หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 [10] 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ... 225   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: นิทานแดนมหัศจรรย์...คนหลงป่า  (อ่าน 1887950 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #144 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2010, 12:00:46 AM »

ขอบคุณที่นำมาเล่าครับ

ใช้มีดอะไรเหลาไผ่ครับ ผมเอามีดอะไรก็ฟันไม่ขาด เลยเอาเลื่อยตัด แต่ไม่รู้จะเอามีดอะไรเหลาให้ปลายแหลม

ตอนนี้เลยเอาปลายทู่ๆจิ้มดิน กดทีใส่แรงทั้งตัวครับ ยิงฟันยิ้ม

ผมใช้อีโต้เหล็กแหนบธรรมดาครับ แต่ลับคมกริบขนาดโกนขนหน้าแข้งได้เลย  เหลาปลายแหลมเรียวด้านนึง  อีกด้านนึงใช้เลื่อยตัดฉากครับ  เพราะต้องปักลึก เลยต้องตอกด้วยค้อนปอนด์  งานนี้เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันครับ


แค่มาบ่น ๆ ให้ฟังน่ะครับ ผมได้ปลูกสักเอาไว้ริม ๆ ขอบที่ ปลูกแบบทิ้ง ๆ เอาไว้ เพราะไม่ค่อยมีเวลาไปดู ก็มีโต ๆ บ้างแล้ว เมื่อเดือนก่อนมีเวลาเดินไปดู ปรากฏว่าเหลือแต่ตอครับ โดนมือดีแอบตัดไปซะแล้ว เฮ้อ เวรกรรม เลยไม่คิดอยากจะปลูกสักอีกเลย ขุดสระเอาไว้ก็เลี้ยงปลาไม่ได้ โดนมือดีแอบมาจับอีก  ปลูกไผ่รวกเอาไว้ ก็มาตัดของเราเอาไปเป็นหลัก ล้อมวัว ไม่รู้จะจัดการกับพวกนี้ยังไงดี ญาติ ๆ กันนี่แหละ ปีนี้ปลูกไผ่เอาไว้อีกหลายกอ ไม่รู้จะมาลักขุดหน่ออีกหรือเปล่า ไอ้เรารึคิดจะปลูกให้มันเป็นป่า จะได้ร่มรื่น ไม่คิดจะตัดด้วยซ้ำไป ยามร้อนจะได้เข้ามาพักร่มกัน เพราะที่ข้าง ๆ ไม่มีรุ่มอะไรเลย เขาปลูกอ้อย ปลูกมันกัน แค่บ่น ๅ ครับ โกรธ ยังไงก็จะปลูกมันต่อไป

เรื่องเพื่อนบ้านและเพลี้ยกระสอบเป็นเรื่องที่เห็นใจจริงๆครับ ผมถือว่าโชคดีมากที่มีอาคอยเป็นหูเป็นตาให้  อย่างไรอย่าท้อครับ ใช้ความพยายาม ค่อยๆปลูกซ่อมไป  ทีละหน่อย  การแสดงตัวของเจ้าของที่และการผูกมิตรกับคนใน้องที่เป็นเรื่องสำคัญ  ผมใช้วิธีให้ชาวบ้านปล่อยน้ำผ่านที่ลงนาลงบ่อ(แม้บางครั้งอาจทำให้คันดินถล่ม) และให้เขาดูดน้ำออกไปใช้ในหน้าแล้งได้ตามอัธยาศัย(จริงๆก็เป็นการลดปริมาณน้ำใว้เผื่อรองรับหน้าฝนในฤดูถัดไป)ช่วยให้ชาวบ้านเขาเป็นมิตรกับผมไปอีกทางครับ 

เอาใจช่วยครับ


ทฤษฎีเพื่อนตุ้มเข้าทีมากครับ ผมขอลองคำนวณแบบนี้นะครับ

แสดงว่าเมื่อปีพ.ศ.2535 ราคาทอง 4,000 บาท/บาททอง วันนี้ราคาทองแท่ง รับซื้ออยู่ที่ 18,250 บาท/บาททอง
โดยเฉลี่ยแล้วทองราคาสูงขึ้นปีละ  791.66 บาท/บาททอง

ถ้าปลูกยางนา 1,000 ต้น ใช้เวลา 30 ปี ขายได้ต้นละ 20,000 บาท จะเป็นเงิน 20 ล้านบาท
ถ้าจะออมทองให้มีมูลค่า 20 ล้านบาทใน 30 ปีข้างหน้า บนสมมติฐานราคาทองที่เพิ่มขึ้นผมให้เพิ่มขึ้นปีละ1,000บาทเลย(แสดงว่าใน30ปีข้างหน้าราคาทองจะอยู่ที่48250บาท/บาททอง)

แพราะฉนั้นจะต้องลงทุนซื้อทองวันนี้ (20,000,000 / 48,250 ) = 415 บาททอง เป็นเงินทั้งสิ้น ( 415x18,250 )= 7,573,750 บาท ครับ


ผมเจอตุ้มสองแล้วครับคราวนี้  ขอบคุณมากเลยครับสำหรับตัวเลข เรามาลองดูกันครับว่าเพื่อนตุ้มพูดถูกจริงหรือเปล่า  แค่สามสิบปีเอง




มองเลยออกไปเห็นผืนนาที่มีน้ำเจิ่งนอง  ป่าปลูกขนาดย่อมๆ  และเพิงพักหลังคาสูงที่แทรงตัวอยู่ในดงไม้

ดินพังเยอะ ปนทรายมากจริงๆ
คงต้องหาแฝกมาลงเพิ่มครับ แล้วคงงดเว้นการเลี้ยงปลานิล มันชอบชอนไชดินตลิ่งครับ
เลี้ยงปลาอย่างอื่นแทน


ปีนี้ลงแน่ครับ สำหรับแฝก  แต่ยังมีน้อยอยู่กำลังขยายพันธุ์อยู่ครับ  ส่วนปลาเนี่ยคงอาจปล่อยพวกสวายตัวโตๆหน่อย เพราะกลัวกลายเป็นอาหารแม่ช่อนอีกครับ (หมายถึงตัวยาวซักสิบเซ็นครับ เขาขายตัวละสองบาท)

ของผมยังอยู่ในช่วงเตรียมการเพราะพึ่งจะเก็บเงินซื้อที่กับเขาได้แต่ยังปลูกอะไรไม่ได้ต้องรอปักเขตแดนให้ชัดเจนและฝนทิ้งช่วง
สักหน่อยเพราะรถแบคโฮทำงานไม่ได้เดี๋ยวคันดินจะพังเวลาขุด ผมตั้งเป้าหมายมาเกือบ20ปีทำงานเก็บเงินหาความรู้ และก็มีความคิดอยากปลูกสวนป่าที่มีต้นไม้พื้นเมือง ไม้เศรษฐกิจ สมุนไพรหรืออะไรก้ได้ที่เราอยากปลูก แต่เพื่อความไม่ประมาทก็เพิ่มพวกยางพาราและไม้ผลเข้าไปเอาไว้เป็นทุนหมุนเวียนบ้าง เราคิดได้แต่ผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็ต้องรอดูกันยาวๆ และจากที่ได้อ่านบทความของใครหลายๆคนก็พบว่ามีคนคิดเหมือนเราหรือเราคิดเหมือนเขาเหล่านั้นเยอะเหมือนกัน ผมไม่แปลกใจเลยที่มีคนถามว่าคุณว่าปลูกไปทำไมและทำแล้วได้อะไร เพราะผมก็โดนถามและแซวจากคนรอบข้างอยู่ทุกวันว่าคุณคุณทำอะไร ทำงานในโรงงานดีๆไม่ชอบไปตากแดดให้ตัวดำทำไม แม้แต่ที่บ้านผมยังเก็บเป็นความลับเลยไม่บอกใคร จนกว่ามันจะเห็นเป็นรูปเป็นร่างนั่นแหละค่อยเปิดตัว ผมชอบเที่ยวป่าและมีความสุขที่ได้เห็นต้นไม้ เวลามีคนถามผมว่าทำไปทำไม ผมตอบง่ายๆและสั้นๆว่า "  ก็มันเป็นความสุขของกูอ่ะ " ตอนนี้
วางแผนและเตรียมกล้าไม้ไว้เบื้องต้นคร่าวๆก็ 300 กว่าต้นแล้วนี่เป็นไม้ป่ากะไม้พื้นเมืองบางต้นยังไม่รู้จักเลยต้องถ่ายรูปไว้เตือนความจำ

ลุยเลยครับ คุณเสรีชน นอกจากความสุขที่จะได้รับกลับอย่างคาดไม่ถึงแล้ว วันนึงสิ่งนี้แหละที่จะเป็นหลักประกันที่ยั่งยืนให้สำหรับทุกคนในครอบครัว  ผมเชื่ออย่างนั้นจริงๆนะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 30, 2010, 03:46:23 AM โดย tumtump » บันทึกการเข้า

tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #145 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2010, 05:00:03 AM »

ตอนที่19  เปิดเทอมปี3


โรงเรียนเปิดเทอมแล้ว  กรุงเทพฯรถติดขึ้นทันตาเห็น ช่วงเวลาแบบนี้ตอนเป็นเด็กเป็นเวลาที่น่าเบื่อที่สุดในโลก  ตอนเรียนมหา'ลัยก็สนุกขึ้นหน่อย  ได้ดูเด็กเข้าใหม่ น้องๆเฟรชชี่ สำหรับรุ่นพี่ถ้าชั้นปีสามขึ้นไปเนี่ยจะดูมีบารมี เป็นที่สนใจของน้องนางบางคน....แต่คงไม่ใช่ผมแน่ๆ(เอ่อ..ตรวจจับรังสีอำมหิตจากทางด้านหลัง..... ขณะพิมพ์)

ณ  ปัจจุบัน มหา'ลัยต้นไม้ของผมก็เปิดเทอมเช่นกัน  ผมรู้สึกตื่นเต้นและกระตือรือร้นเป็นพิเศษ แม้จะไม่มีน้องเฟรชชี่สาวๆมาเป็นแรงจูงใจ มีแค่กล้าไม้ที่เพาะจากเมล็ดด้วยตัวเองหลากชนิดจำนวนนับร้อยเท่านั้น  ที่พอจะนับเป็นน้องใหม่ล่าสุดของแดนมหัศจรรย์แห่งนี้  กับประสบการณ์สองปีเต็มที่ได้ฝึกปรือการปลูกต้นไม้ที่ส่วนใหญ่จะต้องซื้อหาและเพาะเองจำนวนหนึ่ง  มาเป็นกล้าไม้ที่เพาะเองจำนวนมากซื้อเพิ่มจำนวนน้อย

ความต่างกันของอารมณ์การปลูกคือ ผมจะทะนุถนอมต้นไม้รุ่นนี้มากขึ้น  ประณีตในการปลูกมากขึ้น เพราะซื้อมาปลูกแล้วตายก็แค่เสียดายตัง  แต่ถ้าต้นไม้ที่เพาะเองตายมันจะเสียดายความตั้งใจที่ดูแลเอาใจใส่กล้าไม้เล็กๆมาแรมปี

แน่นอน ผมปลูกแบบครบกระบวนการ  ขุดหลุม  บรรจงกลบตุ้มกล้าไม้(ที่เพาะเอง) รดน้ำผสมอีเอ็ม(ทำเอง) เหยียบกดให้โคนแน่น ต้นตั้งตรง  คลุมฟาง  เป็นอันจบกระบวนการ

ค่อยๆทำไปเช้าห้าสิบเย็นห้าสิบ  มีเวลาสองช่วงที่เหมาะแก่การทำงานกลางแจ้ง เดือนนึงมาได้แค่สองวัน  ต้องลุยเต็มกำลัง รู้สึกได้ทันทีถึงคำว่าอาบเหงื่อต่างน้ำเนี่ยเป็นยังไง  แต่ละรอบผมต้องเปลี่ยนเสื่อถึงสามตัว วันนึงต้องเตรียมเสื้อมาห้าถึงหกตัวเลยที่เดียว

เสื้อผ้าที่ไม่เคยได้เอามาใส่หลายตัวในตู้ถูกปลุกขึ้นมารับใช้นายเก่ากันก็ในคราวนี้  และที่ผมยังสามารถใส่เสื้อสมัยเก่าๆได้อยู่ ก็อาจเป็นเพราะการได้มาออกกำลัง เหวี่ยงจอบขุดดินนี่แหละ  ที่ยังช่วยคุมรูปร่างผมไม่ให้ไปไกลเกินทน  สำหรับคนที่กินตามปากอย่างผม  นี่ไงข้อดีอีกข้อของการมาปลูกต้นไม้  เอาค่าฟิตเนสแพงๆที่เคยจ่าย มาเป็นค่าน้ำมันรถขับมาปลูกต้นไม้ได้สบายๆ

โดยทฤษฎีของเพื่อนตุ้ม ผมควรปลูกต้นไม้ให้ได้ปีละห้าร้อยต้น ในช่วงเวลาที่ตั้งใจว่าจะปลูกไปเรื่อยๆอย่างนี้สิบปี  เพื่อให้ร่มเงา เก็บกินเก็บขาย และตัดใช้เพียงหนึ่งในสาม  ดังนั้นในหนึ่งครั้งที่มาสวนผมควรต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการปลูกอย่างน้อย ร้อยถึงสองร้อยต้น  ซึ่งขึ้นอยู่กับฟ้าฝนจะเป็นใจด้วย  นี่ยังไม่นับงานขยายแฝก และพืชเรี่ยดินกินหัว

แม้ฝนปีนี้จะมาช้า  ทิ้งช่วงจนไร่นาเสียหาย  วิธีการปลูกรดน้ำอย่างประณีตและการคลุมฟางของผม  ประกอบกับกล้าไม้ที่เพาะเอง โดยไม่มีการใช้เคมีเร่งใบให้ดกเขียว  กล้าไม้น้อยๆดูง่อยๆของผม  กลับสู้ทนกับสภาพดินฟ้าอากาศที่วิปริตได้อย่างไม่น่าเชื่อ  เรียกว่าการถูกฟูมฟักมาด้วยวิธีการตามธรรมชาติ ปล่อยให้อดๆอยากๆบ้างเวลาไม่ใครรดน้ำ เมื่อปล่อยรากลงดินแล้ว  กล้าไม้น้อยๆเหล่านี้หากินเองได้ดีอย่างเหลือเชื่อ จนผมต้องทึ่งในความพยายามที่จะมีชีวิตรอดให้ได้เพื่อรอหน้าฝนจริงๆที่จะมาอย่างชุ่มฉ่ำในเดือนถัดไป


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 23, 2011, 06:38:48 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #146 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2010, 05:04:57 AM »



ต้นประคำควาย สมอภิเพก ชิงชัน ประดู่ มะม่วงป่า มะม่วงหิมพานต์ ฯลฯที่เพาะเอง กับต้นจันทน์เทศ และกานพลู ที่ได้ฟรีมาจากชุมพร  ชุดนี้เป็นกลุ่มสมุนไพรยืนต้นที่นำมาปลูกผสมกับไม้ป่าเนื้อสวย



ไผ้เลี้ยงสีทองที่ลำบากลำบนไปขุดแยกเหง้ามาด้วยตัวเอง โดยไม่ได้มีอุปกรณ์ขุดที่ถูกต้อง เล่นเอามือพองผมชำถุงใว้ได้สัปดาห์เดียวแล้วก็เอามาลงดิน ทีแรกนึกว่าจะตาย แต่สุดท้ายก็โตได้ดี  ส่วนหน่อกล้วยหอมทองนั้นซื้อมาจากคุณเอนกครับสิบสองบาทเอง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 30, 2010, 05:27:11 AM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #147 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2010, 05:33:33 AM »



ขุดและกลบไปพลางๆ รอรดน้ำกับคลุมฟางทีเดียว  ภาพเก่าๆกลับมาอีกครั้ง......ภาพความโล่งเตียนของแปลงปลูก กับต้นไม้น้อยๆ



ผลงานในหนึ่งวันครับ ปลูกได้เกือยร้อยต้น  รดน้ำคลุมฟางเสร็จตกดึกฝนเทลงมาอย่างชุ่มฉ่ำ เช้ามาก็มีสภาพเช่นนี้ เฮ้อ...ชื่นใจจริงๆ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 31, 2010, 01:43:46 AM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
หนูพิม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 12072


นกที่ออกหากินแต่เช้าจะได้หนอนตัวใหญ่&ไม่ต้องบินไกล


« ตอบ #148 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2010, 06:26:13 AM »

ชื่นใจด้วยอีกคนค่ะ  แวะมาเยี่ยมชมผลงานละให้กำลังใจ  อีกไม่นานคงได้ชมภาพเขียวชอุ่มไปทั้งผินดินนะคะ อายจัง
เห็นไผ่และกล้วยหอมทองแล้วบอกตรงๆอยากจะปลูกมากๆเลยค่ะ...แต่ยังไม่มีโอกาส...รอชื่นชมไปก่อนละกันเนอะ ยิงฟันยิ้ม


ขอบคุณมากครับ  ไผ่และกล้วยหอมรุ่นนี้ติดหน่อออกผลเมื่อไหร่จะเก็บรูปมาฝากคุณหนูพิมนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 31, 2010, 05:50:27 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า

"If you try to do it's difficult to do.But if you want to do it's easy to do"
              บ้านสวนทวีกานต์..วิมานดินของหนูพิมเริ่มต้นขึ้นแล้ว...23454
bangpean
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 391


« ตอบ #149 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2010, 10:20:49 AM »

 อายจัง อายจัง อายจัง ดังๆ ค่ะ มาดูกี่ที ก็ชื่นใจ


ขอบคุณครับ


Liked By: sakura123
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 31, 2010, 05:51:51 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
khundong
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1676


« ตอบ #150 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2010, 11:08:19 AM »

ตัดกิ่งไม้แถวนั้นทำหลัก เอาฟางข้าวเส้นยาวๆหรือ กาบกล้วยแห้งมัด ก็เข้าหลักพอเพียงดีครับ ต้นไม้จะได้ไม่โยกไปเอนมา เวลามีลมครับ

ขอบคุณมากครับอาจารย์ ต้นไม้รุ่นนี้เป็นส่วนใหญ่เป็นผลผลิตจากขุนดงเกือบทั้งนั้นครับ  คุณภาพคัดสรรแล้วโดยธรรมชาติ งอกงามได้ดีอย่างไรจะเอารูปมาให้ชมต่อไปครับ  ที่บ้านยังมีอีกชุดใหญ่ครับ รอลงกลางๆฝนนี้
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 31, 2010, 05:56:48 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
kidkla
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 277


« ตอบ #151 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2010, 11:54:10 AM »

หนึ่งวันปลูกได้เกือบร้อยต้นเลยหรือค่ะ  ของเรา ไม่ถึง 20 ต้นก็หมดแรง ยกจอบไม่ขึ้นแล้วค่ะ เมื่อวานปลูกได้ 13 ต้น กับปลูกข้าวโพดได้ 15 หลุม ต้องอึดกว่านี้ สู้ๆค่ะ


จริงๆก็เหนื่อยอยู่ครับปลูกร้อยต้น  แต่ช่วยกันสองคนกับแฟนปลูกกันไปคุยกันไปก็สนกจนลืมเหนื่อย ไหนจะต้องแข่งกับเวลาแดด เวลามืด อะดรีนาลีนมันเลยทำงานดีเหมือนใช้สารกระตุ้นกันเลยครับ   ช่วงหลังๆมานี่กำลังอยู่ตัว ปลูกแบบสบายๆครับ  อีกอย่างปลูกไม้ป่าไม่ต้องขุดหลุมกว้างและไม่มีกระบวนการรองก้นหลุม ประกอบกับพื้นที่โล่งเนียนมาแล้ว  ไม่เลียเวลาถางหญ้าออกก่อนปลูก เลยทำเวลาได้เร็วครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 31, 2010, 06:01:52 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
cat007
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1479


« ตอบ #152 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2010, 12:34:51 PM »

มาแอบดูเรื่อยๆครับ เห็นแล้วสดชื่นดี

ขอบคุณครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 31, 2010, 06:02:15 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
sutharnthip
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1612


« ตอบ #153 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2010, 02:14:34 PM »

เข้ากระทู้นี้แล้วมีความสุข สำนวนการเขียนอ่านแล้วเคลิ้มตามจนไม่อยากหยุดอ่านเลยค่ะ ติดตามอ่านทุกวันค่ะ ลุ้นตามตลอด กำลังจะเดินตามรอยค่ะ ... ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ


ขอบคุณมากครับสำหรับการติดตาม นิทานเรื่องยาว มีสี่ภาค รอชมนะครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 31, 2010, 06:03:52 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
SteamTurbine
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1052


« ตอบ #154 เมื่อ: สิงหาคม 30, 2010, 04:19:33 PM »

ตอน17  ทฤษฎีเพื่อนตุ้ม

เมื่อมีคนถามนักว่าปลูกป่าไปทำไม  เก็บผลขายก็ไม่ได้ จะใช้ไม้ต้องรอไปอีกหลายสิบปี   ในความเป็นจริงของการตอบแก้สงสัยในนาทีนั้น  คงไม่สามารถอธิบายอะไรได้ยืดยาว  ไม่สามารถยกเหตุผลที่ดีเลศมาบอกกล่าวภายในระยะเวลาชั่วคนเดินผ่าน.....ขี่จักรยานผ่าน......จูงวัวเดินผ่าน.....ขับรถ(อีแต๋น)ผ่าน  หากอยากรู้จริงๆ ต้องมานั่งจับเข่าคุยกัน

ผมมีเหตุผลเป็นร้อยที่จะอธิบายได้ว่าปลูกป่าแล้วจะได้อะไร  แต่ในนาทีนี้ ในยุคที่เงินตราคือทุกสิ่ง คำตอบในเรื่อง"มูลค่า"ที่ได้กลับคืนดูเหมือนจะเป็นคำตอบที่รับง่าย  เข้าใจได้ง่ายกว่าคำตอบในเรื่อง"คุณค่า" ซึ่งเป็นเรื่องย่อยยาก เสพยาก มากกระบวนการ

แรกๆคำถามมาจากคนแถวที่เกิดเหตุ  ภายหลังเริ่มมีเข้ามาเรื่อยๆจากเพื่อนร่วมงานในกรุงเทพ  ที่เริ่มรู้แล้วว่า ผมกำลังทำอะไร และสนใจหมกมุ่นกับเรื่องอะไรอยู่..... ไปได้ทุกเดือน  ปลูกต้นไม้เนี่ย  มันมีอะไรดี?

ผมมีเวลาอธิบายคนกลุ่มหลังมากกว่า หากดูจากพฤติการณ์   แต่การจะอธิบายในมุมของคุณค่าและความรู้สึกที่ได้รับกลับคืนจากการปลูกต้นไม้  มันก็จะดูเสมือนว่าผมนั่งเล่านิทานในดินแดนมหัศจรรย์เกินไป   อะไรมันจะดีไปหมดขนาดนั้น...  คิดในมุมของนักการตลาด การนำเสนอสิ่งดีๆ  ต้องสร้างแรงจูงใจที่จับต้องได้ หรือมีตัวเลขที่น่าสนใจประกอบการบรรยาย

เรียกว่าเอาสิ่งที่คนนิยม  มาสร้างแรงจูงใจ  ไม่เงินก็ทอง  ต้องอ้างอิงอะไรสักอย่าง

ผมนึกถึง "เพื่อนตุ้ม" ขึนมาจับใจ  

ตุ้ม ผู้มีไอเดียบันเจิด  เจ้าพ่อทฤษฎี ที่ไม่เคยได้รับการรับรองใดๆว่าเป็นจริงได้ เป็นอับดุลที่สามารถหาคำตอบข้างๆคูๆมาแถ  เพื่อให้ทฤษฎีที่ตุ้มตั้งขึ้นเองดูน่าเชื่อถือ  

ผมดูว่าเพื่อนตุ้มเหมาะที่จะถูกใช้เป็นที่ปรึกษาสำหรับงานที่หาคำตอบยากอย่างนี้

กริ๊งๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ตุ้ม!!!! ผมเอง คุณสบายดีหรือเปล่า
อืม....(คิดพักนึง)  กันสบายดี
เรามีเรื่องจะปรึกษาน่ะ คือ....ตอนนี้ผมปลูกต้นไม้น่ะ ปลูกป่า  ผมคิดว่ามันดี  เอ่อ...บลาๆๆๆๆ........(เล่ายาวมาก).... สุดท้ายนะตุ้มแย่สุดผมก็แค่ตัดไม้ขาย ถึงตอนนั้น ต้นนึงคงได้หลายหมื่นอยู่
อืม  ก็ดีนี่....ไม่น่าเชื่อโง่ๆอย่างนายจะรู้จัก "ทฤษฎีต้นไม้ทองคำ"(นั่นไง..เพื่อนตุ้มมักโยงทฤษฎีที่เข้ากันได้กับ"เรื่องเล่า"จนผมทึ่ง)
อะไรทองคำนะตุ้ม
ต้นไม้...
มันทองคำยังไง....
"นายลองทบทวนดูนะ (ตุ้มพูดเนิบ  ช้า เหมือนว่าทุกคำพูดที่ออกมาจากปากผ่านการกลั่นกรองมาอย่างถี่ถ้วน) มีไม่กี่สิ่งที่จะเพิ่มมูลค่าตามยุคสมัย เรียกว่าสามารถแปรผันได้ตามอัตราเงินเฟ้อ และสเถียรกว่าเงินสดๆในมือและที่อยู่ในธนาคาร  เขาว่ากันว่ามันคือ หุ้น อสังหาฯ และทองคำ ทองคำเมื่อปีสามห้าราคาสี่พัน ปีห้าห้า มิสิทธิ์สูงมากที่จะทะลุถึงสองหมื่น ทองคำนอนอยู่นิ่งไม่มีใครไปทำอะไรกับมัน  มันก็ยังมีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้เอง  เพราะอะไร?"
เวลา...
ใช่  และต้นไม้ก็เช่นกัน ยิ่งนานก็ยิ่งโต สร้างเนื้อไม้เพิ่มมูลค่าให้ตัวมันเอง  เรียกว่าใช้ปัจจัยเดียวกับทองคำเลยทีเดียว
จริงด้วย...
ใครมีทองคำพันบาทวันนี้นี้ใยมิเท่ากับว่ามีมูลค่าเป็นเงินสดร่วมยี่สิบล้าน เช่นเดียวกับคนที่ครอบครองต้นยางนาใหญ่ๆพันต้น
ใช่ๆ  จริงๆด้วย....
มันมีข้อต่างก็ตรงที่ ใครที่ถือทองคำพันบาทในวันนี้ ต้องมีเงินสดไปซื้อทองสี่ล้านบาทถ้วนเมื่อยี่สิบปีที่แล้ว...มีมั๊ย เงินน่ะ สี่ล้านเมื่อปีสามห้าเนี่ย  มหาศาลเลยใช่ใหม  แต่ใครปลูกยางนาพันต้นวันนั้นเสียพันเดียวเองนะ  มีเงินวันนี้เท่ากันยี่สิบล้าน  
จริง...เจ๋งมากเพื่อนตุ้ม เราไม่เคยได้ยินทฤษฎีอะไรเยี่ยมยอดเท่านี้มาก่อน
แน่นอน..นายพูดอยู่กับใคร
ใช่ๆ..ตุ้ม...โอ้ววว  ตุ้มเพื่อนรัก  แค่นี้นะ  จะไปปลูกยางนา

กริ๊ก....

ผมฮึกเหิมขึ้นเป็นกอง ผมต้องนำทฤษฎีของตุ้มออกไปขยายความเล่าต่อ หรือใว้ตอบคำถามคนบางประเภท ผมว่าเรื่องนี้มันเร้าใจดีเหมาะกับการเอาใว้สร้างแรงจูงใจให้กับตัวเองและผู้อื่น

แม้มีคำถามมากมายที่จะถามตุ้มต่อ เช่นว่า แล้วถ้าไม่มีที่ปลูกต้นไม้จะทำอย่างไร ผมก็ต้องรีบหุบปากใว้กลัวตุ้มด่า แม้ตุ้มจะพูดน้อยแต่ก็ด่าเจ็บ(เมื่อกี๊ก็เพิ่งโดนมา) ใช่ ผมกลัวจะได้รับคำตอบประมาณว่าให้เลือกระหว่างหาเงินสี่ล้านกับหาเงินหมื่นซื้อที่ทำกินถูกๆสักสิบไร่  ผมเลือกอย่างหลังแหงอยู่แล้ว  

จะเอายี่สิบล้านมันต้องลงทุนกันบ้าง  ผมคิด

เพียงแค่ต้องการหาเหตุผลจูงใจใว้ตอบคำถามคนอื่น ผมกลับได้รับแรงบันดาลใจอย่างไม่น่าเชื่อ  จริงของตุ้ม ผมไม่เคยมองต้นไม้ในมุมนั้น  

......เพราะจริงๆผมเริ่มต้นเพียงเพื่อต้องการความร่มเย็น ก็เท่านั้นเอง......
 






คิดไปคิดมา อ้อนึกขึ้นมาได้

ผมก็เพื่อนตุ้มนะ ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม



อ้าว..... ก็คนกันเองทั้งนั้น   ว่างๆจะมาเล่าเรื่องเพื่อนตุ้มให้ฟังอีกครับนายคนนี้เขาเรื่องเยอะ


Liked By: Numdoitung, sakura123
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 31, 2010, 06:05:15 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า

สายพิณ ตึงไป เจ้าจึงขาด

1/76 ม.พลัสซิตี้พาร์ค ถ.หัวหมาก แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. 10240
lompayu
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1163



« ตอบ #155 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 08:59:59 AM »

แม่มด (ในนิยาย)... แลบลิ้น แวะมาเป็นกำลังใจให้จ้า  ยิ้มกว้างๆ ยิ้มกว้างๆ  ยิงฟันยิ้ม


ขอบคุณครับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 31, 2010, 06:05:40 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
sutharnthip
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 1612


« ตอบ #156 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 10:46:06 AM »

ตอนต่อไปยังไม่มาแฮะ  ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม

คืนนี้มาเขียนต่อแน่นอนครับ


Liked By: sakura123
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 31, 2010, 06:06:27 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
Winny
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 352


« ตอบ #157 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 12:05:31 PM »

ขอให้กำลังใจและขอตบมือให้ดังๆ เลยค่ะ นอกจากเป็นเกษตรกรแล้วน่าจะเป็นนักประพันธ์ด้วยนะค่ะเขียนบรรยายได้ชัดเจนอ่านแล้วน่าติดตาม


ขอบคุณมากครับ  จริงๆยังเป็นแค่นักเล่านิทานราย(สอง)วันกับเกษตรกรรายเดือนเองครับ


Liked By: sakura123
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 31, 2010, 06:09:18 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า

วารุณี
77/38 ม.ชัยพฤกษ์-สุวินทวงศ์ โครงการ 1
อ.มีนบุรี กรุงเทพฯ 10510
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #158 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 08:11:41 PM »

ตอนที่20  ความสามารถ(ไม่)พิเศษ กับความกังวลที่หายไป

ใครบางคนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในสังคมทุนนิยม เคยพูดว่า เกษตรพอเพียงเป็นแค่นิยายขายฝัน เป็นการหลอกคนหลายคนให้กลับไปฝันจมอยู่กับความรุ่มรวยแบบในอดีต เพียงเพราะเราไม่มีกำลังความสามารถที่จะตามทันปัจจุบัน และไล่ล่าอนาตค (ฝรั่งบางคนอ้างตนเป็นผู้รู้ที่สามารถฉายภาพ "เมื่ออนาคตไล่ล่าเรา")

นายของเพื่อนผมคนนึงแดกดันผมว่า จะรู้ไปทำไมเรื่องของอดีต เรื่องประวัติศาสตร์ (ตอนนั้นผมกำลังสนใจเรื่องของเด็กผู้หญิงฝรั่งชื่อโซฟี ซึ่งนักเขียนเป็นคนในอดีต  ตายไปแล้ว) อนาคตที่กำลังจะมาเป็นสิ่งที่สำคัญ  โลกในยุคหน้าหลายอย่างจะเลวร้าย เราจะเดือดร้อนและไม่มีที่ยืน หากเราไม่ทำความรู้จักกับอนาคต

เรื่องของเด็กโซฟีกลับบอกผมว่า หากเราไม่เอาความผิดพลาดตลอดสามพันปีของมนุษย์มาศึกษา "เราจักต้องเป็นผู้หาเช้ากินคำตลอดไป"  ผมคิดว่าการรู้จักให้ความสนใจและค้นคว้าภูมิปัญญาค้นหาความสำเร็จและความผิดพลาดจากอดีตนั้น  มันมีความสำคัญขนาดที่ทำให้เราคาดเดาอนาคตได้เลยทีเดียว 

ไม่ต่างกับต้นไม้ที่มี  กิ่ง ก้าน ใบ ผล อันดกงาม จะเหลืออะไรหากไม่มีรากแก้วและรากแขนงคอยยึดโยงตัวเองใว้ยามปะทะสายลมแรงหรือพายุใหญ่  ก็มีอันคงต้องล้มครืนลงในสักวัน

ในวิชาชีพที่ผมทำงาน มีหลายคนบอกว่าผมเป็นคนที่มีความรู้มีสามารถสูง  ผมก็เคยหลงไหลไปกับความชื่นชมนั้น หากเมื่อวันเวลาผ่านไปนานๆเข้า ผมโตขึ้น คิดเองเป็นขึ้น ผมกลับพบว่า ไอ้สิ่งที่เขาว่าผมสามารถ มันเป็นเพียงแค่ความสามารถพิเศษล้วนๆ  ความสามารถที่ไม่ค่อยจะจำเป็นต่อตัวเองเท่าไหร่เลย  แถมเป็นความสามารถที่ต้องขึ้นตรงกับนายจ้าง ความสามารถที่แลกได้กับเงินตราเพียงอย่างเดียว

สรุปว่าเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษ แต่กลับไม่มีความสามารถปรกติ.....หรือความสามารถที่มนุษย์คนหนึ่งๆพึงจะมี

ในระยะยาวผมตายแน่ๆ หากในแต่ละเดือนไม่มีเงินโอนเข้าบัญชีมา

ผมเริ่มกังวลกับความเป็นคนที่มีความสามารถพิเศษเสียแล้ว

ผมเริ่มค้นคว้าว่าก่อนระบบเงินตราจะฝังรากลึกลงบนแผ่นดินไทย คนเราอยู่กันได้อย่างไร ใช้ชีวิตอย่างไร และคนๆนึงสามารถทำอะไรได้บ้าง ผมค้นพบถึงเรื่องมหัศจรรย์อันหลากหลายว่าคนโบราณนั้นรู้อะไรมากมายและทำอะไรเองได้หลายอย่าง  ต้องใช้เงินซื้อหาไม่กี่อย่าง  ผิดกับปัจจุบัน ทำเก่งอยู่อย่างเดียวซื้อมันทุกอย่าง  สะท้อนนิยามการพัฒนาชาติตามแผนพัฒน์สมัยแรกๆที่ว่า "งานคือเงินเงินคืองานบันดาลสุข" เป๊ะเลย

คนยุคนี้ ลองไม่มีเงินดูสิ..... ตาย

การหาทางออกต่อความกังวลของผม ดึงผมไปรู้จักกับใครคนนึงในครั้งแรก คนนั้นคือ....เพื่อนตุ้ม

ก่อนรู้จักตุ้ม ผมเคยได้ยินเรื่องเล่าอันประหลาดผิดยุคของคนคนนี้ คนที่วันๆไม่ค่อยจะทำอะไร เพราะให้เหตุผลว่าจะกระทำเท่าที่จำเป็น คนที่ไม่ค่อยมีงาน(แต่บางครั้งก็งานมาก)  และคนที่ไม่ค่อยมีเงิน(และบางครั้งก็มีเงินมาก)  แต่อยู่ทนข้ามผ่านเวลาใช้ชีวิตร่วมกับคนมากหน้าหลายตาตั้งแต่ยาจกยากจนยันคหบดีผู้มั่งคั่ง

ตุ้มตอบคำถามแรกของผมที่ว่าความสามารถปรกติของมนุษย์คืออะไร

"ยืนหลังตรง ล่าสัตว์ และการเพาะปลูก"

"ยังไง..." ผมถาม

"ก็ความสามารถจัดการเรื่องปากท้องไง กินอิ่มแล้วจึงก่อสติ มีสติแล้วจึงเกิดปัญญา  พอมีปัญญา ก็จะทำอะไรที่พิเศษขึ้นได้"

"หากไม่สามารถล่าสัตว์ได้และเพาะปลูกไม่เป็น แต่มีสมองสร้างเงินได้ล่ะ"

"ก็ดีนี่ ยังทำเป็นตั้งหนึ่งอย่าง"

"นี่ตอบแดกกันหรือเปล่า?"

"เปล่า...เพราะมนุษย์อ้างว่าวิวัฒนาการมาจนสูงสุดในบรรดาสิ่งมีชีวิตในโลกนี้  แมงกระพรุนยังอ้างเลยว่าตัวเองเป็นวุ้นที่ดีทีสุดในจักรวาล  ตัวกินมด หากินแต่มดอย่างเดียว นายหาแต่เงินเป็นอย่างเดียว ไม่อายตัวกินมดบ้างเหรอที่อวดอ้างตัวเกินจริง"

"ผมไม่เคยอ้าง ชาร์ลส์ ดาร์วินต่างหาก"

............

ถึงแม้ตุ้มจะพูดจาดูกวนตีน แต่สิ่งที่ตุ้มพูดก็สะกิดใจผมไม่น้อย

ใช่  ผมมันเป็นแค่คนที่มีแต่ความสามารถพิเศษ  และความสามารถนั้น ก็สร้างความกังวลให้ผมไม่น้อยเช่นกัน  การทำอะไรได้ดีเพียงอย่างเดียวก็เหมือนหลักยึดอันสุดท้าย ที่เมื่อโค่นหักลงเมื่อไหร่ อนาคตผมก็คงจบไปกับมัน

แล้วดินแดนมหัศจรรย์ของผมก็เริ่มต้นจากจุดนั้น

ผมปลูกต้นไม้ และเริ่มฟื้นฟูความสามารถปรกติของมนุษย์ในตัว ความสามารถในการทำอะไรได้หลายอย่าง รู้อะไรในหลายสิ่ง  เชื่อมโยงเข้ากันอย่างมีพลวัต และประยุกต์สิ่งเหล่านั้นเข้ากับงานในชีวิตประจำวันได้อย่างแนบเนียน  ก่อเกิดความมั่นใจและเชื่อมั่นในตนเอง ลดคลายความกังวลต่ออนาคตจากหลักประกันเรื่องปากท้อง 

การเรื่มต้นเรื่องเล็กๆน้อยๆจากการปลูกต้นไม้ ไม่น่าเชื่อว่าจะส่งผลสะเทือนถึงการงานในวิชาชีพ ผมค่อยๆเรียนรู้วิถีแบบตุ้ม ไม่ค่อยอยากทำอะไรมาก ไม่ไขว่คว้าหาเงินทองมากๆ(หากต้องแลกมาดวยการทำงานหนัก) ไม่มีข้ออ้างอีกต่อไปในการทำอะไรเพิ่อเงินเพราะผมมีอีกหลายสิ่งในแดนมหัศจรรย์ที่ดีกว่านั้นที่กำลังค่อยๆเพิ่มพูนและรอคอยผมอยู่  ผมเลือกงานได้มากขึ้น มีเวลาให้งานแต่ละงานมากขึ้น  คุณภาพของงานแต่ละชิ้นก็ดีขึ้น  และทั้งหมดก็ย้อนกลับมาที่คำพูดเดิมว่า...ผมมีความสามารถมากขึ้น(ผมจึงได้รับเงินที่มากขึ้นด้วย) หากแต่ใครจะรู้ว่าความสามารถนั้นเพิ่มพูนมากขึ้นจากแค่การปลูกต้นไม้เท่านั้นเอง

ภาพอนาคตที่ชัดเจน นาทีนี้ ผมเห็นกระจ่างชัดเลยว่า อีกสิบปีผมจะนั่นๆนอนๆเล่นอยู่ที่ไหน
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 23, 2011, 06:39:17 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
tumtump
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1553


« ตอบ #159 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 08:30:21 PM »



ได้เรียนมาเยอะเกี่ยวกับการใช้แฝกรักษาแนวตลิ่ง ใช้คลุมดินแทนฟาง คราวนี้ถึงวิชาปฏิบัติ....เกี่ยวแฝกคลุมโคน  และขุดแยกเหง้าไปขยายพันธุ์  ต้องใส่ถุงมือและเสื้อแขนยาวเลยครับ  มันคัน




เติมขี้วัวลงบ่อเสียหน่อย ให้อาหารปลาและสร้างตะไคร่เขียวเพื่อช่วยให้น้ำใสขึ้น  ไปทีก็ลงบ่อละสี่กระสอบ  มุมละกระสอบ และหัวร่องอีกร่องละหนึ่งกระสอบ   ขี้กระจายเต็มบ่อครับ  พอมาอีกเดือนก็หายหมด  ไม่เหลือ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 13, 2010, 12:48:26 PM โดย tumtump » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8 9 [10] 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ... 225   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: