หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: เครื่องกรองน้ำสะอาดแบบชาวบ้าน  (อ่าน 68391 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tiger
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3041



เว็บไซต์
« เมื่อ: เมษายน 27, 2009, 01:01:11 AM »

เหมาะสำหรับเกษตรพอเพียงครับ ง่าย ยิ้มเท่ห์
เครื่องกรองน้ำสะอาดแบบชาวบ้าน  นำมาจากหนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน ของ วว.
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลศิริราช โดย ศจ.นพ. ร่มไทร สุวรรณิก ได้คิดค้นเครื่องกรองน้ำเสียให้เป็นน้ำบริสุทธิ์แบบประหยัด
ด้วยวิธีการ ง่าย ๆ และลงทุนในราคา 300-400 บาท


Liked By: TABTIM_SIAM
บันทึกการเข้า

tiger
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3041



เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 27, 2009, 01:02:01 AM »

1. อุปกรณ์
ก. โอ่งหรือถัง สูงประมาณ 18 นิ้ว (อาจจะมากกว่าก็ได้) จำนวน 3 ใบ
ข. สายยางใส เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 ซม. ยาว 2 เมตร
ค. ขั้วต่อสายยาง คอยปรับระดับน้ำให้ไหลมากหรือน้อย 2 อัน สายยางและต้นขั้วต่อสายยางนั้นอาจใช้ชุดของ สายน้ำเกลือนำมาใช้ได้เลย
ซึ่งสามารถขอได้ตาม โรงพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งมีที่ปรับเร่งให้ไหลเร็วหรือช้า ก็ได้

2. วิธีเจาะ
ก. เจาะตุ่มด้วยฆ้อนกับตะปู กว้างพอกับสายยาง
ข. โอ่งหรือถังใบที 1 เจาะ 1 รู สูงจากก้นโอ่ง 2 นิ้ว
ค. โอ่งหรือถังใบที่ 2 และ 3 เจาะ 2 รู รูล่างให้เสมอกับ โอ่ง รูบนวัดจากปากโอ่งลงมา 2-3 นิ้ว
รูปแสดงการเจาะตุ่มหรือโอ่ง ต่อสายยาง และการบรรจุกรวดและทราย


Liked By: Bitong
บันทึกการเข้า
tiger
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3041



เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 27, 2009, 01:03:00 AM »

3. ต่อสายยาง
ก. ต่อสายยางจากรูที่ก้นโอ่งใบที่ 1 กับสายยางที่รูก้นโอ่ง ใบที่ 2 โดยใช้ขั้วต่อ
ข. ต่อสายยางจากรูที่ปากโอ่งใบที่ 2 กับสายยางที่รูก้น โอ่งใบที่ 3 โดยใช้ขั้วต่อเช่นเดียวกัน
ค. เสียบสายยางที่รูปากโอ่งใบที่ 3 และปล่อยสายยาง ทิ้งไว้

4. วิธีบรรจุกรวดและทราย
ก. กรวดและทรายละเอียดที่ใช้ต้องล้างให้สะอาด
ข. วิธีบรรจุกรวดและทรายละเอียดในโอ่งใบที่ 2 และ 3 เหมือนกัน
ค. ใส่กรวดลงก่อนให้สูงพอมิดสายยาง เพื่อกันไม่ให้ ทรายเข้าไปอุดรูสายยาง
ง. แล้วใส่ทรายละเอียดลงไปให้ความสูงของทรายอยู่ใต้ รูบนประมาณ 1 นิ้ว

5. การยกระดับ ช่วยให้การไหลของน้ำดีขึ้น และป้องกันการไหล ย้อนกลับ
ก. โอ่งใบที่ 1 สูงจากระดับพื้น 20 นิ้ว
ข. โอ่งใบที่ 2 สูงจากระดับพื้น 10 นิ้ว
ค. โอ่งใบที่ 3 สูงจากระดับพื้น 3 นิ้ว
บันทึกการเข้า
tiger
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3041



เว็บไซต์
« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 27, 2009, 01:03:58 AM »

6. วิธีกรอง
ก. เทน้ำลงในโอ่งใบที่ 1 ใส่คลอรีนประมาณ 1 ช้อนชาและแกว่งสารส้ม (น้ำที่เทลงในโอ่งจะเป็นน้ำที่เสีย คือ สกปรกซึ่งอาจนำมาจากตามแม่น้ำ
ลำคลอง)
ข. น้ำจะถูกกรองโดยโอ่งใบที่ 2 ผ่านกรวดและทรายเอ่อ ขึ้นสวนทางกับแรงดึงดูดของโลก และไหลออกทาง สายยางที่ปากโอ่งใบที่ 2
ไปยังก้นโอ่งใบที่ 3
ค. น้ำจะถูกกรองจากโอ่งใบที่ 3 เช่นเดียวกับโอ่งใบที่ 2
ง. น้ำที่ออกจากโอ่งใบที่ 3 เราดื่มได้เลย จำนวนน้ำที่ได้ ประมาณ 60-70 ลิตรต่อวัน

7. วิธีล้างโอ่งกรอง
ถอดสายยางตรงขั้วต่อออก ปล่อยน้ำจากก้นโอ่งกรองที่ 2 และ 3 ออกจนหมดน้ำขุ่นเท่านั้น
ด้วยวิธีการง่าย ๆ เช่นนี้ เราก็สามารถได้น้ำที่สะอาด น้ำที่ ผ่านขั้นตอนเหล่านี้มาแล้วสามารถนำไปดื่มได้ทันที
นอกจากจะช่วยให้ประโยชน์แก่ผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม แล้ว เครื่องกรองน้ำแบบง่าย ๆ นี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ดีสำหรับผู้ที่
บ้านอยู่ตามริมแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่น่าใช้มากที่สุด คือผู้ที่อาศัยตามหมู่บ้านที่สูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้
หรือถ้าอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม อย่างใกล้ชิด เช่น หมู่บ้านจัดสรร หรือหมู่บ้านที่มีโครงสร้างสนิทสนมกัน มากตามแบบไทย ๆ
ก็อาจดัดแปลงร่วมใจกันสร้างเครื่องกรองน้ำสำหรับ ชุมชนขนาดย่อมได้ โดยช่วยกันสละเงินคนละเล็กคนละน้อย แล้วช่วยกันดู แลรักษา
ตัวอย่างที่ทำกันมาแล้วเช่น เช่นที่อำเภอหัวไผ่ จังหวัดอ่างทอง และและ ที่โรงเรียนสลัมคลองเตย ซึ่งปรากฏว่า มีน้ำสะอาดบริโภคกันอย่างทั่วถึง


Liked By: suwit porpeang
บันทึกการเข้า
NuTtyGirL
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 871


เพียงพอ_เมื่อใจเราพอเพียง


เว็บไซต์
« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 27, 2009, 12:38:40 PM »

น่าสนใจไปลองทำ แย๋วมีวิธีทำบ่อบำบัดน้ำจากครัวเรือนแบบง่ายบ้างไหมค่ะ
บันทึกการเข้า

สุขภาพดีไม่มีขาย ถ้าอยากได้ต้องสร้างเอง
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบางใหญ่

http://bangyai01020.siam2web.com/
คนดง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 675



« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 27, 2009, 01:53:23 PM »

 อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า

รักที่จะอยู่ป่า
stss101
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2009, 05:41:37 PM »

วิธีการยากน่าดูเลย......
บันทึกการเข้า
Banna
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2009, 06:40:16 PM »

ขอบคุณครับ จะนำมาใช้บ้างครับ แต่ถ้าไม่ใช้ทั้งคลอรีนและสารส้ม จะเป็นน้ำสะอาดที่สามารถดื่มได้หรือไม่ครับ
บันทึกการเข้า
Nannynunu
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2009, 06:58:24 PM »

กำลังอยากได้อยู่พอดี
บันทึกการเข้า
ตรังสยาม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 48


« ตอบ #9 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2009, 09:41:35 PM »

ในกรณีนี้กรองน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภคมากกว่านะครับ  เพราะจะทำให้น้ำใสขึ้น นำมาใช้รดน้ำต้นไม้หรือล้างรถ ถูบ้านได้  หรือช่วงหน้าฝน ฝนตกหนัก น้ำในบ่อ หรือแหล่งน้ำที่ใช้ดื่มกิน เกิดขุ่นมีตะกอน  ก็ใช้วิธีนี้ได้ครับ  แต่ถ้าเป็นน้ำแม่น้ำลำคลอง อาจมีแบคทีเรียต่างๆ หรือโลหะหนัก หรือสารปนเปื้อน โมเลกุลเล็กๆ ผมว่า ไม่น่าจะกรองได้ครับ ยกเว้นมีการใช้ถ่านแอคติเวเตดคาร์บอน  เพื่อช่วยดูดซับอีกแรง   แต่น้ำที่ได้ควรนำมาต้มเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนจึงสามารถดื่มได้ครับ 
บันทึกการเข้า
Banna
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


« ตอบ #10 เมื่อ: กรกฎาคม 11, 2009, 10:37:14 AM »

ผมขอคุยต่อถามต่อ อีกสักข้อความ

ท่านใดมีความรู้ เรื่องเกี่ยวกับเครื่องกลองน้ำที่ดียิ่งๆขึ้นบ้างครับ
ที่แบบชาวบ้านก็สามารถทำได้เอง ที่มีความเป็นมาตรฐานสูงในการใช้ดื่ม
สามารถกรองได้แม้สารปนเปื้อน  หากนำมาเผยแพร่จะเป็นประโยชน์อย่างมาก
ในอนาคตอันไม่ไกล น้ำสะอาดที่ใช้ดื่มจะหายากขึ้นทุกวัน
แม้แต่น้ำฝน ที่เมื่อสมัยก่อนใช้ดื่มกินกันได้อย่างสบาย
แต่ปัจจุบัน ภูมิอากาศโลกได้เปลี่ยนไป อากาศเป็นพิษมาก
จึงทำให้ น้ำฝนสกปรกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หรือแม้แต่การเกิดภัยพิบัติ ภัยสงคราม  น้ำจะปนเปื้อนสารพิษและเชื้อโรคมาก
หากมีเครื่องกรองน้ำที่ทำได้ง่ายๆ แต่มีความสามารถสูง เมื่อกรองน้ำออกมาแล้ว
สามารถดิ่มกินได้อย่างปลอดภัย ก็จะเป็นประโยชน์ต่อ เพื่อนร่วมโลกได้มากทีเดียว

ที่เห็นตอนนี้ ก็มีแต่ดื่มน้ำที่ต้มสุกแล้วน่ะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 11, 2009, 10:38:54 AM โดย Banna » บันทึกการเข้า
doimaesalong
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #11 เมื่อ: กรกฎาคม 13, 2009, 10:38:36 AM »

หากจะดูจากกระทู้ ซึ่งบอกว่า แบบชาวบ้าน

แต่ที่ คุณ Banna ต้องการ ผมว่า มันขนาดอุตสาหกรรม หรือ ใน โรงพยาบาลแล้วละครับ

กลับมาที่สิ่งที่เราไม่ต้องการ ในน้ำ ซึ่งหลักๆแล้ว มีสองอย่างคือ สารปนเปื้อน ที่เป็น สาร อนินทรีย์ ( Inorganic compound ) เช่นพวก สารเคมีจากโรงงาน ปุ่ย ยาฆ่าแมลง เป็นต้น
อีกอย่างก็คือ สารอินทรีย์ ( Organic compound ) ก็คือพวก เศษหญ้า ไม้ รวมไปถึงพวกเชื้อโรคและพวกสัตว์ที่ตาย หรือสิ่งขับถ่ายจากมนุษย์ที่ลงแม่น้ำ

การใช้ สารสัม ก็คงจะทำให้พวกตะกอนต่างๆ ตกลงมาก พวกคลอรีน ก็ฆ่าเชื้อ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก ดังนั้น คิดว่า วิธีการที่เล่ามาข้างบน รวมทั้งพวกวัตถุต่างๆ ที่ใส่ในภาชนะ น่าจะจัดการกับ ของต่างๆ ( เชื้อโรค ตะกรัน ตะกอน รวมไปถึงพวก ชิ้นส่วน ) ได้บ้าง

จากที่กล่าวมาข้างบน ผมยังมองไม่เห็นว่า เราจะสามารถเอาพวกสารเปื้อนพวกเคมีได้เลยครับ จริงอยู่พวกวัตถุเช่น ถ่าน ( ธรรมดา ) อาจจะกรอง ได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ จะไม่ได้ถูกเอาออก

แม้แต่น้ำที่เอามาต้มสุก ( ซึ่งผมเองก็ใช้แบบนั้น ) ก็ไม่แน่ใจว่า มันเอาสารเคมี ที่เขาใช้ในนา ไร่ สวน หรือ ตามสนามกอล์ฟ ออกไปได้

ฉนั้นที่เราทำนั้น มันก็คงได้แค่ ระดับชาวบ้านแค่นั้น จะให้ได้อย่างที่ต้องการ คงต้องลงทุนอีกสูงมาก

ดอย แม่สะลอง
บันทึกการเข้า
tiger
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3041



เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2009, 01:16:47 AM »

ก็คงต้องทดลองเปลี่ยนส่วนที่จะนำมากรองให้มีคุณภาพมากๆเช่น กรวด-ทรายก็ให้ใช้แบบของการประปาฯซึ่งเขาระบุว่าใช้สำหรับกรองน้ำเพื่อมาทำน้ำประปา(อันนี้ก็คงต้องออกแรงกันบ้าง) ยิ้มเท่ห์ ส่วนถ่านถ้าถ่านธรรมดาก็คงไม่เพียงพอ เปลี่ยนมาใช่ถ่านกัมมันต์ ซึ่งสามารถดูดจับของเสีย-สารพิษต่างๆได้ กิโลละ30-40 บาทราคาก็ตามเกรด(แพงกว่านี้ก็มี) ยิ้มเท่ห์ สุดท้ายอาจมีเพิ่มการต้มน้ำด้วยแสงอาทิตย์อีกทีก่อนนำมาบริโภค พอได้ไหมครับ  ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
doimaesalong
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #13 เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2009, 12:54:07 PM »

ลืมบอกไปอีกอย่าง ก็คือ พวกธาตุหนักทั้งหลาย เช่น ปรอท ตะกั่ว เป็นต้น

เท่าที่ทราบมาในบ้านเราแถวเมืองนนท์ - กทม มีโรงงานทำแบตเตอรี่ ส่งให้กับต่างประเทศมาเป็นเวลานานแล้ว (อย่างน้อย 30-40 ปี ) ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำเจ้าพระยา ซึ่งโรงงานเหล่านี้ ก็ส่งพวก ตะกั่วออกมายังสิ่งแวดล้อม

ฉนั้น นอกเหนือจาก พวกสารเคมี เช่นยาฆ่าแมลง ปุ๋ย เอย ยังมี โลหะหนัก อีก

ที่เห็นในต่างประเทศ แม้แต่เมืองที่อยู่ปากของแม่น้ำใหญ่ ๆ  (ปลายน้ำ) ในขบวนการผลิตน้ำประปาของเขา อันหนึ่งก็คือการเอาสารเคมีธรรมดา เช่น พวกเกลือของ Calcium or Sodium มาจับ พวกโลหะหนักพวกนี้ ออกไปก่อน

ถ้าหากการผลิตน้ำที่ดื่มได้ ( portable water ) มันง่ายนะครับ มันคงไม่มีปัญหา (ท้องเดิน โรคต่างๆ ) มากแบบ ที่เราเห็นกันหรอกครับ แต่.....ในสังคมที่เจริญ ( ทาง technology ) เขามีเงิน และ ความสามารถ( ความรู้ซี่งก็ไม่ได้สูงส่งอะไรมากนัก) ทำให้มันเกิดขึ้นได้ เพราะมันเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตประจำวัน  ต่อมวลชล และยังเป็นมาตรในการวัดความเจริญ ของสังคมนั้นด้วย
หวังว่า คงเป็นประโยชน์บ้าง

หมายเหตุ นายเติ้ง ที่ร่ำรวยขึ้นมาได้นั้น ได้ข่าวว่า ขายแค่ chlorine ให้กับหน่วยประปา ต่างๆ ครับ
บันทึกการเข้า
ppr
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #14 เมื่อ: กันยายน 30, 2009, 09:27:44 PM »

เคยมี๒หน้าเกือบเต็ม หายไปไหนหว่า ใครรู้ช่วยบอกที
บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9654


เกษตรพอเพียง


เว็บไซต์
« ตอบ #15 เมื่อ: กันยายน 30, 2009, 09:41:51 PM »

เคยมี๒หน้าเกือบเต็ม หายไปไหนหว่า ใครรู้ช่วยบอกที


ต้องขออภัยครับ  เหตุผลอยู่ด้านล่างครับ
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=4913.0
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: