หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ... 225   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นิทานแดนมหัศจรรย์...คนหลงป่า  (อ่าน 1847897 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #64 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2010, 03:47:57 PM »

ตอนที่12  ร้อนแล้ง ร้อนแรง

เข้าเดือนมีนาคม ลมหนาวผ่านไปแล้ว ลานกระบือกลับเข้าสู่จุดแข็งของตนอีกครั้ง

ความร้อนที่เหนือคำบรรยาย

ผมคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการไปปั๊มน้ำรดต้นไม้  และตัดแกะเถาวัลย์ที่เลื้อยรัด มัดแน่นกับต้นไม้น้อยๆ    เวลาทำงานในแต่ละวัน  ไม่พ้นช่วงเช้าตรู่ และเย็นย่ำ  สองเวลาเท่านั้น ที่แสงตะวันยังมีความปราณีต่อผมและแฟนอยู่  คนเมือง ผิวพรรณมันยังไม่แกร่ง  และยังไม่ถนัดจะห่อตัวมิดชิดแบบชาวนาอาชีพแถวๆนั้น  กลัวจะลมจับไปเสียก่อน

รอบนี้ผมซื้อพันธุ์ปลากินพืช พวกปลานิล ปลาทับทิม ไปทดลองปล่อย หลังจากทิ้งบ่อให้ตกตะกอนมาร่วมปี  ใจนึงก็กังวลจะกลายเป็นการให้อาหารแม่ปลาช่อนนา  ที่ทั้งปราดเปรียว และหิวโซ ที่ลี้ภัยมาจากนาเคมีรอบๆ  แต่ก็ต้องลองดูซะตอนนี้ ตอนที่สายพันธุ์ปลานักล่ายังมีไม่มากในบ่อนี้

ส่วนเรื่องอาหารปลา  ผมก็ใช้ขี้วัวตากแห้งราดกองๆใว้ริมตลิ่ง  ให้ค่อยๆร่วงกระจายตัวทยอยลงไปเป็นอาหาร  และโยนเถาผักบุ้งนาลงไปบ้าง ทุกครั้งที่ไปสวน เริ่มต้นง่ายๆแต่อาจกลายเป็นการสังหารหมู่ลูกปลา.....เอาใจช่วยให้รอด

ในขณะเดียวกัน  โครงการเพิงพักหลังแรกได้เริ่มต้นขึ้น ช้าๆ (ช้าเพราะช่าง)

ผมเห็นว่าการมาดูแลต้นไม้ช่วงหลังๆ โดยใช้แค่เวลาช่วงเช้าและเย็นคงไม่เพียงพอ  ช่วงกลางวัน ผมยังอยากทำอะไรอีกมากมาย หาที่ที่กำบังร่มให้เงาทั้งคน  และรถกระบะคู่ใจ อย่างเป็นจริงเป็นจัง   

เพิงพัก ก็คงต้องการอะไรที่ไม่มากไปกว่า โครงสร้าง และ หลังคา  ในครั้งแรกผมขอเท่านี้ก่อน ปลูกเพิงยกมุง ขนาด4x12เมตร พร้อมยกพื้นหนึ่งห้องใว้กางเต๊นท์นอนกันสัตว์เลื้อยคลาน ผมก็ต้องจ่ายไปพอสมควร (ค่าของค่าแรงไม่เท่าไหร่.... ค่าโง่เนี่ยไม่น้อย)

กว้างขวาง บาง เบา   คือนิยามของเพิงพักหลังนี้  ใครมาเห็นคงแอบขำนึกว่าเล้าไก่

ผมเน้นพื้นที่ใช้สอย  และเผื่อใว้เป็นโรงเรือนทำกิจกรรมต่างๆ  ที่สำคัญเผื่อเอาใว้สังสรรค์กับเพื่อนฝูง  เสาโครงสร้างที่มีน้อยชิ้นในระยะยาวจะค่อยๆถูกต่อเติมด้วยผลผลิตที่จะเกิดขึ้นในป่าน้อยๆของผม  พวกแรกเลยก็คือ ไผ่ใช้ลำ.....

หลังคาทยอยมากันแล้ว.......ส่วนฝาผนัง และเครื่องเรือน กำลังจะปลูกลงดินในฝนนี้ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 23, 2011, 06:31:32 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า

tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #65 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2010, 03:56:15 PM »



พันธุ์ปลาทับทิมที่แวะซื้อจากพิจิตร ตัวละบาทห้าสิบ




ส่วนปลานิลนี่ถูกหน่อย ตัวละห้าสิบสตางค์  ซื้อมาอย่างละสองร้อยครับ




เงาร่างของความสูข ในวันที่การเติบโตสิ่งมีชีวิตอีกชนิด จะเริ่มต้นขึ้นที่นี่
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 11, 2010, 03:58:49 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #66 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2010, 04:06:07 PM »



โครสร้างไม้สัก(ปลูก) ได้มาจากแหล่งไม้ปลูกในพื้นที่ค่าไม้รวมสองหมื่นหก ได้มาเจ็ดสิบกว่าท่อนคละขนาด  ดูไม่แพงสำหรับเพิงไม้สักในมุมองคนเมือง  เฉพาะต้นเสาต้นละพันห้าร้อยครับ สูงห้าเมตร

คำถาม......(ที่มานั่งถามตัวเองทีหลัง)

จะ ใช้สัก ไปทำไมในเมื่อต้นแค่นี้มีแต่กระพี้  แก่นแทบไม่มี ถึงมีก็ไม่ได้โชว์ เพราะใช้ทั้งลำ.....กรรม
บันทึกการเข้า
sutharnthip
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1612


« ตอบ #67 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2010, 05:28:07 PM »

บังเอิญเป็นกระต่ายน้อยที่พลัดหลงเข้ามาในดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้ รู้สึกตื่นเต้น หลงไหล และประทับใจ จนไม่อยากออกจากดินแดนแห่งนี้ไปเลย แต่ไม่มีอะไรให้อ่านต่อแล้ว จึงจำต้องออกไปอย่างอาลัยแล้วจะแวะมาใหม่นะคะ  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ
บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #68 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2010, 06:48:15 PM »

บังเอิญเป็นกระต่ายน้อยที่พลัดหลงเข้ามาในดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้ รู้สึกตื่นเต้น หลงไหล และประทับใจ จนไม่อยากออกจากดินแดนแห่งนี้ไปเลย แต่ไม่มีอะไรให้อ่านต่อแล้ว จึงจำต้องออกไปอย่างอาลัยแล้วจะแวะมาใหม่นะคะ  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ

พิมพ์ได้ช้า ไม่ค่อยทันความคิด จะรีบเร่งเขียนให้ทันปัจจุบัน และยินดีต้อนรับเสมอครับ


Liked By: TAWUN
บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #69 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2010, 07:12:38 PM »

ตอนที่13  ลองผิด

เข้าสู่เดือนพฤษภาคม เริ่มมีฝนตกบ้างแล้วเป็นบางวัน โครงการสร้างเพิงพักก็หยุดชลอ ช่างคนใหม่เข้ามารื้อแก้งานเดิม ซึ่งไม่มีความประณีตเอาเลย กับงานขึ้นโครงสร้าง  ด้วยความกังวล ในความปลอดภัยเหนือสิ่งอื่นใด ผมตัดสินใจหาช่างคนใหม่มาแก้งานเก่า ที่ช่างคนเก่ายืนยันว่าจะทำต่อ  แต่ก็ไร้วี่แววของการเอาใจใส่ (แก้ตัวเป็นคราวๆไป  โดนแอบขโมยวัสดุไปอีกเล็กน้อย)

รื้อซ่อม ยังไงก็ยากกว่าสร้างใหม่ .....ผมเห็นด้วย

เพิงพักกำลังถูกสร้างต่อไปด้วยฝีมือช่างคนใหม่กับภรรยาซึ่งเป็นผู้ช่วย อาจใช้เวลานานหน่อยเพราะกินค่าแรงรายวัน  แต่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร  ขอให้งานออกมาแข็งแรง และปลอดภัยเป็นใช้ได้   เพราะที่นี่ร้อน  และพายุแรง

ด้วยอุปทานที่เห็นฝนเริ่มตก ผมเกิดใจร้อนอยากปลูกต้นไม้ให้เร็วขึ้นกว่าปีก่อน  เพื่อที่ต้นไม้จะได้มีเวลากินน้ำฝนนานขึ้น  ผมคิด และลงมือทำทันที  โดยไม่เอะใจเลยว่า จะโดนฝนตกหลอกมาสองวัน  และจะเงียบหายไปอีกร่วมเดือน

คันดินรอบร่องทั้งสามร่องที่เพิ่งขุด เป็นขนาดบรรจุต้นไม้ป่าสามร้อยกว่าชีวิต  คือเป้าหมายในปีนี้

คันดินขุดใหม่ๆ  ที่ยังไม่ถูกน้ำฝน ละลายก้อนดินให้ไหลรวมนวดแน่นเป็นเนื้อเดียวกัน   เมื่อปลูกกล้าไม้ป่าซึ่งมีความทนทานผิดปกติอยู่แล้วลงไป และแม้จะรดน้ำในครั้งแรกที่กลบดินลงหลุมก็แล้ว  แต่ก็ยังไม่อาจทนทานสภาพอากาศที่ร้อน  รุนแรงไปได้ทั้งเดือน

ยืนตายนับร้อย  คือภาพสุดโหดที่ทรมานใจผมเป็นอย่างยิ่ง

แนวคิดที่ว่าด้วย "การกระทำเท่าที่จำเป็น"  อยู่ภายใต้เงื่อนไขของความสอดคล้องของธรรมชาติด้วย  ฝืน  หรือใจร้อนไม่ได้

บทเรียนนี้สอนว่า ปลูกก่อนฤดูกาลได้ หากเอาใจใส่  รดน้ำสมำเสมอ  และนั่นก็หมายถึงกิจกรรมที่เพิ่มขึ้นด้วยนะ  ยอมกันไหม?

หากจะกระทำให้น้อย  ต้องคอยจับจังหวะ และผสานให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ.......ผมยืนยันจะเลือกอย่างหลัง

ตอนนี้รดน้ำช่วยชีวิตต้นที่พอจะช่วยได้ไปก่อน  การปลูกซ่อม เอาไว้เมื่อถึงเวลาของมัน


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 23, 2011, 06:32:15 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #70 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2010, 07:19:52 PM »



ภาพอันสุดสยองขวัญ  ต้นยางนาและต้นอื่นๆ ยืนแห้งตาย   รอบนี้ไม่มีฟางคลุมด้วย  เนื่องจากหาไม่ได้ในวันที่ไปปลูก  ถ้ามีฟางซะหน่อย  คงไม่แย่ขนาดนี้ครับ



มองย้อนกลับไปดูรุ่นปีที่แล้ว  โตขึ้นมาก




หลังจากปลูกซ่อมในช่วงที่ฝนเริ่มสม่ำเสมอ  เริ่มมองเห็นเป็นทิวแถว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 11, 2010, 07:22:48 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #71 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2010, 07:24:59 PM »



ความเขียวครึ้มเริ่มมีให้เห็น  มีกำลังใจขึ้นเยอะ  ปลูกรุ่นใหม่ๆไปก็หันมามองรุ่นเก่าๆอยู่เรื่อยๆ




กับผลผลิตรุ่นแรกๆ ของสวน  มะม่วงที่ปลูกโดยกิ่งตอน  ให้ผลเร็วทันใจ  เด็ดดอกทิ้งไปแล้วเพราะกลัวไม่โต ยังอุตสาห์รอดหูรอดตามาสองลูก
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 16, 2010, 11:23:32 AM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #72 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2010, 07:32:36 PM »



เพิงพักที่ขนาบด้วยทิวสัก ไปจนสุดถนน หญ้าก็เริ่มรกบ้างแล้ว




มุงหลังคาเสร็จต้อนรับหน้าฝนพอดี  เหลือแค่ยกพื้นเรือน กับปลดเสาค้ำยันนิดหน่อยก็ใช้งานได้แล้ว
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 11, 2010, 07:36:50 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
jane1972
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 2060


« ตอบ #73 เมื่อ: สิงหาคม 11, 2010, 07:46:00 PM »

ดินแดนแห่งนี้ ช่างหน้าหลงไหลเสียเหลือเกิน ขอให้สวนป่าโตวันโตคืนนะคะ
เอาความร่มรื้นของสวนป่ามาฝากค่ะ
บันทึกการเข้า
กัญจน์
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10943


« ตอบ #74 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2010, 11:43:12 AM »

ร่วมด้วยช่วยดู เพ่งพินิจวิเคราะห์ดูเดินตามกาลและเวลาสร้างสรรรค์บรรจงลงบนแผ่นดินมหัศจรรย์ ขอให้ผ่านพ้นอุปสรรคที่ทดสอบความมุ่งมั่นในตัวเรา ภาพที่คิดคือจินตนาการวันเวลาคือปัจจุบัน
บันทึกการเข้า
sutharnthip
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1612


« ตอบ #75 เมื่อ: สิงหาคม 12, 2010, 02:31:09 PM »

มารอติดตามตอนต่อไปค่ะ.. ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


Liked By: pongjarus, TAWUN
บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #76 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2010, 01:13:46 AM »

ตอนที่14   มีกิน

ไม้ป่ารุ่นนำร่องเติบโตไปตามธรรมชาติและฤดูกาล  แม้จะยังตอบคำถามเพื่อนบ้านไม่ได้ซะทีเดียว แต่การปลูกพืชที่ให้ผลผลิตที่เป็นอาหารที่กินได้ ก็ทุเลาความสงสัยธรรมธรรมชาติของคนลงได้พอสมควร 

หลักการปลูกต้นไม้ตามแนวคิด สร้างโลกห้าใบเพื่อลดโลกร้อนของคุณพงศา ชูแนม ที่ว่าปลูกพืชสูง กลาง เตี้ย เรี่ยดิน กินหัว  เป็นตัวอย่างที่ทำได้ง่าย  และทำได้จริง ถ้าไม่ยึดติดกับการทำเกษตรเชิงเดี่ยว และเล็งผลเลิศทางธุรกิจ

มีทุกอย่าง เพียงอย่างละเล็กละน้อย  แม้ไม่ได้ผลผลิตที่สมบูรณ์ สุดยอด แต่มันประกันว่า "ไม่มีอด  ของอร่อย"

ผมปลูกอะไรลงไปมั่วไปหมด  และไม่ค่อยได้คำนึงถึงผลกระทบทางหลักการเพาะปลูกมากนัก  เช่น ปลูกมันใกล้ไม้ผล ปลูกไผ่ใกล้ไม้ป่า  บางคนเขาว่า จะไปแย่งน้ำ แย่งอาหาร

อย่างที่บอกครับ... ไม่ได้เล็งผลเลิศ  เอาสะดวกกิน  สะดวกเก็บ ไม่อยากเดินไกล

บางครั้งก็ยังเอาไม้ผล ไปปลูกปนกับไม้ป่า   ไม้ผลต้นเตี้ย อาจเสริมเติมภาพสวนป่าใหดูน่ามองขึ้น ไม่ยืนแห้ง ชี้ตั้งโด่เด่ เหมือนอย่างสวนป่าเชิงเดียวที่เรามักคุ้นตากับสวนป่ายูคา สวนป่าสัก ฯลฯ

เวลาผมไปปลูกต้นไม้ทุกครั้ง  เรื่องสนุกคือการวางตำแหน่งต้นไม้ ชนิดต่างๆทีผสมปนเปลงไป อย่างมีจินตนาการ ...จินตนาการที่ว่า อีกห้าปีสิบปีข้างหน้า หน้าตาร่มไม้ และทรงพุ่มมันจะออกมายังไง  และเมื่อเดินชมสวนป่า จะผ่านต้นอะไรให้เก็บกิน

ภาพสะท้อนของร่มไม้เล็กๆ ที่แต้มผ่านผิวน้ำในสระน้อย เริ่มสร้างภาพบรรยากาศที่ชวนมอง ไม่แห้งแล้งและเดียวดายเหมือนตอนที่น้ำเต็มสระใหม่ๆ และยังไม่ได้ปลูกอะไรลงในดินแดนแห่งนี้   และที่สำคัญเงาสะท้อนนั้น ประกันถึงถึงความเป็นอยู่  และการมีกินในอนาคต

ผมปลูกไม้ผลส่วนใหญ่อยู่บนริมขอบสระ  ตระไคร้ริมสระ  และริมร่องทั้งหมด ผมให้อาของผมเป็นคนปลูกและเก็บขายตามอัธยาศัย เพราะเห็นว่าเป็นวิธียึดหน้าดินขอบสระและริมร่อง  กรองตะกอนดินไม้ลงไปทำน้ำขุ่นให้มากที่สุด  อาผมได้รายได้ ผมได้น้ำใสๆและฟางจากใบตระไคร้ใว้คลุมโคนต้นไม้  ความลงตัวของคู่อาหลานที่เข้าขาและเข้าใจในหลักเศรษฐศาสตร์การปลูกที่ว่า  ร่องน้ำทอดยาวไปที่ไหน กอตะไคร้ จะงอกงามตามไปที่นั้น  ส่วนกล้าไม้นานาพันธุ์ จะตามไปเป็นลำดับต่อมา

มีดิน มีน้ำ แล้วจะเว้นที่ว่างให้เปล่าประโยชน์ทำไม

หลักการปลูกต้นไม้สูง กลาง เตี้ย เรี่ยดิน กินหัว จะถูกทำ ซ้ำๆ ไปอย่างนี้ ตราบที่ยังมี "ที่ว่าง" ให้ปลูก

พ้นจากนึ้แล้ว อาจมีการขยับมาใช้แนวปฏิบัติของ ลุงนิล(คนของความสุข) ที่สร้าง "สวนคอนโดเก้าชั้น"  ที่ปลูกตั้งแต่เสียดฟ้าลงสู่ใต้น้ำ  และเก็บกิน เก็บขาย และเก็บใช้ได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง  ถึงขั้นมั่งมีเลยก็ว่าได้

กล้วยน้ำว้าสุกจากต้น  มะม่วงมันกรอบสด  มันเผาร้อนๆ  และอ้อยแดงควั่นหวานชื่นใจ  ก็เหลือเฟือแล้วสำหรับผม ในแต่ละเดือนเมื่อมาเยือนดินแดนแห่งนี้ 

ลมเย็นๆ ฝนพรำๆ.......ผมนั่งจิบกาแฟซองสำเร็จรูปที่ชงด้วยน้ำเดือดๆ จากกาต้มน้ำในกองฟืน  กำลังครุ่นคิดว่า  จะเอาผลผลิตที่มากเกินกิน(สองคนกับแฟน) ไปฝากใครดีน้อ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 23, 2011, 06:36:38 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #77 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2010, 01:19:31 AM »



มันสำปะหลัง  ไผ่  ลำไย และยางนา  อยู่ใกล้กันแค่มือเอื้อม




ตระไคร้ขอบสระ และต้นสะเดาผลงานของนกน้อย ที่คอยมาอาศัยร่มเงา ปลูกให้เป็นการตอบแทน  ได้สะเดามาฟรีปีนี้ยี่สิบกว่าต้น ส่วนมากจะขึ้นเองตามแนวตลิ่งครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 16, 2010, 01:23:05 AM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #78 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2010, 01:27:44 AM »



ยางนาริมนา   ต้นนี้อายุสิบเดือน  โตแค่นี้เองครับ เห็นชัดว่าลำต้นอวบขึ้น เตรียมยืดตัวในหน้าฝนที่เพิ่งเริ่มต้นไปในปีนั้น




เอ่อ....ภาพต้นแดงอายุสิบเดือนเช่นกัน และ กองขี้วัว การให้ปุ๋ยตามวิถี  "กระทำเท่าที่จำป็น"  เพื่อนผมที่ไปเยี่ยมสวนในวันนั้นบอกว่า "สันดานนะ ทำสวนแบบนี้"  ผมแก้ตัวว่า "ให้มันหากินเองมั่ง เดี๋ยวเคยตัว"  ติดขี้วัวไปแค่หกกระสอบ  งานนี้ใครดีใครได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 16, 2010, 11:27:47 AM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #79 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2010, 01:37:42 AM »



ฝนเริ่มตกต่อเนื่อง ต้นไม้ริมร่องที่เพิ่งปลูกตั้งตัว และเริ่มแตกยอดแล้วครับ  น้ำในร่องยังไม่ใส เพราะเพิ่งเป็นฝนแรก ผักบุ้งเริ่มทอดยอด  กอข้าวจากพื้นนาเดิมแตกกอ คราวหน้าต้องเอาปลามาปล่อยซะแล้ว




ภาพระยะหน้าต้นที่ใบเหมือนใบมัน  คือการทดลองเอาต้นสำโรง ไม้เบิกนำที่โตเร็วทนแล้ว พิสูจน์จากการเอามาปลูกตอนแล้งและร้อนสุดๆกลางมีนาคม รดน้ำทีเดียว โตมาได้ขนาดนี้ในสามเดือน เหลือเชื่อมาก  และที่สำคัญ ต้นนี้เพาะเมล็ดเองครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 16, 2010, 01:43:16 AM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 [5] 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ... 225   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: