวอร์เรีย เป็นจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคกับแมลง ซึ่งสามารถทำลายแมลงได้หลายชนิด ษตรกรสามรถผลิตเชื้อราบิวเวอร์เรียใช้ได้เอง โดยขอรับหัวเชื้อจากศูนย์บริหารศัตรูพืชจังหวัดนั้นนำไปกำจัดปลวกนั้นทำได้โดยนำเชื้อบิวเวอร์เรียไปผสมกับน้ำแล้วเทราดตรง บริเวณที่คิดว่ามีปลวกอาศัยอยู่สักอาทิตย์ละ 1 ครั้ง สัก 3-4 ครั้งก็สามารถกำจัดได้แล้ว
          - หรือลองปลูกพืชที่ปลวกไม่ชอบกินก่อนเช่น  หางไหล ตะไคร้ พลูด่าง ฟิโลเดนดรอน จันผา ขิง  ข่า   หอม ข่า ขมิ้นชัน         พริกขี้หนู    งา    สาบเสือ     น้อยหน่า   มังคุด   สาบเสือ    ต้นสัก   ดาวเรือง  ดาวกระจาย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 19, 2011, 10:26:42 AM โดย vud » บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2011, 10:38:43 AM »

    ปลูกพริก ก็ใบโกร๋น หงิก แมลงอะไรก็ไม่รู้เล็กๆ เต็มใบเลย 
    มะนาว มะกรูด ก็ยอดหายหมด ใบหงิก
   
    ลองปลูกพริกแบบธรรมชาติดูบ้างโดยการเก็บผลพริกทีละ  สองสามกำมือ หว่านลงไปทั่วๆบริเวณที่ชื้นๆ แล้วปล่อยให้มันขึ้นเอง ถ้าขึ้นมากเกินไปก็ถอนทิ้งบ้าง พริกขี้หนูสวนจะขึ้นได้ดีที่สุด การปลูกพริกไว้กินเอง แบบนี้รากแก้วจะลงลึก และเมล็ดที่แข็งแกร่งถึงจะงอก และเมื่องอกแล้วต้นไหนไม่ทนทานจะแคระแกรนหรือตายไป
    มะนาวต้องเลือกพันธุ์ที่ต้านทานโรคเช่น มะนาวพันธุ์พิจิตร  มะนาวพันธุ์ตาฮิติ ถึงจะไม่อร่อยเท่ามะนาวแป้นแต่ก้เปรี้ยวพอกัน
    และถ้าปลูกผักบุ้ง  ถั่วพูแล้วยังไม่ได้กิน ก็ไปซื้อเขากินที่ตลาดง่ายกว่า ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อเข้ามาเรียนรู้ในเวบเกษตรพอเพียงแล้วปลูกพืชไม่ได้กินเพราะในนี้ก็เริ่มมาจากคนที่ไม่เป็นเกษตรเลยมากมายยังปลูกได้กิน เข่นรายนี้ คุณนายพอเพียง  เข้าไปเรียนรู้นะครับ
    http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=9782.0
   
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: