หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 [11] 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 ... 75   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขับรถแห่งชีวิตไปบนเส้นทาง....ผ่านไปทั่ว (มีสารพัน..เรื่องเล่า...บนกระบะท้ายรถ)  (อ่าน 352765 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Nine.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1918


« ตอบ #160 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2011, 07:48:49 AM »

อาจารย์ ญ.หญิง กับ นายเก่ง สวัสดีเดือนใหม่ครับ ยิงฟันยิ้ม
หายไปไหนกันมาหลายวันเลยครับ คงจะงานยุ่งกันใช่ไหมครับ
ผมแวะไปชมสวนของเจ้าของทั้งสองมาก็เงียบกริบเลย เจ้าสวนกลับของมาแล้ว  ดีใจๆ


Liked By: deer art
บันทึกการเข้า

.....ศรัทธา คือ เหตุผล.....

ทิดโส โม้ระเบิด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5596


ณ เบื้องบูรพา มีป่าที่กำลังปลูก


« ตอบ #161 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2011, 09:11:48 AM »

เตรียมล้อหมุนต่อได้แล้วนะสหาย ...
ผู้โดยสารชักแน่นแล้ว 555

ไปละ   อิอิอิ ยิงฟันยิ้ม


Liked By: deer art
บันทึกการเข้า

วิสฺสาสสปรมา ญาติ ... ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง
konpordee
— คนพอดี —
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 15


...ขอตามรอยเท้าพ่อ...


« ตอบ #162 เมื่อ: พฤษภาคม 02, 2011, 12:25:27 PM »

ติดตามครับผม
บันทึกการเข้า

— พี่น้องคนพอเพียงทุกคน กรุณาพิมพ์ภาษาไทยให้ถูกต้องด้วยนะครับ ช่วยๆกัน ครับพี่น้อง—
Nine.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1918


« ตอบ #163 เมื่อ: พฤษภาคม 03, 2011, 05:09:38 PM »

เตรียมล้อหมุนต่อได้แล้วนะสหาย ...
ผู้โดยสารชักแน่นแล้ว 555

ไปละ   อิอิอิ ยิงฟันยิ้ม

ล้อหมุน...ไป....ทุกวันแหละครับทิด เร็วบ้าง ช้าบ้าง
ว่าแต่.........อยากทราบบ้างเหมือนกัน ว่าผู้โดยสาร อยากจะไปแถวไหนกันมั่ง อยากฟังอาการเพ้อ...เรื่องอะไรมัง

ลองๆเข้าป่าลึกๆขึ้นอีกหน่อย ปะไร....
มาลองฟังนิทาน กันมั่งน๊ะครับ  หัดแต่งนิทาน เหมือนเดิม ติชม แนะนำ ตามสนุก ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


นิยาย: (นิยาย จริงๆ) เรื่องเล่าของเด็กติดห้าง
ใส่สี ตีไข่ พอเป็นกระสายยา ครับ
หนองห่าง (ออกเสียง ภาคกลางเป็น หนองห้าง)


ใกล้สว่างแล้ว มีเสียงคนแก่รำพึง เบาๆ
 “โธ่!ไอ้เกลอเอ๋ย.......คุณเล่นเอาไอ้ตัวใหญ่ของกูไปเลยเร๊อะนี่” เสียงชายชราหนวดและเคราเป็นสีเทาๆ หน้าตาดุแต่แววตาแฝงไว้ด้วยความใจดีพูดขึ้นพร้อมกับจับขาของคู่สนทนาเขย่าเบาๆ ดวงตาของชายคนนั้นคลอเอ่อไปด้วยน้ำตา พลันที่น้ำตาล้นขอบตาออกมา หยดของมันเล็กๆแต่ทันที่ที่หยดน้ำสัมผัสขา มันเย็นวาบเข้าถึงขั้วหัวใจ ชายที่เป็นคู่สนทนา สะดุ้งตื่น............... อ้าวนี่เราฝันไปนี่นา มองไปที่ตำแหน่งของหยดน้ำตาเมื่อกี้ กลับเห็นเป็นรอยน้ำค้างที่หยดมาจากใบไม้ไป   ลุง...รวบรวมสติ คิดทบทวน รู้ตัวว่านี่เรานอนอยู่บนต้นไม้นี่นา ฟ้ายังสลัวๆอยู่  บนคบไม้ ไม่สูงนัก ห้างไม้ไผ่ที่ขัดไว้หยาบๆแต่ดูแข็งแรง ลุงแกรวบผ้าขาวม้าแล้วเอามาโพกรอบหัวแบบง่ายๆแล้วล้วงห่อยาเส้นจากกระเป๋าเสื้อออกมา หยิบยาเส้นวางบนใบชงโคป่าที่เริ่มเหี่ยวแล้ว พร้อมกับบรรจงมวน ในใจก็คิดว่าให้ฟ้าสว่างกว่านี้ซะก่อนจึงค่อยลงจากห้าง  มวนยาเส้นเสร็จแล้ว เอามวนยาขึ้นมาทัดหูไว้ เอาหินเหล็กไฟขึ้นมาจับแนบไว้กับกระบอกไม้ไผ่เล็กๆที่ผิวกระบอกสีเหลืองเป็นมันปลาบ ในกระบอกยัดแน่นด้วยนุ่นที่ทิ้งร่องรอยเถ้าดำของนุ่นไว้ด้านบน กับรอยไหม้ดำๆรอบขอบกระบอกไผ่ บ่งบอกได้ถึงอายุการใช้งาน...เวลากาล ที่ผ่านมา........กันเลือน
เสียง แป๊ก แป็ก  สองที่  น้ำหนักมือจากความชำนาญ จากมือสีคล้ำๆ ส่งแรงกึ่งกระทบกึ่งเสียดถูกันระหว่างเหล็กเศษตะไบหักๆยาวสัก2ข้อนิ้ว กับก้อนหินสีเหลืองแซมขาวๆเทาๆ ส่งสะเก็ดไฟกระเด็นยังกะบังคับได้ ลงไปติดบนหน้านุ่นสีดำๆ....
ปู้ด ๆ สำทับไปด้วยลมจากปากลุงแกสองสามปืด ทันทีที่นุ่นติดคุเป็นสีแดง แกก็เอายามวนที่เหน็บหูไว้จ่อที่ไฟพร้อมกับดูดเร่งให้มันติดไฟดียิ่งขึ้น
ยามวนนั้นติดแล้ว นุ่นติดคุแดงถูกดับด้วยฝาไม้ไผ่อีกอันที่ปิดลงไปด้านบน อุปกรณ์ทั้งหมดเก็บแล้ว   ลุงแกนั่งสูบยาพ่นควันเป็นสายๆ ยานี้ฉุนมากๆสำหรับคนทั่วๆไปผมรู้ดี และพันธุ์ยาสูบของแกจะฉุนที่สุดในหมู่บ้าน ไม่ไม่ใครนอกจากบ้านลุงแกที่จะถือพันธุ์นี้ไว้ เพราะไม่มีใครสูบกะแกได้ ขายก็ไม่ได้  แต่สำหรับลุงแกแล้ว แกบอกว่ากำลังดี เด็กๆเคยขอแกไปพ่นเพื่อตีผึ้งมิ้ม แค่อมในปากแล้วก็พ่นออกยังไม่ทันเอาเข้าปอด ยังเมาหัวทิ่มปลักควาย หลังจากพยายามจะวักน้ำล้างหน้าให้ตาสว่างๆ กลับเปลี่ยนเป็นหัวทิ่มบ่อซะนี่  ยาสูบแกนี่ขบวนการปลูกของแกก็ไม่เบา พอฝนมาแกก็จะเอาเมล็ดยาสูบที่แขวนให้หัวห้อย อยู่ชายคายุ้งข้าวแก่ออกมาแกะเอาเม็ดย่อยๆในฝักใหญ่อีกทีออกมา เมล็ดจะเล็กกว่าผักกาดเยอะ เตรียมแปลงเพาะกล้า ใช้ดินผสมกับปุ๋ยคอกและย้ำว่าของแกต้องปุ๋ยคอกเท่านั้น หว่านเมล็ดลงไป รดน้ำจนกล้าสูงสักคืบ ก็ขยายย้ายมาปักอีกแปลง ต้นยาสูบยังเป็นกล้าอยู่ แต่เป็นแถวเป็นแนวมากขึ้น พอสูงสักศอกก็ได้เวลาต้องลงหลุม ลงแปลงปลูก แล้วแปลงปลูกของลุงแกก็ต้องเป็นคอกวัวคอกควายร้างสัก1ปีขึ้นไปเท่านั้น.....เท่านั้นจริงๆก็เลยจะเห็นว่าลุงแกจะหมุนเวียนคอกวัวแกไปเรื่อยๆใน3-4แปลงปลูกยาของแก
ย้ายกล้ายาสูบจากแปลงเพาะ มาลงปลูกในหลุมลึกประมาณ1จอบ เอาต้นกล้ายาสูบลงปลูก ช่วงแรกทำร่มกันแดดให้ทุกๆหลุมไม่มีลำเอียง ทำร่มด้วยใบสะแก ตัดก้านใบยาวๆสักศอก มาปักๆคลุมๆหลุมล่ะสองถึงสามกิ่ง รดน้ำไป7-10วัน ใบสะแกร่วงหมด กล้าตั้งตัวได้ ดึงกิ่งสะแกที่ใบร่วงทิ้งใบไว้เป็นปุ๋ย เอาก้าน กิ่งแห้งๆทิ้งไป รดน้ำ ดายหญ้า พรวนดิน ปุ๋ยไม่ต้อง เพราะแกคำนวณมาแล้ว ว่าปุ๋ยคอกค้างปีจากคอกวัว คอกควายเก่า พอดีแล้ว  พอต้นยาสูบสูงท่วมหัว(เด็ก)ก็เริมเก็บใบล่างสุดได้
เก็บใบล่างสักครั้งสองครั้ง เริ่มสูงท่วมหัวผู้ใหญ่ ต้อง”ตอน”ไม่ให้สูง คือต้องเด็ดยอดออกไม่ให้สูง ให้แตกแขนงไง
กะว่าพอเก็บใบต้นหมด ใบแขนงใช้งานได้พอดี
         เก็บใบมาแล้วลุงกะป้าก็จะมาเอาก้านใบออก เหลือไว้เฉพาะก้านใบเล็กๆอ่อนๆช่วงปลายใบสักยาวสักนิ้วมือ
เอาใบยาวางเรียงซ้อนๆกะว่าม้วนแล้วให้ได้ขนาดโคนขา  เอาม้วนๆวางเรียงกัน คลุมด้วยกระสอบป่าน เรียกว่าบ่มยา
ใบยาแก่ๆจะเหลืองเร็ว(สุกเร็ว) 2-3วัน ก็เอาออกมาซอย ตากแดด เก็บไว้สูบได้ แล้วก็อีก ป้าของลุงซอยยาได้เส้นเล็ก ยาวสวยสุดในหมู่บ้าน เคล็ดลับอยู่ที่มีด  มีดใหญ่ หนัก คม กว่าทุกๆบ้าน การดันป้อนใบยาผ่านช่องของม้าซอยยาเข้าหาใบมีดน้ำหนักมือสม่ำเสมอ ใบยาบ่มต้องสุกพอดี ไม่ออกเขียวมากไป และไม่เหลืองเกินไปจนออกน้ำตาล จึงจะซอยตากแดดออกมาแล้วจึงจะได้สีประกายทอง  แห่งแล้ว เก็บใส่ปิ๊บ หรือไห
                 ภาพตัดฉับกลับมาที่ห้าง
         ฟ้าสางมากแล้ว นกกาออกบินหากินส่งเสียงกันเซ็งแซ่ ยาหมดมวน ฟ้าก็สว่าง แกเอามือสะกิดเบาๆบนสิ่งมีชีวิตที่นอนขดอยู่ใต้ผ้าขาวม้าห่อตัวอยู่ข้างๆตัวลุงแกพร้อมเรียกเบาๆ ”ไอ้นายตื่นๆ” อันที่จริงน่ะตื่นตั้งแต่แกขยับสูบยาตั้งแต่ทีแรกแล้วแต่ขี้เกียจเพราะหนาวอากาศเช้าๆเลยนอนขดต่อ แต่พอฟังน้ำเสียงเป็นจริงของลุงแก ก็เลยต้องตื่น แกไม่พูดอะไรต่อ แต่ได้ชี้มือนำให้มองลงข้างล่าง  พอตาเริ่มหายพร่าหลังโผล่จากผ้าออกมา มองเห็นชัดเลยนั่นมัน.... “กระทิง”หากจะเปรียบเทียบกับควายบ้านก็น่าจะพอๆกับควายตัวผู้พ่อพันธุ์ตัวโตๆที่คุมฝูงที่บ้าน รู้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ว่าลุงยิงโดนตัว แต่เห็นไม่ชัดในตอนนั้น แล้วก็หลังจากลุงบอกให้นอน ก็นอน แต่ลุงแกนอนตอนไหนไม่รู้เพราะหลับไปก่อนแล้ว
พอตื่นมาเห็นสว่างๆ ก็ทราบว่าเป็นตัวโตที่สุด ที่ลุงแกเคยยิงได้มา  แกบอกว่า”ไป เรากลับไปหาเกวียนมาใส่”
หากป่านี้อยู่ใกล้ๆหมู่บ้านของลุง คงไม่มีปัญหาอะไร เอาเกวียนของลุงแกและก็พวกบ้านมาช่วยพักเดียวคงถึงบ้าน แต่นี่ข้ามหมู่บ้านมาไกล ลุงคงต้องอาศัยพวกแกแถวหมู่บ้านใกล้ๆนี่แหละ แกบอกว่าต้องเอาเกวียนใหญ่ งัวก็ต้องตัวคู่โตๆ และแถวนี้ก็ไม่มีใครที่ไม่รู้จักลุงใจดีคนนี้ แล้วก็ยินดีช่วย พากันเก็บข้าวของลงจากห้าง ถึงพื้นดิน และทุกครั้งที่ถึงพื้น จะยังไม่ออกห่างในระยะที่จับต้นไม้ไม่ถึง จนกว่าลุงแกจะบอกว่าไปไปกันได้แล้ว แกบอกว่าต้องทำพิธีบอกกล่าว เจ้าป่า เจ้าเขา แม่ธรณี รุกขเทวดา เทวาอารักษ์ ผีสางนางไม้(แอบฟังเอาจากเวลาที่แกท่องเสียงดัง) อะไรๆของลุงแก ที่ช่วยให้อาหาร ให้ความปลอดภัย รวมๆแล้วคือที่ให้คุณแก่เรา ทุกครั้งก่อนเสมอ แกบอกว่า ต้อง...ไปลา มาไหว้
               
*******แต่ก่อนหน้านั้นที่ จะมาอยู่ตรงนี้........หลายวัน(ย้อนไป หน่อยล่ะกัน)
       ขบวนการเตรียมการเผาถ่านต้นพริก ต้นสาบเสือ ทำดินปืน  การแกงดินปืน ตำดินปืน ตากดินปืน ทดสอบดินปืน ปั้นตะกั่วลูกปืน ที่ลุงแกย้ำหนักหนาว่าครั้งนี้ลูกโดดใหญ่เลยน๊ะคราวนี้ ขบวนการทั้งหมดได้เสร็จล่วงหน้าหลายวันแล้ว
 ”ไปไกลกว่าเดิม เดินไหวไหม” แกถาม  “ไหวครับ” ตอบไม่ต้องคิด“    “ต้องออกแต่มืดเลยน๊ะ นอนหลับเพลินไม่ปลุกน๊ะ“ สารพัดแกแกล้งขู่  ด้วยความชอบสนุก จึงไม่เคยพลาด หากแกเอ่ยปากชวน ไปนอนด้วยกันที่บ้านของลุงเลย นี่คือวีธีกันพลาด แต่หากครั้งไหนแกไม่ให้ไปด้วย ขอยังไงแกก็ไม่ให้ไป
                  หลายครั้งที่ไม่ได้เตรียมตัวออกป่า แต่ก็ชอบนอนบ้านลุง หากเป็นคืนเดือนมืดลุงแกจะพาไปฝึกหัดการส่องล่าสัตว์เล็กๆใกล้ๆบ้านมาไว้เป็นกับข้าว ก่อนหน้านั้นผมยังแปลกใจว่าแกไปส่องหาของแกแบบไหน ทำยังไง ไปคนเดียว แล้วก็มีกะอี**แค่ไฟฉาย( สุดยอดสมัยนั้นก็ อี**เวอเรียดี้)รุ่นถ่านสองก้อน(แล้วก็ถ่านไฟฉาย รักชาติ ห้าแพะ) กับหนังกระติ๊ก กับย่ามผ้าคู่ใจ ใส่กระสุนดินปั้นแค่นั้น แต่เช้ามา เห็นมีนก มีหนู กบ เยอะแยะไปหมด  พอหลังๆที่แกให้ไปด้วย จึงพบวิธีของแกไม่ธรรมดา วิธีส่องก็ทั่วไป หนู ต้องค่อยๆย่อง ฟังสียงแกร็กๆๆๆ แกก็ทำเสียงจี๊ดๆๆๆ เรียกหนู ล่อหนูออกมายิง คำถามก่อนหน้านั้นที่ติดอยู่ในใจผมก็คือ แกยิงยังไง ส่องยังไง ในสองมือ แต่ที่เห็นครั้งแรกแล้วสว่างกระจ่างก็คือ หลังจากที่แกพบเป้าหมายที่แน่นอน นิ่งๆแล้ว แกส่งไฟฉายเข้าปากคาบไว้ครับ สองมือจึงจะใช้ยิงหนังกระติ๊กได้ แกยิงแม่นมาก โดยเฉพาะหากเป็นกลางวัน พวกแย้ กิ้งก่า ที่ผิวปากเรียกแล้วมันหยุด ให้เข้าไปยิงใกล้ๆนี่ อย่างมากไม่เกินสองลูกกระสุน เสร็จทุกตัว  แต่พลาดก็มีที่ผมเห็น พวกกบ อึ่งอ่าง นี่หากไม่ใช่ฤดูที่มันร้องแล้ว ต้องส่องหาตาแดงๆเล็กๆเป็นคู่ๆมันอย่างเดียว โดยการจับไฟฉายแนบหัวไว้แถวหูแล้วก็ส่องกราด กวาดไปรอบๆไปไกลๆ สุดแรงไฟ จะเห็นตาคู่เล็กของ กบ อึ่งอ่าง คางคก แล้วจึงค่อยๆย่องเข้าไปยิง ส่วนนกนั้นส่วนใหญ่ลุงแกจะเห็นที่นอนของมันก่อนค่ำ และก็หมายตาไว้แล้วว่าต้นไม้ต้นไหน คอยแต่เวลามืดก็เข้าไปส่องใต้ต้นไม้ นกส่วนใหญ่ส่วนท้องมักจะเป็นสีขาวๆส่องในทีมืดๆจึงเห็นง่าย       ผมเคยหัดคาบไฟฉายตอนเด็กๆ แต่มันพอๆกับปาก คาบลำบาก น้ำลายไหลย้อยยังกะหมาสอบแดด เลยไม่นิยม แต่สมัยนี้สะดวก มีแบบสวมหัว ใช้แบ็ตเตอรี่ ผมเกรงใจแก หลังๆนี่หากลุงไปหาสัตวเล็กๆรอบๆบ้านผมจะไม่ไปด้วย เพราะทุกครั้งที่ไปกับแก ได้อะไรมาแกจะให้ผมหมด ไม่เอาไว้กินเองเลย แต่หากไม่ไปด้วยแก่ก็จะแบ่งให้แต่พอควร แกเก็บไว้เองด้วย
    ***กลับมาต่อ***                    เตรียมข้าวของเสร็จสรรพ ก็เข้านอน ก็นอนฟังแกเล่ากึ่งสั่งสอนอะไรหลายอย่าง แกก็เล่าไปเรื่อย จนไม่ได้ตอบแกว่ายังไม่หลับนั่นแหละ แกจึงหยุดเล่า คือระหว่างทีเล่าไปนั้นแกจะคอยถามเป็นระยะว่า”หลับหรือยัง ยังฟังอยูไหม เกาหลังให้หน่อยซิ”แล้วมาตื่นอีกทีหลังจากลุงสะกิด”ตื่น ไปกันเถอะ ไก่ขันครั้งที่สองแล้ว” ใกล้จะฟ้าสางหากได้ยินเสียงไก่ขันครั้งที่สอง ไก่ทั้งหมู่บ้านที่เลี้ยงไว้ มันจะพร้อมใจ ขันรับ ขันส่งกัน บอกเวลาแก่คนคืนล่ะสองครั้ง หลังๆเที่ยงคืนครั้งหนึ่ง แล้วก็ช่วงใกล้สว่างอีกครั้งหนึ่ง  ลุงสะพายปืน ย่าม หิ้ว ของหนัก หลานหิ้วแค่พอไหว เวลานี้เป็นเวลาดี ไม่เจอะเจอผู้คน เพราะหากออกบ่ายๆเวลาไปนั่งห้างเก่าที่ใกล้บ้าน มักจะพบผู้คน แกจะสั่งนักหนาหากพบคน แล้วใครถาม ไม่ต้องไปพูดอะไรให้เฉยๆไว้ เราก็ได้แค่ยิ้มแหยๆ หากใครถาม แต่หากเผลอพูดไป ก็แปลก เข้าป่าครั้งนั้นก็จะได้แต่สัตว์เล็ก หรือบางครั้งก็ไม่ได้อะไรเลย แต่ลุงเวลาใครทักแกหน้าเรียบเฉยมาก แกว่าเป็นเคล็ดหมานของแก แรกๆคนเพิ่งเจอกันครั้งแรกๆก็นึกว่าลุงคนนี้หยิ่ง แต่คนที่คุ้นเคยแล้วก็จะเข้าใจ ไม่ถาม ไม่ทัก หากเจอแก รออย่างเดียว รอรับของแจกหลังลุงแกกลับจากป่า หากใครไปทักแกงวดนั้นลุงกลับมาก็จะอดของแจก ลุงบอกว่าแกทำโทษคนปากไม่ดี         แต่นี่เป็นเวลาเช้าๆ ยังมืดๆอยู่ก็เลยไม่ต้องระวังว่าจะเผลอไปพูดกับใครเข้า เดินๆๆ เช้า สาย  เที่ยงๆ หยุดกินข้าว และทุกๆครั้งที่กินข้าว ลุงแกจะหาใบไม้ มากลัดกระทงเล็กๆ ง่ายๆ2-3ใบ แบ่งอาหารที่เรากำลังจะกิน ใส่กระทง ไปวางไว้ห่างๆจากที่เราจะนั่งกินกันพอมองเห็น แล้วแกก็บอกเล่างึมงำๆให้อะไรๆ มากินข้าวด้วยกัน แล้วแกก็ทำทุกครั้งก่อนแกจะกินข้าว และแกก็ยังสั่งว่าวันหน้า วันหลัง หากเรามาคนเดียว ก็ต้องทำน๊ะ อยากให้ใครมาช่วยอะไร ก็บอกก็พูดเอาแล้วก็บอกให้มากิน
                  กินข้าวอิ่ม เดินต่อ สักพักใหญ่ ลุงบอกใกล้ถึงที่หมายแล้ว    หนองห้าง คือชื่อหนอง ที่สัตว์ต่างๆจะลงมากินน้ำ กินดินริมน้ำ ลุงตัดไม้ไผ่ ทำห้าง เลือกต้นไม้ ทำเล ด้วยประสบการณ์ของแกเอง ไม้ไผ่ ไม่เอามาตัดฟันหรือเอามา ริดกิ่ง ให้ไกลๆที่จะทำห้าง แกกะขนาดได้พอดี ตัดแต่งใกล้ๆกอไผ่เสร็จแล้วค่อยแบกเข้ามา ไหว้ต้นไม้และสอนให้เราไหว้ ก่อนจะขึ้นต้นไม้ทำห้าง ค่ำๆกินข้าว ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เตรียมขึ้นห้าง ลุงแกบอกว่า ”ขึ้นห้างแล้วตะวันตกดิน หากตะวันยังไม่ขึ้น ก็ไม่ลงแล้วน๊ะ ขี้เยี่ยวให้เรียบร้อย”ลุงแกว่า แต่ทุกครั้งที่ไปด้วยกับลุง แกจะตัดกระบอกเผื่อไว้ให้เสมอ แต่ก็ไม่ค่อยได้ใช้ หากไม่แย่จริงๆ แล้วก็ทุกครั้งที่ไปกับลุงก็ไม่เคยเห็นลุงใช้กระบอกเลย
                  ก่อนจะขึ้นห้างลุงแกเด็ดดอกไม้ป่า2-3อย่างมาใส่กรวยเล็กๆ ที่มีหมากพลู ยาสูบ อะไรต่างตามสูตรของแก แล้วก็ไหว้ ท่องอะไรๆต่อมิอะไร ของแก แต่ภายหลังแกบอกว่า ขอให้เทวา อารักษ์ คุ้มครองจากอันตราย ขอสัตว์ใหญ่ๆจากเจ้าป่า เจ้าเขา เพื่อไปเป็นอาหาร
          แล้วทั้งลุงทั้งหลานก็ขึ้นนั่งห่างกัน เริ่มคำแล้วเสียงนกเสียงกา เสียงป่าดัง ต่อกันเป็นทอดๆ โดยเฉพาะเจ้านกกระปูด จะส่งเสียง ปู๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆเป็นเจ้าประจำ ส่วนในหนองน้ำ เจ้าประจำก็คือเจ้าเขียด ส่งเสียร้อง แอ๊บๆๆๆๆๆๆ
ความมืดเริ่มเข้ามาเยือน ลุงบอกว่าคืนนี้พระจันทร์จะขึ้นดึกหน่อย เราจะไม่ใช้ไฟส่อง เราจะรอสัตว์ใหญ่ๆลงมากินดิน แล้วจะอาศัยแสงจันทร์นี่แหละเป็นตัวส่องแทนไฟ ดังนั้นแม้ช่วงหัวค่ำ ผมจะตื่นเต้นกับเสียงลงมากินดิน ของพวก หมู กระจง ล่ะมั่ง หรือฟาน ที่ลุงคอยบอกให้ฟัง แล้วพอเสียงมันนิ่งๆลุงก็จะกดไฟฉายให้ดูตัวมันแวบเดียว ก็ปิดไฟ แล้วก็ไม่ยิง นึกอยู่คนเดียว ว่าหากเป็นเรา คงได้แค่ กระจง แต่ลุงแกไม่  แกบอกว่าเข้าป่าต้องถือสัจจะ
                   ตอนเด็กๆเราก็ไม่เข้าใจแต่พอโตมาเริ่มคิดได้ มาคิดดูเรื่องราวย้อนๆไป มันก็เป็นวิธีอนุรักษ์กลายๆของคนเก่าๆ  เช่นบอกว่า วันนี้จะเข้าป่า ไปหาผัก หาหน่อไม้มากินซะหน่อย  หากระหว่างทางที่ไปกลับนั้นบังเอิญไปพบสัตว์อย่างอื่น เช่น ปลา ไก่ นก ผึ้งแม้อยู่ในวิสัยที่จะหยิบฉวยเอามาเป็นของตัวเองได้ ก็จะไม่เอา ไม่หยิบ จะผ่านเลยไป จะไปเอาในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจไว้ว่าจะไปเอา ไปหา ตั้งแต่ที่คิดไว้ครั้งแรก จะไม่เอาสิ่งที่เกินความต้องการมาเก็บตุน หรือเอามาขาย ลุงมักจะพูดเสมอว่า”เอาไว้ให้มันใหญ่(โต)ก่อน เอาไว้กินวันหลังบ้าง” แต่สังคมปัจจุบันมักจะตรงข้ามกันไปเสียหมด
            ลุงส่องให้ดูพวกเล็กๆสักพัก แกก็ให้สัญญาณว่าพอ แล้วแกก็เงียบ เราก็เงียบตาม หากแกเงียบหมายถึง ต้องเงียบจริงๆ ห้างจะลั่นไม่ได้ บอกเป็นนัยๆว่าเองห้ามขยับน๊ะเว้ย แต่หากแกยังไม่จับปืน ยังพอที่จะขยับหาที่หาทางให้เหมาะๆแน่นๆได้อยู่ แต่หากแกจับปืนวางพาดแล้วละก็ ต้องทำตัวให้เงียบๆนิ่งๆเข้าไว้ ช่วงเวลานี้นานๆวันเข้า จะเข้าใจกันโดยไม่ต้องบอกกล่าวกัน
              พระจันทร์เริ่มขึ้นมาแล้ว ดูจากแสงนวลๆที่นำขึ้นมาก่อนทางตะวันออก  ลุงหยิบปืนแก็ปที่พิงไว้กับกิ่งไม้
ออกมาลูบๆคลำๆตรงโน่นตรงนี้เสมอ ก่อนจะว่าพาดห้างเอาปากกระบอกชี้ลงล่างเตรียมพร้อม ส่วนดินปืน กระสุน แกบรรจุไว้ตั้งแต่ขึ้นห้างมายังไม่มืดโน่นแหละ  ดินปืน ครั้งนี้เห็นแกใส่มากกว่าทุกครั้ง ส่วนลูกปืน ก็เห็นแกใส่ลูกเดียว แต่ใหญ่กว่าทุกครั้งที่เคยเห็นมา แกบอกว่าลูกโดด  ตัวแก๊ป แกใส่เสร็จก็เอาหนังมารองไว้ระหว่างนกสับกพแก๊ป กันมันลั่น ปืนแก๊ปของลุงแกเป็นแบบตบข้างแกว่ามันไวกว่าอีกชนิดที่มีจุดตีแก๊ปอยู่ด้านบน  ไอ้ชนิดตบข้างนี่แหละทำให้หลานเกือบตาบอด ด้วยไม่รู้ คือหลังจากทำปืนเสร็จใหม่ๆต้องเอาไปลอง ว่ามันจะต้องเล็งยังไง เวลายิงมันจะออก ซ้าย ขวา บน ล่าง ยังไง ปรับแก้ได้ไหม  บรรจุปืน เป้าหมายคือต้นกระทุ่มกลางทุ่ง เอาอีเหน็บบากๆเปลือกกระทุ่มให้ออกสีแดงๆ  บากเสร็จถอยออกมาเล็งเตรียมยิง หลานดันอยากรู้ปืนมันจะตีแก็ปยังไง เอาหน้ายืนไปดูใกล้ๆข้างปืนประมาณศอกเศษๆ ลุงลั่นไก เปรี้ยง    ลุงรายงานผล ปืนออกซ้ายหนิดหน่อย หลานเอาหน้าหันหนีออกมา หลบหน้าไปอีกทาง เก็บอาการไว้กลัวโดนดุ เศษๆน้อยๆของดินปืน เล็ดลอดมายังไงไม่รู้   รู้แต่ว่าเหมือนมีเข็มหลายสิบเล่ม พุ่งมาทิ่มหน้า แสบๆคันๆแต่ไม่มาก ยังดีที่กระพริตาหลบซะก่อน ตั้งแต่นั่นมาไม่เข้าไปด้านนั้นของปืนอีกเลย

              พระจันทร์ขึ้นมาสูงแล้ว เรานั่งเงียบรอ พระจันทร์ตอนนี้เทียบตะวันตอนกลางวันน่าจะสักเพลๆได้
แสงที่พอจะส่องผ่านไม้สูงลงมาได้บ้างส่องให้เห็นเงา รางๆ ตะคุ่มๆของพวกเล็กๆที่ลงมากินดินก่อนหน้านี้ เหมือนกับมันมองเห็นอะไร เริ่มขยับ มันพากันย้ายที่กินดิน ไปอีกฝั่ง เรามองฝ่าความมืดที่มีแสงจันท์พอได้มองเห็น ตัวอะไรดูไม่ออก ดำตะคุ่มๆเดินออกมากินดินบริเวณเดียวกับที่เจ้าเล็กๆที่ลงมากิน เรารู้แต่ว่า หากลุงอยู่ในลักษณะอาการนี้เราเองต้องนิ่งให้มากที่สุด เสียงด้ง แอ๊ด เบาๆ ภาพลุงง้างนกปืนปรากฏขึ้นในสมองอย่างต่อเนื่อง เศษหนังที่กั้นระหว่างแก็ปกับนกปืนร่วงลง แต่ยังห้อยอยู่ด้วยเชือกมะนิลาควั่นเส้นเล็กเพื่อกันหนังหล่นหาย
            ต่อจากนั้น “เปรี้ยง!” เสียงปืนลั่นออกไป กลิ่นดินปืนอบอวล ควันปืนพอมองเห็นเป็นแนวๆ เส้นๆ ตามแสงจันทร์ที่ทะลุลงมาจากช่องใบไม้ ลอยช้าๆขึ้นด้นบนแล้วก็ลับหายไปตามยอดไม้ คล้ายๆกับจะส่งสิงใด สิ่งหนึ่งที่พึ่งจบชีวิตอยู่เบื้องล่างให้ลอยสูงขึ้นไป        “โดน...อยู่” ลุงพูดเบาฝ่าความเงียบ เรามองตามมือที่ลุงชี้ลงไปเห็นแต่กองอะไร กองหนึ่ง อยู่ใต้ห้าง ห่างจากต้นไม้ที่ขักห้างสัก สามสี่วา เป็นกอง ก้อนๆโตกว่าทุกครั้งที่เคยเห็นมา แต่ไม่ถามอะไรต่อ
              หากเป็นกลางวันทุกครั้งที่ลุงแก่พูดว่า “โดน หรือ อยู่”สายตาแว๊บแรกที่สบตากัน ก็จะมองเห็นว่ามันดีใจระคนปนเศร้าอยู่ลึกๆและก็อธิบายความรู้สึกถึงแววตานั้นลำบาก หลายครั้งที่นอนคุยกันเมื่ออยู่ที่บ้าน ลุงแกก็จะบอกว่า “จำไว้น๊ะเราทำเพื่อมากิน อย่าทำเพื่อเอาไปขาย”   ทำ ของแก หมายความถึงการ”ล่า”สัตว์ของลุงนั้นเพื่อเอามากินจริงๆ
และก็หากมันเกินกิน แกก็จะแบ่งๆกันไป แล้วแกก็บอกด้วยว่าให้ๆเขาไป เดี๋ยวมันก็กลับมา หลังจากที่เราถามด้วยประสาเด็กว่า”ให้เขาไปทำไม เดี๋ยวก็หมดหรอก” ภายหลังจึงมาซึ้งกับคำว่า “เดี๋ยวมันก็กลับมา”  หลังจากที่ลุงไม่ได้ออกป่าด้วยเหตุจำเป็นต่างๆ เพื่อนบ้านเห็น ทราบข่าว ก็จะนำกับข้าว หรืออาหารต่างๆ มาฝากลุงเสมอ
           

          หลังจากเสียงปืนดัง เสียงป่าแตกโครมคราม จากเจ้าพวกตัวเล็กๆที่ตกใจเสียงปืน เงียบสงบลง แมลงที่เงียบเสียงลงเมื่อได้ยินเสียงปืน เสียงป่าแตกเมื่อสักครู่ กลับมาส่งเสียงแจ๊ดๆๆๆกันใหม่  ลุงก็แค่บอกว่า ” นอนซะ พรุ่งนี้จะได้ลงแต่เช้า”   ลง ของแกหมายถึงลงจากห้าง เราเอาย่ามขึ้นมาล้วงหาผาขาวม้ามาห่อตัวนอน นอนแบบงอตัวอ้อมๆรัดหลังลุงไว้ มันอบอุ่นประหลาดๆ ดึงผ้าคลุมหัวแบบคลุมโปงนอนได้ครู่เดียว แอบเปิดผ้าดูลุง แกก็ล้วงห่อยาสูบของแก
ออกมา สูบเหมือนเคย แต่คราวนี้แกมวนยาสูบสองมวน อีกมวนหนึ่งแกจุดแล้ว เอาไปเหน็บกิ่งไม้เล็กๆที่ยื่นมาข้างๆห้างไว้ ปากก็พึมพำ อะไรต่อมิอะไรของแกไป แกรู้ว่าเรายังไม่นอนทั้งๆที่มืดๆ อย่างนั้น แกก็ย้ำอีกรอบว่า”นอนซะ พรุ่งนี้ยังต้องเหนื่อยกันอีกน๊ะ”    เราก็เลยต้องทำอย่างที่แกว่า นอนฟังเสียงป่าไปสักพัก เผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้
มารู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อลุงแกเริ่มขยับนั่นแหละ


บันทึกการเข้า

.....ศรัทธา คือ เหตุผล.....
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11331



« ตอบ #164 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2011, 12:16:25 AM »

นิยาย: (นิยาย จริงๆ) เรื่องเล่าของเด็กติดห้าง
ใส่สี ตีไข่ พอเป็นกระสายยา ครับ
หนองห่าง (ออกเสียง ภาคกลางเป็น หนองห้าง)


มันยาวมากเลยน่ะ คุณ Nine
อ่าน(ทุกตัวอักษร)จนแสบตาไปหมด
ตัดกลับไปกลับมาเหมือนกับภาพยนตร์เรื่องโหมโรง


(ที่เคยได้ยินได้ฟังมา) เวลานั่งห้าง ห้ามสูบบุหรี่เด็ดขาด เพราะ แสงจากบุหรี จะทำให้สัตว์ตกใจ  และ....
ถ้าทิ้งก้นบุหรีลงไป ......จะลอยขึ้นมาตามควันบุหรี่ (ขนลุก)

และในขณะนั่งห้าง บางครั้ง จะมีคนมาเรียกให้กลับบ้านบอกว่าคนที่บ้านประสบอุบัติเหตุ
เป็นเสียงเหมือนเสียงคนที่รู้จักกัน  ห้ามหลงกล ลงไปจากห้างเด็ดขาด  (ขนลุกอีกแล้ว)

อ่านแล้วมองเห็นภาพทะลุปรุโปร่ง ตั้งแต่หินเหล็กไฟ  การทำดินปืน การปลูกยาสูบ
  การบ่ม  การหั่น การตาก และการเก็บยายูบ  การนั่งห้าง
เคยเห็นหนองน้ำที่อยู่กลางป่าใหญ่ และห้างที่อยู่ริมหนองเมื่อหลายปีมาแล้ว
ผ่านไปครั้งหลังป่าใหญ่กลายเป็นไร่ปอ  แล้วก็ไร่มันสัมปะหลัง ปัจจุบันเป็นสวนยางพาราหมดแล้ว
ต้นไม้ใหญ่ๆ ไม่เหลือแม้แต่ตอ


Liked By: kedmanee
บันทึกการเข้า
Nine.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1918


« ตอบ #165 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2011, 09:05:44 AM »


มันยาวมากเลยน่ะ คุณ Nine
อ่าน(ทุกตัวอักษร)จนแสบตาไปหมด
ตัดกลับไปกลับมาเหมือนกับภาพยนตร์เรื่องโหมโรง


(ที่เคยได้ยินได้ฟังมา) เวลานั่งห้าง ห้ามสูบบุหรี่เด็ดขาด เพราะ แสงจากบุหรี จะทำให้สัตว์ตกใจ  และ....
ถ้าทิ้งก้นบุหรีลงไป ......จะลอยขึ้นมาตามควันบุหรี่ (ขนลุก)

และในขณะนั่งห้าง บางครั้ง จะมีคนมาเรียกให้กลับบ้านบอกว่าคนที่บ้านประสบอุบัติเหตุ
เป็นเสียงเหมือนเสียงคนที่รู้จักกัน  ห้ามหลงกล ลงไปจากห้างเด็ดขาด  (ขนลุกอีกแล้ว)

อ่านแล้วมองเห็นภาพทะลุปรุโปร่ง ตั้งแต่หินเหล็กไฟ  การทำดินปืน การปลูกยาสูบ
  การบ่ม  การหั่น การตาก และการเก็บยายูบ  การนั่งห้าง
เคยเห็นหนองน้ำที่อยู่กลางป่าใหญ่ และห้างที่อยู่ริมหนองเมื่อหลายปีมาแล้ว
ผ่านไปครั้งหลังป่าใหญ่กลายเป็นไร่ปอ  แล้วก็ไร่มันสัมปะหลัง ปัจจุบันเป็นสวนยางพาราหมดแล้ว
ต้นไม้ใหญ่ๆ ไม่เหลือแม้แต่ตอ

[/quote]

ความกลัว...ในสิ่งที่มองไม่เห็น แล้วก็ในเวลานั้นที่ยังไม่มีอะไรมาอธิบายให้ได้กระจ่าง  ทำให้คนเรากลัว กลัว...ในสิ่งที่มองไม่เห็น 
ทีนี้พอกลัวก็ปั๊บ จินตนาการบรรเจิดก็จะเกิดตามมา   กลัวคนเดียวยังไม่พอ ต้องหาผู้ร่วมอุดมการณ์ในการกลัวด้วย
เล่าเรื่องเดิมๆอย่างเดียวไม่สนุก อย่ากระนั้นเลยเหยาะอะไรๆเข้าไปปรุงอีกหน่อย....

ไอ้ที่มาเรียก กวักมือไหวๆใต้ห้างนั่น      ระวัง....นั่นล่ะ สมิงล่ะ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม อยากฟังไหมล่ะ....
บันทึกการเข้า

.....ศรัทธา คือ เหตุผล.....
ทิดโส โม้ระเบิด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5596


ณ เบื้องบูรพา มีป่าที่กำลังปลูก


« ตอบ #166 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2011, 09:29:05 AM »

เดี๋ยวมาต่อ...
มีงานด่วนคร้าบบบบ

ไปละ   อิอิอิ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วิสฺสาสสปรมา ญาติ ... ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง
changbenz
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1414


« ตอบ #167 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2011, 11:23:13 AM »

กำลังมันส์เลยมาต่อเร็วๆนะครับ ตะเกียงแก๊สของพ่อนี่ผมจำไม่ได้แล้วว่าเป็นแบบใหนตอนนั้นผมยังเด็กอยู่มากเข้ามาอยู่บางกอกตั้งแต่ป.3ครับ แต่ยังจำชีวิตความเป็นอยู่ที่มีความสุขช่วงนั้นได้บ้างอ่านหนังสือก็ใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าดที่ทำจากกระป๋องเหล็กครับ ยังอยากกินผัดเผ็ดปลาไหลใส่กล้วยดิบเหมือนเดิมครับช่วยพาหาปลาไหลสัก2ตัวนะครับไม่ได้กินมานานมากแล้ว ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์


Liked By: kedmanee
บันทึกการเข้า

ธนาทาวเวอร์(ห้อง207ชั้น20) 224 ถนนจรัญสนิวงศ์
์เขตบางพลัด กรุงเทพ 10700
Oddy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 279

ทำจิตใจให้ผ่องใส


« ตอบ #168 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2011, 11:27:30 AM »

โอ้โห..................นี่ พนมเทียน มาเกิดใหม่หรือเช่นไร   ทั้งสำนวน ลีลา การเขียน เทียบระดับปรมาจารย์แห่งพงไพรเลยทีเดียว นิยายอมตะ แห่งพงพนาอีกเรื่องหนึ่งเริ่มกำเนิดแล้ว พี่น้องทั้งหลาย   ทุกคนในรถ ยังตะลึงอยู่กับเหตุการณ์ เหมือนกับว่ามันเพิ่งผ่านพ้นไปไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้นี่เอง  โอ.....ท่านนายเทียน


Liked By: kedmanee
บันทึกการเข้า

เมื่อพอก็สุข....Oddy
Nine.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1918


« ตอบ #169 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2011, 11:46:29 AM »

โอ้โห..................นี่ พนมเทียน มาเกิดใหม่หรือเช่นไร   ทั้งสำนวน ลีลา การเขียน เทียบระดับปรมาจารย์แห่งพงไพรเลยทีเดียว นิยายอมตะ แห่งพงพนาอีกเรื่องหนึ่งเริ่มกำเนิดแล้ว พี่น้องทั้งหลาย   ทุกคนในรถ ยังตะลึงอยู่กับเหตุการณ์ เหมือนกับว่ามันเพิ่งผ่านพ้นไปไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้นี่เอง  โอ.....ท่านนายเทียน

เบาๆ...ปู่อ๊อดๆ อายเขา พนมเทียนน๊ะระดับเทพ...  ผมเทียนเหมือนกัน  แต่ เป็นพวก นั่งเทียนครับ5555
บันทึกการเข้า

.....ศรัทธา คือ เหตุผล.....
Oddy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 279

ทำจิตใจให้ผ่องใส


« ตอบ #170 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2011, 07:04:06 AM »

ไอ้ที่มาเรียก กวักมือไหวๆใต้ห้างนั่น      ระวัง....นั่นล่ะ สมิงล่ะ   ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม อยากฟังไหมล่ะ....

ผมยกมือคนแรกเลยครับคุณนาย  ผมอยากฟัง สิ มง........ ผมอยากฟัง สิ มง    ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม  แหม..เสียดายนะครับ  ถ้ามีนางเอกในนิทานด้วยก็แหร่ม.....แต่ถ้าคุณนายไม่อยากรื้อฟื้นอดีตรักในพงไพรก็แล้วไปเถอะครับ  ถือว่าไม่แน่จริงก็ล่ะกัน...ฮี...ฮี...ฮี
บันทึกการเข้า

เมื่อพอก็สุข....Oddy
boonboy911
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 66


« ตอบ #171 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2011, 08:03:33 AM »

 ยิ้มกว้างๆ  รถคันนี้คนขับ น่าจะเก่งเรื่ององค์ประกอบศิลป์มากก  สื่อภาพออกมาดีมาก
 น่าสนใจ ขอขึ้นรถไปด้วยคนนะครับ ( ฟรีค่าเดินทาง ) 
บันทึกการเข้า
Nine.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1918


« ตอบ #172 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2011, 09:48:57 AM »

ไอ้ที่มาเรียก กวักมือไหวๆใต้ห้างนั่น      ระวัง....นั่นล่ะ สมิงล่ะ   ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม อยากฟังไหมล่ะ....

ผมยกมือคนแรกเลยครับคุณนาย  ผมอยากฟัง สิ มง........ ผมอยากฟัง สิ มง    ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม  แหม..เสียดายนะครับ  ถ้ามีนางเอกในนิทานด้วยก็แหร่ม.....แต่ถ้าคุณนายไม่อยากรื้อฟื้นอดีตรักในพงไพรก็แล้วไปเถอะครับ  ถือว่าไม่แน่จริงก็ล่ะกัน...ฮี...ฮี...ฮี

ปู่อ๊อดๆ  ลูกผู้ชาย ฆ่าได้.....มิให้หยาม 55555  แต่....ผมไม่หลงกลหรอครับ 
แต่หากมี จิมบีม ติดก้นขวด มาพร้อมอากาศของ เมกาในขวด  ไม่แน่.... ยิ้มกว้างๆ

อ้อ.. ด้านล่างนี่ นางเอกตอน........ สมิงสาว.......... 
ขอพักก่อน....เพราะตอนนี้คอแห้งเป็นผง.........(มุขนี้ ปู่ใช้กับผมประจำ ขอลองดูมั่ง.. ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม)

ทำไมน๊ะ.....หรือว่าธารน้ำของป่านี้เป็นธารน้ำทิพย์หรือไร.......เพราะเพียงแค่เจ้าเยื้องย่างขึ้นจากเจ้าน้ำนั่น เท่านั้น.....

   
ก่อนลงสู่ธารเจ้างามเพียงไร ข้าก็มิอาจจะพรรณาได้อยู่แล้ว   

หรือว่ากาลเวลานำข้าพลัดหลงมา สู่ซึ่งสระอโนดาด   แต่ทำไมมีแค่เพียงหนึ่งนาง ข้าเพียรมองหาปีกหรือหางที่เจ้าอาจถอดวางไว้ก็ไม่มี    จะเห็นก็เพียง ผ้าซิ่นสะอาดๆ ที่วางพาดไว้บนโขดริมธาร......   
บันทึกการเข้า

.....ศรัทธา คือ เหตุผล.....
Nine.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1918


« ตอบ #173 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2011, 09:59:47 AM »

ยิ้มกว้างๆ  รถคันนี้คนขับ น่าจะเก่งเรื่ององค์ประกอบศิลป์มากก  สื่อภาพออกมาดีมาก
 น่าสนใจ ขอขึ้นรถไปด้วยคนนะครับ ( ฟรีค่าเดินทาง ) 

ยินดีครับ ยินดี ขึ้นมาเลย   อาจมีช่างศิลป์มาบนรถอีกคนแล้วใครจะรู้....

หากมองจากนอกรถหรือมองในรถ  จะเห็นภาพวาดเรื่องราว แทรกอยู่ทุกๆพื้นที่ช่องว่าที่มี เพื่อบันทึกเรื่องราวต่างๆ บนเส้นทางที่ขับผ่าน..............วาดไว้ด้วยสารพัดสี ที่.......ลบไม่ออกน่ะครับ  มาช่วยกันวาด ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

บันทึกการเข้า

.....ศรัทธา คือ เหตุผล.....
Oddy
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 279

ทำจิตใจให้ผ่องใส


« ตอบ #174 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2011, 10:19:41 AM »

ทำไมน๊ะ.....หรือว่าธารน้ำของป่านี้เป็นธารน้ำทิพย์หรือไร.......เพราะเพียงแค่เจ้าเยื้องย่างขึ้นจากเจ้าน้ำนั่น เท่านั้น.....

   
ก่อนลงสู่ธารเจ้างามเพียงไร ข้าก็มิอาจจะพรรณาได้อยู่แล้ว   

หรือ ว่ากาลเวลานำข้าพลัดหลงมา สู่ซึ่งสระอโนดาด   แต่ทำไมมีแค่เพียงหนึ่งนาง ข้าเพียรมองหาปีกหรือหางที่เจ้าอาจถอดวางไว้ก็ไม่มี    จะเห็นก็เพียง ผ้าซิ่นสะอาดๆ ที่วางพาดไว้บนโขดริมธาร......   


ว้าว...ว้าว....กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   เพียงคุณนายเอื้อนเอ่ย มธุรส  พิร่ำพิไร รำพรรณ จินตนาการของปู่Oddy ก็กระเจิดกระเจิงออกจากเรือนร่าง  แทบสิ้นสติสมประดี...หัวแทบกระแทกกับคีย์บอร์ด แล้วละครับ 55555555555555555555555555555555
บันทึกการเข้า

เมื่อพอก็สุข....Oddy
หญิงเพี้ยน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3150


ดูเหมือนเพี้ยน แต่ไม่เพี้ยน แต่ก็ "เพี้ยน" อิอิ


« ตอบ #175 เมื่อ: พฤษภาคม 05, 2011, 12:52:30 PM »

 ยิ้มกว้างๆ นั้นไง คนคอเดียวกัน เจอกันชะแล้ว
เด็กๆ ก็นั่งรอฟังนิทานต่อไป 555555
บันทึกการเข้า

ยิ้มกว้างๆ  ลงมือสักนิด ..ดีกว่า คิด ที่จะทำ ยิ้มกว้างๆ
หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 [11] 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 ... 75   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: