หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การกลายพันธุ์ของกล้วย  (อ่าน 5260 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
noix11
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« เมื่อ: กันยายน 08, 2010, 01:07:23 PM »

รบกวนเพื่อนสมาชิกหน่อยครับ
ถามแบบคนไม่มีความรู้เลยนะครับ

การปลูกกล้วยหลายๆชนิดในแปลงเดียวกัน มันจะมีโอกาศกลายพันธุ์หรือมีผลกระทบอะไรบ้างครับ
ตั้งใจว่าจะปลูกกล้วยหอม กล้วยน้ำว้า และกล้วยไข่ ในแปลงเดียวกันนะครับ

รบกวนหน่อยครับ
บันทึกการเข้า

slamsladin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 38



« ตอบ #1 เมื่อ: กันยายน 08, 2010, 01:26:28 PM »

ขยายพันธุ์ ด้วยหน่อใช่ไหมล่ะครับ

คงไม่มีการกลายพันธุ์ แต่ต้องวะวังเรื่องโรคครับ
บันทึกการเข้า
kachain
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 99


« ตอบ #2 เมื่อ: กันยายน 08, 2010, 01:42:57 PM »

เจ้าของกระทู้คงหมายถึง ผลที่ออกมาจะเกิดผิดปรกติเหมือนกล้วยผสมข้ามพันธ์หรือเปล่าครับ ถ้ากรณีอย่างนี้ก็รอฟังคำตอบด้วยคนครับ
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5520


« ตอบ #3 เมื่อ: กันยายน 08, 2010, 04:04:44 PM »

 กล้วยมีโอกาสในการผสมพันธุ์ข้ามโดยแมลงได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้วยที่เป็นพันธุ์ที่อายุและการออกดอกใกล้เคียงกันนำมาปลูกด้วยกัน  ในปัจจุบันกล้วยพันธุ์ใหม่ๆก็มีที่ได้จากการผสมข้ามด้วยนอกเหนือไปจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
บันทึกการเข้า
noix11
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« ตอบ #4 เมื่อ: กันยายน 08, 2010, 11:58:47 PM »

กล้วยมีโอกาสในการผสมพันธุ์ข้ามโดยแมลงได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้วยที่เป็นพันธุ์ที่อายุและการออกดอกใกล้เคียงกันนำมาปลูกด้วยกัน  ในปัจจุบันกล้วยพันธุ์ใหม่ๆก็มีที่ได้จากการผสมข้ามด้วยนอกเหนือไปจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

แสดงว่าไม่ควรปลูกรวมกันใช่ใหมครับ แล้วพอจะทราบไหมครับว่ากล้วยแต่ละพันธุ์ มันมีระยะเวลาการออกดอกต่างกันเท่าไหร่
ของกล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ เพราะว่ามีพื้นที่จำกัด แต่ชอบทานกล้วยหลากหลายชนิดจึงอยากปลูกที่ชอบกินทั้งหมดเลยครับ
บันทึกการเข้า
slamsladin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 38



« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 09, 2010, 01:55:54 PM »

กล้วยมีโอกาสในการผสมพันธุ์ข้ามโดยแมลงได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกล้วยที่เป็นพันธุ์ที่อายุและการออกดอกใกล้เคียงกันนำมาปลูกด้วยกัน  ในปัจจุบันกล้วยพันธุ์ใหม่ๆก็มีที่ได้จากการผสมข้ามด้วยนอกเหนือไปจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

แสดงว่าไม่ควรปลูกรวมกันใช่ใหมครับ แล้วพอจะทราบไหมครับว่ากล้วยแต่ละพันธุ์ มันมีระยะเวลาการออกดอกต่างกันเท่าไหร่
ของกล้วยหอม กล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ เพราะว่ามีพื้นที่จำกัด แต่ชอบทานกล้วยหลากหลายชนิดจึงอยากปลูกที่ชอบกินทั้งหมดเลยครับ

บ้านตาผม มีกล้วยในสวนเยอะทั้งกล้วยไข่ กล้วยนาก กล้วยน้ำว้า หล้วยหอมทอง กล้วยหอมเขียว กล้วยป่า กล้วยบัว กล้วยน้ำไท แต่ว่าไม่มีกาารกลายพันธุ์นะครับ คงเพาะ กล้วยอย่างกล้วยไข่ กล้วยหอม มันไม่ค่อยมีเมล็ด แล้วอีกอย่าง คุณตาผมขยายพันธุ์ด้วยหน่อครับ ไม่ได้เพาะเมล็ด

บันทึกการเข้า
slamsladin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 38



« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 09, 2010, 01:59:05 PM »

ถ้ากล้วยอย่าง กล้วยน้ำว้า หรือกล้วยป่า คงมีการกลายพันธุ์นะครับ เพราะมีเมล็ด เดียวจะลองเพาะเมล็ดดูนะครับ เผื่อว่า จะได้กล้วยพันธุ์ใหม่

การจำแนกชนิดและกลุ่มของกล้วย โดย รองศาสตราจารย์เบญจมาศ ศิลาย้อย

การ จำแนกชนิดของกล้วย
          กล้วยจัดอยู่ในอันดับ (order) Scitamineae  หรือ  Zingiberales  ประกอบด้วย  ๘ วงศ์ (family)  ด้วยกัน  คือ
                ๑.  Musaceae ได้แก่ กล้วยทั้งหลาย
                ๒.  Strelitziaceae ได้แก่ กล้วยพัด
                ๓.  Heliconiaceae  ได้แก่  ก้ามกุ้ง ธรรมรักษา
                ๔.  Lowiaceae ได้แก่  พืชในสกุล Orchidantha ซึ่งไม่มีในประเทศไทย
                ๕.  Costaceae ได้แก่ เอื้องหมายนา
                ๖.  Zingiberaceae ได้แก่ ขิงทั้งหลาย
                ๗.  Marantaceae  ได้แก่  คล้า
                ๘.  Cannaceae  ได้แก่  พุทธรักษา

          ในที่นี้จะอธิบายเฉพาะกล้วยในสกุล  Musaceae ซึ่งมีทั้งกล้วยกินได้ และกล้วยประดับ

          Musaceae  แบ่งเป็น ๓  สกุล (genus) ด้วยกัน  คือ
          ๑. สกุล Ensete เป็น กล้วยที่ไม่มีการแตกหน่อ ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด ในประเทศไทยมี ๒ ชนิด (species) คือ
                 E. superba  กล้วยผา
                 E. glauca  กล้วยนวล  กล้วยญวน
                 กล้วยชนิดนี้ในประเทศไทยไม่มีการนำมาบริโภค แต่ในประเทศแถบทวีปแอฟริกานำ แป้งที่ได้จากลำต้นมาใช้บริโภค

          ๒. สกุล Musa เป็นกล้วยที่มีการแตกหน่อ และนิยมใช้หน่อในการขยายพันธุ์  มีทั้งกล้วยกิน ได้ และกล้วยประดับ แบ่งออกเป็น ๔ หมู่ (section) คือ
                - หมู่  Australimusa กล้วย ชนิดนี้มีช่อดอกตั้ง มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบทวีปออสเตรเลีย จนถึงประเทศฟิลิปปินส์   เส้นใยของลำต้นเทียมมีความเหนียวมาก เหมาะในการทำเชือก กระดาษ และทอเป็นผ้า
                - หมู่ Callimusa ส่วนใหญ่เป็นกล้วยประดับ ในประเทศไทยมีกล้วยทหารพราน หรือกล้วยเลือด (Musa  gracillis) ใบสีเขียว มีปื้นสีม่วง เมื่อโตเต็มที่สีของปื้นอาจจางลง ช่อดอกตั้ง ผลมีขนาดเล็ก ใช้ ประดับเพราะมีใบสวยงาม  นอกจากนี้ยังได้มีการนำเข้ากล้วยกัทลี หรือรัตกัทลี (Musa coccinea) จากประเทศอินโดนีเซีย กล้วยชนิดนี้มีใบประดับสีแดงสดใส ช่อดอกตั้ง ใช้เป็นไม้ตัดดอกได้เป็นอย่างดี
                - หมู่ Rhodochlamys  หรือ เรียกกันว่า กล้วยบัว ใช้เป็นไม้ประดับมีความสวยงาม ของช่อดอกที่คล้ายดอกบัว ใบประดับมีสี สวยงามและสดใส กล้วยบัวที่มีใบประดับสีชมพูอมม่วง เรียกว่า กล้วยบัวสี ชมพู  (Musa ornata) หากมีใบประดับสีส้ม เรียกว่า กล้วยบัวสีส้ม (Musa laterita)  ทั้ง ๒ พันธุ์นี้เป็นพันธุ์พื้นเมืองของไทย พบมากในภาคเหนือ นอกจาก ๒ ชนิดนี้แล้ว ได้มีการนำเข้ากล้วยบัวสีม่วงและสีชมพูอ่อนจากต่างประเทศอีกด้วย
                - หมู่  Eumusa  มี  ๙ - ๑๐ ชนิด  มีทั้งกล้วยป่าและกล้วยกินได้ ซึ่งกล้วยกินได้นั้นถือกำเนิดมาจากกล้วย ๒  ชนิดผสมกัน คือ กล้วยป่า (Musa acuminata) กับกล้วยตานี (Musa balbisiana) ผ่านวิวัฒนาการอันยาวนานนับหลายพันปี กล้วยป่ามีถิ่น กำเนิดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ส่วนกล้วยตานีมีถิ่นกำเนิดทางตอนใต้ของประเทศอินเดีย หรือเอเชียใต้ ต่อมาได้เกิดการผสมพันธุ์กันขึ้นระหว่างกล้วยป่ากับกล้วย ตานี ทำให้ เกิดพันธุ์กล้วยลูกผสมดังกล่าว นอกจากนี้  แล้วยังอาจเกิดจากการกลายพันธุ์ ทำให้เกิดพันธุ์มากมายมากกว่า  ๑๐๐  พันธุ์ในโลกนี้ และเกิดการพัฒนาจากกล้วยที่มีเมล็ด เป็นกล้วยที่ไม่มี เมล็ด ทำให้กล้วยที่รับประทานกันอยู่ในปัจจุบันไม่มีเมล็ด

          ๓. สกุล Musella เป็นกล้วยที่จัดอยู่ในสกุลใหม่ ต้นเตี้ย คล้ายกล้วยผา ลำต้นเทียม มีลักษณะพองเช่นกัน แต่มีการแตกกอที่เกิดจากมุมระหว่างใบ มีช่อดอกตั้ง และ กลีบใบประดับสีเหลืองสดใส ขนาดของดอกใหญ่ เช่น กล้วยคุนหมิง
[กลับ หัวข้อหลัก]
   

กล้วยบัว สีชมพู    

[ดูภาพทั้งหมดในเรื่องนี้]
การจำแนกกลุ่มของกล้วย

          การจำแนกกลุ่มของกล้วยทำได้  ๒ อย่างคือ จำแนกตามวิธีการนำมาบริโภค และจำแนกตาม ลักษณะทางพันธุกรรม

          ก.  การจำแนกตามวิธีการนำมาบริโภค แบ่งได้เป็น ๒ ลักษณะใหญ่
               ๑.  กล้วยกินสด เมื่อกล้วยสุกสามารถนำมารับประทานได้ทันที  โดยไม่ต้องนำมาทำให้สุกด้วยความร้อน เพราะเมื่อสุกเนื้อจะนิ่ม มีรสหวาน เช่น กล้วยไข่  กล้วยหอมทองกล้วยหอม เขียว
               ๒.  ต้องนำมาทำให้สุกด้วยความร้อน กล้วยเหล่านี้มีแป้ง เมื่อดิบมี แป้งมาก เนื้อค่อนข้างแข็ง เมื่อสุกยังมีส่วนของแป้งอยู่มากกว่ากล้วยกินสด มาก เนื้อจึงไม่ค่อยนิ่ม  รสไม่หวาน ต้องนำมาต้ม เผา ปิ้ง เชื่อม จึงจะทำให้อร่อย รสชาติดี ขึ้น เช่น กล้วยกล้าย กล้วยหักมุก กล้วยเล็บช้างกุด

          ข. การจำแนกตามลักษณะทางพันธุกรรม
              ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๘  นักวิชาการได้เริ่ม จำแนกชนิดของกล้วยตามหลักวิชาการสมัยใหม่ขึ้น  คือ  มีการแยกชนิดตามพันธุ กรรม โดยใช้จีโนม (genome) ของกล้วยเป็นตัวกำหนดในการแยกชนิด กล่าวคือ กล้วยที่บริโภคกันในปัจจุบันนี้ มีบรรพบุรุษเพียง ๒ ชนิด เท่านั้น คือ กล้วยป่า และกล้วยตานี กล้วยที่มีกำเนิดจากกล้วยป่ามีจีโน มเป็น AA  กล้วยที่มีกำเนิดจากกล้วยตานีมีจีโนมเป็น BB ส่วนกล้วยที่เกิดจากลูกผสมของกล้วยทั้ง ๒ ชนิดจะมีจีโนมแตกต่างกันไป โดยสามารถจำแนกกลุ่มได้ดังนี้
              ๑.  กลุ่ม AA   เป็นกล้วยที่มีกำเนิดมาจากกล้วยป่า  ซึ่งอาจเกิดจากการผสมภายในชนิดย่อย (subspecies) หรือระหว่างชนิดย่อย  หรืออาจเกิดจากการกลายพันธุ์  กล้วยกลุ่มนี้ มักมีขนาดเล็ก ไม่มีเมล็ดเป็นส่วนใหญ่
              ๒.  กลุ่ม AAA  เป็นกล้วยที่มีกำเนิด คล้ายกับกลุ่ม AA  แต่ได้มีการเพิ่มจำนวน โครโมโซม (chromosome) ขึ้นเป็น ๓ เท่า ผลมีขนาดใหญ่กว่าชนิดแรก และไม่มีเมล็ด
              ๓.  กลุ่ม AAB  เป็นกล้วยลูกผสม
              ระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี  โดยมีเชื้อของกล้วยป่า ๒ ใน ๓ และมีเชื้อของกล้วยตานี  ๑ ใน ๓ กล้วยชนิดนี้มีรสหวาน  มีแป้งผสมอยู่บ้างในเนื้อทำให้มีความเหนียว บางชนิดรับประทานสดได้ บางชนิด ต้องทำให้สุก ซึ่งเราเรียกกล้วยชนิดที่ต้องทำให้สุกนี้ว่า กล้าย (plantain)
               ๔. กลุ่ม ABB เป็นกล้วยลูกผสมระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานีเช่นกัน แต่มีเชื้อของกล้วยป่า อยู่น้อยกว่าเชื้อของกล้วยตานี กล่าวคือ มีเชื้อของกล้วยป่าอยู่เพียง ๑ ใน ๓ และมีเชื้อของกล้วยตานี ๒ ใน ๓ เนื้อของกล้วยในกลุ่มนี้จะมีแป้งมาก โดยเฉพาะผลดิบ ผลที่สุกบางชนิดรับ ประทานสดได้ แต่บางชนิดอาจจะฝาด จึงนิยมนำมาทำให้สุกด้วยความร้อนก่อน จะทำ ให้รสอร่อยขึ้น เช่น กล้วยหักมุก
               ๕.  กลุ่ม BBB เป็นกล้วยที่มีกำเนิดมาจากกล้วยตานี ปัจจุบันพบว่ากล้วยตานีไม่ได้มีชนิด เดียวเช่นแต่ก่อน ดังนั้นกล้วยกลุ่มนี้อาจเกิดจากการผสมพันธุ์กันในระหว่าง ชนิดเดียวกัน หรือต่างชนิดกัน และอาจเกิดจากการกลายพันธุ์ก็ได้ กล้วยชนิด นี้มีแป้งมาก เมื่อดิบมีรสฝาดมาก และเมื่อสุกก็ไม่ค่อยอร่อย เนื่องจากมี แป้งประกอบอยู่มากนั่นเอง แต่เมื่อนำมาต้ม  หรือย่าง รสชาติจะอร่อยมาก เนื้อแน่นและนุ่ม
               ๖.  กลุ่ม ABBB  เป็นกล้วยที่เกิดจากการผสมระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานีเช่นกัน เป็นกล้วยที่มีจำนวนโครโมโซมมากเป็น ๔ เท่า  ดังนั้นจะมีผลขนาดใหญ่มาก  กล้วpในกลุ่มนี้มีอยู่ชนิดเดียวคือ กล้วยเทพรสกล้วยชนิดนี้จะมีเชื้อของ กล้วยป่าอยู่เพียง ๑ ใน  ๔  และมีเชื้อของกล้วยตานีอยู่  ๓  ใน  ๔  จึงมีแป้งมาก ผลที่สุกงอมจะมีรสหวาน 
               ๗.  กลุ่ม  AABB  กล้วย กลุ่มนี้เกิดจากการผสมระหว่างกล้วยป่ากับกล้วยตานี โดยมีเชื้อของกล้วยป่า อยู่ครึ่งหนึ่ง และกล้วยตานีอีกครึ่งหนึ่ง มีจำนวนโครโมโซมเพิ่มขึ้นเป็น  ๔  เท่า  ผลจึงมีขนาดใหญ่

          การจำแนกชนิดว่ากล้วยนั้นๆ อยู่ในจีโนมกลุ่มใด นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ๒  คน  คือ ซิมมอนดส์ และเชบเฟิร์ด (Simmonds and  Shepherd) ได้เสนอให้ใช้ลักษณะทางสัณฐานวิทยารวมทั้งหมด ๑๕  ลักษณะ มาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา  คือ
              ๑.  สีของกาบใบ  (pseudostem colour)
              ๒.  ร่องของกาบใบ   (petiolar canal)
              ๓.  ก้านช่อดอก  (peduncle)
             ๔.  ก้านดอก  (pedicel)
             ๕.  ออวุล  (ovule)
             ๖.  ไหล่ของกาบปลี  (bract shoulder)
             ๗.  การม้วนของกาบปลี  (bract curling)
             ๘.  รูปร่างของกาบปลี  (bract shape)
             ๙.  ปลายของกาบปลี  (bract apex)
             ๑๐. การซีดของกาบปลี  (colour fading)
             ๑๑. รอยแผลของกาบปลี  (bract scar)
             ๑๒. กลีบรวมเดี่ยว (free tepal of male bud)
             ๑๓. สีของดอกเพศผู้  (male flower colour)
             ๑๔. สีของยอดเกสรเพศเมีย  (stigma colour)
             ๑๕. สีของกาบปลี  (bract colour

จาก     
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30
บันทึกการเข้า
slamsladin
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 38



« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 09, 2010, 02:13:45 PM »

        กล้วยส่วนใหญ่ที่เรารับประทานไม่มี เมล็ด ทั้งนี้เพราะผลกล้วยเกิดขึ้นได้ด้วยกระบวนการ parthenocarpy
คือ การเกิดเนื้อได้โดยไม่ต้องผสมพันธุ์ เนื้อส่วนใหญ่นั้นเกิดจากขอบ นอกของร่องของรังไข่ การขยายตัวของผนังกั้นรังไข่และแกนกลาง และขยายไปทั่วรังไข่จนกระทั่งผลแก่ ไข่หรือโอวุลมีการหดตัวลงในระยะแรกและจะเห็นเป็นเม็ดสีน้ำตาลเล็กๆ ฝัง อยู่ในเนื้อเมื่อผลแก่
        แต่ใช่ว่ากล้วยจะไม่มีเมล็ดเสียทั้งหมด เพราะหากได้รับการผสมจากละอองเกสรที่มากพอ กล้วยก็จะมีเมล็ดได้เหมือนกัน
การกลายพันธุ์ การปรับปรุงพันธุ์

การปรับปรุงพันธุ์ การปรับปรุงพันธุ์กล้วย คือการทำให้เกิดการพัฒนาทางพันธุกรรม เพื่อให้สามารถป้องกันโรคต่างๆ ได้ ซึ่งมีหลายวิธี โดยอาจเกิดเองตามธรรมชาติ เช่น การผสมข้ามสายพันธุ์โดยแมลง นก ค้างคาว เป็นต้น หรือเกิดการกลายพันธุ์เนื่องจากอากาศแปรปรวน หากต้นที่เกิดขึ้นแข็งแรงดีก็ จะมีชีวิตรอดอยู่ได้ (natural selection)

หรืออาจเกิดจากมนุษย์ที่จะผสมพันธุ์กล้วยให้มีลักษณะตามที่ต้องการ หรือเป็นผู้ที่ทำให้เกิดการกลายพันธุ์โดยใช้วิธีต่างๆ ได้แก่ การใช้สารเคมี ซึ่งอาจก่อให้เกิดการเพิ่มจำนวนโครโมโซมขึ้นเป็นเท่าตัว การทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่โครโมโซมเป็นแห่งๆ (point mutation) จากเดิมที่มีลักษณะไม่ต้านทานโรค เปลี่ยนเป็นต้านทานโรค ซึ่งเป็นสิ่งที่ ต้องการ การใช้รังสี การกลายพันธุ์ เนื่องจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ และการปรับปรุงโดยใช้การตัดต่อทางพันธุกรรม การปรับปรุงพันธุ์กล้วยส่วนใหญ่ในประเทศไทยใช้วิธีทำให้เกิดการกลายพันธุ์ โดยใช้ทั้งรังสีและสารเคมี อย่างเช่น การใช้รังสีแกมมาปรับปรุงพันธุ์กล้วยหอมทอง พบว่าได้ต้นที่มีการเปลี่ยนแปลงของโครโมโซม 2n เป็น 66, 34 และ 36 แต่เมื่อทดลองปลูกในแปลง เกิดน้ำท่วมทำให้ต้นตายในขณะที่ต้นยังเล็กอยู่ จึงยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆ นอกจากพบว่าต้นที่มีโครโมโซม 66 มีใบหนา และการปรับปรุงพันธุ์กล้วยไข่โดยใช้รังสีแกมมา พบว่าต้นที่ฉายรังสีที่ 10 เกรย์ ให้ผลกล้วยขนาดสั้นลงเล็กน้อย ก้านผลยาวขึ้น การจัดเรียงของผลในหวีเป็นระเบียบ และที่ 20 เกรย์ ได้ผลมีความยาวปกติ รูปร่างเรียว การเรียงตัวในหวีดี เหมาะกับการทำส่งออกเพราะการบรรจุกล่องสามารถบรรจุได้มาก ทำให้ ใช้ประโยชน์ของผลกล้วยต่อเครือได้มาก ต้นใหม่ทั้งสองที่ได้ให้ชื่อว่า เกษตรศาสตร์บานาน่า 1 และ 2 (ก.บ. 1 และ 2) ตามลำดับ ส่วนการใช้สารเคมีนั้น ได้มีการใช้สารโคลชิซินกับกล้วยไข่ทำให้เพิ่มจำนวนโครโมโซมจาก 2n=22 เป็น 44 แต่พบว่าต้นที่ได้เจริญเติบโตช้า ตกผลช้ากว่าปกติมาก และ ผลผลิตน้อย ผลมีขนาดเล็กกว่าเดิม จึงไม่เหมาะที่จะทำการคัดเลือกต้นไว้ นอกจากนี้มีการใช้สารออริซาลิน (Oryzalin) ซึ่งเป็นยาฆ่าหญ้าชนิดหนึ่งกับกล้วยไข่ที่เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ พบว่าต้นที่ได้เจริญเติบโตช้ามาก ใบที่เกิดขึ้นค่อนข้างกลมเป็นมัน ก้านใบสั้น เหมาะทำเป็นไม้ประดับกระถาง จึงนำไปจดทะเบียนไว้ที่กรมวิชาการเกษตร และให้ชื่อว่า เบพ (BEP) นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงพันธุ์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จากการทดลองใช้รังสีและไม่ใช้รังสีกับกล้วยไข่ พบว่าต้นที่ไม่ใช้รังสีมีความผิดปกติของผิวเปลือกกล้วย ผิวต้นที่ไม่ได้ฉายรังสีมีความมันผิดปกติ น่าจะเป็นด้วยสารคิวตินเคลือบหนาขึ้น ต้นที่ได้นี้ให้ชื่อว่า เกษตรศาสตร์บานาน่า 3 (ก.บ.3) งานวิจัยเกี่ยวกับกล้วย งานวิจัยที่เกี่ยวกับการปรับปรุงพันธุ์กล้วยเพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่ดีขึ้น ทนสฦาพแวดล้อมในแหล่งปลูกได้ดี หรือการเพิ่มปริมาณสายพันธุ์ที่มีอยู่ให้มากขึ้น เช่น งานวิจัยเรื่องการชักนำให้กล้วยเกิดการกลายและคัดพันธุ์เพื่อทนเค็ม โดยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การเพิ่มปริมาณต้นและการเจริญเติบโตของกล้วยหอมพันธุ์แกรนด์เนน โดยวิธีเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ งานวิจัยที่ศึกษาการเจริญเติบโตและผลผลิตของต้นกล้วยไข่ที่ปลูกเปรียบเทียบ ระหว่างหน่อพันธุ์กับต้นพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นต้น
บันทึกการเข้า
Bakhamnoi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 362


« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 09, 2010, 05:48:12 PM »



ที่บ้านผมเคยมีกล้วยกลายพันธุ์  (แค่ไม่เชิงกลายพันธุ์หรอก  แค่ลูกผสม)
ลักษณะเหมือนกล้วยหักมุก  แต่สีเหมือนกล้วยน้ำว้า  บางลูกสองสีเลย

ตะลุ่งตุ้งแช่..........ดูเลย...........
แต่เสียดายว่า  ตอนมันสุก  ผมไม่ได้อยู่บ้าน  แม่ผมตัดให้อาไปกินทั้งเครือ  ไม่รู้รสชาติเป็นไง
และก็ไม่ได้เก็บสายพันธุ์เอาไว้ด้วย
บันทึกการเข้า
Bakhamnoi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 362


« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 09, 2010, 05:48:59 PM »


     ดูอีกที

บันทึกการเข้า
Bakhamnoi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 362


« ตอบ #10 เมื่อ: กันยายน 09, 2010, 05:50:57 PM »


เอ้า......ทีนี้ดูภาพขยาย  จะเห็นเลยว่า  ลูกเดียว  มีสองสี.........

บันทึกการเข้า
คม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 575


ข้าวที่มีเมล็ดมาก ย่อมโน้มต่ำติดดิน


« ตอบ #11 เมื่อ: กันยายน 09, 2010, 07:42:10 PM »

การขยายพันธุ์โดยใช้หน่อไม่กลายพันธุ์ครับ

ของคุณบักฮำน่อยน่าเสียดายนะครับ

ของแปลกๆ ถ้าขยายพันธุได้ละก็ อื้อฮือ

ผมชอบสะสมกล้วยครับ (รองจากมะละกอ อิ อิ)


แต่การกลายพันธุ์แท้จริงมีหลายปัจจัย
ที่ศูนย์การขยายแบบเนื้อเยื่อเมื่อถึงรุ่นที่ 7 มักให้ผลผลิตที่ดอ้ยคุณภาพลงมากๆครับ
บันทึกการเข้า

***ชีวิตเกิดมา มีค่าแค่ไหน มาแล้วก็ไป หาได้จีรัง***
***คมกฤษณ์  บุญเลิศ     441/1 ถ.ทุ่งศรีเมือง อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ 46000***
noix11
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 10, 2010, 12:47:37 PM »

ขอบคุณสำหรับความรู้เรื่องกล้วยที่เอามาฝากครับ อ่านแล้วทึ่งมากเลย ไม่คิดว่าจะมีหลากหลายได้ถึงขนาดนี้

ผมเพิ่งได้หน่อกล้วยมาปลูกสองสามหน่อ เค้าว่าเป็นน้ำว้าขาว ไม่รู้ว่าจะเหมือนกับของคุณบักหำน่อยหรือเล่า
คิดว่าคงไม่น่าห่วงแล้วนะครับ

ว่าแต่ผมสนใจหน่อกล้วยจำนวนมากๆเนี้ย ไม่รู้ว่ามีแหลงขายอยู่ที่ไหนครับ เอาที่ราคาถูกด้วยนะครับ
บันทึกการเข้า
changbenz
seller
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1414


« ตอบ #13 เมื่อ: กันยายน 10, 2010, 01:13:33 PM »

http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=5081.0มาตามลิงค์นี้เลยครับมีเเต่เรื่องกล้วยๆ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

ธนาทาวเวอร์(ห้อง207ชั้น20) 224 ถนนจรัญสนิวงศ์
์เขตบางพลัด กรุงเทพ 10700
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: