หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 17   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อคิดสำหรับคนที่ซื้อที่ดินเปล่า!!!!  (อ่าน 126737 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
wannana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 08:06:03 AM »

คำว่าที่ดินมือเปล่า หมายความว่าที่ดินที่เจ้าของไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงนั้น  แต่เขามีสิทธิครอบครองเท่านั่น  แต่ในทางกฏหมายแพ่ง ที่ดินมือเปล่านี้ ไม่สามารถโอนทางทะเบียนได้  การโอนนั้น ทำได้เพียงการส่งมอบการครอบครองเท่านั้น  หากมีใครมาแย่งการครอบครอง ผู้ครอบครองมีสิทธิฟ้องศาลบังคับให้ออกจากพื้นที่ได้ภายใน 1 ปี  นับจากวันที่รู้ว่ามีผู้มาแย่งการครอบครอง

หนังสือแสดงสิทธิครอบครอง มี 4 ชนิด ดังนี้
1. สค 1  ( หรือเรียกชื่อเต็มว่า หลักฐานการแจ้งการครอบครอง )
2. ใบจอง (นส2 และ นส 2 ก )       ใบเหยียบย่ำ ( คือ ใบ นส2  สมัยปัจจุบัน ซึ่งใบเหยียบย่ำ ใช้เรียกใบจอง ก่อน พ.ศ 2497 )
สมัยนี้ รัฐไม่ออกใบเหยียบย่ำให้ราษฏร  เขาจะออกใบจองแทน
3.หนังสือรับรองการทำประโยชน์ ได้แก่  นส3ก   นส3 ข  ซึ่งเอกสารสิทธิ์นี้ ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน  หากใครมีเอกสารชนิดนี้ แปลว่า เขามีสิทธิครอบครองเท่านั้น หากใครมาแย่งการครอบครองไป  เจ้าของมีสิทธิ์ฟ้องศาลเรียกคืนภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รู้ว่าคนอื่นมาแย่งการครอบครอง
4. นส5 ( ใบไต่สวน )

การโอน สค1   ทำได้หรือไม่?

การโอนนี้ หมายถึงการโอนทางทะเบียน ซื้อต้องทำเป็นหนังสือ จดทะเบียนต่อพนักงานที่ดิน  ณ  สำนักงานที่ดิน
 คำว่า โอน  ในที่นี้ หมายถึง  การซื้อ  ขาย  การจำหน่าย  ให้บุคคลอื่น

การโอน เพียงแต่ผู้โอน ส่งมอบการครอบครอง (ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ย้ายออกไป  ให้ คนใหม่เข้ามาใช้ประโยชน์ในที่ดิน เเพยงเท่านี้ ก็เป็นการโอนโดยสมบูรณ์  )
ดิฉัน เห็นคนถูกโกงที่ดินมือเปล่าไป เพราะความไม่รู้กฏหมาย
 ที่ดินแปลงนั้น  ประมาณ  30 ไร่   อยู่แถวๆ  น้ำแพร่ ต.หางดง  เป็นที่ดินในทำเลสวยมาก  เห็นวิว ทิวทัศน์  มีคนทาง กทม   มาซื้อสิทธิการครอบครอง ทั้งแปลง ราคา  3  ล้านบาท   ต่อมา  มีคนอื่น ไม่ไล่คนที่ซื้อ คนใหม่ โดยอ้างว่า  ที่ดินแห่งนี้ เป็นกรรมสิทธิ์ของรัฐ เขาห้ามซื้อขาย   คนที่มาไล่  อ้างว่าเป็นทหาร ทางการมายึดคืน   ผู้ซื้อรายใหม่ก็เชื่อ เพราะความไม่รู้กฏหมาย   กลุ่มที่อ้างว่าเป็นคนของรัฐ  เลยได้ครอบครองสิทธ์ทำกินในที่ดินแปลงนั้นฟรี ๆ   ความจริง  พวกเขาไม่ใช่คนของรัฐแต่อย่างไร

ความจริง  ที่ดินมือเปล่า เขาห้าม ซื้อขาย  ห้ามโอนกันทางทะเบียน    แต่การซื้อขาย ราษฏร ทำกันเอง  โดยทำสัญญาซื้อขายกันเป็นหนังสือ เก็บไว้คนละชุด   ไม่ต้องไปโอนทางทะเบียน ที่สำนักงานที่ดิน   การโอน ทำเพียงแค่ส่งมอบการครองครองให้ผู้ซื้อเท่านั้น   ผู้ซื้อรายใหม่ ก็ต้องไปอยู่อาศัย และทำสวน ทำไร่  แทน  ส่วนมาก คนแถวนั้นเขา ทำร้านอาหาร  และ รีสอร์ท   เพราะทำเลสวยมาก


ดิฉันมีเรื่องนี้ มาเล่าให้ท่านฟังเพื่อเป็นอุทาหรณ์ ว่า  หากท่านใดจะซื้อที่ดินมือเปล่า  ท่านต้องศึกษาหาความรู้ทางกฏหมายด้วย

ตอนนี้ เงินก็หายากมาก  กว่าจะเก็บเงิน  อดออม  ถนอมใช้  จนมีเงินเก็บ 1 ล้านบาทขึ้นไป   มันเหนื่อยมากนะคะ

ท่านใดมีปัญหาทางด้านกฏหมาย ดิฉันยินดีให้คำปรึกษา  โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแต่ประการใด

085-7070928   หรือ  wan_cmu@msn.com



บันทึกการเข้า

wannana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« ตอบ #1 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 09:23:59 AM »

ขอเพิ่มเติมรายละเอียดในเรื่อง การซื้อ ขาย ที่ดินที่มีสิทธิครอบครอง   แม้ทางรัฐระบุว่า ห้ามซื้อ ขาย  เพราะ เป็นที่ดินไม่มีกรรมสิทธิ์ เหมือนการมีโฉนด (นส 4 จ  )  แต่สามารถโอนทางมรดกได้

ในทางปฏิบัติ  ราษฎร ทำการซื้อขายกันเอง  การโอน  ไม่ต้องไปจดทะเบียนที่สำนักงานที่ดิน  ทำได้เพียงแค่การส่งมอบกัน

ยกตัวอย่างเช่น 

 นายแก้ว  มีที่ดินเปล่า โดยมีเอกสาร สค1ไว้ครอบครอง   ต่อมาในปี 2525 นายแก้วได้ขายให้นายเอก  โดยทำสัญญาซื้อขายกันเอง  นายเอกชำระเงินให้นายแก้ว    นายแก้วรับเงินมา และ ส่งมอบใบ สค1 ให้นายเอก พร้อมกับขนของย้ายออกจากที่ดินไป  นายเอก ก็มาอยู่อาศัย  ทำไร่  ทำสวน ต่อจาก นายแก้ว   แต่ใบ สค 1  ยังเป็นชื่อนายแก้วอยู่  ไม่มีการแก้ไขชื่อให้ เป็นชื่อนายเอก    เรื่องนี้ ก็ไม่เป็นไร    นายเอก ได้ชื่อว่าเป็น ผู้ครอบครองต่อเนื่อง ตาม ประมวลกฏหมายที่ดิน มาตรา 59 วรรคสอง

มาตรา 59  วรรค 1-----ในกรณีที่ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินมาขอออกโฉนดที่ดิน หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์เป็นการเฉพาะราย ไม่ว่าจะได้มี ประกาศของรัฐมนตรีตาม มาตรา 58 แล้วหรือไม่ก็ตาม เมื่อพนักงาน เจ้าหน้าที่พิจารณาเห็นสมควร ให้ดำเนินการออกโฉนดที่ดินหรือ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ แล้วแต่กรณีได้ตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่ประมวลกฎหมายนี้กำหนด
 
วรรค 2-----เพื่อประโยชน์แห่ง มาตรานี้ ผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อ เนื่องมาจากผู้ซึ่งมีหลักฐานการแจ้งการครอบครองด้วย



คำถามว่า....นายเอก ขอ ออกโฉนดได้หรือไม่

ตอบ =    นายเอก  ขอออกโฉนดที่ดินได้  เป็นการขอ ออกเฉพาะราย  ตาม มาตรา 59 วรรค 1 แห่งประมวลกฏหมายที่ดิน พ.ศ2497
บันทึกการเข้า
พญาเย็นฟาร์ม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


« ตอบ #2 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 09:44:44 AM »

ขอความรู้เกี่ยวกับ ที่ดิน ภบท.5 ด้วยครับ ขอบคุณครับ


Liked By:
บันทึกการเข้า
prayutsangkawe
รักธรรมชาติ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 40


« ตอบ #3 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 09:53:32 AM »

 ;)เป็นข้อมูลที่ดีมีประโยชน์มากครับ เป็นทนายหรือป่าวโอกาสหน้าผมจะขอใช้บริการ (แต่ต้องรับเงินนะครับถึงจะเรียกใช้การทำงานใดๆต้องมีค่าใช้จ่าย)

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
พี
Simple is the best
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 186


หลงเสน่ห์ทุ่งช้าง


« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 09:55:21 AM »

มีปัญหาสงสัยค่ะ
1. ถ้านายเอกไม่ได้ทำประโยชน์ในที่ดินที่ซื้อมา เจ้าของเดิมคือนายแก้วซึ่งมีชื่ออยู่ในสค.1 จะนำที่ดินนั้นแอบไปออกโฉนดได้มั้ยคะ ถ้าการซื้อขายนั้นไม่ได้ทำสัญญาซื้อขายกันไว้
2. การทำประโยชน์หมายรวมถึงอะไรบ้าง  ล้อมรั้วอย่างเดียวปล่อยที่รกร้างด้วยเจตนาต้องการสงวนต้นไม้ไว้เพื่อให้เป็นสวนป่า ถือว่าทำประโยชน์หรือไม่

ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า

ฝันไว้ก่อน..แล้วค่อยนับถอยหลัง...เพื่อเริ่มต้น ยิ้ม
wannana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 10:08:06 AM »

  ตอบ  คุณ พญาเย็นฟาร์ม ค่ะ   เรื่อง ใบ ภบท 5


ภ.บ.ท. 5 คืออะไร?
ภ.บ.ท.5 เป็นแบบแสดงรายการที่ดินที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีบำรุงท้องที่จะต้องไปยื่นแบบดังกล่าวเพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ประจำปีต่อเจ้าพนักงานประเมิน ณ สำนักงานอันเป็นที่ตั้งขององค์กรปกครองท้องถิ่นที่ที่ที่ดินตั้งอยู่ เช่น สำนักงานเขตในกรุงเทพมหานคร สำนักงานเทศบาล ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล ทั้งนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติภาษีบำรุงท้องที่ พ.ศ.2508

ภ.บ.ท. 5 จึงมิใช่เอกสารสิทธิในที่ดินที่ออกตามประมวลกฎหมายที่ดิน การซื้อขายจึงทำได้เพียงการส่งมอบการครอบครองที่ดินให้แก่กันเท่านั้น ไม่สามารถไปจดทะเบียน สิทธิและนิติกรรม ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ได้ บุคคลที่มีชื่อใน ภ.บ.ท. 5 อาจจะไม่ใช่เจ้าของที่ดิน และที่ดินอาจจะเป็นที่หวงห้ามที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกเอกสารสิทธิตาม ประมวลกฎหมายที่ดินก็อาจเป็นได้ การซื้อขายที่ดินที่มีเพียง ภ.บ.ท. 5 จึงเป็นการเสี่ยงภัยของผู้ซื้อเอง หากประสงค์จะซื้อที่ดินที่มีหลักฐาน ภ.บ.ท. 5 ควรให้ผู้ขายยื่นคำขอออกหนังสือ แสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินเพื่อพิสูจน์สิทธิก่อนว่าสามารถออกเอกสารสิทธิได้หรือไม่ หากสามารถออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินได้และขอออกเอกสารสิทธิ ในที่ดินตามหลักฐาน ภ.บ.ท. 5 เนื้อที่ที่คำนวณได้จากการรังวัดออกเอกสารสิทธิย่อมไม่ตรงกับเนื้อที่ที่ระบุไว้ในหลักฐาน ภ.บ.ท. 5 ได้เพราะถือว่าเป็นที่ดินที่ไม่มีหลักฐานสำหรับที่ดิน ไม่เคยมีการรังวัดคำนวณเนื้อที่โดยกรมที่ดินมาก่อนแต่อย่างใด อีกทั้งการรังวัดออกเอกสารสิทธิที่ดินจะใช้วิธีการรังวัดทำแผนที่และคำนวณเนื้อที่โดยใช้หลักวิชาการทางแผนที่ซึ่งจะมี มาตรฐานความละเอียดถูกต้อง การแจ้งเนื้อที่ตามหลักฐาน ภ.บ.ท.5 จึงเป็นการแจ้งของผู้ทำประโยชน์ในที่ดินโดยประมาณเพื่อชำระภาษีบำรุงท้องที่ประจำปีเท่านั้น

 

คำถาม-คำตอบที่ควรรู้

ถาม        1.อยากทราบว่า ภ.ท.บ. 5 นี้สามารถเปลี่ยนเป็น ส.ค.1 หรือ น.ส.3 ได้หรือไม่

               2. เปลี่ยนได้หรือไม่ได้เพราะอะไร ถ้าเปลี่ยนได้ควรทำอย่างไร?

ตอบ ภ.บ.ท. 5 เป็นแบบแสดงรายการที่ดินเพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ ดังนั้น ที่ดินบริเวณดังกล่าวจึงเป็นที่ดินมือเปล่า ไม่มีเอกสารสิทธิใด ๆ และ จะสามารถออกเอกสารสิทธิได้หรือไม่นั้น ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่สงวนหวงห้ามมิให้ออกเอกสารสิทธิหรือไม่ อย่างไร?

ถาม อยากทราบเรื่องการทำสัญญาซื้อขายที่ดิน น.ส.3 กับซื้อที่ดินที่มีใบ ภ.บ.ท.5 การทำสัญญาซื้อขายต้องทำ 2 ฉบับ หรือรวมกันได้ แล้วมีแบบฟอร์มในการซื้อขาย ดังกล่าวหรือไม่?

ตอบ สัญญาซื้อขายที่ดิน เป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ดังนั้น คุณต้องทำความตกลงกันเอง อย่างไรก็ตาม น.ส. 3 เป็นเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน แต่ ภ.บ.ท. 5 มิใช่เอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน การซื้อขายจึงทำได้เพียงการส่งมอบการครอบครองที่ดินให้แก่กันเท่านั้น ไม่สามารถไปจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ณ สำนักงานที่ดินท้องที่ได้

ถาม ซื้อที่ดินเพื่อปลูกยางพารา แต่ที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์อะไรเลย มีเพียงใบเสียภาษีดอกหญ้า แต่มีการทำสัญญาซื้อขายที่บ้านกำนันมีพยานหลายคน ที่แปลงนี้ขายต่อมาหลายทอดแล้ว จึงกังวลว่าภายในอนาคตมีจะมีปัญหาตามมา และสามารถฟ้องศาลได้หรือไม่ และเวลาที่ขายก็ไม่ได้มีการวัด เพียงแต่ตกลงกันด้วยวาจาเท่านั้น

ตอบ ที่ดินมีเพียงใบเสียภาษียอนหลัง เป็นเพียงแบบชำระภาษีบำรุงท้องที่ไม่ใช่เอกสารสิทธิ์ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ที่ดินอาจเป็นที่หวงห้าม ที่สาธารณะประโยชน์หรือที่ปีหรือเป็นที่ ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกเอกสารสิทธิ์ได้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน การซื้อขายที่ดินที่มีเพียงแบบเสียภาษีบำรุงท้องที่จึงเป็นการเสียงของผู้ซื้อเองควรให้เจ้าของขอออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินก่อน

ถาม ภ.บ.ท. คืออะไร แล้วสามารถซื้อที่ดินที่มีใบ ภ.บ.ท.5 ได้หรือไม่?

ตอบ ภ.บ.ท.5 เป็นเพียงแบบแสดงรายการเพื่อชำระภาษีท้องที่ไม่ใช่เอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน บุคคลที่มีชื่อใน ภ.บ.ท.5 อาจจะไม่ใช่เจ้าของที่ดินและที่ดินอาจจะเป็นที่หวงห้าม ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินก็อาจเป็นได้ การซื้อขายที่ดินที่มีเพียง ภ.บ.ท.5 จึงเป็นการเสี่ยงภัยของผู้ซื้อ หากท่านจะซื้อที่ดินที่มีหลักฐาน ภ.บ.ท.5 ให้ยื่นคำขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินเพื่อพิสูจน์สิทธิก่อนว่าสามารถออกเอกสารสิทธิได้หรือไม่ หากท่านต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการนำ ภ.บ.ท.5 ไปออกโฉนดที่ดิน ขอให้สอบถามที่สำนักงานที่ดินทุกแห่ง

ถาม ใบ ภ.บ.ท. 5 นำมาขอออกโฉนดที่ดินได้หรือไม่?

ตอบ ภ.บ.ท. 5 สามารถใช้เป็นเอกสารประกอบในการขอออกโฉนดที่ดินได้ หากที่ดินดังกล่าวมิได้เป็นที่สงวนหวงห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดิน ภ.บ.ท.5 เป็นเพียงแบบแสดงรายการเพื่อชำระภาษีท้องที่ไม่ใช่เอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน บุคคลที่มีชื่อใน ภ.บ.ท.5 อาจจะไม่ใช่เจ้าของที่ดินและที่ดินอาจจะเป็นที่หวงห้าม ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินก็อาจเป็นได้ การซื้อขายที่ดินที่มีเพียง ภ.บ.ท.5 จึงเป็นการเสี่ยงภัยของผู้ซื้อ หากท่านจะซื้อที่ดินที่มีหลักฐาน ภ.บ.ท.5 ให้ยื่นคำขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินเพื่อพิสูจน์สิทธิก่อนว่าสามารถออกเอกสารสิทธิได้หรือไม่ หากท่านต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการนำ ภ.บ.ท.5 ไปออกโฉนดที่ดิน ขอให้สอบถามที่สำนักงานที่ดินทุกแห่ง

 

ภ.บ.ท. คืออะไร แล้วสามารถซื้อที่ดินที่มีใบ ภ.บ.ท.5 ได้หรือไม่?

ภ.บ.ท.5 เป็นเพียงแบบแสดงรายการเพื่อชำระภาษีท้องที่ไม่ใช่เอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน บุคคลที่มีชื่อใน ภ.บ.ท.5 อาจจะไม่ใช่เจ้าของที่ดินและที่ดินอาจจะเป็นที่หวงห้าม ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินก็อาจเป็นได้ การซื้อขายที่ดินที่มีเพียง ภ.บ.ท.5 จึงเป็นการเสี่ยงภัยของผู้ซื้อ หากท่านจะซื้อที่ดินที่มีหลักฐาน ภ.บ.ท.5 ให้ยื่นคำขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินเพื่อพิสูจน์สิทธิก่อนว่าสามารถออกเอกสารสิทธิได้หรือไม่ หากท่านต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการนำ ภ.บ.ท.5 ไปออกโฉนดที่ดิน ขอให้สอบถามที่สำนักงานที่ดินทุกแห่ง

 

ที่มา:  กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย

 

บันทึกการเข้า
พญาเย็นฟาร์ม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 10:30:47 AM »

ขอบคุณมากครับ สำหรับคำตอบและความรู้ดี ๆ
บันทึกการเข้า
wannana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 10:42:33 AM »

ตอบคำถาม คุณ พี ค่ะ

 คุณพี ถาม ว่า.....
1. ถ้านายเอกไม่ได้ทำประโยชน์ในที่ดินที่ซื้อมา เจ้าของเดิมคือนายแก้วซึ่งมีชื่ออยู่ในสค.1 จะนำที่ดินนั้นแอบไปออกโฉนดได้มั้ยคะ ถ้าการซื้อขายนั้นไม่ได้ทำสัญญาซื้อขายกันไว้
2. การทำประโยชน์หมายรวมถึงอะไรบ้าง  ล้อมรั้วอย่างเดียวปล่อยที่รกร้างด้วยเจตนาต้องการสงวนต้นไม้ไว้เพื่อให้เป็นสวนป่า ถือว่าทำประโยชน์หรือไม่

คำถาม ข้อ1

 ถ้านายเอกไม่ได้ทำประโยชน์ในที่ดินที่ซื้อมา เจ้าของเดิมคือนายแก้วซึ่งมีชื่ออยู่ในสค.1 จะนำที่ดินนั้นแอบไปออกโฉนดได้มั้ยคะ ถ้าการซื้อขายนั้นไม่ได้ทำสัญญาซื้อขายกันไว้

ตอบ    หากนายเอกซื้อมาแล้ว  ไม่ทำประโยชน์ใดๆเลย  ปล่อยให้รกร้าง ว่างเปล่า  ซึ่งตัวนายเอกเอง พำนักอยู่ต่างอำเภอ หรือต่างจังหวัด  แบบนี้ แสดงว่า นายเอกไม่มีเจตนาจะได้สิทธิครอบครองในที่ดินนั้น   หากมีบุคคลใด มาใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้น  บุคคลนั้นได้มีเจตนายึดถือไว้เพื่อตน บุคคลนั้นได้สิทธิครอบครองโดย ปริยาย ตาม ประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1376

อย่างไรก็ตาม  หากนายเอก ซื้อแล้ว  แต่ตนเองไม่ได้ดูแลที่ดินนั้น  เพราะอยู่ต่างอำเภอ  นายเอก จ้างให้นาย ตรี เฝ้าให้ ดูแลให้  ถือได้ว่า นายเอก ให้ผู้อื่นยึดถือไว้ให้ตน  ตาม ประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1368  นายเอก ก็ยังเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินแห่งนั้น

นายแก้ว  แม้จะมีชื่อใน ใบ สค1  แต่นายแก้วได้ขายให้นายเอกแล้ว  ถือว่า นายแก้วมีเจตนาสละการครอบครอง นายแก้วจะไปขอ ออกโฉนดไม่ได้  แม้ไม่ได้ทำสัญญาการซื้อขายก็ตาม   เพราะการซื้อขายกันลักษณะนี้ ทำด้วย วาจาก็ได้  การโอนสิทธิ  เพียง ส่งมอบการครอบครองให้ผู้ซื้อ  ก็ถือว่า สมบูรณ์แล้ว

หลักกฏหมายที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 1367 บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตน ท่านว่าบุคคลนั้นได้ซึ่งสิทธิครอบครอง
มาตรา 1368 บุคคลอาจได้มาซึ่งสิทธิครอบครองโดยผู้อื่นยึดถือไว้ให้
มาตรา 1369 บุคคลใดยึดถือทรัพย์สินไว้ ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลนั้นยึดถือเพื่อตน
มาตรา 1370 ผู้ครอบครองนั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าครอบครอง โดยสุจริต โดยความสงบและโดยเปิดเผย
มาตรา 1371 ถ้าพิสูจน์ได้ว่าบุคคลใดครอบครองทรัพย์สินเดียวกันสอง คราว ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นได้ครอบครองติดต่อกันตลอดเวลา
มาตรา 1372 สิทธิซึ่งผู้ครอบครองใช้ในทรัพย์สินที่ครอบครองนั้น ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสิทธิซึ่งผู้ครอบครองมีตามกฎหมาย
มาตรา 1373 ถ้าทรัพย์สินเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ได้จดไว้ในทะเบียนที่ดิน ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลผู้มีชื่อในทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิครอบครอง
มาตรา 1374 วรรค 1---- ถ้าผู้ครอบครองถูกรบกวนในการครอบครองทรัพย์สิน เพราะมีผู้สอดเข้าเกี่ยวข้องโดยมิชอบด้วยกฎหมายไซร้ ท่านว่าผู้ครอบครองมี สิทธิจะให้ปลดเปลื้องการรบกวนนั้นได้ ถ้าเป็นที่น่าวิตกว่ามีการรบกวน อีก ผู้ครอบครองจะขอต่อศาลให้สั่งห้ามก็ได้
 วรรค2----------------การฟ้องคดีเพื่อปลดเปลื้องการรบกวนนั้น ท่านว่าต้องฟ้องภายในปีหนึ่ง นับแต่เวลาถูกรบกวน

ตอบ คำถามข้อ 2

การทำประโยชน์ในที่ดิน  เป็นการพัฒนาที่ดิน  ปลูกผลไม้  ขุดบ่อ เลี้ยงปลา   ปลูกต้นกล้วยไว้ 1 ต้น  ก็ถือว่าทำประโยชน์แล้ว

ปลูก ผักสวนครัว  ปลูกมะพร้าว   เป็นต้น   ทางที่ดีเมื่อซื้อแล้ว  คนซื้อควรเข้าครอบครองเลย  หากจำเป็นจริงๆ ไม่สามารถทำได้ ก็ควรมีคนเฝ้าให้นะคะ( โดยจ้าง วาน คนในพื้นที่ดูแลให้ )  หากคนขี้โกงมาอยู่อาศัย  ก็ต้องทำการฟ้องเรียกคืน พร้อมกับเรียกค่าเสียหาย ตามความเป็นจริงอีก .....  มันเสียเวลาทำมาหากินน่ะเจ๊า  


ดิฉัน ทำงานทางด้านกฏหมายค่ะ   ยินดีตอบคำถามทุกท่าน.... ให้คำปรึกษาฟรี  






Liked By: wijarn, gushol, samrank, CKB, tri, penjit
บันทึกการเข้า
พี
Simple is the best
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 186


หลงเสน่ห์ทุ่งช้าง


« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 11:20:02 AM »

ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ ถามต่อนะคะ

แต่ต้นไม้ที่ปลูกไม่ใช่ไม้ผล แต่เป็นไม้ป่า พวกมะฮอกกานี กัลปพฤกษ์ ซึ่งอยู่กระจัดกระจาย จะถือว่าทำประโยชน์แล้วได้มั้ยคะ

ที่ดินที่มีความลาดชันเกินกำหนดที่จะเป็นที่ดินออกโฉนดได้ แต่ได้ออกโฉนด(นส.4จ.)มาแล้ว หน่วยงานราชการจะมีการเรียกกรรมสิทธิ์คืนได้หรือไม่คะ
บันทึกการเข้า

ฝันไว้ก่อน..แล้วค่อยนับถอยหลัง...เพื่อเริ่มต้น ยิ้ม
w.pongpat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 11:23:35 AM »

ขอขอบคุณ คุณ wannana เนื่องจากการมอบความรู้ให้เป็นวิทยาทาน ขออนุญาตมอบเครดิตให้ด้วยเคารพครับ อยากให้นำเข้าไปสู้มุมความรู้ สำหรับศึกษา อ้างอิง เพื่อประโยชน์ส่วนรวมต่อไปครับ
บันทึกการเข้า
wannana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 11:56:48 AM »


ตอบคำถาม คุณ พี ค่ะ

คำถาม

แต่ต้นไม้ที่ปลูกไม่ใช่ไม้ผล แต่เป็นไม้ป่า พวกมะฮอกกานี กัลปพฤกษ์ ซึ่งอยู่กระจัดกระจาย จะถือว่าทำประโยชน์แล้วได้มั้ยคะ

ที่ดินที่มีความลาดชันเกินกำหนดที่จะเป็นที่ดินออกโฉนดได้ แต่ได้ออกโฉนด(นส.4จ.)มาแล้ว หน่วยงานราชการจะมีการเรียกกรรมสิทธิ์คืนได้หรือไม่?

ตอบ  =    ไม่ว่าจะปลูกต้นไม้ประเภทใดลงบนที่ดินของคุณ ก็ถือได้ว่า  มีการทำประโยชน์แล้ว

ส่วนที่ดินที่มีความลาดชันเกินกำหนด  ( มีความลาดชันเกิน 35 % )  ห้ามออกเอกสารสิทธิ์ใดๆ   แต่ปรากฎว่า หน่วยงานราชการได้ออก นส 4 จ (โฉนด  ) แล้ว    หากมีการตรวจสอบทีหลังว่า เป็นการจดแจ้งเอกสารรายการจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้ใดโดยมิชอบ  ทางรัฐสามารถยกเลิกเพิกถอน สน4 จ นั้นได้  ตาม ประมวลกฏหมายที่ดิน มาตรา 61

ดังนั้น คำตอบคือ  สามารถถูกสั่งเพิกถอน นส 4 จ นั้นได้ค่ะ     ( นส 4 จ  คือ โฉนดที่ดิน  )


ประมวลกฏหมายที่ดิน ปี พ.ศ 2497 มาตรา 61 วรรค 1  บัญญัติว่า  เมื่อความปรากฏว่าได้ออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือได้จดทะเบียนสิทธและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ หรือจดแจ้งเอกสารรายการจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ให้แก่ผู้ใดโดยคลาดเคลื่อนหรือไม่ชอบด้วยกฏหมาย ให้อธิบดี หรือ ผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ซึ่งดำรงตำแหน่งรองอธิบดี หรือผู้ตรวจราชการกรมที่ดินมีอำนาจหน้าที่สั่งเพิกถอน หรือแก้ไขได้





Liked By: wijarn, gushol, tri, suchanun, penjit
บันทึกการเข้า
พี
Simple is the best
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 186


หลงเสน่ห์ทุ่งช้าง


« ตอบ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 12:04:26 PM »

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
บันทึกการเข้า

ฝันไว้ก่อน..แล้วค่อยนับถอยหลัง...เพื่อเริ่มต้น ยิ้ม
suwan001
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 232


« ตอบ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 03:36:56 PM »

มีปัญหารบกวนถามคุณ wannana ครับ  ขอบคุณล่วงหน้าครับที่ให้ความรู้
     ที่ดิน นส.3 แต่มีเจ้าของร่วม 3 คน ( ยังไม่ได้แบ่ง )
  1 ถ้าวันรัังวัดแบ่งที่ดิน 1 ใน 3 ไม่ได้ไปจะทำการรังวัดแบ่งได้หรือไม่
     (หนังสือรับรองการทำประโยชน์อยู่กับเขา)
  2 ถ้า1ใน3ไม่ไปเราจะทำอะไรได้บ้าง
  3 ถ้าฟ้องแบ่งศาลตัดสินให้แบ่งแล้ว ค่าใช้จ่ายในการนี้1ใน3ที่ไม่ไปเป็นผู้ออกหรือไม่
บันทึกการเข้า
wannana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« ตอบ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 04:05:49 PM »

การขอแบ่งที่ดิน  นส 3 

ก่อนอื่น  อยากให้ทำความเข้าใจก่อนว่า  นส 3  เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ชนิดหนึ่ง  เป็นหนังสือแสดงสิทธิการครอบครอง

มีวิธีการโอน 2 วิธี  คือ

วิธี1 โดยวิธีการส่งมอบการครอบครอง ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา1378 (บัญญัติว่า การโอนไปซึ่งการครอบครองนั้นย่อมทำได้โดยการส่งมอบทรัพย์สินที่ครอบครอง  )

วิธี2  เป็นการโอนให้ผู้อื่น ตาม ประมวลกฏหมายที่ดิน มาตรา 4 ทวิ  ให้ผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ทำการโอน ให้ผู้อื่นโดยการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ( ไปทำเรื่องที่สำนักงานที่ดินอำเภอนั้นๆ )

ในกรณี ที่ดินของคุณสุวรรณ  มีเอกสารสิทธิ์ เป็น นส3   มีเจ้าของร่วมกัน 3 คน  เวลาไปขอแบ่งที่ดิน ก็ต้องได้ในส่วนเท่าๆกัน
และต้องไปลงนามยินยอม 3 คน  หากคนใดคนหนึ่งไม่ไป ก็ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้คุณสุวรรณ ไปดำเนินการคนเดียวก็ได้

กรณีที่ นส 3  อยู่กับผู้มีสิทธิครอบครองร่วม คนใดคนหนึ่ง  ก็ไปขอมา  หากเขาไม่ให้ ต้องใช้สิทธิในทางศาล คือ ฟ้องให้ศาลบังคับให้

สำหรับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ  ก็ต้องหาร 3 ค่ะ


ขอให้คุณโชดดีนะคะ 


อ้อ...เรื่องหนังสือมอบอำนาจ  คุณสุวรรณ ไปขอได้ที่สำนักงานที่ดินทุกจังหวัด  เขาบริการฟรี ๆ  จ้า

บอกเขาว่า  เอกสารสิทธิ์  เป็น นส 3   ขอใบมอบอำนาจด้วย  เพราะใบมอบอำนาจ เขาจะแยกเป็นกรณีไป แล้วแต่ว่า เอกสารสิทธิ ของคุณ เป็น  โฉนด  หรือ นส 3 



Liked By: wijarn
บันทึกการเข้า
wannana
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 259


« ตอบ #14 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 04:16:11 PM »



ประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์

มาตรา 1356 ถ้าทรัพย์สินเป็นของบุคคลหลายคนรวมกัน ท่านให้ใช้ บทบัญญัติในหมวดนี้บังคับ เว้นแต่จะมีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา 1357 ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้เป็นเจ้าของรวมกันมีส่วน เท่ากัน

มาตรา 1358 ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าของรวมมีสิทธิจัดการ ทรัพย์สินรวมกัน
 ในเรื่องจัดการตามธรรมดา ท่านว่าพึงตกลงโดยคะแนนข้างมากแห่ง เจ้าของรวม แต่เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ อาจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งในทางจัดการ ตามธรรมดาได้ เว้นแต่ฝ่ายข้างมากได้ตกลงไว้เป็นอย่างอื่น แต่เจ้าของรวม คนหนึ่ง ๆ อาจทำการเพื่อรักษาทรัพย์สินได้เสมอ
 ในเรื่องจัดการอันเป็นสารสำคัญ ท่านว่าต้องตกลงกันโดยคะแนนข้าง
มากแห่งเจ้าของรวม และคะแนนข้างมากนั้นต้องมีส่วนไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งแห่ง ค่าทรัพย์สิน
 การเปลี่ยนแปลงวัตถุที่ประสงค์นั้น ท่านว่าจะตกลงกันได้ก็แต่เมื่อเจ้า ของรวมเห็นชอบทุกคน
มาตรา 1359 เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ อาจใช้สิทธิอันเกิดแต่กรรมสิทธิ์ ครอบไปถึงทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อต่อสู้บุคคลภายนอก แต่ในการเรียกร้องเอา ทรัพย์สินคืนนั้น ท่านว่าต้องอยู่ในบังคับแห่งเงื่อนไขที่ระบุไว้ใน มาตรา 302 แห่งประมวลกฎหมายนี้

มาตรา 1360 เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ มีสิทธิใช้ทรัพย์สินได้ แต่การใช้ นั้นต้องไม่ขัดต่อสิทธิแห่งเจ้าของรวมคนอื่น ๆ
 ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ มีสิทธิได้ดอกผลตาม ส่วนของตนที่มีในทรัพย์สินนั้น
มาตรา 1361 เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ จะจำหน่ายส่วนของตนหรือ จำนอง หรือก่อให้เกิดภารติดพันก็ได้
 แต่ตัวทรัพย์สินนั้นจะจำหน่าย จำนำ จำนอง หรือก่อให้เกิดภารติดพันได้ ก็แต่ด้วยความยินยอมแห่งเจ้าของรวมทุกคน
 ถ้าเจ้าของรวมคนใดจำหน่าย จำนำ จำนอง หรือก่อให้เกิดภารติดพัน ทรัพย์สินโดยมิได้รับความยินยอมแห่งเจ้าของรวมทุกคน แต่ภายหลังเจ้าของ รวมคนนั้นได้เป็นเจ้าของทรัพย์สินแต่ผู้เดียวไซร้ ท่านว่านิติกรรมนั้นเป็นอัน สมบูรณ์

มาตรา 1362 เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ จำต้องช่วยเจ้าของรวมคนอื่น ๆ ตามส่วนของตนในการออกค่าจัดการ ค่าภาษีอากร และค่ารักษากับทั้งค่าใช้ ทรัพย์สินรวมกันด้วย

มาตรา 1363 เจ้าของรวมคนหนึ่งๆ มีสิทธิเรียกให้แบ่งทรัพย์สินได้เว้น
แต่จะมีนิติกรรมขัดอยู่ หรือถ้าวัตถุที่ประสงค์ที่เป็นเจ้าของรวมกันนั้นมีลักษณะ เป็นการถาวร ก็เรียกให้แบ่งไม่ได้
 สิทธิเรียกให้แบ่งทรัพย์สินนั้น ท่านว่าจะตัดโดยนิติกรรมเกินคราวละสิบปี ไม่ได้
 ท่านว่าเจ้าของรวมจะเรียกให้แบ่งทรัพย์สินในเวลาที่ไม่เป็นโอกาสอัน ควรไม่ได้

มาตรา 1364 การแบ่งทรัพย์สินพึงกระทำโดยแบ่งทรัพย์สินนั้นเอง ระหว่างเจ้าของรวม หรือโดยขายทรัพย์สินแล้วเอาเงินที่ขายได้แบ่งกัน
 ถ้าเจ้าของรวมไม่ตกลงกันว่าจะแบ่งทรัพย์สินอย่างไรไซร้ เมื่อเจ้าของ รวมคนหนึ่งคนใดขอ ศาลอาจสั่งให้เอาทรัพย์สินนั้นออกแบ่ง ถ้าส่วนที่แบ่งให้ ไม่เท่ากันไซร้ จะสั่งให้ทดแทนกันเป็นเงินก็ได้ ถ้าการแบ่งเช่นว่านี้ไม่อาจทำ ได้หรือจะเสียหายมากนักก็ดี ศาลจะสั่งให้ขายโดยประมูลราคากันระหว่าง เจ้าของรวมหรือขายทอดตลาดก็ได้

มาตรา 1365 ถ้าเจ้าของรวมต้องรับผิดร่วมกันต่อบุคคลภายนอกในหนี้ อันเกี่ยวกับทรัพย์สินรวม หรือในหนี้ซึ่งได้ก่อขึ้นใหม่เพื่อชำระหนี้เดิมดั่งว่า นั้นก็ดี ในเวลาแบ่ง เจ้าของรวมคนหนึ่งๆจะเรียกให้เอาทรัพย์สินรวมนั้น ชำระหนี้เสียก่อน หรือให้เอาเป็นประกันก็ได้
 ถ้าเจ้าของรวมคนหนึ่งต้องรับผิดต่อเจ้าของรวมคนอื่นในหนี้ ซึ่งเกิด จากการเป็นเจ้าของรวม หรือในหนี้ซึ่งได้ก่อขึ้นใหม่เพื่อชำระหนี้เดิมดั่งว่านั้น ก็ดี ในเวลาแบ่ง เจ้าของรวมผู้เป็นเจ้าหนี้จะเรียกให้เอาส่วนซึ่งจะได้แก่ลูก หนี้ของตนในทรัพย์สินรวมนั้นชำระหนี้เสียก่อนหรือให้เอาเป็นประกันก็ได้
 สิทธิที่กล่าวมาข้างต้นนี้อาจใช้แก่ผู้รับโอน หรือผู้สืบกรรมสิทธิ์ในส่วนของ เจ้าของรวมนั้น
 
ถ้าจำเป็นจะต้องขายทรัพย์สินรวมไซร้ ท่านให้นำบทบัญญัติ มาตรา ก่อนมา ใช้บังคับ

มาตรา 1366 เจ้าของรวมคนหนึ่ง ๆ ต้องรับผิดตามส่วนของตนเช่น เดียวกับผู้ขายในทรัพย์สินซึ่งเจ้าของรวมคนอื่น ๆ ได้รับไปในการแบ่ง
 


Liked By: wijarn
บันทึกการเข้า
suwan001
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 232


« ตอบ #15 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 05:20:51 PM »

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 17   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: