หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อเสียในการใช้ยาฆ่าวัชพืชในนาข้าว มีอะไรบ้างครับ?  (อ่าน 8897 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Nufamer
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 44


« เมื่อ: กันยายน 24, 2010, 10:23:47 PM »

ข้อเสียในการใช้ยาฆ่าวัชพืชในนาข้าว มีอะไรบ้างครับ? มีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง?

ส่วนตัวผมทำนาครั้งแรกในชีวิต ด้วยวิธีโยนกล้า

นาแรกที่ทำนั้น ตีเทือกเสร็จแล้วโยนกล้าเลย(เพราะไอคนไถลีลามาก)...วัชพืชเยอะมาก ผักแว่น หญ้า ผักปอด เลยต้องตัดใจลงยาไปตอนข้าวอายุประมาณ เดือนกว่าๆ เพราะหญ้า เริ่มสูงกว่าข้าวแล้ว

นาที่สอง(อีกแปลง) ที่นาเต็มไปด้วยแหน และ หญ้า คนไถตีเทือกแนะนำให้ฉีดหมาแดงพร้อมกับ ไกโคเซส ก่อนไถตีเทือก ก็เลยตัดสินใจให้ลงไปก่อนโยนกล้า ประมาณ เกือบ 1 อาทิตย์

ตัวผมเองลงไปหว่านปุ๋ยอินทรีในนาที่สองประมาณ 2 ลูก เมื่อข้าวอายุซักเกือบเดือน

หลังจากหว่าน กลับมาบ้าน มีอาการปวดหัวปวดขมับจิ๊ด ตอนแรกคิดว่าคงเป็นเพราะตากแดดช่วงบ่าย(หว่านปุ๋ยไม่ได้ใส่หมวกด้วย)
แล้วกินน้ำเย็น ตัวหนักๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร? แต่เผลอกลับไปคิดตอนผมเป็นทหาร ผมตากแดดเหมือนกันแต่อาการมันไม่ใช่แบบนี้
เลยสงสัยว่า
เป็นเพราะยาที่ลงไว้มีผลอะไรกับเราหรือไม่? เลยอยากทราบผลข้างเคียงจากการใช้ยาฆ่าวัชพืช
และ วิธีการลงนาที่ลงยาแล้ว ลงไปตัวเพียวๆได้หรือไม่ เพราะกำลัง อยากจะลงไปฉีด ไตรโคเดอร์มา อยู่ครับแต่กล้าๆกลัวๆ.......
บันทึกการเข้า

รู้จักพอเพียงที่ใจ ทำอะไร อยู่ตรงไหน ก็มีความสุข
http://www.facebook.com/doxxy.crew

ไผ่หวาน
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5467

ยินดีให้ข้อมูลด้วยความจริงจังและจริงใจ


« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 24, 2010, 11:43:13 PM »

   ยาฆ่าวัฃพืชเป็นยาดูดซึม  อาจจะตกค้างอยู่ในน้ำในนา   ถ้าจำเป็นต้องลงไปในนา  ให้ใส่รองเท้าบูทที่กันน้ำได้  แล้วลงไป  ไม่มีปัญหาครับ   ส่วนถ้ายาเข้าร่างกายเราในวันก่อน  ก็น้อยมาก  เพราะไม่ได้โดนยาโดยตรง  อีกไม่นานก็หายจากร่างกายเอง ตับเรากำจัดสารพิษได้   ที่ปวดหัวเพราะเดี๋ยวนี้แดดแรงกว่าเมื่อก่อน  ถ้าถูกแดดโดยตรงจะปวดหัวได้  ผมก็เป็นครับ  ออกแดดต้องใส่หมวกทุกครั้ง   โลกเราร้อนขึ้นมาก  มาช่วยกันปลูกต้นไม้ใหญ่กันมากๆครับ
บันทึกการเข้า

สวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง
 อ.เด่นชัย จ. แพร่  โทร.083-266-3096
sharpgrape
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 100


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 24, 2010, 11:44:43 PM »

อ่านที่คุณเขียนแล้วยังงงอยู่ แต่จะพยายามตอบเท่าที่ตอบได้นะครับ

ข้อเสียของยาฆ่าวัชพืชคือ หนึ่ง.เพิ่มต้นทุน สอง.หากฉีดอัตราน้อยไป หญ้าไม่ตาย ฉีดมากไป ข้าวจะชะงักการเจริญ

สาม.สารบางตัวอาจสะสมลงในดิน สี่.เป็นอันตรายกับสัตว์บางชนิด

จากที่คุณตีเทือกเสร็จแล้วโยนกล้าเลย แล้วไม่ได้ฉีดยาคุมวัชพืช จึงทำให้มีหญ้า และผักปอดขึ้นมา

จุดนี้แสดงว่าคุณยังคุมน้ำได้ไม่ดีพอ เพราะถ้าคุมน้ำได้ หลังโยนกล้าแล้ว ข้าวติดแล้ว เปิดน้ำใส่ วัชพืชจะมีน้อยกว่าปล่อยให้พื้นนาแห้งหมาดๆ

ส่วนนาที่สอง ยังงงว่า จะฉีดยาทำไมเพราะปกติตีเทือกไป วัชพืชก็ถูกไถกลบจนเกือบหมดอยู่แล้ว

การหว่านปุ๋ยอินทรีย์ในนา สองลูก ตรงนี้เดาว่าปลูกในพื้นที่ประมาณไม่เกิน สี่ไร่ เพราะปุ๋ยอินทรีย์ส่วนมากมีอัตราส่วนที่ ยี่สิบห้ากิโลกรัมต่อไร่

หลังหว่านปุ๋ยแล้วมีอาการดังกล่าว ไม่น่าจะเป็นผลมาจากยาฆ่าหญ้า เพราะยาฆ่าหญ้าออกฤทธิ์กับใบวัชพืชไปแล้ว
จะละลายลงน้ำ ลงดินก็ส่วนน้อย(แต่มีแน่นอน) อาการน่าจะมาจากร่างกายไม่พร้อมกับงานมากกว่า(ผมก็เป็นครับ เหนื่อยจัด)

ในการลงนา ไม่ควรลงหลังจากฉีดพ่นสารใดๆก็แล้วแต่ในช่วง สามถึง สี่วัน หลังจากนั้นก็ลงได้ครับ แต่ใส่ชุดรัดกุมหน่อย ขายาวรองเท้าบูท(แบบสูงใช้ลงนาได้)

ถ้าจะฉีดไตรโคเดอร์มา ฉีดตอนเย็นดีกว่านะครับ เพราะอากาศร้อนในตอนกลางวัน อาจทำให้เราเหนื่อยมาก และเชื้อราที่ฉีดไปตายได้

ขอตอบประมาณนี้ ท่านใดมีข้อเสนอแนะอื่น แนะนำได้ครับ     
บันทึกการเข้า
JOJI
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 25, 2010, 12:03:14 AM »

ตอนนี้ก็ลองทำนาอยู่ค่ะ จากประสบการณ์ที่ทำมา
การไม่ใช้ยาฆ่าหญ้าเลย ก็จะมีหญ้าขึ้นมาก แต่ส่วนใหญ่ จะเป็นพวกกก ต้นเล็ก ๆ
จะไม่มีพวกหญ้า ที่เขาฉีดยาฆ่ากัน
การทำนาแบบไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า ฆ่าแมลงเลย ถ้าไม่ควบคุมน้ำให้ดี หญ้าก็จะเยอะมาก
แต่ถ้าใช้ยาฆ่าหญ้า ก็จะมีผลกระทบต่อตัวเราเอง ต่อระบบนิเวศน์ รอบข้าง
ไหลรวมไปในน้ำ ลงไปในคลอง และเลยไปในแม่น้ำ และพวกเราเอง ก็นำมาใช้ดื่ม ใช้ในชีวิตประจำวัน
ติดมากับน้ำประปา
ไม่ได้คัดค้านให้ไม่ใช้นะค่ะ แต่ควรระวังผลกระทบของมันด้วย ต้องทำตามขั้นตอนในฉลาก
อย่างละเอียด ไม่ฉีดตอนแดดแรง ไม่อยู่ใต้ลม ใส่ชุดให้รัดกุม
เพราะยาพวกนี้ ดูดซึม ค่อย ๆ สะสมไปในร่างกายเรื่อย ๆ
ถ้ามากขึ้น ร่างกายเราอ่อนแอ รับไม่ไหว
ก็จะส่งผลให้เห็น

ข้อเสียที่เห็นได้ชัดเจน คือ มันเหม็นมาก ๆ หากมีใครฉีดยาอยู่ และเราได้อยู่บริเวณนั้น
จะไม่สามารถนั่งอยู่ได้แน่นอน ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

JOJI
76 หมู่ที่  6 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา 13130
Nufamer
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 44


« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 25, 2010, 01:26:41 AM »

อ่านที่คุณเขียนแล้วยังงงอยู่ แต่จะพยายามตอบเท่าที่ตอบได้นะครับ

ข้อเสียของยาฆ่าวัชพืชคือ หนึ่ง.เพิ่มต้นทุน สอง.หากฉีดอัตราน้อยไป หญ้าไม่ตาย ฉีดมากไป ข้าวจะชะงักการเจริญ

สาม.สารบางตัวอาจสะสมลงในดิน สี่.เป็นอันตรายกับสัตว์บางชนิด

จากที่คุณตีเทือกเสร็จแล้วโยนกล้าเลย แล้วไม่ได้ฉีดยาคุมวัชพืช จึงทำให้มีหญ้า และผักปอดขึ้นมา

จุดนี้แสดงว่าคุณยังคุมน้ำได้ไม่ดีพอ เพราะถ้าคุมน้ำได้ หลังโยนกล้าแล้ว ข้าวติดแล้ว เปิดน้ำใส่ วัชพืชจะมีน้อยกว่าปล่อยให้พื้นนาแห้งหมาดๆ

ส่วนนาที่สอง ยังงงว่า จะฉีดยาทำไมเพราะปกติตีเทือกไป วัชพืชก็ถูกไถกลบจนเกือบหมดอยู่แล้ว

การหว่านปุ๋ยอินทรีย์ในนา สองลูก ตรงนี้เดาว่าปลูกในพื้นที่ประมาณไม่เกิน สี่ไร่ เพราะปุ๋ยอินทรีย์ส่วนมากมีอัตราส่วนที่ ยี่สิบห้ากิโลกรัมต่อไร่

หลังหว่านปุ๋ยแล้วมีอาการดังกล่าว ไม่น่าจะเป็นผลมาจากยาฆ่าหญ้า เพราะยาฆ่าหญ้าออกฤทธิ์กับใบวัชพืชไปแล้ว
จะละลายลงน้ำ ลงดินก็ส่วนน้อย(แต่มีแน่นอน) อาการน่าจะมาจากร่างกายไม่พร้อมกับงานมากกว่า(ผมก็เป็นครับ เหนื่อยจัด)

ในการลงนา ไม่ควรลงหลังจากฉีดพ่นสารใดๆก็แล้วแต่ในช่วง สามถึง สี่วัน หลังจากนั้นก็ลงได้ครับ แต่ใส่ชุดรัดกุมหน่อย ขายาวรองเท้าบูท(แบบสูงใช้ลงนาได้)

ถ้าจะฉีดไตรโคเดอร์มา ฉีดตอนเย็นดีกว่านะครับ เพราะอากาศร้อนในตอนกลางวัน อาจทำให้เราเหนื่อยมาก และเชื้อราที่ฉีดไปตายได้

ขอตอบประมาณนี้ ท่านใดมีข้อเสนอแนะอื่น แนะนำได้ครับ     

คารวะครับตอบเหมือนตาเห็นทีเดียว ผมทำอยู่ นาละประมาณ 4 ไร่ครับ...2 ลูกไม่น้อยไปใช่มั๊ยครับ..ตอนแรกก็คิดว่าน้อยอยู่ แล้วผมควรจะให้ปุ๋ยอีกทีเมื่อไหร่อะคัรบ?
บันทึกการเข้า

รู้จักพอเพียงที่ใจ ทำอะไร อยู่ตรงไหน ก็มีความสุข
http://www.facebook.com/doxxy.crew
Nufamer
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 44


« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 25, 2010, 01:29:48 AM »

ตอนนี้ก็ลองทำนาอยู่ค่ะ จากประสบการณ์ที่ทำมา
การไม่ใช้ยาฆ่าหญ้าเลย ก็จะมีหญ้าขึ้นมาก แต่ส่วนใหญ่ จะเป็นพวกกก ต้นเล็ก ๆ
จะไม่มีพวกหญ้า ที่เขาฉีดยาฆ่ากัน
การทำนาแบบไม่ใช้ยาฆ่าหญ้า ฆ่าแมลงเลย ถ้าไม่ควบคุมน้ำให้ดี หญ้าก็จะเยอะมาก
แต่ถ้าใช้ยาฆ่าหญ้า ก็จะมีผลกระทบต่อตัวเราเอง ต่อระบบนิเวศน์ รอบข้าง
ไหลรวมไปในน้ำ ลงไปในคลอง และเลยไปในแม่น้ำ และพวกเราเอง ก็นำมาใช้ดื่ม ใช้ในชีวิตประจำวัน
ติดมากับน้ำประปา
ไม่ได้คัดค้านให้ไม่ใช้นะค่ะ แต่ควรระวังผลกระทบของมันด้วย ต้องทำตามขั้นตอนในฉลาก
อย่างละเอียด ไม่ฉีดตอนแดดแรง ไม่อยู่ใต้ลม ใส่ชุดให้รัดกุม
เพราะยาพวกนี้ ดูดซึม ค่อย ๆ สะสมไปในร่างกายเรื่อย ๆ
ถ้ามากขึ้น ร่างกายเราอ่อนแอ รับไม่ไหว
ก็จะส่งผลให้เห็น

ข้อเสียที่เห็นได้ชัดเจน คือ มันเหม็นมาก ๆ หากมีใครฉีดยาอยู่ และเราได้อยู่บริเวณนั้น
จะไม่สามารถนั่งอยู่ได้แน่นอน ยิงฟันยิ้ม


แล้วคุณ Joji ทำแบบไหนอยู่อะครับ อินทรีย์ เลยหรือเปล่าครับ? เป็นอย่างไรบ้างครับ แชร์นิด..ขอบคุณค้าบ
บันทึกการเข้า

รู้จักพอเพียงที่ใจ ทำอะไร อยู่ตรงไหน ก็มีความสุข
http://www.facebook.com/doxxy.crew
Nufamer
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 44


« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 25, 2010, 01:31:20 AM »

   ยาฆ่าวัฃพืชเป็นยาดูดซึม  อาจจะตกค้างอยู่ในน้ำในนา   ถ้าจำเป็นต้องลงไปในนา  ให้ใส่รองเท้าบูทที่กันน้ำได้  แล้วลงไป  ไม่มีปัญหาครับ   ส่วนถ้ายาเข้าร่างกายเราในวันก่อน  ก็น้อยมาก  เพราะไม่ได้โดนยาโดยตรง  อีกไม่นานก็หายจากร่างกายเอง ตับเรากำจัดสารพิษได้   ที่ปวดหัวเพราะเดี๋ยวนี้แดดแรงกว่าเมื่อก่อน  ถ้าถูกแดดโดยตรงจะปวดหัวได้  ผมก็เป็นครับ  ออกแดดต้องใส่หมวกทุกครั้ง   โลกเราร้อนขึ้นมาก  มาช่วยกันปลูกต้นไม้ใหญ่กันมากๆครับ

ขอบคุณครับ เบาใจไปเยอะ..เพราะไม่เคยเป็นแบบนี้ ลงไป 2 ลูก 6 รอบ...บนพื้นตม....สุดๆจริงๆ สงสัยจะแก่ครับ 55555
บันทึกการเข้า

รู้จักพอเพียงที่ใจ ทำอะไร อยู่ตรงไหน ก็มีความสุข
http://www.facebook.com/doxxy.crew
Nufamer
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 44


« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 25, 2010, 01:33:10 AM »

แล้วการฉีดพ่น "ไตรโคเดอร์มา" นั้น เราผสมแล้วฉีดพร้อม ไคโตซาน สมุนไพร รวมถึง จุลินทรีย์(ปุ๋ยน้ำ) ได้หรือไม่ครับ
บันทึกการเข้า

รู้จักพอเพียงที่ใจ ทำอะไร อยู่ตรงไหน ก็มีความสุข
http://www.facebook.com/doxxy.crew
sharpgrape
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 100


« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 25, 2010, 07:45:57 PM »

แล้วการฉีดพ่น "ไตรโคเดอร์มา" นั้น เราผสมแล้วฉีดพร้อม ไคโตซาน สมุนไพร รวมถึง จุลินทรีย์(ปุ๋ยน้ำ) ได้หรือไม่ครับ
"ไตรโคเดอร์มา" ไม่ควรฉีดร่วมกับสมุนไพรที่มีฤทธิ์ป้องกันโรคจากรา เพราะตัวไตรโคเดอร์มาเอง ก็คือราชนิดหนึึ่ง ซึ่งเป็นปรปักษ์กับราที่ทำให้เกิดโรคในข้าว

ส่วนสามารถผสมกับ ไคโตซาน หรือ ปุ๋ยน้ำได้หรือไม่นั้น ไม่แน่ใจครับเพราะยังไม่เคยลอง (ส่วนตัวคิดว่าได้)
บันทึกการเข้า
JOJI
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 665


« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 25, 2010, 10:38:22 PM »

ทำมาได้สัก 4 ครั้งได้แล้วค่ะ ครั้งแรก ใส่ปุ๋ย ตามเขา โดนหว่านล้อม ยิงฟันยิ้ม
ครั้งต่อ ๆ มา ไม่ทำอะไรเลย  ยิงฟันยิ้ม
ไม่ใช้ปุ๋ย และยาทุกชนิด ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอินทรีย์ได้หรือเปล่า
เพราะไม่ค่อยได้ทำอะไร
ไถเสร็จ ก็หว่านข้าว และก็ไม่ได้ทำอะไรอีก
ขอบอกว่าหญ้าขึ้นตรึม เพราะควบคุมน้ำไม่ดี
ข้าวก็ได้บ้าง แต่ก็ไม่เคยขาดทุนเลย เพราะเราไม่ค่อยได้ลงทุนไง
ก็เอาไว้กินเองค่ะ ไม่ค่อยได้ขาย ขายแค่ครั้งแรกครั้งเดียวเอง

ตอนนี้ลองโยนดู เพื่อจะได้ลดปัญหาหญ้าบ้าง ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่าค่ะ
ลุ้น ๆ อยู่ เหมือนกัน ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

JOJI
76 หมู่ที่  6 ต.จำปา อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา 13130
ppp_sutanai
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 142


« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 25, 2010, 10:50:58 PM »

การใช้ไตรโคเดอร์มากับนาข้าวที่ปลูกไปแล้ว ก็กระทำได้ 2 รูปแบบนะครับ คือ
1 ผสมน้ำเพื่อฉีดพ่นทางใบ (ไตรโคเดอร์มา 1 กิโลกรัม ต่อ น้ำ 200 ลิตร)
2 ผสมน้ำสปอร์ไปกับน้ำที่ปล่อยเข้าแปลงนา (น้ำสปอร์จากไตรโคเดอร์มา 2 กิโลกรัม ต่อพื้นที่นา 1 ไร่)
บันทึกการเข้า
ชาย ท่ายาง
ผจก.สวนมะนาว
Moderator
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 8577


ให้สุขแก่ท่าน สุขนั้นถึงตัว


« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 25, 2010, 11:07:14 PM »

ลองติดต่อกับที่นี่ดูสิครับ ล่าสุดสถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม ได้วิจัยเรื่องการใช้สารสกัดมูลสุกรในนาข้าว เกษตรกรที่ปลูกข้าวต่างก็ว่าได้ผลดีมากเป็นที่น่าพอใจครับ บางคนได้มากถึง 140 ถังต่อไร่ทีเดียว ลองติดต่อดูครับเผื่อเป็นประโยชน์ Tel. 034-351907
บันทึกการเข้า

Nufamer
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 44


« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 26, 2010, 01:41:27 AM »

ทำมาได้สัก 4 ครั้งได้แล้วค่ะ ครั้งแรก ใส่ปุ๋ย ตามเขา โดนหว่านล้อม ยิงฟันยิ้ม
ครั้งต่อ ๆ มา ไม่ทำอะไรเลย  ยิงฟันยิ้ม
ไม่ใช้ปุ๋ย และยาทุกชนิด ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอินทรีย์ได้หรือเปล่า
เพราะไม่ค่อยได้ทำอะไร
ไถเสร็จ ก็หว่านข้าว และก็ไม่ได้ทำอะไรอีก
ขอบอกว่าหญ้าขึ้นตรึม เพราะควบคุมน้ำไม่ดี
ข้าวก็ได้บ้าง แต่ก็ไม่เคยขาดทุนเลย เพราะเราไม่ค่อยได้ลงทุนไง
ก็เอาไว้กินเองค่ะ ไม่ค่อยได้ขาย ขายแค่ครั้งแรกครั้งเดียวเอง

ตอนนี้ลองโยนดู เพื่อจะได้ลดปัญหาหญ้าบ้าง ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่าค่ะ
ลุ้น ๆ อยู่ เหมือนกัน ยิ้มกว้างๆ


วันนี้ผมเพิ่งมีโอกาสลงไปในนาแรกนี้ของผมว่าจะลงไปลองฉีดไตรโคเดอร์มา ก็สังเกตนาได้ประมาณนี้ครับ

พื้นที่ 4 ไร่ โยนกล้าข้าว พันธุ์ ดอกมะลิ 105 ของผมเจอปัญหาวัชพืชมากๆครับ ต้นหญ้าโตกว่าข้าว และเยอะมาก ผักแว่นล็อกกอข้าว ผักปอดรากแกร่ง แน่นไปหมด คนที่ไถแนะนำให้ฉีดยา เราก็เออว่าไงว่าตามกันแล้วเพราะดูแล้วคงเอาไม่อยู่

สรุปตรงที่ฉีดนั้น ข้าวชงัก สังเกตเทียบกับตรงที่ไม่ได้ฉีดยา ใบเหลืองน้อยกว่าหญ้านิดหน่อย และผักปอดที่เฉาลงไปบ้าง ผักแว่นก็ไม่ได้ตายอีกต่างหาก สรุป วัชพืชเต็มนาไปหมด ข้าวไม่โต ไม่แตกกอ เมื่อรู้สึกว่าเดินลำบากมากจึงเปลี่ยนเป็นลงไปสังเกตการณ์พบ แมลงที่คล้ายๆแมลงวัน (เสียงบินใช่เลย) คล้ายผึ้ง สีมันจะออกสีเหลืองๆ มาตอมเกสรวัชพืชในนา เยอะมากไม่รู้ว่ามีผลอะไรกับนาหรือไม่....จึงตัดสินใจคร่าวๆได้ดังนี้ครับ

1.จะลงไปถอนวัชพืชที่โดนยาไปแล้วให้โล่งหน่อย

2.จะฉีดไคโตซานกับไตรโคเดอร์มาหลังจากเคลียร์พื้นที่ไปบ้าง

3.จะหว่านปุ๋ยของ อ.เชาว์วัช ที่พอมีอยู่ซัก สองลูก (ในพื้นที่ 4 ไร่)

4.อาจจะตามด้วยสมุนไพรอีกทีหนึ่ง...

หรือใครพอจะแนะนำอะไรเพิ่มเติมได้อยากขอคำแนะนำด้วยครับ...
ขอบคุณล่วงหน้าครับ...
บันทึกการเข้า

รู้จักพอเพียงที่ใจ ทำอะไร อยู่ตรงไหน ก็มีความสุข
http://www.facebook.com/doxxy.crew
Nufamer
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 44


« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 26, 2010, 10:10:35 PM »

ลองติดต่อกับที่นี่ดูสิครับ ล่าสุดสถาบันสุวรรณวาจกกสิกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม ได้วิจัยเรื่องการใช้สารสกัดมูลสุกรในนาข้าว เกษตรกรที่ปลูกข้าวต่างก็ว่าได้ผลดีมากเป็นที่น่าพอใจครับ บางคนได้มากถึง 140 ถังต่อไร่ทีเดียว ลองติดต่อดูครับเผื่อเป็นประโยชน์ Tel. 034-351907


ขอบคุณมากๆคร้าบบบบ
บันทึกการเข้า

รู้จักพอเพียงที่ใจ ทำอะไร อยู่ตรงไหน ก็มีความสุข
http://www.facebook.com/doxxy.crew
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: