บทคัด-ย่อ การอบรมโรคพืช ม.เกษตร

<< < (2/3) > >>

prawet:
โรคพืชที่เกิดจากแบคทีเรีย   โดย ดร.สุพจน์  กาเซ็ม 
   กลไกลสำคัญของเชื้อแบคทีเรีย ในการชักนำให้พืชเกิดโรค ประกอบด้วย
   1.การเพิ่มปริมาณ และการผลิตสารเมือก ทำให้เกิดการอุดตันท่อลำเลียงน้ำ ธาตุอาหาร
   2.การผลิตสารพิษ ทำลายเนื่อเยื่อพืช
   3.การผลิตเอนไซน์ย่อยผนังเซลล์ หรื่อเนื้อเยื่อพืช
   4.การกระตุ้นหรือผลิตออร์โมนของพืช ทำให้พืชเจริญเติบโตผอดปกติ และแบ่งเซลล์ผิดปกติ
อาการของโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
-   ขอบใบแห้งของข้าว  ใบไหม้ของงา
-   การเน่าเละของผักต่างๆ
-    ใบจุดของมันสำปะหลัง
-   อาการแคงเกอร์ของพืชตระกูลส้ม
-   อาการปม ก้อน ของพืชไม้ผล

การควบคุมโรคพืชที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย
   1.การกีดกันเชื้อโรค  ได้แก่
      - กีดกันด้านกฎหมาย เพื่อมิให้เชื้อโรคเข้ามาระบาด
      - ปลูกพืชห่างไกลจากเชื้อโรค
      - ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ปลอดโรค
   2.การกำจัด หรือลดปริมาณเชื้อโรคเริ่มแรก ได้แก่
      - กำจัดชิ้นส่วนที่เป็นโรค
      - ปลูกพืชหมุนเวียน
      - ปลูกพืชชนิดอื่นที่ไม่ใช่พืชอาศัยของเชื้อโรคแทนการปลูกชนิดเดียว
      - การควบคุมโรคโดยชีววิธี  เช่นการใช้จุลินทรีย์ 
   3.การสร้างภูมิต้านทานให้แก่พืช คือการเข้าทำลายพืชของเชื้อชนิดหนึ่ง ที่ไม่รุนแรงแล้วชักนำให้พืชเกิดการต้านทานเป็นต้น

prawet:
ขณะที่กำลังมีการอบรม นักวิชาการเกษตร จากประเทศจีน 2 ท่าน ที่เดินทางมาดูงานในประเทศไทย ได้ขอเข้าชมการอบรมการจัดการโรคพืช ของเกษตรกรไทย โดยมี ดร.เลขา  และ ดร.สุพจน์ ให้การต้อนรับ

แล้วมีคุณมงคล นักจัดรายวิทยุการเกษตร สถานีวิทยุยานเกราะ ผู้เข้าอบรม และเป็นสมาชิกรักบ้านเกิด ได้รับเกียรติให้เป็นผู้แนะนำให้ความกระจ่างเรื่องการเกษตรของไทย

prawet:
โรคพืชที่เกิดจากใส้เดือนฝอย  โดย ดร.บัญชา  ชิณศรี
   ไส้เดือนฝอย มีรูปร่างคล้ายเส้นด้าย หรือพยาธิตัวกลม ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์     มีขนาดเล็กมากไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ต้องมองผ่านกล้องจุลทรรศ์ จึงจะเห็น  จะเข้าทำลายพืชโดยเข็มที่บริเวณปากเจาะเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อพืช
   ไส้เดือนฝอยสามารถเข้าทำลายพืชได้มากกว่า  2,000 ชนิด และทำลายพืชได้ทุกกลุ่ม ได้แก่
-   ธัญพืช เช่น ข้าว ข้าวโพด ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี
-   พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วลิสง
-   พืชเส้นใย เช่น ฝ้าย ปอ หม่อน
-   ไม้ดอก ไม้ประดับ เช่น เยอบีร่า เบญจมาศ กุหลาบ
-   ไม้ผล เช่น ส้ม กล้วย องุ่น มะละกอ ฝรั่ง
-   พืชหัว เช่น มันฝรั่ง มันเทศ เผือก
-   พืชผัก เช่น คะน้า กระเทียม ผักกาดหอม มะเขือเทศ

ไส้เดือนฝอยเข้าทำลายได้ทั้งในส่วนที่อยู่เหนือดิน เช่น ใบ ดอก เมล็ด แต่อาการส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่ราก ดังนี้
-   อาการเหนือดิน ได้แก่
- ลำต้นแคระแกรน โตช้า เหี่ยว
-ใบเหลืองคล้ายขาดธาตุอาหาร หรือใบผิดปกติ เช่น ไหม้ บิดเบี้ยว ต้นหอมต้นบิดเบี้ยว
- ดอก เมล็ด บิดเบี้ยว หรือพองบวมผิดปกติ
     -    อาการไต้ดิน ได้แก่
   - รากเป็นจุด หรือแผลสีน้ำตาล
   - รากเป็นปุ่มปม เช่น หัวมันฝรั่ง
   - ปลายรากงอ รากเน่า รากแห้ง รากกุด เช่น รากกุดของข้าวโพด
การควบคุมใส้เดือนฝอย
-   การใช้สารเคมี
-   การใช้พันธุ์ต้านทานโรค
-   วิธีทางกายภาพ
- ปลูกกล้าในถุงพลาสติกปลอดใส้เดือนฝอย เมื่อโตมีความต้านทานก็นำไปปลูกตามธรรมชาติ
- การใช้พลาสติกคลุมดินที่มีความชื้นพอประมาณ ความร้อนจากแสงอาทิตย์ทำให้ดินมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น มีผลในการฆ่าใส้เดือนฝอย
- การใช้ความร้อนจากไอน้ำเข้าไปในดินลึก 20-40 ซม.
- แช่ท่อนพันธุ์ในน้ำร้อน 50 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที มีผลในการฆ่าใส้เดือนฝอย
- ปล่อยพื้นที่ให้ว่างเปล่า โดยไม่มีพืช ใส้เดือนฝอยจะไม่มีอาหารจะตายลดจำนวนลง
- ไขน้ำท่วมแปลง โดยทั่วไปไส้เดือนฝอยจะไม่ทำลายพืชที่อยู่ในสภาพน้ำท่วมขัง แต่มีบางชนิดทนน้ำท่วมขังได้

prawet:
รูปภาพของนักวิชาการเกษตร  กรมวิชาการเกษตร  ซึ่งเป็นอาจารย์ของ ดร.บัญชา ได้มาช่วยบรรยายเรื่อง"ใส้เดือนฝอยตัวอันตรายโรคพืชที่ส่งออกของไทย" ท่านมีทีเด็ดในการบรรยายมาก หลายๆ คนหายง่วงเพราะนักวิชาการท่านนี้ แต่เสียดายจริงๆ ที่้จำชื่อท่านไม่ได้ เพราะต้องจดเนื้อหาสาระ ต้องขอประทานอภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย เป็นอย่างสูง

prawet:
การจัดการโรคพืชโดยวิธีผสมผสานและการจุลินทรีย์ในระบบการผลิต   โดย รศ.ดร.สุดฤดี  ประเทืองวงศ์

การจัดการโรคพืชโดยใช้จุลินทรีย์ควบคุมโรคพืช
   จุลินทรีย์ควบคุมโรคพืช คือ เมื่อใส่จุลินทรีย์ให้พืชแล้ว มสามารถป้องกันพืชไม่ให้เกิดความเสียหายเนื่องจากการทำลายของโรค  (และแมลงศัตรูพืชบางชนิด เช่นแมลง)  และยับยั้งการเจริญหรือฆ่าเชื้อ สามเหตุของโรคพืชได้ เรียกว่า “จุลินทรีย์ปฏิปักษ์”
จุลินทรีย์ มีประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้ที่เกี่วข้อง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่สามารถดำรงไว้ซึ่งความหลากหลายทั้งสิ่งที่มีชิวิต และไม่มีชีวิต  ตลอดจนสามารถช่วยลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ จะสามารถปกป้องและส่งเสริมสุขภาพพืช ให้มีกากรเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ แข็งแรง ได้ในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง ดังนี้
1.จุลินทรีย์สร้างสารปฏิชีวนะ และสารพิษอื่น ๆ ยับยั้งการเจริญและฆ่าเชื้อโรค
2.เป็นปรสิตกัดกิน หรือดูดน้ำเลี้ยงเชื้อโรค
3.ชนะเชื้อโรคในการแข่งขันแย่งอาหารและครอบครองพื้นที่ผิวพืช เนื่องจากจุลินทรีย์เจริญได้รวดเร็วกว่า
4.ผลิตฮอร์โมนส่งเสริมให้พืชเจริญเติบโตได้ดี รวดเร็ว และสมบูรณ์ แข็งแรง
5.กระตุ้นให้พืชมีภูมิต้านทานและสร้างสารพิษฆ่าเชื้อโรคได้ดีขึ้น
6.ช่วยรักษาและแก้ไขความผิดปกติ ตลอดจนการปรับสภาพความสมดุลให้พืช
7.ส่งเสริมการใช้ และเพิ่มพูนปุ๋ยหรือธาตุอาหารให้แก่พืช
8.ผลิตสารลดแรงตึงผิว และส่งเสริมประสิทธิภาพการยึอติดแน่นกับผิวพืช
9.ช่วยสลายซากพืช และเพิ่มอินทรีย์สารเพื่อปรับความเป็นกรด-ด่าง และปรับปรุงดิน
10.รักษาบาดแผลพืช โดยเฉพาะบริเวณส่วนราก
การใช้จุลินทรีย์ เพื่อควาคุมโรคพืช มีกรรมวิธีการในลักษณะต่างๆ ดังนี้
   1.คลุกเม็ดพันธุ์ ด้วยสูตรของเหลวที่เป็นสารแขวนลอยสปอร์เชื้อรา หรือเซลล์แขวนลอยของเชื้อแบคทีเรีย  จึงเหมาะกับการใช้ป้องกันโรคพืชที่ระบบราก และลำต้นส่วนไต้ดิน
   2.การผสมดิน หรือราดดิน หรือใช้ร่วมกับวัสดุปลูก
   3.การจุ่มรากต้นกล้าก่อนย้ายปลูก วิธีนี้จะทำให้เชื้อปฏิปักษ์ควบคุมดรคได้ดีเนื่องจากส่วนรากจะสัมผัสกับเชื้อได้หมดทุกส่วน
   4.โดยการจุ่มท่อนพันธุ์ ก่อนปลูก
   5.พ่นใบในระยะเจริญเติบโต
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ชีวภาพสุตรสำเร็จแบคทีเรียไอเอสอาร์
   เป็นผลงานวิจัยและผลผลิตจากภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการเจริญเติบโต ส่งเสริมการใช้ธาตุอาหารพืช และแข่งขันกับเชื้อโรค ตลอดจนกระตุ้นภูมิคุ้มกันโรคของพืช สามารถนำไปปรับใช้กับพืชผัก ถั่วเหลือง ถั่วเหลืองฝักสด ข้าว และข้าวโพดหวาน เป็นต้น

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว