tiger
seller
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 2556
|
เหมาะสำหรับเกษตรพอเพียงครับ ง่าย  เครื่องกรองน้ำสะอาดแบบชาวบ้าน นำมาจากหนังสือเทคโนโลยีชาวบ้าน ของ วว. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลศิริราช โดย ศจ.นพ. ร่มไทร สุวรรณิก ได้คิดค้นเครื่องกรองน้ำเสียให้เป็นน้ำบริสุทธิ์แบบประหยัด ด้วยวิธีการ ง่าย ๆ และลงทุนในราคา 300-400 บาท
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
tiger
seller
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 2556
|
1. อุปกรณ์ ก. โอ่งหรือถัง สูงประมาณ 18 นิ้ว (อาจจะมากกว่าก็ได้) จำนวน 3 ใบ ข. สายยางใส เส้นผ่าศูนย์กลาง 0.5 ซม. ยาว 2 เมตร ค. ขั้วต่อสายยาง คอยปรับระดับน้ำให้ไหลมากหรือน้อย 2 อัน สายยางและต้นขั้วต่อสายยางนั้นอาจใช้ชุดของ สายน้ำเกลือนำมาใช้ได้เลย ซึ่งสามารถขอได้ตาม โรงพยาบาลต่าง ๆ ซึ่งมีที่ปรับเร่งให้ไหลเร็วหรือช้า ก็ได้
2. วิธีเจาะ ก. เจาะตุ่มด้วยฆ้อนกับตะปู กว้างพอกับสายยาง ข. โอ่งหรือถังใบที 1 เจาะ 1 รู สูงจากก้นโอ่ง 2 นิ้ว ค. โอ่งหรือถังใบที่ 2 และ 3 เจาะ 2 รู รูล่างให้เสมอกับ โอ่ง รูบนวัดจากปากโอ่งลงมา 2-3 นิ้ว รูปแสดงการเจาะตุ่มหรือโอ่ง ต่อสายยาง และการบรรจุกรวดและทราย
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
tiger
seller
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 2556
|
3. ต่อสายยาง ก. ต่อสายยางจากรูที่ก้นโอ่งใบที่ 1 กับสายยางที่รูก้นโอ่ง ใบที่ 2 โดยใช้ขั้วต่อ ข. ต่อสายยางจากรูที่ปากโอ่งใบที่ 2 กับสายยางที่รูก้น โอ่งใบที่ 3 โดยใช้ขั้วต่อเช่นเดียวกัน ค. เสียบสายยางที่รูปากโอ่งใบที่ 3 และปล่อยสายยาง ทิ้งไว้
4. วิธีบรรจุกรวดและทราย ก. กรวดและทรายละเอียดที่ใช้ต้องล้างให้สะอาด ข. วิธีบรรจุกรวดและทรายละเอียดในโอ่งใบที่ 2 และ 3 เหมือนกัน ค. ใส่กรวดลงก่อนให้สูงพอมิดสายยาง เพื่อกันไม่ให้ ทรายเข้าไปอุดรูสายยาง ง. แล้วใส่ทรายละเอียดลงไปให้ความสูงของทรายอยู่ใต้ รูบนประมาณ 1 นิ้ว
5. การยกระดับ ช่วยให้การไหลของน้ำดีขึ้น และป้องกันการไหล ย้อนกลับ ก. โอ่งใบที่ 1 สูงจากระดับพื้น 20 นิ้ว ข. โอ่งใบที่ 2 สูงจากระดับพื้น 10 นิ้ว ค. โอ่งใบที่ 3 สูงจากระดับพื้น 3 นิ้ว
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
tiger
seller
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 2556
|
6. วิธีกรอง ก. เทน้ำลงในโอ่งใบที่ 1 ใส่คลอรีนประมาณ 1 ช้อนชาและแกว่งสารส้ม (น้ำที่เทลงในโอ่งจะเป็นน้ำที่เสีย คือ สกปรกซึ่งอาจนำมาจากตามแม่น้ำ ลำคลอง) ข. น้ำจะถูกกรองโดยโอ่งใบที่ 2 ผ่านกรวดและทรายเอ่อ ขึ้นสวนทางกับแรงดึงดูดของโลก และไหลออกทาง สายยางที่ปากโอ่งใบที่ 2 ไปยังก้นโอ่งใบที่ 3 ค. น้ำจะถูกกรองจากโอ่งใบที่ 3 เช่นเดียวกับโอ่งใบที่ 2 ง. น้ำที่ออกจากโอ่งใบที่ 3 เราดื่มได้เลย จำนวนน้ำที่ได้ ประมาณ 60-70 ลิตรต่อวัน
7. วิธีล้างโอ่งกรอง ถอดสายยางตรงขั้วต่อออก ปล่อยน้ำจากก้นโอ่งกรองที่ 2 และ 3 ออกจนหมดน้ำขุ่นเท่านั้น ด้วยวิธีการง่าย ๆ เช่นนี้ เราก็สามารถได้น้ำที่สะอาด น้ำที่ ผ่านขั้นตอนเหล่านี้มาแล้วสามารถนำไปดื่มได้ทันที นอกจากจะช่วยให้ประโยชน์แก่ผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม แล้ว เครื่องกรองน้ำแบบง่าย ๆ นี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ดีสำหรับผู้ที่ บ้านอยู่ตามริมแม่น้ำ ลำคลอง หนอง บึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่น่าใช้มากที่สุด คือผู้ที่อาศัยตามหมู่บ้านที่สูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ หรือถ้าอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม อย่างใกล้ชิด เช่น หมู่บ้านจัดสรร หรือหมู่บ้านที่มีโครงสร้างสนิทสนมกัน มากตามแบบไทย ๆ ก็อาจดัดแปลงร่วมใจกันสร้างเครื่องกรองน้ำสำหรับ ชุมชนขนาดย่อมได้ โดยช่วยกันสละเงินคนละเล็กคนละน้อย แล้วช่วยกันดู แลรักษา ตัวอย่างที่ทำกันมาแล้วเช่น เช่นที่อำเภอหัวไผ่ จังหวัดอ่างทอง และและ ที่โรงเรียนสลัมคลองเตย ซึ่งปรากฏว่า มีน้ำสะอาดบริโภคกันอย่างทั่วถึง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
NuTtyGirL
เกษตรกรมือใหม่
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 871
เพียงพอ_เมื่อใจเราพอเพียง
|
น่าสนใจไปลองทำ แย๋วมีวิธีทำบ่อบำบัดน้ำจากครัวเรือนแบบง่ายบ้างไหมค่ะ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
คนดง
เกษตรกรมือใหม่
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 677
|
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
รักที่จะอยู่ป่า
|
|
|
|
stss101
บุคคลทั่วไป
|
วิธีการยากน่าดูเลย......
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
Banna
เกษตรกรมือใหม่
ออฟไลน์
กระทู้: 14
|
ขอบคุณครับ จะนำมาใช้บ้างครับ แต่ถ้าไม่ใช้ทั้งคลอรีนและสารส้ม จะเป็นน้ำสะอาดที่สามารถดื่มได้หรือไม่ครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
Nannynunu
บุคคลทั่วไป
|
กำลังอยากได้อยู่พอดี
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
ตรังสยาม
เกษตรกรมือใหม่
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 48
|
ในกรณีนี้กรองน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภคมากกว่านะครับ เพราะจะทำให้น้ำใสขึ้น นำมาใช้รดน้ำต้นไม้หรือล้างรถ ถูบ้านได้ หรือช่วงหน้าฝน ฝนตกหนัก น้ำในบ่อ หรือแหล่งน้ำที่ใช้ดื่มกิน เกิดขุ่นมีตะกอน ก็ใช้วิธีนี้ได้ครับ แต่ถ้าเป็นน้ำแม่น้ำลำคลอง อาจมีแบคทีเรียต่างๆ หรือโลหะหนัก หรือสารปนเปื้อน โมเลกุลเล็กๆ ผมว่า ไม่น่าจะกรองได้ครับ ยกเว้นมีการใช้ถ่านแอคติเวเตดคาร์บอน เพื่อช่วยดูดซับอีกแรง แต่น้ำที่ได้ควรนำมาต้มเพื่อฆ่าเชื้อโรคก่อนจึงสามารถดื่มได้ครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
Banna
เกษตรกรมือใหม่
ออฟไลน์
กระทู้: 14
|
ผมขอคุยต่อถามต่อ อีกสักข้อความ
ท่านใดมีความรู้ เรื่องเกี่ยวกับเครื่องกลองน้ำที่ดียิ่งๆขึ้นบ้างครับ ที่แบบชาวบ้านก็สามารถทำได้เอง ที่มีความเป็นมาตรฐานสูงในการใช้ดื่ม สามารถกรองได้แม้สารปนเปื้อน หากนำมาเผยแพร่จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ในอนาคตอันไม่ไกล น้ำสะอาดที่ใช้ดื่มจะหายากขึ้นทุกวัน แม้แต่น้ำฝน ที่เมื่อสมัยก่อนใช้ดื่มกินกันได้อย่างสบาย แต่ปัจจุบัน ภูมิอากาศโลกได้เปลี่ยนไป อากาศเป็นพิษมาก จึงทำให้ น้ำฝนสกปรกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
หรือแม้แต่การเกิดภัยพิบัติ ภัยสงคราม น้ำจะปนเปื้อนสารพิษและเชื้อโรคมาก หากมีเครื่องกรองน้ำที่ทำได้ง่ายๆ แต่มีความสามารถสูง เมื่อกรองน้ำออกมาแล้ว สามารถดิ่มกินได้อย่างปลอดภัย ก็จะเป็นประโยชน์ต่อ เพื่อนร่วมโลกได้มากทีเดียว
ที่เห็นตอนนี้ ก็มีแต่ดื่มน้ำที่ต้มสุกแล้วน่ะครับ
|
|
|
|
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 11, 2009, 10:38:54 AM โดย Banna »
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
doimaesalong
บุคคลทั่วไป
|
หากจะดูจากกระทู้ ซึ่งบอกว่า แบบชาวบ้าน
แต่ที่ คุณ Banna ต้องการ ผมว่า มันขนาดอุตสาหกรรม หรือ ใน โรงพยาบาลแล้วละครับ
กลับมาที่สิ่งที่เราไม่ต้องการ ในน้ำ ซึ่งหลักๆแล้ว มีสองอย่างคือ สารปนเปื้อน ที่เป็น สาร อนินทรีย์ ( Inorganic compound ) เช่นพวก สารเคมีจากโรงงาน ปุ่ย ยาฆ่าแมลง เป็นต้น อีกอย่างก็คือ สารอินทรีย์ ( Organic compound ) ก็คือพวก เศษหญ้า ไม้ รวมไปถึงพวกเชื้อโรคและพวกสัตว์ที่ตาย หรือสิ่งขับถ่ายจากมนุษย์ที่ลงแม่น้ำ
การใช้ สารสัม ก็คงจะทำให้พวกตะกอนต่างๆ ตกลงมาก พวกคลอรีน ก็ฆ่าเชื้อ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลก ดังนั้น คิดว่า วิธีการที่เล่ามาข้างบน รวมทั้งพวกวัตถุต่างๆ ที่ใส่ในภาชนะ น่าจะจัดการกับ ของต่างๆ ( เชื้อโรค ตะกรัน ตะกอน รวมไปถึงพวก ชิ้นส่วน ) ได้บ้าง
จากที่กล่าวมาข้างบน ผมยังมองไม่เห็นว่า เราจะสามารถเอาพวกสารเปื้อนพวกเคมีได้เลยครับ จริงอยู่พวกวัตถุเช่น ถ่าน ( ธรรมดา ) อาจจะกรอง ได้บ้าง แต่ส่วนใหญ่ จะไม่ได้ถูกเอาออก
แม้แต่น้ำที่เอามาต้มสุก ( ซึ่งผมเองก็ใช้แบบนั้น ) ก็ไม่แน่ใจว่า มันเอาสารเคมี ที่เขาใช้ในนา ไร่ สวน หรือ ตามสนามกอล์ฟ ออกไปได้
ฉนั้นที่เราทำนั้น มันก็คงได้แค่ ระดับชาวบ้านแค่นั้น จะให้ได้อย่างที่ต้องการ คงต้องลงทุนอีกสูงมาก
ดอย แม่สะลอง
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
tiger
seller
ออฟไลน์
เพศ: 
กระทู้: 2556
|
ก็คงต้องทดลองเปลี่ยนส่วนที่จะนำมากรองให้มีคุณภาพมากๆเช่น กรวด-ทรายก็ให้ใช้แบบของการประปาฯซึ่งเขาระบุว่าใช้สำหรับกรองน้ำเพื่อมาทำน้ำประปา(อันนี้ก็คงต้องออกแรงกันบ้าง)  ส่วนถ่านถ้าถ่านธรรมดาก็คงไม่เพียงพอ เปลี่ยนมาใช่ถ่านกัมมันต์ ซึ่งสามารถดูดจับของเสีย-สารพิษต่างๆได้ กิโลละ30-40 บาทราคาก็ตามเกรด(แพงกว่านี้ก็มี)  สุดท้ายอาจมีเพิ่มการต้มน้ำด้วยแสงอาทิตย์อีกทีก่อนนำมาบริโภค พอได้ไหมครับ 
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
doimaesalong
บุคคลทั่วไป
|
ลืมบอกไปอีกอย่าง ก็คือ พวกธาตุหนักทั้งหลาย เช่น ปรอท ตะกั่ว เป็นต้น
เท่าที่ทราบมาในบ้านเราแถวเมืองนนท์ - กทม มีโรงงานทำแบตเตอรี่ ส่งให้กับต่างประเทศมาเป็นเวลานานแล้ว (อย่างน้อย 30-40 ปี ) ซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำเจ้าพระยา ซึ่งโรงงานเหล่านี้ ก็ส่งพวก ตะกั่วออกมายังสิ่งแวดล้อม
ฉนั้น นอกเหนือจาก พวกสารเคมี เช่นยาฆ่าแมลง ปุ๋ย เอย ยังมี โลหะหนัก อีก
ที่เห็นในต่างประเทศ แม้แต่เมืองที่อยู่ปากของแม่น้ำใหญ่ ๆ (ปลายน้ำ) ในขบวนการผลิตน้ำประปาของเขา อันหนึ่งก็คือการเอาสารเคมีธรรมดา เช่น พวกเกลือของ Calcium or Sodium มาจับ พวกโลหะหนักพวกนี้ ออกไปก่อน
ถ้าหากการผลิตน้ำที่ดื่มได้ ( portable water ) มันง่ายนะครับ มันคงไม่มีปัญหา (ท้องเดิน โรคต่างๆ ) มากแบบ ที่เราเห็นกันหรอกครับ แต่.....ในสังคมที่เจริญ ( ทาง technology ) เขามีเงิน และ ความสามารถ( ความรู้ซี่งก็ไม่ได้สูงส่งอะไรมากนัก) ทำให้มันเกิดขึ้นได้ เพราะมันเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตประจำวัน ต่อมวลชล และยังเป็นมาตรในการวัดความเจริญ ของสังคมนั้นด้วย หวังว่า คงเป็นประโยชน์บ้าง
หมายเหตุ นายเติ้ง ที่ร่ำรวยขึ้นมาได้นั้น ได้ข่าวว่า ขายแค่ chlorine ให้กับหน่วยประปา ต่างๆ ครับ
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
ppr
บุคคลทั่วไป
|
เคยมี๒หน้าเกือบเต็ม หายไปไหนหว่า ใครรู้ช่วยบอกที
|
|
|
|
|
บันทึกการเข้า
|
|
|
|
|
|
|