หน้า: 1 [2] 3 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: โครงการ 1 ไร่ 100,000 บาท ของรัฐบาลเป็นไปได้ไหม  (อ่าน 13135 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Nuntawit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2814


« ตอบ #16 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2010, 02:19:46 PM »

ขอบคุณคุณnampingมากครับที่เอาข้อมูลดีๆมาถ่ายทอดกันชม นับว่าเป็นสวนที่ประสปความสำเร็จอีกราย แต่ที่ขาดรายละเอียดคือทุนที่ลงไปในช่วงแรกและระหว่างการรอออกผลผลิตครับ ผมเคยเห็นในกระทู้คุณโอพริกไทย คุณโอทำต้นทุนในการทำตอนแรกว่าใช้ค่าอะไรบ้าง ใช้เท่าไหร่ อยากได้ประมาณนั้นนะครับ แต่ของคุณโอก็ไม่ได้บอกว่าช่วงที่ยังไม่ได้ผลผลิตจะยังชีพยังไง ถ้าได้ด้วยละก็แจ๋วมากครับ
บันทึกการเข้า

74/1 ม.9 ต.พลายวาส อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี 84160
โทร.0899896842   j_nuntawit1977@hotmail.com
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=8071
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=33299.0

soontara
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 229


« ตอบ #17 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2010, 03:23:15 PM »

 ;)ขอบคุณข้อมูลของคุณnamping อ่นแล้วได้ความรู้ดีมากค่ะ  สิ่งหนึ่งที่ขาดไปคือการลงทุนในแต่ละวันที่ต้องดูแลให้ผลผลิตออกมาดีเพื่อจะได้ขายราคาแพง ค่าคนงาน ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าวัสดุห่อ  ค่าไฟหรือน้ำมันในการใส่น้ำ  ค่าขนส่งไปสู่ตลาด พวกนี้คือทุนที่ต้องจ่ายและเป็นน้ำซึมบ่อทรายหยุดไม่ได้ หักค่าใช้จ่ายพวกนี้แล้วเหลือเท่าไหร่  ถ้าทำฝรั่งแค่หนึ่งไร่หักต้นทุนแล้วจะพอเลี้ยงชีพจริงหรือ  ในความเป็นจริงชาวสวนมักจะมีที่มากกว่าหนึ่งไร่  ปลูกหลายอย่าง  ท่านท่ปลูกฝรั่งมีที่ถึง 15 ไร่ บทสรุปที่ได้เลยไม่ชัดเจน   หนึ่งไร่หนึ่งแสนเอาเข้าจริงเป็นการพูดเพื่อจูงใจเกษตรกรที่จะเข้าโครงการที่นายทุนหรือรัฐบาลนำมาขายฝัน   การทำเกษตรเอาแต่เงินเป็นตัวตั้งไม่ได้ ความสุขในการทำอาชีพนี้น่าจะเป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรยังยืนหยัดและสร้างความหวังในการดำรงชีพ   เกษตรพอเพียงจะไม่เอาเงินเป็นตัวตั้ง  พระบาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานแนวคิดเรื่องเกษตรพอเพียง  ไม่มีเรื่องเงินมาเป็นตัวนำ รัฐบาลกับนักธุรกิจ คงต้องกลับไปศึกษาแนวพระราชดำริใหม่  เพราะถ้าตั้งธงหนึ่งไร่หนึ่งแสน ไม่ใช่เกษตรพอเพียงแน่นอน 
บันทึกการเข้า

สุนทรา รังสยาธร 22 ถนนเทวีอุทิศ ต วัดเกต  อ เมือง จ เชียงใหม่  50000
หนูพิม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 11897


นกที่ออกหากินแต่เช้าจะได้หนอนตัวใหญ่&ไม่ต้องบินไกล


« ตอบ #18 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2010, 03:58:44 PM »

บ่อยครั้งที่คนเราฝันเกินความจริง...ซึ่งมันไม่มีวันเป็นไปได้ ยิงฟันยิ้ม แต่ก็ยังชอบที่จะฝัน ยิงฟันยิ้ม

บ่อยครั้งที่หลายๆคนไม่กล้าแม้แต่จะฝัน...เพราะคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้... :Dจึงไม่เคยมีความฝัน... ยิ้มกว้างๆ

ความฝันไม่ใช่ความจริง...แต่ความฝันจะพาไปสู่ความจริงถ้าเริ่มต้นลงมือทำ... ยิ้มเท่ห์

นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของหนูพิม...ไม่ได้อ้างอิงหรือพาดพิงถึงผู้ใด

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน...ขอบคุณค่ะ  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

"If you try to do it's difficult to do.But if you want to do it's easy to do"
              บ้านสวนทวีกานต์..วิมานดินของหนูพิมเริ่มต้นขึ้นแล้ว...23454
samlee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 439


« ตอบ #19 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2010, 06:37:10 PM »

โครงการที่เอาตัวเงินมาล่อ ส่วนมากจะเพ้อฝัน และสร้างหนี้สินเพิ่มให้กับเกษตรกร ลืมคำว่าพอเพียงกันแล้วหรือครับ ทำไว้กิน เหลือกินจึงขาย ขอเถิดครับเลิกเสียที ทำเพื่อขาย เอาเงินมาซื้อกิน ?
บันทึกการเข้า
katoonaof
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 112

ถึงผมจะรักคุณมากแค่ไหน แต่ ผมก้อรักแผ่นดินยิ่งกว่า


« ตอบ #20 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2010, 07:03:47 PM »

สำหรับผมน่ะ

บ้างสิ่ง ที่คิด อาจจะไม่จิงเสมอไป

สิ่งที่ ได้ยิน แต่ยังไม่ได้ลงมือทํา ก้ออย่าคิดว่า มันไม่มีทางเป็นไปได้

อยู่ที่ใจ จะสู้ หรือจะ ถอย ความฝัน มีให้ทํา ให้สร้าง ไม่ได้มี ไว้ให้แค่พูด หรือ แค่คิด

บ้างสิ่ง ที่คิดว่า มันเป็นไปไม่ได้ ก้อเพราะ ความไม่ชอบ หรือ อะไร ก้อได้ ต่างๆ นาๆ

*********

สำหรับผมความพอเพียง ปลูกไว้กิน ไว้ใช้ ได้จิง แต่ชีวิตประจำวัน ยังต้องใช้เงิน เหมือน เหรียญ ยังมี2ด้าน

คิดให้ดีดี แล้ว อยู่กับความเป็นจิง ไม่ใช่ อยู่กับคำว่า เพ้อฝัน

สู้ สู้ ครับ สักวันต้องมาถึง !!
บันทึกการเข้า

ถึงผมจะรักคุณมากแค่ไหน แต่ ผมก้อรักแผ่นดินยิ่งกว่า
Nuntawit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2814


« ตอบ #21 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2010, 07:10:31 PM »

ขออนุญาตดึงกลับเข้าสู่หัวข้อก่อนจะเลยเถิดนะครับ อยากให้ลืมคำว่าพอเพียง หรืออะไรที่ดึงออกนอกประเด็นกันก่อน ผมอยากได้ข้อมูลที่เกิดจากเกษตรกรจริงๆ เพื่อใช้กับเกษตรจริงๆ ถ้าต่อไปเวปนี้ได้เป็นมูลนิธิขึ้นมาจริงๆก็คงจะมีปากมีเสียงแทนเกษตรกรจริงๆ เพราะโครงการนี้เค้าคงทำเพื่อเกษตรกร อยากเอาผลดี ผลเสีย ผลกระทบไปนำเสนอให้คนที่คิดโครงการ ผมว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีถ้าทำได้จริง บางทีคนคิดโครงการอาจจะมีเงื่อนเวลาและมีการวิเคราะห์ผลได้ผลเสียแล้วก็ได้ แต่อาจจะยังไม่ได้นำมาเสนอ เพราะโครงการเป็นแค่โครงการนำร่อง แต่ถ้าพวกเรานำข้อคิดเห็นที่สามารถนำไปใช้ได้จริงมาเสริมเข้าไปในโครงการคนที่ได้ผลประโยชน์จะไม่ใช่เกษตรกรเชียวหรือ ทุกวันนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเรายังต้องใช้เงิน เราไม่สามารถหาเองทำเองได้ทุกอย่าง ผมคิดเอาเองว่าสมาชิกของเวปแห่งนี้ไม่ได้มีใครลำบากอย่างเกษตรกรตัวจริงแน่ๆ เพราะผมก็ต้องยอมรับว่าแม้ผมเองจะทำเกษตรเป็นหลักแต่ผมก็ยังมีร้านขายของชำเล็กๆเป็นตัวช้วยให้ผมอยู่รอดในเวลาที่โดนน้ำท่วมร่วมๆ2เดือน ถ้าใครอ่านในกระทู้ของผมคงเห็นว่าผมเจอกับภัยธรรมชาติมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ แต่ที่ยังอยู่ได้เพราะมีร้านขายของชำนี่แหละที่คอยช่วยเอาไว้ แต่เกษตรกรจริงๆละครับ เขาทำเกษตรอย่างเดียว ได้เงินจากเกษตรก็เอามาลงทุนในเกษตร ส่งให้ลูกเรียน ใช้ในชีวิตประจำวัน แค่นี้ก็หมดแล้ว พอโดนภัยธรรมชาติทีก็หมดเนื้อหมดตัว ต้องกู้หนี้ยืมสิน เพิ่มความยากลำบากให้ตัวเอง วนกันอยู่อย่างนี้ไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น ดังนั้นจึงไม่ผิดที่พ่อแม่ของเราต้องการให้เราทำงานที่มีหลักประกันที่แน่นอน เพราะทำเกษตรมีอะไรประกันได้ นอกจากคนที่มีที่ดินเยอะๆ มีทุนเยอะๆ อยากได้ที่ดินก็เอาเงินไปซื้อ อยากทำเกษตรก็แทบเนรมิต ทำได้กำไรเยอะเพราะทุนถึง แต่ถ้าคนที่ไม่มีที่ดิน หรือมีที่ดินน้อยๆอยากทำให้ได้เงินแสน(บางคนเกิดมาทั้งชาติไม่เคยแม้กระทั้งได้เห็น) ในที่นี้อยากให้ลืมคนที่มีที่ดินเกิน1ไร่ไปได้เลยครับ เพราะสามารถทำได้แน่ ลองนึกย้อนดูว่าสมมติเราเกิดมาพร้อมที่ดิน1ไร่ตั้งแต่ปู่ย่าตายาย มาถึงรุ่นเราก็ยังมีที่1ไร่ แถมมีเงินเก็บอีกสักหมื่น-สองหมื่น เราจะทำอะไรให้ได้เงินแสนเพื่อไปซื้อที่เพิ่มให้ได้สัก2ไร่เก็บไว้ให้ลูก แล้วให้ลูกทำอีกสัก2แสนซื้อที่เก็บไว้ให้หลาน ผมอยากให้กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่ไม่ได้คิดหรือทำเพื่อพวกเราสักครั้ง มาช่วยกันเถอะครับมาช่วยกันทำเพื่อเกษตรกรจริงๆซักครั้ง    ด้วยความเคารพเพื่อนสมาชิกทุกท่าน
บันทึกการเข้า

74/1 ม.9 ต.พลายวาส อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี 84160
โทร.0899896842   j_nuntawit1977@hotmail.com
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=8071
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=33299.0
ไผ่หวาน
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5353

ยินดีให้ข้อมูลด้วยความจริงจังและจริงใจ


เว็บไซต์
« ตอบ #22 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2010, 08:43:11 PM »

    ฝรั่งกิมจู  1  ไร่  ปลูก  ในปีแรก

-ค่าต้นพันธุ์     200  ต้น  ต้นละ   30  บาท                                                                        เป็นเงิน     6,000   บาท
-ค่าจ้างขุดหลุมปลูก   ใช้คนงาน  2  คน ๆละ  200  บาท                                                       เป็นเงิน         400   บาท
-ค่าน้ำโดยใช้ไฟฟ้า   เดือนละ  4 ครั้ง ครั้งละ 100 บาท รด 8 เดือนในหน้าแล้ง                          เป็นเงิน      3,200   บาท
-ค่าปุ๋ยในระยะก่อนเก็บผลยังใช้ปุ๋ยน้อยอยู่  ใช้ปุ๋ยคอกขี้วัว  10 กระสอบ ๆละ  20 บาท                เป็นเงิน          200   บาท
-ค่าปุ๋ยในระยะเก็บผลในปีแรกเดือนที่  8  ใช้ปุ๋ยเพิ่มอีก  4  เดือนๆละ 10 กระสอบ  ตกเดือนละ  200บาทรวม      800   บาท
-ค่าแรงงาน  1 ไร่ทำทุกวันจ้างเป็นเดือนๆละ  5,000  บาท  1  คน  ใน 1ปี  12 เดือนจ่าย            เป็นเงิน    60,000    บาท


                           รวมเป็นต้นทุน                                                                                                  70,400   บาท




ขายฝรั่งในปีแรก  กก.ละ   15   บาทขายเองหน้าสวน  ในปีแรกได้เก็บแค่   4 เดือน  ได้  2,000-3,000กก.เป็นเงิน  45,000 บาท


ในปีที่สองฝรั่งใหญ่แล้วติดผลตามปรกติฝรั่งติดดอกออกผลตลอดเมื่อตัดแต่งกิ่งไม่มีฤดูกาลเหมือนลำใย

-ค่าต้นพันธุ์ไม่ต้องเสียเพราะไม่ได้ปลูกใหม่                                                                                  เป็นเงิน           0  บาท
-ค่าไฟฟ้ารดน้ำเดือนละ  400  บาท รด  8 เดือนในฤดูที่ฝนไม่ตก                                                      เป็นเงิน   3,200  บาท
-ค่าลูกจ้าง  1 คน  ใน 12 เดือน  ในฝรั่ง 1 ไร่                                                                               เป็นเงิน  60,000 บาท
-ค่าปุ๋ยขี้วัวฝรั่งให้ผลแล้วในปีที่สองใส่เดือนละ  20 กระสอบ ๆละ  20  บาท  ให้  12  เดือน                   เป็นเงิน     4,800 บาท
-ค่าถุงห่อฝรั่ง  ต่อปี                                                                                                                 เป็นเงิน    6,000 บาท

                  รวม                                                                                                                             74,000  บาท

     รายได้  ถ้าจ้างคน1 คนตลอดไม่ได้ทำเอง่คนเดียวแบบว่างจากงานแล้วมาทำเช่นเสาร์-อาทิตย์ต้องได้ฝรั่งทุกเดือนเพราะมีเวลาตัดแต่งกิ่ง   มีเวลาห่อผล  กำจัดหญ้า  รดน้ำ  ใส่ปุ๋ย    ฝรั่งให้ผล   ในปีที่  2 โตเต็มที่  ต้นละ  20 ผลต่อเดือน(คิดน้อย)มีน้ำหนัก 5 กก.ต่อต้น (4 ผลต่อกิโลกรัม) 1  ไร่มี  200 ต้น ได้ไร่ละ   1,000 กก.  เก็บ  12  เดือน  ได้   12,000  กก.  ขายกก.ละ  15  บาท  ใน  12 เดือนได้เงิน              180,000  บาทต่อไร่ต่อปี     ถ้าขายได้กก.ละ   10  บาทก็ได้  120,000 บาทต่อไร่ต่อปี   ถ้าขายได้กก.ละ 7 บาทก็ได้  84,000 บาท  เราทำ  1 ไร่ขายเองหน้าสวนน่าจะได้  10  บาทต่อกก.อยู่แล้วแพงหรือถูก  ลองดูฝรั่งในเมืองกก.ละ  30-40  บาท      แต่ที่สวนขายอยู่ที่กก.ละ  20 บาทมา  9 ปีแล้วก็ยังไม่มีใครว่าถูกหรือแพง  ถ้าเทียบกับแม่ค้าผลไม้ทั่วไป

  ในปีที่  3  ถ้าจะปลูกเพิ่มให้ตอนขยายพันธุ์เองก็ไม่มีต้นทุนค้าต้นพันธุ์  ทำมากขึ้นก็จ้างคนมากขึ้น  รายได้ที่เกินค่าใช้จ่ายคิดเสียว่านำไปวางระบบน้ำ  นำไปเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ลืมจด

                                                                                                                                                                                                               


Liked By: PONGDITMD
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 07, 2010, 09:52:33 PM โดย ไผ่หวาน » บันทึกการเข้า

สวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง
 อ.เด่นชัย จ. แพร่  โทร.083-266-3096
Nuntawit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2814


« ตอบ #23 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2010, 09:03:37 PM »

ขอบคุณคุณไผ่หวานมากๆครับ เกษตรกรผู้เสียสละรายแรกจากเกษตรพอเพียง นี่นับเป็นตัวอย่างที่เกษตรกรควรเอาเป็นแบบอย่างอย่างยิ่งครับ นั่นคือการทำบัญชีต้นทุน แถมยังมีการบันทึกข้อมูลที่สามารถดึงมาใช้ได้ทันที ผมหวังว่าคงจะมีอีกหลายๆท่านตามมาอย่างแน่นอน ของผมเองก็อยากจะเล่าครับแต่มันยังไม่มีอะไรที่ประสปผลสำเร็จเลยซักอย่างนะสิ
บันทึกการเข้า

74/1 ม.9 ต.พลายวาส อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี 84160
โทร.0899896842   j_nuntawit1977@hotmail.com
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=8071
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=33299.0
dang6652
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 21


« ตอบ #24 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2010, 10:51:56 PM »

ผมกำลังคิดโครงการ ๑ ไร่ เท่ากับ ทอง ๓ บาทต่อปีอยู่พอดี
โครงการ 1 ไร่ 100,000 บาท ก็อาจจะได้ แต่คงต้องเป็นเกษตรกรตัวจริง เนื้อที่ไม่มากนัก


ผมขอยกตัวอย่างที่ผมคิดนะ่ครับ
ปัจจุบันทอง ๓ บาท X ๒๐๐๐๐ =  ๖๐๐๐๐ บาท
๑.ถ้าเราทำมันสำปะหลังให้ได้ต้นละ่ ๒๐ ก.ก. x ๑๖๐๐ ต้น(ระยะ ๑x๑ ม) = ๓๒ ตัน X ราคาปัจจุบัน(กำแพงเพชร) ๒๘๐๐ จะเท่ากับ ๘๙๖๐๐ บาท/ไร่/ปี
ปัญหาก็คือ ทำอย่างไรจะทำให้มันได้ต้นละ ๒๐ ก.ก/ตารางเมตร

๒.ถ้าเราปลูกข้าวหอมให้ได้กอละ ๓๐ รวง จะหนักประมาณ ๐.๑ ก.ก. x ๑๗๗๗๗ ต้น(ระยะ ๓๐x๓๐เซน) = ๑๗๗๗ ก.ก. x  ๑๕ (ราคาประกัน ๑๕๐๐๐ บ/ตัน)  จะเท่ากับ ๒๖๖๖๖ บาท x ๒ รอบ เท่ากับ ๕๓๓๓๒ บาท/ไร่/ปี
 ปัญหาที่จะต้องคิดคือ ทำอย่างไรจะทำให้ข้าวได้ต้นละ ๓๐ รวงหรือมากกว่าทุกต้น
บันทึกการเข้า
ไผ่หวาน
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5353

ยินดีให้ข้อมูลด้วยความจริงจังและจริงใจ


เว็บไซต์
« ตอบ #25 เมื่อ: ธันวาคม 07, 2010, 11:23:31 PM »

ต้นทุนการผลิตหน่อไม้ไผ่กิมซุ่ง  1  ไร่ต่อปี

1.ค่าต้นพันธุ์        100  ต้น                                                                        3,000   บาท
2.ค่าปุ๋ยในปีแรกต้นยังไม่ใหญ่   ใช้ปุ๋ยคอก  100  ถุง                                2,000  บาท
3.ค่ามอเตอร์สูบน้ำ   2  แรง                                                                        5,000  บาท
4.ค่าวางระบบน้ำ                                                                                          5,000  บาท
5.ค่าแรงงาน  1  คนเดือนละ  5,000  บาท                                            60,000  บาท
6.ค่าอุปกรณ์ต่างๆ   ค่าไฟสูบน้ำ                                                                  5,000  บาท

   รวมทุน                                                                                                   80,000  บาท


รายได้ในปีแรกของหน่อไผ่กิมซุ่ง 1  ไร่ต่อปี
    ในปีแรกต้นไผ่เก็บหน่อได้ในเดือนที่  7    เก็บกอละ  10  หน่อได้  20  กก.ในช่วงฤดูแล้ง  แต่ขายได้ราคาส่งคือกก.ละ   30  บาทถึง  50  บาท

1.ขายหน่อไม้นอกฤดูกาล   ในปีแรกต้นยังเล็กอยู่   2,000  กก.         60,000  บาท
2.ขายไม้ไปค้ำยันผลไม้   300  ลำ  ๆละ  10  บาท                                3,000  บาท

     รวมเป็นเงิน                                                                                        63,000  บาท

รายได้ในปีแรกถ้าขายในฤดูกาลต่อ 1 ไร่ต่อปี
          ในปีแรกต้นไผ่เก็บหน่อในเดือนที่  7  แต่ตรงกับฤดูฝนซึ่งมีหน่อไม้ออกมามากตามท้องตลาด  แต่ฤดูฝนหน่อไม้จะตกและหน่อใหญ่กว่าจึงได้  กอละ  10 หน่อขึ้นไปน้ำหนักดีได้  กอละ  30  กก. แต่ราคาไม่ดี  อยู่ที่   3-7  บาทในราคาส่ง
1.ขายหน่อไม้ในฤดูกาลในปีแรกยังเล็กอยู่    3,000  กก.                  21,000  บาท
2.ขายไม้ไผ่แก่ไปค้ำยันผลไม้  300  ลำๆละ  10  บาท                         3,000  บาท

   รวมเงิน                                                                                              24,000  บาท

ในปีที่ 2 ต้นทุนต่อไร่ต่อปี
          ในปีที่  2  ไม่มีต้นทุนค่าพันธุ์และค่าปั้มน้ำ   ค่าวางระบบน้ำ  ทำให้ทุนน้อยลงในปีที่  2  แต่ไผ่โตขึ้นผลผลิตต่อไร่ย่อมสูงขึ้น
1.ค่าแรงงาน  1  คนจ้างเดือนละ  5,000  บาท                                  60,000  บาท
2.ค่าปุ๋ยขี้วัว   400  กระสอบๆละ  20  บาทเพราะต้นใหญ่ขึ้น             8,000  บาท
3.ค่าอุปกรณ์ต่างๆ ค่าไฟสูบน้ำ                                                                5,000  บาท
     รวมเงินทุนในปีที่สอง                                                                     73,000  บาท

รายได้ในปีที่สองต่อไร่ต่อปี
          ในปีที่  2  ต้นไผ่โตขึ้นย่อมให้ผลผลิตที่สูงขึ้น  ใส่ปุ๋ยกอละ  4   กระสอบ    ถ้าขายนอกฤดูกาลคือเดือนธันวาคมถึงเดือนพฤษภาคม  จะได้ราคา ส่ง กก.ละ  30-50  บาท  แต่ขายในฤดูฝนผลผลิตจะสูงกว่าแต่ราคาไม่ดีราคาส่งอยู่ที่   3-7  บาท
1.ขายนอกฤดูกาลในปีที่  2   ได้น้ำหนัก            4,000  กก.             120,000   บาท
2.ขายไม้ไผ่ไปใช้งานต่างๆ  300  เล่มๆละ  10  บาท                              3,000  บาท

     รวมเงินขายหน่อไม้นอกฤดูกาลในปีที่สอง                                    123,000  บาท

1. ขายในฤดูฝนในปีที่  2  ได้น้ำหนัก   6,000  กก. ๆละ 7 บาท      42,000  บาท
2.ขายไม้ไผ่ที่สางออก  300  เล่มๆละ  10  บาท                                    3,000  บาท

   รวมเป็นเงินขายหน่อไม้ในฤดูฝนในปีที่สอง                                        45,000  บาท

    จะเห็นว่าการขายหน่อไม้ถ้าในปีหนึ่งเราทำให้ออกนอกฤดูก็จะได้ราคาดี รายได้ต่อไร่ก็สูงขึ้น  แต่ถ้าเราไม่สนใจปล่อยให้ออกในฤดูฝน  แม้ว่าผลผลิตจะสูงแต่ราคาไม่ดีก็ทำให้ได้รายได้น้อยบางครั้งอาจจะขายไม่ได้เลย  การทำเกษตรถ้าให้มีรายได้ให้อยู่ได้เหมือนอาชีพอื่นก็ต้องวางแผนในการผลิตไม่ใช่ปล่อยไปตามมีตามเกิดแล้วก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะทำรายได้ต่อไร่ได้ดี   ซึ่งต่างจากการปลูกข้าวมีรายได้ต่อไร่เพียง  7,000-10,000  ต่อไร่ขึ้นอยู่กับราคา ถ้าทำสองรอบก็ได้อีกสองเท่า  แต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะเห็นเงินแสนต่อ  1  ไร่ของที่ดิน
บันทึกการเข้า

สวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง
 อ.เด่นชัย จ. แพร่  โทร.083-266-3096
Nuntawit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2814


« ตอบ #26 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2010, 05:35:06 AM »

มาขอบคุณคุณไผ่หวานและคุณdang6652อีกรอบครับ ผมว่านี่เป็นการเริ่มต้นที่ดีมากๆ แต่ก่อนหน้านั้นไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับและเรา(ในที่นี้ไม่รู้จะมีแค่ผมหรือเปล่า ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ)ยังต้องการทุกความคิดเห็นเสมอ เราต้องการความคิเห็นที่แตกต่างแต่ไม่แตกแยก ถ้าทุกคนคิดเหมือนกันหมดหรือคิดต่างแต่ไม่แสดงออกก็จะไม่ก่อให้เกิดการพัฒนา เรามาคุยกันเพื่อพัฒนาดีกว่าครับ ผมว่าทุกคนหรือส่วนใหญ่มีความฝัน ผมก็มีความฝัน อยู่ที่เราจะทำอย่างไรให้เดินไปถึงความฝัน เราทุกคนฝันได้แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงและความรอบคอบ คนที่กลัวไปหมดทุกอย่างไม่สามารถประสปผลสำเร็จได้ แต่คนที่ไม่กลัวอะไรเลยก็ใช่ว่าจะประสปผลสำเร็จเสมอไป เรารู้จักการวางแผน การลงมือปฏิบัติจริง มีการตรวจสอบ มีการปรับปรุง การทำสถิติและการจัดการที่ดีถึงเราไม่ประสปผลสำเร็จเราก็คงไม่ล้มเหลวอย่างสิ้นท่า เราจะเห็นได้ว่าตอนนี้ประเทศไทยกำลังเจอภัยธรรมชาติหลายด้านมาก ทั้งภัยแล้ง ภัยหนาว น้ำท่วม ไม่นับรวมภัยที่ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติอย่างการเมือง การล่าเงินจากนายทุนและการเกิดขึ้นและเติบโตของอุตสาหกรรม ล้วนแล้วแต่น่ากลัวทั้งสิ้น ผมขอทิ้งท้ายของคืนนี้ว่าเราในฐานะของคนที่มีความสนใจและรักในการเกษตรเราจะทำอย่างไรให้การทำเกษตรซึ่งเป็นรากฐานของประเทศเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของอุตสาหกรรม เราต้องเป็นผู้ริเริ่ม ถ้าไม่ใช่เราแล้วจะเป็นใคร?
บันทึกการเข้า

74/1 ม.9 ต.พลายวาส อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี 84160
โทร.0899896842   j_nuntawit1977@hotmail.com
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=8071
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=33299.0
ลุงแอ๊ด ขอนแก่น
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1320


« ตอบ #27 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2010, 06:29:22 AM »

ใช้เวลา 1 ปี 1 ไร่  1 แสน  หรือใช้เวลา 2 ปี 1 ไร่ 1 แสน   แต่ถ้ามีที่ดิน 1 ไร่ ทำนา แล้วทำอะไรบ้างถึงจะได้ 1 แสน  สุดท้ายมันก็แค่ มาหลอกชาวนา  เพื่อผลประโยช์ของพวกนายทุน คนพวกนี้คิดอยู่ตลอดเวลาว่า คนจนชาวนาที่พวกเค้าคิดว่าไม่มีความรู้คือเครื่องมือของพวกเค้าที่จะทำให้พวกเค้าร่ำรวยยิ่งๆขึ้น  ชาวนาคือพลเมืองชั้น 2 ของประเทศนี้ ที่ไม่เคยมีรัฐบาลไหนใส่ใจดูแลอย่างจริงจังมาตลอดทุกสมัย 
บันทึกการเข้า
soontara
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 229


« ตอบ #28 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2010, 12:37:42 PM »

 ;)ต้องขอบคุณทุกท่านที่ออกมาให้ข้อมูล ซึ่งเป็นประโยชน์กับเกษตรกร  การทำเกษตรเป็นอาชีพที่มีตวแปรสูงมาก ต่างจากงานอุตสาหกรรม  เกษตรกรเป็นคนที่มีความหวัง ความฝัน มากกว่าอาชีพอื่น ทุกครั้งที่ลงมือปลูกพืชไม่ว่าระยะสั้นหรือระยะยาว ความหวังและความฝันจะบรรเจิด ซึ่งนี่คือสิ่งที่หล่อเลี้ยงให้เขาสามารถอยู่ในอาชีพนี้ได้  ข้อมูลรายได้ที่ให้มา ตั้งอยู่บนสมมุติฐานว่าทุกสื่งไม่แปรเปลี่ยน  แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่ทุกคนจะอยู่ในสภาพที่สิ่งแวดล้อมคงที่ ความแปรปวนมีอยู่ตลอด ความสำเร็จในพื้นที่หนึ่งไม่สามารถการันตีความสำเร็จในอีกพื้นที่หนึ่งได้  แค่พื้นที่ตั้งของที่ดินก็ทำให้ผลที่ออกมาต่างกัน   ความฝันมีได้แต่อย่าหวัง ถ้าได้มาตามที่ฝันมันจะมีค่า  สิ่งที่เกษตรกรไทยโดยส่วนใหญ่ขาดคือความรู้ที่ปฏิบัติได้จริงในแต่ละพื้นที่   การขาดความรู้คืออุปสรรคสำคัญ   ถัดมาคือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่ได้ทำหน้าที่ที่ควรทำ   ขาดจิตอาสาที่จะช่วยเกษตรกร  เกษตรกรต้องลองผิดถูกด้วยตัวเองมาตลอด  ทำให้ประเทศเราการเกษตรก้าวหน้าช้าแม้จะอยู่ในภูมิประเทศที่หมาะสม
บันทึกการเข้า

สุนทรา รังสยาธร 22 ถนนเทวีอุทิศ ต วัดเกต  อ เมือง จ เชียงใหม่  50000
ไผ่หวาน
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5353

ยินดีให้ข้อมูลด้วยความจริงจังและจริงใจ


เว็บไซต์
« ตอบ #29 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2010, 10:15:10 PM »

ต้นทุนการปลูกข้าวหอมมะลิ  1  ไร่

1.ค่าจ้างไถที่นา                                                                                300  บาท
2.ค่าจ้างตีเทือกนา  และคาดเรียบ                                                     650  บาท
3.ค่าพันธุ์ข้าว                                                                                    300 บาท
4.ค่าจ้างดำนา  ทั้งถอนกล้าและดำ                                               1,200  บาท
5.ค่าปุ๋ย  ยูเรีย        10  กก.                                                               120  บาท
6.ค่าปุ๋ย  16-16-8    ใช้  25  กก.                                                450  บาท
7.ค่าจ้างเกี่ยว                                                                                 1,500  บาท
8.ค่ารถนวดเป็นข้าวเปลือก                                                             750  บาท
9.ค่าสารเคมีต่างๆ  กำจัดศัตรูพืช                                                   2,000  บาท
10.ค่าจ้างแรงงานตัวเองดูแล  4  เดือนๆละ 5,000 จ่าย        20,000  บาท

    รวมค่าใช้จ่าย                                                                          27,270  บาท


รายได้ในการขายข้าวหอมมะลิ 1  ไร่

เก็บเกี่ยวข้าวเปลือกได้          525  กก.   ขายได้กก.ละ   14  บาทเป็นเงิน    7,350  บาท
             
บันทึกการเข้า

สวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง
 อ.เด่นชัย จ. แพร่  โทร.083-266-3096
namping
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1745


« ตอบ #30 เมื่อ: ธันวาคม 08, 2010, 10:53:25 PM »


...การเป็นเกษตรกร เป็นงานของอนาคต
อีก 10 ปี 20 ปีข้างหน้า ประชากรของโลกจะเพิ่มกว่านี้มาก

...ถ้าถึงตอนนั้น ใครจะผลิตอาหารเลี้ยงพวกเขาเหล่านั้น ?
คำตอบง่าย ๆ ก็ คือพวกเราชาวเกษตรที่มีที่ทำกิน นี้แหล๊ะ

...อย่ามองภาพ เกษตรพอเพียง แค่ คนถือจอบใส่เสื้อม้อฮ่อมขุดดิน  นะครับ
เกษตรกรต้องมีการพัฒนาออกมาจากข้างในของตัวเองก่อน ทั้งมุมมอง ความรอบรู้ ศีลธรรม
ผลของงานจะออกมาแตกต่าง และ อยู่ได้อย่างพอเพียง  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
pora11
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 191


ช่วยกันปลูกต้นไม้ให้อากาศแก่โลก


« ตอบ #31 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2010, 12:00:48 AM »

ช่วยกันคิดช่วยกันทำครับ ได้ไม่ได้ก็อีกเรื่องหนึ่งมาช่วยกันรวมความคิดเพื่อช่วยเหลือกันครับ

คนไม่เคยล้มไม่เคยทำจะไม่รู้ไม่ทราบทุกวันนี้การติดต่อสื่อสารก้าวไปไกลมากถ้าเราทุกคน

มีอะไรทราบอะไรบอกกล่าวช่วยเหลือกันจะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายและเวลาให้กันและกันครับ

เพราะแต่ล่ะคนเก่งและถนัดไม่เหมือนกันการที่เรายอมรับฟังความคิดเห็นของกันและกันไม่มา

อวดเก่งว่าตัวเรารู้มากกว่าใครโดยไม่ยอมรับฟังในสิ่งที่คนอื่นเคยทำแล้วได้ผลดีเช่นกันเพราะบาง

ครั้งต่างที่ต่างทางก็ใช้วิธีเดียวกันที่เคยทำแล้วได้ผลไม่ได้เช่นกัน ช่วยกันครับรับฟังและช่วยกันหาเหตุ

ผลแล้วทดลองครับ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมีมากมายให้ได้เรียนรู้กันบางท่านอาจคิดนอกกรอบแล้วได้ผล

ก็เป็นได้ การเกิดวิธีการใหม่ๆหรือมีความคิดใหม่ๆก็เป็นผลดีต่อเกษตรกรเอง เพียงแต่ตัวเกษตรเอง

ต้องออกมามีบทบาทเพื่อตัวเองมากขึ้นสอบถามและเรียนรู้มากขึ้นความพอเพียงแค่ก็อยู่ที่ตัวเราเอง

เพราะคนเราเกิดมาต้นทุนไม่เ่ท่ากัน ความสำเร็จก็อาจจะไม่เท่าก็แล้วแต่รายๆไป ช่วยๆแชร์ๆกันครับ

 เพราะว่าไม่มีที่ไหนสุขใจเท่าบ้านเราส่วนประกอบอื่นๆก็ค่อยๆว่ากันไปครับสิ่งใดๆก็ตามคงไม่ได้อะไรๆมากันง่ายๆ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: