หน้า: 1 2 [3] 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เรื่องจริงที่เกิดขึ้นของการซื้อที่ดิน สปก 4-01  (อ่าน 76082 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 4 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tk_clubs
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193


« ตอบ #32 เมื่อ: เมษายน 18, 2011, 02:34:02 AM »

การซื้อขายที่ สปก 4-01 ต้องเชื่อใจกันอย่างเดียวแต่ต้องทำสัญญากันให้ดีเก็บเอกสารในการทำสัญญาซื้อขายพร้อมใบ สปก ตัวจริงที่ซื้อมาจากเจ้าของไว้ ถ้ามีการเรียกร้องขอคืนจากลูกๆหรือบุคคลที่สืบทอดสายเลือดถ้ายอดคืนเงินให้ก็แล้วไปแต่ถ้าไม่ยอมคืนเงิน ก็เอาหลักฐานที่ทำการซื้องขาย มีเอกสารใบ สปก หนังสือสัญญา ซื้อขาย ยืนที่ สปก ที่ดินแปลงที่มีปัญหา และมีการซื้อขายจะถูกยึดเข้าหลวงทั่นที เหตุการนี้ผมเจอกับตัวเองซื้อที่ สปก มา 27 ไร่ ซื้อจากพ่อ ซื้อขายกันมา 2 ทอด ก่อนคนขายตายแจ้ง สปก หายทำใบแทนมา พอคนขายตายลูกเรียนจบทนาย มาขอคืนแต่ไม่ยอมคืนเงิน ผมเลยเอาเอกสารที่ทำการซื้อขายแจ้ง สปก ให้ยึดคืน ตอนนี้เรื่องอยู่ที่ สปก


ใช่ค่ะ  คนใดเอา สิทธิที่ตนมีใน สปก มาขายต่อ ผู้นั้น สิ้นสิทธิ์ทันที  หน่วยงาน สปก  ก็ริบที่ดินคืนไปจัดสรรให้เกษตรกรรายอื่นต่อไป

การซื้อขายที่ดิน สปก เป็น โมฆะ  คุนฟ้องเรียกเงินคืนได้ 

คำว่า โมฆะ หมายถึง คู่กรณีกลับสู่ฐานะเดิม  เสมือนหนึ่งว่า นิติกรรมซื้อขายนั้น มิได้เกิดขึ้น


ท่านใด มีประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหา ในเรื่องซื้อ- ขายที่ดิน    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในลักษณะใด ช่วยกรุณาเล่าให้ เพื่อนสมาชิกรับรู้ด้วยค่ะ   จะได้มีสติ  ตาสว่างเสียที


แต่ก็นั่นแหละ.....  ปรัชญาหนึ่ง  กล่าวไว้ว่า  "  ความโลภ ย่อมไม่ปราณีใคร "     ยังเป็นอมตะนิรันดร์กาล

กรณีนี้ ไม่ถือว่าเป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจเหรอครับ  เพราะคนซื้อรู้อยู่แล้วว่า ที่ดิน สปก ห้ามซื้อขาย สัญญาจะเป็นโมฆะเพราะต้องห้ามตามกฎหมาย แต่ยังยอมทำสัญญาและยอมจ่ายเงินค่าที่ดินกันไป
ตาม ปพพ. มาตรา 407
บุคคลใด ได้กระทำการอันใด ตามอำเภอใจ เหมือนหนึ่งว่า เพื่อชำระหนี้ โดยรู้อยู่ว่า ตนไม่มี ความผูกพัน ที่จะต้องชำระ ท่านว่า บุคคลนั้น หามีสิทธิ จะได้รับคืนทรัพย์ไม่

ผมคิดว่า ไม่น่าจะเรียกได้คืนนะครับ
บันทึกการเข้า

wannana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« ตอบ #33 เมื่อ: เมษายน 18, 2011, 09:44:50 AM »

การซื้อขายที่ สปก 4-01 ต้องเชื่อใจกันอย่างเดียวแต่ต้องทำสัญญากันให้ดีเก็บเอกสารในการทำสัญญาซื้อขายพร้อมใบ สปก ตัวจริงที่ซื้อมาจากเจ้าของไว้ ถ้ามีการเรียกร้องขอคืนจากลูกๆหรือบุคคลที่สืบทอดสายเลือดถ้ายอดคืนเงินให้ก็แล้วไปแต่ถ้าไม่ยอมคืนเงิน ก็เอาหลักฐานที่ทำการซื้องขาย มีเอกสารใบ สปก หนังสือสัญญา ซื้อขาย ยืนที่ สปก ที่ดินแปลงที่มีปัญหา และมีการซื้อขายจะถูกยึดเข้าหลวงทั่นที เหตุการนี้ผมเจอกับตัวเองซื้อที่ สปก มา 27 ไร่ ซื้อจากพ่อ ซื้อขายกันมา 2 ทอด ก่อนคนขายตายแจ้ง สปก หายทำใบแทนมา พอคนขายตายลูกเรียนจบทนาย มาขอคืนแต่ไม่ยอมคืนเงิน ผมเลยเอาเอกสารที่ทำการซื้อขายแจ้ง สปก ให้ยึดคืน ตอนนี้เรื่องอยู่ที่ สปก




ใช่ค่ะ  คนใดเอา สิทธิที่ตนมีใน สปก มาขายต่อ ผู้นั้น สิ้นสิทธิ์ทันที  หน่วยงาน สปก  ก็ริบที่ดินคืนไปจัดสรรให้เกษตรกรรายอื่นต่อไป

การซื้อขายที่ดิน สปก เป็น โมฆะ  คุนฟ้องเรียกเงินคืนได้ 

คำว่า โมฆะ หมายถึง คู่กรณีกลับสู่ฐานะเดิม  เสมือนหนึ่งว่า นิติกรรมซื้อขายนั้น มิได้เกิดขึ้น


ท่านใด มีประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหา ในเรื่องซื้อ- ขายที่ดิน    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวในลักษณะใด ช่วยกรุณาเล่าให้ เพื่อนสมาชิกรับรู้ด้วยค่ะ   จะได้มีสติ  ตาสว่างเสียที


แต่ก็นั่นแหละ.....  ปรัชญาหนึ่ง  กล่าวไว้ว่า  "  ความโลภ ย่อมไม่ปราณีใคร "     ยังเป็นอมตะนิรันดร์กาล

กรณีนี้ ไม่ถือว่าเป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจเหรอครับ  เพราะคนซื้อรู้อยู่แล้วว่า ที่ดิน สปก ห้ามซื้อขาย สัญญาจะเป็นโมฆะเพราะต้องห้ามตามกฎหมาย แต่ยังยอมทำสัญญาและยอมจ่ายเงินค่าที่ดินกันไป
ตาม ปพพ. มาตรา 407
บุคคลใด ได้กระทำการอันใด ตามอำเภอใจ เหมือนหนึ่งว่า เพื่อชำระหนี้ โดยรู้อยู่ว่า ตนไม่มี ความผูกพัน ที่จะต้องชำระ ท่านว่า บุคคลนั้น หามีสิทธิ จะได้รับคืนทรัพย์ไม่

ผมคิดว่า ไม่น่าจะเรียกได้คืนนะครับ


ในทางปฏิบัติแล้ว  ทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย  รู้อยู่แล้วว่า ที่ดิน สปก กฏหมายบอกว่า ห้ามซื้อ ขาย  ห้าม จำหน่ายจ่ายโอน  ยกเว้น โอนได้ทางมรดก

คนซื้อก็ทำสัญญากับคนขาย แบบซิกแซกๆ  ว่า ทำเป็นสัญญาเงินกู้ ระบุจำนวนเงิน เท่าที่มีการซื้อขายกัน  และกำหนดดอกเบี้ยเงินกู้ตามกฏหมาย  แถมไม่ลงวันที่ไว้  เผื่อว่า คนขายไม่ซื่อในวันหนึ่งในอนาคต ( ก็ไม่รู้ว่าเขาจะลุกขึ้นมาโกงเมื่อไหร่  ) ก็จะได้ฟ้องเรียกเงินคืน ตามสัญญาเงินกู้นั้น

เมื่อนำคดีขึ้นต่อศาล  โจทก์คือ ผู้ซื้อ ก็จะฟ้องตามสัญญาเงินกู้   ในเรื่องการสืบพยานหลักฐาน   พยานเอกสาร ถือว่าเป็นพยานที่น่าเชื่อถือ   ศาลรับฟัง   จะเอาพยานบุคคลเข้าสืบแทนพยานหลักฐานไม่ได้  เว้นแต่ว่า พยานเอกสารต้นฉบับหาย หรือ ชำรุดมากบกพร่องมาก

หากซื้อ ที่ดิน สปก  และทำสัญญาซื้อขายแบบตรงๆ  ก็เรียกร้องเงินคืนไม่ได้ เมื่อ การซื้อขายเป็นโมฆะ  มันก็จะแทงเข้าไป ปพพ มาตรา 407  ทันที คือ เรียกเงินคืนไม่ได้ เพราะเป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจ  ทั้งๆที่รู้ว่า ไม่มีหนี้ต่อกัน  ก็ ชำระไป

หาก คนซื้อฉลาด  และรู้ทันเหลี่ยม ก็ต้องทำสัญญากัน   จะเป็นแนวไหน ก็ได้ เพื่อให้ตนลดความเสี่ยงน้อยลง

ที่เห็นๆ อยู่  เขาก็ ทำเป็นสัญญากู้ยืมเงิน ....  หากฟ้องร้องกัน  ก็ ฟ้องกัน ตาม สัญญาเงินกู้ ซึ่งต้องมีหลักฐานการกู้กัน เป็นหนังสือ

บันทึกการเข้า
wannana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« ตอบ #34 เมื่อ: เมษายน 18, 2011, 10:11:24 AM »



จะว่ากันไปแล้ว ในเรื่องการซื้อขายที่ดิน สปก  ยังไงๆ คนซื้อเสียเปรียบอยู่แล้ว เพราะกฏหมายห้ามโดยชัดแจ้งว่าการซื้อขายเป็นโมฆะ

แม้ว่าคนซื้อ-คนขาย  ทำสัญญาเงินกู้กัน  ตามจำนวนเงินที่ซื้อขาย ก็ตาม  แต่สัญญานั้น  ก็เป็นนิติกรรมสัญญา ที่เป็นเจตนาลวง

หาก คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งรู้ทันเกมส์   และสืบพยานหลักฐานเก่ง   คนซื้อก็แพ้คดี   ดิฉันไม่สนับสนุนให้ซื้อ ที่ดิน สปก หรอก

หาก พอมีเงินบ้าง เล็งหาที่ดิน มี น.ส3 หรือ มีโฉนด  สบายใจกว่าค่ะ.....


ปรัญชา >>>>>>>>  "  จงเอาชนะความโลภ  ด้วยการสร้างความพอเพียง...แล้วความสงบในชีวิตจะบังเกิด" 





Liked By: Tommy_LA
บันทึกการเข้า
wannana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« ตอบ #35 เมื่อ: เมษายน 18, 2011, 11:16:41 AM »



วันนี้ ดิฉันนำคำพิพากษาฏีกา มาฝาก  ไปค้นเจอโดยบังเอิญมาก  เห็นว่าพอจะมีประโยชน์บ้าง  เลยนำมาลงไว้

เป็น การฟ้อง คดีพิพาทในเรื่อง ที่ดิน สปก  ค่ะ



คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10669/2546
ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินและอยู่ในระหว่างจำเลยยื่นคำขอเข้าทำประโยชน์จึงต้องห้ามมิให้บุคคลที่ได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมทำการแบ่งแยกหรือโอนสิทธิในที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 39 การที่โจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย จึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 150 สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทที่เป็นโมฆะ ย่อมไม่ก่อให้เกิดสิทธิเรียกร้องใด ๆขึ้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเบี้ยปรับจากจำเลยเพราะมิใช่เป็นผลจากการผิดสัญญา แต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 วรรคสอง บัญญัติว่า ถ้าจะต้องคืนทรัพย์สินอันเกิดจากโมฆะกรรม ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้แห่งประมวลกฎหมายนี้มาใช้บังคับ ซึ่งตามมาตรา 412 บัญญัติว่า ถ้าทรัพย์สินซึ่งได้รับไว้เป็นลาภมิควรได้นั้น เป็นเงินจำนวนหนึ่ง ท่านว่าต้องคืนเต็มจำนวนนั้น การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาเรื่องลาภมิควรได้ จึงมิใช่เป็นการพิพากษานอกคำฟ้องนอกประเด็น


 คดีนี้ โจทก์เป็นผู้ซื้อ ที่ดิน  สปก  ฟ้องเรียกเงิน คืนจากผู้ขาย   ศาลก็ตัดสินให้  ไม่ถือว่าเป็นการตัดสินนอกประเด็น

ลอง อ่านดูค่ะ   ทนายโจทก์ ต่อสู้  โดยอ้าง  ปพพ มาตรา 412   ขอให้ศาลคืนเงินให้แก่โจทก์เต็มจำนวน  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
wannana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« ตอบ #36 เมื่อ: เมษายน 18, 2011, 11:37:30 AM »


ค้นหาคำพิพากษา ฏีกาเต็ม มาให้อ่านค่ะ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10669/2546

ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินและอยู่ในระหว่างจำเลยยื่นคำขอเข้าทำประโยชน์จึงต้องห้ามมิให้บุคคลที่ได้รับสิทธิโดยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมทำการแบ่งแยกหรือโอนสิทธิในที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 39 การที่โจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทเป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย จึงเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 150

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทที่เป็นโมฆะ ย่อมไม่ก่อให้เกิดสิทธิเรียกร้องใด ๆขึ้น โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเบี้ยปรับจากจำเลยเพราะมิใช่เป็นผลจากการผิดสัญญา แต่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 172 วรรคสอง บัญญัติว่า ถ้าจะต้องคืนทรัพย์สินอันเกิดจากโมฆะกรรม ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้แห่งประมวลกฎหมายนี้มาใช้บังคับ ซึ่งตามมาตรา 412 บัญญัติว่า ถ้าทรัพย์สินซึ่งได้รับไว้เป็นลาภมิควรได้นั้น เป็นเงินจำนวนหนึ่ง ท่านว่าต้องคืนเต็มจำนวนนั้น การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาเรื่องลาภมิควรได้ จึงมิใช่เป็นการพิพากษานอกคำฟ้องนอกประเด็น

โจทก์ไม่ทราบมาก่อนว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน จึงไม่ใช่โจทก์กระทำการตามอำเภอใจเสมือนหนึ่งว่าเพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระตามมาตรา 407 จำเลยต้องคืนเงินซึ่งได้รับไว้แก่โจทก์ตามมาตรา 406

หลังจากจำเลยทั้งสองไม่สามารถโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ตามสัญญาจะซื้อจะขาย โจทก์ได้แจ้งให้จำเลยที่ 2 ชำระค่าที่ดิน 2,872,718 บาท คืนแก่โจทก์ หากจำเลยที่ 2 ไม่สามารถชำระได้ให้จำเลยที่ 2 แจ้งให้ ย. ซึ่งเป็นผู้ครอบครองที่ดินร่วมกับจำเลยที่ 2 ชำระหนี้แก่โจทก์ 2,000,000 บาท ต่อมา ย. ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์2,600,000 บาท อันเป็นหนี้จำนวนเดียวกันกับที่โจทก์ได้หักหนี้ 2,000,000 บาท และจำเลยที่ 2 ยอมให้โจทก์หักหนี้ดังกล่าวได้ ดังนี้เงิน 2,000,000 บาท จึงเป็นการแปลงหนี้ใหม่ด้วยเปลี่ยนตัวลูกหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 350 โจทก์คงมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยทั้งสองคืนเงิน 872,718 บาท เท่านั้น

จำเลยไม่ได้ยกอายุความเรื่องลาภมิควรได้ขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การ จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลล่างทั้ง

สอง ทั้งมิใช่ข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย


เพิ่มข้อกฏหมาย : 

 ในเรื่องลาภมิควรได้นั้น ท่านห้ามมิให้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนด1 ปี นับแต่เวลาที่ฝ่ายผู้เสียหายรู้ว่าตนมีสิทธิเรียกคืน

หรือเมื่อพ้น 10 ปี  นับแต่เวลาที่สิทธินั้นได้มีขึ้น  ( ประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 419 )


บันทึกการเข้า
wannana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« ตอบ #37 เมื่อ: เมษายน 20, 2011, 08:51:29 PM »


วันนี้  เอาคำพิพากษา ในเรื่อง ซื้อที่ดิน สปก  มาฝากค่ะ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1876/2542

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาท(ซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน)ระหว่างโจทก์กับจำเลย มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมาย ซึ่งตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 150 การที่โจทก์ชำระเงินค่าซื้อขายที่ดินพิพาทให้จำเลยย่อมเป็นการชำระหนี้อันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย กรณีต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 411 ที่โจทก์ ไม่อาจเรียกเงินคืนจากจำเลยฐานลาภมิควรได้ ดังนี้หนังสือ สัญญากู้เงินฉบับพิพาทที่โจทก์ฟ้องเป็นสัญญาที่จำเลยตกลง ยอมรับผิดใช้หนี้ซึ่งมีมูลหนี้มาจากการที่โจทก์ได้ชำระหนี้ เป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายดังกล่าวย่อมตกเป็นโมฆะด้วยจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยตามหนังสือสัญญากู้เงินให้แก่โจทก์


แต่ถ้าหากผู้ซื้อ อ้างว่า ตนไม่ทราบมาก่อนว่าที่ดินอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ผู้ซื้อเรียกเงินคืนได้

ตาม คำพิพากษาฏีกาข้างล่างนี้

คำพิพากษาฏีกาที่ 172/ 2546

การที่โจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทซึ่งอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งต้องห้าม มิให้แบ่งแยกหรือโอนสิทธิที่ดินไปยังผู้อื่น เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฏหมาย เป็นโมฆะตาม ปพพ มาตรา 150  โจทก์ไม่ทราบมาก่อนว่าที่ดินพิพาทอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน จึงไม่ใช่การกระทำตามอำเภอใจ เสมือนหนึ่งว่า เพื่อชำระหนี้โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ ตาม ปพพ มาตรา 407  จำเลยต้องคืนเงินที่รับไว้แก่โจทก์ตาม ปพพ มาตรา 406

บันทึกการเข้า
แทนไท
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 41



« ตอบ #38 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2011, 04:23:16 PM »

ขอปรึกษาหน่อนน่ะครับ เรื่องของผมเอง
มีเพื่อนบ้าน(หลังคาบ้านชนกัน)มาขอเสนอขายที่ให้ผม 1 แปลง ประมาณ 5 ไร่ ซึ่งผมก็สนใจอยากจะได้เหมือนกัน
ข้อมูลนะครับ
  เป็นที่ดิน สปก ขนาด 25 ไร่ เป็นที่สำหรับทำนาทั้งหมด ชื่อผู้ถือโฉนดปัจจุบัน เป็นชื่อของแม่ของคนที่จะขาย ซึ่งได้เสียชีวิตไปหลายปีแล้วแต่ยังไม่ได้โอนสิทธิมาให้ลูกๆ ในทางปฏิบัติ พี่น้องครอบครัวนี้มีทั้งหมด 5 คน ซึ่งได้แบ่งพื้นที่ในการทำกินคนล่ะประมาณ 5 ไร่ ซึ่งหนึ่งในคนนั้นแหละที่จะขายที่ให้ผม

คำถามครับ
  ถ้าผมซื้อขายตอนนี้ แล้วให้ญาติเขาขอเอกสารสิทธิใหม่ โดยใช้ชื่อเราไปเข้าครอบครองที่ 5 ไร่ นั้นเลยได้ไหม(โดยสมมุติว่าเราคือญาติเขาเป็น 1 ใน 5)แทนชื่อคนที่จะขายให้เรา
  หรือผมควรจะรอให้เขายื่นขอเอกสารสิทธิใหม่ที่แบ่งสมบัติกันเรียบร้อยก่อน แล้วเราค่อยเข้าไปซื้อ โดยใช้สัญญาเงินกู้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน
  หรือมีข้อแนะนำอย่างไรช่วยชี้แนะด้วยครับ จุดประสงค์อยากได้ที่ตรงนี้มาทำการเกษตรจริงๆครับ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
pungpong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 651


« ตอบ #39 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2011, 05:26:18 PM »

ใช้สัญญาเงินกู้มาเป็นหลักประกันไม่ได้หรอกครับ

เวลาไปสู้ในชั้นศาล ถ้ามูลหนี้ไม่มีอยู่จริง

ศาลก็ต้องยกตั้งแต่ยังไม่สืบประเด็นอื่นเลย
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5518


« ตอบ #40 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2011, 06:17:56 PM »

 ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ให้ความกระจ่างในกรณีการซื้อขายที่ สปก  ครับ
บันทึกการเข้า
tk_clubs
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 193


« ตอบ #41 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2011, 06:28:12 PM »

ขอปรึกษาหน่อนน่ะครับ เรื่องของผมเอง
มีเพื่อนบ้าน(หลังคาบ้านชนกัน)มาขอเสนอขายที่ให้ผม 1 แปลง ประมาณ 5 ไร่ ซึ่งผมก็สนใจอยากจะได้เหมือนกัน
ข้อมูลนะครับ
  เป็นที่ดิน สปก ขนาด 25 ไร่ เป็นที่สำหรับทำนาทั้งหมด ชื่อผู้ถือโฉนดปัจจุบัน เป็นชื่อของแม่ของคนที่จะขาย ซึ่งได้เสียชีวิตไปหลายปีแล้วแต่ยังไม่ได้โอนสิทธิมาให้ลูกๆ ในทางปฏิบัติ พี่น้องครอบครัวนี้มีทั้งหมด 5 คน ซึ่งได้แบ่งพื้นที่ในการทำกินคนล่ะประมาณ 5 ไร่ ซึ่งหนึ่งในคนนั้นแหละที่จะขายที่ให้ผม

คำถามครับ
  ถ้าผมซื้อขายตอนนี้ แล้วให้ญาติเขาขอเอกสารสิทธิใหม่ โดยใช้ชื่อเราไปเข้าครอบครองที่ 5 ไร่ นั้นเลยได้ไหม(โดยสมมุติว่าเราคือญาติเขาเป็น 1 ใน 5)แทนชื่อคนที่จะขายให้เรา
  หรือผมควรจะรอให้เขายื่นขอเอกสารสิทธิใหม่ที่แบ่งสมบัติกันเรียบร้อยก่อน แล้วเราค่อยเข้าไปซื้อ โดยใช้สัญญาเงินกู้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน
  หรือมีข้อแนะนำอย่างไรช่วยชี้แนะด้วยครับ จุดประสงค์อยากได้ที่ตรงนี้มาทำการเกษตรจริงๆครับ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์

จะทำให้ถูกต้อง จะว่าไม่มีทางเลยก็ไม่ใช่ครับ  แต่วิธียุ่งยากมากหลายขั้นตอน

และที่สำคัญ ท่านต้องเป็นเกษตร และมีกำลังภายใน พอสมควรครับ
บันทึกการเข้า
Tommy_LA
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3101


« ตอบ #42 เมื่อ: พฤษภาคม 18, 2011, 08:36:54 PM »

เรื่องยายไปซื้อที่ สปก.
หลังจากศาลพิจารณาว่า ยายเป็นผู้เสียหายแล้ว
ต่อไปจะต้องพิจารณาเรื่องอายุความของคดี
แต่จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้
แต่จะเลี่ยงว่าซื้อสิทธิ์ทำกินได้
สุดท้ายยายก็จะได้เงินคืน แต่เดือนละพัน
ค่าปรับปรุงพัฒนา และค่าดอกเบี้ย อด
บันทึกการเข้า
tachis
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 64


« ตอบ #43 เมื่อ: มกราคม 29, 2012, 04:48:42 PM »

ขอสอบถามท่านผู้รู้ คือมีที่ดินแปลงหนึ่งของญาติทำเอกสาร(โฉนดหาย)เราจะทำอย่างไรเพื่อที่จะได้โฉนดใหม่ เพราะเราจะเข้าไปใช้ประโยชน์จากที่ดินผืนนั้น แต่ไม่มีเอกสารอันใดว่าเราเป็นผู้ครอบครอง  กลัวคนอื่นมาอ้างสิทธิ์ในที่ดิน
บันทึกการเข้า
sawanya_k
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 88


« ตอบ #44 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 02, 2012, 07:59:35 AM »

ที่ดิน สปก 4-01 เปลี่ยน เป็นโฉนด ชุมชุน ได้มัยค่ะ การเปลี่ยน เป็นโฉนดชุมชน จะดีกว่า สปก 4-01 มัย
บันทึกการเข้า
boon_song
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 322


« ตอบ #45 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2012, 08:41:15 AM »

 เจ๋ง  อะไรไม่ชัดเจน  อย่าไปเสี่ยงเลย  ถ้าจะเสี่ยงก็ต้องยอมรับความเสี่ยงนั้น  พูดง่ายๆว่า ยอมเสียเงินนั้นไป ฟรีๆ  มีปัญหากับคนในพื้นที่ผมว่าอันตรายนะ  บางที่อาจจะไม่ได้เสียเงินอย่างเดียว  ตกใจ
บันทึกการเข้า
boon_song
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 322


« ตอบ #46 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 26, 2012, 08:47:38 AM »

ขอสอบถามท่านผู้รู้ คือมีที่ดินแปลงหนึ่งของญาติทำเอกสาร(โฉนดหาย)เราจะทำอย่างไรเพื่อที่จะได้โฉนดใหม่ เพราะเราจะเข้าไปใช้ประโยชน์จากที่ดินผืนนั้น แต่ไม่มีเอกสารอันใดว่าเราเป็นผู้ครอบครอง  กลัวคนอื่นมาอ้างสิทธิ์ในที่ดิน


ไม่รู้ แต่ลองตอบ

โฉนดที่ดินจะมีอยู่ที่สำนักงานที่ดินอีก 1 ฉบับ ถ้าหาย "เรา" จะดำเนินการอะไรไม่ได้ แต่ "ญาติเรา(ที่เป็นเจ้าของที่ดิน(โฉนด)สามารถดำเนินการได้) คิดว่าน่าจะต้องไปแจ้งความว่าหาย ถ้าไม่มีรายละเอียดอะไรเกี่ยวกับที่ดินเลย  เจ้าตัวคงต้องเอาหลักฐานแล้วไปที่สำนักงานที่ดินในพื้นที่ ไปตรวจสอบก่อนครับ
บันทึกการเข้า
pakinees
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 230


« ตอบ #47 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2012, 02:30:59 PM »

ลองคลิ๊กดูเว็บของหน่วยงานที่รับผิดชอบที่ดิน สปก. โดยตรงดูนะคะ มีอยู่หลายกรณีที่พอจะเป็นอุทาหรณ์ได้อย่างดีค่ะ http://www.alro.go.th/alro/files/sentence/index.htm
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 [3] 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: