หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ใช้เอง  (อ่าน 61814 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« เมื่อ: มกราคม 25, 2011, 02:01:02 PM »

                  การทำหัวเชื้อไว้สำหรับทำน้ำหมักชีวภาพใช้เอง 

วัสดุ - อุปกรณ์

                -   กากน้ำตาล  2  กิโลกรัม หรือน้ำตาลทรายแดง ห้ามไช้น้ำตาลทรายขาวนะครับ

                -   น้ำมะพร้าว  4 – 5 ลูก

                -    สับปะรด 2  ลูก

                -    ถังพลาสติกที่มีฝาปิด  1  ใบ
วิธีทำ   หั่นสับปะรดแก่จัดทั้งลูก (ทั้งเปลือกและเนื้อ) เป็นชิ้นเล็ก ๆ   2  ลูก  ปอกมะพร้าวอ่อนเอาแต่น้ำมะพร้าว   4 – 5  ลูก

นำสับปะรด   น้ำมะพร้าว  และกากน้ำตาล มาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน    ใส่ถังพลาสติกปิดฝาทิ้งไว้ในที่ล่ม (ควรคลุกเคล้ากลับไปกลับมาในถัง  ทุก  2  วัน)    ประมาณ  1 -2   เดือน      จะได้หัวเชื้ออีเอ็มที่มีสีน้ำตาล   กลิ่นหอม  ไว้ใช้ประโยชน์ต่อไป
                    การทำหัวเชื้อจุลินทรีย์แบบแห้ง
   ให้หาดินที่เกิดจากการทับถมจากใบไม้ไม้กิ่งไม้ตามป่าทึบเชิงเขา ครึ่งกิโลกรัมผสมกับแกลบ 3 กิโลกรัม รำละเอียด 2 กิโลกรัม  ผสมคลุกเคล้าเติมน้ำลงไปพอเปียก  หมักไว้ในกาละมังที่มีรูเจาะตรงกลางเพื่อระบายความชื้นและอากาศ พลิกกลับกองวันละครั้ง นาน 15 วันก้นำไปใช้เป็นหัวเชื้อในการหมักปุ๋ยต่างๆได้ดี ( สูตรลุงทองเหมาะครับ)
                            การผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์จากจุลินทรีย์ในดิน
1.   เศษไม้ ใบไม้ผุ และดินที่มีเส้นใยเชื้อราสีขาว ที่ได้การชะล้างมาจากภูเขา                 60       กิโลกรัม

2.    รำละเอียด                                                                                  15     กิโลกรัม

3.    กากน้ำตาล                                                                                   6     กิโลกรัม

4.    น้ำสะอาด                                                                                    120   ลิตร
         
 
วิธีทำ

1.    ผสมเศษไม้ ใบไม้ผุ และดินที่มีเส้นใยเชื้อราสีขาวขึ้นปกคลุม กับรำละเอียด

2.    ผสมน้ำสะอาด 20 ลิตร และกากน้ำตาล 1 กิโลกรัม คลุกเคล้าให้เข้ากันกับส่วน

ผสมข้อ 1. จะได้ส่วนผสมที่มีความชื้นประมาณ 30 %

3.    กองส่วนผสมในที่ร่มแล้วเกลี่ยกองสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ใช้กระสอบป่าน

ที่ชุบน้ำคลุมทิ้งไว้ ประมาณ 7 วัน หรือให้มีเส้นใยเชื้อราสีขาวกระจายทั่วกอง โดยรดน้ำให้กระสอบป่านชื้นอยู่เสมอ

              4. นำส่วนผสมที่ได้ใส่ในถังหมัก เติมน้ำสะอาด 100 ลิตร และกากน้ำตาล 5 กิโลกรัม คนให้เข้ากัน ปิดฝาแล้วทิ้งไว้อย่างน้อย 7 วัน จึงกรองเอาหัวเชื้อจุลินทรีย์บรรจุเก็บไว้ในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท
                การผลิตหัวเชื้อจุสินทรีย์ธรรมชาติ

 

              1.  เก็บหัวเชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติจากตาเปลือกสับปะรดในแปลงปลูกสับปะรดที่อยู่ ในระยะการเจริญเติบโตเต็มที่ พร้อมที่จะเก็บเกี่ยวขายสู่ตลาดผู้บริโภค ซึ่งแปลงสับปะรดดังกล่าว     จะต้อง ไม่มีการใช้สารเคมีกำจัดโรคพืชมาก่อนหน้าที่จะเก็บเชื้อจุลินทรีย์ไม่น้อย กว่า 3 เดือน

              2.  เฉือนหรือปอกเปลือกสับปะรดให้ติดตาจากสับปะรดจำนวน 3 ส่วน สับหรือบดให้ละเอียดแล้วนำไปผสมกับน้ำตาลโมลาสจำนวน 1 ส่วน นำทั้งสองส่วนมาคลุกเคล้าให้เข้ากันอย่างดี พร้อมทั้งใส่น้ำมะพร้าวผสมด้วยจำนวน 1 ส่วน แล้วนำส่วนผสมข้างต้นใส่ภาชนะแล้วปิดฝาด้วยผ้าขาวบาง ทิ้งไว้ 7 – 10 วัน ถ้ามีกลิ่นเหม็นให้ใช้น้ำตาลโมลาสเติมเข้าไปพอสมควรแล้วคนให้เข้ากันจนกลิ่น หายไป

              3.  หัวเชื้อจุลินทรีย์ที่หมักได้ที่ จะมีกลิ่นหอมหรืออาจจะมีกลิ่นเปรี้ยวบ้างเล็กน้อย   หรือมีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นหัวเชื้อสุรา สามารถเก็บในภาชนะที่ปิดฝาสนิทในสภาพอุณหภูมิห้องได้นานเป็นปี
            การผลิตจุลินทรีย์ (อี เอ็ม)   และการประยุกต์ใช้

วัสดุอุปกรณ์

1.    ถังพลาสติกมีฝาปิดเพื่อทำหัวเชื้อจุลินทรีย์ (อี เอ็ม)

2.    ถุงพลาสติกเจาะรู หรือถุงปุ๋ย

3.    วัสดุรองก้นถัง เพื่อช่วยระบายน้ำ

4.    กากนำตาล

5.   เศษอาหารสดต้องไม่เกิน 12 ชั่วโมง (เปลือก สับปะรด กล้วย เศษผัก จะให้  หัวเชื้อจุลินทรีย์มากและหอม ถ้ามีสารอาหารครบ 5 หมู่ จะได้หัวเชื้อที่ดีมาก)

6.    ขวดพลาสติกใส (ห้าม ใช้ขวดแก้ว) หรือถังพลาสติกเพื่อขยายหัวเชื้อจุลินทรีย์

7.    น้ำสะอาดปราศจากคลอรีน (อาจ ใช้น้ำประปาที่เปิดใส่ถังทิ้งไว้ค้างคืน)

          ขั้นที่ 1 การทำหัวเชื้อจุลินทรีย์  (อี เอ็ม)

1.1  นำเศษอาหารสด (สะเด็ด น้ำ)    มาผสมกากน้ำตาล  ในอัตราส่วน    เศษอาหารสด

1 กิโลกรัม ต่อ กากน้ำตาล 2 – 5 ช้อน โต๊ะ คลุกและนำใส่ถุงที่ให้น้ำไหลออกได้ (อาจ ใช้ถุงพลาสติกที่เจาะรูโดยรอบหรือถุงปุ๋ย)

 
 

              1.2  มัดปากถุงแล้วใส่ไว้ในถังพลาสติกที่เตรียมไว้ ควรรองก้นด้วยวัสดุช่วยระบายน้ำ (ใช้ ถาดใส่ไข่พลาสติกได้)  ปิดฝาไม่ให้อากาศเข้า ทิ้งไว้ 7 วัน หลัง 7 วันแล้วให้เปิดฝาดูจะมีน้ำหัวเชื้อจุลินทรีย์สีน้ำตาล กลิ่นหอมอมเปรี้ยวอมหวาน
 

         ขั้นที่ 2 การขยายหัวเชื่อจุลินทรีย์   (อี เอ็ม)

              2.1  นำหัวเชื้อจุลินทรีย์ผสมกากน้ำตาล และน้ำสะอาด ในอัตราส่วน 1 : 1 : 200         มาผสมและใส่ภาชนะที่เตรียมไว้

2.2   ปิดฝาให้สนิทเก็บไว้ 3 วัน  (วัน ที่ 3 มีก๊าซมาก ควรเปิดฝาระบายก๊าซบ้าง)

        ขั้นที่ 3 การประยุกต์ใช้

              3.1  ใช้ในครัวเรือน เช่น เช็ดพื้น แช่ล้างตระกรันในหม้อต้มน้ำ เช็ดรองเท้า ล้างห้องส้วม เช็ดกระจก ซักผ้า ล้างรถ ฯลฯ ใช้บำบัดกลิ่น และเร่งการย่อยสลาย เช่น บำบัดน้ำเสียจากท่อระบายน้ำ และระบบบ่อบำบัดน้ำเสียรวม บำบัดกลิ่นและเร่งการย่อยสลายสิ่งปฏิกูลในห้องน้ำ บำบัดกลิ่นขยะมูลฝอย  และรถขนขยะ ฯลฯ

              3.2  ใช้เพื่อการเกษตรกรรม เช่น ใช้รดต้นไม้ ผลิตฮอร์โมน ผลิตปุ๋ยอินทรีย์  กำจัดกลิ่นมูลและกลิ่นสาบสัตว์ ใช้ปรับและเสริมคุณภาพดินเพื่อการเพาะปลูกพืช ฯลฯ (ถ้า ใช้รดแปลงพืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ ให้ผสมกากน้ำตาล และน้ำสะอาด 1 : 1 : 1,000
                      ประโยชน์ของหัวเชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติ

              ใช้สำหรับเป็นส่วนผสมในการทำปุ๋ยหมักแห้งชีภาพ ทำน้ำสกัดชีวภาพ
http://www.budmgt.com/agri/agri01/imo-process-nature.html#Font_:_Tahoma_%C2%A0____
 
                           
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 26, 2011, 04:08:32 PM โดย vud » บันทึกการเข้า

lloullSJ24
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 27


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2011, 08:23:34 AM »

การทำน้ำยาปรับผ้านุ่ม
  วัสดุ  1.เกล็ดผ้านุ่ม  500   กรัม
                 2.มะละกอดิบ  2      ก.ก
                 3.น้ำสะอาด    10    ลิตร
                 4.สีธรรมชาติ   1     กรัม
นำมะละกอดิบล้างให้สะอาด หั่นมะละกอให้เป็นชิ้นเล็กๆ ประมาณ 1 นิ้ว โดยไม่ต้องปลอก
นำมะละกอต้มให้เดือด ใส่น้ำ 2 ลิตร แยกกากออกเอาเฉพาะแต่น้ำ  นำน้ำที่เหลือ
ต้มตั้งไฟแค่พออ่อนๆ เติมเกล็ดผ้านุ่มลงไป คนให้ละลาย เติมน้ำที่ได้จากการต้มมะละกอลงไป
คนให้เข้ากัน ปิดไฟทิ้งไว้ รอใก้เกือบเย็น เติมหัวน้ำหอมและสารกันเสีย  คนให้เข้า นำน้ำยาใส่ขวดทันที
           เสร็จเเล้วครับ.........
ลองใช้ดูครับ ทำหันเล่นๆิใช้ดีเเล้วบอกต่อเน้อ
บันทึกการเข้า
mr.pool
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 6


เดินทีละก้าว กินข้าวที่ละคำ ทำทีละอย่าง


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 10, 2011, 11:06:31 AM »

เป็นความรู้ที่สามาถรนำไปใช้ได้จริง ลดต้นทุนไปได้เยอะเลยคับ
บันทึกการเข้า
efeleky
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 143



« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 20, 2012, 08:21:27 PM »

ขอบคุณมากค่ะ ได้ประโยชน์มากเลย
บันทึกการเข้า
psit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1064

กินอยู่แค่พอเพียง


« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 22, 2012, 11:43:03 AM »

ขอบคุณครับคุณครู.... ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
prml
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1001


« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 11, 2012, 09:48:31 AM »

ขอบคุณคร้าบบบบผม   ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
muffin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 56



« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 02, 2012, 11:27:22 AM »

อยากทำบ้างแต่ เกล็ดผ้านุ่ม หาซื้อที่ไหนค่ะ
บันทึกการเข้า
jub
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254


« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 08, 2012, 08:39:46 PM »

คือว่า ห้ามใช้น้ำตาลทรายขาว แต่ผมเคยถามที่กระทู้อื่นว่า น้ำแดงที่ใช้ไหว้เจ้า จะเททิ้งก็เสียดาย เอามาทำอะไรได้ ได้คำตอบว่า เอามาใช้แทนกากน้ำตาลได้ จริงๆแล้วยังงัยดีครับ
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #8 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2012, 08:22:22 AM »

 ไม่ได้ห้ามใช้น้ำตาลทรายขาวครับ เพราะการใส่กากน้ำตาล น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาว หรือ น้ำตาลในรูปแบบอื่นๆเช่น น้ำหวาน นั้น ในหลักการคือ เป็นการเพิ่มอาหารให้จุลินทรีย์ขยายพันธุ์เร็วและมากขึ้นเพื่อมาทำกิจกรรมย่อยสลายอินทรียวัตถุที่เราหมัก
  แต่ที่เขาบอกว่าไม่ให้ใช้น้ำตาลทรายขาวนั้น  เฉพาะผู้ที่ต้องการทำเกษตรอินทรีย์ซึ่งต้องการใบรับรองมาตรฐานเท่านั้น เพราะน้ำตาลทรายขาวมีการใช้สารเคมีบางอย่างในการฟอกขาวซึ่งขัดกับหลักกการของเกษตรอินทรีย์ แต่ถ้าเราไม่แคร์ก็ใช้ได้ครับ
 


Liked By: nokjantra
บันทึกการเข้า
mj7013
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 295


« ตอบ #9 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2012, 12:35:03 PM »

 อายจัง อายจัง อายจัง
ไดสูตรดีๆ  จุมพิต จุมพิต จุมพิต
บันทึกการเข้า

mj7013
91/2  ม.6  ต.บาโร๊ะ อ.ยะหา จ.ยะลา 95120
jub
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 254


« ตอบ #10 เมื่อ: มิถุนายน 11, 2012, 03:52:14 PM »

แจ่มเลยครับท่าน
บันทึกการเข้า
del38196
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« ตอบ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2012, 11:20:17 PM »

ขอบคุณครับ  ยิ้มเท่ห์

Sports Book News
บันทึกการเข้า
MS. Rungkhae Poria
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 694


« ตอบ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2012, 12:35:24 PM »

พี่วุฒิคะ เพราะอะไรหนอนเต็มถังหมักเศษอาหารเลยค่ะ ลังเล
ขั้นตอนทำ เอาเศษอาหารพวกผักแป้งไม่มีพริกและมีเศษกระดูกไก่แค่นิดๆหน่อย รวมกันแล้วก็ประมาณซักกิโลเดียว ทุกอย่างไม่ได้ชั่งไม่มีตาชั่งใหญ่ค่ะ
แล้วคลุกผสมหัวอีเอ็ม1ลิตร กากน้ำตาลอีกครึ่งกิโลคนรวมกัน ปิดฝาถังมีที่รัด แล้วเติมเศษอาหารนิดๆหน่อยอีกสองครั้ง สังเกตุก็หอมดี แต่หลังจากนั้นผ่านไป1อาทิตย์เปิดอีกทีหนอนเต็มเลย แล้วเริ่มมีกลิ่นเน่าผสม สงสัยว่ามันผิดอะไรหนักหนากันนี่ แล้วเจ้าตัวหนอนนี้มันเป็นชนิดเดียวกับที่อยู่ในกองปุ๋ยหมักสูตรโบกาฉิด้วยค่ะ// หนอนี้มาจากไหนกัน//นิว-อุดรธานี
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5471


« ตอบ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2012, 10:11:05 PM »

 เป็นหนอนแมงวันครับ ไม่มีอันตรายใดๆ ที่มีหนอนเพราะเราปิดไม่มิดหรือปิดเปิดบ่อยๆทำใก้มีแมลงวันลงไปวางใข่
บันทึกการเข้า
max2009
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 273


« ตอบ #14 เมื่อ: กรกฎาคม 28, 2012, 02:53:06 PM »

ผมก็ทำใช้เอง สารพัดประโยชน์  อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า
MS. Rungkhae Poria
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 694


« ตอบ #15 เมื่อ: สิงหาคม 01, 2012, 10:36:03 AM »

เป็นหนอนแมงวันครับ ไม่มีอันตรายใดๆ ที่มีหนอนเพราะเราปิดไม่มิดหรือปิดเปิดบ่อยๆทำใก้มีแมลงวันลงไปวางใข่

ขอบคุณมากค่ะ ค่อยสบายใจหน่อยค่ะ งั้นจะต้องไปเติมเศษอาหาร+em+กากน้ำตาลต่อไป ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: