ข่าว
หน้า: 1 ... 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 [61] 62 63 64 65 66 67 68 69 70   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: คนสามัญประจำโลก...ณ "บ้านเพลิน" คำตอบจากวันเวลาที่ผันผ่าน (สารบัญหน้า 1)  (อ่าน 181420 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
SinchaiTK
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 579


สักวันเราจะไปสู่ชีวิตที่เรียบง่าย และพอเพียง


« ตอบ #960 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2012, 09:42:22 AM »

"ป่าปลูก เพราะเรา ปลูกป่า"

ตอนแรกพิมพ์ไว้เป็นหน้ายาวๆ เลยเรื่องนี้ แต่ด้วยความผิดพลาดทางเทคนิคที่พิมพ์ไว้หายหมดเลยสรุปย่อไว้สั้นๆ ละกันครับ

บ้านเพลินเริ่มลงมือปลูกต้นไม้ต้นแรกเมื่อเดือน มิถุนายน ปี 2553 ผ่านมาสองปีกว่าๆ มีทั้งต้นไม้ที่ตายด้วยตัวมันเอง ตายเพราะน้ำท่วม ตายเพราะเราเผลอไปตัดโดนตอนตัดหญ้า หรือเผลอเหยียบ หรือบางครั้งตอนทำนาก็เผลอไปทับบ้าง ที่หลงรอดมาได้ก็ยังพอมีครับ

ไม้ที่เป็นหน้าเป็นตาได้ก็มีพวกยางนา ไม้แดง แคนา ตีนเป็ด จิกน้ำ นนทรีย์ ไผ่ กล้วย ตะเคียน นอกนั้นก็ตายไปเยอะ

ตราบใดที่เราปลูกป่า สักวันเราก็คงจะได้ ป่าปลูกดังใจหวัง

น้ำท่วมที่ผ่านมา ทำให้เราเรียนรู้เรื่องความไม่แน่นอน ตามหลักพุทธศาสนา และทำให้เราเรียนรู้อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เวลาทำอะไรไม่ต้องไปตั้งความหวังมากแค่กำหนดแนวทางแล้วปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ ใช้เินที่หาได้มาสร้างป่าให้สมใจที่คิดไว้ ผลออกมาดีบ้างแย่บ้างก็ปล่อยไปตามธรรมชาติ

ผมอาจโชคดีที่มีกำลังทรัพย์ กำลังทุนที่จะทำฝันให้เป็นจริง แต่ก็ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ที่มีฝัน อย่าเพิ่งท้อแค่เราปลูกป่า ป่าปลูกของเราก็จะเป็นจริงสักวัน

สภาพต้นไม้ที่บ้านเพลินล่าสุดที่ไปถ่ายภาพมาอวดโฉมกันครับ ถ้าปีนี้น้ำไม่มามากมันคงโตขึ้นอีกหลายเท่าแน่ๆ ครับ



ก้อง
13/8/2555
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 13, 2012, 10:00:28 AM โดย SinchaiTK » บันทึกการเข้า

ชุติพนธ์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1156


« ตอบ #961 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2012, 07:22:17 PM »

คุณก้อง  มีพร้อมทุกอย่างอยู่แล้ว  ไม่ว่าเงินทุน  หรือที่ดิน  ไหนๆก็ทำงานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม 
น่าจะคิดโครงการเท่ห์ๆ  เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม   ที่บ้านเพลิน เพื่อเป็นตัวอย่าง
เผื่อผมจะลอกการบ้านบ้างครับ   อย่างคุณตั้ม  แกก็คิดโครงการ ของแกออกมาเรื่อยๆ  น่าสนใจมากครับ
นี่ก็ว่าจะลอกการบ้านคุณตั้มอยู่   
พูดไปพูดมา ก็จะลอกการบ้านเขาอย่างเดียวเลยเรา   ยิงฟันยิ้ม

ของตั้มนั้นเขาสุดยอดมากครับ ผมมันแค่นักลอกการบ้านเช่นเดียวกันครับ ตอนนี้ได้ความรู้จากคุณนึก Teerapan เรื่อง permaculture อีกเรื่องกำลังทำความเข้าใจว่าจะลอกยังไงดีครับ

ส่วนเรื่องสิ่งแวดล้อม ถ้าเข้าใจมันลึกซึ้ง หลักใหญ่ใจความมันคือ ไม่ต้องไปทำอะไรเลย ถ้ารักสิ่งแวดล้อมจริงๆ ปล่อยให้มันเป็นธรรมชาติครับ
ที่สิ่งแวดล้อมวิบัติเพราะคนเราชอบไปบิดไปเบี้ยวธรรมชาติครับ ปล่อยมันให้เป็นไปตามธรรมชาติ รักษาสมดุลเท่านั้น ธรรมชาติจะรักษาตัวเองได้เป็นอย่างดีครับ

ก้อง

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 14, 2012, 05:01:51 AM โดย SinchaiTK » บันทึกการเข้า
phensiri
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3295



« ตอบ #962 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2012, 09:40:14 PM »

คุณก้อง  มีพร้อมทุกอย่างอยู่แล้ว  ไม่ว่าเงินทุน  หรือที่ดิน  ไหนๆก็ทำงานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม 
น่าจะคิดโครงการเท่ห์ๆ  เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม   ที่บ้านเพลิน เพื่อเป็นตัวอย่าง
เผื่อผมจะลอกการบ้านบ้างครับ   อย่างคุณตั้ม  แกก็คิดโครงการ ของแกออกมาเรื่อยๆ  น่าสนใจมากครับ
นี่ก็ว่าจะลอกการบ้านคุณตั้มอยู่   
พูดไปพูดมา ก็จะลอกการบ้านเขาอย่างเดียวเลยเรา   ยิงฟันยิ้ม

งั้นศรีโบก็คงต้องลอกพี่ชุติพนธ์ต่ออีกทีแล้วล่ะค่ะ 55

ผมเป็นนักลอกตังยงเลยนะครับ ที่เข้ามาเว็ปเกษตรพอเพียงก็เพราะเข้ามาลอกการบ้าน จนตอนนี้จับฉ่ายมากเลยครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 14, 2012, 05:03:40 AM โดย SinchaiTK » บันทึกการเข้า

teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 905


« ตอบ #963 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2012, 10:06:32 PM »

คุณก้อง  มีพร้อมทุกอย่างอยู่แล้ว  ไม่ว่าเงินทุน  หรือที่ดิน  ไหนๆก็ทำงานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม 
น่าจะคิดโครงการเท่ห์ๆ  เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม   ที่บ้านเพลิน เพื่อเป็นตัวอย่าง
เผื่อผมจะลอกการบ้านบ้างครับ   อย่างคุณตั้ม  แกก็คิดโครงการ ของแกออกมาเรื่อยๆ  น่าสนใจมากครับ
นี่ก็ว่าจะลอกการบ้านคุณตั้มอยู่   
พูดไปพูดมา ก็จะลอกการบ้านเขาอย่างเดียวเลยเรา   ยิงฟันยิ้ม

งั้นศรีโบก็คงต้องลอกพี่ชุติพนธ์ต่ออีกทีแล้วล่ะค่ะ 55
ลอกต่อศรีโบอีกทีนึง 555

ผมต้องเรียนรู้จากคุณนึก มากกว่าครับ เรื่องเกษตรเรื่องศาสตร์แห่งแผ่นดินนี้ เราคงต้องลอกเลียนแบบจากธรรมชาติครับ ธรรมชาติที่แท้จริงมีแบบอย่างดีๆ เยอะ แต่มนุษย์อาจไม่เข้าใจไปบิดไปเบี้ยว คนในอดีตเขาช่างสังเกตุเลียนแบบธรรมชาติ หาประโยชน์จากธรรมชาติ จนกระทั้งระะบบปฏิวัติอุตสาหกรรมและระบบทุนนิยมเข้ามา เราเลยทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ถ้าศึกษาหลักใหญ่ขิง permaculture เป็นการศึกษาธรรมชาติอย่างเข้าใจแล้วนำมาปรับใช้กับพื้นที่ที่แตกต่างกัน แล้วรักษาสมดุลเท่านั้น เช่นน้ำน้อยก็หาที่เก็บกัก น้ำมากก็หาที่ปล่อยออก ที่แล้งก็หาต้นไม้กินน้ำน้อย ที่ชุ่มก็หาพืชทนน้ำ แค่รักษาสมดุลโดยใช้เทคนิคเลียนแบบธรรมชาติ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 14, 2012, 05:11:03 AM โดย SinchaiTK » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
phensiri
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3295



« ตอบ #964 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2012, 10:08:12 PM »

คุณก้อง  มีพร้อมทุกอย่างอยู่แล้ว  ไม่ว่าเงินทุน  หรือที่ดิน  ไหนๆก็ทำงานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม 
น่าจะคิดโครงการเท่ห์ๆ  เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม   ที่บ้านเพลิน เพื่อเป็นตัวอย่าง
เผื่อผมจะลอกการบ้านบ้างครับ   อย่างคุณตั้ม  แกก็คิดโครงการ ของแกออกมาเรื่อยๆ  น่าสนใจมากครับ
นี่ก็ว่าจะลอกการบ้านคุณตั้มอยู่   
พูดไปพูดมา ก็จะลอกการบ้านเขาอย่างเดียวเลยเรา   ยิงฟันยิ้ม

งั้นศรีโบก็คงต้องลอกพี่ชุติพนธ์ต่ออีกทีแล้วล่ะค่ะ 55
ลอกต่อศรีโบอีกทีนึง 555
อาจารย์ ศรีโบเคยพาคนลอกการบ้าน ติดF มาแล้วเด้อคร่าาาา

5555 อ้าวไปไม่ถูกเลยคราวนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 14, 2012, 05:12:06 AM โดย SinchaiTK » บันทึกการเข้า

SinchaiTK
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 579


สักวันเราจะไปสู่ชีวิตที่เรียบง่าย และพอเพียง


« ตอบ #965 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2012, 10:17:44 AM »

"พัฒนาการ ไม่ใช่ชื่อถนน แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและเติบโตเติบใหญ่ในบ้านเพลิน"

เกือบ 3 ปีที่ได้ซื้อที่ดินผืนนี้มา 2 ปีกว่าๆ กับเวลาที่ผ่านมาในการปรับปรุงและเริ่มลงต้นไม้ต้นแรก

ถ้าเป็นเด็กคงถึงเวลาเริ่มเดิน เริ่มพูด พัฒนาการผ่านช่วงวัยทารกมาเป็นเด็กน้อย บ้านเพลินวันนี้กับเมื่อวันเริ่มมันช่างต่างกันไปไกล
รูปแบบที่ดินถูกดัดถูกแปลง แต่เป็นการดัดและแปลงกลับไปสู่วิถีเดิม วิถีที่เรากับธรรมชาติจะอยู่ด้วยการเอื้ออารีย์ต่อกัน เราจะไม่เบียดเบียนกัน จากที่ดินท้องต่ำกว่าระดับน้ำ ทำให้น้ำสามารถเข้าสู่นาไปเลี้ยงต้นข้าวได้สะดวก แต่เมื่อเราจะเข้ามาอาศัยอยู่เลยต้องกำหนดพื้นที่ๆ เราจะสามารถอยู่ร่วมกันได้

พัฒนาการของบ้านเพลินได้ถูกเติมที่ละส่วน ถึงวันนี้ส่วนต่างๆ ได้ถูกบรรจงเติมไปทั้งจากความไม่รู้ ทั้งจากการคิดไปเอง แต่ก็แสนโชคดีที่ธรรมชาติส่งอุปสรรคมาให้เรียนรู้อยู่บ่อยๆ จนทำให้เรารู้ว่าบางครั้งการไม่ทำอะไรเลยน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่กิเลสกับสันดานมันยังหยั่งรากลึกอยู่ในกมลสันดานทำให้เรายังคิดว่าเราจะเก่งกว่าธรรมชาติอยู่เสมอๆ มันเป็นเพราะความกลัว สิ่งก่อสร้างที่อยู่ในบ้านเพลินถูกสร้างด้วยความกลัวมาตลอด กลัวน้ำไม่ไหล กลัวไม่สะดวกสบาย กลัวเปื้อน กลัวร้อน กลัวน้ำท่วม กลัวโจร กลัวขโมย กลัวไม่มีที่จอดรถ กลัวไก่จะตาย กลัวปลาจะหนีออกไป กลัวๆๆๆๆ อะไรต่อมิอะไรสารพัด แต่เพราะความกลัวทำให้เราคิดอะไรใหม่ๆ และหาทางอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างปลอดภัย แต่ต้องมีสติและเปิดหูเปิดตาเรียนรู้ทุกสัมผัสที่เข้ามาในชีวิตอยู่เสมอๆ

ผมไม่ได้เก่งไม่ได้มีพื้นฐานด้านการเกษตร แค่อยากเรียนรู้และได้เรียนรู้ว่าแค่เรานิ่งๆ แล้วคอยสังเกตุเหมือนบรรพบุรุษของเราที่เขาช่างสังเกตุจนเกิดสิ่งดีๆ มากมายให้เราได้ใช้ให้เราได้เห็น แต่เราก็ต้องไม่เสพผลจนลืมรากที่แท้จริงกันไป

บ้านเพลินผ่านพัฒนาการมา 2 ขวบปี มีอะไรที่ได้เรียนรู้มากมาย มีจังหวะมีเสียงสะท้อนออกมาให้เรารับรู้ มีสิ่งใหม่ๆ ผลิดอกออกใบออกผล มีชีวิตน้อยๆ เกิดขึ้นที่นี่ ในทางกลับกันก็มีต้นไม้หล่ยต้นที่ล้มหายตายจากไป ไก่หลายตัวที่สังเวยความไม่รู้ ปลาหลายตัวที่ออกไปสละชีวิตทำบุญเป็นอาหารให้คนที่กำลังเดือดร้อนตอนน้ำท่วม มีลูกสุนัขที่ผมเผลอถอยรถทับไปโดยไปเจตนา ภรรยามักจะปลอบใจผมว่า "ตายก็ฝัง ยังก็เลี้ยง" เสมอๆ

แต่เราก็ยังไม่หยุดเรายังพัฒนาต่อไปบนความรับรู้ฟังเสียงจากธรรมชาติ วันนี้เอาภาพต้นไม้ที่นำมาปลูกใหม่ช่วงฝนนี้ครับ



ก้อง
14/8/2555
บันทึกการเข้า
ทิดโส โม้ระเบิด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5582


ณ เบื้องบูรพา มีป่าที่กำลังปลูก


« ตอบ #966 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2012, 11:31:22 AM »

พี่ก้องครับ
จัดเมื่อไหร่ขอที่นั่งเผื่อผมด้วยนะครับ ขอไปในนามผู้ฟังที่หลงใหลไม่น้อยเช่นกันครับ
ขอบคุณครับ

ไปละ   อิอิอิ ยิงฟันยิ้ม

ต้องเชิญอยู่แล้วครับทิดโส เชิญมาเป็นวิทยากร และผู้ดำเนินรายการขั้นเทพ จะลืมได้ไงครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 14, 2012, 07:09:35 PM โดย SinchaiTK » บันทึกการเข้า

วิสฺสาสสปรมา ญาติ ... ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง
SinchaiTK
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 579


สักวันเราจะไปสู่ชีวิตที่เรียบง่าย และพอเพียง


« ตอบ #967 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2012, 10:08:46 AM »

"หมักปุ๋ย ปุ๋ยหมัก แถมได้เนื้อดินเพิ่ม"

ช่วงนี้หน้าฝนน้ำท่าบริบูรณ์ แต่ที่สมบูรณ์มากคือหญ้ากับผักบุ้งที่บ้านเพลิน

มันสามารถขึ้นได้ทุกที่ที่มีดิน หน้าที่เขาถูกสวรรค์สั่งมาให้คลุมหน้าดิน บริเวณหน้าดินไหนที่โดนแสงแดดโดยตรง เขาจะต้องขึ้นมาคลุม เพื่อป้องกันหน้าดินแห้งและแตก ถ้ามองในมุมนี้เขามีประโยชน์อย่างมาก

แต่พอเขาได้คลุมหน้าดินแล้วเขาไม่หยุดแค่นั้นซิครับ เขาเล่นส่งตัวเองสูงขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่ก็ไปพันต้นไม้อื่นๆ เสียจนเสียรูปมวยเลย

คูน้ำ ร่องน้ำ บ่อน้ำ สระน้ำ ผักบุ้งก็ไม่เว้น กลัวแสงแดดจะทำให้น้ำระเหยเร็ว กลัวปลาที่แวกว่ายอยู่ไม่มีที่หลบแดด กลัวไม่มีอาหารให้ปลา เขาก็จะเลื้อยลงไปบนผิวหน้าของแหล่งน้ำ จนบางครั้งแทบไม่รู้ว่าเป็นแหล่งน้ำ นึกว่าเป็นพื้นดินเพราะเต็มไปหมด

ล่วงเลยมากว่า 3 เดือนที่ปล่อยให้หญ้าและผักบุ้งทำหน้าที่ของเขา เขาดูดเอาอาหารจากดินมาแปลเปลี่ยนเป็นตัวเขา ที่คุณค่าทางอาหาร และมีประโยชน์ถ้าจะเอาเขามาทำปุ๋ยพืชสด

ได้ดูวิธีการ Permaculture ที่คุณ Teerapan เอามาให้ดูที่เขาเอาต้นไม้เป็นท่อนๆ มาวางเรียงทับซ้อนกันไว้แล้วเองดินกลบ ใช้ปลูกต้นไม้ได้เลย

วันนี้เผอิญผมมีพื้นที่หลังเก้าอี้ยาวที่ทำไว้ปีที่แล้ว ยังไม่ได้หาดินมาถม ยาวประมาณ 12 เมตรลึกน่าจะประมาณ 80 ซม. จะซื้อดินมาก็เปลืองเงิน เลยเอาหญ้ากับผักบุ้งจำนวนมหาศาลที่ถกขึ้นมา เอามาถมลาดน้ำอีเอ็ม ซื้อดินมากลบ จะทำปุ๋ยหมัก ไว้ปลูกผักสวนครัว

ถ้าผักขึ้นดีจะเอารูปมาให้ดูกัน วันนี้เอารูปตอนทำมาให้ดูก่อนนะครับ



ก้อง
15/8/2555
บันทึกการเข้า
ทิดโส โม้ระเบิด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5582


ณ เบื้องบูรพา มีป่าที่กำลังปลูก


« ตอบ #968 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2012, 10:53:42 AM »

เข้าท่าครับพี่ ได้ปุ๋ยหมัก ประหยัดเงินซื้อดินมาถม แถมกำจัดวัชพืชไปด้วย
ได้ขี้วัว ขี้ควายอีกหน่อยแจ่มแน่เลย

ไปละ   อิอิอิ ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

วิสฺสาสสปรมา ญาติ ... ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 905


« ตอบ #969 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2012, 11:41:23 AM »

"หมักปุ๋ย ปุ๋ยหมัก แถมได้เนื้อดินเพิ่ม"
ได้ดูวิธีการ Permaculture ที่คุณ Teerapan เอามาให้ดูที่เขาเอาต้นไม้เป็นท่อนๆ มาวางเรียงทับซ้อนกันไว้แล้วเองดินกลบ ใช้ปลูกต้นไม้ได้เลย

วันนี้เผอิญผมมีพื้นที่หลังเก้าอี้ยาวที่ทำไว้ปีที่แล้ว ยังไม่ได้หาดินมาถม ยาวประมาณ 12 เมตรลึกน่าจะประมาณ 80 ซม. จะซื้อดินมาก็เปลืองเงิน เลยเอาหญ้ากับผักบุ้งจำนวนมหาศาลที่ถกขึ้นมา เอามาถมลาดน้ำอีเอ็ม ซื้อดินมากลบ จะทำปุ๋ยหมัก ไว้ปลูกผักสวนครัว

ถ้าผักขึ้นดีจะเอารูปมาให้ดูกัน วันนี้เอารูปตอนทำมาให้ดูก่อนนะครับ

ก้อง
15/8/2555



พี่ก้องครับ ขอมือใหม่อย่างผมเพิ่มเติมนะครับ  ที่พี่ก้องทำไม่เหมือนกับ Hugelkultur นะครับ  Hugelkultur เขาจะใช้ไม้ซึ่งถือว่าเป็น Brown Material ขนาดใหญ่ซึ่งจะย่อยสลายช้า  จึงไม่เกิดความร้อนมากเหมือนกับการทำปุ๋ยหมัก  แต่พวกวัชพืชจะเป็นพวก green material ซึ่งย่อยสลายเร็ว  เวลามี Green Materials (มีไนโตรเจนเยอะกว่า Brown Material) ย่อยสลายจะมีแบคทีเรียเติบโตอยู่เป็นจำนวนมาก  ทำให้มีความร้อย แอลกอฮอล์ และกรดมากซึ่งจะเป็นพิษกับพืชอีกหลายๆ ชนิด  อาจจะใช้ปลูกพืชทันทีไม่ได้เหมือน Hugelkultur  โดยปกติแล้วเขาจะต้องผสม Brown Material เข้ากับ Green Material ในอัตราส่วนปริมาตรประมาณ 3:1 ซึ่งสามารถปรับสัดส่วนได้ตามแต่ชนิดของพืชที่เราจะใช้งาน  

การที่มี Green Material จำนวนมากสุมกันแบบในรูป  นอกเหนือจากจะทำให้เกิดกรด แล้วยังจะเกิดชั้นเมือกจากแบคทีเรีย และกลิ่นเหม็นๆ ทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก  ทำให้รากพืชที่จะปลูกเน่าได้ง่าย  ไม่ค่อยเหมาะกับการปลูกพืชนัก

วิธีการแก้ไขคือ ผสม Brown Material เช่น กิ่งไม้ ใบไม้แห้ง ขี้เลื่อย ขุยมะพร้าว(หมายเหตุ ฟางข้าวอาจจะดูเหมือนจะเป็น Brown Material แต่ย่อยสลายเร็ว ถ้าพี่ก้องมี Green Material เยอะแล้วน่าจะหาอะไรอย่างอื่นที่ย่อยสลายช้ากว่าฟางข้าวเข้าไปทำให้สมดุล ไม่ควรใช้ฟางข้าวเป็น Brown Material หลักเพียงอย่างเดียว) เข้าไปเพิ่มอีกเยอะๆ  ส่วนการใส่ปูนขาว เปลือกหอย เข้าไปบ้างก็จะช่วยลดความเป็นกรดได้เพิ่มเติมขึ้น  สุดท้ายคือเลือกปลูกพืชที่ชอบดินที่เป็นกรดในช่วงแรกๆ เช่น มะเขือเทศ , มันเทศ, มันฝรั่ง, Parsley, พริก, ถั่ว, Broccoli, กระหล่ำปลี, กะหล่ำดอก, หัวหอม, แครอท, Celery, แตงกวา, Squash, Spinach, Radish และ Asparagus เป็นต้น  เมื่อผ่านไปสักระยะจึงสามารถปรับเป็นพืชที่ชนิดอื่นในภายหลังได้ครับ

อีกทางเลือกหนึ่งก็คืออย่าเพิ่งปลูกอะไรปล่อยให้เขาย่อยสลายไปสักพักแล้วค่อยปลูก  แต่อาจจะเป็นปัญหาว่าหญ้าอาจจะยึดพื้นที่ก่อนที่พี่ก้องจะได้ปลูกผัก  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ส่วนการใส่มูลสัตว์แบบที่ทิดโสแนะนำเป็นการเพิ่มแบคทีเรียดีที่จะช่วยย่อยสลาย  เป็นเรื่องที่ดี แต่มูลสัตว์ก็ถือเป็น Green Material เช่นกัน  ยังคงต้องหา Brown Material เข้าไปช่วยทำให้เกิดความสมดุลในกองดิน  

ทั้งนี้ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงทฤษฎีทั้งสิ้นนะครับ  การลงมือทำคงจะเป็นบทพิสูจน์ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรครับ  เจ๋ง เจ๋ง

teerapan@สวนขี้คร้าน
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=79810.0


ขอบคุณมากเลยครับคุณนึกสำหรับข้อมูล แน่นมากๆ เลยครับ ลืมบอกว่าด้านล่างผมมีเศษไม้ที่เหลือจากการสร้างบ้าน กับไม้ยูคาที่ช่างใช้ทำโครงตอนก่อสร้างด้วย

ขอถามหน่อยนะครับ ผมมีแกลบที่เหลือจากการสีข้าวเยอะมาก ถ้าไม่เผาให้เป็นขี้เถ้าก่อนแต่โรยหรือใส่ลงไปคลุกเลยจะช่วยได้หรือไม่ครับ ผมมีเยอะมากๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 10, 2013, 02:03:42 PM โดย teerapan » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
teerapan
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 905


« ตอบ #970 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2012, 12:12:02 PM »

"หมักปุ๋ย ปุ๋ยหมัก แถมได้เนื้อดินเพิ่ม"
ได้ดูวิธีการ Permaculture ที่คุณ Teerapan เอามาให้ดูที่เขาเอาต้นไม้เป็นท่อนๆ มาวางเรียงทับซ้อนกันไว้แล้วเองดินกลบ ใช้ปลูกต้นไม้ได้เลย

วันนี้เผอิญผมมีพื้นที่หลังเก้าอี้ยาวที่ทำไว้ปีที่แล้ว ยังไม่ได้หาดินมาถม ยาวประมาณ 12 เมตรลึกน่าจะประมาณ 80 ซม. จะซื้อดินมาก็เปลืองเงิน เลยเอาหญ้ากับผักบุ้งจำนวนมหาศาลที่ถกขึ้นมา เอามาถมลาดน้ำอีเอ็ม ซื้อดินมากลบ จะทำปุ๋ยหมัก ไว้ปลูกผักสวนครัว

ถ้าผักขึ้นดีจะเอารูปมาให้ดูกัน วันนี้เอารูปตอนทำมาให้ดูก่อนนะครับ

ก้อง
15/8/2555


พี่ก้องครับ ขอมือใหม่อย่างผมเพิ่มเติมนะครับ  ที่พี่ก้องทำไม่เหมือนกับ Hugelkultur นะครับ  Hugelkultur เขาจะใช้ไม้ซึ่งถือว่าเป็น Brown Material ขนาดใหญ่ซึ่งจะย่อยสลายช้า  จึงไม่เกิดความร้อนมากเหมือนกับการทำปุ๋ยหมัก  แต่พวกวัชพืชจะเป็นพวก green material ซึ่งย่อยสลายเร็ว  เวลามี Green Materials (มีไนโตรเจนเยอะกว่า Brown Material) ย่อยสลายจะมีแบคทีเรียเติบโตอยู่เป็นจำนวนมาก  ทำให้มีความร้อย แอลกอฮอล์ และกรดมากซึ่งจะเป็นพิษกับพืชอีกหลายๆ ชนิด  อาจจะใช้ปลูกพืชทันทีไม่ได้เหมือน Hugelkultur  โดยปกติแล้วเขาจะต้องผสม Brown Material เข้ากับ Green Material ในอัตราส่วนปริมาตรประมาณ 3:1 ซึ่งสามารถปรับสัดส่วนได้ตามแต่ชนิดของพืชที่เราจะใช้งาน 

การที่มี Green Material จำนวนมากสุมกันแบบในรูป  นอกเหนือจากจะทำให้เกิดกรด แล้วยังจะเกิดชั้นเมือกจากแบคทีเรีย และกลิ่นเหม็นๆ ทำให้อากาศถ่ายเทไม่สะดวก  ทำให้รากพืชที่จะปลูกเน่าได้ง่าย  ไม่ค่อยเหมาะกับการปลูกพืชนัก

วิธีการแก้ไขคือ ผสม Brown Material เช่น กิ่งไม้ ใบไม้แห้ง ขี้เลื่อย ขุยมะพร้าว(หมายเหตุ ฟางข้าวอาจจะดูเหมือนจะเป็น Brown Material แต่ย่อยสลายเร็ว ถ้าพี่ก้องมี Green Material เยอะแล้วน่าจะหาอะไรอย่างอื่นที่ย่อยสลายช้ากว่าฟางข้าวเข้าไปทำให้สมดุล ไม่ควรใช้ฟางข้าวเป็น Brown Material หลักเพียงอย่างเดียว) เข้าไปเพิ่มอีกเยอะๆ  ส่วนการใส่ปูนขาว เปลือกหอย เข้าไปบ้างก็จะช่วยลดความเป็นกรดได้เพิ่มเติมขึ้น  สุดท้ายคือเลือกปลูกพืชที่ชอบดินที่เป็นกรดในช่วงแรกๆ เช่น มะเขือเทศ , มันเทศ, มันฝรั่ง, Parsley, พริก, ถั่ว, Broccoli, กระหล่ำปลี, กะหล่ำดอก, หัวหอม, แครอท, Celery, แตงกวา, Squash, Spinach, Radish และ Asparagus เป็นต้น  เมื่อผ่านไปสักระยะจึงสามารถปรับเป็นพืชที่ชนิดอื่นในภายหลังได้ครับ

อีกทางเลือกหนึ่งก็คืออย่าเพิ่งปลูกอะไรปล่อยให้เขาย่อยสลายไปสักพักแล้วค่อยปลูก  แต่อาจจะเป็นปัญหาว่าหญ้าอาจจะยึดพื้นที่ก่อนที่พี่ก้องจะได้ปลูกผัก  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

ส่วนการใส่มูลสัตว์แบบที่ทิดโสแนะนำเป็นการเพิ่มแบคทีเรียดีที่จะช่วยย่อยสลาย  เป็นเรื่องที่ดี แต่มูลสัตว์ก็ถือเป็น Green Material เช่นกัน  ยังคงต้องหา Brown Material เข้าไปช่วยทำให้เกิดความสมดุลในกองดิน 

ทั้งนี้ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงทฤษฎีทั้งสิ้นนะครับ  การลงมือทำคงจะเป็นบทพิสูจน์ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรครับ  เจ๋ง เจ๋ง


ขอบคุณมากเลยครับคุณนึกสำหรับข้อมูล แน่นมากๆ เลยครับ ลืมบอกว่าด้านล่างผมมีเศษไม้ที่เหลือจากการสร้างบ้าน กับไม้ยูคาที่ช่างใช้ทำโครงตอนก่อสร้างด้วย

ขอถามหน่อยนะครับ ผมมีแกลบที่เหลือจากการสีข้าวเยอะมาก ถ้าไม่เผาให้เป็นขี้เถ้าก่อนแต่โรยหรือใส่ลงไปคลุกเลยจะช่วยได้หรือไม่ครับ ผมมีเยอะมากๆ


ได้ครับพี่ก้อง  แกลบแห้งถือเป็น Brown Material ครับ  เนื่องจากตัวมันเองย่อยสลายช้ามาก  จึงไม่ค่อยให้ธาตุอาหารมากนัก ไม่ควรใช้เดี่ยวๆ ในการปลูกพืช  อีกอย่างในขบวนการย่อยสลายของแกลบจุลลินทรีย์จะดึงไนโตรเจนออกมาใช้งาน  ทำให้ดินมีไนโตรเจนต่ำผิดปกติในระหว่างการย่อยสลาย  อาจจะทำให้พืชมีอาการใบเหลืองเพราะขาดไนโตรเจน (ปกติแล่วถ้าใช้ในการเพาะพืชเขาจึงมักจะเผาแกลบก่อนเพื่อให้การกลายเป็นถ่าน และชะลอการย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์ที่จะดึงไนโตรเจน  แต่ยังคงคุณสมบัติเรื่องความโปร่งอากาศ และดูดความชื้น)

เมื่อแกลบผสมกับ Green Material  เพิ่มแบคทีเรียด้วยมูลสัตว์ หรือเลี้ยงไส้เดือนผสมในกองจะเร่งการย่อยสลายให้อยู่ในระยะเวลาประมาณ 4 เดือนครับ  สรุปแล้วพี่ก้องเอาแกลบไปผสมกับหญ้า และผักบุ้งแบบสลับชั้นบางๆ อย่าให้ชั้น Green Material สูงเกิน 5 ซม. ก็คงแจ่มครับ  ถ้าหามูลสัตว์ หรือ พด.1 ได้ก็ผสมไปนิดๆ พอเป็นหัวเชื้อของแบคทีเรียดีครับ (แต่พี่ก้องราด EM ไปแล้วอาจจะไม่ต้องก็ได้) ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์

ส่วนถ้าพี่สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อม  การเผาแกลบให้เป็นถ่าน (ไม่ใช่ขี้เถ้านะครับ) จะทำให้ลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  เนื่องจากในขบวนการย่อยสลายของแกลบ  จุลินทรีย์จะปล่อยคาร์บอนในรูปแบบของก๊าซมีเทน  แต่ถ้าพี่ก้องเผาแบบไม่สมบูรณ์  แกลบจะกลายเป็นถ่านสีดำๆ (เผาสมบูรณ์มากจะได้ขี้เถ้าสีเทาๆ แทน) ทำให้คาร์บอนอยู่กับพื้นดิน  นักวิทยาศาสตร์บางส่วนเชื่อว่าการทำถ่านแกลบ (กุนตัง ในภาษาเกาหลี) จะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่าการปล่อยให้ย่อยสลายเอง  เรื่องนี้ผมก็ไม่แน่ใจเพราะถ้าเป็นกุนตังแล้ว  ก็จะย่อยสลายเป็นปุ๋ยไม่ได้ แถมในขบวนการเผาก็จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าชั้นบรรยากาศในอัตราที่เร็วกว่าขบวนการย่อยสลายตามธรรมชาติของแกลบอีก  สรุปก็ไม่รู้ว่าอะไรดี หรือไม่ดีกว่ากัน ฮ่าๆๆๆ  แต่ผมเชื่อเรื่องการปล่อยให้เป็นตามธรรมชาติ (คือไม่เผา) มากกว่าครับ

ขอบคุณมากครับสำหรับคำตอบที่เคลียร์มากๆ คงต้องไปลองทำอะไรอีกหลายอย่างดูเร็วๆ นี้ซะแล้ว

ก้อง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 16, 2012, 05:27:18 AM โดย SinchaiTK » บันทึกการเข้า

“Stupidity is an attempt to iron out all differences, and not to use them or value them creatively.” Bill Mollison
jeenapat
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1058

สว่างตา ด้วยแสงไฟ สว่างใจ ด้วยแสงธรรม


« ตอบ #971 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2012, 12:41:47 PM »

ทั้งนี้ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงทฤษฎีทั้งสิ้นนะครับ  การลงมือทำคงจะเป็นบทพิสูจน์ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรครับ  เจ๋ง เจ๋ง
ทฤษฎีนี้ได้ถูกนำไปใช้แล้วที่สวนหนองเสือกับต้นมะนาวในวงบ่อซีเมนต์ แต่ทำแบบ งู ๆ ปลา ๆ ตามความสามารถอันเล็กน้อย
สืบเนื่องมาจากได้รับความแนะนำจากคุณพ่อของเพื่อนที่ทำงานท่านมีอาชีพเป็นคุณครูสอนวิชาเกษตร บอกเทคนิคง่าย ๆ ที่ทำให้ต้นไม้เติบโต
โดยไม่ต้องพึ่งปุ๋ย เกร็ดเล็ก ๆ แต่ได้ผล  นั้นก็คือ เพียงแค่เรา เอาท่อนไม้+เศษไม้ใบหญ้า ฝังกลบบริเวณโคนต้นไม้รัศมี 0.5-1 เมตร
แค่นี้เอง ข้าพเจ้าก็มีอาการ :-\งง ไม่เชื่อ แต่ก็ทำตามเพื่อพิสูจน์ทฤษฎี กับต้นมะนาวในวงบ่อ 2 ต้น ผลปรากฏว่า มะนาว 2 ต้นนี้งามกว่า
ต้นที่ไม่ได้ใส่ท่อนไม้คะ   

และขอขอบคุณคุณธี นะคะที่ช่วยไขข้อข้องใจว่าท่อนไม้มีประโยชน์อย่างไร รวมทั้งศัพท์ใหม่ของคำว่าGreen Materials& Brown Material

ได้ประโยชน์กันทุกคนเลย ขอบคุณการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ดีๆ ครับ ผมเองก็เพิ่งรู้คำศัพท์ใหม่ๆ จากคุณนึก (Teerapan) เหมือนกันครับ

ก้อง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 16, 2012, 05:25:51 AM โดย SinchaiTK » บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1501


« ตอบ #972 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2012, 10:00:16 PM »

ผมเนี่ยกลุ้มใจกับกองไม้ท่อนไม้รอบบ้านมาร่วมปี  ตอนนี้สวนป่าเริ่มให้ผลผลิตชีวมวลแบบชนิดที่เรียกว่าอยากจะถอยเครื่องย่อยกิ่งไม้ออกมาให้รู้แล้วรู้รอด  แต่ก็ยั้งใจไว้เพราะมีคอนเซ็ปท์ที่จะลอการใช้เครื่องจักรกินน้ำมัน  เงินส่วนนั้นเลยเอาไปลงกับมีดคมๆที่กินแรงคนแทน..หะๆ

การมาถึงของHugelkultur ที่พี่teerapan ทำให้ถึงจุดลงตัวว่าผมจะเอาท่อนไม้เหล่านั้นไปทำอะไรดี  ตอนนี้โครงการพรั่งพรูจนล้นมือทำไม่ค่อยจะทัน  ถือโอกาสฟันทิ้งลงดินให้ป.ปลวกช่วยย่อยไประดับนึงก่อน  เดี๋ยวหาพื้นที่เหมาะๆได้ผมจะถมกองไม้ให้กลายเป็นเกาะเลยคอยดูครับ

ปล. ท่อนไม้ที่ว่า 80%มาจากไผ่ที่ถูกสางกอ หรือไม่ก็ขุดเหง้าออกไปชำทั้งนั้นครับ  ไม่มีอะไรไร้ประโยชน์จริงๆในการทำเกษตรสมดุลไปกับธรรมชาติครับ   พี่ก้องทำสวนไผ่ได้เลยครับ  ได้ชีวมวลถมที่ต่ำๆทำแปลงปลูกผักได้สบายๆ  ถ้าไม่ชอบกินหน่อไม้เลือกเอาไผ่ใช้ลำอย่างไผ่เลี้ยงลำตันๆก็ได้ครับ สารพัดประโยชน์ดี และราคาต้นพันธุ์ก็เบาๆ สิบห้าบาทยี่สิบบาทเท่านั้นครับ

ใช้ครับตั้ม พี่เห็นด้วย ตอนนี้ก็กำลังทยอยลงต้นไม้ไว้ ไผ่ก็กำลังจะลองขยายดูครับมีไผ่ตงลืมแล้งอยู่ 6-7 ก่อเหมือนกัน กำลังแตกหน่อเยอะเลย ที่บ้านเพลินเป็นที่นามาก่อนเลยมีพื้นที่ต่ำเยอะมาก คงต้องทยอยทำไป หน้าดินที่เคยเอาฟางข้าวมาคลุมตอนนี้ดินเริ่มดีแล้วครับ คิดว่าอีก 2 เดือนข้าวหอมปทุมเที่ยวนี้คงเกี่ยวได้แล้ว คงได้ฟางข้าวมาทำอะไรอีกมากมาย

แกลบก็เริ่มเยอะกำลังให้ทิดหมุดเอาไปทำประโยชน์ ใครอยากได้เอารถมาขนได้เลยครับ

ก้อง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 16, 2012, 05:23:44 AM โดย SinchaiTK » บันทึกการเข้า
chaiwat4708
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 774


สวนของพ่อ สวนพอเพียง


« ตอบ #973 เมื่อ: สิงหาคม 15, 2012, 11:06:01 PM »

    กำลังคิดว่าจะไปเยี่ยมเยือนบ้านเพลินประมาณอาทิตย์หน้า ไม่ทราบว่าคุณก้องอยู่ช่วงไหนบ้างครับ ว่าจะติดยางนาไปด้วย

ตอนนี้กำลังนั่งรอขึ้นเครื่องไปขอนแก่นครับ กลับพรุ่งนี้ อาทิตย์หน้าช่วงวันไหนครับ ถ้าระหว่างสัปดาห์ช่วยแจ้งก่อนจะได้ขับรถไปเจอกันที่บ้านเพลินครับ ตอนนี้มีวันพุธกับพฤหัส ที่ยังว่างครับ เสาร์หรืออาทิตย์หน้าก็ยังว่างครับ ยังไงแจ้งมาก่อนนะครับจะได้จัดตารางเวลาถูกครับ

ขอบคุณล่วงหน้าเลยนะครับ ถ้ามีไผ่ด้วยก็ดีครับ

ก้อง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 16, 2012, 05:19:45 AM โดย SinchaiTK » บันทึกการเข้า

ทิดโส โม้ระเบิด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5582


ณ เบื้องบูรพา มีป่าที่กำลังปลูก


« ตอบ #974 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2012, 02:38:45 PM »

พี่ก้องคร้าบบบบ
ผมมีไผ่รวกดำเพาะเมล็ดครับ สนใจบ่

ปล. ช่วงนี้ผมเกาะกระทู้พี่แน่นเลยนะ รอทำตามท่านอาจารย์นึก ขอบคุณจริง ๆ ครับ

ไปละ   อิอิอิ ยิงฟันยิ้ม

ขอบคุณล่วงหน้าเลยครับ ตอนนี้สนใจทุกอย่างเลยครับ หลังจากน้ำท่วมปีที่ผ่านมา พอรู้ระดับน้ำที่ท่วมถึง
ทำให้รู้พื้นที่ที่พอจะปลูกได้ ตอนนี้กำหนดพื้นที่ไว้เยอะเลยครับ ใครมีอะไรที่จะนำมาขยายได้ผมยินดีมากครับ จะติดชื่อกำกับไว้ให้ด้วยครับ

ติดตามเกาะติดแล้วช่วยเข้ามาแนะนำด้วยนะครับทิดโส
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 16, 2012, 10:05:11 PM โดย SinchaiTK » บันทึกการเข้า

วิสฺสาสสปรมา ญาติ ... ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง
ทิดโส โม้ระเบิด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5582


ณ เบื้องบูรพา มีป่าที่กำลังปลูก


« ตอบ #975 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2012, 02:55:49 PM »

สวัสดีทุกท่านครับ
ขออนุญาตคั่นจังหวะสักหน่อย อยากให้พาเด็ก ๆ ไปดูหนังการ์ตูนเรื่องนี้ครับ "เอคโค่ จิ๋วก้องโลก"
มนุษย์ พืช สัตว์ โลก ทุกอย่างล้วนสัมพันธ์กัน ลองเปิดใจฟังให้ดีเถิด
ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนังเรื่องนี้นอกจากคนดูที่ชื่นชมครับ เห็นว่าดีและเป็นในแนวทางที่เราทำอยู่
แอนนิเมชั่นฝีมือคนไทยที่โชว์ได้ทั่วโลกครับ ตอนนี้เกาหลีซื้อไปแล้วเด้อครับ


ไปละ   อิอิอิ ยิงฟันยิ้ม

ที่เว็ปของโครงการเพิ่งแจกตั๋วดูหนังเรื่องนี้ไปเองครับ มีผู้โชคดีได้พาลูกๆ ไปชมกันหลายคน ที่แผนกผมยกแผนกไปดูกันทุกคน คนทำงานด้านสิ่งแวดล้อมต้องดูเพื่อให้เข้าใจในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างธรรมชาติครับ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 16, 2012, 10:07:34 PM โดย SinchaiTK » บันทึกการเข้า

วิสฺสาสสปรมา ญาติ ... ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง
หน้า: 1 ... 51 52 53 54 55 56 57 58 59 60 [61] 62 63 64 65 66 67 68 69 70   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: