หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รบกวนเพื่อนสมาชิกในการตั้งกระทู้สอบถามเกี่ยวกับสุขภาพสัตว์ครับ  (อ่าน 24481 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pp_79
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2985


« เมื่อ: ธันวาคม 23, 2010, 03:39:12 PM »

เรียนสมาชิกทุกท่านครับ  ยิ้มเท่ห์

เนื่องจากกระทู้ที่ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับสุขภาพสัตว์ เช่น ไม่กินอาหาร ไข่ลด ลูกสัตว์ตาย เป็นต้น ส่วนใหญ่จะไม่มีประวัติประกอบมาให้ ซึ่งบางครั้งการให้แนะนำอาจจะไม่ค่อยตรงกับปัญหาที่เกิด หากนำไปปฏิบัติอาจจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดีได้ครับ เพื่อนๆ สมาชิกหลายๆท่านพยายามที่จะช่วยกันตอบหรือแนะนำ แต่ก็ต้องเสียเวลาในการซักถามประวัติกันอีก เพราะปัจจัยที่ทำให้สัตว์ป่วยมีหลายปัจจัยมากครับ จึงรบกวนเพื่อนสมาชิก แนบประวัติมาให้ด้วยครับ เพื่อง่ายต่อการวินิจฉัยหรือการให้แนะนำครับ ขอรายละเอียดคร่าวๆ ครับ ( เป็นพื้นฐานในการวินิจฉัยโรคครับ เหมือนเราไปหาหมอก็จะถูกซักประวัตินะครับ แต่ว่าสัตว์พูดไม่ได้คงต้องอาศัยเจ้าของสังเกตอาการนะครับ  ยิ้มเท่ห์ )

1.ชนิดของสัตว์
2.ประเภทของน้ำใช้ หรือระบบการให้น้ำ
3.ประเภทอาหาร ที่ใช้ เช่น หัวอาหาร อาหารผสมเอง เป็นต้น
4.โปรแกรมยาและวัคซีน วิตามินที่ให้กับสัตว์ ( ถ้ามี )
5.ลักษณะอาการของโรค เช่น ซึม ไม่ไกินอาหาร ท้องเสีย หอบหายใจ หรือหายใจเสียงดัง มีผื่น มีน้ำมูกเป็นต้น
6.ระยะเวลาในการเกิดโรคและแสดงอาการ เป็นมากี่วัน หรือกินอาหารลดมากี่วัน เป็นต้น
7.จำนวนสัตว์ที่เลี้ยงทั้งหมด และที่แสดงอาการให้เห็น
8.จำนวนสัตว์ป่วย สัตว์ตาย หรือมีการคัดแยกออกจากฝูง
9.ข้อมูลเกี่ยวกับผลผลิต เช่น ไข่ลดลง จากปกติเหลืออยู่เท่าไหร่ ลดลมากี่วันเป็นต้น
10.การจัดการโรงเรือนหรือการเลี้ยง เช่น พื้นแสลท พื้นดิน โรยแกลบ เลี้ยงปล่อยทุ่ง เป็นต้น
11.ประเภทโรงเรือน และการระบายอากาศ เช่นโรงเรือนเปิด มีพัดลมระบายอากาศ เป็นต้น
12.ช่วงระยะเวลาในการเลี้ยง เช่น ช่วงกก ช่วงไก่รุ่น หรือช่วงให้ผลผลิต เพราะแต่ละช่วงจะมีการจัดการต่างๆ ที่แตกต่างกันครับ
13.ถ้ามีรูปแนบมาด้วยจะดีมากๆ เลยครับ
   
   หากมีอะไรเพิ่มเติม เพื่อนๆสมาชิกก็สามารถเพิ่มเติมได้ครับ เพื่อประโยชน์ของเพื่อนสมาชิกทุกๆท่านครับ

ขอบคุณครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 25, 2010, 10:00:32 PM โดย ดวงพร » บันทึกการเข้า

"ล้ม5ครั้ง...ลุก7ครั้ง" เมื่อตั้งใจจริงต้อง "ทำได้"

PP_79  "สวนเกษตรผสมผสาน"
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=18005.0

ไตรโคเดอร์ม่า ม.เกษตร
เกษตรพอเพียงฟื้นชีวิต
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1460



« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 23, 2010, 06:55:21 PM »

ดีมากเลยครับ ถูกอย่างคุณหมอว่า ยิงฟันยิ้ม


Liked By: arsun
บันทึกการเข้า

"เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน"
ชัช.นครศรีฯ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9967



« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 30, 2010, 10:59:11 AM »

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับผม ยิ้มเท่ห์


Liked By: arsun
บันทึกการเข้า

บ้านสัตว์ปีกพอเพียง
"ชัช.นครศรีฯ"
ขาวนวลฟาร์ม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 232



« ตอบ #3 เมื่อ: มกราคม 26, 2011, 11:52:00 AM »

มีหลักการ ทำให้ง่ายต่อการแก้ไข
สู้ อดทน


Liked By: arsun
บันทึกการเข้า

The best of the best.
สู้ อดทน ขยัน เพียร ก้าวต่อไป
ขาวนวลฟาร์ม 084-355-2000
อีส นครพนม ณ.ท่าอุเทน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 272



« ตอบ #4 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 04, 2011, 10:43:33 PM »

เปิดคำถามเลยนะครับ
ผมเลื้ยงเป็ดไว้ก้หลายตัวครับเลื้ยงมา2รุ่นแล้วครับผสมอาหารเองอัดเองส่งตัวอย่าง
ไปตรวจที่กำแพงแสนตรงตามที่คำนวนไว้(ใช้เอ๊กเซลคำนวน)
เคยอ่านตำราของภาควิชาสัตวบาลเขาบอกว่า
การเลื้ยงเป็ดทุกๆพันธ์หรือแม่แต่เป็ดพันธ์ใข่ไม่ควรใช้ข้าวโพดเป็นส่วนผสม
เพราะว่าข้าวโพดมีสารพิษอัลฟลาท็อกซินซึ้งเป็ดทุกชนิดจะแพ้และไม่ต้านทานต่อสารพิษ
ลูกเป็ดที่เเล้ยงด้วยข้าวโพดจะแคระแกรนจิกขนหนาวตัวสั่นและนอนหงายขาชี้ฟ้าคอบิดและตาย
เป็ดแม่พันธ์ใข่ลดลงและหยุดใข่  จริงดังเขาว่าหรือป่าวครับเพราะเป็ดรุ่นนี้ผมมีอาการแบบนั้นด้วย
แต่เป็นแค่4-5ตัวจาก1000กว่าตัว
แล้วตำราก็บอกว่าให้ใช้ปลายข้าวเลื้ยงแต่อีกตำราบอกว่าใช้ปลายข่าวเลื้ยงแล้วขี้จะขาวเลยยังงง
ว่าตำราใหนถูกกว่ากัน
ถามแค่นี้ก่อนครับแล้วจะมาถามอีกครับขอบคุณ
บันทึกการเข้า
pp_79
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2985


« ตอบ #5 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 02:39:23 PM »


การเลื้ยงเป็ดทุกๆพันธ์หรือแม่แต่เป็ดพันธ์ใข่ไม่ควรใช้ข้าวโพดเป็นส่วนผสม
เพราะว่าข้าวโพดมีสารพิษอัลฟลาท็อกซินซึ้งเป็ดทุกชนิดจะแพ้และไม่ต้านทานต่อสารพิษ
ลูกเป็ดที่เเล้ยงด้วยข้าวโพดจะแคระแกรนจิกขนหนาวตัวสั่นและนอนหงายขาชี้ฟ้าคอบิดและตาย
เป็ดแม่พันธ์ใข่ลดลงและหยุดใข่ 


สวัสดีครับคุณ อีส  ยิ้มเท่ห์

1.เอาประเด็นแรกก่อนนะครับ เรื่องสารพิษจากเชื้อรา โดยเฉพาะ Aflatoxin ครับ เป็ดจะไวต่อสารพิษตัวนี้และจะแสดงอาการให้เห็นได้เร็วมากครับ ค่าประมาณปกติ ในอาหารไก่ มาตรฐานไม่เกิน 20 ppb ส่วนในเป็ดยังไม่มีกำหนด แต่จากการทดลองหลายๆการทดลอง ไม่ควรเกิน 5 ppb ครับ หากเกิน และกินติดต่อกันเป็นเวลานาน ( ประมาณ 1 สัปดาห์ ขึ้นไป ) อาการก็อย่างที่เล่ามาครับ
  เรื่องวัตถุดิบอาหารสัตว์ปนเปื้อนด้วยสารพิษอัลฟลาท็อกซิน ไม่ว่าจะเป็น ข้าวโพด กากถั่วเหลือง หรือวัตถุดิบอื่นๆ มีปนเปื้อนด้วยกันทั้งหมดครับ โรงงานอาหารสัตว์ จะตรวจสอบวัตถุดิบก่อนทุกคันรถบรรทุกครับหากเกินที่กำหนด ก็จะมีวิธีจัดการกำสารพิษ เช่น ใส่สารจับสารพิษเข้าไปในอาหาร ( toxinbinder ) เพื่อลดปริมาณสารพิษลง ครับ หรือนำไปผลิตอาหารให้สัตว์ที่มีความทนต่อสารพิษได้มากว่าเช่น สุกร เป็นต้น
  ปริมาณสารพิษที่คุณอีสกังวลว่าจะปนเปื้อนมากับข้าวโพด ( อันนี้อย่าโยนบาปให้ข้าวโพดทั้งหมดนะครับ  ยิงฟันยิ้ม ) ขึ้นกับการเก็บเกี่ยวข้าวโพดจากไร่ และการจัดเก็บที่โกดังด้วยครับ ทั่วไปที่เห็นกัน คือปล่อยให้แห้งในไร่ บางครั้งก็ปอกเปลือกออกตากให้แห้ง หรือปล่อยไว้ทั้งฝักเลย หากมีความชื้น ก็จะเกิดเชื้อรา Aspergillus flavus ( มีอยู่ทั่วๆไปในธรรมชาติครับ ) ซึ่งจะสร้างสารพิษอัลฟลาท็อกซินขึ้น ยิ่งเป็นแปลงที่มีฝนตกหลงฤดู หรือปล่อยไว้นานๆ ค่อยเก็บเกี่ยวก็มีโอกาสเจอในปริมาณที่มากครับ เพราะฉนั้น หากใช้ข้าวโพดผสมอาหารให้เป็ดกิน หลังจากที่ซื้อมา ลองส่งไปตรวจดูก่อนนะครับ ว่ามีสูงเกินที่กำหนดหรือเปล่า และหลังจากที่ผสมก็ลองเก็บไปตรวจอีกครั้งครับ หากข้าวโพดที่ซื้อมามีสารพิษปนเปื้อนในปริมาณที่มาก คงต้องหลีกเลี่ยง หรือหาซื้อจากเจ้าใหม่ครับ
  ที่สำคัญจริงๆ อาจจะไม่ใช่สารพิษที่ปนเปื้อนมาเท่านั้นครับ ตัวเชื้อราเอง ก็เป็นตัวการในการเพิ่มปริมาณสารพิษขึ้นครับ หากอาหารที่ใช้ มีการเก็บที่ไม่ดี เีปียกหรือชื้น มีเชื้อราปนเปื้อนด้วย ปริมาณสารพิษก็จะเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ครับ

  สำหรับปริมาณเป็ดที่ป่วยจากสารพิษจากเชื้อรา จากปริมาณการเลี้ยง 1,000 ตัง พบลูกเป็ดตายเพียง 4-5 ตัว อันนี้คงไม่ใช่หรอกครับ เพราะถ้าเป็นจริงๆ ผมว่าไม่ต่ำกว่า 30 % แน่นอนครับ เพราะหากเป็ดทั้งหมดกินอาหาร lot ( ชุด )  เดียวกัน ก็คงได้รับทั้งฝูงแน่นอนครับ และคงไม่ตายแค่นี้แน่นอนครับ
 ส่วนอาการ ลูกเป็ดที่เลี้ยงด้วยข้าวโพดจะแคระแกรนจิกขนหนาวตัวสั่นและนอนหงายขาชี้ฟ้าคอบิดและตาย เป็นอาการโดยรวมของหลายๆโรคครับ หากจะยืนยันว่าตายด้วยสารพิษจริง สามารถพิสูจน์ได้โดย
1.ส่งอาหารไปตรวจหาปริมาณสารพิษ ว่าเิกิน มาตรฐานหรือไม่
2.ให้เปลี่ยนอาหารชุดที่ให้ แล้วใช้ชุดใหม่ที่มั่นใจว่าไม่มี หรือมีน้อย อัตราการตายจะลดลงทันทีครับ


  ประเด็นสำคัญอีกเรื่องคือ การจัดการเรื่องอาหารที่ฟาร์มครับ ทั้งเรื่องการจัดเก็บ ( อาหารจะต้องเก็บในที่แห้ง มีพาเลทรอง ไม่วางกับพื้น หลังคาไม่รั่ว หนูไม่เข้าไปกัดแทะ เป็นต้น ) หากจัดเก็บไม่ดีก็จะปนเปื้อนเชื้อราที่เป็นต้นเหตุของสารพิษ และเรื่องวิธีการให้อาหารด้วยครับ ( สำคัญมากๆ ) อาหารจะต้องไม่หกหล่นลงที่พื้น และไม่เปียกชื้น และที่สำคัญ ต้องไม่ค้างคืน ( เหลือค้างในภาชนะ ) เมื่อถึงเวลาอาหารก็ควรให้กินให้หมด หากเหลือก็ควรเก็บออกทิ้งไป และลดปริมาณลงในมื้อต่อไปครับ ส่วนที่หกหล่อนต้องเก็บกวาดออกไปทิ้งเช่นกัน หากปล่อยไว้ ก็เป็นแหล่งอาหารของเชื้อรา เชื้อโรคอื่นๆ ด้วยครับ ส่วนภาชนะก็ต้องล้างทำความสะอาดอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง อย่าลืมว่าพฤติกรรมเป็ดชอบไซร้หาอะไรกินตามพื้นนะครับ  ยิงฟันยิ้ม


สรุปให้ตรงนี้ก่อนนะครับว่า ข้าวโพด สามารถนำมาเป็นอาหารเป็ดได้ครับ ( ที่ใช้เลี้ยงอยู่ก็ข้าวโพดเป็นหลักครับ  ยิงฟันยิ้ม ) แต่ต้องจากแหล่งที่เชื้อถือได้ เพื่อให้เกิดความมั่นใจก็ส่งตรวจหาสารพิษจากเชื้อรา เน้น อัลฟลาท็อกซิน ครับ ค่าตรวจไม่แน่ใจประมาณ 1,500 บาท/ตัวอย่าง หรือเปล่า ?

เท่านี้ก่อนนะครับ เย็นๆ จะมาตอบเพิ่มครับ...ขอตัวไปทำธุระก่อนครับ ขอบคุณครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม



Liked By: arsun
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 17, 2011, 09:26:43 PM โดย pp_79 » บันทึกการเข้า

"ล้ม5ครั้ง...ลุก7ครั้ง" เมื่อตั้งใจจริงต้อง "ทำได้"

PP_79  "สวนเกษตรผสมผสาน"
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=18005.0
pp_79
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2985


« ตอบ #6 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2011, 05:45:51 PM »

มาต่อกันครับ  ยิ้มเท่ห์

มีประเด็นเรื่อง การแคระแกรน ( malabsorption ) ครับ
ปัญหาลูกเป็ดไม่โต มีขนาดแตกต่างกันในอายุเดียวกัน ปัจจัยเรื่องสารพิษจากเชื้อราเป็นส่วนหนึ่งครับ ( สำหรับผมถือว่าเป็นสาเหตุท้ายๆเลยครับ  ยิ้มเท่ห์ ) ปัจจัยหลักๆ เกี่ยวกับการจัดการที่มีผลโดยตรง คือ

1.อุณหภูมิที่ใช้ในการกก หรือให้ความอบอุ่นครับ ช่วง 1-3 วันแรก อยู่ประมาณ 37 -38 องศาเซลเซียส ครับ หากต่ำกว่านี้ การดูดซึมไข่แดงในลูกเป็ดจะได้น้อย ส่งผลให้ได้รับภูมิคุ้มกันไม่เต็มที่ ตัวจะเล็ก อ่อนแอ มีโอกาสป่วย ตายสูงครับ

2.เรื่องอาหารการกิน แน่นอนว่าลูกเป็ดทุกตัวที่ออกจากไข่ สุขภาพจะแข็งแรงไม่เหมือนกัน เวลากินอาหาร ตัวแข็งแรงได้กินก่อน ( แย่งเก่งกว่า ) ตัวเล็กกินได้น้อยกว่า ก็จะตัวเล็กกว่าเป็นธรรมดาครับ แก้โดยเพิ่มอุปกรณ์ให้น้ำ ให้อาหารเข้าไปอีกครับ

3.ลักษณะของอาหารที่ให้ ช่วงเป็ดเล็ก ต้องเป็นอาหารเม็ดเล็กๆ เท่านั้นครับ หากเม็ดโตเกิน ก็จะกินได้น้อย ควรนำมาบดให้แตกบ้าง หรือหากอาหารเป็นฝุ่น ก็ยิ่งกินได้น้อยครับ เพราะจะติดคอ เหมือนเรากินขนมโก๋ ต้องกินน้ำตาม เมื่อกินน้ำตามก็กินอาหารได้น้อยครับ

4.เรื่องสุขภาพ เป็ดป่วย แน่นอนครับ ลูกเป็ดก็จะแคระแกรน เนื่องจากอวัยวะภายในถูกทำลาย โดยเฉพาะตับ ครับ ซึ่งเป็นอวัยวะหลักในการเปลี่ยนสารอาหารต่างๆ ที่กินเข้าไป ให้เป็นพลังงาน หากตับเสีย ทุกอย่างก็จบครับ...เหมือนคนเป็นโรคตับแข็ง  ยิงฟันยิ้ม

เพราะฉนั้นจะเห็นว่า การเริ่มต้นที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วครับ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
เอาเท่านี้ก่อนครับ มาต่อที่ประเด็น

ตำราก็บอกว่าให้ใช้ ปลายข้าวเลื้ยงแต่อีกตำราบอกว่าใช้ปลายข่าวเลื้ยงแล้วขี้จะขาวเลยยังงง

การใช้ปลายข้าวเลี้ยง สามารถใช้ได้ครับ หากเทียบโอกาสที่จะปนเปื้อน สารพิษอัลฟลาท็อกซิน ก็มีครับ แต่ก็น้อยกว่า แต่ราคาอาจจะสูงกว่าข้าวโพดครับ ส่วนประเด็นที่บอกว่ากินปลายข้าวแล้วขี้ขาว อันนี้ต้องเอาให้ชัดนะครับ ว่าขาวแบบไหน แบบเป็นก้อนแล้ว ขาว หรือเหลวเป็นน้ำแล้วขาว ปกติสัตว์ปีกเวลาขับถ่ายของเสียออกนอกร่างกาย ก็จะขับออกมาในรูปของ ยูเรต ( urate ) ซึ่งปกติก็เป็นสีขาวโดยธรรมชาติอยู่แล้วครับ จะต่างกันตรงที่ เหลว ( ท้องเสีย หรืออากาศร้อน ? ) เป็นก้อน มีหรือไม่มีกลิ่นคาว ต่างหากครับ ลองดูรูปนี้ก่อนครับ



และรูปนี้ครับ



พอจะบอกความแตกต่างได้ไหมครับ ?  ลองทายกันดูเล่นนะครับ ( แต่เอาจริงครับ )  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ร่ายมายาวเลยครับ  ยิงฟันยิ้ม สรุปประเด็นหลักๆ นะครับ

1.ข้าวโพดสามารถนำมาเลี้ยงเป็ดได้ครับ แต่ต้องตรวจเช็ควารพิษ อัลฟลาท็อกซิน ก่อนต้องอยู่ที่ระดับ ตำ่กว่า 5 ppb ครับ หากสูงกว่าก็มีความเสี่ยงครับ

2.เรื่องปลายข้าว ทำให้ขี้ขาว อันนี้ไม่เกี่ยวข้องกันนะครับ เป็นเรื่องธรรมชาติของสัตว์ปีกครับ ให้ดูลักษณะของขี้เป็ด ว่า เหลว สี ขาว หรือเขียว มีกลิ่นคาวหรือไม่ ซึ่งจะฟ้องกลับไปถึงสุขภาพเป็ด และการจัดการของผู้เลี้ยงได้ครับ

ลองสังเกตดูนะครับ เป็นกำลังใจให้ทุกๆท่านครับ ขอบคุณครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


บันทึกการเข้า

"ล้ม5ครั้ง...ลุก7ครั้ง" เมื่อตั้งใจจริงต้อง "ทำได้"

PP_79  "สวนเกษตรผสมผสาน"
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=18005.0
roj 04
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 144


« ตอบ #7 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 08:30:59 AM »

จะถามคุณหมอว่า ไก่ที่บ้านมันมีน้ำตาไหล แล้วก็ตาก็จะปิด เอายาหยอดใส่ตาแล้วก็ไม่หาย แล้วมันจะติดต่อกันทุกตัวที่ขังรวมกันครับ อันนี้เป็นไก่ประมาณลูกเจี๊ยบถึงประมาณเดือนครึ่งครับ อยากจะทราบว่าสาเหตุมาจากไหนครับคุณหมอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 09:12:43 AM โดย roj 04 » บันทึกการเข้า
pp_79
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2985


« ตอบ #8 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 11, 2011, 03:17:23 PM »

จะถามคุณหมอว่า ไก่ที่บ้านมันมีน้ำตาไหล แล้วก็ตาก็จะปิด เอายาหยอดใส่ตาแล้วก็ไม่หาย แล้วมันจะติดต่อกันทุกตัวที่ขังรวมกันครับ อันนี้เป็นไก่ประมาณลูกเจี๊ยบถึงประมาณเดือนครึ่งครับ อยากจะทราบว่าสาเหตุมาจากไหนครับคุณหมอ

สวัสดีครับคุณ roj 04  ยิ้มเท่ห์

เสียดายครับคุณ roj 04 น่าจะมีรูป มาให้ชมบ้างนะครับ แต่ช่วงนี้เห็นเพื่อนสมาชิกที่เลี้ยงไก่เจอปัญหามากเหมือนกันนะครับ ลักษณะคล้ายๆ หวัดหน้าบวมนะครับ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=30719.0

โรคหวัดติดต่อหรือหวัดหน้าบวม
        เป็นโรคทางเดินหายใจมักเกิดกับไก่รุ่นและไก่ใหญ่ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ฮีโมฟิลลัส ( ปกติเป็นเชื้อที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติ หรือสิ่งปูรอง เมื่อไก่อ่อนแอก็จะเจริญ และพัฒนาจนสามารถก่อโรคได้ ) ที่ปะปนอยู่ในเสมหะ น้ำมูก และน้ำตาของไก่ป่วย ไก่ที่เป็นโรคนี้จะแสดงอาการอย่างรวดเร็ว โดยมีอาการจาม มีน้ำตา น้ำมูกอยู่ในช่องจมูกและเปียกเปรอะถึงปาก และมีกลิ่นเหม็น เมื่อเป็นรุนแรง ตาจะแฉะจนปิด หน้าบวม เหนียงบวม ไก่กินอาหารน้อยลง ไก่ที่กำลังให้ไข่จะไข่ลด
เพิ่มเติมครับ http://www.dld.go.th/niah/DiseasePrevent/cd_flood_%20disease/of%20a%20bird/infectious%20coryza.pdf
   การรักษาลองดูตา link นี้ดูครับ เลือกเอาที่สะดวกและหาง่ายใกล้ๆ บ้านนะครับ  ยิงฟันยิ้ม
 http://www.borraped.com/webboardplus7_2/data/04591-1-1.html       
   การป้องกัน
- การจัดการสุขาภิบาล และการเลี้ยงดูที่ดี เน้นพื้นที่เลี้ยงให้พื้นแห้งสะอาดครับ อุปกรณ์ให้น้ำ อาหาร ต้องล้างทำความสะอาด และฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อบริเวณเล้าหรือคอกไก่ โดยเฉพาะไก่ป่วยครับ ( การจัดการทั่วๆ ไป คือเข้าทำกิจกรรมที่ไก่ดีก่อน แล้วค่อยไปหาไก่ป่วย และ อาบน้ำเปลี่ยนชุดครับ )
- การถ่ายเทอากาศในโรงเรือนที่ดี ไม่มีกลิ่นเหม็นของแอมโมเนีย ไม่อับชื้น
- พยายามแยกไก่ป่วย ออกจากไก่ดี เพื่อลดการกระจายของโรคครับ อันนี้ให้ดูทิศทางลมด้วยนะครับ ให้แยกไว้ใต้ลมครับ และจำกัดคนเข้าไปสัมผัสด้วยนะครับ
- การฉีดวัคซีนป้องกันโรคหวัดหน้าบวม ลองติดต่อที่ปศุสัตว์อำเภอดูนะครับ

เป็นกำลังใจให้ครับ ขอให้ไก่หายป่วยเร็วๆ นะครับ ขอบคุณครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม





Liked By: FUJI
บันทึกการเข้า

"ล้ม5ครั้ง...ลุก7ครั้ง" เมื่อตั้งใจจริงต้อง "ทำได้"

PP_79  "สวนเกษตรผสมผสาน"
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=18005.0
roj 04
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 144


« ตอบ #9 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2011, 12:36:06 AM »

สวัสดีครับคุณหมอ
ต้องขอบคุณ คุณหมอมากนะครับที่ให้ความกระจ่างมากขึ้นะครับ ต่อไปนี้ผมจะรีบทำการรักษาอย่างเร่งด่วนครับ
ขอถามคุณหมอนิดหนึ่งครับ จะถามว่าวัคซีนของไก่ถ้าเราจะไปซื้อที่โรงบาลสัตว์เขามีขายหรือเปล่าครับคุณหมอ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 12, 2011, 03:01:55 AM โดย roj 04 » บันทึกการเข้า
pp_79
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2985


« ตอบ #10 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 15, 2011, 09:41:11 AM »

สวัสดีครับคุณหมอ
ต้องขอบคุณ คุณหมอมากนะครับที่ให้ความกระจ่างมากขึ้นะครับ ต่อไปนี้ผมจะรีบทำการรักษาอย่างเร่งด่วนครับ
ขอถามคุณหมอนิดหนึ่งครับ จะถามว่าวัคซีนของไก่ถ้าเราจะไปซื้อที่โรงบาลสัตว์เขามีขายหรือเปล่าครับคุณหมอ

สวัสดีครับ คุณ roj 04   ยิ้มเท่ห์

เรื่องวัคซีน ส่วนใหญ่จะซื้อจากตัวแทนจำหน่าย หรือตามร้านขายเวชภัณฑ์เกี่ยวกับยาสัตว์ครับ หรือไม่ก็ติดต่อที่กรมปศุสัตว์ครับแต่อาจจะมีไม่ครบ เหมือนที่บริษัทต่างๆ ใช้ครับ  ส่วนที่โรงพยาบาลสัตว์ ส่วนใหญ่จะเป็นวัคซีนสุนัข กับ แมว เป็นหลักครับ

ขอบคุณครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

"ล้ม5ครั้ง...ลุก7ครั้ง" เมื่อตั้งใจจริงต้อง "ทำได้"

PP_79  "สวนเกษตรผสมผสาน"
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=18005.0
roj 04
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 144


« ตอบ #11 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 16, 2011, 05:51:04 PM »

ต้องขอบคุณพี่หมอมากนะครับสำหรับคำตอบครับ
บันทึกการเข้า
ssuttisak
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 35


« ตอบ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2011, 10:31:42 AM »

เรียนคุณหมอ ผมได้ ซื้อไก่ไข่ อายุ 18  สัปดาห์ มาจากบางเลน นครปฐม 110 ตัว จากนั้น นำมาเลี้ยง ไว้ในกรงตับ ใต้ถุนบ้าน เลี้ย
ได้สามวันไก่มีอาการคอดังเวลาหายใจ กินอาหารน้อยลง เมื่อวานไข่ได้ วัน ที่ 22 ไข่ได้ 40 ฟอง วันที่ 23ไข่ได้ 30 ฟอง
อาหารใช้อาหาร สำเร็จ ของบริษัท แต่ มีกลิ่นเหม็นหืน
น้ำ ผมให้ วิตามินผสมน้ำให้กิน ตอนกลางวันอากาศร้อน ไก่อ้าปากหอบตลอด และกินน้ำมาก พอตื่นเช้ามาตัวไหนที่หอบจะมีอาการคอดัง ตอนนี้มี ประมาณ 60 ตัว ผมได้ แยกออกมา ปล่อย ไว้ที่พื้น ละลาย อะม็อกซี่ให้กิน
ผมเปิดดูที่ ในลำคอ พบที่รูปิดเปิด(ไม่รู้เขาเรียกอะไร) ตรงหลอดลม มีสีแดง บางตัวก็มีสีขาว คล้ายๆฟ้า น้ำลายเยอะมาก บางตัวยืนซึมสะบัดหัว เป็นมาได้ประมาณ สี่วัน แต่ยังไม่มีตัวตาย
ที่ คอกและกรงตับ ผมได้พ่นยาฆ่าเชื้อ ที่ขอมาจากปศุสัตว์ก่อนนำไก่มาเลี้ยง และ ที่บ้านมีไก่ชนด้วยแต่ไม่มีอาการผิดปกติอะไรเลย
ผมจึงอยากขอคำแนะนำจากคุณหมอ ว่าควรที่ จะจัดการอย่างไรต่อดีครับ
ขอบพระคุณ
บันทึกการเข้า
pp_79
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2985


« ตอบ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2011, 03:13:24 PM »

เรียนคุณหมอ ผมได้ ซื้อไก่ไข่ อายุ 18  สัปดาห์ มาจากบางเลน นครปฐม 110 ตัว จากนั้น นำมาเลี้ยง ไว้ในกรงตับ ใต้ถุนบ้าน เลี้ย
ได้สามวันไก่มีอาการคอดังเวลาหายใจ กินอาหารน้อยลง เมื่อวานไข่ได้ วัน ที่ 22 ไข่ได้ 40 ฟอง วันที่ 23ไข่ได้ 30 ฟอง
อาหารใช้อาหาร สำเร็จ ของบริษัท แต่ มีกลิ่นเหม็นหืน
น้ำ ผมให้ วิตามินผสมน้ำให้กิน ตอนกลางวันอากาศร้อน ไก่อ้าปากหอบตลอด และกินน้ำมาก พอตื่นเช้ามาตัวไหนที่หอบจะมีอาการคอดัง ตอนนี้มี ประมาณ 60 ตัว ผมได้ แยกออกมา ปล่อย ไว้ที่พื้น ละลาย อะม็อกซี่ให้กิน
ผมเปิดดูที่ ในลำคอ พบที่รูปิดเปิด(ไม่รู้เขาเรียกอะไร) ตรงหลอดลม มีสีแดง บางตัวก็มีสีขาว คล้ายๆฟ้า น้ำลายเยอะมาก บางตัวยืนซึมสะบัดหัว เป็นมาได้ประมาณ สี่วัน แต่ยังไม่มีตัวตาย
ที่ คอกและกรงตับ ผมได้พ่นยาฆ่าเชื้อ ที่ขอมาจากปศุสัตว์ก่อนนำไก่มาเลี้ยง และ ที่บ้านมีไก่ชนด้วยแต่ไม่มีอาการผิดปกติอะไรเลย
ผมจึงอยากขอคำแนะนำจากคุณหมอ ว่าควรที่ จะจัดการอย่างไรต่อดีครับ
ขอบพระคุณ



สวัสดีครับคุณ ssuttisak ยิ้มเท่ห์
ด่วนที่สุดเลยครับ
1.ให้ตรวจเช็คอาหารทั้งหมดครับ ( ไม่แน่ใจว่าเป็นอาหารถุงหรือเปล่า ) ตรวจเช็ค lot การผลิต วันหมดอายุครับ ว่าหมดหรือยัง
   ส่วนใหญ่อาหารมีอายุ 3 เดือน นับจากวันผลิตครับ หากพบว่าอาหารเหม็นหืน ไม่ควรเอาให้ไก่กินนะครับ เพราะจะเป็นอาหารที่เสีย
   ครับ แต่หากอายุยังไม่หมดอายุ ลองตรวจเช็คการเก็บด้วยนะครับ ว่าอาหารเปียก เป็นเชื้อราหรือเปล่า และอาหารที่ซื้อมาเก็บไว้
   นานหรือยังครับ อาหารอาจเป็นเชื้อราจากความชื้นนะครับ ซึ่งเชื้อราจะสร้างสารพิษ หากมีปริมาณมากๆจะส่งผลต่อการกดภูมิคุ้ม
   กันของไก่ครับ
2.ช่วงเวลาที่อากาศร้อนมากๆ แนะนำให้เปิดพัดลมระบายอากาศให้ไก่ด้วยครับ ส่วนช่วงเวลากลางคืนหากมีลมโกรก ควรหาผ้าใบมา
   ปิดเพื่อป้องกันลมโกรกด้วยครับ เพราะกลางคืนอากาศจะเย็นถึงหนาวครับ ซึ่งจะทำให้ไก่เป็นหวัดได้ครับ
3.แยกไก่ที่ป่วย ออกจากฝูง ( ทำได้ดีแล้วครับ ) สงสัยป่วยเป็นหลอดลมอักเสบครับ การให้ยาปฏิชีวนะ เป็นการป้องกันเชื้อแทรก
  ซ้อนครับ http://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%81%E0%B9%88&ie=utf-8&oe=utf-8&aq=t&rls=org.mozilla:th:official&client=firefox-a และลองสอบถามว่าไก่ที่ซื้อมาได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหลอดลม
  อักเสบหรือยังครับ หากยังต้องหามาฉีดครับ ( หรือไม่ไก่ทั้งฝูงอาจจะติดเชื้อทั้งหมด และสร้างภูมิคุ้มกันได้เองครับ )
4.ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ สัปดาห์ละครั้ง หรือเพิ่มเป็น 2 ครั้งได้ครับ ประมาณ 3-4 วันครั้งครับ เพื่อลดปริมาณเชื้อลงครับ
5.ดูแลเรื่องความสะอาด เรื่อง น้ำ อาหาร ครับ ต้องสดใหม่เสมอครับ หากอาหารเหลือต้องเอาออกครับไม่ต้องเสียดายนะครับ

ลองดูครับได้ผลอย่างไร มาเล่าสู่ฟังด้วยนะครับ ขอบคุณครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

"ล้ม5ครั้ง...ลุก7ครั้ง" เมื่อตั้งใจจริงต้อง "ทำได้"

PP_79  "สวนเกษตรผสมผสาน"
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=18005.0
ดวงพร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4715


คนเราเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกทำชีวิตให้ดีได้


« ตอบ #14 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2011, 04:04:24 PM »

ลืมล๊อคกระทู้ให้คุณหมอ เพราะ พี่ดวงพรยก หัวข้อคำถามนี้ไว้เองเพื่อเป็นตัวอย่างให้เพื่อนสมาชิกที่จะถามคำถาม


 คำถามต่างๆที่จะถามหมอเรื่องสัตว์ ตั้งกันหัวข้อกันใหม่นะคะ เพื่อเพื่อนสมาชิกท่านอื่นๆจะได้เห็นง่ายๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 25, 2011, 04:06:37 PM โดย ดวงพร » บันทึกการเข้า
อีส นครพนม ณ.ท่าอุเทน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 272



« ตอบ #15 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 25, 2011, 04:56:41 PM »

ถามต่อนะครับอาจจะนอกเรื่อง
1  เป็ดจำเป็นต้องถอนขนตูดหรือป่าวครับผมเห็นชาวบ้านเขาบอกว่าต้องถอนมันถึงจะโตไว
มันเกื่ยวกันใหมครับ
2 ตอนนี้ของวัสถุดิบแพงผมเลยใช้กากเนื่อในปาล์มมาเป็นส่วนผสมจะเป็นอะไรใหมและมีราหรืออัลฟลาท็อกซินใหมครับ
และเป็ดผมตอนนี้1เดือนกับ4วันหนัก1.8-2โลผิดปกติใหมครับ
ขอบคุณครับ  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: