หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 7 8   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เยือนพม่า...มนต์เสน่ห์ที่ไม่มีวันลืม  (อ่าน 47234 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
มหาบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1469


ลมหายใจให้ชีวิตแก่เรา.แล้วเราให้อะไรแก่ชีวิต


« ตอบ #32 เมื่อ: มกราคม 08, 2011, 06:10:50 PM »

เจดีย์ไหนครับที่เก็บพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ครับ (พระพุทธเจ้าอริยะเมตตรัย มีหรือเปล่าครับ)  บอกด้วยนะครับ ว่าเป็นของพระองค์ไหนครับ

ตามมาเฝ้าดูครับ

เจดีย์ชะเวดากอง เป็นที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ที่ตปุสสะและภัทลิกะ พานิช 2พี่น้อง นำมาจากชมพูทวีปเมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้า ตรัสรู้ใหม่ๆ ถือเป็นอุบาสกคู่แรกที่ ถึงรัตนตรัยแค่2คือพระพุทธ กับพระธรรม ในตอนนั้น ยังไม่มีพระสงฆ์ เมื่อพานิช 2พี่น้องนั้น ได้ถวายข้าวสัตตุก้อนและสัตตุผง แก่พระพุทธเจ้าแล้ว จึงได้ขอของที่ระลึกเป็นพุทธานุสสติจากพระพุทธเจ้าๆ จึงได้ให้เกศา(เส้นผม)แก่พานิช2พี่น้องนั้น จึงได้นำมา ณ ดินแดน สุวรรณภูมิ (สุวรรณภูมิ ในความคิดของอาตมาก็คือพม่า ไม่คิดว่าจะเป็นไทย เพราะหลักฐานทางพุทธศาสนา ที่พม่า มีมาก่อนไทย)
แล้วพานิช2พี่น้อง ก็ได้สร้างเจดีย์บรรจุพระเกศาธาตุ นั่นก็คือ เจดีย์ชะเวดากอง

หลักฐานอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เรามั่นใจได้ว่า พานิช2พี่น้องนั้น เป็นชาวพม่าคือ ข้าวสัตตุก้อนและสัตตุผง ในอินเดียครั้งพุทธกาลไม่มีข้าวชนิดนี้ และในพระไตรปิฎกก็กล่าวถึงข้าวชนิดนี้ก็แค่พานิช2พี่น้องนำมาถวายเท่านั้น และชาวอินเดีย สมัยพุทธกาลก็ไม่มี แต่มีอยู่ในพม่า และทุกวันนี้ก็ยังคงมีข้าวชนิดนี้อยู่ จึงทำให้เรามั่นใจได้ว่า พานิชพี่น้องคู่นั้นเป็นชาวพม่า

ส่วนเจดีย์ที่บรรจุ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์นั้น อาตมาไม่รู้จริงๆ ว่าอยู่ที่ไหน เท่าที่รู้มา เมื่อมีศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ พระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ ก็จะหมดไป และพระพุทธเจ้าในภัทรกัลป์นี้ มี๕ พระองค์ ตรัสรู้แล้ว ๔ ยังเหลือ พระศรีอาริยเมตตรัย อีก1
-ถามว่าพระศรีอาริยเมตตรัยนั้น มีจริงไหม ตอบแบบไม่ต้องฟันธงและไม่คอนเฟิร์มว่า มีจริงครับ แต่อีกจะเมื่อไรนั้น ก็เป็นเรื่องของอนาคต ตามหลักศาสนาเราแล้ว มีอยู่จริง
-แต่ที่ไม่จริงคือ ร่างทรงของพระศรีอาริย์ ไม่มี
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 08, 2011, 06:14:59 PM โดย มหาบ้านนอก » บันทึกการเข้า

มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น  ที่ยอมลอยไปตามกระแสน้ำ
ไม่มีมหาบุรุษใด ประสบความสำเร็จโดยปราศจากความพยายาม

มหาบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1469


ลมหายใจให้ชีวิตแก่เรา.แล้วเราให้อะไรแก่ชีวิต


« ตอบ #33 เมื่อ: มกราคม 08, 2011, 06:35:50 PM »

ร้านค้าขายของที่ระลึก ตรงบันไดทางขึ้นพระธาตุ ทางขึ้นพระธาตุมี ๔ ด้าน แต่ละด้านเหมือนกันหมดครับ เพราะฉะนั้น ความยิ่งใหญ่อลังการไม่ต้องพูดถึง นี่เอามาให้ชมคือทางด้านทิศใต้นะครับ
เจดีย์ชะเวดากอง ตั้งอยู่บนภูเขา แต่เป็นเขาที่ไม่สูงมากนัก อาจจะตั้งอยู่บนไหล่เขาครับ ดังนั้น บันได เลยทำเป็นชั้นตามความลาดเอียงของภูเขา







บันทึกการเข้า

มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น  ที่ยอมลอยไปตามกระแสน้ำ
ไม่มีมหาบุรุษใด ประสบความสำเร็จโดยปราศจากความพยายาม
มหาบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1469


ลมหายใจให้ชีวิตแก่เรา.แล้วเราให้อะไรแก่ชีวิต


« ตอบ #34 เมื่อ: มกราคม 08, 2011, 06:56:38 PM »

และแล้วเราเดินทางขึ้นสู่เจดีย์ชะเวดากอง เจดีย์ที่สวยงามที่สุดในโลก


















Liked By: nanter68
บันทึกการเข้า

มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น  ที่ยอมลอยไปตามกระแสน้ำ
ไม่มีมหาบุรุษใด ประสบความสำเร็จโดยปราศจากความพยายาม
พัฒนกิจ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2953



« ตอบ #35 เมื่อ: มกราคม 08, 2011, 08:04:37 PM »

วัดพม่าสะอาดมากครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 08, 2011, 08:09:03 PM โดย amata » บันทึกการเข้า

จิตที่เป็นกุศล ดึงดูดพลังความสุข จิตเป็นสุขทันที
จิตที่เป็นอกุศล ดึงดูดพลังทุกข์ จิตเป็นทุกข์ทันที
เอ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2388


« ตอบ #36 เมื่อ: มกราคม 08, 2011, 09:09:42 PM »

ไม่น่าเชื่อ!... ผมเพิ่งรู้วันนี้เองว่าพม่าที่มีทหารกุมอำนาจและมีปัญหาทางการเมืองมาตลอดจะมีปฏิมากรรมและสิ่งก่อสร้างทางพระพุทธศาสนาลำเลิศจริงๆ

ขอบคุณครับท่านมหาที่นำมาให้ชม น่าไปเที่ยวจริงๆครับ
บันทึกการเข้า
Lamzing_ontour
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 830


lamzing


« ตอบ #37 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 09:45:01 AM »

นมัสการครับท่าน ขอชมว่รูปสวยมากๆอีกรอบครับ..จัดองค์ประกอบภาพได้ขั้นเทพเลยครับ ยิ้ม
บันทึกการเข้า
มหาบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1469


ลมหายใจให้ชีวิตแก่เรา.แล้วเราให้อะไรแก่ชีวิต


« ตอบ #38 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 04:26:35 PM »

มาชมความงดงามของชะเวดากองกันต่อเลยนะครับ



















Liked By: nanter68
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2011, 04:28:47 PM โดย มหาบ้านนอก » บันทึกการเข้า

มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น  ที่ยอมลอยไปตามกระแสน้ำ
ไม่มีมหาบุรุษใด ประสบความสำเร็จโดยปราศจากความพยายาม
ไอชอง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2682



« ตอบ #39 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 05:02:20 PM »

ที่นี่ มี ทองคำมากกว่าในคลังธนาคาร อังกฎษ ตอนกลางคืนภาพสวยมากเลยครับ  จุมพิต


Liked By: nanter68
บันทึกการเข้า
มหาบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1469


ลมหายใจให้ชีวิตแก่เรา.แล้วเราให้อะไรแก่ชีวิต


« ตอบ #40 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 05:02:49 PM »

สำหรับชะเวดากอง ยังไม่จบนะครับ ตอนท้ายจะมีอีก หลังจากที่คณะเราได้ไปไหว้พระธาตุชะเวดากองแล้ว ก็เข้าสู่ โรงแรมที่พัก คือโรงแรม Sedona Hotel เป็นโรงแรมระดับ5ดาว ของพม่า เป็นโรงแรมที่ใหญ่และมีชื่อเสียงของพม่า ตอนเช้าหลังจากฉันเช้าที่ห้องอาหารโรงแรมแล้ว คณะเราก็เดินทางไปยังวิหาร เทพเจ้าทันใจ ที่เชื่อกันว่าขออะไรแล้วได้ดังใจนึก สำหรับวิหารเทพเจ้าทันใจนั้นจะตั้งอยู่ภายในเจดีย์โบดาทอง ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำย่างกุ้ง และเป็นที่ประดิษฐานพระเกศาธาตุอีกแห่งหนึ่งด้วย ภายในงดงามมาก ปิดทองผนังห้องมีทางเดินแคบๆพอเข้าไปได้ รอบภายในเจดีย์ มาดูความสวยงามกันเลยครับ



ถ่ายจากวิหารเทพเจ้าทันใจ ที่คนไทยและชาวพม่านิยมไปไหว้ขอพร เป็นเจดีย์โบดาทอง



ภายในวิหารปิดทองเหลืองอร่ามมาก ถ้ามองด้วยใจที่เป็นธรรมและเป็นกลาง เราทุกคนลงความเห็นว่าทองพม่าปิดแล้วอร่ามกว่าทองไทยมาก เจดีย์พม่าส่วนใหญ่จะปิดทองทั้งองค์ แต่บ้านเรา ทาสีทองทั้งองค์  โกรธ โกรธ

ในภายนี้ที่ที่บรรจุพระเกศาธาตุ(เส้นผม)ของพระพุทธเจ้า ซึ่งถูกขุดค้นพบใต้เจดีย์ จะมีพานอยู่ข้างหน้าจะสังเกตได้ว่าจะมีปัจจัยจำนวนมากมายวางอยู่ ระหว่างตรงที่ยืนอธิษฐานน้น จะมีกระจกกั้นไว้ไม่ให้เข้าไปได้ และจะมีช่องที่ใส่ปัจจัยเหมือนตู้บริจาค อยู่ประมาณคางเพื่อให้หย่อนปัจจัยลงไป ในระหว่างตรงที่เรายืนที่กระจกนั้น ข้างล่างก็จะเป็นหลุมลึกมาก คือใต้ฐานเจดีย์ คนไหนที่สามารถอาตมาใช้คำว่า โยนเงินหรือเขวี้ยงธนบัตร(พม่าไม่ใช้เหรียญเหมือนบ้านเรา) ไปลงที่พานหรือ บริเวณหน้าที่ประดิษฐษนพระเกศาธาตุได้ คนนั้นจะสำเร็จ ตามคำอธิษฐาน ในระหว่างที่ยืนเข้าคิวรอ เพราะทางแคบมาก ก่อนที่จะถึงคิวอาตมา ตาก็เหลือบไปเห็นระยะห่าง และเห็นคนที่เขาโยนเงินไปก่อนหน้านั้น ปรากฎว่า ไปไม่ถึงฝัน คือตกลงที่หลุมก่อน ด้วยความคิดแวบขึ้นมาในขณะนั้น จะทำยังไงดี เงินเราถึงจะไปวางบนพานได้ แวบนึงความคิดก็บรรเจิด วิญญาณน้องหม่องเข้าสิง อาตมาเอาเงินมาพับเป็นเครื่องบิน แล้วร่อนไป ปรากฏว่าไปตงลงที่พานพอดี  เสียดายที่คนต่อคิวข้างหลังเขาดันมา ไม่ทันได้ถ่ายรูปตรงเครื่องบินร่อนลง  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม



วิหารเทพเจ้าทันใจ


คนที่ขอพร จะเอาหน้าผาก ไปจดที่นิ้วของเทพเจ้าแล้วจะได้สมหวังดังที่ใจคิดไว้




Liked By: nanter68
บันทึกการเข้า

มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น  ที่ยอมลอยไปตามกระแสน้ำ
ไม่มีมหาบุรุษใด ประสบความสำเร็จโดยปราศจากความพยายาม
มหาบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1469


ลมหายใจให้ชีวิตแก่เรา.แล้วเราให้อะไรแก่ชีวิต


« ตอบ #41 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 05:26:26 PM »

คณะเรามีเวลาที่วิหารเทพเจ้าทันใจไม่มาก เพราะตอนบ่ายจะต้องแยกย้ายกัน อีกคณะหนึ่งจะเดินทางกลับกรุงเทพในตอนบ่าย เราคณะอาตมาต้องไปต่อที่มัณฑะเลย์ แยกกันตอนเที่ยงเลยต้องรีบไปตลาดสก๊อต เพื่อทำให้กระเป๋าเบา ตลาดสก๊อต เป็นตลาดที่อังกฤษสร้างให้ ตั้งชื่อตามคนที่สร้าง แต่ภายหลังพม่าได้เอกราชจากอังกฤษ ทุกอย่างที่เป็นของที่อังกฤษตั้งให้ พม่าจะเปลี่ยนมาเป็นชื่อของตัวเอง ตลาดนี้มีชื่อว่า
ตลาดโบ๊กฉกอองซาน  แต่ชื่อเรียกยาก คนไทยเราเลยเรียกตลาดสก๊อต ตามเดิม ตลาดนี้เหมือนสยามบ้านเรา แต่ขายของทุกอย่างส่วนจะมีอะไรนั้น ไปลองดูกันเลยครับ








ชอบรูปนี้มากมาย เอาทับทิม หยก พลอย มาประดับ แต่พอทราบราคาแล้วต้องถอย 500$  โกรธ



Liked By: nanter68
บันทึกการเข้า

มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น  ที่ยอมลอยไปตามกระแสน้ำ
ไม่มีมหาบุรุษใด ประสบความสำเร็จโดยปราศจากความพยายาม
ไอชอง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2682



« ตอบ #42 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 07:16:44 PM »

วันนี้อ่านหนังสือพิมพ์มติชนอ่านข่าววัดในพม่าและเจดีชเวดากอง รู้สึกประทับใจมากๆครับ
บันทึกการเข้า
มหาบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1469


ลมหายใจให้ชีวิตแก่เรา.แล้วเราให้อะไรแก่ชีวิต


« ตอบ #43 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 08:01:33 PM »

มาดูวิถีชีวิตของชาวพม่าดูบ้างนะครับ สภาพทั่วไปของตลาดครับ


คนพม่าส่วนใหญ่ยังคงนิยมกินน้ำชาและเคี้ยวหมาก โดยผสมผสานสองวัฒนธรรมต่างซีกโลก การกินน้ำชาเป็นวัฒนธรรมจากอังกฤษที่ได้รับเมื่อครั้งถูกอังกฤษปกครอง ส่วนการกินหมากคือวัฒนธรรมที่ตกทอดมาจากปู่ย่าตายาย ร้านค้าขายหมาก มีให้เห็นโดยทั่วไปทั่วพม่า




อาหารแบบดังเดิม


ชอบแนวคิดแบบนี้ คนไหนสนใจเลียนแบบได้เลยนะครับ สร้างบ้านให้นก ที่ให้อาหารนกพิราบเพื่อไม่ให้นกพิราบมากวน และสร้างบ้านให้นกกระจอกไปด้วย พอนกพิราบกินเสร็จ นกกระจอกก็ลงมากินต่อ พึ่งพาซึ่งกันและกัน หากเราสร้างที่ให้เขาอยู่แล้ว เขาก็ไม่ไปกวนใจเรา ความคิดสุดยอดครับ  อายจัง  อายจัง  อายจัง


แท็กซี่พม่า


เท่าที่สังเกตดูร้านค้าพม่าส่วนใหญ่จะมีถังน้ำแบบนี้ตั้งไว้หน้าร้านทุกร้าน เพื่อให้คนที่มาตลาดได้ดื่มกินตลอด และตลอดสองข้างทางที่พบเห็น หน้าบ้านแทบจะทุกหลังคาของชาวพม่า จะมีตุ่มน้ำแบบตุ่มดินเผาไว้หน้าบ้าน สำหรับคนที่ผ่านไปผ่านมาได้ดื่มกิน เหมือนบ้านเราเมื่อสัก70ปีผ่านมา แต่บ้านเราทุกวันนี้ไม่มีแล้ว


อันนี้ไม่ทราบว่าเป็นกล้วยไม้ชนิดใด อยากจะได้แต่ต้องเดินทางไปมัณฑะเลย์และพุกามอีก5วันกว่าจะได้กลับ เลยไม่ได้ซื้อเสียดาย



Liked By: nanter68
บันทึกการเข้า

มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น  ที่ยอมลอยไปตามกระแสน้ำ
ไม่มีมหาบุรุษใด ประสบความสำเร็จโดยปราศจากความพยายาม
พัฒนกิจ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2953



« ตอบ #44 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 08:28:23 PM »



คล้าย กล้วยไม้ ช้างผสมโขลงหรือว่านเขาควายใหญ่ครับ
ดูเปรียบเทียบที่นี่ครับ
http://www.pantip.com/cafe/jatujak/topic/J10069392/J10069392.html


Liked By: nanter68
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2011, 08:30:21 PM โดย amata » บันทึกการเข้า

จิตที่เป็นกุศล ดึงดูดพลังความสุข จิตเป็นสุขทันที
จิตที่เป็นอกุศล ดึงดูดพลังทุกข์ จิตเป็นทุกข์ทันที
จีจี้ จ๋า....
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 685


จีจี้ นกฟินิกซ์ตัวแสบแห่งบ้านโพรงกระต่าย


« ตอบ #45 เมื่อ: มกราคม 10, 2011, 09:28:16 PM »

นมัสการพระคุณเจ้าค่ะ
ดิฉันมีเรื่องอยากกราบเรียนถามพระคุณเจ้า ดังนี้ค่ะ
ดิฉันได้โพสต์ ข้อความที่ 40 ต่อจาก ข้อความของคุณไอชอง ที่ว่า "สาธุ จะอฐิษฐานขออะไรดีนะ" โดยข้อความของดิฉันมีดังนี้

"ขอน้อมจิตรำลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์
อธิษฐานจิตอโหสิให้ในทุกสิ่ง
แม้นลูกเคยสร้างกรรมไว้ไม่ท้วงติง
ไม่ขอประวิงเวลาจะทดแทน

ขอให้กรรมใดๆที่ได้ก่อ
เคยหลอกล่อเธอไว้ร้ายเหลือแสน
เคยสร้างกรรมใดไว้ทุกชาติแดน
ขอทดแทนกรรมต่างภพจบกันเทอญ "

ซึ่งข้อความดังกล่าวได้หายไป และข้อความเดิมของคุณไอชองได้เปลี่ยนเป็น
ที่นี่ มี ทองคำมากกว่าในคลังธนาคาร อังกฎษ ตอนกลางคืนภาพสวยมากเลยครับ  จุมพิต

โดยที่ไม่ปรากฎว่ามีการแก้ไขข้อความ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้ดิฉันพอสมควรว่า ข้อความที่ดิฉันโพสต์นั้น ไม่เหมาะสมอย่างไร ขอพระคุณเจ้ากรุณาให้คำแนะนำแก่ดิฉันด้วยค่ะ เพราะโดยเจตนาแท้จริง ดิฉันเพียงต้องการสื่อว่า หากมิรู้จะอฐิษฐานสิ่งใด บางทีการอฐิษฐานขออโหสิกรรม น่าจะเป็นการดี ผิดถูกอย่างไร ขอพระคุณเจ้าได้โปรดชี้แนะด้วยค่ะ เพราะดิฉันเองก็ยังไม่ค่อยมีความรู้มากเท่าใดนักค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มกราคม 10, 2011, 09:33:14 PM โดย จีจี้ จ๋า.... » บันทึกการเข้า
มหาบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1469


ลมหายใจให้ชีวิตแก่เรา.แล้วเราให้อะไรแก่ชีวิต


« ตอบ #46 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 08:38:50 AM »

นมัสการพระคุณเจ้าค่ะ
ดิฉันมีเรื่องอยากกราบเรียนถามพระคุณเจ้า ดังนี้ค่ะ
ดิฉันได้โพสต์ ข้อความที่ 40 ต่อจาก ข้อความของคุณไอชอง ที่ว่า "สาธุ จะอฐิษฐานขออะไรดีนะ" โดยข้อความของดิฉันมีดังนี้

"ขอน้อมจิตรำลึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์
อธิษฐานจิตอโหสิให้ในทุกสิ่ง
แม้นลูกเคยสร้างกรรมไว้ไม่ท้วงติง
ไม่ขอประวิงเวลาจะทดแทน

ขอให้กรรมใดๆที่ได้ก่อ
เคยหลอกล่อเธอไว้ร้ายเหลือแสน
เคยสร้างกรรมใดไว้ทุกชาติแดน
ขอทดแทนกรรมต่างภพจบกันเทอญ "

ซึ่งข้อความดังกล่าวได้หายไป และข้อความเดิมของคุณไอชองได้เปลี่ยนเป็น
ที่นี่ มี ทองคำมากกว่าในคลังธนาคาร อังกฎษ ตอนกลางคืนภาพสวยมากเลยครับ  จุมพิต

โดยที่ไม่ปรากฎว่ามีการแก้ไขข้อความ ซึ่งสร้างความประหลาดใจให้ดิฉันพอสมควรว่า ข้อความที่ดิฉันโพสต์นั้น ไม่เหมาะสมอย่างไร ขอพระคุณเจ้ากรุณาให้คำแนะนำแก่ดิฉันด้วยค่ะ เพราะโดยเจตนาแท้จริง ดิฉันเพียงต้องการสื่อว่า หากมิรู้จะอฐิษฐานสิ่งใด บางทีการอฐิษฐานขออโหสิกรรม น่าจะเป็นการดี ผิดถูกอย่างไร ขอพระคุณเจ้าได้โปรดชี้แนะด้วยค่ะ เพราะดิฉันเองก็ยังไม่ค่อยมีความรู้มากเท่าใดนักค่ะ

เจริญพรคุณโยม อาตมาก็ไม่รู้เรื่องเช่นเดียวกัน เพราะลงรูปแล้ว ก็ปิดเครื่อง มาเปิดอีกทีก็ตอนเช้า และก็มาเจอข้อความของโยม อาตมาก็ไม่ทราบจริงๆครับ ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อาตมาจะหาคำตอบมาให้นะครับ ไม่เป็นไร หากสิ่งใดที่เราทำลงไปด้วยใจบริสุทธิ์ หากสิ่งนั้นโดนทำลายแต่ความตั้งใจยังอยู่ ความดีก็จะยังคงอยู่ครับ 


Liked By: nanter68
บันทึกการเข้า

มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น  ที่ยอมลอยไปตามกระแสน้ำ
ไม่มีมหาบุรุษใด ประสบความสำเร็จโดยปราศจากความพยายาม
มหาบ้านนอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1469


ลมหายใจให้ชีวิตแก่เรา.แล้วเราให้อะไรแก่ชีวิต


« ตอบ #47 เมื่อ: มกราคม 11, 2011, 09:16:54 AM »

ตอนบ่ายเราได้เดินทางต่ไปยังเมืองมัณฑะเลย์ โดยสายการบิน แอร์มัณฑะเลย์ ภาพนี้ น่าจะเป็น ทะเลสาบอินเล ไกด์เล่าให้เราฟังว่า เมืองนี้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่สำคัญคือ การปลูกผักบนน้ำ สามารถทำการเกษตรบนน้ำได้ น่าจะคล้ายๆที่เขมรนะครับ ทะเลสาบเขมรสามารถปลูกข้าวบนน้ำได้ โดยปลูกบนจอกแหน เขามีวิธีปลูก ส่วนยังไงนั้นถ้าได้ไปอีก จะเก็บวิธีปลูกผักบนน้ำมาให้พวกเราได้ดูกันครับ



เมื่อเราลงจากสนามบินแล้วเราเดินทางอีกประมาณ1ชั่วโมงครับ เพราะสนามบินมัณฑะเลย์อยู่นอกตัวเมืองมากๆ กลางทุ่งนาเพราะเขาย้ายสนามบินใหม่ไกลมากๆ หนทางก็ขรุขระ เพื่อจะมาให้ถึงสะพานอูบิน ซึ่งเป็นสะพานที่สร้างด้วยไม้สักทั้งหมด ความยาวกว่า3กิโลเมตร ทอดข้ามทะเลสาบตองตะมาน ทางตอนใต้ของเมืองอมรปุระ เมืองหลวงเก่าของพม่า โดยใช้ไม้สักที่รื้อมาจากเมืองเก่าแห่งกรุงอังวะ จำนวน 1,208ต้น เห็นแล้วก็ทึ่งกับทรัพยากรธรรมชาติเขา เมืองอมรปุระนี้ เมืองหลวงเก่ามีประตูเมืองชือประตูโยเดียกับประตูนครพิงค์ด้วย และเมืองนี้ มีหมู่บ้านหนึ่งชื่อ หมู่บ้านโยเดีย ตั้งเมื่อคราว รบชนะอยุธยา ปัจจุบันหมู่บ้านนี้ก็ยังคงอยู่

ตั้งใจที่จะมาให้ทันพระอาทิตย์ตกดิน แต่มาไม่ทัน เลยได้แค่นี้


มีนักท่องเที่ยวต่างชาติมาถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกที่สะพานนี้มากเช่นเดียวกัน




คณะเรามาที่สะพานอูบิน 2ครั้ง คือตอนเย็นกับตอนเช้า เพราะเป็นทางผ่านที่เราจะไปทำบุญที่วัดมหากันกายงเป็นโรงเรียนปริยัติซึ่งมีพระมากกว่า1,200รูป

สะพานอูบินในยามเช้า







บันทึกการเข้า

มีแต่ปลาที่ตายแล้วเท่านั้น  ที่ยอมลอยไปตามกระแสน้ำ
ไม่มีมหาบุรุษใด ประสบความสำเร็จโดยปราศจากความพยายาม
หน้า: 1 2 [3] 4 5 6 7 8   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: