หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ไผ่ยักษ์น่าน  (อ่าน 183 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
QUEEN.D
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 52


« เมื่อ: มกราคม 03, 2020, 08:26:56 PM »


 

ไผ่ยักษ์น่าน (Dendrocalamus Giganteus ) เป็นไผ่ที่มีแหล่งกำเนิดที่ ดอยติ้ว อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ขนาดของลำต้น เมื่อโตเต็มวัย สามารถโตได้ถึงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 12-16 นิ้ว ปัจจุบันจะมีเพียงไผ่มังกร (Dendrocalamus Sinicus) มีถิ่นกำเนิดที่ดินแดนสิบสองปันนา ประเทศจีน ที่มีขนาดลำ ใกล้เคียงกับไผ่ยักษ์น่าน เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย เพราะแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศท่ีสมบูรณ์

 
                                    หน่อไม้จากไผ่ยักษ์

 “นายธูป นาคเสน” หรือ “โต้ง” เจ้าของสวนไผ่ยักษ์น่าน เล่าว่า ได้เห็นไผ่ยักษ์นี้ ในหมู่บ้านของตนเอง แต่ไม่เคยเห็นมีใครสนใจ หรือ คิดที่จะนำไผ่ยักษ์ มาทำประโยชน์ทางการค้า วันหนึ่งได้เห็นร้านกาแฟแห่งหนึ่งแถวบ้าน นำไผ่ยักษ์ มาตกแต่งร้าน มีความสวยงาม และดูน่าสนใจ เกิดความคิดว่า ทำไมเราไม่ปลูกไผ่ยักษ์นี้เพื่อการค้า ตอนนั้นผมทำอาชีพรับเหมาจัดสวน และจำหน่ายพันธุ์ไม้ รายได้ก็ไม่ดีนัก เกิดความคิดว่า ทำไมเราไม่เพาะต้นไผ่ยักษ์ขาย เพราะยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ถ้าทำสำเร็จเราก็จะเป็นรายแรก

     

 พอคิดว่าจะเพาะพันธุ์ไผ่ยักษ์ขาย เริ่มค้นหาข้อมูล จากคนเก่าคนแก่ในพื้นที่ และหาข้อมูลทางวิชาการ พร้อมกับการทดลองเพาะและขยายพันธุ์กล้าไม้ไผ่ยักษ์ไปด้วย ทำให้รู้ว่า ทำไมถึงไม่มีใครเพาะหรือ ขยายพันธุ์ไผ่ยักษ์ เนื่องจากเพาะและขยายพันธุ์ยากมาก ครั้งแรกที่เริ่มทำรอดเพียง ร้อยละ 5 -10 เท่านั้น ปีแรกขาดทุนไปกว่า 4 แสนบาท

“ผมได้ลองผิดลองถูกในการขยายพันธุ์ไผ่ยักษ์ อยู่นานถึง 3 ปี ปีแรกลองปลูกไผ่บนพื้นที่ 10 ไร่ ใช้ต้นไผ่ถึง 20,000 หน่อ มีไผ่ที่รอดเพียง 300 ต้น แต่ผมก็ไม่ลดละ ความพยายามหาข้อมูล และวิธีการปลูก เทคนิคต่างๆ ต้นไหนตายก็หาต้นใหม่มาปลูก จนปีที่ 3 ประสบความสำเร็จ ได้ต้นไผ่ที่มีขนาด 10 นิ้ว ตอนนั้นได้ต้นไผ่กว่า 1 หมื่นต้น ตัดขายในราคาลำละ 2,000 บาท“

 
         ต้นพร้อมจำหน่าย

3 ปีแรก ขายต้นพันธุ์ ไผ่ยักษ์ ซื้อที่ดินหลักร้อยไร่
หลังจากประสบความสำเร็จ จากการปลูกไผ่ยักษ์ ในช่วงแรกเน้นการเพาะขยายและจำหน่ายต้นพันธุ์ เพราะหลังจากโปรโมทออกไป มีเกษตรกรสนใจ และซื้อไปทดลองปลูกกันเป็นจำนวนมาก จนถึงปัจจุบัน สามารถขายต้นพันธุ์ไปได้กว่า 1 แสนต้น ลูกค้าเป็นเกษตรกรจากทั่วประเทศ ซึ่งพิสูจน์ได้จากลูกค้า ว่า ไผ่ยักษ์สามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ แต่อาจจะไม่ได้ลำต้นที่ใหญ่เท่ากับการปลูกบนดอยติ้ว ที่ท่าวังผา โดยไผ่ยักษ์ที่ใหญ่ที่สุดที่ ดอยติ้ว ท่าวังผา จะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 16-18 นิ้ว ขณะที่การปลูกในพื้นที่อื่นได้ไผ่ใหญ่สุดได้ 12-14 นิ้ว

 
         เฟอร์นิเจอร์ทำจากไผ่ยักษ์

สำหรับราคาต้นพันธุ์ไผ่ยักษ์ ในปีแรกๆ ผมขายในราคาต้นละ 400 บาท ซึ่งราคาเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของลูกค้าที่ลดลง จาก 400 บาทในปีแรกๆ ลดเหลือต้นละ 300 บาท และ ปัจจุบันผ่านมากว่า 10 ปี ราคาอยู่ที่ต้นละ 200 บาท โดยจำหน่ายต้นพันธุ์ออกไปแล้วกว่า 1 แสนต้น
“นายธูป” เล่าว่า จากจุดเริ่มต้นที่เริ่มทดลองปลูกและขยายพันธุ์ต้นไผ่ยักษ์ มาจนถึงปัจจุบันผ่านมา 10 ปี ได้ขยายพื้นที่การปลูกไผ่ยักษ์จำนวน 700 ไร่ มีรายได้จากการจำหน่ายลำต้นไผ่ยักษ์ จำหน่ายต้นพันธุ์ และหน่อไม้ ประมาณเดือนละ 10 ล้านบาท โดยไผ่ที่สามารถตัดต้นขายได้อายุประมาณ 3 ปี ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 10 นิ้ว ในราคาลำละ 2,000 บาท แต่ถ้าปล่อยให้ไผ่โตไปเรื่อย ใหญ่ได้มากถึง 14-16 นิ้ว สามารถขายได้ราคาต้นละ 4,000 บาท
    ข้อดีของการปลูกไผ่ คือ ปลูกหรือ ลงทุนครั้งเดียว เก็บผลผลิตไปได้ตลอดหลายสิบปีและที่สำคัญไม่ต้องดูแลรักษา เหมือนกับพืชอื่นๆ ดูแลให้น้ำและปุ๋ย ช่วงปีแรกที่ปลูก หลังจากนั้นเติบโตเอง พอถึงเวลาคอยเก็บเกี่ยวผลผลิต โดย 1 ไร่ จะใช้ต้นกล้าประมาณ 64 ต้น ผ่านไป 3 ปี ตัดขายได้ มีรายได้ต่อไร่ ต่อปี ประมาณ 3-4 หมื่นบาท

ที่มา: nfc.or.th





บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: