หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7] 8   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เยือนพม่า...มนต์เสน่ห์ที่ไม่มีวันลืม  (อ่าน 20850 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
มหาบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1460


ลมหายใจให้ชีวิตแก่เรา.แล้วเราให้อะไรแก่ชีวิต


« ตอบ #96 เมื่อ: เมษายน 03, 2011, 08:36:27 PM »

สุดท้ายก่อนจะจบทริบนี้ มีรูปผักของพม่ามาให้พวกเราได้ดู เขาปลูกได้งามจริงๆ และไม่ได้ใช้ปุ๋ยเคมีเหมือนบ้านเรา เห็นแล้วต้องบอกเลยว่า ดินบ้านเขาดีจริงๆ










Liked By: nanter68
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 27, 2011, 05:13:14 PM โดย มหาบ้านนอก » บันทึกการเข้า

มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น  ที่ยอมลอยไปตามกระแสน้ำ
ไม่มีมหาบุรุษใด ประสบความสำเร็จโดยปราศจากความพยายาม

Greengirl
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 357


« ตอบ #97 เมื่อ: เมษายน 03, 2011, 09:44:55 PM »


สรุปว่าคนพม่ารักสะอาดกว่าคนไทยหรือคะ เห็นตลาดก็ยังสะอาดเลย
บันทึกการเข้า
Greengirl
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 357


« ตอบ #98 เมื่อ: เมษายน 03, 2011, 09:49:21 PM »


ดูพระนอนแล้วสวยดีค่ะ สะอาดด้วย เขาทำอย่างไรคะถึงแวววาวด้วย น่ามองมาก
บันทึกการเข้า
มหาบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1460


ลมหายใจให้ชีวิตแก่เรา.แล้วเราให้อะไรแก่ชีวิต


« ตอบ #99 เมื่อ: เมษายน 04, 2011, 09:25:50 AM »


สรุปว่าคนพม่ารักสะอาดกว่าคนไทยหรือคะ เห็นตลาดก็ยังสะอาดเลย

จริงๆแล้วที่ไหนๆก็มีขยะครับ เพียงแต่เท่าที่สังเกตจากการไปในครั้งนี้ ตอนเช้าและตอนเย็น คนพม่าเขาจะกวาดหน้าบ้านของตนเอง กวาดแล้วก้จะเอาไปใส่ถังขยะ คนพม่าชอบกินหมาก จะมีหมากและพลูวางขาย ตามตลาดใหญ่ๆ จะมีถังสำหรับคายน้ำหมาก เขาจะช่วยกันในการทำความสะอาดครับ เหมือนคนไทยย้อนกลับไปสัก50-60ปีก่อน บ้านเราก้จะเป็นอย่างนั้น ทำความสะอาดหน้าบ้านใครหน้าบ้านมัน
และที่ประทับใจอีกอย่างนึงของพม่านั่นก็คือ หน้าบ้านแทบจะทุกหลังไม่ว่าเศรษฐี หรือ คนจน จะมีเหมือนกันหมด นั่นก็คือ ตุ่มน้ำวางไว้หน้าบ้าน วางไว้สำหรับคนเดินผ่านไปผ่านมาให้ได้กิน คนจนก็เอาโอ่งดินใบเล็กๆมาวาง คนมีฐานะหน่อย ก็ทำเป็นชั้นวางให้ คนเดินผ่านไปผ่านมา ถ้าเหนื่อย หิวน้ำก็กินได้ เหมือนบ้านเราในอดีต แต่บ้านเรา เราเข้าสู่กระแสสังคมระบบทุนนิยม ความเป็นไทยแทบไม่เหลือ


Liked By: nanter68
บันทึกการเข้า

มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น  ที่ยอมลอยไปตามกระแสน้ำ
ไม่มีมหาบุรุษใด ประสบความสำเร็จโดยปราศจากความพยายาม
ผู้บ่าวรากหญ้า
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10


การเรียนรู้ไม่มีวันจบ


« ตอบ #100 เมื่อ: เมษายน 04, 2011, 12:42:10 PM »

นมัสการ..ท่านมหาครับ  สวัสดีปีใหม่ครับท่าน
ได้ชมภาพแล้วเหมือนได้นั่งเครื่องบินด้วยเลยนะครับ

สวยจังครับ จะมีโอกาสไหมเนี้ย
บันทึกการเข้า

การเรียนรู้ไม่มีวันจบ
Mahajoan
"หากรากหญ้าตาย (รบ)วัวควายฤาจะอยู่ได้"
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2554


"ลิขตฟ้าฤาจะสู้มานะตน"


เว็บไซต์
« ตอบ #101 เมื่อ: เมษายน 04, 2011, 06:42:54 PM »

 อายจัง  นัมสการท่านมหา ขอบคุณท่านมหามากๆน่ะครับ ที่สละเวลามาให้ความรู้ ทำให้ผมได้เปิดหูเปิดตาอีกเยอะเลยครับ ผมก็เพิ่งเห็นกระทู้นี้แหละครับ ผมเลยดูตั้งแต่หน้าแรกยันหน้าสุดท้ายเลย ภาพสวยงามมากๆครับ  อายจัง
 ผมไปติดใจอยู่ภาพหนึ่ง
ไม่รู้ว่าท่านมหาผมว่าน่าจะเป็น ต้นกระเบาน่ะครับ ที่บ้านเราก็มีแต่ค่อนข้างหายาก ลูกของเจ้าต้นนี้ถ้าตกลงไปในแม่น้ำปลาบ้าจะชอบมากิน แล้วจะทำให้เนื้อปลามีรสเมา  ยิงฟันยิ้ม ผมเองก็ยังไม่เคยลองกินปลาบ้าเลยครับ ได้ยินแต่ชื่อ และต้นกระเบาผมก็เห็นแต่ต้นกลับลูกของมัน  ยิงฟันยิ้ม  ผมไปหารูปมาฝากครับลองเทียบกันดูเพราะว่ามันมีหลายพันธุ์ 
ที่มาของภาพhttp://herb.ohojunk.com/?p=1105
โจน


Liked By: nanter68
บันทึกการเข้า

มหาบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1460


ลมหายใจให้ชีวิตแก่เรา.แล้วเราให้อะไรแก่ชีวิต


« ตอบ #102 เมื่อ: เมษายน 04, 2011, 07:11:23 PM »

อายจัง  นัมสการท่านมหา ขอบคุณท่านมหามากๆน่ะครับ ที่สละเวลามาให้ความรู้ ทำให้ผมได้เปิดหูเปิดตาอีกเยอะเลยครับ ผมก็เพิ่งเห็นกระทู้นี้แหละครับ ผมเลยดูตั้งแต่หน้าแรกยันหน้าสุดท้ายเลย ภาพสวยงามมากๆครับ  อายจัง
 ผมไปติดใจอยู่ภาพหนึ่ง
ไม่รู้ว่าท่านมหาผมว่าน่าจะเป็น ต้นกระเบาน่ะครับ ที่บ้านเราก็มีแต่ค่อนข้างหายาก ลูกของเจ้าต้นนี้ถ้าตกลงไปในแม่น้ำปลาบ้าจะชอบมากิน แล้วจะทำให้เนื้อปลามีรสเมา  ยิงฟันยิ้ม ผมเองก็ยังไม่เคยลองกินปลาบ้าเลยครับ ได้ยินแต่ชื่อ และต้นกระเบาผมก็เห็นแต่ต้นกลับลูกของมัน  ยิงฟันยิ้ม  ผมไปหารูปมาฝากครับลองเทียบกันดูเพราะว่ามันมีหลายพันธุ์ 
ที่มาของภาพhttp://herb.ohojunk.com/?p=1105
โจน


อาตมาก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ไกด์ชาวพม่าบอกว่า นี่คือ ลูกพลับป่า หรือมะพลับป่า กินไม่ได้ เขาว่าอย่างนั้น ที่เอามาปลูกเพราะเป็นร่มดีมากๆ และที่สำคัญใบไม่ค่อยร่วงเท่าไร


Liked By: nanter68
บันทึกการเข้า

มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น  ที่ยอมลอยไปตามกระแสน้ำ
ไม่มีมหาบุรุษใด ประสบความสำเร็จโดยปราศจากความพยายาม
มหาบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1460


ลมหายใจให้ชีวิตแก่เรา.แล้วเราให้อะไรแก่ชีวิต


« ตอบ #103 เมื่อ: เมษายน 04, 2011, 07:47:04 PM »

สุดท้าย เก็บตกความประทับใจที่พม่าครับ

มหาเจดีย์ชเวดากอง











ไม่ว่าจะร้อนแค่ไหน ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับการสวดมนต์ไหว้พระของชาวพม่า


ไม่ว่ากลางคืนกลางคืน นั่งสมาธิได้หมด



หญิงคนนี้ดูจากการแต่งตัวก็รู้เลยว่าเป็นนักท่องเที่ยว และเป็นคนไทย เพราะผู้หญิงพม่า จะไม่นุ่งกางเกงขึ้นบนพระธาตุชเวดากอง หรือใส่กางเกงเข้าวัด ถึงจะใส่กางเกงไป แต่พอก่อนถึงชเวดากองหรือวัดเขาจะเปลี่ยนเป็นผ้าถุงหรือนุ่งผ้าถุงทับ นี่คือมนต์เสน่ห์อีกอย่างของสาวพม่า บ้านเรา ไม่ได้สนว่าที่ไหนคือวัดที่ไหนคือห้าง บางทีใส่ไป พระต้องอายแทน เพราะเธอไม่อายพระ  ยิ้มกว้างๆ  ยิ้มกว้างๆ
มาดูกันว่าเธอคนนี้ถ่ายอะไร


 
ที่แท้เธอถ่ายรูปนี้ครับ ชเวดากองตอนกลางคืนต้องบอกว่า สวยมากๆๆ เสียดายเขาปิดแค่4ทุ่ม















ภาพนี้ไม่รู้เป็นที่แสงมากไปหรือปล่าว หรืออาตมายังมือใหม่ ถ่ายออกมาได้แบบนี้ แต่ก็ดีครับ ชอบ ไม่ได้ปรับอะไรถ่ายธรรมดา แต่รูปที่ถ่ายติดกันจะเป็นแบบนี้ครับ ถ่ายห่างกันไม่น่าเกิน 5 วินาที






Liked By: nanter68
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 15, 2011, 11:16:38 AM โดย มหาบ้านนอก » บันทึกการเข้า

มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น  ที่ยอมลอยไปตามกระแสน้ำ
ไม่มีมหาบุรุษใด ประสบความสำเร็จโดยปราศจากความพยายาม
มหาบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1460


ลมหายใจให้ชีวิตแก่เรา.แล้วเราให้อะไรแก่ชีวิต


« ตอบ #104 เมื่อ: เมษายน 04, 2011, 08:32:49 PM »

สิ่งที่ประทับใจอีกอย่างของพม่านั่นก็คือ การที่ทุกคนไม่มีใครใส่รองเท้าขึ้นไปบนพระธาตุเจดีย์ที่สำคัญๆ เขาจะถอดกันตั้งแต่ประตูวัด
ก่อนที่เท้าจะก้าวขึ้นเหยียบบันไดขั้นแรก และจะใส่รองเท้าก็ต่อเมื่อลงบันไดขั้นสุดท้าย การไม่ใส่รองเท้าตามสถานที่สำคัญๆเป็นสิ่งที่เขาปลูกฝังกันมาหลายชั่วอายุคนแล้ว เขาจะถือถุงใส่รองเท้าไปด้วยครับ หรือไม่ก็ฝากไว้ที่ตรงเชิงบันไดทางขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะถือใส่ถุงขึ้นไปด้วย เพราะชเวดากองขึ้นลงได้ 4 ทาง ดังนั้นจึงเป็นการง่ายที่จะลงทางไหนก็ได้ โดยที่ไม่ต้องย้อนกลับมาเอารองเท้า
ถอดกันตั้งแต่ตรงนี้




หญิงคนนี้เป็นสาวพม่ารุ่นใหม่ แต่พอขึ้นไปข้างบนเธอก็จะเปลี่ยนเป็นนุ่งผ้าถุงแทน หนุ่มสาวพม่า จะเจอที่วัดเยอะมาก เยอะกว่าผู้ใหญ่เสียอีก เพราะเขาปลูกฝังกันมาตั้งแต่เด็ก บ้านเราจะมาเข้าวัดอีกที ตอนไม่มีแรงจะไปไหนแล้ว



แล้วมาดูครับ ว่าเด็กๆพม่า วันหยุดเสาร์อาทิตย์ เขาไปทำอะไรกัน














เด็กๆพม่าส่วนใหญ่ เสาร์อาทิตย์เขาจะไปวัดกันครับ ไปไหว้พระ กัน เด็กก็จะมีความสุขเมื่อได้ไปไหว้พระ พ่อแม่พาเข้าวัด ตั้งแต่เด็กๆ หลายคนอาจจะบอกว่า ก็พม่าไม่มีห้าง ไม่มีคอนเสริท์ให้ดู ไม่มีสวนสนุกแบบบ้านเรา อันนี้ไม่เถียงครับ แต่พม่าหลายคนอาจจะบอกว่า ปกครองโดยรัฐบาลทหาร เผด็จการ มีการจำกัดสื่อ เหตุผลหลักก็คือที่ทางการจำกัดสื่อ เพราะถ้ากระแสโลกาภิวัฒน์เข้ามาแล้ว อาจจะทำให้วิถีชีวิตความเป็นคนพุทธของเขาเปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่างไทยครับ เปลี่ยนเสียจนไม่มีความเป็นไทยแล้ว พม่ามีการประกาศในรัฐธรรมนูญให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ดังนั้นสิ่งไหนที่ขัดกับหลักศาสนา เขาจะจำกัดครับ บ้านเขาเลยไม่ค่อยมีปัญหาวุ่นวายแบบบ้านเรา  บ้านเรารับวัฒนธรรมฝรั่งมามากเกินไป เด้กๆจับมาประกวดนั่นประกวดนี่ แต่งตัววับๆแวมๆตั้งแต่เด้ก สอนให้เด้กกล้าในสิ่งที่ไม่ดีเท่าไร (ในความคิดอาตมานะครับ) เอาเด็กอนุบาลมาเต้นโคโยตี้ ผู้ใหญ่สนับสนุน หากผู้ใหญ่ในบ้านเรา จัดประกวด หนูน้อยนิสัยดี ช่วยพ่อแม่ทำงาน เข้าวัด นั่งสมาธิ ตั้งแต่เด็กๆ คงจะดีไม่น้อย



Liked By: nanter68
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 15, 2011, 11:29:19 AM โดย มหาบ้านนอก » บันทึกการเข้า

มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น  ที่ยอมลอยไปตามกระแสน้ำ
ไม่มีมหาบุรุษใด ประสบความสำเร็จโดยปราศจากความพยายาม
มหาบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1460


ลมหายใจให้ชีวิตแก่เรา.แล้วเราให้อะไรแก่ชีวิต


« ตอบ #105 เมื่อ: เมษายน 04, 2011, 09:29:52 PM »

    พระมหาเจดีย์ชเวดากอง  มหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศพม่า มีความสูงถึง 326 ฟุต เป็นพระมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองพม่า เป็นเจดีย์ที่ศักดิ์สิทธิ์ของโลกตามตำนานเล่ากันว่า ภายในมหาเจดีย์บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น ซึ่งประทานแก่นายวานิช 2 พี่น้อง นำมาสร้างเป็นมหาเจดีย์เพื่อเป็นที่สักการะแก่ปวงชนมีอายุ กว่า2,500 ปี สูง 326 ฟุตยอดบนสุดมี เพชรนิลจินดา และ ทับทิมที่ พ่อค้าประชาชน มามอบให้ เพื่อรับลำแสงแรกและลำแสงสุดท้ายของแสงพระอาทิตย์รวมถึงทับทิมขนาดเท่าไข่ไก่บนยอดพระเจดีย์และ เพชรสีขาวเม็ดใหญ่ ความงดงามอลังการของเจดีย์แห่งนี้ นอกจาก เพชรนิลจินดาดังกล่าวแล้ว สถูปทองคำ ที่ส่องอร่ามอยู่นั้น ก็ประเมินค่าไม่ได้ โดยเฉพาะยามต้องแสงดวงอาทิตย์ หรือ แสงไฟ จะเรืองรองอร่ามตา         มหาเจดีย์ชเวดากอง เล่าว่าพระมหากษัตริย์มอญคือพระเจ้าโอกะลาปะ ทรงเลื่อมใสในศรัทธาพระพุทธศาสนา ได้ทรางก่อสร้างองค์พระเจดีย์ชเวดากองขึ้นมาเมื่อกว่า 2500 ปี ก่อน ต่อมาพระมหากษัตริย์มอญและพม่าแทบทุกพระองค์ได้ถือเป็นพระราชภารกิจในการก่อเสริมองค์พระเจดีย์ให้สูงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนสูงถึง 326 ฟุต กว้าง 1355 ฟุตในปัจจุบัน
      โดยเฉพาะในสมัยพระนางซินสอบู หรือนางพระยาตะละแม่ท้าวเจ้า กษัตรีมอญผู้ครองเมืองหงสาวดี ได้ทรงริเริ่มธรรมเนียมบริจาคทองคำเท่าน้ำหนักพระองค์เองในการบูรณะพระมหาเจดีย์ นับตั้งแต่ทรงขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ.1996 (ตรงกับสมัยสมเด็จพระบรมไตยโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยา) จนกลายเป็นพระราชพิธีที่ปฎิบัติสืบต่อกันมา วันนี้มหาเจดีย์ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่เป็นน้ำหนักถึง 1100 กิโลกรัม โดยช่างชาวพม่า จะใช้ทองคำแท้ตีเป็นแผ่นปิดองค์เจดีย์ไว้รอบองค์ หากสังเกตในรายละเอียดจะเห็นรอบต่อของแผ่นทองคำ ซึ่งมิได้ผสานเป็นเนื้อเดียว แต่จะเป็นแผ่นๆ มาเรียกกัน ครั้งเมื่อแผ่นทองหมองคล้ำก็จะถอดหมุดแล้วแกะแผ่นทองออกมาขัดล้างปีละครั้งเป็นประเพณีสืบเนื่องกันมาตลอด สุวรรณฉัตร หรือทององค์ใหญ่บนยอดเจดีย์ชเวดากองเคยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเท่าที่มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์พม่า 3 ครั้ง คือ ครั้งแรก ในปี พ.ศ.2317 รัชสมัยพระเจ้าฉินบูชิน ทรงถวายสุวรรณฉัตรองค์ใหม่ รูปทรงพม่า แทนองค์เดิมที่เป็นรูปทรงมอญ โดยโปรดฯให้ระฆังเงินระฆังทองและทองแดง รวม 600 ใบ และมีเพชรประดับโดยรอบด้วย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ต่อมาเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว เป็นเหตุให้สุวรรณฉัตร หักตกลงมา จึงมีการบูรณะครั้งที่สองในปี พ.ศ.2414 รัชสมัยพระเจ้ามินดง โดยทรงบริจาคพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อสร้างฉัตรใหม่ จนร่ำลือกันว่า ยอดฉัตรแห่งชเวดากองนั้นประดับประดาด้วยเพชรพลอยอัญมณีล้ำค่า คิดเป็นมูลค่ากว่า 62000 ปอนด์ ในสมัยนั้น โดยเฉพาะยอดเจดีย์ประดับระฆังใบเล็กถึง 5000 ใบ ครั้งล่าสุดในปี พ.ศ. 2542 พุทธศาสนิกชนชาวมอญพม่าได้พร้อมใจกันเปลี่ยนสุวรรณฉัตรองค์ใหม่ ถวายพระมหาเจดีย์ชเวดากอง ซึ่งมีผู้มีจิตศรัทธาแห่งแหนมามืดฟ้ามัวดิน ร่วมทำบุญ ถวายปัจจัย บางคนถึงกับถอดแหวนเพชร สร้อยทองเครื่องประดับอัญมณีนานาชนิดประดับสุวรรณฉัตรองค์ใหม่ด้วยแรงศรัทธาสูงส่งรอบๆองค์พระเจดีย์ชเวดากอง เป็นลานกว้างรองรับแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนได้จำนวนมาก
     บริเวณทางขึ้นทั้งสี่ทิศจะมีวิหารโถง สร้างด้วยเครื่องไม้หลังคาทรงปราสาท ปิดทองล่องชาดประดับกระจกทั้งหลัง ภายในประดิษฐานพระประธานสำหรับให้ประชาชนมากราบไหว้บูชา เพราะชาวมอญและชาวพม่าถือการกราบไหว้บูชาเจดีย์ชเวดากองเป็นนิตย์ จะนำมาซึ่งบุญกุศลอันเป็นหนทางสู่การหลุดพ้นทุกข์โศกโรคภัยทั้งมวล บ้างนั่งทำสมาธิเจริญสติภาวนานับลูกประคำ และบ้างเดินประทักษิณรอบองค์เจดีย์



สิ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับการมาไหว้พระมหาเจดีย์ชเวดากองในครั้งนี้ นั่นก็คือการสรงน้ำพระประจำวันเกิดซึ่งประดิษฐานทั้งแปดทิศรวม 8 องค์ หากใครเกิดวันไหนก็ให้ไปสรงน้ำพระประจำวันเกิดตน จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต มีหลักการสรงน้ำดังนี้คือ เมื่อเราอธิษฐานเสร็จแล้ว เราก็เริ่มสรงน้ำ
1.จะสรงน้ำที่เทวดารักษาตัวเราก่อน ให้เทวดารับรู้
2.สรงน้ำพระพุทธรูปประจำวันเกิด
3.สรงน้ำสัตว์ประจำวันเกิด
   ใครจะสรงน้ำตามอายุก็ได้ หรือจะเอาแบบง่ายๆสรงน้ำ 9 ครั้งก็ได้ ทิศทั้งแปดของชาวพุทธ ชาวพม่านับถือทิศทั้งแปดเหมือนกับคนไทย โดยรอบจักรวาลแบ่งเป็น 8 ทิศ ดังนี้คือ 
วันอาทิตย์ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีครุฑเป็นสัตว์ประจำวันเกิด



วันทร์ ทิศตะวันออก มีเสือเป็นสัตว์ประจำวันเกิด



วันอังคาร ทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีสิงห์เป็นสัตว์ประจำวันเกิด



วันพุธจะมี 2 คือ พุธกลางวันกับพุธกลางคืน
อันนี้เป็นวันพุธกลางวัน อาตมาเกิดวันพุธกลางวัน เวลา06.30 น. เวลาที่เกิด เขาจะนับ 6 โมงเช้า ไปจนถึงตี5.59 นาทีของอีกวันนะครับ ไม่ใช่เริ่มนับวันใหม่ตอนเที่ยงคืน 
วันพุธ (กลางวัน) ทิศใต้ มีช้างมีงาเป็นสัตว์ประจำวันเกิด


วันพุธ (กลางคืน) ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีช้างไม่มีงาเป็นสัตว์ประจำวันเกิด



วันพฤหัสบดี ทิศตะวันตก มีหนูเป็นสัตว์ประจำวันเกิด



วันศุกร์ ทิศเหนือ มีหนูตะเภาเป็นสัตว์ประจำวันเกิด



วันเสาร์ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ มีพญานาค เป็นสัตว์ประจำวันเกิด



บรรยากาศชะเวดากอง ตอนกลางวัน

















พระพุทธรูปตอนปรินิพพาน















มาชมความยิ่งใหญ่ของทรัพยากรป่าไม้ของพม่าบ้างครับ นี่คือเสาไม้สักทอง และไม้ที่นำมาทำล้วนแต่เป็นไม้สักทองทั้งนั้น มูลค่าไม่ต้องคิดครับ มันมากมายมหาศาล























Liked By: nanter68
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 15, 2011, 12:09:48 PM โดย มหาบ้านนอก » บันทึกการเข้า

มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น  ที่ยอมลอยไปตามกระแสน้ำ
ไม่มีมหาบุรุษใด ประสบความสำเร็จโดยปราศจากความพยายาม
มหาบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1460


ลมหายใจให้ชีวิตแก่เรา.แล้วเราให้อะไรแก่ชีวิต


« ตอบ #106 เมื่อ: เมษายน 04, 2011, 10:31:47 PM »

ทีนี้ แวะมาที่วัดพระธาตุอินทร์แขวนกันมั้งนะครับ มาดูว่าหินก้อนใหญ่ตั้งลาดเอียงลงไปแค่ไหน




คนส่วนใหญ่ที่ถ่ายพระอาทิตย์ตกดิน ส่วนใหญ่จะถ่ายกันตรงนี้ละครับ มุมที่หัวหน้าทัวร์เราถ่าย



แต่อาตมา มาถ่ายข้างล่าง เลยได้ภาพแบบนี้ สาเหตุที่ไม่ถ่ายข้างบนครับ ง่ายๆ กลัวตก เพราะมันลาดเอียง  ยิงฟันยิ้ม
ภาพนี้เรียกว่า จังหวะ เวลา และโอกาส มาประจวบเหมาะครับ ไม่ได้มีฝีมือมากมายอย่างที่เข้าใจกัน  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม



เมื่อถ่ายออกมาแล้วได้ภาพสวย เลยเรียกหัวหน้าทัวร์ ให้ถ่ายรูป จึงได้ภาพแบบนี้ครับ แต่เสียอย่างเดียว พระอาทิตย์ตก เร็วมากๆ ถ่ายได้ไม่กี่รูปเอง





ดูความลาดเอียงสิครับ ก้อนหินมันลาดเอียงขนาดไหน แต่แปลกที่มันไม่ยักกะตก



ประทับใจภาพนี้ครับ ในความรู้สึกส่วนตัว ยอมนอนหนาวโดยมีผ้าห่มไม่กี่ผืน เพื่อที่ได้มากราบไหว้พระธาตุอินทร์แขวน อากาศที่ไปตอนนั้น เย็นเลยละครับ ขนาดนอนที่โรงแรม มีผ้าห่มอย่างดี ยังหนาวเลย แล้วนี่นอนตากลมหนาว ถ้าไม่ใช่พลังศรัทธาจริงๆ ทำไม่ได้ครับ เดินทางมาเป็นพันๆกิโล ยอมมานอนหนาว เพื่อให้ได้ไหว้พระธาตุสักครั้งในชีวิต แค่นี้ชีวิตเขาก็มีความสุข

เป็นเรื่องจริงของชาวพม่าที่ย่างกุ้งครับ ทุกบ้านจะมีห้องๆนึงที่มองเห็นพระธาตุชเวดากอง คนแก่ภายในบ้าน เมื่ออายุมากๆใกล้จะตายลูกหลานจะพามานอนที่ห้องๆนี้ เพื่อจะได้มองเห็นพระธาตุชเวดากอง แล้วนึกถึงเมื่อครั้งที่ตนเองได้ไปไหว้พระธาตุ ระลึกเป็นพุทธานุสสติ
ต้องบอกได้คำเดียวว่า สุดยอดครับ



Liked By: nanter68
บันทึกการเข้า

มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น  ที่ยอมลอยไปตามกระแสน้ำ
ไม่มีมหาบุรุษใด ประสบความสำเร็จโดยปราศจากความพยายาม
มหาบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1460


ลมหายใจให้ชีวิตแก่เรา.แล้วเราให้อะไรแก่ชีวิต


« ตอบ #107 เมื่อ: เมษายน 04, 2011, 10:54:27 PM »

มีเสียงเรียกร้องมาพอสมควรว่า กล้องมหาบ้านนอก มีรูปสาวๆพม่าไหม เพราะเคยได้ยินเสียงเล่าลือว่า ผู้หญิงสวย ต้องผิวพม่า นัยตาแขก บอกว่าถ้ามีลงให้หน่อย หลังจากตัดสินในอยู่นาน เพราะกลัวคนเข้าใจมหาบ้านนอกผิดเป็นอย่างอื่น ก็เลยจะลงให้ครับ สาวๆพม่า เอาใจหนุ่มๆเวบเกษตร สาวพม่าเท่าที่เห็นจะไม่ค่อยแต่งหน้าทาปาก เหมือนสาวๆบ้านเรา เขาเลยจะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า แต่รูปมีไม่มากครับ เพราะส่วนใหญ่จะถ่ายบรรยากาศไม่ได้เน้นที่ตัวบุคคลเท่าไร


















Liked By: nanter68
บันทึกการเข้า

มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น  ที่ยอมลอยไปตามกระแสน้ำ
ไม่มีมหาบุรุษใด ประสบความสำเร็จโดยปราศจากความพยายาม
มหาบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1460


ลมหายใจให้ชีวิตแก่เรา.แล้วเราให้อะไรแก่ชีวิต


« ตอบ #108 เมื่อ: เมษายน 04, 2011, 11:01:20 PM »

สุดท้าย ก่อนจบทริบนี้ ต้องขอขอบคุณบุคคล2ท่านนี้ ที่ทำให้อาตมา พระมหาบ้านนอก มีโอกาสได้ไปเมืองนอก 2 ท่านนี้คือผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ในการไปเที่ยวพม่าในครั้งนี้ ทั้งค่าทัวร์และค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ไป และของฝาก หากไม่มีโยม2คนนี้แล้ว อาตมาคงจะไปไม่ได้ เพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงพอสมควร ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

 


Liked By: nanter68
บันทึกการเข้า

มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น  ที่ยอมลอยไปตามกระแสน้ำ
ไม่มีมหาบุรุษใด ประสบความสำเร็จโดยปราศจากความพยายาม
Greengirl
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 357


« ตอบ #109 เมื่อ: เมษายน 05, 2011, 09:45:18 AM »


-ขอบพระคุณมากค่ะ อ่านจบแล้วก็ตั้งใจว่าต้องไปให้ได้ในชีวิตนี้่ค่ะ


Liked By: nanter68
บันทึกการเข้า
woragij
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 138


« ตอบ #110 เมื่อ: เมษายน 18, 2011, 12:43:25 PM »

ขอขอบพระคุณท่านอาจารย์มากครับที่อนุเคราะห์ภาพสวยๆ


Liked By: nanter68
บันทึกการเข้า
kongkrai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 209


« ตอบ #111 เมื่อ: เมษายน 21, 2011, 04:58:27 PM »

ขอนมัสการครับท่าน

ขอบอกว่าถ่ายรูปออกมาได้สวยมากครับ   บรรยายได้ความรู้มากมายครับท่าน


Liked By: nanter68
บันทึกการเข้า

ยังไม่จน  อยู่อย่างคนจน  จะไม่มีวันจน

ยังไม่รวย  อยู่อย่างคนรวย  จะไม่มีวันรวย
หน้า: 1 2 3 4 5 6 [7] 8   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: