หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แจ้งเตือน "โรคไหม้ข้าว" กำลังระบาด  (อ่าน 26252 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10030


เกษตรพอเพียง


« เมื่อ: สิงหาคม 13, 2010, 12:20:28 PM »

ช่วงนี้หลายท้องที่กำลังประสบปัญหา  โรคไหม้ในนาข้าว  ซึ่งลักษณะการระบาดจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป  หากสังเกตไม่ดีทีแรกเราจะนึกว่าเป็นพวกเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล  แต่ไม่พบตัวเพลี้ย 

ลักษณะของใบข้าวที่เป็นโรคไหม้





มารู้จักโรคไหม้ข้าว กันดีกว่านะครับ
   โรคไหม้ข้าวเกิด จากเชื้อ รา Pyricularia grisea Sacc. เชื้อสามารถเข้าทำลายข้าวใน ทุกส่วนของข้าวที่ อยู่เหนือดินได้ตั้งแต่ระยะต้นกล้า ถึง ออกรวง โดยพบว่าเชื้อจะทำลายที่ใบและรวงมากที่สุด เมื่อเชื้อเข้าทำลายที่ใบจะทำให้ใบข้าวเป็นจุดช่ำน้ำ แผลจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและเป็นรูปตา เมื่อเชื้อเข้าทำลายมากจะทำให้ใบไหม้คล้าย ถูกน้ำร้อนลวก ต่อมาใบจะแห้งตายอย่างรวดเร็ว ภายหลังจากที่เชื้อเข้าทำลายและมีอาการใบจุดช้ำน้ำจะพบข้าวแห้งตายภายใน 3 – 5 วัน ซึ่งเรียกอาการนี้ว่าโรคใบไหม้ และเมื่อเชื้อเข้าทำลายข้าวในระยะออกรวงเชื้อ จะเข้าทำลายที่คอรวงทำให้คอรวงแห้งตายเมล็ดข้าวจะลีบ เรียกว่าโรคไหม้คอ รวง โรคไหม้ข้าวนี้ พบมีการระบาดทุกปีโดยพบว่าความเสียหายของของผลผลิตข้าวที่เกิดจากโรคไหม้นี้ เฉลี่ยประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตข้าว

ลักษณะอาการของโรคใบไหม้ที่เกษตรกรสามารถจะสังเกตได้
         ที่ใบจะพบจุดช้ำน้ำในระยะแรกเริ่ม ต่อมาจะพบแผลเป็นจุดสีน้ำตาลคล้ายรูปตาตรงกลางแผลมีสีเทาแผลขนาดต่างๆ กัน  จุดแผลจะขยายติดต่อลุกลามได้ทั่วบริเวณใบ กรณีเกิดโรคระบาด รุนแรง กล้าข้าวจะ แห้งและฟุบตายอาการคล้ายถูกไฟไหม้


สาเหตุที่ทำให้การ ระบาดรุนแรง
- เกษตรกรปลูกข้าวพันธุ์ ขาวดอกมะลิ 105  ซึ่งเป็นพันธุ์ที่มีความอ่อนแอต่อโรคไหม้มาก
- เกษตรกรมีการตกกล้าหรือหว่านข้าว โดยใช้อัตราการหว่านที่สูงคือมากกว่า 15 กก./ไร่ ทำให้ข้าวขึ้น หนาแน่นในแปลงกล้าหรือแปลงนาหว่าน
- มีการหว่านปุ๋ยชีวภาพ หรือปุ๋ยเคมี โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียในอัตราสูง
- สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเกิดโรคคือช่วงที่มีเมฆปกคลุมเป็น ระยะเวลายาวนานติดต่อกันหลายวัน มีฝนตกปรอยๆ เป็นประจำ ใบข้าวเปียกนานมากกว่า 10 ชม. อุณหภูมิกลางคืนค่อนข้างเย็น (20-30o ซ.) โดยเฉพาะพื้นที่นาข้าวที่ ไม่มีน้ำท่วมขัง ทำให้มีโอกาสเกิดน้ำค้างในช่วงกลางคืนเป็นระยะเวลายาวนาน


การป้องกันกำจัด
- อย่าตกกล้าหรือหว่านข้าวในนาหว่านหนาแน่นเกินไป โดยเฉพาะในแปลงกล้าควรแบ่งแปลงให้มีการถ่ายเทอากาศดี และอย่าใส่ปุ๋ยไนโตรเจนสูงเกินไป
-ใช้สารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา เพื่อป้องกันหรือหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรค โดยควรฉีดพ่นเมื่อแปลงนามีน้ำท่วมขัง และยังระบาดไม่รุนแรง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดของสารเคมีและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
-ในแปลงที่ระบาดรุนแรง คือมีอาการของโรคไหม้มากถึง 50% ของแปลงนาข้าว ให้ทำการเผาทำลาย และทำการตกกล้าใหม่ หรือใช้กล้าที่ปราศจากโรคจากแหล่งอื่น ส่วนในกรณีนาหว่านก็ให้ทำการหว่านใหม่

สารป้องกันกำจัดโรคไหม้ของข้าว

ชื่อสามัญ                              ชื่อการค้า                           อัตราการใช้                      หมายเหตุ

บลาสติซิดินเอส (blasticidin-s)     บลาเอส (Bla-s 2.4% EC)        15-20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร     ของเหลวละลายน้ำ
 
อีดิเฟนฟอส (ediphenphos)        ฮิโนซาน (Hinosan 50% EC)    15-20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร      ของเหลวละลายน้ำ
 
ไอบีพี (IBP)                          คิตาซิน (Kitazin 48% EC)        15-20 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร     ของเหลวละลายน้ำ
 
ไอโซโปรธิโอเลน (isoprothiolane) ฟูจิวัน (Fuji-1 40% EC)          40 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร         ของเหลวละลายน้ำ
 
คาร์เ็บ็นดาซิม (carbendazim)       เดอโรซาล (Derosal 60% WP)  10-16 กรัม/น้ำ 20 ลิตร       ผงละลายน้ำ
 
                                          บาวิสติน (Bavistin 50% WP)   10-16 กรัม/น้ำ 20 ลิตร      ผงละลายน้ำ
 
คาซูกะมัยซิน (kasukamycin)       คาซูมิน  (Kasumin 2% WP)      20 กรัม/น้ำ 20 ลิตร           ผงละลายน้ำ
 
ไตรไซคลาโซล (tricyclazol)        บีม (Beam 75% WP)             10-16 กรัม/น้ำ 20 ลิตร       ผงละลายน้ำ
 
บีโนมิล +ไธแรม (benomyl+thiram) เบนเลท-ที (Benlate-T 20% WP) 3 กรัม/เมล็ดพันธุ์ 1 กก.    ผงละลายน้ำ
 
ไธอะเบ็นดาโซล (thiabendazol)     เทคโต (Tecto 90% WP)       10-12 กรัม/น้ำ 20 ลิตร        ผงละลายน้ำ
 
ไธโอฟาเนท เมทธิล (thiophanate-methyl) ทอปซิน เอ็ม (Topsin-M 75% WP) 10-15 กรัม/น้ำ 20 ลิตร  ผงละลายน้ำ



ที่มา : http://www.rdi.ku.ac.th/kasetresearch52/08-intregration/Apichart/intregration_00.html
        http://nan.doae.go.th/genaral/genaral_9.htm


Liked By: tapairat, amponp
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 13, 2010, 12:30:15 PM โดย ชาวนา™ » บันทึกการเข้า

ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10030


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2010, 12:31:16 PM »

ตอนนี้ผมคาดว่า พื้นที่ทางภาคอีสาน  น่าจะระบาดกันมากพอสมควร  ไว้จะถ่ายภาพใกล้ๆ มาให้ดูอีกครั้งครับ  โกรธ
บันทึกการเข้า
konthain(นพ)
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9785


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #2 เมื่อ: สิงหาคม 13, 2010, 09:53:45 PM »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ กำลังทำนาครั้งแรกพอดี แต่เป็นนาโยนกล้าจะโดยกับเขาไหมเนี่ย เท่าที่ไปหาข้อมูลมาถ้าจะประหยัด
ลองใช้ปูนขาวรักษาดูนะครับ ไปเจอในเวปรักบ้านเกิด
"กรณี คุณเลย อินต๊ะนางแล เกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั้งนาปีและนาปรัง แต่มักประสบปัญหาเรื่องโรคใบไหม้ในข้าวอยู่เป็นประจำทุกปี จึงได้สอบถามมายังรายการวิทยุร่วมด้วยช่วยกันจังหวัดเชียงรายถึงสาเหตุของ การเกิดโรคและวิธีป้องกันกำจัดโรคใบไหม้ในข้าว

ทีมงานประสานไปยัง คุณหวัน เรืองเตื้อ เครือ ข่ายเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด กิ่ง อ.ภูเพียง จ.น่าน กล่าวว่าลักษณะของโรคนี้ในระยะกล้าจะมีแผลที่ใบข้าวเป็นสีน้ำตาลรูปวงรี คล้ายตา และมีสีเทาอยู่กลางแผล เชื้อของโรคนี้สามารถกระจายไปได้โดยลมและน้ำ นอกจากนี้ยังระบาดทำความเสียหายแก่ต้นข้าวได้ทุกระยะตั้งแต่ระยะกล้า ระยะแตกกอจนถึงระยะออกรวง เชื้อจะระบาดได้รวดเร็วมาก

สาเหตุของโรคใบไหม้ในข้าวมีดังนี้คือ
1.สภาพอากาศโดยทั่วไปมีฝนตกติดต่อกันหลายวัน ความชื้นในอากาศสูงเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อราและไวรัส ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไหม้ข้าว
2.มีสาเหตุมาจากเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ไม่ต้านทานโรค เพราะฉะนั้นเกษตรกรควรเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการ เกษตรหรือเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มาจากแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ที่เชื่อถือได้
3.สาเหตุมาจากเกษตรใส่ใส่ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจน (ยูเรีย) มากเกินกว่าที่พืชต้องการ

การใช้ปูนขาวกำจัดโรคข้าวใบไหม้

วิธีการป้องกันและกำจัดโรค
ให้นำปูนขาว 1 กิโลกรัมผสมน้ำ 5 ลิตร หมักไว้ 1 คืน หลังจากนั้นนำมาผสมกับน้ำ 20 ลิตร ใช้ฉีดพ่นในนาข้าวให้ทั่วในบริเวณที่โรคระบาด (ปริมาณที่ใช้ขึ้นอยู่กับการระบาดของโรค)

ในกรณีที่แปลงโรคใบไหม้ระบาดจนทั่วทั้งแปลงนาให้ใช้ปูนขาว 50 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 1 ไร่ หว่านให้ทั่วก่อนปลูกข้าว จึงขอเตือนเกษตรกรให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยหมั่นสำรวจแปลงกล้า หากพบลักษณะของโรคไหม้เกินร้อยละ 5 ของพื้นที่แปลงกล้า ควรลดปริมาณน้ำในแปลงกล้าจนแห้ง และงดการใส่ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนทันที

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : คุณหวัน เรืองเตื้อ เครือข่ายเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด กิ่ง อ.ภูเพียง จ.น่าน โทร.081-6718170

ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลทางการเกษตร*1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.เชียงราย "
 ยิ้มเท่ห์


Liked By: amponp
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
121
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 179


« ตอบ #3 เมื่อ: สิงหาคม 14, 2010, 05:17:49 AM »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10030


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #4 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2010, 10:30:54 AM »

วันนี้เอารูปข้าวที่เป็นโรคใบไหม้มาฝากครับ




อีกภาพ






ระวังการใช้สารเคมีกลุ่ม ไซเพอร์แมทริน  ที่ออกฤทธิ์ต่อปลาสูง จะทำให้ปลาตายนะครับ  เพราะสารเคมีกลุ่มนี้ร้านเคมีเกษตรจะแนะนำให้เราใช้ควบคู่กับ คาร์เบนดาซิม  ซึ่งจะช่วยกำจัดหนอนชนิดต่างๆ ในนาข้าว



Liked By: amponp
บันทึกการเข้า
inter
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 64


« ตอบ #5 เมื่อ: กันยายน 10, 2010, 12:38:33 PM »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะครับ คุณชาวนา แถวบ้านก็มีปัญหาแบบนี้เหมือนกันครับ
บันทึกการเข้า
ico
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 558


« ตอบ #6 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 08:48:19 AM »

ท่านที่ใช้ปูนขาวแช่น้ำฉีดได้ผลเป็นอย่างไรบ้างครับ กี่วันเห็นผล นาผมเริ่มระบาดแล้วเหมือนกัน
บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 10030


เกษตรพอเพียง


« ตอบ #7 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 08:55:35 AM »


ท่านที่ใช้ปูนขาวแช่น้ำฉีดได้ผลเป็นอย่างไรบ้างครับ กี่วันเห็นผล นาผมเริ่มระบาดแล้วเหมือนกัน



ผมไม่ได้ใช้ปูนขาว  แต่ใช้สารเคมี  มีลักษณะเป็นผงสีขาว  ชื่อ  คาร์เบนดาซิม  ครับ   ฉีดตัวเดียวเพียวๆ  ไม่มีพิษต่อปลา 


ส่วนปูนขาว  ลุงฤษี  ในห้องแชทเคยใช้  และเล่าให้ฟังว่า  ได้ผลเหมือนกันครับ   ถ้าไม่ใช้สารเคมีก็ใช้ปูนขาวแทนก็ได้ครับ

บันทึกการเข้า
ico
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 558


« ตอบ #8 เมื่อ: กันยายน 29, 2010, 09:08:04 AM »

ขอบคุณครับ จะเริ่มจัดการเลยครับ แถวบ้านแล้งน้ำ  นาข้าวส่วนใหญ่หว่านเอา ทำให้ระบาดเยอะเลย
อ่านไปมาเจออันนี้ ของสมาคมอารักขาพืช บอกว่าเป็นพิษต่อปลา  ท่านชาวนาโปรดระวัง
http://www.tcpa.or.th/download/static/trade_53_30.pdf
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 29, 2010, 11:28:04 AM โดย icomkung » บันทึกการเข้า
shadasa
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12


« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 08, 2010, 01:45:20 PM »

ดิฉันทำงานวิจัยเกี่ยวกับสารชีวภาพป้องกันและกำจัดโรคใบไหม้ของมหาวิทยาลัยมหาสารคาม
สามารถติดต่อได้ที่ 0815484535 เพื่อให้ทางเราลงพื้นที่ไปช่วยแก้ไขได้


Liked By: amponp
บันทึกการเข้า
Siwanon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 38


« ตอบ #10 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2011, 08:05:13 PM »

ถูกต้องเลยครับผมหว่านถี่เกินไป ไหมเป็นหย่อมๆ เลยครับ ผมว่าจะลองเอาปูนขาวใส่ดูไม่รู้ว่าจะดี มากน้อยแค่ไหนครับ
บันทึกการเข้า
kamisama
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1762

Virus Alert!!!!!!!


« ตอบ #11 เมื่อ: สิงหาคม 03, 2011, 08:33:20 PM »

โรคแบบนี้หายาชื่อโอปุส ดูครับบ ผมว่าได้ผลดีเลยยยย จำชื่อสามัญไม่ได้แหละนานมากมาย
บันทึกการเข้า
prakaic
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 96


« ตอบ #12 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 10:44:51 AM »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ กำลังทำนาครั้งแรกพอดี แต่เป็นนาโยนกล้าจะโดยกับเขาไหมเนี่ย เท่าที่ไปหาข้อมูลมาถ้าจะประหยัด
ลองใช้ปูนขาวรักษาดูนะครับ ไปเจอในเวปรักบ้านเกิด
"กรณี คุณเลย อินต๊ะนางแล เกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั้งนาปีและนาปรัง แต่มักประสบปัญหาเรื่องโรคใบไหม้ในข้าวอยู่เป็นประจำทุกปี จึงได้สอบถามมายังรายการวิทยุร่วมด้วยช่วยกันจังหวัดเชียงรายถึงสาเหตุของ การเกิดโรคและวิธีป้องกันกำจัดโรคใบไหม้ในข้าว

ทีมงานประสานไปยัง คุณหวัน เรืองเตื้อ เครือ ข่ายเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด กิ่ง อ.ภูเพียง จ.น่าน กล่าวว่าลักษณะของโรคนี้ในระยะกล้าจะมีแผลที่ใบข้าวเป็นสีน้ำตาลรูปวงรี คล้ายตา และมีสีเทาอยู่กลางแผล เชื้อของโรคนี้สามารถกระจายไปได้โดยลมและน้ำ นอกจากนี้ยังระบาดทำความเสียหายแก่ต้นข้าวได้ทุกระยะตั้งแต่ระยะกล้า ระยะแตกกอจนถึงระยะออกรวง เชื้อจะระบาดได้รวดเร็วมาก

สาเหตุของโรคใบไหม้ในข้าวมีดังนี้คือ
1.สภาพอากาศโดยทั่วไปมีฝนตกติดต่อกันหลายวัน ความชื้นในอากาศสูงเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อราและไวรัส ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไหม้ข้าว
2.มีสาเหตุมาจากเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ไม่ต้านทานโรค เพราะฉะนั้นเกษตรกรควรเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการ เกษตรหรือเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มาจากแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ที่เชื่อถือได้
3.สาเหตุมาจากเกษตรใส่ใส่ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจน (ยูเรีย) มากเกินกว่าที่พืชต้องการ

การใช้ปูนขาวกำจัดโรคข้าวใบไหม้

วิธีการป้องกันและกำจัดโรค
ให้นำปูนขาว 1 กิโลกรัมผสมน้ำ 5 ลิตร หมักไว้ 1 คืน หลังจากนั้นนำมาผสมกับน้ำ 20 ลิตร ใช้ฉีดพ่นในนาข้าวให้ทั่วในบริเวณที่โรคระบาด (ปริมาณที่ใช้ขึ้นอยู่กับการระบาดของโรค)

ในกรณีที่แปลงโรคใบไหม้ระบาดจนทั่วทั้งแปลงนาให้ใช้ปูนขาว 50 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 1 ไร่ หว่านให้ทั่วก่อนปลูกข้าว จึงขอเตือนเกษตรกรให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยหมั่นสำรวจแปลงกล้า หากพบลักษณะของโรคไหม้เกินร้อยละ 5 ของพื้นที่แปลงกล้า ควรลดปริมาณน้ำในแปลงกล้าจนแห้ง และงดการใส่ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนทันที

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : คุณหวัน เรืองเตื้อ เครือข่ายเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด กิ่ง อ.ภูเพียง จ.น่าน โทร.081-6718170

ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลทางการเกษตร*1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.เชียงราย "
 ยิ้มเท่ห์
ปีกลายที่นาของผมก็เป็นเหมือนกันครับ โทรไปหาคุณหวัน เรืองเตื้อ ก็แนะนำให้ใช้ปูนขาว แต่พอไปถึงร้านถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรเขาแนะนำให้ใช้โดโลไมท์หว่าน ผลปรากฏว่า ต้นข้าวกลับมาอยู่ในสภาพปกติมีเมล็ดข้าวเต็มรวง...แต่ปีนี้กลับมาอีกเหมือนเดิมครับ คาดว่าน่าจะเป็นเพราะฝนตกบ่อยหรือเปล่าครับ ขอผู้รู้อธิบายทีครับ....


Liked By: tapairat
บันทึกการเข้า
BoY NakonChuM
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1301


« ตอบ #13 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 10:58:27 AM »

การระบาดลักษณะนี้ เชื้อไตเตอเดอร์ม่าน่าจะเอาอยู่นะครับ ฉีดช่วงเย็น และแช่ข้าวในเชื้อก่อนหว่าน
บันทึกการเข้า

จงลำบากไปก่อนแล้วจะสบายเมื่อปลายมือ
konthain(นพ)
Moderator
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9785


ยิ่งให้ไปยิ่งได้มา การให้ที่ยิ่งใหญ่ไม่สิ้นสุดคือให้ปัญญาและมิตรภาพ


« ตอบ #14 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 02:29:03 PM »

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ กำลังทำนาครั้งแรกพอดี แต่เป็นนาโยนกล้าจะโดยกับเขาไหมเนี่ย เท่าที่ไปหาข้อมูลมาถ้าจะประหยัด
ลองใช้ปูนขาวรักษาดูนะครับ ไปเจอในเวปรักบ้านเกิด
"กรณี คุณเลย อินต๊ะนางแล เกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั้งนาปีและนาปรัง แต่มักประสบปัญหาเรื่องโรคใบไหม้ในข้าวอยู่เป็นประจำทุกปี จึงได้สอบถามมายังรายการวิทยุร่วมด้วยช่วยกันจังหวัดเชียงรายถึงสาเหตุของ การเกิดโรคและวิธีป้องกันกำจัดโรคใบไหม้ในข้าว

ทีมงานประสานไปยัง คุณหวัน เรืองเตื้อ เครือ ข่ายเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด กิ่ง อ.ภูเพียง จ.น่าน กล่าวว่าลักษณะของโรคนี้ในระยะกล้าจะมีแผลที่ใบข้าวเป็นสีน้ำตาลรูปวงรี คล้ายตา และมีสีเทาอยู่กลางแผล เชื้อของโรคนี้สามารถกระจายไปได้โดยลมและน้ำ นอกจากนี้ยังระบาดทำความเสียหายแก่ต้นข้าวได้ทุกระยะตั้งแต่ระยะกล้า ระยะแตกกอจนถึงระยะออกรวง เชื้อจะระบาดได้รวดเร็วมาก

สาเหตุของโรคใบไหม้ในข้าวมีดังนี้คือ
1.สภาพอากาศโดยทั่วไปมีฝนตกติดต่อกันหลายวัน ความชื้นในอากาศสูงเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อราและไวรัส ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคไหม้ข้าว
2.มีสาเหตุมาจากเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ไม่ต้านทานโรค เพราะฉะนั้นเกษตรกรควรเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้รับการรับรองจากกรมวิชาการ เกษตรหรือเลือกเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มาจากแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ที่เชื่อถือได้
3.สาเหตุมาจากเกษตรใส่ใส่ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจน (ยูเรีย) มากเกินกว่าที่พืชต้องการ

การใช้ปูนขาวกำจัดโรคข้าวใบไหม้

วิธีการป้องกันและกำจัดโรค
ให้นำปูนขาว 1 กิโลกรัมผสมน้ำ 5 ลิตร หมักไว้ 1 คืน หลังจากนั้นนำมาผสมกับน้ำ 20 ลิตร ใช้ฉีดพ่นในนาข้าวให้ทั่วในบริเวณที่โรคระบาด (ปริมาณที่ใช้ขึ้นอยู่กับการระบาดของโรค)

ในกรณีที่แปลงโรคใบไหม้ระบาดจนทั่วทั้งแปลงนาให้ใช้ปูนขาว 50 กิโลกรัมต่อพื้นที่ 1 ไร่ หว่านให้ทั่วก่อนปลูกข้าว จึงขอเตือนเกษตรกรให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยหมั่นสำรวจแปลงกล้า หากพบลักษณะของโรคไหม้เกินร้อยละ 5 ของพื้นที่แปลงกล้า ควรลดปริมาณน้ำในแปลงกล้าจนแห้ง และงดการใส่ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนทันที

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : คุณหวัน เรืองเตื้อ เครือข่ายเกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด กิ่ง อ.ภูเพียง จ.น่าน โทร.081-6718170

ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลทางการเกษตร*1677
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.เชียงราย "
 ยิ้มเท่ห์
ปีกลายที่นาของผมก็เป็นเหมือนกันครับ โทรไปหาคุณหวัน เรืองเตื้อ ก็แนะนำให้ใช้ปูนขาว แต่พอไปถึงร้านถ่ายทอดเทคโนโลยีการเกษตรเขาแนะนำให้ใช้โดโลไมท์หว่าน ผลปรากฏว่า ต้นข้าวกลับมาอยู่ในสภาพปกติมีเมล็ดข้าวเต็มรวง...แต่ปีนี้กลับมาอีกเหมือนเดิมครับ คาดว่าน่าจะเป็นเพราะฝนตกบ่อยหรือเปล่าครับ ขอผู้รู้อธิบายทีครับ....
ที่ข้าวเป็นโรคนี้สาเหตุหลักเลยคือความชื้นครับ ฝนตกบ่อยมากเกิน
การใช้ไตรโคเดอร์ม่าแช่แมลดข้าวก่อนปลูกจะช่วยลดปริมาณเชื้อได้ส่วนหนึ่งครับ
ส่วนการใช้โดโลไมท์แทนปูนขาวใช้ได้เพราะมีฤทธิเป็นด่างเหมือนกันกับปูนขาวครับ
 ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า

สำนึกดีครับ
อยู่กับบ้านรับจ้างล้างรถและขายก๋วยเตี๋ยว
แต่ใจมันรักการเกษตรทำนาปลูกข้าวกินเอง
 ยิงฟันยิ้ม
mjukkrit
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 13


« ตอบ #15 เมื่อ: สิงหาคม 19, 2011, 03:14:43 PM »

ของผมพ่นจุลินทรีย์หน่อกล้วยทุก7-10วันมีอาการของโรคน้อยมาก แต่แปลงติดกันใช้คาเบนดาซิมกลับเป็นโรคมากกว่า
*หมายเหตุใช้พันธ์ข้าว กข.41เหมือนกัน
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: