ข่าว
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ปริมาณน้ำที่ไร่มันสำปะหลังต้องการ ปลูกช่วง ธ.ค.นี้ ใช้แค่น้ำค้างจากเขาพอมั้ย  (อ่าน 2227 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
sugasza
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 86


« เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 02:40:15 PM »

ช่วงเดือน ธ.ค. ไม่มีน้ำฝน  ถ้าผมจะปลูกโดยใช้น้ำค้างจากเขาจะเพียงพอมั้ยครับ  เพราะไร่มันสำประหลัง อยู๋บนเขา  จะมีน้ำค้างช่วงเวลากลางคืน ประมาณว่า เอาเสื้อไปตากพอเช้ามาเสื้อจะชื้นๆเลยครับ  จะได้ไม่เสียเวลารอถึงเดือน 3 ช่วงต้นฝน

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

wakeup
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 380


« ตอบ #1 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 02:52:11 PM »

ต้องดูว่าความชื้นของดินด้วยน่ะครับ .... อากาศชื้นมันก็เป็นผลดีต่อการปลูกครับ ....... เเต่จะให้ดีดินต้องชื้นด้วยครับ .......
ปลูกช่วงนี้ดีครับจัดการหญ้าง่ายดีครับ ง่ายกว่าปลูกช่วงต้นฝนครับ .......
บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9920


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #2 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 03:13:25 PM »

ต้องดูว่าความชื้นของดินด้วยน่ะครับ .... อากาศชื้นมันก็เป็นผลดีต่อการปลูกครับ ....... เเต่จะให้ดีดินต้องชื้นด้วยครับ .......
ปลูกช่วงนี้ดีครับจัดการหญ้าง่ายดีครับ ง่ายกว่าปลูกช่วงต้นฝนครับ .......


ถูกต้องครับ ...  ต้องดูความชื้นของดินเป็นหลัก
  ถ้าดินไม่ชุ่มพอก็ไม่ควรปลูกเพราะมีแต่ตายกับตาย  แม้น้ำค้างในตอนกลางคืนจะมาก แต่เมื่อน้ำค้างโดนแดดไม่เกิน 10 โมงเช้าระเหยหมดครับ  แทบไม่ซึมลงดินเลย
บันทึกการเข้า
parnob
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 307


« ตอบ #3 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 03:19:38 PM »

อยากปลุกเหมือนกัน ไม่ทราบว่าทันไหม ขุดบาดาล 30 ไร่ หนึ่งบ่อ แล้วเอาน้ำบาดาลมาฉีดๆไหวเปล่า
บันทึกการเข้า
farmer by finger
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2376


« ตอบ #4 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 04:47:18 PM »

ลงทุนขุดบ่อบาดาลแล้ว ปลูกอย่างอื่นดีกว่าครับ
ได้ตังเยอะกว่ามันสัมปะหลัง มากเลย

ที่สำคัญขุดแล้ว ต้องลองสูบดูครับว่าได้น้ำเท่าไร พอสำหรับกี่ไร่
ปรกติก็คิดที่ 10-12 ลูกบาศก์เมตร ต่อไร่ ต่อวันก็พอ 
บันทึกการเข้า
wakeup
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 380


« ตอบ #5 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 07:54:37 PM »

ถ้าขุดบาดาล ปลูกมันได้ดีครับ เเต่ต้องใช้ระบบน้ำหยดครับ 20-30 ตัน / ไร่ มีเเน่ๆๆ อัดปุ๋ยหนักๆๆ ไปได้เลยครับ .... เผลอๆไม่ได้รอถึงปีก็เก็บเกี่ยวได้ครับ กำลังจะมีโครงการจะปลูกมันน้ำหยด .... ดินบางที่เหมาะกับการปลูกพืชเเต่ละชนิดเเตกต่างกันไปครับ ..... อย่าลืมคำนวนต้นทุนกันให้ดีๆๆครับ เเละตลาดรับซื้อ ยิ่งใกล้เเหล่งรับซื้อ ยิ่งสบาย ... มันหัวใหญ่ๆ เปอร์เซ็นต์เเป้งดีๆๆ เผลอๆๆ มีคนมาจีบให้ขุดกันถึงไร่เลยครับ ......... เเถมราคาดีด้วย
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 14, 2010, 07:56:56 PM โดย wakeup » บันทึกการเข้า
parnob
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 307


« ตอบ #6 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 10:01:00 PM »

ถ้าขุดบาดาล ปลูกมันได้ดีครับ เเต่ต้องใช้ระบบน้ำหยดครับ 20-30 ตัน / ไร่ มีเเน่ๆๆ อัดปุ๋ยหนักๆๆ ไปได้เลยครับ .... เผลอๆไม่ได้รอถึงปีก็เก็บเกี่ยวได้ครับ กำลังจะมีโครงการจะปลูกมันน้ำหยด .... ดินบางที่เหมาะกับการปลูกพืชเเต่ละชนิดเเตกต่างกันไปครับ ..... อย่าลืมคำนวนต้นทุนกันให้ดีๆๆครับ เเละตลาดรับซื้อ ยิ่งใกล้เเหล่งรับซื้อ ยิ่งสบาย ... มันหัวใหญ่ๆ เปอร์เซ็นต์เเป้งดีๆๆ เผลอๆๆ มีคนมาจีบให้ขุดกันถึงไร่เลยครับ ......... เเถมราคาดีด้วย

ถ้าทำร้อยไร่ วางแผนยังไงดีครับ ขุด บ่อ ต่อ 6 ไร่ไหวไหม หรือยังไง
คิดว่าน้ำหยดทำไมไหว ลงทุนไม่ไหวแหงๆเลยครับ ตอนนี้อยากหาไรทำระหว่างรอหน้าฝนปีหน้าหนะ
เป็นที่ใหม่เลยครับ เดี่ยวจะถางต้นไม้ แล้วลงอะ คิดว่าไงบ้างไหวไหม
บันทึกการเข้า
wakeup
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 380


« ตอบ #7 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 10:21:17 PM »

ถ้าขุดบาดาล ปลูกมันได้ดีครับ เเต่ต้องใช้ระบบน้ำหยดครับ 20-30 ตัน / ไร่ มีเเน่ๆๆ อัดปุ๋ยหนักๆๆ ไปได้เลยครับ .... เผลอๆไม่ได้รอถึงปีก็เก็บเกี่ยวได้ครับ กำลังจะมีโครงการจะปลูกมันน้ำหยด .... ดินบางที่เหมาะกับการปลูกพืชเเต่ละชนิดเเตกต่างกันไปครับ ..... อย่าลืมคำนวนต้นทุนกันให้ดีๆๆครับ เเละตลาดรับซื้อ ยิ่งใกล้เเหล่งรับซื้อ ยิ่งสบาย ... มันหัวใหญ่ๆ เปอร์เซ็นต์เเป้งดีๆๆ เผลอๆๆ มีคนมาจีบให้ขุดกันถึงไร่เลยครับ ......... เเถมราคาดีด้วย

ถ้าทำร้อยไร่ วางแผนยังไงดีครับ ขุด บ่อ ต่อ 6 ไร่ไหวไหม หรือยังไง
คิดว่าน้ำหยดทำไมไหว ลงทุนไม่ไหวแหงๆเลยครับ ตอนนี้อยากหาไรทำระหว่างรอหน้าฝนปีหน้าหนะ
เป็นที่ใหม่เลยครับ เดี่ยวจะถางต้นไม้ แล้วลงอะ คิดว่าไงบ้างไหวไหม
ผมว่าทำน้อยๆๆ ดูเเลให้ทั่วถึงดีกว่าครับ ทำ 100 ไร่ ต้องมีเเรงงานในการดูเเลครับ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ก็บานผะไทครับ .......
ปลูกน้อยๆๆ หมั่นฉีดปู่ยทางใบ ถางหญ้า ยิ่งช่วง 1-4 เดือนเเรกเนี่ยสำคัญครับ ต้องเอาหญ้าให้อยู่ ......ไหนจะหญ้าในท้องร่อง เเละหัวร่องอีก หมั่นปล่อยตัวเบียนหรือตัวห้ำ เพื่อตัดวงจรเพลี้ยะด้วยครับ หรือให้ปุ๋ยทางใบ ก็ผสมน้ำส้มควันไปด้วยก็ดีครับ ..........
ถ้าปลูกน้อยๆๆ ดูเเลทั่วถึง เผลอๆ กำไรงามกว่า ปลูกเยอะๆ เเต่ดูเเลได้ไม่ทั่วถึง ....
10 ไร่ๆละ 10 ตัน
กับ 50 ไร่ๆละ 2 คัน ........
ค่าเเรงในการปลูก ค่ารถไถ ค่าถางหญ้า ค่าฉีดยาคลุมฆ่าหญ้า ค่าเเทรกหญ้า เป็นต้น มันจะต่างกันเยอะน่ะครับ ........
ถ้าที่เหลือก็เเบ่งเเปลงให้คนอื่นเช่าครับ ............
บันทึกการเข้า
farmer by finger
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2376


« ตอบ #8 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 10:40:11 PM »

20-30 ตัน/ไร่นั่น งานทดลองนะ ถ้าทำจริง สัก15ตันก็น่าจะดีใจแล้ว
คล้ายๆกับ ปลูกอ้อย ไร่ละ 100ตันนั่นแหละครับ ลงทุนมโหฬาร แต่ทำได้เพราะแค่ทดลองดู
บันทึกการเข้า
wakeup
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 380


« ตอบ #9 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 10:48:24 PM »

20-30 ตัน/ไร่นั่น งานทดลองนะ ถ้าทำจริง สัก15ตันก็น่าจะดีใจแล้ว
คล้ายๆกับ ปลูกอ้อย ไร่ละ 100ตันนั่นแหละครับ ลงทุนมโหฬาร แต่ทำได้เพราะแค่ทดลองดู
+1 ครับ
อย่างที่เค้าปลูกเเบบคอนโด เเถวที่ผมปลูกนี้ทำไม่ได้ครับ ไม่มีคนงานทำให้ครับ เค้าไม่มัวมานั่งห้ำตาออกให้หรอกครับ..... อย่างดีๆ ก็สับเเล้วเเช่ท่อน ปลูก ..... 10 ตันก็ลากเลือดเเล้วครับ หากเป็นบริเวณเเห้งเเล้ง ...
บันทึกการเข้า
Redmountain
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 327


« ตอบ #10 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 11:08:57 PM »

ฟันธงว่าน้ำค้างไม่พอ เข้ามกราคมก็หมดแล้วครับ

ถ้าให้น้ำทางใบยังพอไหว แต่ต้องมีใบแล้วนะ ซักสองเดือนขึ้นไป (หมายความว่าปลูกเดือนพ.ย.)
ถ้าพ่นใบเก่งๆ หนึ่งคิวได้สิบไร่ และจากรายงานวิจัย ควรพ่นเช้ามืด-สาย หรือ ช่วงเย็น เพราะรูใบกำลังเปิด

ที่คิดว่า มาแน่ๆคือ เพลี้ยแป้งครับ
ไม่อยากให้มา แต่ฝนหลงฤดูคงหมดแล้ว เดี๋ยวปลายเดือนมกราคม จะรู้ว่าหมู่หรือจ่า
บันทึกการเข้า
wakeup
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 380


« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 14, 2010, 11:27:40 PM »

เเปลงล่าสุดที่ผมปลูก ช่วงเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา ฉีดให้ตั้งเเต่เดือน พ.ย. พอมันเริ่มเเตกใบ ก็เล่นเลยครับ
ไปเอาน้ำใส่เบ้า 1,000 ลิตร ตอนบ่าย 3 โมง เริ่มฉีดประมาณ 4 โมง รอให้เเดดล่มลมตกก่อน พอเสร็จ ก็เอาของไว้บนรถ
ตอนเช้าไปเอาน้ำอีกรอบ เพื่อฉีดอีกเเปลงตั้งเเต่ ตี 4.30 ตี 5 นิดๆ เริ่มฉีดเลยครับ ....... เรียกกว่าไม่ต้องขึ้นของขึ้นลงกันเลยครับ ขึ้นครั้งเดียวฉีดได้ สองเเปลง .. ผสมปุ๋ยที่จะฉีดลงเบ้าก่อนไปเอาน้ำ 
บันทึกการเข้า
Redmountain
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 327


« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2010, 10:44:18 PM »

คนมีน้ำคุยกัน แหะแหะ

ของผม ที่พึ่งลงตอนต้นเดือนพ.ย.นี้ ให้น้ำตอนกลางคืนครับ
คนงานบอกว่า ทำงานสบายกว่าตอนกลางวัน พ่นตั้งแต่เย็นจนถึงสี่ทุ่ม
แต่พ่นทั้งที ไม่ใช้แค่น้ำเปล่าครับ ของผมผสมน้ำส่า น้ำหมักขี้หมู น้ำสมุนไพรเก้าตัว
พ่นไปแล้วสามรอบครับ ตอนนี้ใบกำลังงามเชียว

ตอนกลางวันก็จัดการวัชพืช กับทำกองปุ๋ยสำหรับ รุ่นเดือนเม.ย.ครับ

ของคุณ wakeup ไม่วางเบ้าหนึ่งคิว สองอันติดกันไปเลยหล่ะครับ จะได้ไม่ต้องวิ่งหลายเที่ยว
บันทึกการเข้า
wakeup
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 380


« ตอบ #13 เมื่อ: ธันวาคม 15, 2010, 10:50:57 PM »

คนมีน้ำคุยกัน แหะแหะ

ของผม ที่พึ่งลงตอนต้นเดือนพ.ย.นี้ ให้น้ำตอนกลางคืนครับ
คนงานบอกว่า ทำงานสบายกว่าตอนกลางวัน พ่นตั้งแต่เย็นจนถึงสี่ทุ่ม
แต่พ่นทั้งที ไม่ใช้แค่น้ำเปล่าครับ ของผมผสมน้ำส่า น้ำหมักขี้หมู น้ำสมุนไพรเก้าตัว
พ่นไปแล้วสามรอบครับ ตอนนี้ใบกำลังงามเชียว

ตอนกลางวันก็จัดการวัชพืช กับทำกองปุ๋ยสำหรับ รุ่นเดือนเม.ย.ครับ

ของคุณ wakeup ไม่วางเบ้าหนึ่งคิว สองอันติดกันไปเลยหล่ะครับ จะได้ไม่ต้องวิ่งหลายเที่ยว
มีเบ้า 1000 ลิตร สองตัวครับ เเต่อีกตัวไว้เอาน้ำใช้ครับ ยังไงก็เอาขึ้นไปสองเบ้าไม่ได้ครับ ใช้ vigo เข็นน้ำครับ ไม่ไหวเเน่ๆๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: