หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 29   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: "ไร่เอกเขนก" เริ่มต้นใหม่ ที่ไร่เอกเขนก ตอนพลังงานแสงอาทิตย์ หน้า 29  (อ่าน 118082 ครั้ง)
1 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Darth Palm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1475



« ตอบ #16 เมื่อ: มกราคม 27, 2011, 06:55:48 PM »

เป็นกำลังใจให้อีกคน เสนอให้ลองทำดูอย่างละนิดอย่างละหน่อยก่อน เดี๋ยวพอเห็นช่องทางค่อยเบนเข็มว่าจะไปแนวไหนครับผม
บางทีเราอ่านอย่างเดียว หรือไปดูคนอื่นเขาทำ เห็นเขาโกยเอ้าโกยเอา ทำให้เรานึกเฮิมว่าเราก็ทำได้
แต่พอเอาเข้าจริงๆทำอย่างเขาได้ แต่ขายไม่ได้ เพราะเขาทำมาตั้งนานแล้วเขารู้ช่องทางที่จะทำเงิน ส่วนเราเพิ่งมือใหม่ เดี๋ยวจะหมดกำลังใจเสียก่อน....สู้..สู้..ครับผม


Liked By: Firstlove
บันทึกการเข้า

ขอพลัง ... จงอยู่ ... คู่คุณ ...

อาซิโตน
ยินดีต้อนรับ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1213


0815447159 ม.8 ต.ขมื้น อ.เมือง สกลนคร


« ตอบ #17 เมื่อ: มกราคม 27, 2011, 06:58:05 PM »

สู้ต่อนะ


Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า

nantaporn
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20


« ตอบ #18 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2011, 06:52:00 PM »

ไม่รู้ว่าตอนนี้ น้องเอกเริ่มมองเห็นทางหรือยัง เป็นกำลังใจให้นะ


Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
aeksit.ra
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 328


« ตอบ #19 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2011, 04:36:40 PM »

มีทางให้เห็นลางๆหลังจากที่ไปอบรมมา  ไมรู้ว่าจะรวยหรือปล่าวแต่ที่แน่ๆไม่อดตายแน่นอนครับ
ขอบคุณพี่ที่ให้กำลังใจแต่ยังไม่มีอารมณเขียนตอน 2 เลยแต่ได้ชื่อ ตอน 2 แล้วนะ ชื่อ ที่โบราญว่า เข้าที่เข้าทาง เป็นอย่างไร
ขอบคุณ หวังว่าจะติดตามชมนะครับ


Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
pamaiow
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« ตอบ #20 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2011, 04:57:29 PM »

กำลังจะเริ่มเหมือนกัน
กระโดดข้ามไปมา ระหว่าง ระยะ่ต่างๆที่คุณว่ามา
ตอนนี้ไปดูสวนนั่นๆนี่ๆ
ไปเ็ก็บเมล็ดพันธ์
โทรหาคนสร้างบ้าน พอรู้ราคาก็ถอยไปตั้งหลักก่อน
แล้วก็ยังวนเวียนกับระยะต่างๆ สอบถามคนนั้นคนนี้จนเพื่อนบอกว่า บ้าไปแล้ว อยู่ดีไม่ว่าดี
อยากไปอยู่ป่าอยู่เขาทำไม
เพื่อนบางคนบอกให้ไปตั้งสำนักสงฆ์(ประชดเรา)
ตอนนี้ก็อ่านๆ ถามๆ ดูๆ ไปไหนก็เก็บๆเมล็ดพันธ์
ลงดินบ้าง และไม่ลงดินบ้าง(ในบ้านที่กทม ก่อน)
อยากเริ่มจริงๆจังๆในที่ดินของตัวเองเสียที
ตอนนี้ก็ยังเ็ก็บข้อมูลไปเรื่อย
ยินดีด้วยนะ คุณเริ่มไปล้ำกว่าเราเยอะเลย


Liked By: Ratthapatch, Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
Reawchan
ท่วงทำนองแห่งสายน้ำ ขุนเขา เงาไม้ และอายหมอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 329

บ้านสรวลน้ำน่าน


« ตอบ #21 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2011, 07:22:06 PM »

กำลังจะเริ่มเหมือนกัน
กระโดดข้ามไปมา ระหว่าง ระยะ่ต่างๆที่คุณว่ามา
..........อยากเริ่มจริงๆจังๆในที่ดินของตัวเองเสียที
ตอนนี้ก็ยังเ็ก็บข้อมูลไปเรื่อย
ยินดีด้วยนะ คุณเริ่มไปล้ำกว่าเราเยอะเลย


สวัสดีค่ะ ....เราก้าวผ่านช่วงเวลาของคุณมาแล้วค่ะ พบความสุข โล่ง สบายใจ...อ้อ แต่ว่า ของเรานี่ มีอีก 1 ขั้น คือ ขั้นเก็บงำความลับไม่ให้พ่อ พี่น้อง รู้ ทรมานเหลือกเกิน แต่ตอนนี้บอกทุกคนหมดแล้วค่ะ สบายใจจริง ๆ
แวะไปเยี่ยมชมกันได้นะคะ....http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=29928.0


Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
icecream
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7


« ตอบ #22 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 17, 2011, 07:55:15 PM »

ผมเพิ่งได้ที่ดินเมื่อปลายปีที่ผ่านมาครับ ทุนน้อยด้วย
ตอนนี้ก็เริ่มวางแผนว่าจะปลูกอะไรหน้าฝนที่จะถึงนี่ครับ แต่คงยังไม่ได้ไปอยู่เต็มตัว
เพราะอยู่ที่อยู่ ตจว. น้ำไฟยังไม่มีครับ คงลงพืชไร่ใช้น้ำน้อยไว้ก่อน เก็บประสบการณ์ครับ

ยังไงมีโอกาสคงได้พบปะกันบ้างครับ ^_^ มือใหม่หาข้อมูลอยู่ครับ

สู้ๆ


Liked By: jimmylin04
บันทึกการเข้า
voranan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5


« ตอบ #23 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2011, 09:08:51 AM »

สวัสดีครับ ผมก็มีที่อยู่เชียงใหม่เหมือนกัน อยู่ อ.ดอยหล่อ หลัก ก.ม.36 ซื้อไว้ 25 ไร่ ตอนนี้เพิ่งลงลำใยไว้ 300 ต้น ที่เหลือยังไม่รู้จะปลูกอะไรเลย  ยินดีที่ได้รู้จักครับ


Liked By: jimmylin04
บันทึกการเข้า
Bryan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1905

ไม่รู้ ... ก็ถาม


« ตอบ #24 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2011, 10:41:41 AM »


จากนั่นระยะที่ 2 โทรนัดทานข้าวกับสาวสวยพี่ดวงพร ในงานรวมพลคนพอเพียง แสงร่ำไรที่ว่าก็เริ่มเป็นแสงแวบๆเหมือนหิ่งห้อยเพราะเริ่มมีแสงในตัวเองแล้ว

ระยะที่ 3 ก็เริ่มซื้อหนังสือเกษตรอ่านๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เอาหละคราวนี้แสงวับๆที่ว่าเริ่มกลายเป็นไฟดิสโก้เลย(ไอ้ลูกกระจกกลมๆในเธค)เพราะอ่านแล้วปลูกอะไรก็ได้เงินล้าน ไม่ว่าจะยางพารา ยูคา กฤษณา ยมหอม และอีกสารพัด ต้น เริ่มอาการโลภ และอาการตาลายจากไฟดิสโก้ หรือถ้าเป็นหนังกำลังภายในจะเรียกว่า ธาตไฟเข้าแทรก จนต้องกลับไปถามตัวเองว่าที่ซื้อที่ดินอยากรวยจริงหรือ ถ้าอย่างรวยก็ให้ทำงานที่ทำอยู่น่ะดีแล้วๆเก็บเงินน่าจะรวยและสบายกว่า ไปปลูกต้นไม้อีก ถามอยู่หลายครั้งจนได้คำตอบว่าที่คิดซื้อที่ดินและปลูกต้นไม้เพราะอยากมีความสุขต่างหาก จบได้คำตอบให้ตัวเองแล้ว ก็เริ่มขั้นต่อไป


... ดินเนอร์กับสาวสวยใต้แสงหิ่งห้อย แล้วต่อดิสโก้อย่างมีความสุข โรแมนติกสุดๆ ...

ผมก็เพี้ยนเหมือนกัน คนรอบข้างมีความสุข ผมก็มีความสุขด้วยครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

เป็นกำลังใจให้นะครับ
  จุมพิต จุมพิต


Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า

นาย ศุภกิจ [Bryan] 086-649-7727 Line ID: 9bryan

:[มีด จอบ ตราจรเข้]:มาใหม่ ส.ค.56
ญ.หญิง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 646


อยู่อย่างพอเพียงและเพียงพอ


« ตอบ #25 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2011, 04:01:45 PM »

มาร่วมให้กำลังใจค่ะ
มีที่ก็แปลว่ามีทาง ยิงฟันยิ้ม
เริ่มเลยค่ะ สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า

เรือนริมน้ำ   รวมแมกไม้นานาพันธุ์  แบบพอเพียงและเพียงพอ

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=30864.0
puker199
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 32


« ตอบ #26 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2011, 04:26:34 PM »

ขอเบอร์โทรติดต่อกลับหน่อย ได้ไหมค่ะ  อยากคุยด้วย เพราะอ่านแล้วเหมือนตัวเองเลย  รู้สึกว่ายิ่งศึกษา  ยิ่งอ่าน  แต่ไม่รู้จะเริ่มที่ตรงไหน  ขอบคุณล่วงหน้าค่า


Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
Trum1979
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 520


« ตอบ #27 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2011, 04:48:10 PM »

มีที่มีทาง.....ธาตุไฟเข้าแทรก    โอ้...โดนใจ ตอนที่ผมเริ่มเข้ามาใหม่ๆ ก็ถามตัวเองว่า กำลังมองหาสิ่งนี้อยู่ใช่หรือปล่าว
ไม่รู้เหมือนกัน ไม่กล้าตอบ แต่เหมือนคนติดของ ต้องเข้ามาอ่าน อ่าน และก็อ่าน จนแฟนบ่นว่าไม่หลับไม่นอนบ้างเหรอ

การอ่านเหมือนการได้เชื้อไฟอย่างดี คิดโน่นคิดนี่ ถึงขนาดว่าฝันไปเลยว่าจะปลูกไอ้โน่น จะเลี้ยงไอ้นี่ นอนคิดอยู่ 3 วัน ก็ตัดสินใจ
ขายรถเก๋ง 1 คัน เอาไปแลกกับที่ดินมา 10 ไร่......แฟนถามว่า เอาจริงเหรอเนี่ย ก็เลยบอกไปว่า รถอยู่กับเรา อีก 5 ปีมันก็หมดค่า
เอามันไปแลกกับที่ดินมา ที่ดินมีแต่ราคาจะแพงขึ้น หากทำดีๆ 5 ปีเราก็จะได้รถกลับคืนมาเอง แฟนไม่ตอบอะไร เพราะรู้ว่า น้ำเชี่ยว
อย่าเอาเรือขวาง...หุหุ 

พอได้มีการพูดคุยกับสมาชิก และได้ไปเยี่ยมชมสวนของพี่ในเวปท่านนึง  เหมือนมีน้ำมาชะโลมใจ (ของท่านคือน้ำจิตมิตรไมตรี)
แต่น้ำนี้คือน้ำที่มาพรม ธาตุไฟที่เข้าแทรก ให้มันเพลาลงไป เพราะเดี๋ยวมันจะธาตุไฟแตก
พี่เขาถามว่า "มาทำเกษตร เพื่ออะไร"
ตอบอย่างเร็ว "เพื่อความสุขใจ"
พี่เขาถามต่อ "แล้วมีเงินเหลือเก็บ เหลือกินแล้วเหรอ"
ตอบอ่อยๆ "ยังครับ ยังมีภาระด้วย"
แกถามต่อ "แล้วจะอยู่กันอย่างไร"
ตอบแบบไม่มั่นใจ "ก็น่าจะอยู่ได้ อยู่แบบพอเพียง กินในสิ่งที่เราปลูก ปลูกในสิ่งที่เรากิน เหลือแจก"
แกก็ว่า "แล้วเจ็บป่วย เอาเงินที่ไหนไปหาหมอ อยากไปไหนๆเอาเงินที่ไหนเติมน้ำมัน ลูกไปเรียนเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเทอม"
พูดไม่ออก "เอ่อ...คิดว่าจะต้องปลูกพืชที่ขาย เพื่อเป็นรายได้หลัก ให้มีเหลือเก็บ" เอาแบบแปลนให้ดู
แกก็พึมพำ "ทำไมปลูกอะไรเยอะแยะไปหมด หลงทางอยู่หรือเปล่า" กล่าวต่อด้วย "เคยทำเกษตรมาก่อนเหรอ"
ตอบโดยเร็ว "ไม่เคยครับ"
แกพูดต่อยาวมากกกกกกกก "........สรุปว่า ทำงานอย่างเดิมน่ะดีแล้ว อย่าออกมาทำเกษตรเลย หากคิดว่าเกษตรจะเป็นรายได้หลัก"
ผมสะอึก........"พี่ครับผมขายรถ ซื้อที่ไปแล้ว"


บทสรุปวันนั้น....ตกลงที่จะทำต่อ แต่อย่าหลงทาง ไม่ออกจากงาน ค่อยๆลงค่อยๆทำ ก้าวระยะให้พอเหมาะ ครบเวลาทดลอง
ค่อยกลับมาคิดทบทวนอีกที ว่าจะไปต่อหรือปล่าว...............

เอกระวี
ได้อ่านตัวแดงเริ่มคิดเหมือนกันเจ็บป่วยเอาที่ไหนไปหาหมอหนี้ก็ยังมียังต้องจ่ายด้วย แต่ลาออกแล้ว สิ้นเดือนนี้ ไปทำงานไกล้บ้านรายได้แค่ค่าผ่อนหนี้อีนานกว่าจะหมดเรือ่งเก็บยังคิดไม่ออกแต่ได้อยู่ไกล้ที่ดิน


Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
sanya-sakonnakhon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 25


« ตอบ #28 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2011, 06:04:37 PM »

ยังงัยก็ค่อยเป็นค่อยไปละกันครับ เอาใจช่วยด้วยอีกหนึ่งแรงครับ

ส่วนผมตอนนี้ อยากแยกร่างออกเป้นสองร่าง(ธาตุไฟเข้าแทรก ก็ต้องมีแยกร่าง หนังจีน) ยังไม่อยากออกจากงานที่ทำ

แต่ใจหนึ่งอยากกลับบ้านไปลุยกับความฝันให้เต็มเหนี่ยว

สรุป !!!! ตอนนี้กระเป๋ายังแฟบอยู่ รอไปก่อน หุหุ


Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
toemito
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9


« ตอบ #29 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2011, 07:15:13 PM »

เรื่องที่ 1 โบราณว่า "มีที่ มีทาง"
ใครว่าเชื่อโบราณจะบานบุรี ไร้สาระ คร่ำครึ แต่สำหรับผมได้ข้อพิสูจน์กับตัวเองแล้วคำหนึ่งคือ "มีทีมีทาง เป็นของตัวเอง" คำโบราณง่ายๆที่ใครๆก็เคยได้ยินมามันจะลึกซึ้งมากกว่าแต่เดิมที่เคยเข้าใจ  แต่เดิมในความเข้าใจของผมในคำนี้คือ ถ้าจะซื้อที่ดินสักแปลงต้องมีทางเข้าทางออกสะดวกนะ ไอ้ผมก็เอาอย่างคำโบราณที่เข้าใจเลย มีตังค์พอซื้อที่ดินสักแปลง เพราะใจรักอยากทำอาชีพอิสระ ไม่อยากเป็นลูกจ้างแล้ว ก็เอาเลยทุบกระปุกซื้อที่ดินก็เลือกเอาที่ทางเข้าออกสะดวก ติดถนนดำทางหลวง 108 ณ จ.เชียงใหม่เลย นึกว่าจบ เพราะครบแล้ว มีที่ดิน มีทางเข้าออกสะดวก แต่เอาเข้าจริงคำว่ามีทางของโบราณไม่ใช่ความหมายตื้นเขินแค่ทางเข้าออกสะดวกพอ แต่ทางที่ว่าต้องมีความหมายลึกซึ้งกว่านั้นแน่นอน ทางอีกอย่างที่เจอในในคำโบราณนี้ คือ ทางทำมาหากิน แน่ๆ เพราะผมได้ที่ดินมา 8 เดือนแล้วยังไม่รู้จะทำอะไรเลย รู้แต่ว่าอยากปลูกต้นไม้ จนคนรอบข้างเริ่มสงสัยในอาการและความคิดแปลกแยก ว่าไม่เริ่มเพี้ยนก็โดนของ จนกระทั่งวันหนึ่งในปลายปีที่แล้ว ได้ค้นพบ เวปเกษตรพอเพียง ก็พบว่าเราไม่ได้โดนของหรือเพี้ยนอยู่คนเดียว เพราะมีกลุ่มคนเพี้ยนที่น่ารัก แต่ไม่ใช่กลุ่มคนโดนของนะแต่เป็นกลุ่มคนมีของ เค้าทำให้ผมเริ่มมองเห็นทางร่ำไรๆในที่ดินผมแล้ว

เริ่มด้วย ระยะที่ 1 อ่านๆๆๆๆๆๆๆๆๆทุกอย่างในเวปเกษตรพอเพียง แล้วคิดว่าเอาละอย่างน้อยเราก็มีเพื่อน มีพี่ มีน้อง มีครู มีความรู้ เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยดิดว่าจะได้จากไหน

จากนั่นระยะที่ 2 โทรนัดทานข้าวกับสาวสวยพี่ดวงพร ในงานรวมพลคนพอเพียง แสงร่ำไรที่ว่าก็เริ่มเป็นแสงแวบๆเหมือนหิ่งห้อยเพราะเริ่มมีแสงในตัวเองแล้ว

ระยะที่ 3 ก็เริ่มซื้อหนังสือเกษตรอ่านๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เอาหละคราวนี้แสงวับๆที่ว่าเริ่มกลายเป็นไฟดิสโก้เลย(ไอ้ลูกกระจกกลมๆในเธค)เพราะอ่านแล้วปลูกอะไรก็ได้เงินล้าน ไม่ว่าจะยางพารา ยูคา กฤษณา ยมหอม และอีกสารพัด ต้น เริ่มอาการโลภ และอาการตาลายจากไฟดิสโก้ หรือถ้าเป็นหนังกำลังภายในจะเรียกว่า ธาตไฟเข้าแทรก จนต้องกลับไปถามตัวเองว่าที่ซื้อที่ดินอยากรวยจริงหรือ ถ้าอย่างรวยก็ให้ทำงานที่ทำอยู่น่ะดีแล้วๆเก็บเงินน่าจะรวยและสบายกว่า ไปปลูกต้นไม้อีก ถามอยู่หลายครั้งจนได้คำตอบว่าที่คิดซื้อที่ดินและปลูกต้นไม้เพราะอยากมีความสุขต่างหาก จบได้คำตอบให้ตัวเองแล้ว ก็เริ่มขั้นต่อไป

ระยะที่ 4 ไปอบรมหาความรู้ เริ่มจากทำเรียนทำปุ๋ยจากกรมพัฒนาที่ดิน เรียนเลี้ยงไส้เดือนจาก ม.เกษตร คราวนี้ก็ได้ไฟมาเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง คือ ไฟปัญญา

แล้วตอนนี้ก็ระยที่ 5  ก็ตะลอนทัศนาจรดูไร่เพือนๆ พี่ๆ  เริ่มจากผักหวานปู่เคน สวนไผ่ดาบรินทร์ พี่ชัยรัตนไส้เดือนทอง มะขามเปรี้ยวยักษ์นครปฐม คราวนี้แทนที่จะได้ไฟมาเพิ่มอีกอย่างกลับได้เป็นน้ำมาแทน แต่เป็นน้ำมิตรที่มีค่ามากมาย หล่อเลี้ยงให้เรามีกำลังใจทำสิ่งที่คนรอบข้างเรียกว่า เพื้ยน

ระยะที่ 6 กลับมาคราวนี้อย่างคนมีของ เพาะทุกอย่างที่กินเรียกว่า เพาะแหลก งอกบ้างไม่งอกบ้าง ไม่ว่าจะเป็น ส้ม ทับทิม อินทผลัม ขนุน มะรุม จนบ้ามที่ กทม. เป็นสวนน้อยๆไปแล้ว

ผ่านการฝึกจนถึงขั้นนี้ ก็เริ่มมั่นใจว่าไม่เฉพาะมีที่(ดิน)แล้วเริ่มมีทางแล้ว คราวนี้วางแผนว่าสิ้นเดือนนี้ จะขึ้นไปดูที่ดินที่เชียงใหม่ แต่การไปครั้งนี้คิดว่าสายตาที่มองที่ดินแปลงเดิม จะมองในมุมมองที่เปลี่ยนไป อย่างแน่นอน แต่จะเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างไรกลับมาจะมาเล่าให้ฟังเพราะ ถ่ายรูปมาให้เพื่อนๆ พี่ๆ ช่วยกันแนะนำครับ

ส่วนอาการระยะในต่างๆที่ผมเป็นมีเพื่อนคนไหนมีอาการเดียวกันหรือแตกต่างกันอย่างไรมาแลกเปลี่ยนกันนะเพื่อจะได้ช่วยกันรักษาอาการอย่างถูกต้อง ครับ

ท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่เสียเวลามานั่งอ่าน ครับ
 
ผมก็คิดเหมือนพี่เลยคับ อยากกลับบ้านแต่กลับไปกลัวทำอะไรไม่เปนไม่รู้จะเริ่มยังไงเลยคับ


Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
tanya
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 50


« ตอบ #30 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 20, 2011, 07:40:24 PM »

เข้ามาทักทายและเป็นอีกหนึ่งกำลังใจ

หวังว่าประกายไฟที่มีอยู่ คงโชนแสงมากขึ้นเรื่อย ๆ นะจ๊ะ

คิดถึงเอกจ้า...........


Liked By: Steve_Jeab
บันทึกการเข้า
ดวงพร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4715


คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทำชีวิตให้ดีได้


« ตอบ #31 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 21, 2011, 10:58:07 AM »

พอได้มีการพูดคุยกับสมาชิก และได้ไปเยี่ยมชมสวนของพี่ในเวปท่านนึง  เหมือนมีน้ำมาชะโลมใจ (ของท่านคือน้ำจิตมิตรไมตรี)
แต่น้ำนี้คือน้ำที่มาพรม ธาตุไฟที่เข้าแทรก ให้มันเพลาลงไป เพราะเดี๋ยวมันจะธาตุไฟแตก
พี่เขาถามว่า "มาทำเกษตร เพื่ออะไร"
ตอบอย่างเร็ว "เพื่อความสุขใจ"
พี่เขาถามต่อ "แล้วมีเงินเหลือเก็บ เหลือกินแล้วเหรอ"
ตอบอ่อยๆ "ยังครับ ยังมีภาระด้วย"
แกถามต่อ "แล้วจะอยู่กันอย่างไร"
ตอบแบบไม่มั่นใจ "ก็น่าจะอยู่ได้ อยู่แบบพอเพียง กินในสิ่งที่เราปลูก ปลูกในสิ่งที่เรากิน เหลือแจก"
แกก็ว่า "แล้วเจ็บป่วย เอาเงินที่ไหนไปหาหมอ อยากไปไหนๆเอาเงินที่ไหนเติมน้ำมัน ลูกไปเรียนเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าเทอม"
พูดไม่ออก "เอ่อ...คิดว่าจะต้องปลูกพืชที่ขาย เพื่อเป็นรายได้หลัก ให้มีเหลือเก็บ" เอาแบบแปลนให้ดู
แกก็พึมพำ "ทำไมปลูกอะไรเยอะแยะไปหมด หลงทางอยู่หรือเปล่า" กล่าวต่อด้วย "เคยทำเกษตรมาก่อนเหรอ"
ตอบโดยเร็ว "ไม่เคยครับ"
แกพูดต่อยาวมากกกกกกกก "........สรุปว่า ทำงานอย่างเดิมน่ะดีแล้ว อย่าออกมาทำเกษตรเลย หากคิดว่าเกษตรจะเป็นรายได้หลัก"
ผมสะอึก........"พี่ครับผมขายรถ ซื้อที่ไปแล้ว"

บทสรุปวันนั้น....ตกลงที่จะทำต่อ แต่อย่าหลงทาง ไม่ออกจากงาน ค่อยๆลงค่อยๆทำ ก้าวระยะให้พอเหมาะ ครบเวลาทดลอง
ค่อยกลับมาคิดทบทวนอีกที ว่าจะไปต่อหรือปล่าว...............

เอกระวี

----------------------------------------------------------------

พี่ดวงพรลูกชาวนา อยากแสดงความคิดเห็นในฐานะที่ตัวเองทำเกษตร เพราะใจรักและเคยเห็นความลำบากของการเป็นชาวเกษตรมาตลอดจนเคยคิดว่าอาชีพเกษตรช่างต่ำต้อย ลำบากเสียนี่กระไร มาขวานขวายทำอาชีพอื่นจนคิดว่าตัวเอง พอ แล้วกับการทำงานที่เหนื่อยสมอง.............แล้วหันมองกลับไปจุดเดิมที่เรามาและเพราะมีพระราชดำรัสและโครงการต่างๆของในหลวงในหลายปีที่ผ่านมา เช่นเกษตรทฤษฎีใหม่ ผสมผสาน เกษตรพอเพียง เลยพบทางสว่างว่าการทำเกษตรตามพระราชดำรัสของท่านเราอยู่รอดได้แท้แน่นอน เน้นปลูกสิ่งที่กิน กินที่ปลูกเหลือกินขาย  แต่พี่ดวงพรที่ได้ลงมือทำเกษตรเป็นการทำไว้เพื่อรองรับ หลังจากหยุดทำงานแล้วโดยทำงานควบคู่ไปกับการทำเกษตรไม่ได้จะทิ้งงานโดยไปอาศัยรายได้จากการทำเกษตรอย่างเดียวทั้งที่อยากกลับไปทำสวนเต็มตัวซะทียังต้องรอเวลาค่ะ วางแผนทีละขั้น ถ้าเพื่อนสมาชิกที่พร้อมจะออกจากงานแล้วพาครอบครัวไปทำอาชีพเกษตรเต็มตัวคิดว่าต้องมีแบบนี้ค่ะ

1.ตั้งใจแล้วที่จะไปใช้ขีวิตการทำเกษตรทั้งคู่ (ทั้ง ภรรย-สามี) และพร้อมจะยอมรับทุกอย่างที่จะรายได้ไม่มีเข้ามาช่วงแรกๆหรือมีรายได้เข้ามาอาจจะไม่มากพอเพราะกว่าจะลงตัวกับพืชต่างๆที่เราคิด ถึงจะปลูกผสมผสานก็เถอะ ความจริงกับความคิดฝันไม่เหมือนกันค่ะ
เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นได้ในอาชีพเกษตรที่เราหวังรายได้ ราคาดี ราคาตก อุทกภัย  มาได้ตลอด  ถ้าเราพร้อมที่จะรับตรงนี้ และ พร้อมที่จะอดทน ไปทำได้เลยเต็มตัวแสดงว่าตั้งใจเด็ดเดี่ยวแล้ว (อันนี้เฉพาะท่านที่ทำงานมาตั้งแต่จบการศึกษาเคยรับเงินเดือนตลอด คงไม่รวมกับคนที่ประกอบอาชีพเกษตรอยู่แล้ว)

2.ตั้งใจแน่วแน่แล้วเราต้องเปลี่ยนความคิดตัดความสะดวกสบายออกไปบ้าง ถ้า คนที่มีครอบครัวและลูกยังเล็กในวัยเรียน จากที่เรียนในเมือง ก็พร้อมจะไปเรียน โรงเรียนประจำอำเภอ หรือหมู่บ้าน (ดีเสียอีกเพราะรัฐบาลมีโครงการเรียนฟรี 15 ปี กว่าลูกจะโตก็คงพอเก็บเงินจากการทำเกษตรได้แล้ว เจ็บป่วยเขามีโครงการของรัฐบัตรทอง)

3.ถ้าคนที่มีงานประจำมีรายได้จากเงินเดือนและตั้งใจแน่วแน่ พร้อมยอมรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นจากอาชีพเกษตร     ไปทำได้แน่นอนค่ะ ความสุขที่ได้อยู่กับครอบตรัวตลอดเวลาและอีกอย่าง หนี้สินไม่ควรจะมีหลังจากที่เลิกทำงานประจำแล้วเพราะนั่นคือตัวถ่วงในการประกอบอาชีพเกษตรค่ะและครอบครัวต้องคิดไปในทางเดียวกัน เตรียมความพร้อมด้วยกัน ทำได้ชีวิตแบบพอเพียงคุณได้พบแน่ๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 ... 29   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: