"ไผ่ภูพาน ไผ่เลี้ยงเพาะจากเมล็ด /สวนไผ่ไก่กุ๊ก "

<< < (119/178) > >>

tony:
ขออภัย 10 กค 54 ครับ

อาซิโตน:
อ้างจาก: tony ที่ กรกฎาคม 17, 2011, 11:38:09 PM

ขอบคุณ ไผ่ 26 ต้น และของแถม 1 ต้น ท่ีมาส่งให้ที่พรรณานิคม นะครับ ลงดินแล้ว เมื่อ 1 กค 54 ครับ




นายช่างใหญ่   หัวใจเกษตร  ยอดมากเลยครับ    การทำอาชีพเกษตรตอนหนุ่มๆ จะชวยให้สุขุมขึ้น
ยินดีด้วยครับ   ผมปลุกก่อนของนายช่างประมาณ 10 วันเท่านั้นเอง  รอดูผลครับ

อาซิโตน:
กิมซุง แอบออกหน่อ

อาซิโตน:
คนขี้เกียจประจำบ้าน







สิ่งของเหลือใช้



ชีวิตส่วนเกิน

อาซิโตน:
เอามาเก็บไว้อ่านครับ

คุยเฟื่องเรื่องไผ่ไทยแลนด์
วันที่ 01 กันยายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 17 ฉบับที่ 366
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ
ผมมีความสนใจเรื่องไผ่มาก ปัจจุบันเริ่มปลูกไผ่ไปบ้างแล้ว ส่วนใหญ่เป็นไผ่ตง ทั้งนี้ ผมมีความประสงค์อยากทราบว่าบ้านเรามีไผ่กี่ชนิด และแต่ละชนิดนำมาใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง และผมจะหาซื้อพันธุ์ได้จากที่ไหน เมื่อได้ข้อมูลรายละเอียดแล้วผมจะได้ตัดสินใจปลูกไผ่ชนิดอื่นๆ เพิ่มเติมอีกต่อไป
ขอแสดงความนับถือ
สมพงษ์ แม้นเจริญ
25 หมู่ 15 ต.ยางหย่อง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี 76130
ตอบ คุณสมพงษ์ แม้นเจริญ
    ไผ่ เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว จัดอยู่ในวงศ์หญ้า และนับเป็นหญ้าที่สูงที่สุดในโลก ไผ่เจริญเติบโตได้ดีทั้งในเขตหนาว เขตอบอุ่น และเขตร้อน โดยเฉพาะในเขตร้อนแถบทวีปเอเชีย มีมากถึง 45 สกุล (genus) ส่วนในประเทศไทย มีไผ่อยู่ประมาณ 13 สกุล แต่คาดว่ายังคงมีอีกหลายสกุล อยู่ระหว่างการศึกษา ปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีการบุกรุกตัดไม้และแผ้วถางทำลาย ซึ่งทำให้ไผ่ที่เป็นส่วนหนึ่งของป่าไม้ลดปริมาณลงอย่างรวดเร็วตามไปด้วย ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่คนไทยควรหันมาสนใจปลูกไผ่ให้มากขึ้น เพื่อชดเชยจากการถูกแผ้วถางและนำไปใช้ประโยชน์อย่างไม่คุ้มค่า ผมขอวกกลับมาเรื่องไผ่ของไทยเรา ปัจจุบันมีการรวบรวมและจำแนกโดยกรมป่าไม้ มีรายละเอียดดังนี้
สกุลอะรันดินาเรีย มีอยู่ 2 ชนิด
    ชนิดแรกคือ ไผ่โจด พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีลำต้นสีเขียวอมเทา มีความสูงประมาณ 5 เมตร ปล้องค่อนข้างสั้น ประมาณ 10-20 เซนติเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 7-10 มิลลิเมตร ไม่มีหนาม หน่อมีสีเทาแกมเหลือง ลำต้นใช้ทำด้ามไม้กวาด จุดเด่นคือเหง้ามีรูปร่างแปลกตา จึงนิยมนำมาทำเครื่องประดับภายในบ้าน หรืออาจปลูกเป็นแนวรั้ว และปลูกเป็นไผ่ประดับใกล้บริเวณบ้าน ส่วนหน่อใช้รับประทานได้
    ชนิดที่ 2 ไผ่เพ็ก หรือหญ้าเพ็ก ไผ่ชนิดนี้พบได้ทั้งในเวียดนาม กัมพูชา และไทย ในส่วนของประเทศไทยนั้นมีมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เจริญเติบโตได้ดีในเขตค่อนข้างแห้งแล้ง จึงเกิดไฟไหม้ป่าไผ่ชนิดนี้อยู่เป็นประจำ ไผ่เพ็กเป็นไผ่ขนาดเล็ก ลำต้นสูงไม่เกิน 3 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-7 มิลลิเมตร ขนาดของปล้องมีความยาว 20-30 เซนติเมตร ขึ้นรวมเป็นกอ นิยมนำมาทำแผงตากสาหร่ายทะเล
สกุลแบมบูซ่า แบ่งออกได้หลายชนิดคือ
    ไผ่บง พบได้ทั่วไปในป่าดงดิบ เป็นไผ่ขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางปล้อง 6-10 เซนติเมตร ความยาวของปล้อง 20-30 เซนติเมตร สูงประมาณ 9-12 เมตร ลำต้นนิยมใช้ทำเสื่อลำแพนและเยื่อกระดาษ หน่ออ่อนนิยมนำมารับประทาน แม้ว่าจะมีรสขมผสมอยู่บ้างก็ตาม
    ไผ่ป่า หรือไผ่หนาม พบได้ทุกภูมิภาคของประเทศ ต้นอ่อนมีสีเขียวเข้ม เมื่อแก่จัดมีสีเขียวอมเหลือง เป็นไผ่ขนาดใหญ่ มีหนามคมและขนมาก เส้นผ่านศูนย์กลางของปล้อง 10-15 เซนติเมตร ลำต้นใช้ทำนั่งร้านในการก่อสร้างหรือทาสีอาคาร และทำเครื่องจักสานอื่น หน่อใช้รับประทานได้
    ไผ่ลำมะลอกพบได้ในทุกภูมิภาคของประเทศ แต่ในภาคใต้จะพบน้อยกว่าภาคอื่น ลำต้นมีสีเขียวเข้ม ไม่มีหนาม ข้อเรียบ กิ่งก้านและใบเกิดที่บริเวณลำต้น สูงจากพื้นดิน 6-7 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลางของปล้อง 7-10 เซนติเมตร สูงเฉลี่ย 10-15 เมตร ลำต้นค่อนข้างห่างไม่อัดแน่น นิยมนำมาใช้ทำนั่งร้านในการก่อสร้าง ทำเสาโป๊ะ เฟอร์นิเจอร์ และงานจักสานที่ไม่ต้องการความประณีต หน่อใช้รับประทานได้
    ไผ่เหลือง หรือไผ่จีน ไผ่ชนิดนี้สันนิษฐานว่านำเข้าจากประเทศจีน จึงไม่พบทั่วไป ลำต้นมีสีเหลือง มีลายเส้นเป็นแถบสีเขียว พาดตามความยาวของปล้อง ผิวเกลี้ยง มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-10 เซนติเมตร ความยาวปล้องประมาณ 20-25 เซนติเมตร ความสูงเฉลี่ย 10-15 เมตร หน่อมีสีเหลืองอ่อน ไผ่เหลืองนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ เนื่องจากลำต้นมีสีสวยงาม หน่อใช้บริโภคได้แต่ไม่เป็นที่นิยม
    ไผ่หอบ หรือไผ่หอม พบมากที่จังหวัดเชียงราย ลำต้นสูงประมาณ 10 เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางของปล้อง 7.5-15 เซนติเมตร และยาว 40 เซนติเมตร ใบมีขน เมื่อสัมผัสผิวหนังจะรู้สึกระคายเคืองและคัน ลำต้นใช้ประโยชน์ได้น้อย หน่อมีรสขม จึงไม่มีการนำมารับประทาน
    ไผ่เลี้ยง พบมากในภาคกลาง ลำต้นมีสีเขียวสด เป็นไผ่ขนาดเล็ก ปล้องมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-3 เซนติเมตร และยาว 20-25 เซนติเมตร ลำต้นไม่มีหนาม นิยมใช้ทำคันเบ็ด และส่วนประกอบของเฟอร์นิเจอร์ ลำต้นแข็งแรง เนื้อต้นเกือบไม่มีช่องว่างภายใน บางแห่งนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ หน่อรับประทานได้ แต่ไม่นิยมรับประทาน
    ไผ่สีสุก พบได้ทั่วไป แต่พบมากในบริเวณภาคกลางของประเทศ เป็นไผ่ชนิดที่สูงใหญ่ ลำต้นสีเขียวสด หน่อมีสีเทาอมเขียว ปล้องมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 7-10 เซนติเมตร ยาว 10-30 เซนติเมตร บริเวณข้อมีกิ่งคล้ายหนาม หน่อมีขนาดใหญ่ มีขนสีน้ำตาล น้ำหนักหน่อประมาณ 3-4 กิโลกรัม ไผ่ชนิดนี้มีเนื้อหนาแข็งแรง ทนทานและเหนียว จึงนิยมนำไปใช้ประโยชน์มากกว่าไผ่ชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะทำเครื่องจักสาน เฟอร์นิเจอร์ นั่งร้านในการก่อสร้าง และนอกจากนี้ส่วนโคนของลำต้นยังนิยมใช้ทำไม้คานสำหรับหาบหามได้ดีมาก
    ไผ่บงหวาน พบได้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และพบมากที่สุดที่จังหวัดเลย ลำต้นอ่อนมีสีเขียวใบไม้ เมื่อแก่มีสีเขียวเข้ม เส้นผ่านศูนย์กลางของปล้อง 5-8 เซนติเมตร สูง 5-10 เมตร มีหน่อสีเขียว น้ำหนักประมาณครึ่งกิโลกรัม ลำต้นนิยมนำมาทำตอกมัดสิ่งของ ทำไม้ค้ำยัน บันไดและเครื่องจักสาน หน่อมีรสหวานหอมอร่อย นิยมนำมาประกอบอาหารได้หลากชนิด
    ไผ่คันร่ม หรือไผ่เปร็ง พบมากที่จังหวัดปราจีนบุรี ตราด และระยอง ลำต้นอ่อนมีสีเขียวใบไม้ เมื่อแก่จัดมีสีเขียวเข้ม เส้นผ่านศูนย์กลางของปล้อง 3-5 เซนติเมตร ลำต้นสูง 8-10 เมตร หน่อมีสีเขียวอมเทา แต่เปลือกหน่อจะมีสีแดง ลำต้นมีเนื้อหนา จึงนิยมนำมาทำบันได โป๊ะ และหลักของการเลี้ยงหอยแมลงภู่
    ไผ่ดำ หรือไผ่ตาดำ พบมากในป่าทึบ แถบจังหวัดกาญจนบุรี และจันทบุรี ลำต้นมีสีเขียวคล้ำเกือบเป็นสีดำ ไม่มีหนาม เส้นผ่านศูนย์กลางของปล้อง 7-10 เซนติเมตร และยาว 30-40 เซนติเมตร สูง 10-12 เมตร มีเนื้อหนา นิยมนำลำต้นไปใช้ทำนั่งร้านก่อสร้างและเครื่องจักสานต่างๆ หน่อใช้รับประทานได้ และไผ่น้ำเต้า พบได้ทั่วไป เป็นไผ่ที่มีปล้องสั้น ลำมีสีเขียว อาจมีแถบสีเหลืองตามปล้องและจะโป่งออกตอนกลางปล้องและตอนกลางของกิ่ง ปล้องมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-8 เซนติเมตร สูง 3-4 เมตร แขนงแตกออกจากต้นที่สูงจากระดับพื้นดินประมาณ 1.5 เมตร หน่อมีสีเหลือง ไผ่ชนิดนี้เชื่อว่านำเข้าจากประเทศจีน ไผ่น้ำเต้าส่วนใหญ่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับในบริเวณบ้านหรือปลูกในกระถางไว้โชว์
สกุลเซฟาลอสทาคียัม มี 2 ชนิด คือ
    ไผ่ข้าวหลาม พบมากบริเวณตอนเหนือของจังหวัดกาญจนบุรีและภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางส่วน มีปล้องยาว 30 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางของลำไผ่เฉลี่ย 5-7.5 เซนติเมตร ลำไผ่มีสีเขียวอมเทา มีความสูงเฉลี่ยระหว่าง 7-8 เมตร หน่อมีขนาดใหญ่ กาบมีสีหมากสุก ต้นไผ่นิยมนำมาทำกระบอกข้าวหลาม หน่อรับประทานได้แต่ไม่เป็นที่นิยม และไผ่เฮียะ หรือไผ่เหียะ ลำไผ่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 5-10 เซนติเมตร ปล้องยาว 50-70 เซนติเมตร ข้อเรียบ มีกิ่งเพียงเล็กน้อย เนื้อหนาประมาณ 1-2 เซนติเมตร มีความสูง 10-18 เมตร ลำต้นนำไปทำโครงสร้างบ้านเรือนและเครื่องจักสานต่างๆ หน่อรับประทานได้แต่ไม่เป็นที่นิยมกัน
สกุลเดนโดรคาลามัส ได้แก่
    ไผ่ซาง หรือไผ่นวล หรือไผ่ปล้อง พบในป่าดิบทั่วไป ลำต้นมีสีเขียวนวล ปล้องยาว 50-70 เซนติเมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-12 เซนติเมตร ลำต้นสูง 8-10 เมตร ไม่มีหนาม หน่อมีสีน้ำตาลปนส้มและมีขนสีน้ำตาล ไผ่ชนิดนี้เนื้ออ่อนและเหนียว สามารถจักตอกเป็นเส้นเล็กๆ ได้ จึงนิยมนำมาใช้ทำเครื่องจักสานที่ต้องการรายละเอียดสูง หน่อใช้รับประทานได้
    ไผ่หก หรือไผ่นวลใหญ่ พบมากในภาคเหนือและจังหวัดกาญจนบุรี ไผ่ชนิดนี้ลำต้นมีสีเขียวอมเทา และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 15-20 เซนติเมตร ปล้องมีความยาว 40-50 เซนติเมตร ลำต้นสูงประมาณ 10-15 เมตร ลำไผ่นิยมนำมาทำเยื่อกระดาษ และเครื่องจักสานต่างๆ หน่อใช้รับประทานได้แม้มีรสเข้มอยู่บ้าง
    ไผ่เป๊าะ หรือไผ่เปราะ พบที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลำต้นมีสีเขียว มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 10-20 เซนติเมตร เนื้อแข็งเปราะ ข้อเรียบ ปล้องยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ลำต้นสูงถึง 30 เมตร หน่อมีขนาดใกล้เคียงกับลำไผ่และมีสีเหลืองอมขาว ไผ่ชนิดนี้นิยมนำมาทำกระบอกข้าวหลาม ไม่นิยมนำมาทำเครื่องจักสาน เนื่องจากมีเนื้อแข็งและเปราะ
    ไผ่ตง มีมากในจังหวัดปราจีนบุรี ไผ่ตงเป็นไผ่ขนาดใหญ่ ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6-15 เซนติเมตร ปล้องยาว 20 เซนติเมตร ไม่มีหนาม โคนต้นมีลายสีขาวสลับเทา ลำต้นมีขนสั้นๆ ขึ้นอยู่ หน่อมีน้ำหนักประมาณ 3-10 กิโลกรัม ไผ่ตงแบ่งออกเป็นไผ่ตงเขียว ไผ่ตงดำ ไผ่ตงหม้อ และไผ่ตงหนู เนื้อไม้นิยมนำมาใช้ทำเครื่องจักสานและไม้จิ้มฟัน หน่อนิยมนำมาปรุงอาหารได้หลากชนิด
    ไผ่ซาง หรือไผ่นวล พบมากที่ภาคเหนือ และภาคกลางของประเทศ ไผ่ชนิดนี้มีลำต้นสีเขียวอ่อน ไม่มีหนาม มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-12 เซนติเมตร ลำต้นสูง 10-25 เมตร ปล้องยาวประมาณ 30 เซนติเมตร หน่อมีสีเทาปนแดง ลำต้นใช้ทำนั่งร้านก่อสร้าง ทำเครื่องจักสาน และเยื่อกระดาษ หน่อใช้รับประทานได้
สกุลไดโนเคลา ได้แก่
    ไผ่ลาน หรือไผ่เลื้อย พบมากในภาคใต้ของประเทศ ลำต้นมีลักษณะคล้ายเถาวัลย์ เลื้อยหรือพาดไปตามต้นไม้ที่อยู่ใกล้เคียง ลำต้นมีสีเขียว เส้นผ่านศูนย์กลางของต้นไผ่ประมาณ 1 เซนติเมตร เนื้อบาง ใบและลำต้นมีขนสีน้ำตาลเป็นจำนวนมาก ปล้องยาว 10-120 เซนติเมตร ไผ่ชนิดนี้นิยมนำไปใช้เป็นส่วนประกอบสมุนไพรรักษาโรค
สกุลจิกแอนโทเคลา ได้แก่ 
    ไผ่มัน หรือไผ่เปาะ พบมากในภาคใต้ของประเทศ ลำไผ่สีเขียวมัน ไม่มีหนาม เส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ย 8-10 เซนติเมตร ปล้องยาว 30-40 เซนติเมตร ทรงกอโปร่ง ลำต้นสูง 10-15 เมตร หน่อมีสีน้ำตาลแก่ มีน้ำหนักเฉลี่ย 3-4 กิโลกรัม ลำไผ่ใช้ทำส่วนประกอบโครงสร้างบ้านเรือนและเครื่องจักสานต่างๆ หน่อใช้รับประทานได้
    ไผ่ไร่ พบได้ทุกภาคของประเทศ ลำต้นมีสีเขียวปนเทา ผิวสาก แต่ไม่มีหนาม มีขนทั่วลำต้น เป็นไผ่ขนาดเล็ก มีเส้นผ่านศูนย์กลางของลำต้นเพียง 1.5-2.5 เซนติเมตร ปล้องยาว 30 เซนติเมตร การแตกกอหนาแน่นมาก นิยมนำมาใช้ค้ำยันหรือเสาหลักในการเกษตรบางชนิด
    ไผ่ไล่ลอ ลำต้นมีสีเขียวอ่อน พบมากที่ภาคเหนือ ขณะแทงกิ่งผลิใบต้นไผ่กาบจะหลุดออกหมด มีเส้นผ่านศูนย์กลางของลำต้น 3-8 เซนติเมตร และมีปล้องยาว 14-50 เซนติเมตร ลำไผ่นิยมนำมาทำรั้วบ้าน คอกสัตว์ และทำเครื่องเรือนได้ดี หน่อใช้รับประทานได้ แต่ไม่เป็นที่นิยมกัน
    ไผ่แนะ หรือไผ่คาย พบมากในป่าดิบภาคใต้ มีลำต้นสีเขียว เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-3 เซนติเมตร ปล้องยาว 30-35 เซนติเมตร มีความสูงเพียง 3-4 เมตร หน่อมีสีเหลือง ลำไผ่ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ หน่อใช้รับประทานได้ ไผ่ตากวาง พบในป่าดิบภาคใต้ ผิวลำต้นเกลี้ยง สีเขียวอมเหลือง มีเส้นผ่านศูนย์กลางของลำไผ่ 4-6 เซนติเมตร ปล้องยาว 30-40 เซนติเมตร สูงประมาณ 5 เมตร ลำต้นใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ หน่อใช้รับประทานได้
    ไผ่ผาก พบมากที่ภาคใต้และจังหวัดกาญจนบุรี มีลำต้นสีเขียว ไม่มีหนาม ไผ่ชนิดนี้เป็นไผ่ขนาดใหญ่ มีเส้นผ่านศูนย์กลางของลำไผ่ 10-13 เซนติเมตร มีหน่อขนาดใหญ่ มีน้ำหนัก 2-3 กิโลกรัม ลำไผ่ใช้ทำเข่งใส่ถ่านเพื่อจำหน่าย เครื่องใช้ในครัวเรือนและเยื่อกระดาษ หน่อมีรสขม ก่อนนำมาประกอบอาหารต้องต้มในน้ำร้อนและเททิ้ง 1-2 ครั้ง ก็ใช้ได้
    ไผ่คายดำ พบที่จังหวัดกาญจนบุรีและระนอง ลำต้นมีสีเขียวเข้ม ปล้องห่าง ข้อใหญ่ ไม่มีหนาม เป็นไผ่ที่มีลำต้นสูงใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางของลำไผ่ประมาณ 7-10 เซนติเมตร หน่อมีสีเขียว ไผ่ชนิดนี้ใช้ประโยชน์ได้น้อย ไม่เหมาะนำมาใช้ประโยชน์ เนื่องจากเนื้อไผ่เปราะหักง่าย หน่อมีรสขม จึงไม่นิยมนำมาประกอบอาหาร
และไผ่บงคาย พบมากที่จังหวัดเชียงราย ลำต้นมีสีเขียวอ่อน ข้อปล้องมี 2 ชั้น ชั้นล่างเรียบ ส่วนชั้นบนมีปมราก ข้อต่อมีสีเขียวหม่น เส้นผ่านศูนย์กลางของลำไผ่ 5-8 เซนติเมตร และยาว 40-50 เซนติเมตร ลำต้นสูงประมาณ 10-13 เมตร ลำต้นใช้ทำเครื่องจักสานได้ดี หน่อไม้นิยมนำมาประกอบอาหารเนื่องจากมีรสชาติดี
    สกุลมีโลแคนนา ไผ่สกุลนี้มีเพียงชนิดเดียว คือไผ่เกรียบ พบในป่าทึบทั่วไป เป็นไผ่มีลำต้นขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 8-15 เซนติเมตร ปล้องยาว 50-120 เซนติเมตร เนื้อหนาเฉลี่ยครึ่งเซนติเมตร ข้อเรียบ แขนงเล็ก ต้นสูง 10-15 เมตร หน่อมีขนาดใหญ่ สีเขียว กาบสีเหลืองอมส้ม บริเวณข้อมีสีแดง ไผ่ชนิดนี้นำมาใช้ประโยชน์ได้น้อย ส่วนใหญ่ปลูกไว้ประดับในสวน
    สกุลนีโอฮูซัว พบเพียงชนิดเดียวคือ ไผ่หลอด พบที่จังหวัดตราด ลำต้นมีสีเขียวเป็นมัน ไผ่ชนิดนี้เป็นไผ่ขนาดมีขนาดเล็ก ปล้องยาว 10-15 เซนติเมตร มีความสูงเพียง 4 เมตร หน่อมีขนาดเล็ก สีเทาในอดีตนิยมนำมาทำหลอดด้าย แต่เนื่องจากมีการนำสารสังเคราะห์มาใช้ทดแทน ปัจจุบันจึงไม่มีการนำมาทำหลอดด้ายอีกต่อไป
    สกุลซูโดซาซา พบมากในจังหวัดเพชรบูรณ์ มีเพียงชนิดเดียว แต่ยังไม่มีการศึกษาในรายละเอียด

    สกุลไซโซสตาคียัม มี 3 ชนิด คือ ไผ่โป และไผ่เฮียะ พบมากที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดตรัง แต่ยังไม่มีการศึกษาในรายละเอียด
    สกุลเทียโนสตาคียัม มี 2 ชนิด คือ ไผ่เฮียะเครือ และไผ่บงเลื้อย พบที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดใกล้เคียง ยังไม่มีการศึกษาในรายละเอียด
    สกุลไธโซสตาซัส มี 2 ชนิด คือ ไผ่รวก พบมากที่จังหวัดกาญจนบุรี เป็นไผ่ที่มีลำต้นขนาดเล็ก มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2-7 เซนติเมตร สูงประมาณ 5-10 เมตร แตกกอเป็นพุ่มแน่นพอประมาณ ลำต้นนิยมใช้ทำวัสดุก่อสร้าง ไม้ค้ำยันต้นไม้และใช้ทำเยื่อกระดาษ หน่อใช้รับประทานได้ ส่วนใหญ่เก็บถนอมด้วยวิธีทำหน่อไม้ปี๊บ และไผ่รวกดำ พบมากในภาคเหนือ ลำต้นมีสีเขียวเข้ม ผิวเรียบเป็นมัน มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-7 เซนติเมตร ปล้องยาว 23-30 เซนติเมตร ลำต้นสูง 10-15 เมตร เนื่องจากลำต้นมีเนื้อไม้แข็งแรง ทนทาน จึงนิยมนำมาทำโครงร่มกระดาษและพัด เครื่องประดับอื่นๆ และเฟอร์นิเจอร์ หน่อรับประทานได้ แต่ไม่นิยม
    ไผ่ นับวันว่าจะมีความสำคัญมากขึ้น แม้ว่าปัจจุบันจะมีการนำเอาวัสดุสังเคราะห์มาใช้ทดแทนก็ตาม แต่ไม้ไผ่ก็ยังเป็นที่ต้องการของมนุษย์อยู่ดี เนื่องจากนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างอเนกประสงค์ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ประจำวัน ส่วนประกอบของที่พักอาศัย ใช้ประดับในอาคารและบริเวณบ้าน ทำเยื่อกระดาษ ตะเกียบ ไม้จิ้มฟัน และอื่นๆ อีกมากมาย หรือแม้แต่ใช้ประกอบอาหารก็ตาม ผมเป็นผู้หนึ่งที่พิสมัยและใกล้ชิดกับต้นไผ่มาตั้งแต่วัยเด็ก ผมยังจำได้ว่าที่บ้านของผมมีไผ่บงเป็นรั้วบ้านแถบชายคลอง ที่อยู่ห่างจากห้องนอนไม่เกิน 10 เมตร ในยามดึกสงัดเมื่อมีลมพัดกันโชกเบาๆ จะได้ยินเสียงไผ่เสียดสีกัน พร้อมมีเสียงใบไผ่พลิ้วหวีดหวิวตามกระแสลม คล้ายเสียงซอ เปรียบเสมือนเสียงเสน่ห์ที่ธรรมชาติบรรจงสร้างให้เพื่อคลายความเงียบและวังเวงลงได้ แม้ทุกวันนี้ไผ่บงดังกล่าวยังคงยืนต้นเป็นทิวแถวอย่างสง่างามและทระนงตลอดมาไม่เปลี่ยนแปลง
แหล่งพันธุ์ไผ่ติดต่อสอบถามที่ คุณสุรศักดิ์ คนารักษ์สันติ ผอ.ศูนย์ส่งเสริมการปลูกป่า 1 (ราชบุรี) โทร. (032) 312-103 ในวันและเวลาทำการคำถามน่ารู้ จากเสียงโทรศัพท์
ถาม : สืบเนื่องจากข้อมูลส่วนผสมอาหารสัตว์ที่มีส่วนประกอบของ เมทไธโอนีน ไลซีน และพรีมิกซ์ ชื่อดังกล่าวหมายถึงอะไร และในเมล็ดถั่วเหลืองมีปริมาณโปรตีนประมาณกี่เปอร์เซ็นต์
ตอบ : เมทไธโอนีน และไลซีน เป็นกลุ่มของกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ซึ่งมีองค์ประกอบของธาตุไนโตรเจน (NH2) เมื่อรวมตัวกับกลุ่มคาร์บอกซีลที่มีส่วนประกอบของธาตุคาร์บอน ออกซิเจน และไฮโดรเจน (CHOO) จะสร้างโปรตีนขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสิ่งมีชีวิต
    พรีมิกซ์ เป็นชื่อการค้าโดยมีส่วนประกอบของวิตามินและเกลือแร่ ซึ่งส่วนใหญ่สิ่งมีชีวิตสร้างขึ้นเองไม่ได้ แม้ว่ามีความต้องการในปริมาณน้อยมาก แต่หากไม่ได้รับในปริมาณที่ต้องการจะทำให้ร่างกายของสัตว์เลี้ยงไม่สมบูรณ์เป็นปกติ
ปริมาณโปรตีนในถั่วเหลือง ที่ความชื้น 14 เปอร์เซ็นต์ จะมีโปรตีน 38-47 เปอร์เซ็นต์ และปริมาณน้ำมัน 19-24 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับแต่ละพันธุ์ของถั่วเหลือง
ทองกวาว

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว