หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: พันธุ์มะละกอที่นิยมนำมาปลูกเป็นการค้า  (อ่าน 62638 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
หนอน ปิ่น
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1629


« เมื่อ: ตุลาคม 10, 2008, 11:21:50 PM »

พันธุ์มะละกอที่นิยมนำมาปลูกเป็นการค้า

ถึงแม้ว่ามะละกอจะมีมากมายหลายพันธุ์ แต่เนื่องจากมะละกอเป็นพืชที่มีความ ไว่ต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม จึงมีอยู่ไม่กี่พันธุ์เท่านั้นที่เหมาะกับสภาพดินฟ้า อากาศของบ้านเรา

ภาพมะละกอแขกนวล...กำลังรอจากคุณปิ่นครับ



1.พันธุ์แขกนวล  นิยมปลูกเพื่อขายผลดิบลักษณะผลยาวผิวผลเรียบสีเขียวอ่อน นวล เนื้อแน่นกรอบเหมาะสำหรับทำส้มตำ ผลสุกเนื้อสีส้มแดง

2.พันธุ์แขกดำ เป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกกันมาก ขายได้ทั้งผลดิบและผลสุก ผลสุกมีรสหวานมีเม็ดน้อยเนื้อสีส้มแดง ผลดิบเนื้อแน่นกรอบใช้ทำส้มตำได้ดี

3.พันธุ์แขกดำท่าพระ มีลักษณะดีคือมีความต้านทานต่อโรคไวรัสจุดวงแหวนได้ในระดับหนึ่ง ต้นเตีย น้ำหนักผลเฉลี่ย 1.5 กิโลกรัม/ผล เนื้อหนา ผลสุกเนื้อสีเหลืองอมส้ม

4.พันธุ์ฮอลแลนด์ เหมาะสำหรับขายผลสุก ผลรูปทรงกระบอก น้ำหนักผลประมาณ 8 ขีด ถึง 1.5 กิโลกรัม เนื้อสีส้มแดง เนื้อหนาและแน่น ไม่เละ มีกลิ่นหอม รสชาติอร่อย ความหวานสูง

5.พันธุ์ปากช่อง เหมาะสำหรับขายผลสุก เป็นพันธ์ที่สถานีวิจัยปากช่อง ทำการผสมและปรับปรุงพันธุ์จากมะละกอพันธุ์ซันไรส์โซโล ของประเทศใต้หวัน ขนาดผลประมาณ3-5ขีด เนื้อสีส้ม แข็งกรอบ รสหวานมีเปอร์เซนต์น้ำตาลสูง

6.พันธุ์เรดเลดี้ เป็นพันธุ์ที่ติดผลดก น้ำหนักผลเฉลี่ย 1.5-2 กิโลกรัม เหมาะสำหรับขายผลสุก เนื้อสีแดง หวานกรอบ กลิ่นหอม


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 12, 2010, 11:19:37 PM โดย ไก่โต้ง » บันทึกการเข้า

ดาบไม่มีให้แกว่ง เปลไม่มีให้ไกว่
แต่..สตรี กี่ยุคสมัยก็สู้ขาดใจ ไม่ได้แพ้ชายชาญ


หนอน ปิ่น
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1629


« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2008, 11:33:43 PM »

การคัดเลือกและการขยายพันธุ์

มะละกอขยายพันธุ์ได้หลายวิธี เช่น การเพาะเมล็ด การปักชำ การติดตา การตอนกิ่ง แต่ส่วนมากจะนิยมการขยายพันธุ์แบบเพาะเมล็ดมากกว่า เพราะทำได้ง่าย สะดวก และได้ต้นที่แข็งแรง ไม่โค่นล้มง่าย ซึ่งเมล็ดพันธุ์ที่จะนำมาเพาะ ผู้ปลูกจะต้องคัดเลือก มาเป็นอย่างดี เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงคุ้มค่ากับการลงทุน
การปลูกด้วยเมล็ดและการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์
เมล็ดที่จะนำมาใช้ทำพันธุ์จะต้องได้จากผลที่สุกเต็มที่ และควรเป็นผลที่ได้จากต้นสมบูรณ์เพศ(กะเทย) เพราะจะได้ผลผลิตที่สูงกว่า เมล็ดที่ได้มาจากผลสุกสามารถนำไปเพาะได้ทันทีโดย ไม่ต้องนำไปตากแดดก็ได้ แต่ควรล้างเนื้อเยื่อออกให้สะอาด แต่ถ้าหากต้องการเก็บ เมล็ดไว้นาน ควรตากเมล็ดให้แห้งเสียก่อน โดยการหมักเมล็ดสด ๆ ไว้ในถุงพลาสติก เก็บไว้ในร่ม 2-5 วัน จากนั้นจึงนำเมล็ดมาล้างให้สะอาด แล้วนำไปผึ่งให้แห้ง ก็จะให้เมล็ดพันธุ์ที่เก็บไว้ได้นาน


Liked By: supawadeewanson, s.dod
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 10, 2008, 11:41:50 PM โดย หนอน ปิ่น » บันทึกการเข้า

ดาบไม่มีให้แกว่ง เปลไม่มีให้ไกว่
แต่..สตรี กี่ยุคสมัยก็สู้ขาดใจ ไม่ได้แพ้ชายชาญ

หนอน ปิ่น
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1629


« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2008, 11:44:36 PM »

ขั้นตอนการปลูก

วิธีการเตรียมดิน

มะละกอสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกสภาพ แต่ที่สำคัญจะต้องเป็นดินที่ระบายน้ำได้ดี น้ำไม่ ขัง แฉะ เพราะมะละกอเป็นพืชที่ไม่มีความ ทนทาน ต่อการถูกน้ำท่วม ถ้ามีน้ำท่วมโคนต้น เพียง 1-2 วัน จะชะงักการเจริญเติบโตและ อาจตายได้ แต่อย่างไรก็ตามจะขาด น้ำไม่ได้ดังนั้น พื้นที่ที่ จะปลูก มะละกอ ควรเป็นที่น้ำท่วมไม่ถึงและควรอยู่ใกล้แหล่งน้ำอีกด้วย ถ้าหากเป็นที่ลุ่มควรทำแปลง ปลูกแบบยกร่องสำหรับการเตรียมดินปลูก ก่อนอื่นต้องกำจัดวัชพืชออกให้หมดแล้ว ทำการพรวนดิน อย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งแรกให้ไถดินก้อนโต ๆ ทิ้งให้ตากแดดจนแห้งดีแล้ว จึงไถพรวนย่อยดินอีกครั้ง ถ้าดินปลูกไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ควรใส่ปุ๋ยให้แก่ดิน โดยการปลูกพืชตระกูลถั่วก่อน แล้วไถกลบลง ดินให้เน่าเปื่อยผุพังอยู่ในดิน

การเตรียมหลุมปลูก

หลุมที่ใช้ปลูกมะละกอควรขุดให้มีขนาดกว้าง ยาว ลึก ประมาณด้านละ 50 เซนติเมตร ดินที่ขุดขึ้นมาจากหลุมให้ปล่อยตากแดด ทิ้งไว้ 7-10 วัน แล้วจึงย่อยให้ละเอียด ผสมปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยหมัก ใบไม้ผุ แล้วจึงกลบดินลงหลุม จากนั้นจึงนำต้นกล้าหรือเมล็ดมะละกอลงปลูกระยะห่าง 2X2 เมตร หรือ 2.50X2.50 เมตร สำหรับพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง ควรทำการปลูกแบบยกร่อง โดยทำเป็นร่องขนาดกว้าง 3-4 เมตร(ปลูก2แถว) คูน้ำระหว่างร่องกว้างประมาณ 1 เมตร แล้วทำการเตรียมดินและหลุมต่อไป

วิธีการปลูก

มะละกอสามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ที่นิยมกันคือปลูกในช่วงต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน การนำต้นกล้าลงปลูกในหลุมที่เตรียมไว้ ควรทำด้วยความระมัดระวัง อย่าให้ดินแตกออกจากราก และไม่ให้รากขาด เมื่อวางต้นกล้าลงหลุมปลูกแล้ว ให้กลบดินรอบโคนต้น กดให้แน่นให้ระดับดินในหลุมปลูกเสมอกับระดับดินเดิมที่ติดมากับต้นกล้า อย่ากลบโคนต้นสูงกว่ารอยดินเดิม จะทำให้เป็นโรคโคนเน่า เสร็จแล้วรดน้ำให้ชุ่ม ใช้ทางมะพร้าวหรือวัสดุอย่างอื่นคลุมบังแดดประมาณ 7-10 วัน รดน้ำทุกเช้า อย่าให้ขาดน้ำ ถ้าขาดน้ำในระยะนี้ต้นจะแคระแกร็น โตช้า และให้ผลช้าด้วย



Liked By: chnintorn2002, niwatt, s.dod
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 10, 2008, 11:54:09 PM โดย หนอน ปิ่น » บันทึกการเข้า

ดาบไม่มีให้แกว่ง เปลไม่มีให้ไกว่
แต่..สตรี กี่ยุคสมัยก็สู้ขาดใจ ไม่ได้แพ้ชายชาญ

หนอน ปิ่น
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1629


« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2008, 11:59:09 PM »

การดูแลรักษาหลังจากการปลูก

ในการปลูกมะละกอนั้นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด คือ การปฏิบัติดูแลเพื่อให้มะละกอเจริญ เติบโต ให้ผลผลิตสูง ดังนั้น ผู้ปลูกจะต้อง รู้จักวิธีการปฏิบัติ นับตั้งแต่การให้น้ำการ ใส่ปุ๋ย การกำจัดวัชพืช การตัดแต่งกิ่ง และการตัดแต่งผลอ่อน

ศัตรูและการป้องกันกำจัด

มะละกอเป็นพืชที่ปลูกง่าย โตเร็ว ไม่ค่อยมีศัตรูรบกวนมากนัก แต่ก็มีศัตรูบางประเภทที่คอยรบกวนทำลายและแพร่ระบาดได้รวดเร็ว ศัตรูมะละกอที่พบและทำความเสียหายมีทั้งโรคและแมลง สำหรับโรคที่พบมาก คือ โรคไวรัสจุดวงแหวน โรคใบเน่าและรากเน่า
โรคแอนแทรกโนส โรคเน่าของต้นกล้า ส่วนแมลงที่พบมาก คือ ไรแดง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยหอย เพลี้ยไฟ
ในแปลงปลูกมะละกอ สามารถปลูกพืชสมุนไพรและพืชอื่นแซมได้ ในการเลือกพืชแซมจะต้องไม่เป็นพืชอาศัยของศัตรูพืชที่สำคัญของต้นมะละกอ ศัตรูพืชที่ทำความเสียหายให้กับมะละกอได้แก่ โรคใบจุดวงแหวน สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส มีเพลี้ยอ่อนเป็นแมลงพาหะ โรคนี้ถ้าเกิดกับมะละกอในระยะต้นเล็กจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างสิ้นเชิง จึงไม่ควรปลูกมะละกอในบริเวณที่มีการปลูกพืชพวก พริก มะเขือ แตงโม แตงกวา แตงร้าน ตำลึง เนื่องจากพืชดังกล่าวเป็นพืชอาศัยของเพลี้ยอ่อน ซึ่งเป็นแมลงพาหะนำเชื้อไวรัสมาสู่ต้นมะละกอ
การปลูกพืชแซมในแปลงปลูกมะละกอ ควรพิจารณาเลือกพืชแซมที่มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้นกว่ามะละกอ โดยปลูกแซมระหว่างแถว เช่น ต้นโหระพา กะเพรา กระชาย ตะไคร้ และตะไคร้หอมเป็นต้น


Liked By: chnintorn2002, s.dod
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 11, 2008, 12:07:51 AM โดย หนอน ปิ่น » บันทึกการเข้า

ดาบไม่มีให้แกว่ง เปลไม่มีให้ไกว่
แต่..สตรี กี่ยุคสมัยก็สู้ขาดใจ ไม่ได้แพ้ชายชาญ

หนอน ปิ่น
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1629


« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2008, 12:09:51 AM »

การเก็บเกี่ยวผลผลิต

การเก็บผลมะละกอนั้นถือเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย เพราะความแก่อ่อนของผลที่จะเก็บเกี่ยวมีผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพของมะละกอและอายุการเก็บรักษาด้วย ดังนั้น จึงต้องเก็บผลมะละกอในระยะที่เหมาะสม คือ ถ้าจะเก็บเพื่อบริโภคผลดิบ ควรให้มะละกอแก่จัด แต่อย่าให้ห่าม ถ้าจะเก็บเพื่อกินผลสุก ควรปล่อยให้ผลสุกเต็มที่
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทยได้จัดแบ่งระยะแก่ของผลมะละกอไว้ 6 ระยะ ดังนี้

1. ระยะแก่จัดสีเขียว ผลจะมีสีเขียวเข้ม เนื้อผลแน่น
2. ระยะเริ่มเปลี่ยนสีผล จะมีพื้นผิวสีเขียวเข้มและจะมี สีเหลืองอ่อน ๆ บริเวณเนินสันทางด้านปลายผล
3. ระยะสุกหนึ่งในสี่ผล จะมีพื้นผิวสีเขียว และเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอมส้มชัดเจนบริเวณเนิน สันด้านปลายผล
4. ระยะสุกสองในสี่ ผิวของผลจะเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ประมาณครึ่งผล
5. ระยะสุกสามในสี่ ผิวของผลจะมีสีเหลืองมากกว่าสีเขียว เนื้อผลนิ่ม เมื่อใช้มือกดจะยุบตัวลง
6. ระยะสุกเต็มที่ ผิวจะมีสีเหลืองเกือบเต็มผล จะมีสีเขียว ปะปน บ้างเล็กน้อย

การห่อและการขนส่ง

ในการห่อเพื่อส่งขายนั้น จะต้องระมัดระวังอย่าให้มะละกอกระทบกระเทือนมาก และจะต้องมีการระบายอากาศที่ดี ที่นิยมทำกันส่วนใหญ่แล้วจะบรรจุใส่เข่ง ภายในเข่งจะห่อหุ้มด้วยใบตองหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ พรมน้ำภายในเข่งให้ชุ่ม แล้วมัดให้แน่น ในขณะที่ขนส่งต้องระมัดระวังอย่าวางเข่งซ้อนทับกัน ถ้าจำเป็นต้องวางซ้อนกัน ควรใช้ไม้คั่นระหว่างเข่ง

ตลาดมะละกอ

การตลาดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการปลูกมะละกอ แต่ผู้ปลูกจะต้องวางแผนการตลาดตั้งแต่ตอนปลูก จึงจะทำให้ผู้ปลูกได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า โดยผู้ปลูกจะต้องศึกษาสภาพการจำหน่ายมะละกอของตลาดก่อนปลูก ว่าตลาดมีความต้องการมะละกอพันธุ์ใด ผลดิบหรือผลสุก ราคาที่จำหน่ายจะคุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 11, 2008, 12:12:27 AM โดย หนอน ปิ่น » บันทึกการเข้า

ดาบไม่มีให้แกว่ง เปลไม่มีให้ไกว่
แต่..สตรี กี่ยุคสมัยก็สู้ขาดใจ ไม่ได้แพ้ชายชาญ

รี
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 124


ไม่เอาความคิดของตนเองไปเป็นบรรทัดฐานตัดสินผู้อื่น


« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2008, 06:53:47 AM »

มีรูปมะละกอ แต่ละพันธุ์ตามที่บอกให้ดูบ้างไหม


Liked By: s.dod
บันทึกการเข้า
paoun
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49


« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2008, 02:40:33 PM »

โอ้โฮ หนอน ปิ่น ข้อมูลละเอียดม๊ะมาก ถ้าไงป้าอ้วนขอแถมวิธีทำสาวมะละกอนิดนึงนะค่ะ
ต้นมะละกอที่แก่มากๆ จนผลผลิตลดน้อยลง ให้ตัดต้นมะละกอออกโดยให้เหลือต้นไว้พอสมควร  ไม่นานก็จะมียอดแตกขึ้นมาใหม่และจะมีผลตามมาให้เก็บอีก โดยที่ไม่ต้องปลูกใหม่
 ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ข้อมูลนี้ป้าอ่านมาจากหนังสืออีกที ยังไม่เคยลองทำหรอก เพราะมะละกอป้าต้นยังนิดเดียวอยู่เลย 55555
บันทึกการเข้า
kittytae
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2008, 03:01:06 PM »

ขอบคุณมากๆๆๆค่ะ คุณหนอนปิ่น
ที่ให้ข้อมูลมาอย่างละเอียดเลย
ถ้ามีปัญหายังไงแล้วจะกลับมาขอ
ความรู้เพิ่มเติมนะคะ


Liked By: chnintorn2002, s.dod
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2821

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #8 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2008, 03:06:03 PM »

ตามวิธี ที่ป้าอ้วน ได้ บอกไว้ ทอมมี่ ทำแล้วได้ผลคับ

ต้นไหนที่สูงเกิน เก็บไม่ถึงแล้ว ก็จะทอนให้ต้นเตี้ยลง ไม่นานเดี๋ยวก็จะมี ยอดแตกออกมาใหม่ เก็บยอดไว้ แค่ 2 ยอด ที่อยู่ตรงข้ามกันนะ พอแล้ว ส่วนยอดอื่นๆๆ เด็ดทิ้ง อีกไม่นานก็จะได้ลูกมะละกอ ไว้เก็บกินอีก



Liked By: chnintorn2002, s.dod
บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9769


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 11, 2008, 03:06:24 PM »

เทคนิคในการทำสาวมะละกอให้ได้ผลผลิตหลายปี

หลาย คนยังไม่ทราบว่าในการทำสาวต้นมะละกอมีข้อดีหลายประการ อาทิ ได้ลักษณะและคุณภาพผลเหมือนต้นแม่พันธุ์เดิม ไม่ต้องปลูกมะละกอใหม่ทุกปี ช่วยให้เก็บผลผลิตได้ง่าย เนื่องจากต้นมะละกอจะเตี้ยเหมือนกับเริ่มต้นปลูกใหม่ซึ่งจะส่งผลในเรื่องการ จัดการแปลง มีส่วนลดการระบาดของโรคและแมลงได้ เกษตรกรตัดต้นมะละกอทำสาวทุกปีจะตัดวงจรโรคและแมลงได้, ที่สำคัญพบว่าต้นมะละกอที่มีการทำสาวทุกปีจะมีการติดดกเหมือนกับต้นมะละกอ ปลูกใหม่ซึ่งผิดกับต้นมะละกอที่ไม่เคยทำสาวเลยจะมีการออกดอกและติดผลน้อยลง สำหรับเกษตรกรที่ปลูกมะละกอในเชิงพาณิชย์ จะสามารถกำหนดการให้ผลผลิตด้วยวิธีการทำสาวกำหนดให้ต้นมะละกอมีผลผลิตขายได้ ในช่วงฤดูแล้ง ตั้งแต่เดือนมกราคมเรื่อยมาจนถึงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งราคามะละกอดิบเพื่อใช้ ส้มตำในช่วงเวลาดังกล่าวจะเฉลี่ยสูงถึงกิโลกรัมละ 8-15 บาท
 
คุณสนอง เศษโม้ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร จากศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร จ.มหาสารคาม (พันธุ์พืชเพาะเลี้ยง) บอกว่าหลังจากที่เกษตรกรได้เก็บผลผลิตมะละกอรุ่นแรกไปแล้ว (คอแรก) ควรจะทำสาวด้วยการตัดต้นมะละกอแล้วเลี้ยงยอดใหม่ ซึ่งหลังจากตัดต้นไปแล้วเพียง 3 เดือน ยอดใหม่ที่แตกออกมาจะเริ่มออกดอกและติดผลตรงตามสายพันธุ์เดิมและเก็บผล มะละกอดิบได้ในเดือนที่ 4 หลังจากตัดต้น เทคนิคในการทำสาวคุณสนองแนะนำให้ตัดต้นมะละกอให้สูงจากพื้นดินประมาณ 50 เซนติเมตร (เผื่อลำต้นมะละกอจะต้องผุเปื่อยเน่าลงมาอีกประมาณ 1 คืบ) มีเกษตรกรหลายรายมักจะเข้าใจผิดด้วยการเอาถุงพลาสติกมาครอบต้นส่วนที่ตัด เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นเน่า คุณสนองได้บอกว่าวิธีการนี้ไม่ถูกต้องการเอาถุงพลาสติกมาคลุมรอยแผลที่ตัดจะ มีผลทำให้ลำต้นเน่ามากกว่า  เนื่องจากน้ำที่ระเหยจากลำต้นจะไปเกาะติดที่พลาสติกจนขังเต็มอยู่ในลำต้น ไม่มีที่ระบายน้ำออกส่งผลให้ลำต้นเน่าในที่สุด แต่ถ้าปล่อยไว้ตามธรรมชาติถึงแม้จะมีฝนตกจนมีน้ำขัง น้ำจะแห้งหรือระเหยไปเองเพราะแผลจะโดนแดดโดยตรง แต่เกษตรกรจะต้องช่วยเจาะรูให้น้ำมีทางระบายออกจากลำต้นด้วย ในการทำสาวเพื่อจะให้มีการแตกยอดใหม่ที่ดีควรทำในช่วงฤดูฝน หลังจากตัดต้นมะละกอเสร็จแล้ว คุณสนองบอกว่าไม่จำเป็นจะต้องทายาเชื้อราหรือปูนแดงบริเวณรอยแผล เนื่องจากธรรมชาติส่วนที่เป็นรอยแผลจะผุเปื่อยไปจนถึงบริเวณที่ยอดตาใหม่จะ แตกออกมา

หลังจากตัดต้นมะละกอเพื่อทำสาวเสร็จเกษตรกรจะต้องใส่ปุ๋ย เคมีสูตรเสมอ เช่น 16-16-16 หรือสูตรตัวหน้าสูง เช่น 32-10-10 และใส่ปุ๋ยคอกเก่าร่วมด้วย มีการให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ หลังจากนั้นจะมียอดมะละกอแตกออกมาใหม่หลายยอดให้คัดเลือกยอดที่สมบูรณ์ที่ สุดเหลือไว้เพียงยอดเดียวเท่านั้นเพื่อไม่ให้ยอดเจริญแข่งกัน เทคนิคในการทำสาวต้นมะละกอของคุณสนอง ทำมาแล้ว 4 ปี ต้นมะละกอติดผลดกมากทุกปี


มะละกอพันธุ์ครั่งที่ทำสาว

การทำสาวมะละกอ
บันทึกการเข้า
il3oo
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 16, 2008, 05:32:27 PM »

ว้าว ...เป็นวิธีที่ดีมากเลยนะคะเนี่ย จะลองเอาไปใช้ดูค่ะ

ขอบคุณมากนะคะ
บันทึกการเข้า
สายหมอก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 152


« ตอบ #11 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2008, 09:49:05 PM »

ขอบคุณมากครับ มีประโยชน์มากครับ
บันทึกการเข้า
ajujun
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 204


« ตอบ #12 เมื่อ: ธันวาคม 18, 2008, 10:19:31 PM »

มีประโยชน์มากขอบคุณคับจะได้นำไปใช้ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
สวนวสา
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1227


« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 22, 2009, 04:55:26 PM »

โหวดให้เก็บในคลังกระทู้ค่ะ
บันทึกการเข้า

นายวิน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 38

ผมเป็นเกษตรกรมือสมัครเล่นครับ


« ตอบ #14 เมื่อ: ตุลาคม 03, 2009, 09:40:02 AM »

ขอบคุณครับสำหรับความรู้ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า
khomsan2412
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9


« ตอบ #15 เมื่อ: มกราคม 06, 2010, 03:04:40 PM »

รบกวนถามหน่อยนะครับ ผมมือใหม่ครับ..

ในกรณีที่ ปลูกไปแล้ว มันเป็นตัวผู้ ไม่ติดผล มีวิธีการปลูก เลือกพันธุ์เฉพาะดอกสมบูรณ์ควรทำอย่างไรครับ....

บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: