ข่าว
หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอสูตรปุ๋ยสำหรับมันสำปะหลัง  (อ่าน 71021 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ไอ้ด่างเกยชัย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1086



« เมื่อ: เมษายน 12, 2009, 05:51:52 PM »

ขอแบบที่มันโดนใจมันสำปะหลังจริงๆเลยนะครับ หรือเทคนิคการปลูกด้วยครับ
บันทึกการเข้า

tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2821

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #1 เมื่อ: เมษายน 12, 2009, 07:32:45 PM »

สภาพพื้น ที่ปลูกเป็นดินสักษณะไหนครับ

ได้ใส่ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกบ้างไหม

ได้ใช้ พืชปุ๋ยสดบ้างหรือเปล่า

ระยะปลูก อยู่ที่เท่าไรครับ

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5520


« ตอบ #2 เมื่อ: เมษายน 12, 2009, 08:52:10 PM »

ขอเวลาหน่อยครับแล้วจะมาตอบให้โดน ไปเลย  แต่คงไม่ถึงไร่ละ  30  ตัน นะครับ 
บันทึกการเข้า
ไอ้ด่างเกยชัย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1086



« ตอบ #3 เมื่อ: เมษายน 12, 2009, 08:57:42 PM »

ขอบพระคุณท่านที่กรุณาเข้ามาครับ
-ดินปนทรายครับ พื้นที่มีความลาดเอียงจากตะวันตกไปตะวันออกค่าต่างระดับราว3เมตร
-ไม่เคยมีการบำรุงดินใดๆทั้งสิ้น
-การระบายน้ำไม่ดีนัก คนทำเดิม ทำแบบยกร่องไปตามทางน้ำคือจากสูงสุดไปตำแทนที่จะขวางทางน้ำ
ที่ผ่านมาได้ไร่ละประมาณ2-3ตันครับ
สายพันธุ์ไม่ปรากฎชัด คือแบบบ้านๆครับ ปลูกตามความเข้าใจ ตามประเพณีครับ
ขอกราบน้อมรับองค์ความรู้ครับ
ผมสัญญาว่า ผมจะเอาไปเผยแพร่กับชาวบ้านอื่นๆเป็นวิทยาทาน
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2821

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #4 เมื่อ: เมษายน 12, 2009, 09:18:48 PM »

ได้ ข้อมูลแล้ว คราวนี้ รอท่าน พี่วุฒิ นะครับ  ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5520


« ตอบ #5 เมื่อ: เมษายน 13, 2009, 09:40:51 PM »

      การปลูกมันสำปะหลังให้ได้ผลดีก็ต้องมีการปรับปรุงบำรุงดินให้ดีด้วยครับ เพราะมันสำปะหลังก็ต้องการ น้ำ  อาหาร อากาศ  เช่นเดียวกับพืชอื่นๆ  ดินที่ปลูกมันเป็นดินร่วนปนทรายและเคยปลูกมันมาแล้วได้ประมาณ 2-3  ตันต่อไร่ ถือว่าน้อยมากครับ
        สิ่งแรกที่ต้องทำคือการปรับปรุงโครงสร้างของดินครับ ต้องหาขี้วัว ขี้ไก่  ขี้หมู มาใส่บ้างอย่างน้อยไร่ละ  1  ตัน  โดยหว่านให้ทั่วแปลง แล้วไถกลบ 
       ถ้าเป็นดินที่ปลูกมันมาแล้วหลายปีมันจะแน่นจนหัวมันแทงลงดินยาก  จึงต้องมีการไถระเบิดดินดาน ให้ดินลึกมีที่ให้มัน ออกหัวมากขึ้น
      การยกร่องมันเป็นสิ่งสำคัญ  ต้องยกร่องสูงประมาณ 30  ซม. ขวางความลาดเทของพื้นที่ เพื่อให่น้ำเก็บกักไว้ได้ระหว่างร่อง
      การเลือกพันธุ์มันสำปะหลังให้เหมาะสมกับดินเป็นสิ่งจำเป็น  อย่างดินร่วนปนทรายควรปลูกมัน พันธุ์  ระยอง 5  ห้วยบง 60  ห้วยบง 80    ระยอง 80 ซึ่งพันธุ์มันเหล่านี้ติดต่อได้ที่กรมวิชาการเกษตร หรือที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขามีต้นพันธุ์จำหน่าย ราคาไม่แพง ท่อนพันธุ์ก่อนนำไปปลูกต้องแช่ยาฆ่าเพลี้ยแป้งที่กำลังระบาดหนักมากเดี๋ยวนี้ การตัดท่อนพันธุ์มันที่จะปักลงร่อง ต้องไม่สั้นไป  ท่อนพันธุ์ที่เหมาะสมควรยาวประมาณ  15  ซม .
      ระยะปลูกมันสำปะหลัง ควรเป็น 1 x 1  เมตร และเมื่อมันโตได้ประมาณ  2 เดือน ก็ถากหญ้าแล้วใส่ปุ๋ย  15-15-15  อัตราไร้ละประมาณ 50  กก.  การใส่ปุ๋ยมัน ต้องใส่โดยการขุดระหว่าง  ต้นบนร่องแล้ว  กลบในดิน  ถ้ามีน้ำขี้หมูฉีดพ่นช่วยทางใบก็จะทำให้การเจริญเติบโตช่วง 2-3  เดือนแรกดีมาก
      การปลูกมันสำปะหลังในแต่ละท้องถิ่นจะไม่เหมือนกัน  ถ้าปลูกหลังฤดูฝนได้ก็จะดีเพราะจะไปขุดได้ในฤดูแล้งพอดี
     ถ้าสามารถปฎิบัติได้ ระดับนี้ผลผลิตมันควรจะได้ ประมาณ  6-8  ตันต่อไร่ ถ้าไม่กระทบแล้งนาน หรือ น้ำท่วม  หรือไม่เป็นโรคแมลงรบกวนครับ
     
       
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2821

สังคมแห่งการแบ่งปัน


« ตอบ #6 เมื่อ: เมษายน 14, 2009, 01:57:08 PM »

ปลูกมันสำปะหลังแบบอนุรักษ์ดิน-น้ำ
ผลผลิตเพิ่มจาก 2.7 ตันเป็น 4.6 ตัน/ไร่

นายบัณฑิต ตันศิริ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า หลังจากที่กรมพัฒนาที่ดินได้ร่วมมือกับมูลนิธิสถาบันพัฒนามันสำปะหลังแห่งประเทศไทย ทดลองปลูกมันสำปะหลังโดยใช้ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลัง ในแปลงขนาดใหญ่ 1,000 ไร่ โดยในปีที่ผ่านมาได้ทำโครงการนำร่องที่ อ.ห้วยบง จ.นครราชสีมา ปรากฏว่าผลผลิตเพิ่มขึ้นจาก 2.7 ตัน/ไร่ เป็น 4.6 ตัน/ไร่ ทำให้เกษตรกรในพื้นที่ส่วนใหญ่เห็นข้อแตกต่างและให้ความสนใจปรับเปลี่ยนระบบการผลิตมาใช้รูปแบบของกรมพัฒนาที่ดินแนะนำส่งเสริมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในปีนี้กรมฯ ตั้งเป้าขยายผลโครงการไปที่ อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา และ จ.ขอนแก่น ก่อนขยายผลไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าเพิ่มผลผลิตมันสำปะหลังให้ได้เฉลี่ยทั้งประเทศประมาณ 4.5 ตัน/ไร่ เป็นอย่างน้อย ซึ่งจะเพียงพอต่อการนำไปผลิตเป็นเอทานอลในอนาคต
 
ปัญหาของการปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลัก ๆ คือ ปัญหาดินเป็นทรายจัด บางบริเวณเป็นชั้นดินดาน ทำให้พืชเจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่ ประกอบกับเกษตรกรใช้สารเคมีมาเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการสะสมในดิน ส่งผลให้ผลผลิตตกต่ำและยังทำให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้น กรมฯ ได้เข้าไปสาธิตการทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำโดยใช้หญ้าแฝกที่มีรากยาวและแข็งแรงเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายและไปเจาะชั้นดินดาน พร้อมกับส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชปุ๋ยสดเพื่อสับกลบปรับปรุงบำรุงดินใช้แทนปุ๋ยยูเรียทำให้ดินสามารถอุ้มน้ำได้ดีขึ้น นอกจากนี้ ได้สอนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ด้วย พด. 12 ช่วยย่อยสลายธาตุอาหารที่ถูกตรึงไว้ในดินให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ เมื่อดินดีเหมาะสมต่อการเพาะปลูกผลผลิตพืชก็จะเพิ่มขึ้น.


ขอขอบคุณ เดลินิวสืออนไลน์ วันที่ 14 เมษายน 2552
 
บันทึกการเข้า
นาย วอ ณ ลาดพร้าว
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 208


ที่นี่ หนองคอก


« ตอบ #7 เมื่อ: เมษายน 14, 2009, 06:27:24 PM »

พอดี ไปอ่านเจอที่นี่มาครับ น่าสนใจ ลองอ่านดูก่อนนะครับ น่าสนใจทีเดียว
http://kasetloongkim.com/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=21

บันทึกการเข้า

ใจคนเรายากเย็นเกินไป ไม่เห็นต้องทำให้ยากเลย
stss101
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 29, 2009, 09:43:31 AM »

ขอบคุณคับ จุมพิต
บันทึกการเข้า
สายรุ้ง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 482


« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 03, 2009, 12:04:09 PM »

  ไส่แกลบดิบ1-3ตันต่อไร่
  ใส่ขี้ไก่แกลบอีก 1ตัน ต่อไร่
     ขนไปใส่ตอนก่อนขุดมัน จะได้ประหยัดค่าไถ
    ผลผลิต น่าจะเพิ่มได้เท่าตัว
   ปีต่อไปใส่เฉพาะขี้ไก่แกลบอย่างเดียว
   ถ้าดินเป็นกรดมาก หาโดโลไมล์ ใส่ซัก 300กิโล/ไร่
   ดูแลไม่ให้มีหญ้าช่วงแรกดีๆ
 
 
บันทึกการเข้า
Mochi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 4


« ตอบ #10 เมื่อ: มกราคม 20, 2010, 08:52:20 AM »

 ยิงฟันยิ้ม
           ที่บ้านใช้มูลสุกรและน้ำหมักมูลสุกรค่ะ  ดีที่สุดและปลอดภัย   เป็นมูลสุกรที่ผ่านการหมักมาด้วยน้ำหมักชีวภาพ
ประหยัดและเห็นผลชัดเจน  ไม่ยุ่งยากค่ะ
บันทึกการเข้า
ทิดเฒ่า
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 794


มนุษย์เป็นมาตรวัดทุกสิ่งด้วยอัตตประธาน


« ตอบ #11 เมื่อ: มกราคม 20, 2010, 10:07:34 PM »

ขอแจม จากกรมส่งเสริมการเกษตร อะ

http://www.agriman.doae.go.th/home/news3/news3_1/rai/cassava30.pdf
บันทึกการเข้า

เจริญสติให้ยิ่งเป็นมรรคสู่นิพพาน
"ปลูกทรัพย์ เกษตรอินทรีย์" --> คิดจะทำ GAP อินทรีย์
Lekbomb
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


« ตอบ #12 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2010, 01:44:18 AM »

ลองใช้ ดาวขาว+ดาวดำ รองพื้น +ดีสปีดเร่งลำต้น ฉีดดีจัมโบ้ดูสิเผื่อว่าจะดีบ้าง เห็นแถวบ้านเขาใช้กันน่ะ
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Moderator
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9604


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #13 เมื่อ: กุมภาพันธ์ 06, 2010, 03:57:53 AM »

ขอแบบที่มันโดนใจมันสำปะหลังจริงๆเลยนะครับ หรือเทคนิคการปลูกด้วยครับ

ลองดูวีดีโอลิ้งค์นี้ดูนะครับ เห็นเขาบอกเทคนิคกันควั่นตาให้หัวมันออกเป็นคอนโด 3 ชั้น 6 ชั้น ลองเอาไปทำตามดู
ว่าได้จริงตามที่เขาบอกหรือเปล่าครับ

 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
วร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 134


« ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 28, 2010, 03:23:19 AM »

“เริ่มจากแช่ท่อนพันธุ์มันในน้ำสกัดมูลสุกรก่อน ปลูก 1 คืน เพื่อให้ท่อนพันธุ์ดูดธาตุอาหารเข้าไป เมื่อมัน
งอกและตั้งตัวได้แล้ว ก็ใช้น้ำสกัดจากมูลสุกรรดดินหรือผสมในระบบน้ำหยด รวมทั้งฉีดพ่นน้ำสกัดมูลสุกร
ทางใบทุก 15 วัน ต้นอ่อนมันสำปะหลังที่งอกออกมาโตเร็ว โดยผลการทดลองในพื้นที่ จ.นครปฐม
กาญจนบุรี และ ราชบุรี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ได้ผลผลิตสูงมาก”
ข้อ ควรปฏิบัติในการปลูกมันสำปะหลังโดยใช้ระบบน้ำหมักมูลสุกรคือ การแช่ท่อนพันธุ์ในน้ำปุ๋ยหมัก
ร่วมกับการให้น้ำหลังปลูก จะทำให้มันออกรากมากกว่า 20 ราก ต่อมารากส่วนหนึ่งจะพัฒนาเป็นหัวซึ่งจะ
เพิ่มผลผลิตได้มาก โดยเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม เกษตรกรจะปลูกกันมาก และรากจะเริ่มสะสมอาหาร
เดือนสิงหาคม-กันยายน ช่วงนี้ควรฉีดปุ๋ยหมักทางใบช่วยทุก 15 วัน จะทำให้หัวมันมีเปอร์เซ็นต์แป้งดีมาก
ผลเฉลี่ยต่อไร่ประมาณ 16 ตัน
วิธีสกัดน้ำหมักมูลสุกร
1. มูลสัตว์ ๑๐ กิโลกรัม
2. น้ำ ๑๐๐ กิโลกรัม หรือ ลิตร
3. น้ำตาลทรายหรือกลูโคส ๑ กิโลกรัม ไม่ควรใช้กากน้ำตาล เพราะเราจะเอาไปฉีดพ่นใบ
“เอามูลใส่ถุงผ้าถุงกระสอบหรือกระสอบปุ๋ย ตามแต่จะหาได้ หมักแช่ไว้ ๑๐ วัน หรือมากกว่าเวลาใช้นำน้ำ
ที่ได้จากการแช่หมัก ๑ ลิตร ผสมน้ำได้ตั้งแต่ ๑๐๐ -๑๐๐๐ ลิตร หรือมากกว่า ขึ้นกับ ชนิดของใบพืชที่เรา
จะใช้ ดังนั้น ก่อนใช้ควรทดลองทีละน้อย ว่า ระดับไหนเหมาะสมกับพืชของเรา และมูลสัตว์ที่แตกต่าง
ชนิดกัน หรือแตกต่างแหล่งกัน ก้มีสารอาหารหรือธาตุอาหารที่มีปริมาณมากน้อยแตกต่างกันด้วย หรือ ทำ
น้ำสกัดมูลสุกร โดยใช้มูลสุกรแห้งแชน้ำอัตราส่วน 1 : 10 แช่ไว้ 24 ชั่วโมง นำน้ำสกัด
ส่วนใสเจือจางด้วยน้ำ 1 ต่อ 10-20 ใช้รดรอบๆ ต้นพืชและฉีดพ่นทางใบ หรือ น้ำล้างคอก/น้ำทิ้งจาก
ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ใช้เครื่องดูดขึ้น ไปเจือจางกับน้ำตามความเหมาะสม แล้วฉีดพ่นในแปลงปลูกพืช”
ผลการใช้



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 28, 2010, 03:38:36 AM โดย wron » บันทึกการเข้า
wakeup
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 380


« ตอบ #15 เมื่อ: พฤศจิกายน 27, 2010, 09:05:19 PM »

สงสัยอยู่ว่า การปลูกเเบบยกร่อง กับ ปลูกเเบบพื้นราบ ผลผลิตจะได้ต่างกันไหมครับ ....
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: