หน้า: 1 ... 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 [20] 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 ... 225   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นิทานแดนมหัศจรรย์...คนหลงป่า  (อ่าน 1892907 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
พิณ ชมพลอย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 483


สร้างโลกอิสระด้วยสีเขีบว


« ตอบ #304 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2010, 08:23:59 PM »

ขออนุญาต ท่านKong51@ขุนดง  นะครับท่าน ขออนุญาตแก้ข้อเท็จจริงนิดนะครับ
มีพุทธประวัติว่าองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าช่วงที่จะเสด็จปรินิพาน
มีดอกไม้ชนิดหนึ่งชื่อมณฑาทิพย์อยู่ในพุทธประวัติด้วย และดอกไม้นี้ก็มีแต่ในป่าหิมพานต์เท่านั้น คงจะหายากสำหรับพวกเรา

ดอกไม้ที่ว่าชื่อ ดอกมณฑารพ ครับ จะร่วงหล่นลงสู่ปฐพีเฉพาะในคราวที่พิเศษเท่านั้น ดอกไม้นี้อยู่บนสรวงสวรรค์ครับ เทวดาโปรยลงมาบูชาในวันที่ปรินิพพานและวันที่อัญเชิญพระบรมศพผ่านเข้าสู่เมืองกุสินารา ก่อนจะนำไปสู่ที่ถวายพระเพลิง ครับ คงไม่มีโอกาสได้เจอครับ

ส่วนต้นไม้ในพุทธประวัติที่น่าหามาเพาะปลูกก็คือต้นสาละอินเดีย ซึ่งอยู่ในตระกูลวงศ์ยางเมล็ดคล้ายเมล็ดกระบาก (ตามรูป) ผมและสมาชิกอยากได้มากๆแต่ก็ยังหาไม่ได้ เพราะหายากมาก หากสมาชิกผู้รักการปลูกป่าเคยเห็น คงต้องบอกว่าท่านเจอต้นไม้ทิพย์เข้าแล้ว และอยากให้ท่านช่วยแจกจ่ายให้สมาชิกด้วยนะครับ ฝากไว้ครับ
ผมคงมีบุญทีเดียวครับ ที่เจอต้นไม้นี้มาหกเจ็ดปีแล้ว ไม่น้อยกว่าปีละยี่สิบสามสิบครั้ง เพราะผ่านไปมาประจำ ถ้าได้เมล็ดจะนำมาแจกท่านที่รักป่า ครับ รับปาก ครับ ท่าน
ด้วยความนับถือครับ
ดร.พิณ 


ขอยกมือรอรับเมล็ดด้วยคนนึงเลยครับ  แต่ผมกลัวเรื่องเดียวสำหรับไม้วงศ์ยางก็คืออัตราการงอกจอาจะอยู่ได้ไม่เกินเจ็ดวันหลังจากร่วงสิครับ  กว่าคุณพิณจะกลับมาเมืองไทย  เกรงว่าเมล็ดไม้จะหมดอายุเสียก่อน อย่างไรก็รบกวนหอบกลับมาก่อนแล้วกันนะครับ  มาวัดดวงกันที่นี่ เมล็ดไม้สูงค่ามากความหมายอย่างนี้ ขอแค่มีโอกาสก็ถือเป็นบุญครับ  (ฝากหอบมะขามป้อมลูกโตๆกลับมาด้วยนะครับ )
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 07, 2010, 12:08:40 AM โดย tumtump » บันทึกการเข้า

พิณ ชมพลอย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 483


สร้างโลกอิสระด้วยสีเขีบว


« ตอบ #305 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2010, 08:39:52 PM »

สวนป่าสาละ พุทธชยันตี รัฐบาลอินเดีย ปลูกเป็นที่ระลึกในคราวฉลอง ๒๕๐๐ ปี พุทธศาสนา ครับ มีหลายป่า ใหญ่สุดน่าจะประมาณ ๒-๓ แสน ไร่ ครับ

















บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #306 เมื่อ: ตุลาคม 06, 2010, 11:45:16 PM »

ขอบคุณคุณพิณมากๆครับสำหรับรูปภาพ  เห็นแล้วขนลุกเลย  สวนป่าในฝันของผมเลยนะนั่น อินเดียเป็นประเทศสุดโปรดในดวงใจของผมเลย  ผมไปมาสองครั้งครั้งละเกือบเดือน ยังไม่เคยไปเห็นป่าแบบนี้กับตาเลยครับ  ที่เห็นแล้วทึ่งสุดคือในบางเมืองแถวๆตอนเหนือ เขาถึงกับปล่อยให้ต้นไม้ใหญ่ๆยืนโด่อยู่กลางถนน  ที่ทั้งแคบและคดเคี้ยว ไม่มีการตัดต้นไม้หลบถนน ถือว่าเขาให้เกียรติต้นไม้สูงมากครับ รถต้องวิ่งหลบกันเอาเอง ผมล่ะชอบใจจริงๆ  แม้ออกจะดูอันตรายไม่น้อยเลย  สวนป่านี้อยู่เมืองอะไรครับ อยากจะหาโอกาสไปให้ได้อีกครั้งจริงๆเชียว




บนถนนราดยาง



นี่เรียกว่าปิดไปเลนนึงเลย



ต้นขนาดนี้มามืดๆหรือไม่ชำนาญทางมีหวัง.........
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 07, 2010, 12:18:52 AM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
พิณ ชมพลอย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 483


สร้างโลกอิสระด้วยสีเขีบว


« ตอบ #307 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2010, 01:05:41 AM »

จริงอย่างที่คุณtumtump ว่าเลยครับ อินเดียให้เกียรติต้นไม้มาก ยิ่งต้นใหญ่ ๆ เขาเชื่อว่ามีพระเจ้าสิงสถิตย์อยู่ครับ ไม่ทำลาย ผมเคยวานให้เพื่อนแขกขึ้นไปถอนกิ่งโพธิ์ที่เกิดบนขอบหน้าต่าง ทะเลาะกันเป็นปีเลยครับ ป่านนี้ยังไม่มีใครขึ้นไปถอนครับ ภควาน ภควาน
ป่าสาละพุทธชยันตี มีหลายที่ครับ เอาที่พบบ่อยและง่ายสุดคือ เมืองโครักขปูร์ครับ พอเลยฐานบินออกไปตามทางที่มุ่งสู่กิสินารา จะเจอทันทีครับสองข้างทาง ฤดูที่ออกดอกนี่ หอมตลบอบอวนมากครับ ป่านี้หลายพันไร่ครับ อีกป่าที่สวยและใหญ่ น่าจะใหญ่ที่สุดประมาณ ๒-๓ แสนไร่ ออกจากโครักขปูร์จะไปทางลุมพินีครับประมาณ ๒๐ ก.ม. ป่านี้อยู่ฝั่งขวามือ มีลิงป่าเยอะมาก ผมต้องจอดทุกครั้งที่ผ่านครับ หาเรื่องลงไปเบาบ้าง พักเหนื่อยบ้าง จริง ๆ อยากลงไปเดินดูป่าครับ อีกหลาย ๆ ป่า จากกุสินาราไปสาวัตถี ก็พอมีให้เห็นเป็นระยะ ๆ ครับ แต่ขนาดไม่กี่ร้อยไร่ ครับ
มีโอกาสอยากให้ไปดูครับ เทพจริง ๆ และทางเทือกเขาหิมาลัย เช่น รัฐสิกขิม นะครับ ติดภูฐาน แล้วท่านจะไม่อยากกลับเมืองไทยครับ หลงป่า(หิมพานต์จริง ๆ ทีเดียวเชียวครับ)



ผมต้องไม่พลาดแน่นอนครับ  คิดเล่นๆว่าปีหน้าจะไปให้ได้  เมื่อคุณพิณกลับมาอย่างไรแจ้งข่าวกันนะครับ จะขอให้เป็นกูรูเรื่องอินเดียหน่อย มีอะไรอีกมากมายที่นั่นที่ผมยังเรียนรู้ไม่จบสิ้น   ขอบคุณล่วงหน้านะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 08, 2010, 01:32:37 AM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
หญิงเพี้ยน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 3150


ดูเหมือนเพี้ยน แต่ไม่เพี้ยน แต่ก็ "เพี้ยน" อิอิ


« ตอบ #308 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2010, 01:34:29 AM »

 ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์ ภาพต้นไม้จากอินเดียสวยมากเลยค่ะ
ส่วนต้นไม้กลางถนนนี่แอบน่ากลัวนะคะ ..
บ้านเราถนนอยู่ข้างทางยังไปชนได้เลย   ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

เห็นแล้วน่าอิจฉาจริงๆนะครับคุณหญิงเพี้ยน ใจร้อนอยากมีอย่างนั้นบ้าง  แต่ไม่เป็นไรครับ  รอได้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 08, 2010, 01:34:05 AM โดย tumtump » บันทึกการเข้า

ยิ้มกว้างๆ  ลงมือสักนิด ..ดีกว่า คิด ที่จะทำ ยิ้มกว้างๆ
พิณ ชมพลอย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 483


สร้างโลกอิสระด้วยสีเขีบว


« ตอบ #309 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2010, 02:10:11 AM »

ขอยกมือรอรับเมล็ดด้วยคนนึงเลยครับ  แต่ผมกลัวเรื่องเดียวสำหรับไม้วงศ์ยางก็คืออัตราการงอกจอาจะอยู่ได้ไม่เกินเจ็ดวันหลังจากร่วงสิครับ  กว่าคุณพิณจะกลับมาเมืองไทย  เกรงว่าเมล็ดไม้จะหมดอายุเสียก่อน อย่างไรก็รบกวนหอบกลับมาก่อนแล้วกันนะครับ  มาวัดดวงกันที่นี่ เมล็ดไม้สูงค่ามากความหมายอย่างนี้ ขอแค่มีโอกาสก็ถือเป็นบุญครับ  (ฝากหอบมะขามป้อมลูกโตๆกลับมาด้วยนะครับ )
ครับ วัดดวงเลยครับ ผมเองก็จ้องอยู่ครับ อย่าว่าแต่เจ็ดวันเลยครับ ผมจัดถวายครูบาอาจารย์โดยซื้อจากที่แขกเขาเพาะไว้แล้วประมาณร้อยต้น เพื่อนำมาปลูกที่เมืองไทย ตายเรียบครับ...เสียดายจริง ๆ ครับท่าน ส่วนมะขามป้อมลูกโต ๆ วันนี้ก็ออกมาล่อตาบ้างแล้วครับ แต่ผมว่ายังไม่แก่จัด เลยเล่นตัวไปก่อน ถ้ามีโอกาสจะส่งลูกมาให้ชิม ลูกหนึ่งจะมี ๔ เมล็ด วัดดวงเลยครับ ผมกะจะเพาะเพิ่มสักพันต้น หลังจากปีแล้วได้แค่สี่ร้อยกว่าครับ

ตอนผมไปอินเดียก็เคยซื้อท่านครับ ลูกใหญ่กัดจนเจ็บเหงือกเลย พกติดไปทุกเมือง ซื้อมากองนึงกว่าจะกินหมดเล่นไปเกือบเดือน เสียดายตอนนั้นเผลอเรอวางใว้ไม่เป็นที่เลยอดเอากลับมาปลูก เจ็บใจจริงๆ  คราวหนาไม่พลาดแน่ครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 08, 2010, 01:37:00 AM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
เก๋ง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 266

จะบุกบ่าฝ่าฟัน ด้วยจอบเก่าของพ่อในกำมือ


« ตอบ #310 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2010, 07:03:45 AM »

ขยันจริงๆเลยครับยอมรับเลย  ขยันแบบนี้จ่าชาติอายเลยครับ  ขยันต่อไปนะครับสู้ๆ  ร้อยจินตนาการณ์ไม่เท่าลงมือทำด้วยตัวเองนะครับ  เพราะลงมือทำด้วยตัวเองอย่างแรกเราจะได้รับรู้ทุกๆอย่างที่เราอยากรู้เช่น  ทำได้ใหม  เป็นยังไง  มีปัญหาอะไร  ผมเป็นทหารก็เบื่อแต่คนที่มายืนท้าวเอวชี้นิ้วสั่งงาน  55555  ส่วนตัวผมเองชอบลงมือเอง  ทำให้ลูกน้องเห็นว่าเราไม่ได้สั่งอย่างเดียว  ลูกน้องก็มักจะบ่นว่า  (  จ่าทำเองทำไม  ผมไม่เห็นนายสิบคนอื่นเขาลงมาทำอย่างจ่าเลย  )  คำตอบง่าย  มันคนละแนวกันนะไอ้น้อง  ขยันต่อไปนะครับพี่งานหนักทำให้เราแข็งแรง  55555  เจอหน้าหมอน้อยลง

ผมเองก็แทบลืมการป่วยครั้งสุดท้ายไปเลยครับ ถ้าสามารถสะสมคะแนนความสุขได้ผมคงรวยล้นไปแล้ว  ไปปลูกป่าได้เดือนละครั้งเห็นต้นไม้โตก็ชื่นใจ กลับมากรุงเทพเห็นเมล็ดไม้งอกใบออกมาก็ดีใจเข้าไปอีก ถ้าเล่นไพ่ก็คงต้องเรียกว่า ป๊อกเก้าสองเด้งเชียวครับ  ขอบคุณนะครับจ่าชาติที่แวะเข้ามาเยี่ยมชม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 08, 2010, 01:41:03 AM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
Kong51@ขุนดง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1207


ขุนดงแจกเมล็ดไม้ป่า


« ตอบ #311 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2010, 10:23:23 AM »

ขอบคุณครับที่แก้ไขให้ผมท่านพิณ เพราะผมฟังเขาเล่ามาอีกที ผมก็ขอจองเมล็ดด้วยนะครับ และอยากแนะวิธีเก็บรักษาเมล็ดที่คายน้ำเร็วๆอย่างกลุ่มวงศ์ยางทั้งหลายดังนี้ครับ 1 ถ้าอยู่ต่างประเทศให้ล้างน้ำแล้วเอาเข้าตู้เย็นช่องผักไว้ครับ โดยให้มีน้ำเหลืออยู่ในถุงพลาสติกปิดปากถุงไว้ หรือ 2. ถ้าอยู่ในต่างจังหวัดให้ทำแบบข้อ 1 ถ้ายังไม่มีเวลาส่งแจกหรือนำมาเพาะเองแต่ต้องตัดปีกเขาเพื่อไม่ให้เขาคายน้ำออกจากเมล็ดนะครับ แต่ถ้าไม่มีตู้เย็นให้ห่อด้วย นสพ หนาๆ ราดน้ำให้ชุ่มเพื่อไม่ให้เมล็ดคายน้ำ และอย่าให้โดนแดดครับ ก็จะช่วยให้เมล็ดคงความสดอยู่ได้อีก3-5วัน เปอร์เซ็นต์อายุการเกิดของเมล็ดวงศ์ยางหลังจากร่วงหล่นลงพื้นดินในหน้าฝนนั้น วันแรกมีอยู่ 70% วันที่ 2-7 ลดลงเหลือ 70-50% วันที่ 8-10 เหลือเพียง 30% หากใช้วิธีผมจะเก็บต่อได้อีก5-12วันโดยยังคงการงอกได้ 70-50% ในแต่ละเม็ดนะครับ เวลาเพาะก็สำคัญเพราะไม้วงศ์ยางเวลาเอาลงดินหากไม่หาฟางข้าว หญ้าแห้ง มา กลบไว้จะเหลือโอกาศงอกน้อยลงครึ่งของครึ่ง แล้วให้กดนอนอย่าตั้ง (ตรงที่มีปีกคือส่วนที่จะงอกออกมา) หากเพราะในถุงดำต้องเป็นถุงยาว 7 นิ้วดีที่สุด 5 นิ้วก็ได้แต่รากจะแทงทะลุถุงลงดินพอจะนำไปปลูกรากขาดก็จะมีโอกาสรอดน้อยลงจึงต้องพักไม้อีก 7-10วันก่อนนำไปปลูก ความสูงของไม้วงศ์ยางในถุงเพาะก็คือความยาวของรากโดยประมาณที่หยั่งลงก้นถุง ผมนิยมชมชอบไม้กลุ่มวงศ์ยางที่สุดแล้วและผมถือว่าไม้กลุ่มนี้คือไม้อันดับ1ในใจผมเลย

มายกมือโหวตให้ไม้วงศ์ยางอีกคนครับ  ผมคนหนึ่งล่ะ  แฟนพันธุ์แท้  ยางนา ยางแดง ยางเหียง ยางกราด ยางพลวง กระบาก รัง ตะเคียนทอง และเคี่ยมคะนอง( เอ..ไม่รู้ตัวนี้นับได้รึเปล่า)  มีหมดแล้วครับท่าน  ปีหน้าวางแผนไปเก็บเคี่ยมคะนองจากทางใต้มาแจกกัน  ใครสนใจไปรวมกลุ่มใว้ที่เว็บขุนดงนะคร้าบบบพี่น้อง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 08, 2010, 01:46:09 AM โดย tumtump » บันทึกการเข้า

ขุนดงแจกเมล็ดไม้ป่า www.khundong.com
พิณ ชมพลอย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 483


สร้างโลกอิสระด้วยสีเขีบว


« ตอบ #312 เมื่อ: ตุลาคม 07, 2010, 11:36:58 AM »

ท่านKong51@ขุนดง ครับ ขอบคุณที่แนะนำครับท่าน ปกติดอกสาละจะบานเดือนเมษา ลูกจะร่วงประมาณต้นเดือนพฤษภาคมครับ  ตอนนี้เท่าที่ทราบ แขกก็เพาะขายกันอยู่ พระคุณเจ้าที่ไปจากเมืองไทยนำกลับมาปลูกกันหลายท่าน แต่ที่พอจะแน่ใจว่ารอดแน่ ๆ ที่วัดพระราม๙กาญจนาภิเษกครับ นอกนั้นทราบข่าวว่าตายเสียเป็นส่วนมากครับ
บันทึกการเข้า
pongjarus
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 17


« ตอบ #313 เมื่อ: ตุลาคม 10, 2010, 08:35:23 PM »

อยากอ่านนืทานตอนต่อไปครับ....และอยากเห็นความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในดินแดนมหัศจรรย์แห่งนี้

ช่วงนี้ขอพักเขียนนิทานระยะหนึ่งนะครับ  พอดีคอมฯถูกมือดีหยิบไป ข้อมูลที่สะสมไว้หายเกลี้ยงอย่างไรขอไปไล่เก็บกู้ข้อมูลเท่าที่ได้มาก่อนแล้วจะมารายงานตอนต่อไปครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 14, 2010, 11:28:26 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
jaewnoi
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 833


« ตอบ #314 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2010, 11:42:36 AM »



เป็นภาพถ่ายที่ดินที่ซื้อไว้ จะมีป่าเก่าอยู่พอสมควร  ตอนนี้เริ่มกั้นรั้ว(กันวัวและคนขโมยขุดล้อมไม้ตะโกไปขาย) และลงมือปลูกต้นไม้อยู่  ชอบแนวเดียวกับของคุณtumtump ค่ะ


ขอให้ต้นไม้โตวันโตคืนนะครับ  มีป่าเก่าเป็นทุนความร่มรื่น แล้วเสริมป่าไม้เศรษฐกิจเข้าไป อนาคตสดใสรออยู่แน่นอนครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 14, 2010, 11:30:14 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า

==> ความอดทนนั้นเป็นเลิศ ไม่ว่าทำอะไรถ้าเราอดทนก็ย่อมสำเร็จได้ทุกเรื่อง <==
DUMP
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 142


« ตอบ #315 เมื่อ: ตุลาคม 14, 2010, 02:22:39 PM »

สวัสดีครับ ผมอยากแนะนำ webside  ยางนาแก้หนี้แก้จน สำหรับคนที่ชอบปลูกป่่าครับ
     

http://yangnathailand.igetweb.com/index.php?mo=1&c_art=150100
 
ศูนย์ศึกษายางนาแก้หนี้แก้จน อ.หันคา จ.ชัยยาท คุณณรงค์
 
อยู่ห่างจากบึงฉวากไปทางอ.หันคา 6 กม.(อยู่หลังตลาดอ.หันคา)
 
ช๊อปปิ้ง..พันธ์กล้าไม้นับแสนต้น บนเนื้อที่ 17 ไร่ ชมแปลงสาธิต มรดกที่ปลูกได้
 
ณ ศูนย์ยางนาแก้หนี้แก้จน อ.หันคา ยางนา พยูง มะค่าโมง มะข้ามป้อม ตะเคียนทอง จันอิน
 
ราคาเริ่มต้นที่ 5 บาทซื้อ 2000 ต้นปลูกให้ รายไก้ก่อตั้งมูลนิธิยางนาไทย
 
ติดต่อคุณณรงค์ สังขะโห 089-6124007


ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆที่นำมาแบ่งปันครับ
 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 14, 2010, 11:31:16 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #316 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2010, 04:48:24 AM »

ตอนที่32  มหาเศรษฐี


ช่วงนี้งานค่อนข้างยุ่งเหยิงจนไม่ได้แวะเวียนไปดินแดนมหัศจรรย์เพื่อเก็บข้อมูลมารายงานสถานการณ์ ในช่วงที่หลายๆพื้นที่เจอวิกฤติน้ำหลากและน้ำท่วม  ผมไปเดินเตร็ดเตร่ตามศูนย์การค้าแห่งหนึ่ง  โอ...แม่เจ้า ......เพื่อนตุ้ม

เพื่อนตุ้มไปนั่งทำอะไรกะเขาบนเวทีนั้น.....เวทีงานเปิดตัวสินค้าอะไรสักอย่างที่มีคนดังและเศรษฐีอีกสามสี่คนนั่งร่วมอยู่ด้วย  จะว่าตุ้มแอบรับงานไปเป็นพิธีกรก็ไม่น่าจะใช่  เพราะดูจากสภาพเสื้อยืดเยินๆ ที่ถูกซ่อนไว้ใต้สูทราคาถูกๆสีดำสนิท  และลายถุงเท้าสีแดงลายเจ็บๆที่แพรมออกมาจากรองเท้าหนังสีน้ำตาลกลางเก่ากลางใหม่  ช่างดูไม่เข้าพวกกันเลยกับคนอื่นๆที่นั่งอยู่บนเวที

ฝูงชนร่วมร้อยที่นั่งจิบไวน์ รอฟังกิจกรรมบนเวที  มองปราดเดียวก็พอจะรู้ได้ทันทีว่าล้วนแต่เป็นคนมีสะตุ้งสตางค์มากพอที่จะใช้ไปกับการแต่งตัวเพื่อมารวมกิจกรรมในครั้งนี้   ตากล้องและสื่อมวลชนจากหลายสิบค่าย ต่างเบนความสนใจไปบนเวที  ลั่นชัตเตอร์สาดไฟแฟลชจนดูระยิบระยับดั่งคล้ายแสงประกายเพชรที่เจิดจรัส  ราวกับว่าผู้คนที่อยู่บนเวทีเหล่านั้นล้วนเป็นเหล่าดวงดาราบนท้องฟ้าในคืนเดือนแรมก็มิปาน

“คนอื่นคงจะเป็นดาวไปไม่ได้ หากค่ำคืนนี้ไม่ได้เพื่อนตุ้มนั่งเป็นจันทร์แรมให้อยู่ข้างๆ  หึๆๆๆ”    ผมคิดดังๆในใจ   ไหนๆก็บังเอิญมาเจอแล้ว  ลองสังเกตการณ์ดูสักนิดจะเป็นไรไป

ผมนั่งฟังคนเก่งๆและคนที่ร่ำรวยเล่าถึงเรื่องอะไรต่อมิอะไรมากมายที่ผมไม่ค่อยเข้าใจ ฟังๆไปก็สนุกและประเทืองปัญญาดี  โครงการธุรกิจร้อยล้านพันล้าน โครงการกรีนแฟคตอรี่ อะไรประมาณนั้น เรื่องส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ทำคนสนใจได้เสมอ  ยิ่งในยุคสมัยที่ใครๆต่างบูชาคนมีเงิน ว่าเก่ง ถูกต้อง  ชอบธรรม  และยิ่งถ้ามีใจรักษ์โลกเสียหน่อย จะยิ่งน่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง  ฟังไปก็อดคิดในใจไม่ได้ว่าคิวต่อคงเป็นคราวของเพื่อนตุ้ม ที่จะต้องออกมาหักมุม  พูดถึงความจนของตัวเอง  ความจน....ที่ไม่น่าเอาเยี่ยงอย่าง ในสังคมสมัยนี้

ผมฟันธง  ตุ้มเพื่อนรักต้องทำงานในค่ำคืนนี้วงแตกกระจาย  เพราะตุ้มไม่เคยโกหก.... ยิ่งเฉพาะต่อหน้าธารกำนัล

เสียงพิธีกรแว่วมาว่า “ถึงท่านสุดท้ายแล้วนะครับสำหรับค่ำคืนนี้”  ว่าไปแล้วก็เหลือมองโพยในมืออย่างชำนิชำนาญตามสไตล์พิธีกรมืออาชีพ “คุณตุ้ม แห่งบริษัทวันเดอร์แลนด์แฟคตอรี่” 

เสียงปรบมือดังขึ้นประปราย  ผมแอบนึกเอาใจช่วยเพื่อนตุ้มว่าคงเป็นเพราะอาการมึนไวน์ของแขกเหรื่อที่เริ่มได้ที่ จนพาลทำให้มือไม้หนัก ยกขึ้นปรบมือต้อนรับเพื่อนผมไม่ไหว หวังว่าคงไม่ใช่การจับสัญญาณหายนะที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าได้นะ

“ทราบมาว่าปัจจุบันคุณตุ้มประกาศพักงานนักประดิษฐ์คิดค้นที่กำลังมือขึ้น อำลาวงการสิบปี ไม่ทราบว่าคุณตุ้มกำลังแอบซุ่มทำอะไรอยู่ครับ”

“เอ่อ...จริงๆไม่ได้ซุ่มครับ เรียกว่าทำอย่างโจ่งแจ้ง  แต่มันเป็นงานที่หนักและต้องออกนอกพื้นที่บ่อยก็เท่านั้นเอง”

“หนักกว่างานถนัดที่คุณตุ้มเคยทำอยู่เลยหรือครับ”

“ครับ  คุณลองถามท่านอื่นๆบนเวทีนี้ดูเลยก็ได้ ว่าการต้องดูแลชีวิตพนักงานร่วมสามพันชีวิตเนี่ย  มันต้องใช้ความรับผิดชอบขนาดไหน”

นั่นไง....เพื่อนตุ้มออกลายมาแล้ว

“หา....สามพันชีวิต   เอ่อ...ไม่ทราบว่าต้องมีโรงงานขนานเท่าไหร่ครับนี่ ที่บรรจุพนักงานเข้าไปขนาดนั้นได้”

“คร่าวๆก็น่าจะประมาณ สักสองสนามฟุตบอลน่ะครับ เวลาผมออกตรวจงานแต่ละครั้งเนี่ย เหนื่อยพอได้เหงื่อเชียวล่ะครับ”

“เก่งจริงๆเลยนะครับ ไม่ทราบว่าคุณตุ้มมีเทคนิคการบริหารจัดการอย่างไร  พอจะแบ่งปันกันในค่ำคืนนี้ได้บ้างครับ”

“เอ่อ....จะว่าไปแล้ว ต้องเรียกว่าผมโชคดีมากว่าครับที่ได้พนักงานดีๆ มาร่วมทีม พนักงานของผมเนี่ยทำงานกันตลอดยี่สิบสี่ชั่งโมงในเจ็ดวัน เรียกว่าสามร้อยหกสิบห้าวันต่อปี  ผมแบ่งพนักงานออกเป็นหลายกลุ่มครับ มีทั้งประเภทเน้นเนื้องานผลิตเร็วมากสำหรับกลุ่มสินค้าคุณภาพปานกลาง  บางกลุ่มเน้นงานผลิตช้าและช้ามากสำรับงานที่ต้องการคุณภาพสูง บางกลุ่มเน้นผลงานทางด้านเวชภัณฑ์ และโภชนาการ และที่หลักๆธุรกิจผมเน้นเรื่อง ซีเอสอาร์ และ สิ่งแวดล้อมครับ  เชื่อไหมธุรกิจผมใช้พลังงานน้ำและแสงอาทิตย์เป็นเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ผมใช้พลังงานน้ำมันและไฟฟ้าแค่เปอร์เซ็นต์เดียวเอง”

“โอ้...ทำครอบคลุมหลายธุรกิจเลย มหัศจรรย์จริงๆครับ  น่าจะเป็นคู่แข่งรายสำคัญของซีพีและเครือสหพัฒน์ฯเลยนะครับเนี่ย ในประเทศเรานี่หาได้น้อยมากครับกับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ใช้พลังงานสะอาดขนาดนี้  เอ...แต่ให้พนักงานทำงานไม่มีวันหยุดแบบนี้ไม่กลัวโดนฟ้องเอาหรือครับ”

“อย่างที่บอกไปล่ะครับว่าผมโชคดี  เราไม่เคยมีแม้กระทั่งปัญหาทะเลาะเบาะแว้งของพนักงาน ทั้งๆที่พนักงานของเรามาจากทุกสารทิศของประเทศไทย  บ้างก็มาจากประเทศเพื่อนบ้าน แม้ต่างชาติต่างภาษาเราก็อยู่ร่วมกันได้  ก็มีบ้างครับที่อำลาเราไปเพราะความไม่คุ้นเคยต่อสถานที่และสิ่งแวดล้อมในที่ทำงาน แต่เราก็มักจะได้รายใหม่เข้ามาทำงานแทนในตำแหน่งเดิมอย่างรวดเร็ว  นี่ผมก็วางแผนว่าปีหน้าจะรับพนักงานเพิ่มอีกสักพันห้าร้อยน่ะครับ เพื่อรองรับอีกสามเฟสในสองจังหวัดใหม่ที่ได้เริ่มไปบ้างแล้ว แต่ขอเวลาเตรียมพื้นที่ไลน์ผลิตให้พนักงานสักระยะก่อน  คิดว่าคงเป็นช่วงต้นๆปีหน้าครับ ”

“สุดยอดจริงๆครับ ผมถือว่านี่น่าจะเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วธุรกิจหนึ่งในค่ำคืนนี้เลยทีเดียว.....พอจะแย้มตัวเลขได้ไหมครับว่าแต่ละธุรกิจของคุณตุ้มทำเงินได้ประมาณเท่าไหร่...เอาเป็นว่าเป็นเลขกี่หลักก็ได้ครับ”

“ผมขอบอกตามตรงนะครับว่าแม้ธุรกิจผมจะดูมีขนาดใหญ่ มีพนักงานเยอะ  แต่จริงๆเราก็ไม่ได้ทำเงินทำกำไรอะไรมากมายหรอกครับ”

“แหม....คนรวยๆก็ชอบพูดอย่างนี้กันทั้งนั้นแหละครับ  เอาเป็นว่าผมจะไม่แพร่งพรายให้สรรพากรรู้หรอกครับ  ไว้ใจได้” 

“ขอตอบแบบประมาณๆไม่เป็นตัวเงินนะครับ  ผมว่าน่าจะสักสองร้อยสิบเก้าเท่าต่อหน่วยลงทุนต่อปีและเพิ่มอนุกรมทุกปีเท่านั้นเองครับ”

“พระเจ้า............”

.........................................................................

บทสนทนาดำเนินต่อไปสักระยะ  ผู้คนบนเวทีและที่รายล้อมเวทีแห่งนั้นจับจ้องมองในอิริยาบถของเพื่อนตุ้มทุกชั่วขณะ หลายคนสร่างเมากับตัวเลขผลประกอบการและเชื่อว่าอีกหลายคนคงนึกในใจ  ผู้ชายบนเวทีคนนั้นเป็นใคร(หรือเป็นลูกใคร)  เขาทำอะไร   เขาพูดจริงหรือไม่ เขาอาจจะเป็นได้แค่เจ้าชายกำมะลอ  หรือไอ้คนขี้ปดมดเท็จ  ผมเชื่อว่าด้วยลีลาท่าทางไม่ยี่หระต่อสิ่งใดๆของเขา และคำพูดที่ออกจากปากแต่ละคำมันช่างดูหนักแน่น นวลเนียนราวกับว่า  สิ่งต่างๆที่เล่าสู่กันฟังในค่ำคืนนี้ เป็นแค่เรื่องน้อยนิดมหาศาล ที่จะทำก็ได้  หรือไม่ทำก็ได้  และคงพอที่จะทำให้ผู้ฟังสับสนและจับต้นชนปลายไม่ถูกถึงที่มาของชายคนนี้

หึๆๆๆ  “วันเดอร์แลนด์แฟคตอรี่”

เพื่อนตุ้มไม่ได้โกหกแม้แต่คำเดียว.....แค่พูดในสิ่งที่คนฟังอยากได้ยินก็เท่านั้นเอง

นิยามของความสำเร็จ และความภาคภูมิในชีวิตของใครหลายๆคน ที่ได้มาจากเหยียบย่ำและกดขี่ที่เริ่มต้นจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกันและจบลงด้วยหายนะของสิ่งมีชีวิตอื่นๆอีกมากมายเกินกว่าจินตนาการอันต่ำต้อยของมนุษย์จะตระหนักถึงได้  คงไม่เป็นเรื่องแปลก (แต่ถ้าไม่ทำสิจะแปลก)ของคนในยุคสมัยนี้  ยุคที่ธุรกิจเขาพูดกันแค่เรื่องขาดทุนกับกำไร แต่ถ้าจะมีการพูดถึงการ “ขาดทุนคือกำไร”ก็คงจะมีแค่พ่อหลวงไทยพระองค์เดียว  คนเราแลกทุกสิ่งที่ไม่ได้เป็นของตัวเพื่อเงินเพียงอย่างเดียว  แล้วก็เอาเงินนั้นไปตามล่าหาซื้อสิ่งที่ทำลายลงไปกลับคืนมาได้เพียงนิดเดียว

ซีเอสอาร์ก็ดี  คาบอนด์เครดิตก็ดี ใยมิใช่ผลสะท้อนของสิ่งดังกล่าวว่าได้อย่างหดหู่และน่าสมเพช  ข้ออ้างทางศีลธรรมจรรยาและสิ่งแวดล้อมกลายมาเป็นบริบทใหม่ที่ถูกใครหลายคนยกยืมเอามาใช้ในการถลุงใช้ทรัพยากร เพื่อประโยชน์ส่วนตนที่มากเท่าพันทวีกว่านั้นอย่างมีระบบ ระเบียบ และแยบยล

คำว่า “เพื่อมนุษยชาติหรือเพื่อโลก”  หากจะทำให้เกิดผลจริงๆต้องทำโดยคน โดยจิตสำนึกที่แท้  และที่แน่ๆ....ใครๆก็ทำได้ 

ตุ้มลงจากเวทีแวะทักทายคนรู้จักสองสามรายก่อนจะมาทักทายผม

“ไม่บอกเขาไปล่ะว่าวันเดอร์แลนด์คืออะไร”  ผมทักตุ้มด้วยประโยคคำถาม(อีกแล้ว)

“หึๆๆๆๆ  ถ้าป่านนี้ยังไม่รู้กันอีก ก็หมดทางเยียวยากันแล้วล่ะ......ไปๆไปหายาคูลท์กินกันดีกว่า”

“ไม่เอาไวน์ซักแก้วเหรอ  ของฟรีนะ”

“ไม่เอา...ไม่มีจุลินทรีย์แลคโตบาซิลัส”

"เรื่องมากจริง พ่อมหาเศรษฐี"
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 23, 2011, 06:53:53 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #317 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2010, 05:18:11 AM »



ขอเล่าย้อนหน่อยครับ หลังจากเริ่มต้นดินแดนมหัศจรรย์ได้ครบปี(ประมาณต้นปี52) พ่อผมคงเห็นแล้วว่าผมบ้าบริสุทธ์จริงๆ  เลยยกที่นามรดกห้าไร่ซึ่งเก็บค่าเช่าได้ไร่ละห้าร้อยต่อปีให้ผม  ผลเลยขุดจัดแปลงเสียเรียบพณาสูร ได้มาเป็นคันดินสี่คัน น้ำสามร่อง  เตรียมขยายผลป่าแนวใหม่ ชาวนาแถวนั้นเลยสบายไปด้วยทำนาได้ตลอดปี  น้ำท่าอุดมเชียวครับ  เอารูปมาฝากเป็นออร์เดิฟกันก่อน  รายละเอียดจะมาเล่าขยายในภาค3 ชื่อแดนอัศจรรย์ (ไม่ใช่มหัศจรรย์นะครับ) ที่จะตามต่อภาค2 แดนศิวิไลย์  เร็วๆนี้ครับ




ขุดร่องตีโค้งตามถนนเลยครับ  ป่าผืนใหม่กำลังจะเริ่มต้นแล้วในปีนั้น  เทคนิคการขุดยกร่องเพื่อปลูกป่าช่วงหลังๆได้มาจากแปลงต้นแบบนี้ครับ เพราะค่าขุดถูกลงมาก ได้น้ำเหลือเฟือและพื้นที่ปลูกต้นไม้พันกว่าต้นราคาห้าหมื่นกว่าบาท  ใช้งบลดลงเกือบครึ่งแต่ได้พื้นที่ปลูกมากกว่าเดิม(ขุดบ่อเอาดินมาถม)ประมาณสองเท่าครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 18, 2010, 03:26:46 AM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
_^_จ่าชาติ_^_
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 678


« ตอบ #318 เมื่อ: ตุลาคม 17, 2010, 01:44:29 PM »

คิดอะไรมากมายครับขุดแล้วเหมือนได้ฟรี

จริงด้วยครับ ยิงฟันยิ้ม


Liked By: Numdoitung, Deena, vigo74
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 20, 2010, 11:31:03 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
naetsai204
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 409


« ตอบ #319 เมื่อ: ตุลาคม 18, 2010, 08:06:59 AM »

คุณ tumtump เจอคุณในขุนดงมาเห็นสวนป่าของคุณก็วันนี้...น่าชื่นใจนะครับ... รูดซิบปาก

ขอบคุณครับ  อย่าลืมส่งการบ้านมะค่าแต้กับลูกหยีนะครับ ลูกหยีของผมงอกบ้างแล้วสี่ห้าต้น  เดี๋ยวโตอีหน่อยจะเอามาอวดครับ


Liked By: Numdoitung, nomadic_man, wee
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 20, 2010, 11:32:44 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 ... 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 [20] 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 ... 225   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: