ข่าว
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: อยากทราบข้อแตกต่างระหว่าง"รถไถนั่งขับ"กับ"รถแทรกเตอร์"  (อ่าน 19774 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
pongchan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24


« เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 03:11:07 PM »

อยากทราบข้อแตกต่างระหว่าง"รถไถนั่งขับ"กับ"รถแทรกเตอร์" ว่านอกจากแรงม้าที่ต่างกันแล้ว มีข้อแตกต่างอื่นใดอีกบ้างครับ
งานแบบไหนที่เหมาะจะใช้ "รถไถนั่งขับ" และแบบไหนถึงควรจะใช้ "รถแทรกเตอร์" ถ้าเป็นงานตัดหญ้า พรวนดิน ไถยกร่อง พ่นยา ในสวนธรรมดา ไม่ได้ต้องไถบุกเบิกอะไร ดินเป็นดินร่วนปนทราย พื้นที่เป็นพื้นที่รายเสียเป็นส่วนใหญ่ ประมาณ 40ไร่ ใช้แค่ "รถไถนั่งขับ"จะเพียงพอไหมครับ

ผมสนใจ คูโบต้ารุ่น KRT140 อยู่ แต่เห็นหลายๆท่านบอกว่า ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเพราะแรงน้อย เลยอยากขอความรู้หน่อยน่ะครับ




บันทึกการเข้า

treo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2029


« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 03:26:00 PM »

Tractor แทรคเตอร์ แปลเป็นไทย ก็คือ รถสำหรับลาก หรือรถไถนั่นแหละครับ
เรียกเต็มๆว่า Farm tractor  ฟาร์มแทรคเตอร์  คือรถไถนา

ส่วนรถตีนตะขาบ ที่เอามาดันดิน เกลี่ยดิน ซึ่งคนไทยมักเรียกว่า Tractor รถแทรคเตอร์  แต่ฝรั่งมักเรียก Bulldozer บุลโดเซอร์ครับ


ส่วนการเลือกขนาดของรถ อันดับแรกต้องดูจาก ปริมาณงานที่ต้องการเอาครับ สมุติว่าเราต้องการรถที่ไถได้ วันละ สิบไร่ ก็เลือกรุ่นที่เหมาะสมกับเรา นั่นหมายถึงเงินที่ต้องจ่าย รถใหญ่ แรงเยอะ ทำงานต่อวันได้เยอะ ก็กินน้ำมันเยอะ ค่าซ่อมแพง ราคาก็แพง  แต่ทำงานได้เร็ว

รถเล็ก แรงน้อย อุปกรณ์ต่อพ่วงก็มีขนาดเล็ก  ทำงานต่อวันได้น้อย น้ำมันกินน้อย ค่าซ่อมถูก ราคาก็ถูกลงมา แต่ทำงานได้ช้าลง

มีดีมีเสียต่างกันครับ  สำหรับผมแล้ว เลือกให้ใหญ่กว่าความต้องการไว้ซักนิดครับ จะได้ไม่ต้องทำงานเต็มแรงตลอดเวลา



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 31, 2010, 03:36:12 PM โดย treo » บันทึกการเข้า

ปลูกต้นไม้ ไม่ใช่แค่ เอาต้นไม้ไปฝังดิน
ปลูกต้นไม้ ใช่ว่าจะได้แต่ต้นไม้
kraw
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1026


« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 04:44:45 PM »

เหมือนที่คุณ treo บอกนั่นแหละเงิน 1.4 แสน กับรถ 14 แรง เพิ่มอีกไม่กีหมื่นก็สอยคูโบต้า หรือยันม่าร์ 35 แรง มือสองได้แล้วครับ
บันทึกการเข้า
pongchan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24


« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 05:16:02 PM »

เหมือนที่คุณ treo บอกนั่นแหละเงิน 1.4 แสน กับรถ 14 แรง เพิ่มอีกไม่กีหมื่นก็สอยคูโบต้า หรือยันม่าร์ 35 แรง มือสองได้แล้วครับ


ขอบคุณครับ ทั้งคุณ kraw และคุณ treo
เท่าที่อ่านกระทู้เกี่ยวกับรถไถ หลายๆท่านก็พูดแบบนี้นะครับว่า ถ้าซื้อ 1.4แสนกับได้รถแค่ 14แรง เพิ่มอีกไม่กีหมื่นก็สามารถซื้อคูโบต้า หรือยันม่าร์ 35 แรง มือสองได้แล้ว แต่ผมไม่มีความรู้เรื่องรถไถมือสองเลยครับ เกิดมาก็ไม่เคยซื้อรถมือสองเลยครับ ไอ้เรื่องซื้อมาแล้วซ่อมเนี่ย ผมคงปวดหัวหนักแน่ๆครับ แต่ถ้าตัดสินใจจะซื้อมือสองจริงๆ ก็คงต้องหาทางจนได้แหละครับ ตอนนี้ก็ดูๆไว้ใช้งาน 2 รุ่นน่ะครับ คือ KRT140 กับ b2420 น่ะครับ เจ้าตัว b2420 นี่ราคาเพิ่มอีกเท่าตัวเลย(มือหนึ่ง) ถ้าเทียบกับ KRT140 ได้แรงม้าเพิ่มมา 10แรง


แต่ผมไม่รู้ว่านอกจากไอ้แรงม้าที่เพิ่มขึ้นมา มันมีอะไรที่แตกต่างกันอีกบ้างน่ะครับ
ที่สวนผม เนื้อที่ 40ไร่ ปลูกกล้วย มะรุม แล้วก็ผลไม้อื่นๆประปราย งานหลักๆก็พรวนดิน ยกร่อง ตัดหญ้า พ่นยา ไถนิดๆหน่อยๆ เท่านี้แหละครับ ปัจจุบัน จ้างรถคนอื่นไถตลอด เลยคิดว่าอยากจะหาซื้อไว้ใช้ซักคันนึง นี่ก็กะว่าจะปลูกไผ่ซัก10ไร่

อยากขอคำแนะนำหน่อยน่ะครับว่า ถ้าลักษณะงานเป็นแบบที่ผมว่ามา KRT140 พอใช้หรือเปล่าครับ หรือควรเพิ่มเงินอีกเท่าหนึ่งสอย b2420 มาใช้เลย(แต่ก็แพงกว่าเป็นเท่าตัว)
บันทึกการเข้า
sompol
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2787



« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 06:31:46 PM »

...จากประสบการณ์ของผมแนะนำไห้ใช้ 36 แรงครับ ผมว่า KRT140 ใช้ทดแทนรถคุณแต๋นได้ดีครับ งานในไร่จะมีบุกเบิกบ้างเล็กน้อยเช่น ดันดินทำถนน ทำคันนา คันดิน ปรับที่สูงต่ำไห้เสมอกัน ขุดคลองทำทางน้ำเล็กๆได้ 36 แรงพอดีครับทำได้ทุกอย่างไม่เล็กเกินไปไม่ไหญ่เกินไป สวนสัก 40-60 ไร่เหมาะสมครับ
บันทึกการเข้า
technocrat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 583


« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 07:18:37 PM »

รถไถนั่งขับ หรือ KRT เครื่องยนต์มันคือรถควายเหล็กนั่นแหละครับเพียงแต่นำมาประกอบลงชุดขับเคลื่อนสี่ล้อการส่งกำลังย่อมไม่ดีเท่า แทรกเตอร์เพราะมีการวางเครื่องต่างๆไว้อย่างดีเยี่ยมเพื่อกำลังที่เต็มประสิทธิภาพ โดยปรกติการจะซื้อแทรกเตอร์ถ้ามีที่ทางเองซัก 30 ไร่ขึ้นไปแนะนำแทรกเตอร์เลยครับเรื่องราคาไม่มีปัญหาเพราะเค้ามีลิสซิ่งให้ผ่อนแบบสบายๆ ดอกต่ำมาก ส่วน KRT เหมาะสำหรับคนที่มีทีทางไม่เกิน 10 ไร่ และมือ 1 kubota ก็มีบริการถึงบ้าน3ครั้งในปีแรกด้วย คือ 1-5-12 เดือน แต่เสียนอกจากเวลาตรวจปรกติโทรไปเดี๋ยวตามมาถึงแปลงเลย รุ่นก็น่าจะเลือกรุ่น B หรือ L ก็ลองดูครับ
บันทึกการเข้า
kemsakm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 66


« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 08:29:41 PM »

รถไถหากเลือกได้ 2 เพลาแรงฉุดมากกว่า50-60% และที่ 40 ไร่ผมว่าอย่าเอา KRT เพราะที่ทางถือว่ามากอยู่ จะไม่ประทับใจในการใช้งาน ได้งานน้อยดันดินปรับที่ช้าและไถได้ไม่ลึก หากใช้แล้วไม่ถูกใจจะเปลี่ยนค่อนข้างจะขาดทุนนะครับ ลองหาข้อมูลให้เยอะๆจะได้ของดีที่ลงตัวครับ (ที่ผมเคยใช้อยู่มี ET110/KRT14 /L36 /8030) หากสนใจรายละเอียดการใช้งานพอให้ข้อมูลได้ และตอนนี้ทุกคันก็ยังใช้งานอยู่ที่บุรีรัมย์ถามในกระทู้นี่ก็ได้ครับผมไม่สนใจเรื่องยี่ห้อและไม่เชียร์ยี่ห้อใดๆแต่จะให้ข้อมูลตามที่ใช้งานจริงๆ
บันทึกการเข้า
tavid
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2327



« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 06, 2010, 05:01:56 PM »

KRT และตระกูล B ไม่แนะนำครับ ถ้าจะเอารถใหม่ก็ตระกูล L ดีกว่า ถ้าเอาตระกูลB หรือKRT ไปตัดหญ้าจะลำบากเพราะรอบเครื่องไม่สูงและKRT PTO มีแค่สปีดเดียว (เครื่อง1สูบกับ2สูบ รอบเครื่องจะต่ำกว่า3สูบ) ทำให้ตัดหญ้าไม่ค่อยขาดต้องเร่งเครื่องมากกว่าปรกติจะกินน้ำมันมากกว่าเครื่อง3สูบ
ใจจริงอยากให้หามือ2ตระกูลL1  ถ้าชอบแบบใช้กันลืมให้หาเป็นเครื่องแบบ Swirl chamber เช่น L1-255 3สูบ25แรงม้าเครื่องยนต์ค่อนข้างทนกว่าเครื่องDIมาก เพราะการสั่นสะเทือนน้อยกว่า แรงกระแทกลูกสูบและข้อเหวี่ยงน้อย การเผาไหม้เชื้อเพลิงสะอาดกว่าแบบDI จึงสามารถถ่ายน้ำมันเครื่องที่500ชม.หรือมากกว่านั้นไม่เหมือนDIที่ต้องถ่ายที่200ชม.แต่จะกินน้ำมันมากกว่าDIนิดหน่อย หรือถ้าชอบDIตามกระแสก็L1-245 ที่จริงเครื่องยนต์เป็นโครงสร้างเดียวกับ L1-255แต่เปลี่ยนฝาสูบเป็นDIแรงม้าเลยหายไปตัวนึง บางคนเข้าใจผิดคิดว่าเครื่องDIแรงกว่าSwirl chamber ที่จริงถ้าซีซีเท่ากันSwirl chamber จะให้แรงม้าสูงกว่าDI เอาง่ายๆผมยกตัวอย่างไมตี้เอ็กเครื่อง2Lกับอีซูซุมังกรทองเครื่อง4JA1 2500ซีซีเท่ากันถามว่าใครแรงกว่าอันนี้เห็นชัดเจน L1-255 ราคาหาซื้อได้ที่1.5แสนสภาพสวยๆใช้กันลืมระบบไม่ซับซ้อนเหมือนรถไถรุ่นใหม่ๆรับรองว่าทนกว่ารุ่นใหม่ๆแน่นอนครับอะไหล่ก็หาได้ทั่วไป


Liked By: Wikrit, suteera
บันทึกการเข้า

เยี่ยมร้านตาวิด  http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=48283.0
kemsakm
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 66


« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 06, 2010, 08:33:45 PM »

คุณ tavid ข้อมูลละเอียดดีมากเลยครับ อย่างนี้ใครจะซื้อก็สามารถสอบถามข้อมูลได้เลยครับ ผมจะเป็นผู้ใช้งานมากกว่าเรื่องข้อมูลเทคนิคไม่แน่นอาศัยประสบการณ์การใช้งานอย่างเดียว
บันทึกการเข้า
pongchan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 24


« ตอบ #9 เมื่อ: กันยายน 07, 2010, 12:27:16 AM »

KRT และตระกูล B ไม่แนะนำครับ ถ้าจะเอารถใหม่ก็ตระกูล L ดีกว่า ถ้าเอาตระกูลB หรือKRT ไปตัดหญ้าจะลำบากเพราะรอบเครื่องไม่สูงและKRT PTO มีแค่สปีดเดียว (เครื่อง1สูบกับ2สูบ รอบเครื่องจะต่ำกว่า3สูบ) ทำให้ตัดหญ้าไม่ค่อยขาดต้องเร่งเครื่องมากกว่าปรกติจะกินน้ำมันมากกว่าเครื่อง3สูบ
ใจจริงอยากให้หามือ2ตระกูลL1  ถ้าชอบแบบใช้กันลืมให้หาเป็นเครื่องแบบ Swirl chamber เช่น L1-255 3สูบ25แรงม้าเครื่องยนต์ค่อนข้างทนกว่าเครื่องDIมาก เพราะการสั่นสะเทือนน้อยกว่า แรงกระแทกลูกสูบและข้อเหวี่ยงน้อย การเผาไหม้เชื้อเพลิงสะอาดกว่าแบบDI จึงสามารถถ่ายน้ำมันเครื่องที่500ชม.หรือมากกว่านั้นไม่เหมือนDIที่ต้องถ่ายที่200ชม.แต่จะกินน้ำมันมากกว่าDIนิดหน่อย หรือถ้าชอบDIตามกระแสก็L1-245 ที่จริงเครื่องยนต์เป็นโครงสร้างเดียวกับ L1-255แต่เปลี่ยนฝาสูบเป็นDIแรงม้าเลยหายไปตัวนึง บางคนเข้าใจผิดคิดว่าเครื่องDIแรงกว่าSwirl chamber ที่จริงถ้าซีซีเท่ากันSwirl chamber จะให้แรงม้าสูงกว่าDI เอาง่ายๆผมยกตัวอย่างไมตี้เอ็กเครื่อง2Lกับอีซูซุมังกรทองเครื่อง4JA1 2500ซีซีเท่ากันถามว่าใครแรงกว่าอันนี้เห็นชัดเจน L1-255 ราคาหาซื้อได้ที่1.5แสนสภาพสวยๆใช้กันลืมระบบไม่ซับซ้อนเหมือนรถไถรุ่นใหม่ๆรับรองว่าทนกว่ารุ่นใหม่ๆแน่นอนครับอะไหล่ก็หาได้ทั่วไป

ขอบคุณครับพี่ Tavid สำหรับข้อมูลและคำแนะนำ เห็นทีผมคงไม่คบกับ KRT แล้วครับ แหะๆๆ ยิ้มเท่ห์
แต่เรื่องหาซื้อมือสองเนี่ยแหละครับ ที่ผมหนักใจอยู่เหมือนกัน เพราะไม่มีความรู้เรื่องรถไถเลยแม้แต่น้อย  ร้องไห้ พวกนี้ ปกติเขาหาซื้อกันที่ไหนบ้างครับ และมีวิธีการดูแบบไหนถึงจะได้ของดี ผมเคยเข้าไปดู www.truck2hand.com อยู่บ้าง แต่มันมีหลากหลายมากๆ ทั้งเก่าทั้งใหม่ อยากได้แต่ก็เลือกไม่ถูก ดูไม่เป็นครับ ถ้าซื้อมา ต้องเอามาบูรณะที่ไหน ยังไง (ช่างหรืออู่หรือศูนย์บริการ) เพราะพวกที่ต่ำกว่าสองแสนนี่สภาพตามราคาแทบทั้งนั้นเลยครับพี่ ขอคำแนะนำจากท่านพี่ GURU TAVID ด้วยครับ
บันทึกการเข้า
lingjung
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 20


« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2013, 03:45:12 PM »

KRT และตระกูล B ไม่แนะนำครับ ถ้าจะเอารถใหม่ก็ตระกูล L ดีกว่า ถ้าเอาตระกูลB หรือKRT ไปตัดหญ้าจะลำบากเพราะรอบเครื่องไม่สูงและKRT PTO มีแค่สปีดเดียว (เครื่อง1สูบกับ2สูบ รอบเครื่องจะต่ำกว่า3สูบ) ทำให้ตัดหญ้าไม่ค่อยขาดต้องเร่งเครื่องมากกว่าปรกติจะกินน้ำมันมากกว่าเครื่อง3สูบ
ใจจริงอยากให้หามือ2ตระกูลL1  ถ้าชอบแบบใช้กันลืมให้หาเป็นเครื่องแบบ Swirl chamber เช่น L1-255 3สูบ25แรงม้าเครื่องยนต์ค่อนข้างทนกว่าเครื่องDIมาก เพราะการสั่นสะเทือนน้อยกว่า แรงกระแทกลูกสูบและข้อเหวี่ยงน้อย การเผาไหม้เชื้อเพลิงสะอาดกว่าแบบDI จึงสามารถถ่ายน้ำมันเครื่องที่500ชม.หรือมากกว่านั้นไม่เหมือนDIที่ต้องถ่ายที่200ชม.แต่จะกินน้ำมันมากกว่าDIนิดหน่อย หรือถ้าชอบDIตามกระแสก็L1-245 ที่จริงเครื่องยนต์เป็นโครงสร้างเดียวกับ L1-255แต่เปลี่ยนฝาสูบเป็นDIแรงม้าเลยหายไปตัวนึง บางคนเข้าใจผิดคิดว่าเครื่องDIแรงกว่าSwirl chamber ที่จริงถ้าซีซีเท่ากันSwirl chamber จะให้แรงม้าสูงกว่าDI เอาง่ายๆผมยกตัวอย่างไมตี้เอ็กเครื่อง2Lกับอีซูซุมังกรทองเครื่อง4JA1 2500ซีซีเท่ากันถามว่าใครแรงกว่าอันนี้เห็นชัดเจน L1-255 ราคาหาซื้อได้ที่1.5แสนสภาพสวยๆใช้กันลืมระบบไม่ซับซ้อนเหมือนรถไถรุ่นใหม่ๆรับรองว่าทนกว่ารุ่นใหม่ๆแน่นอนครับอะไหล่ก็หาได้ทั่วไป
สวัสดีครับพี่พอดีผมกำลังหารถไถเอาไว้ใช้งานสักตัวครับ อยากถามหน่อยครับว่า Kubota L255 กับ L2601 มันต่างกันยังไงครับพี่ ผมลองหาข้อมูลตาม อินเตอร์เน็ตแล้วก็ไม่มีเลยมันคงเก่ามากแล้ว อยากรู้ว่าการดูแลรักษายุ่งยากไม๊ หรืออะไหล่มันหายากด้วยไม๊หากว่าเสีย ผมว่าจะเอามาดูแลสวนยาง มีทั้งยางใหญ่และยางเล็กครับ กะเอาไว้ช่วยใส่ปุ๋ยตัดหญ้ายางใหญ่ พรวนดินและลูกหญ้ายางเล็กครับ แล้วทำสวนผักผลไม้สัก 10 ไร่ครับ ผมต้องการรถไถที่ไม่ต้องใหญ่ เอากลางถึงเล็กครับเพราะรถไถใหญ่รับจ้างก็พอมีครับ แรงงานหายากกะว่าจะนำมาใช้งานเองครับ หรือหากว่าพี่จะแนะนำเป็นรุ่นอื่นๆ ก็ยินดีครับ ขอคำชี้แนะด้วยครับ ขอบคุณล่วงหน้าครับ
บันทึกการเข้า
Wikrit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 178


« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2013, 06:31:21 PM »

ถ้าแหล่งใหญ่แถวภาคกลางก็ อ.ตาคลี นครสวรรค์คับ ติดถนนสายเอเชีย เข้าตาคลีอยู่ซ้ายมือคับ มี 2 ร้าน ห่างกันประมาณ 1 กม. รถเก่านอกสภาพดี  อีกที่นึง ติดถนนสายเอเชียเหมือนกัน อยู่อ่างทองซ้ายมือก่อนเข้าเมืองประมาณ 1 กม. ตรงข้ามเป็นศูนย์คูโบต้า ชื่อร้านอะไรจำไม่ได้ เป็นเต็นรถไถโดยตรง ส่วนมากเป็นรถยึดมา และก็รถเทิน อุปกรณ์ติดรถพร้อม มีทุกสภาพ เยอะกว่านครสวรรค์
บันทึกการเข้า
termtemD
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 528


« ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2013, 12:57:50 PM »

แปะกระทู้ไว้ กำลังลังเล ในการซื้อ
บันทึกการเข้า
ouu66199
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1


« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2014, 04:00:04 PM »

ผมซื้อมาไว้ไถเทือกนาครับใช้รถใหญ่ไม่ไหว  เหยีบคันนาพังหมดต้องมานั่งปั้นคันนาใหม่
อีกอย่างนะครับรถเล็กๆ ไถนาพื้นที่นาไม่หล่มด้วยครับนาไม่เสีย วันนึงไถเทือกได้ ตั้ง 10 ไร
บันทึกการเข้า
teerayut
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 30


« ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2014, 06:48:56 PM »

ผมซื้อมาใช้ราคามือ2 140000 มีผานดันหน้า+ผานสามครับ ใช้ได้เหมาะสมกับที่สัก10ไร่ทำได้สบายครับแต่ต้องขยันฝึกขับ เพราะบางคนเคยขับรถไถขนาดใหญ่มารองขับยังบอกว่ามันคล่องตัวดีแต่ต้องปรับการบังคับผาน ผมทำเทลเลอร์พ่วงบรรทุก 1500 kg ลากสบายครับ การดูแลรักษาต้องขยันตรวจสอบน้ำมันไฮดรอลิก ,จารบีครับ อัตราสิ้นเปลืองนำ้มันเต็มถัง ถ้าขยันไถท้ั้งวันไถได้ 5 ไร่สบายครับ ผมอาศัยตื่นแต่เช้าไถแดดร้อนก็หยุดแล้วค่อยไถตอนเย็นต่อ สะดวกดีครับมีรถเป็นของตัวเอง
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: