หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ไปดูสวนผลไม้ชนะการประกวดแปลง Q ภาคตะวันออกที่ปราจีนบุรี  (อ่าน 12895 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2009, 10:14:27 AM »

เจ้าของสวนคือพี่มนัส  ฮวดจึง  คนซ้ายมือสุด  ที่พวกเราชาวเวบเกษตรพอเพียงเคยไปชิมลิ้มรสชาดทุเรียน มังคุดและลองกองมาแล้วติดใจอยากไปกิน( ฟรี) อีกครั้ง อยู่ที่บ้านหนองจวง อำเภอเมือง  จังหวัดปราจีนบุรี มีพื้นที่ 50 ไร่ ดูแลด้วยตัวเองทำเองเกือบทั้งหมดแบบเกษตรอินทรีย์ แต่ตอนนี้พี่เขาได้รับประกาศปลอดภัยจากสารพิษยังไม่ถึงขั้นแปลงเกษตรอินทรีย์ครับ   ตอนที่พวกเราไปครั้งแรกพี่ยังไม่ได้ส่งสวนเข้าประกวดแต่พอได้รับแรงเชียร์จากผมก็เสนอตัวเข้าประกวดและได้รับการคัดเลือกเป็นที่หนึ่งของภาคตะวันออกและกำลังจะเข้าประกวดเป็นที่หนึ่งของประเทศไทยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 26, 2009, 10:21:11 AM โดย vud » บันทึกการเข้า

vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2009, 10:28:45 AM »

แปลง  Q ( Quality)  หมายถึงแปลงของเกษตรกรที่ได้ปฎิบัติตามวิธีการปลูกดูแลรักษาตลอดจนการเก็บเกี่ยวด้วยวิธีการเกษตรที่ดีและเหมาะสมของกรมวิชาการเกษตรครับ โดยได้ผ่านการแนะนำจากเจ้าหน้าที่ของเกษตรอำเภอและประเมินโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรแล้ว ผ่านมาตรฐานปลอดภัย ก็จะได้รับประกาศนียบัติ Q จากกรมวิชาการเกษตร ท่านใดมีแปลงเกษตรต้องการได้รับประกาศนียบัตินี้ก็สามารถสมัครได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่แปลงของท่านตั้งอยู่
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2009, 10:35:58 AM »

สวนของพี่มนัส  ฮวดจึง ได้สมัครเข้าโครงการเกษตรดีที่เหมาะสม( GAP) เมื่อปี พศ 2548 และได้รับการรับรองมาตรฐานเป็นแปลงเกษตรปลอดภัย (Q ) เมื่อปี พส  2549  และได้รับการตรวจสอบเป็นแปลงเกษตรปลอดภัยจากสารพิษต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน   
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2009, 10:40:55 AM »

สวนนี้มีการปลุกต้นผลไม้หลายชนิด เงาะต้นนี้อายุ 14 ปีแล้ว  แต่ก้ยังให้ผลผลิตที่ดี
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2009, 10:44:58 AM »

ส่วนเงาะพันธุ์โรงเรียนต้นนี้ก็อายุ 14 ปีเท่ากันครับ แต่ผ่านการตัดแต่งทำสาวให้ดูแลเด็กขึ้น สังเกตุเห็นตอขนาดใหญ่ไหมครับ  ที่แสดงถึงอายุเดิมของมัน การตัดแต่งกิ่งแบบนี้ต้องค่อยๆทำนะครับถ้าตัดทีเดียวเตี้ยเลยมันอาจจะตายไปเลยครับ  ต้องค่อยๆตัดทอนลงมาใช้เวลาสามสี่ปี่ปีก้จะได้ต้นเงาะ เอาะๆอย่างที่เห็นครับ
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2009, 10:49:12 AM »

กระท้อนต้นนี้พันธุ์ปุยฝ้านครับอายุ 14 ปีเหมือนกันแต่สูงใหญ่มาก  เวลาขึ้นไปห่อผลสูงลิบเลย  พี่มนัสเขากำลังจะตัดทอนให้มันเตี้ยลงมา แต่ยังหาเวลาไม่ได้เพราะตั้งแต่ชนะการประกวดมารับแขกกันไม่หวาดไหว หลังการเก็บลูกขายปีนี้แล้วคงจะต้องตัดให้เตี้ยลงมา 
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2009, 10:56:23 AM »

ในสวนมีทุเรียนด้วยครับ ต้นนี้ให้ผลน้อยลงเพราะอายุมากแล้ว พี่เขาบอกว่าต้องตัดแต่งกิ่งใหม่เพื่อให้มันหนุ่มสาวขึ้น แต่พี่เขาทำเองจึงต้องรอเวลา  การลงทุนทำสวนของพี่เขาจะจ้างคนงานน้อยมากทำเองได้ทุกอย่างที่เห็นพี่เขายังดูหนุ่มแน่น ทั้งที่ 56  ขวบแล้วก้เพราะการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอในสวน  แกบอกผมว่าค่อยทำค่อยไป 50  ไร่ไม่เหลือบ่าฝ่าแรงครับ มันเหนื่อยตอนเริ่มต้นแต่พอทำไปก็เพลิน นี่เป็นวิธีการเกษตรแบบพอเพียงที่พวกเราต้องจดจำเอาไว้ ไม่ใช่เอะอะอะไรก็จ้างๆๆ  แล้วกำไรจะเหลือหรือครับ 
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2009, 11:04:27 AM »

เงยหน้าขึ้นไปดู โอ้โฮ ทุเรียนทั้งต้นแกบอกว่าอย่าไปเดินใต้ต้นมันกลัวจะหล่นใส่ศรีษะ เพราะที่นี่ศัตรูพืชที่สำคัญไม่ใช่โรคหรือแมลง แต่เป็น กระรอกหางขาว   มันจะเลือกกินทั้งทุเรียน กระท้อน  มังคุด  ลูกใหญ่ๆ  บางที่กัดขั้วไว้เกือบขาด  อันตรายกับคนแต่แกบอกว่าไม่อยากฆ่ามัน  ก็ได้แต่ไล่ด้วยการเคาะปี้บ   ซึ่งใหม่มันกล้วหนีไปแต่นานเข้าการเคาะปี้บไล่กลายเป็นเชิญมันมากินต้นที่มีปี้บแขวนอยู่ แกบอกว่าพอเคาะปี้บต้นไหนกระรอกก็จะมาชุมนุมกินที่ต้นนั้น  แต่ดูแกไม่ค่อยกังวนใจกับผลผลิตที่เสียไปมากนัก  เพราะถือว่าเป็นการแบ่งกันกินตามธรรมชาติ  ใจดีจริงๆครับ
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2009, 11:13:51 AM »

ชื่นใจไหมครับที่เห็นทุเรียนของพี่เขางามอย่างนี้ ทุเรียนสวนนี้จะขายได้ราคาดีมากๆๆๆ  โดยมีการสั่งจองล่วงหน้าจากผู้ที่มาเที่ยวสวนตามโปรแกรมของ ททท  และ  บริษัททัวร์อื่นๆ  แต่โดยที่แกเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ไม่เห็นแก่ได้คนเดียวแกจะมีกลุ่มผู้ผลผลิตผลไม้ปลอดภัยจากสารพิษมาร่วมรับแขก ขายของขายผลผลิต  ทำให้เพื่อนบ้านในละแวกนั้นมีกินมีใช้ไปตามๆกัน  นั่นเป็นแนวทางเกษตรพอเพียงสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองอย่างมากเพราะถ้าแกขายได้คนเดียวรวยเพื่อนๆนั่งมองตาละห้อย อีกไม่นานการกลั่นแกล้ง การปล้น การขโมยก็อาจจะเกิดขึ้นได้  รั้วที่แกสร้างคือเพื่อนบ้านที่ขายของร่วมกันครับ  พี่มนัส เป็นคนที่มีจิตใจสาธารณะเอื้อเฟ้อเผื่อแผ่  รวยทั้งเงินและน้ำใจ
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #9 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2009, 11:19:45 AM »

เดินชมไป  กินไปเห็นมังคุดกำลังสุก  พวกเราก็โดดเข้าใส่ราชินีผลไม้ทันที  อิอิ  ของชอบ  แกบอกว่าปีนี้ราคามังคุดที่ออกจากสวนแกราคาเริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 50  บาท  แต่ตอนนี้เหลือ  25  บาทก็คุ้มค่ามังคุดแกลูกไม่ใหญ่เมล็ดไม่ค่อยมีนี่เป็นมังคุดปราจีนครับ แตกต่างจากที่อื่น แต่ก็ขายดีสำหรับคนที่ชอบกินมังคุดเมล็ดเล้กๆ ในสวนแกมีมังคุดปลูกแซมจำนวนมาก รายได้รองลงมาจากทุเรียน
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #10 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2009, 11:29:37 AM »

มังคุดแอบอยู่ใต้ต้นกระท้อนใหญ่ เตรียมกายเตรียมใจที่จะให้ผลผลิตแก่เจ้าของสวนในอนาคตอันใกล้ การปลูกพืชแบบผสมผสานนี้เป็นวิธีการที่พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันครับไม้ใหญ่ช่วยไม่เล้กที่ทนแดดไม่ไหว  สัตว์ศัตรูพืชต่างๆก้เกิดขึ้นอย่างหลากหลายไม่ว่าแมลงช้าง  มวนเพชรฆาต  แม้กระทั่งมดแดง แกก็บอกว่ามีประโยชน์อย่างมากในสวนเพราะช่วยทำความรำคาญให้กระรอก แกบอกว่าต้นไหนมดแดงมากๆผลไม้เหลือให้เก็บขายเยอะ แต่เวลาเก็บผลผลิตต้องอดทนมดกัดจนชิน  ถัไปฆ่ามันทีหลังมันก๋จะอพยพไปอยู่สวนอื่น ขาด ท ทหารมดแดง  กินเพลี้ย กินแมลงศัตรูพืช 
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #11 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2009, 11:36:04 AM »

นี่เป็นทุเรียนใหญ่ที่อยู่ในสวนของพี่มนัส   ในสวนของพี่ยังมีไม้ป่าเช่น ยางนา  ไผ่ตงหม้อ  กันเกรา  ฯลฯ เพราะว่า ต้องการให้เกิดป่าในสวนนอกจากจะช่วยบังลมให้ผลไม้แล้วภายภาคหน้าจะได้มีไม้ใช้สอย  ถ้าดูให้ดีแล้วบ้านพี่เขามีป่าสามอย่างแต่เกิดประโยชน์สี่อย่างคือ ป่าไม้กิน  ป่าไม้สร้างที่อยู่อาศัย  ป่าไม้ใช้สอยต่างๆไม่ว่าต้นไผ่  กิ่งไม้ทำฟืน   และประโยชน์อย่างที่สี่คือความร่มรื่นอุดมสมบูรณ์ของดิน น้ำ  และธรรมชาติ 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 26, 2009, 11:39:28 AM โดย vud » บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #12 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2009, 11:43:42 AM »

มะไฟก็มีครับแต่น่าสงสารที่ราคาไม่ค่อยดีและเก็บเกี่ยวขายได้ไม่นาน  แก่สุกเสียง่าย เลยกลายเป็นไม้ประดับในสวนไป  ได้ใช้เป็นร่มเงาแกผู้ที่มาเที่ยวสวน เก็บกินได้ตามสบาย  รอว่าเมื่อไหร่มะไฟกิโลละ  50  บาท  อิอิ
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #13 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2009, 11:47:13 AM »

พี่มนัส ยังเป็นหมอดินอาสาด้วย ทำปุ๋ย ทำน้ำหมักใช้เอง และยังเผื่อแผ่ช่วยสั่งสอนเกษตรกรในตำบลมาเป็นเวลานานแล้ว
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #14 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2009, 11:53:44 AM »

การเป็นเกษตรกรผู้นำที่ดีนั้นนอกจากเก่งในการปฎิบัติแล้วยังต้องเป็นผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้แก่เกษตรกรอื่นๆหรือผู้ที่สนใจอย่างพวกเราได้ด้วยครับ พี่มนัส  แกเก่งมากในเรื่องนี้และมีความทันสมัยใช้เพาเวอร์พ้อยเองได้  ใช้คอมพิวเตอร์เป็นด้วยครับ  (  ขณะที่กำลังฟังพี่บอกกล่าวเรื่องแปลง พวกเราก็มองที่กองทุเรียนตาเป็นมัน  ที่มองเพราะเราต้องการพิสูจน็ว่าแกตัดทุเรียนมาแก่หรือไม่  และจะบอกคนซื้ออย่างไรว่าสุกแบบไหนพอดีกับที่คุณชอบ  ห่ามๆ  สุกมาก  สุกน้อย  อิอิ  พวกเราคอยพิสูจน์ฝีมือ 
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #15 เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2009, 11:58:41 AM »

หยิบลูกแรกขึ้นมาสาธิตการเคาะทุเรียน แกบอกว่ามันเป็นประสบการณ์ของแต่ละคนที่ฝึกฝนมาให้เคาะทุเรียนแล้วบอกได้ หลักการทั่วไป ถ้าเคาะแล้วเสียงดัง  แป๊กๆๆ   แสดงว่ายังอ่อนอยู่  เสียงดัง ปุกๆๆ  แสดงว่าห่ามแล้ว  เสียงดังโป๊งๆๆ  แสดงว่าสุกมาก  พวกเราไม่ค่อยได้ฟังแกเท่าไรรอแต่ว่าเมื่อไร  วิทยากร  จะ  ซีกทุเรียนอออกมาซักที อิอิ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: