ข่าว
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ถั่วพลู งามใบมากๆ ไม่ติดดอกออกฝักเลยครับ ต้องทำยังไงบ้างครับ  (อ่าน 15201 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Bigkeng
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1036


« เมื่อ: สิงหาคม 26, 2010, 05:09:47 PM »

รบกวนถามด้วยครับ ผมปลูก ถั่วพลู แต่มันงามใบมากๆ ไม่ติดดอกออกฝักเลยครับ  โกรธ ต้องทำยังไงบ้างครับ หรือช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงครับ หรือพี่ๆ ท่านไหนมีวิธีทำให้ติดดอกรบกวนแนะนำด้วยครับ

ขอบคุณครับ
เก่ง


Liked By: linfong
บันทึกการเข้า

...หนุ่มอาร์ตตัวพ่อจะลุยสวน....

6tsa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 157


« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2010, 05:17:52 PM »

ปลูกเมื่อไรครับ  ของผมลองปลูกตั้งแต่เดือน  4  ก็ไม่ติดดอกครับ   บ้างท่านว่ารอให้ครบรอบครับ
บันทึกการเข้า
wasanee
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 585


« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2010, 06:16:42 PM »

ถั่วพูที่สวน ก้อใบงามเหมือนกันค่ะ
บันทึกการเข้า
Bigkeng
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1036


« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2010, 08:32:55 PM »

 ยิงฟันยิ้ม  ดีใจจังเลย เพื่อนเยอะ....


Liked By: teerapat kasempan
บันทึกการเข้า

...หนุ่มอาร์ตตัวพ่อจะลุยสวน....
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7932


« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2010, 09:30:51 PM »

ถั่วพลู  ถั่วพู  ? ? ?
บันทึกการเข้า

บิฑบาตร  ขาด"ร"หลัง  อย่าพลั้งใส่
บาตนั้นไซร้  มี"ร"ตาม  งามภาษา
อนุญาติ  พินทุอิ  อย่าใส่มา
หนอน ปิ่น
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1629


« ตอบ #5 เมื่อ: สิงหาคม 26, 2010, 10:03:21 PM »

ถั่วพู ค่ะ  ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

ดาบไม่มีให้แกว่ง เปลไม่มีให้ไกว่
แต่..สตรี กี่ยุคสมัยก็สู้ขาดใจ ไม่ได้แพ้ชายชาญ

ลุงจิ๊
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 373


« ตอบ #6 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2010, 08:01:12 AM »

ผมว่า...น่าจะเป็นพันธุ์ ดูใบ นะครับ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ


Liked By: yupinyamee, ridinghood
บันทึกการเข้า
kwanyuen
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 98


« ตอบ #7 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2010, 08:34:46 AM »

ปลูกเหมือนกันค่ะ ขอเล่าให้ฟังจากการทดลองปลูกมาประมาณ 10 เดือน
1. ต้องปลูกประมาณ 3 เดือน จึงจะออกฝัก
2. ช่วงเดือนเมษายน-เดือนมิถุนายน ไม่ออกฝักเลย (ราคาในท้องตลาด 250 บาท/กก)
3. ควรให้แดดส่องถึง ถ้าใบมากต้องเด็ดใบออกบ้าง เพราะช่อดอกจะออกบริเวณง่ามใบ
4. ถ้าต้นโทรม ตัดต้นออก เหลือไว้โคนต้นบ้างประมาณ 1 ฟุต มันมีเหง้าอยู่ใต้ดิน มันจะแตกยอดใหม่
5. ปัญหาที่เจอคือ เพลี้ยตัวเล็กๆ ดำๆ เกาะตามยอด และฝักอ่อน ยังไม่รู้จะจัดการอย่างไรเหมือนกัน
เรามาแลกเปลี่ยนความรู้กันดูค่ะ
 


Liked By: , nuch-inee
บันทึกการเข้า
หนอน ปิ่น
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1629


« ตอบ #8 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2010, 09:25:03 AM »

เพลี้ยมาเกาะใช้เหล้าดองยาเส้น ฉีด ก็หายค่ะ


Liked By: yupinyamee
บันทึกการเข้า

ดาบไม่มีให้แกว่ง เปลไม่มีให้ไกว่
แต่..สตรี กี่ยุคสมัยก็สู้ขาดใจ ไม่ได้แพ้ชายชาญ

nco27
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 115


« ตอบ #9 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2010, 09:29:59 AM »

1.พันธุ์ ถั่วพูที่ใช้ปลูกส่วนมากเป็นพันธุ์พื้นเมือง ซึ่งได้ปลูกมานานแล้ว ลักษณะฝักจะมีขนาดเล็ก ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร และพันธุ์ฝักใหญ่ยาวประมาณ 20-30 เซนติเมตร

2. การเตรียมดินปลูก ถั่วพูเป็นพืชที่มีรากลึกปานกลาง การเตรียมดินควรไถดินลึกประมาณ 25-30 เซนติเมตร ตากดินทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน ใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก พรวนดินให้ละเอียด ยกร่องเป็นแปลง มีทางเดิน พร้อมปลูกได้

3. การปลูก ใช้ระยะปลูกระหว่างต้น 60 เซนติเมตร และระยะระหว่างแถว 100 เซนติเมตร ถั่วพูนิยมปลูกด้วยเมล็ด หลังจากเตรียมดินเสร็จแล้ว ให้ขุดหลุมปลูกตามระยะปลูก หยอดเมล็ดลงหลุมๆ ละ ประมาณ 5 เมล็ด ลึกประมาณ 2 เซนติเมตร กลบด้วยดินบางๆ คลุมด้วยฟางข้าว รดน้ำให้ชุ่มชื้น หลังจากเมล็ดงอกประมาณ 1-2 สัปดาห์ ให้ถอนแยกเหลือหลุมละ 3 เมล็ด

4. การทำค้างถั่วพู มีวิธีทำได้หลายแบบ เช่น ค้างเดี่ยว ปักตรงหลุมละ 1 หลัก โดยใช้ไม้ลวกขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ยาวประมาณ 2 เมตร หรือ ค้างแบบคู่ คือ ปักค้างตรงทุกร่อง และรวมปลายเป็นคู่ๆ ไป หรือใช้ตาข่ายขึงเป็นร่องๆ ก็ได้ แต่ต้องมีหลักไม้ปักทุกหลุม คอยจับเถาถั่วพูพันหลักด้วย จะช่วยให้เต็มค้างไวขึ้น

5. การให้น้ำ ควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ และเพียงพอ ตามความต้องการของพืช

6. การใส่ปุ๋ย ควรใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 หรือ สูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดิน เริ่มใส่หลังปลูกประมาณ 30 วัน

7. การกำจัดวัชพืช คอยถอนหรือถากหญ้าอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้วัชพืชแย่งน้ำแย่งปุ๋ยถั่วพูและเป็นที่อยู่อาศัยของแมลง

8. การเก็บเกี่ยว การปลูกถั่วพูด้วยเมล็ดใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน จึงจะออกดอก และให้ฝักเมื่อฝักโตจนได้ขนาดก็เก็บฝักไปขายหรือบริโภคได้
9. โรค ถั่วพูไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคมากนักแต่นานๆ จึงพ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืชบ้าง เช่น เมนโคเชป

10. แมลง แมลงที่พบได้แก่ เพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน หนอนกระทู้ผัก ป้องกันและกำจัดด้วยน้ำหมักชีวภาพ จำพวกสะเดา บรเพ็ด พื้ชจำพวกที่มีรสขม ฝาด คัน ต่างๆ ยาฉุน ยางจากการตัดยอดปลีกล้วย(ไล่มดและแมลงที่มักจะเป็นพันธมิตรอาศัยกันและกันกับเพลี้ย)


ถั่วพูเป็นพืชล้มลุก ลำต้นชนิดเลื้อยพันทอดเกี่ยวไปตามแนวต่างๆ

ใบของต้นถั่วพูมีลักษณะกลมสีเขียวเข้ม ดอกมีสีม่วงอ่อน เมื่อดอกได้รับการผสมเกสรแล้ว มันก็จะกลาย เป็นฝักไม่ยาวมากนัก และมีส่วนที่เป็นหยักตามขอบของฝัก ฝักมี 4 พู เมื่อแก่เต็มที่ฝักจะแห้งและมีสีน้ำตาล

ถั่วพูเป็นพืชที่ปลูกได้ง่าย นำเมล็ดแก่ฝังดินปลูกได้ทันที เจริญเติบโตได้ดีในทุกภาคของประเทศไทย นิยมปลูกกันตามริมรั้วหรือสวนหลังบ้าน หรือปลูกเป็นพืชหัวไร่ปลายนาสำหรับกินเป็นผักสวนครัว

ส่วนที่ใช้เป็นอาหาร ยอดอ่อน ดอกอ่อน ใบอ่อน ฝักอ่อน รสมัน (กินเป็นผัก) และหัวใต้ดิน (กินเป็นอาหารแป้ง)

คนไทยทุกภาคกินฝักอ่อนถั่วพูเป็นผัก มีทั้งที่กินสด ลวกราดน้ำกะทิ กินแกล้มกับน้ำพริกต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำพริกปลาร้า อาจใช้ประกอบอาหารยำ ลาบ ผัดกับน้ำมัน นำมาหั่นใส่ในทอดมันหรือแกงเผ็ดก็ได้

ส่วนทางใต้กินยอดอ่อน ดอกอ่อน และฝักอ่อน เป็นผักสด หรือนำไปต้ม ผัด ใส่แกงส้ม แกงไตปลา
ญี่ปุ่นใช้ฝักอ่อนถั่วพูทอดเทมปุระ ปรุงอาหารกับเครื่องเทศรสจัดได้ทุกชนิด ฝักอ่อนดองไว้กินได้ด้วยตามความนิยมของชาวอินเดียและศรีลังกา

ถั่วพูมีคุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าถั่วเหลือง หากมองในแง่พืชที่เป็นแหล่งโปรตีนพบว่าเมล็ดถั่วพูให้โปรตีนสูงกว่าเมล็ดถั่วเหลือง และในทุกส่วนที่นำมากินได้ของถั่วพู (เช่น ดอก ใบอ่อน หัวใต้ดิน) ล้วนประกอบไปด้วยโปรตีนและธาตุอาหารต่างๆ ทั้งสิ้น เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม แมกนีเซียม และเหล็ก

ในประเทศเพื่อนบ้านของไทยมีการกินหัวถั่วพู โดยนำมาต้มกินคล้ายหัวมัน หัวใต้ดินมีปริมาณโปรตีนร้อยละ 20-30 นักโภชนาการของไทยนำหัวถั่วพูมาแปรรูปเป็นแป้งสำหรับประกอบอาหารต่างๆ ได้ดี นำไปเชื่อมเป็นขนมหวานได้ รวมทั้งฝานเป็นแผ่นบางๆ ทอดกรอบแบบมันฝรั่งก็เป็นอาหารขบเคี้ยวโปรตีนสูงได้ด้วย แต่ไม่มีผู้ปลูกหัวถั่วพูในเชิงการค้า

เมล็ดถั่วพูแก่มีโปรตีนร้อยละ 29-37 มีกรดอะมิโนและกรดอะมิโนจำเป็นหลายชนิดคล้ายถั่วเหลือง มีน้ำมันร้อยละ16-18 สกัดเป็นน้ำมันพืชปรุงอาหารได้ น้ำมันที่ได้จากเมล็ดถั่วพูมีคุณสมบัติทางเคมีและฟิสิกส์ใกล้เคียงกับน้ำมันพืชอื่นๆ

น้ำมันเมล็ดถั่วพูมีกรดโอเลอิกร้อยละ 39 กรดไลโนเลอิกร้อยละ 27 และพบกรดบีเฮนิกและกรดพารินาริกด้วย ไม่ทำให้เกิดคอเลสเตอรอลในหลอดเลือด นอกจากนั้นในเมล็ดถั่วพูมีสารโทโคฟีรอลในปริมาณสูง สารนี้มีผลทำให้น้ำมันมีรสหวานและอยู่ตัว และมีคุณสมบัติต้านอ็อกซิเดชั่นช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ร่างกายได้

สรรพคุณทางยา
รากใช้ประกอบสมุนไพรและน้ำดอกไม้ เป็นยาแก้โรคหัวใจและชูกำลัง หัวใต้ดินเผาหรือนึ่งกินช่วยบำรุงกำลัง เมล็ดแก่ของถั่วพู ตากแห้งบดเป็นผงละลายน้ำครั้งละ 5-6 กรัม กินวันละ 3 เวลา ก่อนอาหาร ช่วยบำรุงร่างกาย

สรรพคุณทางการเกษตร
ถั่วพูใช้เป็นอาหารสัตว์ได้ดี ต้นเจริญได้ในดินเสื่อมโทรม ใช้ได้ทั้งในรูปของใบอ่อน เถาแห้ง เปลือกฝักหัวใต้ดิน และกากเมล็ดที่สกัดน้ำมันออกแล้ว เหมาะที่จะปลูกเป็นแปลงใหญ่แล้วปล่อยสัตว์เข้าไปแทะเล็มเองเหมือนทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ทั่วไป ได้คุณค่าอาหารมากกว่ากินหญ้า ทำให้มีอัตราการเจริญเติบโตที่ดี

นอกจากนี้ยังใช้ถั่วพูใช้เป็นพืชบำรุงดินได้ดี เนื่องจากปมรากของถั่วพูเป็นที่อาศัยของเชื้อไรโซเบียมที่มีคุณสมบัติในการตรึงไนโตรเจนจากอากาศ การปลูกถั่วพูจึงเป็นการเพิ่มไนโตรเจนแก่ดิน และหากไถกลบต้นถั่วพูหลังการเก็บผลผลิตแล้วจะกลายเป็นปุ๋ยพืชสดที่อุดมคุณค่าแก่ดิน

ถั่วพูกินได้ เลี้ยงสัตว์ได้ ปรับปรุงดินได้ ผลิตน้ำมันได้ เหมาะเป็นพืชยุคเศรษฐกิจพอเพียงที่สุด ทุกวันมีใบอ่อนดอกอ่อนปลิดให้กิน


Liked By: nuch-inee
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 27, 2010, 09:35:44 AM โดย nco27 » บันทึกการเข้า
เอ
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2285


« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2010, 10:04:58 AM »

นำประสบการณ์การปลูกเมื่อปีที่แล้วมาเล่าให้ฟัง
คนเฒ่าคนแก่บอกว่าจะปลูกหน้าร้อนหรือหน้าฝนกว่าจะได้กินมันก็ปลายฝนหรือย่างเข้าหน้าหนาวครับ ผมก็เลยไปค้นคว้าหาตามเน็ตว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้นได้คำตอบก็คือ ถั่วพูเป็นพืชที่ต้องการระยะเวลาที่ได้รับแสงแดดน้อย(ไม่ใช่แสงรำไร) หมายความว่า ต้องการช่วงเวลากลางคืนที่ยาวนานกว่ากลางวัน(เหมือนหน้าหนาว) เมื่อรู้อย่างนี้ผมก็เลยปลูกในเดือน ก.ค. โดยปลูกข้างตัวบ้านให้มันได้รับแสงแดดเพียงครึ่งวันบ่ายพอ ปรากฎว่าภายใน 2 เดือนได้กินครับ แค่เล่าตามประสบการณ์นะครับ


Liked By: meowkku, nuch-inee, kru mos
บันทึกการเข้า
Bigkeng
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1036


« ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2010, 04:31:54 PM »

 ยิงฟันยิ้ม  ขอบคุณครับ เดี๋ยวกลับไปลองครับ อิๆ พิมพ์ผิด ถั่วพู ครับผม  ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า

...หนุ่มอาร์ตตัวพ่อจะลุยสวน....
phalikhit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 7932


« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 27, 2010, 09:03:40 PM »

ส่วนที่ใช้เป็นอาหาร ยอดอ่อน ดอกอ่อน ใบอ่อน ฝักอ่อน รสมัน (กินเป็นผัก) และหัวใต้ดิน (กินเป็นอาหารแป้ง)

เพิ่งรู้นะว่าถั่วพูมีหัวใต้ดินและกินได้
เหมือนหัวแกวหรือเปล่าครับ
บันทึกการเข้า

บิฑบาตร  ขาด"ร"หลัง  อย่าพลั้งใส่
บาตนั้นไซร้  มี"ร"ตาม  งามภาษา
อนุญาติ  พินทุอิ  อย่าใส่มา
tncel
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18


« ตอบ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 01:02:31 AM »

บัดนี้ น่าจะออกดอก เป็นฝักแล้วใช่มั๊ยครับ
บันทึกการเข้า
udom101
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330


« ตอบ #14 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 05:38:07 AM »

3-4 เดือน ออกดอกรัปทานผล แล้วเก้บเกี่ยวได้นานเท่าไรครับ มันถึงจะตายอ่ะครับ
บันทึกการเข้า

**** คิดอย่างยั่งยืน ****
Nuntawit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2814


« ตอบ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2010, 10:00:51 AM »

ผมไม่แน่ใจเรื่องหลักการนะครับ แต่ของผมปลูกถั่วพูพันธุ์เบาในสวน1000กว่าต้น ระยะห่างกัน1เมตร(หาข้อมูลจากในnetนี่แหละ) ประมาณ3เดือนกว่าก็ได้กิน แต่หลังจากที่มันโตไปนานหลายเดือนทำให้รู้ว่าระยะ1เมตรนี่ชิดเกินไปมีปัญหาตอนเก็บและพ่นยากำจัดเพลี้ยและหนอนเพราะมันจะพันกันจนเป็นพุ่มใหญ่ ที่อยู่ด้านในก็ไม่โดนยา ส่วนราคาถ้าขายส่งไม่เคยเกิน50บาทแต่เก็บได้ไม่นานก็โดนภัยแล้งเล่นงานตายเรียบ เมื่อต้นปีที่แล้วปลูกไว้ข้างบ้าน12ต้นขายปลีกราคาก็ดีหน่อย ส่วนการดูแลก็แค่พ่นน้ำหมักชีวภาพกับน้ำส้มควันไม้ให้บ้างตามที่มีเวลา ออกฝักทั้งปีเพราะเก็บมาปีกว่าแล้วยังไม่มีทีท่าว่าต้นจะตาย ตอนนี้กำลังเพาะถั่วพูม่วงอีก50เมล็ดก็กำลังแตกหน่ออยู่เลย คงต้องลุ้นอีก3-4เดือนครับ


Liked By: nuch-inee
บันทึกการเข้า

74/1 ม.9 ต.พลายวาส อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี 84160
โทร.0899896842   j_nuntawit1977@hotmail.com
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=8071
http://www.kasetporpeang.com/forums/index.php?topic=33299.0
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: