หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ... 156   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รวมพล คนปลูกมัน ... สำปะหลัง  (อ่าน 606027 ครั้ง)
1 สมาชิก และ 4 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
yut001
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 190


« ตอบ #64 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2010, 04:11:54 PM »

ไม่ได้ดูหลายวันกระทู้ไปไกล แล้ว ขอบคุณพี่ wakeup ที่ให้ความรู้ครับ ขอติดตามเป็นประสบการณ์ด้วยคนครับ
บันทึกการเข้า

Redmountain
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 327


« ตอบ #65 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2010, 05:20:06 PM »

ไร่ผมไม่ใช้สารเคมี ดังนั้น เราไม่ฉีดยาฆ่าหญ้า ที่วางแผนไว้สำหรับการจัดการหญ้าคือ
๑) เร่งให้มันออกใบเร็วที่สุดในช่วงการปลูกเดือน พ.ย. และก็ทำรุ่นหญ้าสักครั้ง (น่าจะพอ)
๒) เร่งให้มันออกใบเร็วที่สุดในช่วงการปลูกเดือน เม.ย. และก็ทำรุ่นหญ้าสักสองครั้ง (น่าจะพอ)
๓) ระหว่างร่องปลูกปอเทือง เพื่อคุมหญ้าและทำปุ๋ยพืชสด
๔) การพ่นส่าเหล้า (ค้างปี) ช่วยคุมหญ้าได้ระดับหนึ่ง

ค่าปุ๋ยหลังปลูก?
- ผมให้น้ำหมักขี้หมู เป็นปุ๋นชั้นดีอยู่แล้ว
- คงจะมีเร่งหัวด้วยแม่ปุ๋ย 0-0-50 ซัก๑๐ก.ก./ไร่ สองครั้ง (ไม่รู้ตอนนี้ราคาตลาดเท่าไหร่)

การคุมเพลี้ย ย้ำว่าไม่มียาฆ่าเพลี้ย มีแต่ยาป้องกัน
- ทำให้ต้นแข็งแรงที่สุด
- พ่นน้ำสมุนไพรขี้หมู (ผมหมักเอง) พร้อมสารจับใบ
- พ่นใบก็เป็นปุ๋ยทางใบได้ ของที่ไร่จะพ่นเดือนละสองครั้ง จนถึงช่วงขุด
- ต้นทุนบอกไ่ม่ได้ครับ กำลังเตรียมทำเป็นผลิตภัณฑ์ขายอยู่

สัตว์ที่จะมากิน
- ไก่แทะหัวมัน หรือ ไม่ก็หมามาวิ่งเล่นไล่จับกลางไร่

แต่ถ้าคุณมีที่๘ไร่ และไม่มีเวลาดูแล
ผมว่าปลูกมะพร้าว หรือ กล้วย โดยฝากคนข้างที่ดูแลดีมั้ยครับ
บันทึกการเข้า
kaset-engineer
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 507


« ตอบ #66 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2010, 07:00:22 PM »

ขอบคุณ คุณ Redmoutain มากเลยครับที่ให้ความรู้
ไงก็ถ่ายรูปมาอัพเดทเรื่อยๆ น๊ะครับ

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
wakeup
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 380


« ตอบ #67 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2010, 08:51:16 PM »

คุณ Redmoutain ครับ ตอนนี้ปอเทืองราคาประมาณเท่าไรครับ สนใจนำมาปลูกในเเปลงเหมือนกันครับ เเละต้องคลุกไรโซเบียมตอนหว่านปลูกเหมือนกับถั่วพร้าด้วยไหมครับ ....
บันทึกการเข้า
Redmountain
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 327


« ตอบ #68 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2010, 08:50:05 AM »

รอบนี้ยังไม่ได้หว่านเลยครับ ปอเทือง

ปีก่อนหว่านทิ้งขว้าง โดยไม่ดูปริมาณฝน (มีฝนทิ้งช่วง) ต้นกล้างอกดี แต่มาตายตอนน้ำขาดนี่สิ
ว่าจะเอามาทำพันธุ์ให้ได้หว่านระหว่างร่องเต็มเม็ดเต็มหน่วยซะหน่อย

ปกติผมไปขอฟรีที่กรมพัฒนาที่ดิน  คนนึงขอดีๆ๕๐กิโล น่าจะได้นะครับ
ถ้าจะออกคงเป็นช่วง มี.ค. เม.ย. แต่เห็นว่ามีขายเหมือนกัน ต้องลองหาทางกูเกิ้ลดูครับ
บันทึกการเข้า
yut001
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 190


« ตอบ #69 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2010, 04:27:16 PM »

แล้วมีพี่ๆท่านใด  ให้น้ำมันสำปะหลังในระบบน้ำหยดบ้างหรือเปล่าครับ  สนใจครับ ไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไรบ้าง
บันทึกการเข้า
wakeup
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 380


« ตอบ #70 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2010, 05:43:11 PM »

แล้วมีพี่ๆท่านใด  ให้น้ำมันสำปะหลังในระบบน้ำหยดบ้างหรือเปล่าครับ  สนใจครับ ไม่ทราบว่าต้องทำอย่างไรบ้าง
ผมเองก็กำลังศึกษาอยู่ครับ เเต่ค่าเจาะน้ำบาดาลเเพงมากๆๆ เลยครับ เเถวนี้
บันทึกการเข้า
yut001
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 190


« ตอบ #71 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2010, 06:54:48 PM »

อันนี้คัดลอกมาครับ ที่มาอยู่ด้านล่าง
นายสมัย ลิ้มวัชราภรณ์ สมาชิกสหกรณ์การเกษตรโนนสุวรรณ จำกัด คือ เกษตรกรต้นที่นำระบบน้ำหยดมาใช้กับการปลูกมันสำปะหลังโดยใช้ระบบน้ำหยด มาใช้กับการปลูกมันสำปะหลังเล่าว่า ตนปลูกมันสำปะหลังมาแล้วกว่า 13 ปี ได้ผลผลิตมันสำปะหลังฉลี่ย 3-4 ตันต่อไร่ ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพเท่าไหร่นัก จึงพยายามหาแนวทางให้อยู่รอด จนเกิดแรงบันดาลใจจากคุณพ่อ คือ นายประกอบ ลิ้มวัชราภรณ์ ที่ใช้ระบบน้ำหยดในการปลูกแตงกวา ข้าวโพด แล้ว ทำให้ได้ผลผลิตดีขึ้น ตนจึงได้นำระบบน้ำหยดมาใช้กับการปลูกมันสำปะหลังดูบ้าง ซึ่งได้ผลผลดีเช่นกัน

สำหรับระบบน้ำหยดนั้นจะมีค่าลงทุนติดตั้งอุปกรณ์ครั้งแรกประมาณ 7,000 บาทต่อไร่ ซึ่งตนติดตั้งระบบดังกล่าวรวมพื้นที่ 20 ไร่ โดยอาศัยแหล่งน้ำจากสระน้ำในไร่นาขนาด 1,260 ลบม. สำหรับค่าใช้จ่ายจะมีเรื่องค่าไฟฟ้าผีละประมาณ 6,000 บาท

ผลที่ได้ตามาหลังจากทำระบบน้ำหยดคือ ผลผลิตมันสำปะหลังเพิ่มขึ้นจากเดิม 7-8 ตันต่อไร่ สามารถขายผลผลิตได้ในราคากิโลกรัมละ 2.50-3 บาท หรือ คิดเป็น 24,000 บาทต่อไร่ เมื่อรวมพื้นที่กว่า 20 ไร่ ก็จะสามารถสร้างรายได้ถึง 480,000 บาทต่อรุ่น นอกจานี้ ยังสร้างรายได้จากการขายท่อนพันธุ์มันสำปะหลังได้อีกตันละ 2 บาท เฉลี่ยต่อไร่ขายได้ประมาณ 3,000 บาท ขายได้ปีละ 2 ครั้ง
 
“หลังจากปรับเปลี่ยนมาใช้ระบบน้ำหยด นอกจากจะได้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวแล้ว ข้อดีอีกอย่างคือปัญหาของแมลงศัตรูพืช โดยเฉพาะเพลี้ยแป้งที่ระบาดทำลายผลผลิตของเกษตรกรรายอื่นไปเป็นจำนวนมาก แต่ระบบนี้กลับทำให้ปัญหาเพลี้ยแป้งลดลงจากเดิมที่พบ 30% เหลือแค่ 10% ที่สำคัญยังช่วยร่นระยะเวลาการเก็บเกี่ยวได้จากเดิมเก็บเกี่ยวได้ปีละครั้ง แต่ตอนนี้สามารถเก็บเกี่ยวได้ตอนอายุ 6-7 เดือน เพิ่มขึ้นเป็นปีละประมาณ 2 ครั้ง ทำให้ได้ผลผลิตและรายได้เพิ่มขึ้น” นายสมัยกล่าว

สำหรับเกษตรกรชาวไร่มันสำปะหลังที่สนใจกาปลุกมันสำปะหลัง “ระบบน้ำหยด” เพื่อแก้ปัญหาการระบาดของเพลี้ยแป้งและช่วยเพิ่มผลผลิต สามารถติตดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นายสมัน ล้มวัชราภรณ์ บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 5 บ้านหนองดาวเฮียง ต.ดงอีจาน อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ โทร.080-720-3737

ที่มา : แก้ปัญหาเพลี้ยแป้งและเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังด้วยการปลูก มันระบบน้ำหยด.นิตยสารไม่ลองไม่รู้เพื่อเกษตรวันนี้ ประจำเดือนกันยายน 2553 .หน้า 16-17.นาคาอินเตอร์มีเดีย .กรุงเทพฯ

อีกส่วนหนึ่งคัดลอกจาก
หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 5 กันยายน 2553 00:00:33 น.
จรัส พิบูลย์ปุญญโชติ/ธนวันต์ บุตรแขก : เรื่อง/ภาพ
มันสำปะหลังเป็นพืชไร่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจอีกพืชหนึ่งของประเทศไทย เป็นพืชที่ปลูกง่าย ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศที่ปรวนแปรอย่างในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ทำให้เกษตรกรนิยมปลูกมันสำปะหลังกันอย่างกว้างขวาง และในช่วงที่ผ่านมาได้มีการคิดค้นและพัฒนาพันธุ์มันสำปะหลังที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูงขึ้น เพื่อเป็นการเพิ่มพูนรายได้ให้กับเกษตรกร และเป็นการพึ่งพาตลาดส่งออกให้น้อยลง อย่างนายสมัย ลิ้มวัชราภรณ์ สมาชิกสหกรณ์การเกษตรโนนสุวรรณ เกษตรกรชาวบ้านหนองเฮียง ตำบลดงอีจาน อำเภอโนนสุวรรณ จังหวัดบุรีรัมย์ ที่มีอาชีพปลูกมันสำปะหลังมาแล้วเป็นเวลา 13 ปี โดยปลูกแบบธรรมชาติ เก็บผลผลิตแล้วจะได้หัวมันสำปะหลัง 3-4 ตันต่อไร่ รายได้จากการทำไร่มันสำปะหลังในตอนนั้นจึงไม่พอเพียงต่อการดำรงชีพเท่าไหร่นัก

หลังจากนั้นสังเกตเห็นว่าผู้เป็นพ่อซึ่งปลูกแตงกวาและข้าวโพด โดยใช้ระบบน้ำหยดแล้วได้ผลผลิตดี จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะนำเทคนิคของผู้เป็นพ่อมาใช้ในการปลูกมันสำปะหลังบ้าง โดยใช้พันธุ์ห้วยบง 60 มาปลูกในพื้นที่จำนวน 20 ไร่ โดยได้รับการส่งเสริมจากสหกรณ์การเกษตรโนนสุวรรณ จำกัด ได้จัดหาอุปกรณ์ให้และให้กู้ยืมเงินลงทุนอีกด้วย

"ตอนแรกผมทดลองปลูกก่อน 3 ไร่ โดยใช้ระบบน้ำหยด 8 เดือนผ่านไป ผมเก็บผลผลิตได้ถึง 8 ตันต่อไร่ หลังจากนั้นจึงปลูกเพิ่มอีกเป็น 20 ไร่ เพราะเห็นว่าผลผลิตเพิ่มขึ้นมากกว่าปลูกแบบเดิมกว่าครึ่งครับ" นายสมัยเล่า

นายสมัยเปิดเผยถึงเทคนิคในการปลูกมันสำปะหลังระบบน้ำหยดให้ได้ผลดี ว่า อย่างแรกต้องมีแหล่งน้ำก่อน ถ้าไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติก็ต้องขุดสระน้ำขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้กับระบบน้ำหยดในไร่ หลังจากนั้นก็เตรียมดิน ด้วยการรองพื้นด้วยแกลบ มูลไก่ 40 กระสอบต่อไร่ (หรือประมาณ 400 กิโลกรัมต่อไร่) จากนั้นให้ทำการหว่านปุ๋ยเคมีเสมอ (15-15-15) ประมาณ 25 กิโลกรัมต่อไร่ แล้วไถกลบด้วยผาล 3 และแปรด้วยผาล 7 เมื่อเสร็จแล้วให้ทำการวางระบบน้ำหยด โดยวางสายน้ำหยดระยะ 150x40 ซม. (ต้นทุนในการวางระบบประมาณ 7,000 บาทต่อไร่-ไม่รวมปั๊มน้ำ) มีอายุการใช้งาน 3-5 ปี แล้วจึงค่อยเปลี่ยนสายใหม่

หลังจากวางระบบสายยางน้ำหยดแล้ว ก็ให้ตัดท่อนพันธุ์เป็นท่อนท่อนละ 25 ซม. แล้วจึงนำไปปลูก โดยนำท่อนพันธุ์ที่เตรียมไว้มาปักตั้งตรงลึกไม่เกิน 5 ซม. ไม่ควรปักเฉียงเพราะจะทำให้รากออกข้างเดียว

หลังจากนั้นทำการรดน้ำทันที โดยในช่วงแรกๆ 2-3 วันค่อยรดหนึ่งครั้ง และในแต่ละครั้งควรรดน้ำประมาณ 2-3 ชั่วโมง และเมื่อต้นมันสำปะหลังตั้งตัวได้จะให้น้ำทุกๆ 7 วัน

การดูแลรักษา ในช่วงอายุ 1-3 เดือนแรกควรให้ปุ๋ยทางน้ำเสริมด้วย โดยใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 25-5-5 ผสมกับน้ำปล่อยไปตามระบบน้ำหยดเดือนละครั้ง เพื่อช่วยบำรุงต้นและใบ หลังจากอายุได้ประมาณ 4-5 เดือน ให้ใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 ปริมาณ 25 กิโลกรัมต่อไร่ และเมื่ออายุได้ 6-7 เดือน ให้เปลี่ยนมาเป็นปุ๋ยสูตร 12-4-40 เพื่อช่วยเรื่องหัวและเร่งแป้ง

"ผมลงทุนปีแรกก็คุ้มทุนแล้ว เพราะอุปกรณ์ต่างๆ ก็ไปเบิกมาจากสหกรณ์แล้วค่อยผ่อนทีหลัง ขาดเงินทุนก็ไปกู้ยืมจากสหกรณ์ได้ นอกจากนี้ก็จะมีเจ้าหน้าที่จากสหกรณ์เข้ามาดูแลและให้คำแนะนำในเรื่องข้อมูลต่างๆ ก็ทำให้ทุกวันนี้รายได้ดีมากขึ้นกว่าเดิมครับ"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 19, 2010, 07:00:31 PM โดย yut001 » บันทึกการเข้า
yut001
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 190


« ตอบ #72 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2010, 07:05:29 PM »

คัดลอกมาครับ 
ตอนนี้คงใช่ฉีดพ่นน้ำขึ้หมูก่อนครับ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
wakeup
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 380


« ตอบ #73 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2010, 07:43:08 PM »

ต้องมีทุนอ่ะครับ ค่าเจาะน้ำบาลอย่างเเรก ต่อมาก็ค่าอุปกรณ์ ค่าวางระบบนี่ล่ะครับ .. ผมว่าไงๆ ก็คุ้มครับ ระยะยาว ประหยัดเเรงในการให้ปุ๋ยเเละน้ำด้วย เเถมเก็บเกี่ยวได้เร็วกว่าเดิมอีก ผมว่าให้ปุ๋ยพร้อมกับน้ำหยดเลย เผลอๆๆ ผลผลิต 6-8 เดือน จะมีปริมาณเยอะกว่าปลูกเเบบธรรมดาเป็นเท่าๆตัว และกินเวลาการปลูกน้อยกว่าอีกด้วยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 19, 2010, 07:44:45 PM โดย wakeup » บันทึกการเข้า
wakeup
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 380


« ตอบ #74 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2010, 07:50:02 PM »

และผมก็เคยเห็นต้นพันธุ์ที่ปลูกด้วยระบบน้ำหยอดเเล้วด้วยครับ คือพันธุ์ที่ผมนำมาปลูกเองเนี่ยล่ะครับ พันธุ์ระยอง 9 สูงเฉลี่ย 2 เมตรครับ หลังคาโรงรถผมสูง 3 เมตร บางต้นยังถึงเลยครับ ... ไม่อยากจะคิดถึงหัวมันระบบน้ำหยดเลย ... ถ้าทำได้ผมอัดเเต่น้ำหมักมูลไส้เดือนที่เลี้ยงไว้เเน่ๆๆ
บันทึกการเข้า
yut001
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 190


« ตอบ #75 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2010, 08:52:52 PM »

พี่ wakeup ตอบไวมากเลย
-ช่วงนี้กะว่าใช้น้ำขี้หมูฉีดพ่นไปก่อนน่ะครับ
-ช่วงนี้ลองทำขวดน้ำหยด  ใช้ขวดน้ำดื่ม 1.5 ลิตร ติดวาล์วอากาศสีเขียวของตู้ปลาที่ก้นขวด แล้วแขวนไว้กับไม้ ให้น้ำ ไม้ยืนต้นที่พึ่งปลูกในสวนอยู่น่ะครับ
-ตอนนี้กำลังว่าจะเอาถัง 200 ลิตร มาตั้งหัวร่อง แล้วให้น้ำหยดมันสำปะหลังผสมน้ำขี้หมู  ดูสักร่องสองร่อง ไม่รู้ว่าจะต้องใช้สายยังไงดี ยังนึกอยู่ครับ
บันทึกการเข้า
wakeup
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 380


« ตอบ #76 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2010, 09:15:43 PM »

พี่ wakeup ตอบไวมากเลย
-ช่วงนี้กะว่าใช้น้ำขี้หมูฉีดพ่นไปก่อนน่ะครับ
-ช่วงนี้ลองทำขวดน้ำหยด  ใช้ขวดน้ำดื่ม 1.5 ลิตร ติดวาล์วอากาศสีเขียวของตู้ปลาที่ก้นขวด แล้วแขวนไว้กับไม้ ให้น้ำ ไม้ยืนต้นที่พึ่งปลูกในสวนอยู่น่ะครับ
-ตอนนี้กำลังว่าจะเอาถัง 200 ลิตร มาตั้งหัวร่อง แล้วให้น้ำหยดมันสำปะหลังผสมน้ำขี้หมู  ดูสักร่องสองร่อง ไม่รู้ว่าจะต้องใช้สายยังไงดี ยังนึกอยู่ครับ
ได้ผลเเล้วยังไง มาบอกกันด้วยน่ะครับ ...
บันทึกการเข้า
Redmountain
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 327


« ตอบ #77 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2010, 10:57:14 PM »

ระบบน้ำหยดมีสองแบบ แบบสายยางน้ำหยดปลูกอ้อย(ถี่มาก๓๐ซม) กับ แบบท่อพลาสติกแล้วเอาหัวน้ำหยดมาติด
ผมว่าแบบแรกเก็บง่ายติดตั้งง่าย แบบที่สองทำได้ยากกว่า

ลุงคิมแนะนำให้ใช้โอเวอร์เฮดฉีด

ส่วนผม พื้นที่รวม๓๐๐ไร่ ตอนนี้เบิกไปแล้วครึ่งนึง
ใช้เครื่องพ่น (๕แรงม้า) สองหัวฉีด  (ถ้าขยายเต็มที่จะใช้แบบ๑๑แรง ๔หัวฉีด)
เฉลี่ยพ่นดินได้ วันละ๗ไร่ ใช้น้ำ๖คิว (ผมมีสระน้ำ๓ไร่ เลยให้แบบเต็มที่ แต่ที่งานวิจัยเค้าเขียนไว้ เดือนนึงให้สองหน หนละ๕๐ซีซีก็พอ)

ยังไม่มีแผนใช้ระบบน้ำหยดครับ อาจจะใช้โอเวอร์เฮดแบบลุงคิมแนะนำก็ได้ ขอคำนวณปริมาณน้ำและฯลฯ ก่อน

ใช้ขวดน้ำระวังนะครับ น้ำตอนกลางวันลวกรากมันได้ ยกเว้นลงหัวไปพอสมควรแล้ว

ส่วนเรื่อง เก็บเกี่ยวที่๗เดือน ผมว่าไม่น่ารีบนะ เอาให้มันโตเต็มที่ กิ่งพันธุ์ก็ได้เกือบปีเต็มๆ ไม่ดีกว่าหรือครับ
อย่าลืมว่าได้เงินเร็วก็จริง แต่ก็ต้องเตรียมดินเร็วขึ้นด้วย มองที่จุดหัวมันโตได้เต็มที่น่าจะดีกว่า
บันทึกการเข้า
wakeup
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 380


« ตอบ #78 เมื่อ: ธันวาคม 19, 2010, 11:35:17 PM »

ผมว่าระยะ 8-10 เดือนขุดกำลังดีครับ ต้นพันธุ์ก็พอจะใช้ขยายพันธุ์ได้เเล้ว เเต่ก็เเล้วเเต่ว่าใครจะรอเวลาได้ครับ ...
ผมสงสัยว่าถ้าให้น้ำหยดเเล้วเราให้ในช่วงเวลากลางคืนตลอดคืน ให้บ่อยๆๆ งี้จะมีผลเสียอย่างไรเหรอเปล่า นอกจากสิ้นเปลืองค่าไฟ ...
เเล้วปุ๋ยสามารถให้ตลอดพร้อมการให้น้ำหยดได้เหรอเปล่า ... ส่วนสายยางน้ำหยดปลูกอ้อยที่คุณ Redmoutain บอกว่าระยะ30ซม. นี่คือ มันเจาะรูมาอยู่เเล้วเหรอครับ ... ถ้ายังนั้นปลูกพืชอื่นๆ ที่อยู่ในระยะของน้ำหยดนั้นๆ ได้เหรอเปล่าครับ หากน้ำหยดไม่ได้ลงตรงโคนต้นมันพอดี  เศร้า
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 19, 2010, 11:39:39 PM โดย wakeup » บันทึกการเข้า
Redmountain
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 327


« ตอบ #79 เมื่อ: ธันวาคม 20, 2010, 12:00:01 PM »

เท่าที่ผมได้ยินมาจากแปลงไร่ใหญ่ๆ เค้าก็เก็บที่๘-๑๐เดือน เหมือนกัน แต่ผมยังงงรอบปลูกใหม่ คือว่าเค้าจะพักดินไว้เดือนนึงรึเปล่า หรือปลูกต่อเลย ถ้าปลูกต่อเลยเนี่ยรอบการปลูกของเราจะเหลื่อมตลอดไปด้วยนี่สิ

เรื่องให้น้ำหยดเนี่ย เท่าที่เคยดูภาพถ่าย ดูเหมือนเค้าจะให้ในร่องเลยนะครับ เพราะถ้าวางบนร่องมันคงยากอยู่เหมือนกัน
ตอนจัดการวัชพืชจะเป็นยังไง???

ส่วนเรื่องเทปน้ำหยด อยู่นี่ครับ
http://www.managerroom.com/forums/forum_posts.asp?TID=5962&PN=1
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ... 156   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: