หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 61   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: สอบถามเรื่องการซื้อที่ดินกับกรมบังคับคดี  (อ่าน 312892 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
rukthai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 143


« เมื่อ: กันยายน 27, 2010, 11:28:13 AM »

สอบถามเรื่องการซื้อที่ดินกับกรมบังคับคดี  พอดีอยากได้ที่ที่กรมบังคับคดีเปิดประมูลอ่ะครับ  แต่ไม่มีประสบการณ์  ไม่ทราบว่ามีข้อแนะนำอะไรหรือเปล่าครับ 
บันทึกการเข้า

tankhun
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 116


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 27, 2010, 12:32:35 PM »

ไปดูที่ตั้งทรัพย์สิน ตรวจสอบความถูกต้อง ตั้งราคาของเราไว้ในใจ ถ้าเป็นสิ่งปลูกสร้างถ้าเจ้าของเดิมยังไม่ออกควรหลีกเลี่ยง
ขอให้โชคดีครับ
บันทึกการเข้า
a_littleman
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 122


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 27, 2010, 12:36:33 PM »

การประมูลที่ดินของกรมบังคับคดี แนะนำให้ไปประมูล ครั้งที่ 3 เป็นต้นไปครับ ราคาจะลดลงมา 50%
ถ้าหากที่ดินทำเลดี ส่วนใหญ่แบงค์ จะประมูลซื้อเก็บไว้เอง
ถ้าหากไม่มีใครประมูลแข่ง หรือประมูลแข่งราคาก็จะขึ้นไปประมาณ 80% หรือมากกว่า จนกว่าแบงค์จะพอใจจึงปล่อย (cover หนี้ที่ค้างอยู่)

หรือถ้ามีประมูลแข่ง แล้วเขาเห็นว่าราคาต่ำ เขามีสิทธิ์ค้านได้ 1ครั้ง ต้องประมูลใหม่ในครั้งถัดไป
ในการประมูลผู้เข้าประมูลต้องวางเงินค้ำ ตามมูลค่าของหลักทรัพย์ เช่น ไม่เกิน 500,000 บาท วางเงิน 20,000 บาท
ถ้าเป็นหลักทรัพย์ที่เกิน 1 ล้านบาท วางเงิน 50,000 บาท
 
ที่ดินของกรมบังคับคดี ถูกก็จริงแต่ต้อง ต้องตรวจสอบรายละเอียดให้ดีครับ ว่ามีปัญหาหรือไม่ ผมเคยประมูลได้ที่ดินที่ปราจีนบุรี
แต่สุดท้ายก็ต้องยอมให้เขายึดเงินประกัน 20,000 บาท เพราะว่าที่ดินนั้นมีปัญหา....

แนะนำให้ดูให้ดีว่ามีทางเข้าออกหรือไม่ ไม่เป็นที่ดินตาบอด และควรจะต้องตรวจสอบโฉนดกับกรมที่ดินด้วย อีกอย่างทรัพย์ที่ประมูลต้องไม่มีภาระผูกพันด้วยนะครับ

ถ้าจะประมูลลองหาดูที่เจ้าหนี้ที่ไม่ใช้แบงค์ เป็นบุคลทั่วไป ราคาจะไม่สูงมากอาจได้ที่ 50%
ไม่แนะนำให้ประมูลทรัพย์ที่เป็นบ้าน จะมีปัญหาตามมาอีกเรื่องการซ่อมแซม หรือฟ้องขับไล่

หรือถ้าไม่อยากเสี่ยงมากๆ แนะนำให้ซื้อ เป็น NPA ของแบงค์จะดีกว่าครับ
บันทึกการเข้า
sakolv
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 52


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 27, 2010, 02:56:38 PM »

การประมูลที่ดินของกรมบังคับคดี แนะนำให้ไปประมูล ครั้งที่ 3 เป็นต้นไปครับ ราคาจะลดลงมา 50%
ถ้าหากที่ดินทำเลดี ส่วนใหญ่แบงค์ จะประมูลซื้อเก็บไว้เอง
ถ้าหากไม่มีใครประมูลแข่ง หรือประมูลแข่งราคาก็จะขึ้นไปประมาณ 80% หรือมากกว่า จนกว่าแบงค์จะพอใจจึงปล่อย (cover หนี้ที่ค้างอยู่)

หรือถ้ามีประมูลแข่ง แล้วเขาเห็นว่าราคาต่ำ เขามีสิทธิ์ค้านได้ 1ครั้ง ต้องประมูลใหม่ในครั้งถัดไป
ในการประมูลผู้เข้าประมูลต้องวางเงินค้ำ ตามมูลค่าของหลักทรัพย์ เช่น ไม่เกิน 500,000 บาท วางเงิน 20,000 บาท
ถ้าเป็นหลักทรัพย์ที่เกิน 1 ล้านบาท วางเงิน 50,000 บาท
 
ที่ดินของกรมบังคับคดี ถูกก็จริงแต่ต้อง ต้องตรวจสอบรายละเอียดให้ดีครับ ว่ามีปัญหาหรือไม่ ผมเคยประมูลได้ที่ดินที่ปราจีนบุรี
แต่สุดท้ายก็ต้องยอมให้เขายึดเงินประกัน 20,000 บาท เพราะว่าที่ดินนั้นมีปัญหา....

แนะนำให้ดูให้ดีว่ามีทางเข้าออกหรือไม่ ไม่เป็นที่ดินตาบอด และควรจะต้องตรวจสอบโฉนดกับกรมที่ดินด้วย อีกอย่างทรัพย์ที่ประมูลต้องไม่มีภาระผูกพันด้วยนะครับ

ถ้าจะประมูลลองหาดูที่เจ้าหนี้ที่ไม่ใช้แบงค์ เป็นบุคลทั่วไป ราคาจะไม่สูงมากอาจได้ที่ 50%
ไม่แนะนำให้ประมูลทรัพย์ที่เป็นบ้าน จะมีปัญหาตามมาอีกเรื่องการซ่อมแซม หรือฟ้องขับไล่

หรือถ้าไม่อยากเสี่ยงมากๆ แนะนำให้ซื้อ เป็น NPA ของแบงค์จะดีกว่าครับ



เป็นความรู้อย่างมาก ผ่านมาครับ
บันทึกการเข้า
Tommy_LA
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3287


« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 03:49:44 AM »

ข้อเดียวที่ต้องระวังคือ
ที่ดินบังคับคดี กว่าครึ่งเป็นที่ดินมีปัญหาครับ
ถ้าแก้ปัญหาได้ ก็ได้ของดีราคาถูกไป

ปัญหาเช่น
มีแต่กระดาษ แต่ไม่มีที่ดิน
มีแต่กระดาษ แต่ที่ดินคนอื่นครอบครองไปแล้ว
มีกระดาษ มีที่ดิน แต่อยู่ในป่าสงวน
มีกระดาษ มีที่ดิน แต่โดนขุดดินไปแล้ว กลายเป็นบ่อ
ฯลฯ

ราคาที่ดินต่ำกว่า 5 แสน วางมัดจำ 2 หมื่น
เกิน 5 แสน วาง 5 หมื่น

ครั้งแรกขาย ร้อยละ 80
ครั้งที่ 2 เป็นต้นไป ขายร้อยละ 50
แต่ ถ้าคราวก่อนมีคนมาทิ้งประมูล ก็คิด ร้อยละ 5 ของคราวก่อน เป็นมัดจำ
ประมูลแล้ว ทิ้งเงินประกัน เรื่องจะไม่จบแค่นั้น เรื่องยาวแน่นอน

ครั้งที่ กับ นัดที่ แตกต่างกัน
บางที่มีร้องขัดทรัพย์ เอามาขายใหม่ ก็เป็นครั้งที่ 2 นัดที่ 1 ถึง 4

เจ้าหนี้ หากเป็นธนาคารกรุงเทพ กสิกร ไม่ต้องไปให้เสียเวลา
เจ้าหนี้ธนาคาร หากขายให้บริษัทรับซื้อหนี้ ก็อย่าหวังจะได้ถูก
เจ้าหนี้เป็นบุคคลธรรมดา ให้ระวังเรื่องเอกสาร ให้มาก

อัตราราคาที่ดินเปล่า น่าสนใจกว่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง
ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หากมีผู้อาศัย จะกลายเป็นนิยายชีวิต น้ำเน่า
ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างใน กทม ราคา อาจพุ่งขึ้นถึง 3 เท่า
ห้องชุด ต้องจ่ายค่าส่วนกลางเอง ไม่จ่าย ก็ไม่โอน ซวยไป
ที่ดินเพื่อทำการเกษตร ไม่ควรเกิน 5 หมื่นบาท ต่อไร่

ที่ดินแปลงไหน ทำเลดี ราคาถูก ผู้มีอิทธิพล สามารถ ทำให้มันไม่ปรากฏในเว็บได้

ผมซื้อที่ดินแบบนี้มาพอสมควรครับ ขายได้ปีละแปลง สองแปลง กำไรนิดๆ หน่อยๆ
อยากได้สวยจริงๆ ไป ธกส. รับรอง ไม่ผิดหวังครับ

ใครจะปรึกษาที่ดินเพื่อการเกษตรแปลงไหน ในรายการของกรมบังคับคดี ติดต่อมาได้เลยครับ
เรคคอร์ด ซื้อที่ดินถูกที่สุด ไร่ละ 7 พัน กำไรสูงสุดใน 1 ปี ที่ 3 เท่า เท่านั้นเอง.....
แค่นี้ก่อน เดี๋ยวมีคู่แข่งเยอะ อิอิ อิอิ
บันทึกการเข้า
Tommy_LA
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3287


« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 03:55:35 AM »

เพิ่มเติมนิดนึง

ที่ราชพัสดุ บนต้นน้ำชั้นหนึ่ง ไม่สนับสนุนนะคร๊าบ

เพิ่งขึ้นเครื่องบินวนไปดูที่ สังขละบุรี ยัน สวนผึ้ง
แหว่งไปอย่างมากมาย เป็นที่ ที่ทหารช่างเค้าดูแลอยู่

เค้าได้ไฟเขียวจากผู้มีอำนาจแล้วนะคร๊าบ
"ส่งมันไปเกิดใหม่" หวังว่าคงเข้าใจนะคร๊าบ

ที่บอกน่ะ ก็เพราะว่าเป็นห่วง
บันทึกการเข้า
vnoom
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 11:30:20 AM »

คุณ Tommy_LA นี้สุดยอดเลยแฮะ  อายจัง อายจัง อายจัง
ที่ดินเปล่าทำการเกษตรถ้าจะซื้อต้องระวังไรมั้งคับนี้
บันทึกการเข้า
THE SUN STAR
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 11:43:48 AM »

ข้อเดียวที่ต้องระวังคือ
ที่ดินบังคับคดี กว่าครึ่งเป็นที่ดินมีปัญหาครับ
ถ้าแก้ปัญหาได้ ก็ได้ของดีราคาถูกไป

ปัญหาเช่น
มีแต่กระดาษ แต่ไม่มีที่ดิน
มีแต่กระดาษ แต่ที่ดินคนอื่นครอบครองไปแล้ว
มีกระดาษ มีที่ดิน แต่อยู่ในป่าสงวน
มีกระดาษ มีที่ดิน แต่โดนขุดดินไปแล้ว กลายเป็นบ่อ
ฯลฯ

ราคาที่ดินต่ำกว่า 5 แสน วางมัดจำ 2 หมื่น
เกิน 5 แสน วาง 5 หมื่น

ครั้งแรกขาย ร้อยละ 80
ครั้งที่ 2 เป็นต้นไป ขายร้อยละ 50
แต่ ถ้าคราวก่อนมีคนมาทิ้งประมูล ก็คิด ร้อยละ 5 ของคราวก่อน เป็นมัดจำ
ประมูลแล้ว ทิ้งเงินประกัน เรื่องจะไม่จบแค่นั้น เรื่องยาวแน่นอน

ครั้งที่ กับ นัดที่ แตกต่างกัน
บางที่มีร้องขัดทรัพย์ เอามาขายใหม่ ก็เป็นครั้งที่ 2 นัดที่ 1 ถึง 4

เจ้าหนี้ หากเป็นธนาคารกรุงเทพ กสิกร ไม่ต้องไปให้เสียเวลา
เจ้าหนี้ธนาคาร หากขายให้บริษัทรับซื้อหนี้ ก็อย่าหวังจะได้ถูก
เจ้าหนี้เป็นบุคคลธรรมดา ให้ระวังเรื่องเอกสาร ให้มาก

อัตราราคาที่ดินเปล่า น่าสนใจกว่า ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง
ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง หากมีผู้อาศัย จะกลายเป็นนิยายชีวิต น้ำเน่า
ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างใน กทม ราคา อาจพุ่งขึ้นถึง 3 เท่า
ห้องชุด ต้องจ่ายค่าส่วนกลางเอง ไม่จ่าย ก็ไม่โอน ซวยไป
ที่ดินเพื่อทำการเกษตร ไม่ควรเกิน 5 หมื่นบาท ต่อไร่

ที่ดินแปลงไหน ทำเลดี ราคาถูก ผู้มีอิทธิพล สามารถ ทำให้มันไม่ปรากฏในเว็บได้

ผมซื้อที่ดินแบบนี้มาพอสมควรครับ ขายได้ปีละแปลง สองแปลง กำไรนิดๆ หน่อยๆ
อยากได้สวยจริงๆ ไป ธกส. รับรอง ไม่ผิดหวังครับ

ใครจะปรึกษาที่ดินเพื่อการเกษตรแปลงไหน ในรายการของกรมบังคับคดี ติดต่อมาได้เลยครับ
เรคคอร์ด ซื้อที่ดินถูกที่สุด ไร่ละ 7 พัน กำไรสูงสุดใน 1 ปี ที่ 3 เท่า เท่านั้นเอง.....
แค่นี้ก่อน เดี๋ยวมีคู่แข่งเยอะ อิอิ อิอิ

คุณ Tommy_LA
พอให้เบอร์โทรได้ไหมครับหรือ Email ก็ได้ อาจจะขอคำปรึกษาหรือใช้บริการครับ
เจริญ 086-8504528
บันทึกการเข้า
ปากแดงดอทคอม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1657



« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 01:04:58 PM »

เพิ่งขึ้นเครื่องบินวนไปดูที่ สังขละบุรี ยัน สวนผึ้ง
แหว่งไปอย่างมากมาย เป็นที่ ที่ทหารช่างเค้าดูแลอยู่

เค้าได้ไฟเขียวจากผู้มีอำนาจแล้วนะคร๊าบ
"ส่งมันไปเกิดใหม่" หวังว่าคงเข้าใจนะคร๊าบ

ที่บอกน่ะ ก็เพราะว่าเป็นห่วง

คือไม่ใช่ที่ของทหารช่างใช่มั้ยครับ เพียงแต่ทหารช่างดูแลให้อยู่เฉย ๆ จริงแล้วที่ต้นน้ำชั้นหนึ่งมันไม่ควรจะมีใครเป็นเจ้าของอยู่แล้วนะครับผมว่า มันควรจะต้องเป็นของประชาชนโดยส่วนรวมทั้งหมดแหละครับ  เจ๋ง

ไปล่ะ ฟี้วววววววววววววววววววว...........
บันทึกการเข้า

ปากแดง@บ้านสวนสันท์ http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=15221.msg562596#msg562596
ชอบ_วินิจฉัย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 15


« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 08:45:11 PM »

คุณทอมมี่...ข้อมูลดีมากเลยครับ   แล้วขึ้นเครื่องบินของหน่วยงานไหนไปดูครับ     ลำเดียวกับทั่น  เสรี  ตำรวจคนดังที่เอาไปบินแถวกาญจน์  หรือป่าว....555555
บันทึกการเข้า
Tommy_LA
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3287


« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 01:24:27 AM »

เพิ่งขึ้นเครื่องบินวนไปดูที่ สังขละบุรี ยัน สวนผึ้ง
แหว่งไปอย่างมากมาย เป็นที่ ที่ทหารช่างเค้าดูแลอยู่

เค้าได้ไฟเขียวจากผู้มีอำนาจแล้วนะคร๊าบ
"ส่งมันไปเกิดใหม่" หวังว่าคงเข้าใจนะคร๊าบ

ที่บอกน่ะ ก็เพราะว่าเป็นห่วง

คือไม่ใช่ที่ของทหารช่างใช่มั้ยครับ เพียงแต่ทหารช่างดูแลให้อยู่เฉย ๆ จริงแล้วที่ต้นน้ำชั้นหนึ่งมันไม่ควรจะมีใครเป็นเจ้าของอยู่แล้วนะครับผมว่า มันควรจะต้องเป็นของประชาชนโดยส่วนรวมทั้งหมดแหละครับ  เจ๋ง

ไปล่ะ ฟี้วววววววววววววววววววว...........


มันเป็นทีดินสำหรับป่าของประชาชนทั้งประเทศครับ
เอาไว้ผลิตน้ำให้คนไทยเวลาต้องการน้ำ และเอาไว้ซับน้ำ เวลาน้ำมากเกินไปครับ
และที่สำคัญ มี...ให้ดำเนินการ "อย่างเคร่งครัด" ครับ
บันทึกการเข้า
Tommy_LA
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3287


« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 01:26:39 AM »

คุณทอมมี่...ข้อมูลดีมากเลยครับ   แล้วขึ้นเครื่องบินของหน่วยงานไหนไปดูครับ     ลำเดียวกับทั่น  เสรี  ตำรวจคนดังที่เอาไปบินแถวกาญจน์  หรือป่าว....555555
ไปกับหน่วยงานไหนบอกไม่ได้ครับ แต่ขึ้น เบลล์ 412 ไป ครับ
เมื่อกลางเดือน กันยายน 2553 ที่ผ่านมานี้เอง
บันทึกการเข้า
Tommy_LA
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3287


« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 01:39:24 AM »

อยากให้เบอร์โทรศัพท์ กับอีเมลล์ แต่ทำไม่ได้ครับ
เดี๋ยวโดนเล่นงาน ธุรกิจนี้มีคู่แข่งเยอะมากครับ
รวยกันเงียบๆ แบบ 10 หลัก มาหลายคนแล้วครับ
ใช้ระบบถามตอบในเว็บบอร์ดนี้แทนได้เลยครับ

ส่วนเรื่องที่ดินเปล่านั้น ที่ต้องระวัง มีหลายประการ
1.ที่ดินในเอกสาร กับที่ดินที่ประกาศขายเป็นคนละแปลงกัน มีเป็นโซนๆ ครับ
ผมไม่ใช่คนในพื้นที่ ซื้อไม่ได้เลยครับ เพราะต้องใช้ อำนาจและบารมีจัดการ
2. ถ้าเป็นเอกสาร นส3 ก ก็พอไปวัดไปวาได้
ถ้าเป็น โฉนดยิ่งดีใหญ่ แต่ราคาก็จะต้องแพงขึ้นไปนิดนึงครับ
นส 3 เฉยๆ เล่นยากนิดนึงครับ บางที่มี ภบท 5 หลุดมาด้วย ผมงี้ งง เลย
3. หมายเลข ในเอกสาร ผิดไป หนึ่งตัว ก็ใช้ไม่ได้นะครับ
เพราะสมัยก่อน จนท รับตัง เอามาสวม ออก หลายใบครับ
แต่เค้าจะอ้างว่า คนทำเกษียณไปแล้วบ้าง เครื่องมือไม่ทันสมัยบ้าง
4. เรื่องทางเข้า ทางออก ดูให้ดี เรื่องไม่ใหญ่ แต่กวนใจ น่าเบื่อ
5. ถ้าเป็นป่า ยูคา เก่า แพงกว่าไร่ละ 15000 บาท ไม่ต้องไปสน ไม่คุ้มค่าถอน
6. ทำการเกษตร ให้ดูปริมาณน้ำฝน และ น้ำใต้ดินด้วย
คร่าวๆ ก็มีประมาณนี้ เน้นเรื่องเอกสารครับ
บันทึกการเข้า
Magnum (rew)
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4895



« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 12:18:12 PM »

หรือถ้าไม่อยากเสี่ยงมากๆ แนะนำให้ซื้อ เป็น NPA ของแบงค์จะดีกว่าครับ

หลักการขายทรัพย์ เอ็น พี เอ ของแบงค์เขาคำนวนอย่างไรครับ
บันทึกการเข้า


สิ่งที่น่าสังเวชของมนุษย์
หาใช่ความเสื่อมถอยของสังขารไม่
แต่คือความเสื่อมถอยทางจิตวิญญาณ
Tommy_LA
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3287


« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 01:20:57 PM »

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจถามมานะครับ วันละเกือบ 10 เจ้าแล้ว

สำหรับคำถามทั่วไป ถ้าไม่เป็นความลับ ก็ถามในหน้านี้เลยก็ได้ครับ
ถ้าเป็นความลับ ก็ถามในระบบ ถาม ตอบ ของเว็บครับ

ผมไม่ตอบปัญหาที่เกี่ยวข้องทางกฏหมายนะครับ เพราะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญครับ
บันทึกการเข้า
Tommy_LA
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3287


« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 30, 2010, 01:48:03 PM »

ขออนุญาต ตอบ คำถาม
เอ็นพีแอล กับ เอ็นพีเอ เป็นทรัพย์ชิ้นเดียวกัน
แต่ เอ็นพีแอล ยังอยู่ในมือเจ้าของ เอ็นพีเอ เปลี่ยนมือมาเป็นของเจ้าหนี้แล้ว
โดยเจ้าหนี้ในที่นี้หมายถึง ธนาคาร และสถาบันการเงิน ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการเงิน
และมีความปรารถนาที่จะเปลี่ยนที่ดินแปลงนั้นๆ เป็นเงิน ซึ่งมีสภาพคล่องสูงสุด

แต่ถ้า เอ็นพีแอล ถูก บ.พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซื้อไป ก็ไม่เป็น เอ็นพีเอ
เพราะเขาสามารถหารายได้จากที่ดินแปลงนี้ได้

เราซื้อไป เอาไปขายต่อ ระหว่างนั้นก็ได้ค่าเช่า มีรายได้ ก็ไม่เป็น เอ็นพีเอ
ดังนั้นหากเราตั้งบริษัท รับจัดการทรัพย์รอการขายของสถาบันการเงิน แบบนี้
ก็คงจะรวย เละ เทะ แบบ ไม่รู้เรื่องเลย เพราะกว่าจะเสร็จกระบวนการก็เกือบ 10 ปี
ผมก็กำลังศึกษาอยู่...

ส่วนเรื่องการซื้อต่อหนี้ เอ็นพีแอล นั้น มีสองแบบ
แบบแรก เลือกซื้อรายแปลง ราคาซื้อต่อจะแพงหน่อย ประมาณ ร้อยละ 30-50 ของราคาประเมิน
แบบทืี่สอง ซื้อเหมาเป็นโซน เป็นประเภท ประมาณ ร้อยละ 30-50
แบบที่สาม ซื้อเหมายกกระบิ ประมาณ ร้อยละ 25-30
แบบที่สี่ แบบประมูล

บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 ... 61   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: