หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 165   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นาโนนไม้ไผ่  (อ่าน 694939 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
พ่อใหญ่ ส.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1599


« เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 12:35:23 PM »

"นาโนนไม้ไผ่"
เป็นชื่อนาที่เรียกกันมา หลายชั่วอายุคน ตายายเคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนมีป่าไผ่ ขึ้นทั้งเนินดิน จึงเรียกโนนไม้ไผ่ แต่เนื่องจากมีนาล้อมรอบ จึงเรียก นาโนนไม้ไผ่ ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ คือเป็นเนินดินประมาณ 10+ ไร่ สูงจากระดับพื้นนา ประมาณ 4 เมตร กลางทุ่งนา  ในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำชี บนเนินดิน มีเจ้าของอยู่ 4- 5 เจ้า ของพ่อใหญ่ ส เจ้าใหญ่ 6 ไร่

โนนไม้ไผ่ น่าจะเคยเป็นที่อยู่อาศัยของคนมาก่อน เพราะสามารถพบเห็นเศษกระเบื้องโบราณ กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป เวลาไถพรวนดิน



ก่อนปี 2505 ที่เขื่อนอุบลรัตน์จะเปิดใช้ แถวนี้เป็นนาน้ำท่วม (แก้มลิง)ของแม่น้ำชี ในฤดูที่ข้าวกำลังจะออกรวง ก็จะมีน้ำหลากมาจากแม่น้ำพองและแม่น้ำชี ไหลมาท่วม ชาวบ้านเรียกน้ำแจ่ง (น้ำแก่ง) ท่วมไร่นา ทำให้ข้าวเสียหาย จนชาวบ้านหลายหมู่บ้าน ทนไม่ไหว อพยบ ย้ายถิ่นฐาน หนีน้ำท่วม คนแก่เล่าให้ฟังว่า นาแปลงหนึ่ง ขายแค่ 3 บาท พอได้ค่ารถ หรือเป็นสัญญาว่าได้ซื้อขายกัน แบบไม่มีค่าอันใดเลย คนที่ทนอยู่ มีสองเหตุผล คือ 1 ไม่มีที่จะไป 2 สู้ทน ไม่อยากย้ายถิ่น  แต่ก็อยู่แบบเสี่ยง เอา

หลังปี 2505 สร้างเขื่อนอุบลรัตน์ กั้นแม่น้ำพอง เขื่อนจุฬาภรณ์กันแม่น้ำเซิน เปิดดำเนินการ ทำให้สามารถควบคุมน้ำได้ ที่นาที่เคยไร้ค่า จึงกลับมาเป็นนาที่อุดมสมบูรณ์ แต่ก็เป็นนาน้ำฝน ทำได้ปีละครั้ง

ประมาณ ปี 2523 กรมชลประทานได้ทำการก่อสร้างคลองส่งน้ำเสร็จ จากชลประทานหนองหวาย อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ส่งน้ำให้กับลุ่มน้ำพอง และลุ่มน้ำชี ทำให้นาน้ำท่วม กลายเป็นนาที่มีราคา คนที่อพยบหนี ได้แต่อาลัยอาวร ไม่สามารถกลับมาซื้อคืนได้

เป็นเรื่องราวที่พ่อใหญ่ ส. เห็นเหตุการณ์ ของ"นาโนนไม้ไผ่"มาชั่วชีวิต



ต่อมาภายหลัง เจ้าของที่ดินเหล่านั้น ได้ขายหน้าดิน ให้กับพวกขุดดินขาย ทำให้ด้านหลังสวนของพ่อใหญ่ ส เป็นหน้าผา สูง 4 เมตร มองไนแง่ดี คือทำให้โนนไม้ไผ่ ในส่วนของพ่อใหญ ส โดดเด่น เป็นสง่า อยู่กลางทุ่งนา ไม่ต้องทำรั้ว 



* DSC05128.JPG (65.8 KB, 629x472 - ดู 12537 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 07:43:15 AM โดย พ่อใหญ่ ส. » บันทึกการเข้า

พ่อใหญ่ ส.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1599


« ตอบ #1 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 12:53:23 PM »

เรียกพี่ได้ไหม
กลับไปบ้านทีไร คนแถวนั้น เรียก “พ่อใหญ่” หรือความหมายคือ ตา ในภาษาอีสาน
แรก ๆ ก็ทำใจไม่ได้  ทำไมไม่เรียกพี่ แต่ดูอีกที คนรุ่นราวคราวเดียวกับเราในหมู่บ้านเขาได้ลูกได้หลานกัน เป็น ปู้ ย่า ตา ยาย กันหมดแล้ว เอ๊า พ่อใหญ่ ก็ พ่อใหญ่ นับแต่นี้ต่อไป ขอเป็นพ่อใหญ่ ส. ก็แล้วกัน
 ยิงฟันยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 07:44:53 AM โดย พ่อใหญ่ ส. » บันทึกการเข้า
พ่อใหญ่ ส.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1599


« ตอบ #2 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 01:05:03 PM »

พื้นที่ทั้งหมดเป็นสวน 6 ไร่ บ่อน้ำ 1 ไร่ ที่นาอีก 35 ไร่ เป็นพื้นที่ต่อเนื่องกัน เกือบเป็นวงกลม
ผืนนาให้เขาเช่า ทำนา ทำนา และทำนา ปีละหลายรอบ เพราะอยู่ในเขตชลประทาน จนสภาพดินมีแต่เม็ดทรายล้วน ๆ ขาดการบำรุงดิน ต้นข้าวหลังจากปักดำ ถ้าไม่ใส่ปุ๋ยเคมี มันก็จะยืนต้นแคระแกรน อยู่อย่างนั้น  ต้องใส่ปุ๋ยทุกระยะ หลังปักดำ ระยะข้าวตั้งท้อง
ฟังเขาบอกว่า พอเก็บเกี่ยว คำนวณต้นทุน แล้ว ปรากฎว่า ขาดทุน เพราะค่าปุ๋ย กับค่าข้าว พอ ๆ กัน


* farm1.JPG (48.64 KB, 564x529 - ดู 12443 ครั้ง.)
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 07, 2011, 07:45:53 AM โดย พ่อใหญ่ ส. » บันทึกการเข้า
Wasun
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 56


« ตอบ #3 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 01:28:33 PM »

สวัสดีครับพ่อใหญ่...(เรียกตามนั้นเลยล่ะกัน)

ผมทำงานบริษัทครับ ตอนนี้ไม่อยากรีบไปสวัสดีเจ้าเครื่องรูดบัตรเช้า-เย็น เลยคิดที่จะเป็นชาวนา ทีแรกคิดว่าชาวนานี่สบายนิ ไม่ต้องให้ใครมาสั่ง ไม่ต้องรีบไปรูดบัตรเข้าออก ไม่ต้องอยู่ในรั้ว ก็เลยทดลองเลยครับ ทำช่วง เสาร์-อาทิตย์ (ยังไม่ออกจากงาน)

ผลคือ ยังไม่เท่าไรเลยเหนื่อยมากครับ แถมต้องใช้ความคิดและวิเคราะห์อะไรตั้งหลายอย่าง แถมต้องหูตากว้างไกล ฟังข่าว ฟ้าฝน ทั่วไป แต่นาผมพึ่งจะตีดินนะครับ ยังไม่ได้หว่านเลย วุ่นวายไปหมด แต่ก็สนุกดีครับ......
บันทึกการเข้า
พ่อใหญ่ ส.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1599


« ตอบ #4 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 01:45:09 PM »

เริ่มอิน
เดินทางไปไหน ต้องแวะร้านขายต้นไม้แถวมวกเหล็กทุกครั้งที่ผ่าน เห็นแล้วอยากปลูกทุกอย่าง โดยเฉพาะไม้พื้นเมืองหมดค่าต้นไม้ครั้งละหลายพัน พออ่านกระทู้ของเพื่อน ๆ สมาชิก ก็ไม่น่าจะเกินความสามารถของเรา  เริ่มปรับเปลี่ยนจากการซื้อกล้าไม้สำเร็จรูป หันมาเพาะเอง  ทำความเข้าใจกับต้นไม้แต่ละต้น

ต้นตาล
มีความชอบมาตั้งแต่เด็ก เวลาวาดรูปทีไรก็จะวาดรูปต้นตาลคู่กลางนา ได้กินตาลเฉาะทีไร รู้สีกว่ามันอร่อยสุด ๆ เพราะนาน ๆ ได้กินที ต้นตาลเป็นแหล่งอาศัยและหลบภัยของนก ค้างคาว เริ่มจากมองเล็ง ๆ ไว้ว่าต้นตาลต้นไหน ลูกดก ผลใหญ่  ไม่ใช่มองระแวกนั้นนะครับ มองจาก สระบุรี จนถึงขอนแก่น พอลูกตาลสุก เริ่มปฏิบัติการ แวะเก็บลูกตาลสูก ที่เล็ง ๆ ไว้ ครับ เต็มกระบะรถ  ปลูกทั้งวันก็ไม่หมดโดยมีทีมงาน รวม 4 คน วิธีการปลูก ก็แค่ขุดหลุมเล็ก พอฝังกลบเม็ดได้ 1 หลุม 1 ม็ด เริ่มปลูกเดือน พค.-มิย. ตอนปลูกมีคนแซวว่า โครงการระยะยาว ปลูกต้นตาล จะทันได้กินลูกมันไหม  ได้แต่ยิ้มและตอบในใจว่า ไม่ทันหรอก แต่ความสุขไม่ได้อยู่ที่ ได้กิน แต่มันมีความสุขทุกวัน
บันทึกการเข้า
พ่อใหญ่ ส.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1599


« ตอบ #5 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 01:57:32 PM »

สวัสดีครับ คุณ wasun
ผมว่า ทำอะไรก็ต้องคิด ต้องวางแผน ต้องวิเคราะห์ เหมือนกันหมด มีกิจกรรมมากมาย ที่ต้องเตรียมการ
ผมลองรวบรวมกิจกรรมที่ต้องทำคร่าว ๆ
ระบบน้ำ ต้องสร้างถังเก็บน้ำ
ไฟฟ้า ยังไม่มี รวบรวมสมาชิก นาข้างเคียง ทำโครงการไฟฟ้าเกษตร ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้รับอนุมัติ
เครื่องจักรกลการเกษตร
บ้านไร่ในฝัน คิดจะทำแบบพอเพียง พอออกแบบมาทีไร รู้สึกจะไม่พอเพียงสักที
โรงเรือนเตรียมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อปรับปรุงคุณภาพดินที่เหลือแต่เม็ดทราย
ทำถนน ทำคันนาใหม่
วางแผนปรับปรุงภูมิทัศน์
เรือนเพาะชำ
ต้นไม้ อะไรบ้างนะที่เราอยากให้มี และตอบสนองต่อ การใช้ชีวิต ของเรา ทั้งอาหาร สมุนไพร
10 ปี นี่อาจจะน้อยไปด้วยซ้ำ ที่จะทำให้อะไร ๆ เป็นรูปเป็นร่าง แต่ยังไง ก็ยังไม่สายเกินไปที่จะเริ่มต้นวันนี้ สำคัญคือ ค่อยเป็นค่อยไป ทุกขั้นตอนต้องทำอย่างมีความสุข ไม่ใช่ภาระ
ถึงได้รู้ว่า ทุกอย่างคือต้นทุน และสูงด้วย
ในการจัดเตรียมปัจจัยการผลิตให้ครบถ้วนและพร้อม
บันทึกการเข้า
พ่อใหญ่ ส.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1599


« ตอบ #6 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 02:11:05 PM »

ต้นตาล (ต่อ )
เริ่มมองหาต้นตาลที่ติดลูก  เก็บลูกตาลสุก ไล่จากอำเภอสูงเนิน จนเต็มกระบะรถ
พอปลูกเสร็จก็รอว่าเมื่อไหร่มันจะโผล่ให้เห็น  และจะดูว่ามันจะเติบโตดีไหม มันจะเรียงสวยไหมหนอ มองไปเห็นทิวต้นตาลคงจะสวยแค่ไหน และคาดหวังว่า คงจะมีใครสักคนที่มีความสุขเมื่อได้กิน ลูกตาลเฉาะ ขนมตาล จากลูกตาลที่เราปลูกไว้ปลูกเสร็จ
รอจนตุลาคม หายต๋อม รอแล้วรอเล่า ก็ไม่เห็นโผล่สักต้น  ทนไม่ไหว ว่าทำไมไม่โผล่สักที เนื่องจากไม่เข้าใจ ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับต้นตาล จะโทรไปถามดาบวิชัย ก็คงจะเกินไป เลยลองขุดเช็กดูซิ ว่ามันงอกไหม
ชื่นใจครับ
ลูกตาลเวลามันงอกมันจะแทงรากลงไปในดินลึกมาก แล้วค่อยงอกลำต้นจากรากที่ฝังลึกลงไปในดิน เป็นการปรับตัวที่เยี่ยมยอด เพราะ สามารถรอดพ้นจากความแห้งแล้ง ไฟไหม้ หรือการตัดต้นโดยไม่เจตนา เคยสังเกตไหมครับว่า ต้นตาลเล็ก ๆ ต่อให้ตัดยอดจนมิดดิน ไฟใหม้ แล้งจัดแค่ไหน มันก็รอดงอกไหม่ได้ ความสุขตอนนี้อยู่ที่จินตนาการอย่างเดียว “อีกสิบปี นาไร่ผมจะมีต้นตาลขึ้นรอบ ๆ


* plam.jpg (9.12 KB, 266x190 - ดู 12260 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
Wasun
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 56


« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 02:24:03 PM »

ขอบคุณครับ......

ใช่แล้วครับ ผมจึงทดลองทำเองดูสัก 3 ไร่ ก่อน เพื่อเก็บข้อมูลต่าง ๆ จริง ๆ แล้วที่เห็นชาวนาแถวบ้านผมอยู่แบบสบาย ๆ อยากไปไหนก็ไป ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาต้องมีประสบการณ์มาก่อน ครั้นจะให้ชาวนามาทำงานอย่างผมคิดว่าคงไม่ไหวเหมือนกัน ไม่ต่างกันงานที่ผมทำมันง่าย แต่ลองทำนามันยากสำหรับเรา ทั้งที่คอยดู คอยถามใคร  ๆ แล้วมันงุ่นงงไปหมด เพราะยังไม่มีประการณ์นั้นเอง......

พูดถึงต้นตาลแล้ว ใช่ครับผมยังชอบกลิ่นหอมของตาลสุกได้ดี ที่สวนปลูกไว้ 1 ต้น สูงสัก 2 เมตรกว่า ไม่รู้ว่าเป็นตาลตัวผู้หรือตัวเมีย แต่นั้นไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะต้นตาลเริ่มหาดูยากพอควร กะว่าจะหามาปลูกเพิ่มอีก


Liked By: chunkung, TAWUN, chaiyawan
บันทึกการเข้า
พ่อใหญ่ ส.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1599


« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 03:15:19 PM »

เริ่มวางแผน
คนที่เช่านาทำคือนายแหลม คนที่จะเริ่มมีบทบาทสำคัญในทุก ๆ เรื่องต่อไปนี้ ให้แกทำต่อไป ควบคู่กับการปรับปรุง นายแหลมเป็นคนขยัน ว่องไว เป็นลูกมือในทุก ๆ เรื่อง ถ้าขาดนายแหลมผมคงต้องเหนื่อยคนเดียวแน่
วันนี้นัดนายแหลม ให้ไปช่วยกันวางระบบน้ำของนา ทำให้ทราบปัญหาหลายอย่าง เช่น
- นาแปลงที่ 4 และ 7 ผลผลิตต่ำมาก ต้นข้าวแคระแกรน รวงเล็ก พื้นดินไม่มีธาตุอาหารอินทรีย์เลย เนื่องจากการหมุนเวียนทำนาโดยไม่เคยมีการปรับปรุงดิน
- ไม่สามารถควบคุมน้ำเข้านาได้ เนื่องจากขาดการดูประตูน้ำ ทำให้มีน้ำไหลเข้านาตลอดเวลา คงจะชะเอาปุ๋ยที่หว่านเอาไว้ไปกับน้ำหมด
- นาแปลงที่ 8 มีระดับลึกต่ำสุด ควรได้รับการปรับระดับ
- คันนาเล็ก ไม่สามารถควบคุมน้ำได้ ต้องขยาย
อย่างไรก็ตาม ได้มีการใช้หลักไม้ไผ่ ทำเครื่องหมายระดับน้ำ นำไปตอกเพื่อให้เห็นระดับน้ำทั่วทั้งนาไว้แล้ว


* field_Number.JPG (46.41 KB, 708x455 - ดู 12284 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
พ่อใหญ่ ส.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1599


« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 03:44:06 PM »

ถังน้ำ
ในที่สุดก็ลงตัวเรื่องระบบสำรองน้ำ ตกลงทำสัญญากับศูนย์มีชัย(สมาคมพัฒนาประชากร)สาขามหาสารคาม ราคาถังมาตรฐานถังละ 25,000 บาท ถ้าเปลี่ยน วัสดุตามรายการมาตรฐาน ก็ต้องเพิ่มเงินอีก ของผมเปลี่ยน ปูน เป็นปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ เปลี่ยนท่อ PVC ให้หนาขึ้น และเพิ่มความถี่ของเหล็กเสริมคอนกรีต จึงตกใบละเกือบ สามหมื่น  ดีอย่างไม่ต้องวุ่นวาย ดูแล เขาจัดการเองหมด อยู่กิน ช่างบ่นว่า อากาศหนาวมาก เต๊นที่จัดหาให้ต้องกาง แบบเอียง ๆ กันลมหนาว เพราะวันที่เตรียมข้าวของมาก ยังไม่หนาวเลย ผ้าห่มเอามาน้อย แถมยังไม่มีไฟฟ้าใช้  นอนกลางดิน กินกลางทราย


* DSC05120.JPG (67.43 KB, 629x472 - ดู 12254 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
พ่อใหญ่ ส.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1599


« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 03:45:38 PM »

เริ่มตั้งฐาน ถังน้ำ


Liked By: TAWUN


* DSC05125.JPG (68.45 KB, 629x472 - ดู 12174 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
khundong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1676


« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 04:37:31 PM »

ปลูกข้าวกินเองคือสุดยอดแล้วครับ ผมเคยถามพ่อกับแม่ว่าทำไมต้องทำงาน ท่านตอบเป็นผญา ว่า ทุกบ่มีเสื้อผ้าเฮือนดี พอลี้อยู่ ทุกข์บ่มีเข่าอยู่เล้ามันนอนลี้อยู่บ่เป็น คนอิสานจะให้ความสำคัญกับการที่ได้กินข้าวของตนเองปลูกเป็นอย่างมาก แต่สมัยนี้ปลูกขาย จึงใช้สารกันเยอะครับ ไม่ปลอดภัย
บันทึกการเข้า
kruyai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 436


« ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 04:59:12 PM »

ครับ พ่อใหญ่ วางแผนดีแล้ว อยากเห็นนาพ่อใหญ่ซะแล้ว อย่าลืมปลูกไม้ใช้สอยไว้เฮ็ดเฮือนเด้อครับ ปลูกซะปลูกซายหัวไฮ่ปลายนา


Liked By: chunkung, TAWUN


* 100_0553.jpg (52.83 KB, 300x400 - ดู 12001 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
ปัญญาฟาร์ม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1311


« ตอบ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 05:47:31 PM »

 พ่อใหญ่ไม่ธรรมดานะเนี่ย ขอเป็นกำลังให้เด้อครับ


Liked By: TAWUN
บันทึกการเข้า

ปัญญาฟาร์ม - เส้นทางอำลาเมืองกรุงสู่วิถีเกษตร
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=24888.0
คนทำนา.คอม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 118


« ตอบ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 07:47:46 PM »

มาลงชื่อในกระทู้พ่อใหญ่หน่อยนะครับ ^^
ดูจากการคิด วางแผน และเตรียมความพร้อมแล้ว
ไม่ธรรมดาจริงๆ ครับ ... เป็นการวางแผนที่ดีเลยครับ

ผมเคยพูดกับเพื่อนพ่อหลายๆ ท่าน ท่านบอกว่า
เกษตรเนี้ย เดี๋ยวรอปลดตอน 60 ปี ก็มาเริ่มทำได้
เราก็อายุน้อยกว่า ก็ได้แต่พูดไปเบาๆ ว่า

"เกษตรนี่แหละต้องเตรียมตัว และเตรียมใจนาน
เพราะเค้าไม่ได้หวังผลหรือคาดการณ์ได้เหมือนเครื่องจักร
เลยต้องมีการวางแผน การกระจายความเสี่ยง และมองที่จุดคุ้มทุนร่วมด้วย"

พูดไปเท่านี้ก็เงียบๆ กันไป สงสัยเราคิดมากเกินไปครับ

ปุ๊ก


Liked By: TAWUN
บันทึกการเข้า
พ่อใหญ่ ส.
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1599


« ตอบ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 01, 2010, 08:45:11 PM »

ตอบคุณปุ๊ก
พวกที่บอกว่า รอให้เกษียณก่อนค่อยทำก็ได้ คือพวกที่ไม่เคยทำ ไม่เคยออกแรง
ตอนนั้นอาจจะมีเงินก็จริง สั่งได้ แต่ พ่อใหญ่มองหลาย ๆมุม
มันควรจะเป็นวัยพักผ่อน ไม่ใช่ตรากตรำ ใจสู้ แต่ กายไม่ตอบสนอง กลับกลายเป็นการบั่นทอนสุขภาพ
แต่ทุกอย่างไม่มีสูตรสำเร็จหรอก คำตอบมันอยู่ที่ ความพอใจ ของแต่ละคน
บางคนอาจจะบุกบั่นจนได้เป็น อธิบดี สามารถเนรมิตร อะไรก็ได้ โดยไม่ต้องลงแรง มันก็เป็นไปได้คือกัน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 165   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: