หน้า: 1 2 3 [4] 5   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ประสบการณ์ในการซื้ออุปกรณ์ระบบสปริงเกอร์  (อ่าน 55970 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
KANN
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 797



« ตอบ #48 เมื่อ: เมษายน 15, 2011, 01:28:31 PM »

ปั้มน้ำมีสายไฟสามเส้น งงครับ เขายังไม่ต่อ คาปาให้หรือครับ หรือไปซื้อมอเตอร์สามเฟสมา
บันทึกการเข้า

kongkrai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 209


« ตอบ #49 เมื่อ: เมษายน 16, 2011, 11:29:02 PM »

ความรู้ทั้งนั้นครับ  ขอบคุณครับ  กำลังจะตัดสินใจวางระบบน้ำพอดีครับ
บันทึกการเข้า

ยังไม่จน  อยู่อย่างคนจน  จะไม่มีวันจน

ยังไม่รวย  อยู่อย่างคนรวย  จะไม่มีวันรวย
Kong51@ขุนดง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1191


ขุนดงแจกเมล็ดไม้ป่า


« ตอบ #50 เมื่อ: เมษายน 21, 2011, 10:34:28 AM »

ปั้มน้ำมีสายไฟสามเส้น งงครับ เขายังไม่ต่อ คาปาให้หรือครับ หรือไปซื้อมอเตอร์สามเฟสมา

แค่คำถามที่ถามผม ผมก็ตอบไม่ได้แล้วครับ แต่ถ้าดูจากสเป็กเครื่องที่ระบุก็เฟสเดียวนี่ครับ
คำว่าคาปาคืออะไรเหรอครับ งง ครับ ที่เห็นเปิดกล่องออกมาสายไฟออกจากปั๊มปล่อยลอย
มายื่นยาวแค่ 10-12 ซม เอง
บันทึกการเข้า

ขุนดงแจกเมล็ดไม้ป่า www.khundong.com
FreeMan
ชีวิตที่โหยหากับเวลาที่รอคอย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 410


« ตอบ #51 เมื่อ: เมษายน 21, 2011, 06:29:47 PM »

ปั้มน้ำมีสายไฟสามเส้น งงครับ เขายังไม่ต่อ คาปาให้หรือครับ หรือไปซื้อมอเตอร์สามเฟสมา
เดาว่าอีกเส้นหนึ่งน่าจะเป็นสายดินนะครับ ลองดูว่าใน 3 เส้นมีสี อะไรบ้างครับ เช่น เส้นที่1 อาจเป็น ขาว(เทา) เส้นที่ 2 เป็นสี ดำ แล้วเ้ส้นที่ 3 สีของสายไฟเป็นสีเขียวคาดเหลืองหรือเปล่า ถ้าใช่ก็แสดงว่าเส้นที่ 3 นี้เป็นสายดินครับ

ถ้าใช่เพื่อความปลอดภัยเส้นที่เป็นสายดินนี้ควรต่อลงดินครับ ให้ไปซื้อแท่งกราวด์ที่เป็นแท่งทองแดงยาวซัก 1 เมตร ตามร้านอุปกรณ์ไฟฟ้าครับ แท่งละประมาณ 90บาท ต่อสายดินเข้ากับแท่งกราวด์แล้วตอกฝังดินบริเวณใกล้ๆปั๊มน้ำเลยครับ เวลาเกิดไฟรั่วจะได้ช่วยได้ เพราะปั๋มมันต้องอยู่กับน้ำกับความชื้นถ้าเกิดมีไฟรั่วขึ้นมาแล้วไม่มีสายดินช่วยอันตรายครับ
บันทึกการเข้า

มนุษย์อยู่ไม่ได้ ถ้าขาดธรรมชาติ แต่ธรรมชาติจะอยู่ได้อย่างดี ถ้าไม่มีมนุษย์
Ong_Hydro
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #52 เมื่อ: เมษายน 22, 2011, 11:39:14 AM »

จำเป็นไหม เมื่อเราคำนวนค่าแรงดันของปั้ม ค่า H และ Q ออกมาแล้ว ต้องเพิ่มสเปกของปั้มอีก เพื่อป้องกันการสูญเสียแรงดันจากสาเหตุต่่าง ๆ
บันทึกการเข้า
viras2
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 882


« ตอบ #53 เมื่อ: เมษายน 22, 2011, 03:46:03 PM »

ปั้มน้ำมีสายไฟสามเส้น งงครับ เขายังไม่ต่อ คาปาให้หรือครับ หรือไปซื้อมอเตอร์สามเฟสมา

แค่คำถามที่ถามผม ผมก็ตอบไม่ได้แล้วครับ แต่ถ้าดูจากสเป็กเครื่องที่ระบุก็เฟสเดียวนี่ครับ
คำว่าคาปาคืออะไรเหรอครับ งง ครับ ที่เห็นเปิดกล่องออกมาสายไฟออกจากปั๊มปล่อยลอย
มายื่นยาวแค่ 10-12 ซม เอง

ดูจากใต้ฝา terminal สายไฟได้ไหมว่าสายไหนเป็นสายอะไร  จากสเป็คเป็น single phase คือใช้กับไฟบ้าน

Capacitor คือตัวเก็บประจุไฟฟ้า ปกติเขาใช้สำหรับเป็นตัวช่วยสตาร์ท คือทำให้มอเตอร์เริ่มหมุนออกตัวไปได้ โดยมอเตอร์จะมีขดลวดอยู่ 2 ชุด คือชุด Run และชุด Start โดยตัว Capacitor จะต่ออนุกรมอยู่กับขด Start หน้าที่ของ Capacitor คือทำให้มุมของกระแสไฟฟ้าในขดลวดทั้งสองชุดเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน (ขออภัยถ้าอธิบายไม่รู้เรื่อง) เพื่อให้เกิดแรงของสนามแม่เหล็กผลักให้มอเตอร์เริ่มหมุนออกตัวไปได้  (ลองนึกภาพรถยนต์เวลาออกตัวทำไมต้องเริ่มจากเกียร์ 1)

ดูจาก Performance curve ปริมาณน้ำได้สูงสุด 34 ลิตร/นาที ที่ head 5 ม. ขนาดใบพัดของปั๊มไม่มีบอก (ถ้าเป็นรุ่นทางด้านขวามือจะบอกขนาดใบพัดมาด้วย) ถ้าต้องการใช้กับ Head สูงกว่านี้ Q ที่ได้ก็จะลดลง ถ้าต้องการทั้ง Q และ H มากกว่านี้ ก็ต้องเลือกปั๊มที่มีขนาดใบพัดใหญ่ขึ้น

ปั๊มขนาดเล็กๆ แบบนี้ ใช้ Direct Start ได้เลยครับ ถ้าจะใช้ Soft Start ก็ลองพิจารณาว่าจะคุ้มราคาหรือไม่


Liked By: iamnatee
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 23, 2011, 01:05:28 AM โดย viras2 » บันทึกการเข้า
viras2
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 882


« ตอบ #54 เมื่อ: เมษายน 23, 2011, 02:17:30 AM »

เพิ่มเติมอีกนิดเกี่ยวกับมุมของกระแสไฟฟ้า (ผิดถูกอย่างไร ขออภัยด้วยครับ)

ภายในมอเตอร์จะมีอุปกรณ์อยู่ 2 อย่าง คือ ขดลวด (Coil) และตัวเก็บประจุ (Capacitor)

เมื่อเรานำเอาขดลวดเพียงอย่างเดียวไปต่อกับแหล่งจ่ายไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านขดลวด (A) จะมีมุมตามหลังแรงดันไฟฟ้า (V)อยู่ 90 องศา  เช่นเดียวกันถ้าเรานำเอาตัวเก็บประจุเพียงอย่างเดียวไปต่อกับแหล่งจ่ายไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า (A) ที่ไหลผ่านตัวเก็บประจุจะมีมุมนำหน้าแรงดันไฟฟ้า (V) อยู่ 90 องศา

กรณีมอเตอร์ไฟฟ้า มีขดลวดอยู่ 2 ชุด
ขด Run จะเป็นขดลวดอย่างเดียว  ดังนั้น มุมของ A จะ lagging V อยู่ 90 องศา
ขด Start จะเป็นขดลวดต่ออนุกรมอยู่กับตัวเก็บประจุ ดังนั้นมุมของ A เกือบจะทับกันมุมของ V (เกือบจะเป็น 0 องศา)
โดยทั่วไปมุมทางกายภาพของขด Run และขด Start จะวางเยื้องกัน สวนมุมทางด้านไฟฟ้านั้น มุมของกระแสไฟฟ้าของขด Run และขด Start จะต่างกันเกือบ 90 องศา  ดังนั้น มุมของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในช่วงเริ่มสตาร์ท จะกระจายตัวอยู่รอบๆ Stator ประมาณ 0, 90, 180, 270 องศาทางกายภาพ และมุมทางไฟฟ้านี้จะเคลื่อนตัวไปรอบๆ Stator ไปตามความถี่ไฟฟ้า 50 Hz โดยใน 1 วินาที มุมทางไฟฟ้าจะเคลื่อนที่ไป 50 ครั้ง  พูดง่ายๆ คือ จะเกิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าหมุนไปรอบๆ แกนเหล็กชุดด้านนอก (Stator) เกิดการเหนี่ยวนำชุดแกนเหล็กด้านใน (Rotor) ให้หมุนตาม  เราก็ต่อแกนเหล็กจากโรเตอร์นี้ไปใช้ขับป๊มน้ำ

สำหรับมอเตอร์ 3 เฟส ไม่มีขด Start เนื่องจากขด Run จะมีอยู่ 3 ชุด และวางเป็นมุมห่างกัน 120 องศา เมื่อป้อนไฟฟ้าเข้าไป มุมของกระแสไฟฟ้าแต่ละเฟสจะห่างกัน 120 องศา และหมุนไปรอบๆ Stator เกิดเป็นแรงผลักให้ Rotor หมุนไปได้ โดยไม่ต้องมีขดสตาร์ทช่วย

ปกติการสตาร์ทมอเตอร์สามเฟส แบบ Simple ที่สุดเป็นแบบ Star - Delta วิธีนี้จะสามารถช่วยลดกระแสไฟกระชากลดลงเหลือประมาณ 60 % จากปกติ  แต่ถ้าใช้ Soft หรือ Inverter ก็จะไม่เกิดกระแสไฟกระชากขณะสตาร์ท แต่ต้องพิจารณาเรื่องเงินลงทุนด้วยครับ


Liked By: iamnatee
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 08, 2011, 01:01:22 AM โดย viras2 » บันทึกการเข้า
viras2
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 882


« ตอบ #55 เมื่อ: เมษายน 23, 2011, 02:42:40 AM »

ขออนุญาตเสริมคุณ Khun Noo นิดหนึ่งนะครับ ด้วยความเคารพนะครับ  เราอยู่ในแวดวงวิชาชีพเดียวกัน (อนุรักษ์พลังงาน)

เกี่ยวกับค่า Peak หากเราสตาร์ทมอเตอร์ด้วยวิธี Direct Start  ก็จะมีผลเสียตามที่คุณ Khun noo บอก  และจะมีผลต่อค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่ายด้วย  โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทธุรกิจที่มีความต้องการไฟฟ้า (Maximum demand) ตั้งแต่ 30 kW ขึ้นไป

แต่สำหรับผู้ใช้ไฟขนาดเล็กไม่ถึง 30 kW การไฟฟ้าไม่ได้เรียกเก็บค่า Demand ตรงๆ แต่ได้เฉลี่ยรวมไว้ในค่าพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ (Energy) หรือหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ไว้เรียบร้อยแล้วครับ หมายความว่า แม้จะเกิด Peak จากการใช้งานก็จะไม่ถูกเรียกเก็บเงินในส่วนนี้อีก

มีข้อควรพิจารณาในการใช้ Inverter คือ

Inverter ไม่เหมาะกับงานที่ต้องการ Torqe คงที่ เช่น เครื่องบด เครื่องอัด (ตัวอย่าง มอเตอร์ที่ขับเครื่องสีข้าว  เป็นต้น)

Inverter ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้เป็น Soft Start หมายถึง ใช้งานเฉพาะช่วงสตาร์ทเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หลังจากสตาร์ทออกตัวไปแล้วก็กลับสู่สภาวะปกติ (ตอนสตาร์ลดความถี่ให้ต่ำลง พอออกตัวไปแล้วก็กลับเข้าสู่ความถี่ 50 Hz เหมือนเดิม) เพราะการใช้งานในลักษณะนี้ จะไม่ช่วยในการประหยัดพลังงาน และใช้งานไม่คุ้มค่า

Inverter ที่ใช้กับปั๊มน้ำ แบบลดรอบแบบต่อเนื่อง ขณะที่ใช้งานมอเตอร์ที่รอบต่ำๆ จะทำให้ปริมาณน้ำที่ได้ (Q) ลดลง และ Head (H) ก็ลดลงด้วย ซึ่งอาจไม่เหมาะสำหรับงานทางด้านการเกษตร

Inverter จะเหมาะสำหรับการควบคุมปริมาณของไหลให้คงที่แบบต่อเนื่อง และไม่ต้องการ Head มากนัก เช่น การควบคุมของไหลในกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการปริมาณของเหลวคงที่จำนวนหนึ่ง จะสูงหรือต่ำกว่านี้ก็ไม่ได้เพราะจะมีผลต่อคุณภาพสินค้า ซึ่งก็คงจะไม่มีสเป็คของปั๊มน้ำที่ทำได้พอดีกับความต้องการนั้น ผู้ใช้ก็จำเป็นที่จะต้อง Over spec แล้วใช้ Valve หรี่ให้ได้ปริมาณน้ำตามที่ต้องการ ซึ่งวิธีการนี้จะสิ้นเปลืองพลังงานมาก หากนำเอา Inverter ไปควบคุมแทน โดยการเปิด Valve เต็มที่ 100 % แล้วลดรอบมอเตอร์เพื่อให้ได้ปริมาณของเหลวตามที่ต้องการ แบบนี้จะประหยัดพลังงานได้มากครับ เนื่องจาก Power ที่มอเตอร์ใช้จะลดลงในอัตราส่วนที่สัมพันธ์กันกับความเร็วรอบยกกำลังสาม ครับ

ต้องขออภัยอีกครั้งครับ ถ้าหากอ่านแล้วไม่รู้เรื่อง เนื่องจากผมไม่มีความสามารถพอที่จะอธิบายให้เข้าใจได้ง่ายๆ


Liked By: iamnatee
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 10, 2011, 05:02:22 PM โดย viras2 » บันทึกการเข้า
KANN
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 797



« ตอบ #56 เมื่อ: เมษายน 23, 2011, 08:02:56 AM »

คุณ viras2  อธิบายถูกและได้ดีครับ สำหรับมอเตอร์ เราก็เอาคาปาไปช่วยค่าเฟ็กเตอร์ได้ครับ(PF) )ปั้มผมลากสาย2.5x1 ยาว200กว่าเมตร ผมเอาคาปาไปช่วย ก็ประหยัดค่าไฟได้นิดหน่อยครับ และปั้มออกตัวได้ดี การต่อมอเตอรืถ้ามอเตอร์ขนาดแรงม้ามากๆ จะต่อสตาร์ให้ออกตัวก่อน แล้วแต่เราจะตั้งไว้กี่วินาที แล้วแมคเนติกจะต่อเป็นเดลต้า จะลดการกระชากกระแสไฟตอนออกตัวได้ครับ
บันทึกการเข้า
Khun Noo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 689

ค้นหาและใช้ชีวิตให้มีความสุข ในระหว่างการเิดินทางของชีวิต


« ตอบ #57 เมื่อ: กันยายน 28, 2011, 01:09:47 PM »

ผมไม่ได้เข้ามาดูกระทู้นี้นานมากๆ จนลืมไปแล้วครับ ขออนุญาตตอบกระทู้ล่าสุดก่อนครับ

    สิ่งที่คุณ viras2 อธิบายมานั้นถูกครับ แต่มีความเห็นที่ต่างกันนิดหน่อยตรงเรื่อง

    1. ที่ว่ามอเตอร์ตอนสตาร์ทนั้นเราไม่เสีย Peak Demand ก็จริง แต่ตอนมันสตาร์ทจะมี Starting Load ซึ่งตรงนี้แหละครับที่มันกินไฟ

    2. การติด Inverter ไม่ใช่ใช้เพื่อเป็น soft start เป็นหลัก แต่เป็นผลพลอยได้ครับ เพราะถ้าใช้เพื่อเป็น soft start อย่างเดียว ซื้อ soft start มาติดคุ้มกว่าครับ

    3. ที่เสนอให้ติด Inverter นั้นเหมาะกับกรณีที่สวนนั้นๆ มีศักยภาพในการลงทุน เพราะเมื่อเราออกแบบขนาดปั้มน้ำแล้ว มักมีการเผื่อ Safety Factor ไว้ประมาณ 25% ทั้งที่ในความจริงไม่ได้เผื่อ safety factor แค่ชั้นเดียวหรอกครับ คนผลิตปั้มน้ำก็คำนวณออกแบบผลิตปั้มน้ำขึ้นมาโดยจะเผื่อมาชั้นนึงแล้ว ต่อมาคนที่ออกแบบระบบน้ำ เมื่อคำนวณปริมาณหรือแรงดันต่างๆที่ต้องการได้แล้วก็มักจะเผื่อไว้อีกชั้นนึง สรุปเผื่อ 2 ชั้นเลยครับ ตรงนี้แหละครับที่มันเกินจำเป็น การใส่ Inverter ก็ช่วยลดได้

    4. ใส่  Inverter แล้วช่วยยืดอายุการใช้งานปั้มน้ำได้ยาวเลยครับ ปัญหาเรื่องมอเตอร์ไหม้ มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากๆๆๆ ครับ หรือแทบไม่มีโอกาสเลยก็ว่าได้

    5. ใส่  Inverter แล้วช่วยให้ใช้งานมอเตอร์ปั้มน้ำได้ตามความต้องการปริมาณการใช้น้ำครับ หมายถึง หากเรามีการใช้น้ำในหลายวัตถุประสงค์ บ้านเราส่วนใหญ่จะซื้อปั้มมาติด หลายตัว หลายขนาด ตามแต่จะใช้งานนั้นๆ แต่ที่ผมเสนอนั้น จะมีชุดปั้มในสวนเพียงชุดเดียว สามารถเสิร์ฟการใช้น้ำได้หลากหลายเช่น หากเราจะรดน้ำด้วยระบบสปริงเกอร์ทั้งสวน เราก็ใช้ปั้มเดินแบบเต็มประสิทธิภาพ แต่ถ้าจะลากสายยางไปรดน้ำในส่วนเพาะชำ เราก็ปรับ  Inverter เพื่อลดรอบมอเตอร์ลงก็จะได้ปริมาณน้ำที่น้อยลง ตามที่เราต้องการ โดยใช้ปั้มน้ำชุดเดิมได้ครับ เรียกว่าไม่ต้องซื้อปั้มน้ำแบบปั้มเมนและปั้มบริวารครับ มีแต่ปั้มเมนตัวเดียวพอครับ

    6. ถ้าจำไม่ผิดผมเคยบอกไว้ว่าติด Inverter แทนการหรี่วาล์วน้ำนะครับ ไม่ได้บอกว่าติด Inverter แล้วต้องหรี่วาล์วน้ำ ใครที่ติด Inverter ปกติแล้วจะเปิดวาล์ว 100% ทั้งนั้นครับ ผมยังไม่เคยเจอใครที่ติด Inverter แล้วไปปรับหรี่วาล์วน้ำซ้ำอีกครับ นอกจากคนไม่รู้เรื่องจริงๆ หรืออาจพบเห็นว่ามีการหรี่เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ อยู่บ้างเช่น อาจหรี่วาล์วเพื่อก่อให้เกิดอาการปั่นป่วนในท่อน้ำ เพื่อช่วยผสมสารต่างๆก็เป็นได้ครับ อย่างนี้เรียกว่า static mixer ครับ

    7. ในปัจจุบันราคา  Inverter ถูกลงมาก ไม่แพงอย่างที่คิด (ไม่ต้องซื้อแบบแบรนด์เนม Full Option) ยิ่งไฟฟ้าและมอเตอร์ปั้มน้ำบ้านเรามักใช้แบบสองสาย โดย Inverter ทุกวันนี้สามารถแปลงไฟขาเข้าจากสองสาย ให้ออกเป็นสามสายได้ ซึ่งราคาก็ไม่ได้แพงมากมายครับ ใช้กับมอเตอร์ 3 แรงราคาประมาณ 7,000 บาท ทีนี้ย้อนมาถามว่าแล้วจะแปลงจากสองสายเป็นสามสายเพื่ออะไร มอเตอร์สามสายราคาถูกกว่าสองสายเกือบครึ่งนึง และมอเตอร์สามสายประหยัดค่าไฟกว่าครับ

    8. ผมเคยเชิญ กฟผ.มาทำการทดสอบเก็บค่าพลังงานโดยใช้ Data Locker บันทึกค่าไว้ 7 วันทำการ ผลที่ออกมา แค่ติด  Inverter แล้วควบคุมไว้ที่ 50 Hz ปรากฏว่าช่วยค่า Power Factor ให้ดีขึ้น ประหยัดพลังงานได้ประมาณ 1-3% หรือพูดง่ายๆว่า เหมือนเอาไฟมาผ่านแล้วปรับสภาพมันให้ดีก่อนนำไปใช้ ซึ่งมีการทำรายงานผลเอาไว้ครับ

    9. ผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับผู้จำหน่าย  Inverter รายใดๆ เพียงแต่ต้องการเผยแพร่เทคโนโลยีให้แก่เพื่อนสมาชิกได้พิจารณานำไปใช้ประโยชน์ตามสมควรครับ

    10. อุปกรณ์  Inverter เป็น 1 ใน 11 มาตรการที่กระทรวงพลังงานส่งเสริมให้ใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่เรื่องการอนุรักษ์พลังงานเป็นเรื่องในอุดมคติ มีมุมมองที่หลากหลาย มีทัศนคติที่เกิดได้ทั้งบวกและลบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ออกแบบและพฤติกรรมผู้ใช้งานเป็นหลักครับ บางทีใช้งานดูเหมือนว่าจะคล้ายๆกัน แต่เอาเข้าจริงมีวัตถุประสงค์ไม่เหมือนกัน แค่นี้คนอนุรักษ์พลังงานก็ต้องหาคำตอบใหม่แล้วคับ เพราะโจทย์ไม่เหมือนกันครับ

    11. สิ่งที่เห็นผลได้ชัดเจนคือการลดอาการ water hammer ในเส้นท่อครับ เวลาสตาร์ทหรือหยุดจะไม่เกิดอาการสตาร์ทหรือหยุดแบบกระทันหัน ซึ่งช่วยยืดอายุการใช้งานอุปกรณ์ในระบบจ่ายน้ำได้เป็อย่างดีครับ

    12. จากประสบการณ์ในการออกแบบโครงการอนุรักษ์พลังงานในอาคารและโรงงานควบคุมกว่า 11 ปี ยังมีรายละเอียดอีกเยอะครับ ทั้งในด้านของไฟฟ้าและเครื่องกลที่ต้องผสมผสานกันครับ ตอนนี้มีเวลาจำกัด ขอจบไว้แค่นี้ก่อนครับ

    ขอให้มีความสุขในระหว่างการเดินทางของชีวิตครับ สวัสดีครับ


Liked By: iamnatee
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 28, 2011, 09:32:01 PM โดย Khun Noo » บันทึกการเข้า
kun_kai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 448


« ตอบ #58 เมื่อ: ตุลาคม 31, 2011, 10:21:00 PM »

ขอขอบคุณทุกท่านสำหรับความรู้และประสบการณ์ที่นำมาเผยแผ่ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์

พอดีกำลังจะวางระบบน้ำอยู่เหมือนกัน โชคดีที่ได้ข้อมูลจากกระทู้นี้ก่อน

หลังจากอ่านแล้วก็ลอง search หาข้อมูลต่อ ก็ไปเจอบล๊อกเครื่องแปลงไฟและประหยัดไฟสำหรับมอเตอร์

http://energy.thaiza.com/blog_view.php?blog_id=2446
http://album.thaiza.com/myalbum.php?u=energy&a=4

ก็คิดว่า น่าเป็นทางเลือกที่คุ้มค่า และช่วยรักษ์โลกได้บ้าง อายจัง
บันทึกการเข้า
toecabon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #59 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2011, 06:33:43 PM »

ผมอยากจะวางระบบน้ำมันสำประหลัง15 ไร่ แต่ไม่มีอุปปกรณ์อะไรเลยครับกำลังศึกาอยู่

ต้องใช้ปั๊มกี่แรงอ่ะครับ  ในกรณีไฟฟ้าเข้าไม่ถึงใช้ปั๊มน้ำมัน/ค่าใช้จ่ายจะเเพงกว่าปั๊มไฟฟ้ามากไหมครับ

กรองน้ำใช้แบบไหน/ยี้ห้อไหน แนะนำหน่อยได้ไหมครับ

ท่อน้ำพ่งประมาณกี่ม้วนครับ

เท่าที่ผมกำลังเริ่มศึกษาน่าจะมี --ปั๊ม/กรองน้ำ/ท่อน้ำพุ่ง/ท่อpvc3นิ้ว/หัวต่อ/ข้อต่อต่างๆๆ

ต้องมีอะไรเพิ่มอีกครับ 
บันทึกการเข้า
chainsaw
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1002


« ตอบ #60 เมื่อ: ธันวาคม 01, 2011, 11:01:02 PM »

ผมอยากจะวางระบบน้ำมันสำประหลัง15 ไร่ แต่ไม่มีอุปปกรณ์อะไรเลยครับกำลังศึกาอยู่

ต้องใช้ปั๊มกี่แรงอ่ะครับ  ในกรณีไฟฟ้าเข้าไม่ถึงใช้ปั๊มน้ำมัน/ค่าใช้จ่ายจะเเพงกว่าปั๊มไฟฟ้ามากไหมครับ

กรองน้ำใช้แบบไหน/ยี้ห้อไหน แนะนำหน่อยได้ไหมครับ

ท่อน้ำพ่งประมาณกี่ม้วนครับ

เท่าที่ผมกำลังเริ่มศึกษาน่าจะมี --ปั๊ม/กรองน้ำ/ท่อน้ำพุ่ง/ท่อpvc3นิ้ว/หัวต่อ/ข้อต่อต่างๆๆ

ต้องมีอะไรเพิ่มอีกครับ 


ต้องคำนวณปริมาณน้ำที่ต้องใช้ครับ โดยคำนวณย้อนกลับจากปลายทางมาต้นทาง ก็จะได้สเป็คปั๊มครับ

บันทึกการเข้า

จำหน่ายเลื่อยยนต์ ขนาด 38CC ราคา 2,600 บาท

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=23485.0
chut
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 205


« ตอบ #61 เมื่อ: มกราคม 18, 2012, 10:18:27 AM »

น่าสนใจดีครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
bungart
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 141


« ตอบ #62 เมื่อ: มีนาคม 14, 2012, 12:11:36 AM »

ผมชอบกระทู้นี้มาก...อยากสอบถามท่านkhun noo..แต่ pm ไม่ได้..ขอท่านอนุเคราะห์เบอร์โทรด้วยครับ...
บันทึกการเข้า
neiizpooh
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 179


« ตอบ #63 เมื่อ: มีนาคม 14, 2012, 07:45:10 AM »

ขอเก็บกระทู้ดี ๆ แบบนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 [4] 5   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: