หน้า: 1 [2] 3 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ใครเคยกู้เงินธกสมั่งครับ  (อ่าน 62900 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
น้าน้อย
seller
*
ออนไลน์ ออนไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 2495

*โชคดีที่ได้อยู่แก่*


« ตอบ #16 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2010, 07:24:37 AM »

 ;)เคยกู้มาเอาสลากค้ำกู้ได้ 80 เปอเซ็นดอก 4บาทกว่าเองดอกถูกมากๆ คนที่กู้โดยเข้ากลุ่มถ้ามีความตั้งใจใช้หนี้จริงไม่น่าถูกยึดที่นะ โกรธ >:(เพราะ ธกส ยืดหยุ่นการใช้หนี้มั๊กใช้แต่ดอกยังได้เลย อายจัง อายจัง อายจัง ทำเรื่องแป๊บเดียวได้และ จุมพิต จุมพิต


Liked By: 8888
บันทึกการเข้า

ในวิกฤตย่อมมีโอกาส  อย่าท้อ  อย่าท้อ
 24 ม.4 ต.ตะกาง อ.เมือง จ.ตราด 23000 โทร 084-7791406

lincoln
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 182


« ตอบ #17 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2010, 10:31:30 AM »

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ คุณmeowkku มากเลยครับ อุตส่าห์อธิบายและพิมให้ตั้งยาวขนาดนี้
ซาบซึ้งในน้ำใจจริงๆครับ ผมไปติดต่อธนาคารสองสามครั้งแล้ว พนักงานยังไม่อธิบายขนาดนี้เลย
อ่านดูแล้วก็พอจะเข้าใจขึ้นมาบ้าง แต่ผมดูในสมุดบัญชีก็ยังงงๆอยู่ดี พ่อผมส่วนใหญ่จะไปจ่ายเป็นก้อน
ได้เงินมาบางที สามหมื่น บางทีสองหมื่น บางทีห้าหมื่น แกจะไปจ่ายประมาณปีล่ะสองสามครั้ง
(พ่อไม่ค่อยได้เข้าเมืองนานๆเข้าทีก็จะไปจ่ายธกสที) จ่ายมาเกือบสิบปีแล้วยอดหนี้ห้าแสน
ยังเหลืออีกสามแสนกว่าอีก ผมดูบัญชีแล้วก็ไม่เข้าใจตอนนี้ธนาคารแยกเป็นสองบัญชี บอกว่าอีกบัญชีนึง
ประมาณแปดหมื่นไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย ถ้าแบบนี้ผมจะจ่ายเฉพาะบัญชีที่มีดอกเบี้ยก่อนได้มัย
และขอถามคุณmeowkku อย่างนี้ครับ ถ้าตอนนี้ผมมียอดหนี้ 350000 บาท ผมอยากจ่ายให้หมด
ภายใน 5 ปี ผมต้องจ่ายยังไงครับ ต้องไปคุยกับธนาคารยังไงมัย เท่าที่ผมไปคุยเจ้าหน้าที่ธนาคารบอกว่า
ปกติของธนาคาร จะให้จ่ายปีล่ะสองครั้ง หรือคุณmeowkku มีอะไรแนะนำมัยครับ ขอบคุณคุณmeowkku
มากเลยน่ะครับ ผมเป็นสภาปนิกเคยอยู่บริษัทรับสร้างบ้าน ตอนนี้ทำงานในมหาลัยฝ่ายออกแบบ ถ้าคุณmeowkku
มีปัญหาเกี่ยวกับการก่อสร้างหรือว่าเรื่องอะไรที่ผมพอช่วยได้ บอกมาได้เลยน่ะครับ ยินดี อยากตอบแทนในน้ำใจที่
คุณmeowkkuมอบให้บ้าง ยิ้มเท่ห์


Liked By: benji_benja
บันทึกการเข้า
meowkku
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


« ตอบ #18 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2010, 02:45:53 PM »

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ คุณmeowkku มากเลยครับ อุตส่าห์อธิบายและพิมให้ตั้งยาวขนาดนี้
ซาบซึ้งในน้ำใจจริงๆครับ ผมไปติดต่อธนาคารสองสามครั้งแล้ว พนักงานยังไม่อธิบายขนาดนี้เลย
อ่านดูแล้วก็พอจะเข้าใจขึ้นมาบ้าง แต่ผมดูในสมุดบัญชีก็ยังงงๆอยู่ดี พ่อผมส่วนใหญ่จะไปจ่ายเป็นก้อน
ได้เงินมาบางที สามหมื่น บางทีสองหมื่น บางทีห้าหมื่น แกจะไปจ่ายประมาณ ปีล่ะสองสาม ครั้ง
(พ่อไม่ค่อยได้เข้าเมืองนานๆเข้าทีก็จะไปจ่ายธกสที) จ่ายมาเกือบสิบปีแล้ว ยอดหนี้ห้าแสนยังเหลืออีก สามแสนกว่า 
ผมดูบัญชีแล้วก็ไม่เข้าใจ ตอนนี้ธนาคารแยกเป็นสองบัญชี   บัญชีนึงประมาณแปดหมื่น ไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย

ถ้าแบบนี้ผมจะจ่ายเฉพาะ บัญชีที่มีดอกเบี้ย ก่อนได้มัย
ถ้าตอนนี้ผมมียอดหนี้ 350000 บาท ผมอยากจ่ายให้หมด ภายใน 5 ปี ผมต้องจ่ายยังไงครับ
ต้องไปคุยกับธนาคารยังไงมัย เท่าที่ผมไปคุยเจ้าหน้าที่ธนาคารบอกว่า
ปกติของธนาคาร จะให้จ่าย ปีล่ะสองครั้ง หรือคุณmeowkku มีอะไรแนะนำมัยครับ ขอบคุณคุณmeowkku


ขออนุญาต เจ้าของกระทู้หลัก  ตอบปัญหาให้ คุณlincoln นะคะ
เพราะคิดว่า น่าจะเป็นประโยชน์กับหลายๆท่าน ในอนาคต หลายท่านที่กู้เงิน อาจจะต้องเจอปัญหานี้บ้าง

สรุป ตามคำถาม และจากรายละเอียดที่อ่าน นะคะ

* ตอนนี้ แบ่งยอดหนี้เป็น 2 บัญชี *
1.บัญชีปลอดดอกเบี้ย  80,000 บาท
2.บัญชีคิดดอกปกติ  270,000 บาท  ( 350,000 - 80,000 )
    (ถ้าตัวเลขไม่ตรง ก็ถือว่า เป็นการเทียบเคียงนะคะ)

การชำระ ว่าจะชำระบัญชีไหนก่อน  ฮืม  สิ่งที่ต้องนำมาพิจารณา คือ

บัญชีที่1ปลอดดอกเบี้ยจริงมั๊ย ต้องเอาตัวเลขหลังการชำระ มาตรวจสอบด้วย (เพราะบางทีอาจเป็นการเข้าใจผิด ว่าวงเงินนี้ปลอดดอกเบี้ย ) เช่น ดูได้จาก ถ้าเราชำระไป 10,000 บาท
ยอดหนี้จะต้องเหลือ 80,000-10,000=70,000 บาท

บัญชีที่ 1 ปลอดดอกเบี้ย ชั่วคราว หรือ ตลอดไปจนกระทั่งชำระหมด
ถ้าตลอดการชำระ ก็ไม่มีปัญหา ถ้าเรามีเงินจำกัด ก็ควรจะเน้นชำระ บัญชีที่มีดอกเบี้ยก่อน แต่บัญชีปลอดดอกเบี้ย ก็ต้องชำระตามเงื่อนไขไปเรื่อยๆ ค่ะ (เพราะเงินกู้ทุกวงเงิน จะต้องมีเงื่อนไขระบุไว้ ว่าให้ชำระ งวดละเท่าไหร่ แต่ถ้าเรามีเงินมากพอ ก็ชำระปิดบัญชี วงนี้ไปเลยค่ะ

ถ้าเป็น ปลอดดอกเบี้ยชั่วคราว  ต้องทราบระยะเวลาที่ชัดเจน จะได้รีบชำระ ให้หมดก่อนที่จะเริ่มคิดดอก จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุด ต่อการชำระของเราเอง

เพราะบางกรณี เช่น การกำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ หรือปลอดดอกเบี้ย อาจเป็นแค่ระยะสั้น
ถ้าคนเคยกู้ซื้อบ้าน จะเคยได้ยินคำว่า Fix rate 1ปีบ้าง 3 ปีบ้าง หรือ 0% 1ปี ...แล้วหลังจากนั้น ก็คิดดอกเบี้ยปกติ ตามประกาศธนาคาร 
ถ้าดอกเบี้ยสูงมาก และเงินกู้มาก เช่น 1 ล้านบาท ถ้าเราสามารถนำไปชำระ ช่วงที่ปลอดดอกเบี้ย 4 แสนบาท พอถึงช่วงที่จ่ายดอกปกติ ฐานเงินกู้เราก็เหลือแค่ 6 แสน เมื่อชำระปกติ ก็จะทำให้ เงินที่จ่ายแต่ครั้ง ตัดเงินต้น ได้มากตามไปด้วย (เหมือนที่ได้ คำนวณให้ดู ไปแล้ว)

ถ้าเรามีเงินที่จะชำระได้ เราต้องรีบจ่าย เงินกู้ปลอดดอกชั่วคราว ให้ลดลงมากที่สุด จะทำให้ฐานเงินกู้ที่จะไปคำนวณดอกเบี้ย ลดลงมาก (เพราะไม่ต้องถูกหักไปจ่ายดอกเบี้ย จ่ายไปเท่าไหร่ ก็เป็นการชำระ เงินต้นทั้งหมด)






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 21, 2010, 11:25:23 AM โดย meowkku » บันทึกการเข้า
meowkku
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


« ตอบ #19 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2010, 03:55:28 PM »

ขออธิบาย ต่อ นะคะ

2. บัญชีคิดดอกเบี้ยปกติ

บัญชีนี้ก็เช่นเดียวกัน คือ จะมีเงื่อนไขกำหนดไว้ว่า ให้ชำระ จำนวนเท่าไหร่/เดือน บางที มีกำหนดวันชำระไว้ชัดเจน
บางธนาคาร ก็ชำระคลาดเคลื่อนได้  คือ กำหนดชำระวันที่ 25  ลูกค้าอาจจะชำระวันที่ 26 27 28 แต่ขอให้เป็นภายในเดือนนั้น
ถ้าเดือนไหนไม่ชำระ จะมีการติดตามทวงถาม 
บางธนาคารเพียง 2-3 เดือน ก็อาจจะติด เครดิตบูโร(ลูกค้าที่มีประวัติเสียในทางการเงิน )

แต่การชำระไม่ตรงวัน ต้องระวัง!!! (โดยเฉพาะวงเงินที่สูง หรือ เพิ่งเริ่มชำระได้ไม่นาน การชำระแต่ละครั้งจะเป็นดอกเบี้ย มากกว่าเงินต้น)

สาเหตุ ที่ต้องมีการกำหนดวันชำระ  เพราะ ในกรณีที่ วงเงินกู้สูง และดอกเบี้ยมาก
ยกตัวอย่าง เช่น เมื่อคำนวณแล้ว ดอกเบี้ยเฉลี่ยต่อวันประมาณ 200 บาท
แล้วธนาคารกำหนดชำระ 6500บาท/เดือน 
ถ้าธนาคารกำหนดชำระทุกวันที่ 25 แต่เดือนนี้ เราจ่ายวันที่ 30
ปรากฎว่า ดอกเบี้ยเพิ่มมาจากปกติ 5 วัน คือ 1000 บาท

จากที่ ชำระเดือนละ 6500 บาท  ได้ตัดดอกเบี้ย  6000 บาท ตัดต้น  500  บาท
กลายเป็น ดอกเบี้ย 7000 บาท ซึ่งเงินที่ชำระ ไม่คลุมดอกเบี้ย แถมยังมี ดอกเบี้ยค้างชำระ อีก 500 บาท
ธนาคารก็จะแจ้งแก่ลูกค้าที่มาชำระว่า ยังมีดอกเบี้ยค้าง ควรจะต้องชำระดอกเบี้ยส่วนของเดือนนั้นให้หมด
เพราะไม่อย่างนั้น (กรณีธนาคารทั่วไป) ลูกค้า จะโดนปรับอัตราดอกเบี้ย ขึ้นไปจากอัตราเดิม ไปเป็น อัตราสูงสูดของธนาคารขณะนั้น
(เท่าที่ทราบ เมื่อหลายปีที่แล้ว คือ 18% )จนกว่าลูกค้า จะชำระดอกเบี้ยค้าง และ ชำระตรงตามเงื่อนไข
และกรณีดังกล่าว คือ ที่มาของ ดอกเบี้ยค้างชำระ พอกพูน  จนทำให้บางราย ดอกเบี้ย ท่วม เงินกู้
ชาวบ้านบางคน ไม่ทราบว่าทำไม จ่ายทุกเดือน แต่หนี้ไม่ลด แถมมีหนี้เพิ่ม

เราจึงต้อง ทราบในเบื้องต้นก่อนว่า เงื่อนไขการชำระ กำหนดไว้ยังไง

- อัตราดอกเบี้ย อยู่ที่เท่าไหร่ ฮืม  ระยะเวลาผ่อนชำระ กี่ปี  ฮืม (มีอยู่ในสัญญา เราขอดูได้)
- เงินที่ชำระในแต่ละงวด จ่ายไปแล้ว คลุมดอกเบี้ยหรือไม่  ฮืม และเหลือไปตัดเงินต้นหรือไม่  ฮืม
(ตรงนี้ ควรตรวจสอบทุกครั้ง เพื่อไม่ให้มี หนี้ค้างชำระ )

** ถ้าเป็นไปได้ ควรจะชำระทุกเดือน ถ้ามีเงินชำระมาก ให้ชำระเกินที่ธนาคารกำหนด ไปเลย
เพราะจะทำให้ เงินต้น ลดลงอย่างรวดเร็ว เช่น ธนาคารกำหนดชำระ เดือนละ 3000 บาท ระยะเวลา 10 ปี
ถ้าเราชำระเกิน ไปเรื่อยๆ ถ้ามีมากจ่ายมาก (แต่อย่าขาดการชำระ)  จะมีข้อดี คือ

1.หนี้จะหมดเร็วกว่ากำหนด จาก 10 ปี อาจจะเหลือ 5-6 ปี หรือ 7-8 ปี (ขึ้นอยู่กับ จำนวนเงินที่ชำระ )
2.เราจะสูญเสียเงินไปกับ การจ่ายดอกเบี้ย น้อยลง (ตรงนี้ เข้าใจมั๊ยคะ ? ไม่เข้าใจถามได้ค่ะ)
3.เราจะมีประวัติการชำระที่ดีกับธนาคารนี้  หากเราจำเป็นต้องกู้อีก เราก็จะกู้ได้ง่ายขึ้นค่ะ

 ...(อ่านสรุป ต่อ)...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 27, 2011, 11:10:00 AM โดย meowkku » บันทึกการเข้า
lincoln
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 182


« ตอบ #20 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2010, 04:52:43 PM »

ผมพอจะรู้แล้วว่าทำไมพ่อส่งอยู่หลายปีหนี้จึงไม่หมดซักที เพราะแกไม่เคยจ่ายตรงตามวันที่ธนาคารนัด
สะดวกเข้าเมืองช่วงไหนก้จ่ายช่วงนั่น มีเงินเท่าไหรก็จ่ายเท่านั่น  เราไม่เคยได้ข้อมูลแบบนี้จากเจ้าหน้าธนาคาร
เลย เราส่งยังไงเท่าไหรเท่าไหรเค้าก้คิดไปตามนั่น ไม่คิดจะแนะนำเกษตรกรเลย ทำงานไปตามหน้าที่
พ่อผมจบป.4 กู้ว่าลงทุนซื้อที่ทำสวนส่งลูกเรียน มีตังค์เหลือก็ส่งคืนเขา ธกสน่าจะจัดเจ้าหน้าที่ไว้สักคนค่อย
อธิบายเรื่องแบบนี้กับเกษตรกรที่มากู้ ผมว่าคงมีเกษตรกรอีกเยอะที่เจอปัญหาแบบนี้ ที่ดอกเบี้ยท่วมหัวจนต้องเสีย
ที่ไปก็คงเยอะ ต้องมาเช่าที่ในที่ที่เคยเป็นของตัวเอง ถ้ามีใครสักคนมาแนะนำว่าลุงต้องส่งยังไง คงช่วยได้เยอะ
ขอต้องอภัยเจ้าของกระทู้ด้วยครับ ที่มาคุยเรื่องของตัวเองซะเยอะ พอดีมาเห็นกระทู้เกี่ยวกับ ธกส มันอัดอั้นตันใจอยู่
ไม่รู้จะปรึกษาใคร คิดว่าคงมีคนอื่นได้ประโยนช์บ้าง แล้วคงจะดีกว่าไปเปิดกระทู้ใหม่จะได้มีเรื่องที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันรวมอยู่ที่
เดียวกันและคงจะช่วยประหยัดพื้นที่เวบด้วย(คิดเอาเองไม่รู้เกี่ยวมัย)ขอบคุณmeowkku เพื่อนสมาชิกท่านอื่นๆและเวบแห่งนี้มาก
เลยครับ
บันทึกการเข้า
meowkku
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


« ตอบ #21 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2010, 04:57:01 PM »

ขอสรุปนะคะ  (ถ้าขาดประเด็นใด ถามได้ จนกว่าจะเข้าใจค่ะ)

1.บัญชีปลอดดอกเบี้ย (ต้องถามเจ้าหน้าที่ ผู้ที่รู้จริง ให้แน่ใจว่าปลอดแบบไหน)
ให้ชำระไปตามเงื่อนไข ถ้ามีเงินมาก อย่าลังเล ชำระให้หมดไปเลยค่ะ เพราะ หนี้ คือ ทุกข์ ค่ะ
                       
2.บัญชีที่คิดดอกเบี้ย (ต้องทราบเงื่อนไขการชำระ คือ อัตราดอกเบี้ย  ฮืม ระยะเวลาการชำระ ฮืม ปี )
ให้ชำระไปตามเงื่อนไขเช่นกัน อย่าลืมตรวจสอบหลังการชำระ ทุกครั้ง ถ้ามีเงินมาก เงินก้อน ให้รีบจ่าย
แต่ อย่าขาดงวด ควรชำระ ทุกงวด ทุกเดือน

ไม่ใช่ว่า เราจ่ายเป็นก้อนไปแล้ว ก็นอนใจทิ้งไปหลายงวด จนเกิด ดอกเบี้ยค้าง
เพราะคิดว่า จะไปชดเชยกัน เป็นความเข้าใจผิดค่ะ

ตราบใดที่หนี้ยังชำระไม่หมด ดอกเบี้ยก็จะคิดจากยอดคงเหลือ สะสมไปทุกวัน  ตราบนั้น

ส่วนเงินที่จ่ายไปเป็นก้อน นั้น ประโยชน์คือ เงินจะเหลือจากการตัดดอกเบี้ย ไปชำระเงินต้นได้มากขึ้น
ทำให้ เงินต้น ที่จะนำไปคำนวณงวดต่อไป ลดลงมาก แต่ไม่ได้ไปชดเชย ดอกเบี้ยที่เกิดในงวดต่อไป
(ตรงนี้เข้าใจ มั๊ยคะ  ฮืม) คือจ่ายงวดไหน ก็จบเป็นงวดๆไป ถ้าจ่ายเกิน ก็คือ ไปตัดเงินต้นให้ลดลง
ก็คือ ลดยอดหนี้ นั่นเองค่ะ

***เพราะฉะนั้น ทำยังไง จะสามารถชำระหนี้ให้หมดภายใน 5 ปี ตามที่ต้องการได้
เบื้องต้น ต้องทราบข้อมูลดังกล่าว จาก เจ้าหน้าที่ ผู้ที่รู้จริง

ถ้าถามใครไม่รู้เรื่อง  แนะนำให้ขอคุยกับ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสินเชื่อ หรือ ผู้จัดการเลยนะคะ
โดยแจ้งความประสงค์ว่า เราต้องการ แบบนี้ เราอยากทราบข้อมูลพวกนี้ ช่วยอธิบายให้เราฟังด้วย
หรือถ้า เรามีเงิน 350,000 เราก็ไปขอชำระ ปิดบัญชีไปเลยค่ะ (หมดปัญหา)

ที่ธนาคารบอกว่า ให้จ่ายปีละ 2 ครั้ง น่าจะเป็นเกณฑ์การชำระ ขั้นต่ำ
เพราะส่วนใหญ่ ปัญหาเกษตรกร คือ ไม่ค่อยมีเงินไปชำระ
แต่ถ้าเราจะชำระ น่าจะชำระได้ (ต้องคุยรายละเอียดเรื่องนี้ กับ เจ้าหน้าที่ ผู้รู้จริงๆ )

เพราะ ธนาคารทั่วไป เช่น กู้ซื้อบ้าน สร้างบ้าน จะกำหนดไว้ว่า ห้ามชำระ ปิดบัญชีก่อนกำหนด 3 ปี
แต่ถ้าเรา จะชำระให้หมดก่อน 3 ปี  ก็ทำได้ เพียงแต่ จะถูกคิด ดอกเบี้ยหรือค่าปรับ จำไม่ได้ว่า กี่% ของวงเงินคงเหลือ 
แต่เมื่อคำนวณดูแล้ว ก็ไม่มากค่ะ เพราะถ้าเราทิ้งเอาไว้ ก็เท่ากับที่เราต้องจ่ายดอกไปจนครบ 3 ปี นั่นเอง (อาจจะไม่มากขนาดนั้นด้วย )

แต่ถ้าเรากู้มาเกิน 3 ปีแล้ว ก็สามารถชำระเกิน หรือ ปิดบัญชีก่อนได้
เงื่อนไขข้อนี้ ไม่น่าจะต่างกันมาก ยิ่งเป็น ธกส. ก็จะยิ่งผ่อนปรนกับลูกค้า มากกว่าธนาคารอื่นๆ

ถ้ามีปัญหายังไม่เข้าใจ ก็ถามได้อีกนะคะ ยินดีอธิบายจนกว่าจะเข้าใจค่ะ
ขอให้ ชำระหนี้หมดเร็วๆ นะคะ...




บันทึกการเข้า
lincoln
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 182


« ตอบ #22 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2010, 05:22:59 PM »

ส่วนเงินที่จ่ายไปเป็นก้อน นั้น ประโยชน์คือ เงินจะเหลือจากการตัดดอกเบี้ย ไปชำระเงินต้นได้มากขึ้น
ทำ ให้ เงินต้น ที่จะนำไปคำนวณงวดต่อไป ลดลงมาก แต่ไม่ได้ไปชด เชย ดอกเบี้ยที่เกิดในงวดต่อไป
(ตรงนี้เข้าใจ มั๊ยคะ    เพิ่งจะเข้าใจก็วันนี้แหละครับ จะรีบกลับไปคุยกับแบงค์อีกทีครับ
มีข้อมูลมาบ้างคงคุยง่ายขึ้น เข้าใจกันมากขึ้น ส่วนเรื่องปิดหมดทีเดียวคงยังไม่มีปัญญาครับแต่ถ้าให้ผ่อนเดือนล่ะไม่เกินหมื่น
คงพอได้ ได้ผลยังไงจะมาแจ้งให้ทราบน่ะครับ ยังก็ขอขอบคุณจาก
ใจจริงเลยน่ะครับ เป็นหนี้มันเป็นทุกข์จริงๆน่ะครับ
ว่าแต่คุณmeowkkuทำงานแบงค์เหรอครับ มีความรู้เรื่องนี้เยอะจัง อธิบายละเอียดเป็นขั้นเป็นตอนเข้าใจง่าย
ดีครับหรือว่าทำ ธกส. ผมว่าไปซะเยอะ ถ้าใช่ต้องขออภัยอย่างสูงครับ คงเป็นเฉพาะบุคคลเฉพาะสาขา
บันทึกการเข้า
meowkku
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


« ตอบ #23 เมื่อ: กรกฎาคม 19, 2010, 06:50:17 PM »

เคยมีประสบการณ์ หลายกรณีค่ะ

- เคยได้ฝึกอบรมเกี่ยวกับสินเชื่อ ของสถาบันการเงินอื่นค่ะ (แต่ไม่ใช่ ธกส.)

- เคยกู้อาคารสงเคราะห์
  ระยะเวลา 15 ปี แต่ใช้เวลาผ่อนหมดเพียง 6 ปี
(เพราะ ชำระเกินตลอด จากที่เขาให้จ่าย 3300/เดือน ก็จ่าย 3500 บาท/เดือน ทุกเดือนไม่ขาด
และเมื่อเงินเหลือในแต่ละเดือน ก็นำไปจ่ายเพิ่มอีกในเดือนต่อไป เวลามีเงินพิเศษ ก็เอาไปจ่ายเพิ่มตลอด
ถ้าจ่ายแบบนี้ มั่นใจได้เลยว่า หมดก่อนกำหนด 15 ปี แน่นอน

เพราะครั้งแรกที่ชำระ เห็นในสลิป แล้วตกใจ เพราะ
เงินที่จ่ายไปทั้งหมด กลายเป็นดอกเบี้ย 31xx บาท เหลือไปตัดต้น แค่ 100 กว่าบาท
ซึ่งก็หมายถึงว่า หนี้ 260,000 ก็ลดลงไปแค่ 260,000 - 1xx เท่านั้นเอง
ก็เลยคิดว่า ทำยังไง จะทำให้ตัดเงินต้นได้มากกว่านี้  ก็ต้องจ่ายเพิ่มอีก เท่าที่จะสามารถจ่ายได้

เงื่อนไขปีแรก จะจ่ายเกินได้ไม่เกิน 1เท่า ของยอดที่ธนาคารให้ชำระ ก็คือ 3300 * 2 =6600 บาท
แต่ตัวเองยังไม่พร้อมจะจ่ายขนาดนั้น แต่ก็ขอให้ได้ ตัดเงินต้น มากกว่านี้ซักนิด
ก็เลย ให้ธนาคารตัดบัญชีชำระ ผ่านธนาคารพาณิชย์ที่มีบัญชีอยู่ เดือนละ 3500 บาท
เท่ากับได้ ตัดเงินต้น เพิ่มขึ้นอีก 200 บาทในแต่ละงวด

ส่วนนี้คือ ตัดบัญชีอัตโนมัติ ป้องกันการลืม และไม่ต้องเป็นภาระในการไปชำระเองทุกครั้ง
พอสิ้นเดือน ถ้ามีเงินเหลือ ก็ไปจ่ายต่างหาก จะได้คอยตรวจความเคลื่อนไหว เรื่องดอกเบี้ย ความถูกต้องในการชำระด้วย
ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล หรือไม่ ? เพราะเคยได้ยินข่าวบางธนาคาร มีกรณีที่ ถูกยักยอกเงิน ไม่ชำระให้ลูกค้า
(ตัวเองยังไม่เจอ เพราะเช็คตลอด จากการตรวจสลิป(ใบเสร็จ) และนำมาคำนวณอีกที จะได้ไม่พลาด
(คำนวณแบบที่คำนวณให้ดู นั่นแหละค่ะ )

- เคยมีญาติกู้ ธกส. เคยแนะนำเค้า เพราะเค้าก็เจอปัญหา แบบเดียวกับ คุณ lincoln
สุดท้ายก็เลยลองไปชำระแทนที่ ธกส. ก็เลยรู้ว่า พนักงานสาขานั้น ทำงานเป็นหุ่นยนต์จริงๆ ไม่รู้เรื่องอะไรเลย
พนักงานที่รับชำระ เคยบอกกับญาติ ว่า "จ่ายแต่ดอกก็ได้ มีเป็นก้อนเมื่อไหร่ ค่อยเอามาจ่าย ก็ได้ "
ชาวบ้านได้ยินแบบนั้น  โอ้โฮ สบายเลย บางทีมีเงินก็เก็บไว้ไม่จ่ายเพิ่ม  จ่ายแต่ดอก เพราะเข้าใจผิดตามคำแนะนำนั้น

ก็เลยบอกกับญาติว่า ถ้าจ่ายแต่ดอก จ่ายจนตาย ตัวเองไปเสวย ผลบาป-บุญ ในนรก-สวรรค์ แล้วกลับมาเกิดใหม่
อีกกี่ชาติ ลูกหลานก็ยังใช้หนี้ไม่หมด อันนี้คือความจริง
เพราะหนี้1แสน ก็เหลือเท่าเดิมตลอด  ที่จ่ายไปทุกเดือนนั่นคือ ดอกเบี้ยเท่านั้น  เงินต้นไม่ลดเลย

สรุปก็คือ ความไม่รู้ ความรู้ไม่จริงของคน มีอยู่ทุกที่ ทุกองค์กร
และเป็นที่มาของปัญหา มีผลทำให้เกิดผลเสีย กับคนในสังคม ทั้งทางตรง และทางอ้อมค่ะ
ดังนั้น การป้องกัน คือ ก่อนจะทำอะไร เกี่ยวข้องกับอะไร ต้องศึกษาให้ดี ให้รอบคอบ ให้ถึงที่สุด แล้วค่อยลงมือ
จะได้เกิดความผิดพลาด น้อยที่สุด ค่ะ

ขอให้ คุณlincoln ผ่านพ้นปัญหาด้วย สติ นะคะ ทุกปัญหามีทางออกค่ะ



บันทึกการเข้า
ppp
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 405


« ตอบ #24 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2010, 04:09:32 PM »

บ้านผมจ่ายรายเดือนครับ  ตัดต้นตัดดอก  เอาเป็นว่าไปจ่ายรายเดือนดีกว่า
บันทึกการเข้า
kuku
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 71


« ตอบ #25 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2010, 04:51:53 PM »

ขอถามต่อ นอกเรื่องนิดหน่อยนะคะ ถ้าเราผ่อนรถกับไฟแนนซ์ หรือเราซื้อที่ดินแล้วผ่อนกับธนาคาร

กรณีแบบนี้จะคิดคล้ายกันรึปล่าวคะ

ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
meowkku
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


« ตอบ #26 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2010, 07:52:12 PM »

ขอถามต่อ นอกเรื่องนิดหน่อยนะคะ
ถ้าเราผ่อนรถกับไฟแนนซ์ หรือ เราซื้อที่ดินแล้วผ่อนกับธนาคาร กรณีแบบนี้จะคิดคล้ายกันรึปล่าวคะ

ขอบคุณค่ะ

ไม่เหมือนค่ะ

1. ผ่อนรถ กับ ไฟแนนซ์
ขอยกตัวอย่าง รถมือ 1 เลยนะคะ  ส่วนใหญ่จะกำหนด ผ่อนชำระ ประมาณ 5 ปี
เช่น ราคารถ 400,000 บาท จ่ายดาวน์ขั้นต่ำ 25 % = 100,000 บาท (หรือแล้วแต่เงื่อนไขบริษัท)
ส่วนที่เหลือ  300,000 บาท  นำไปจัดไฟแนนซ์ ชำระผ่าน บริษัทไฟแนนซ์

สมมุติว่า บริษัท คิดดอกเบี้ยทั้งหมด 200,000 บาท  บริษัทไฟแนนซ์ ก็จะนำ เงินต้น และ ดอกเบี้ย มารวมกัน
แล้ว หารเฉลี่ยออกมา เป็น 5 ปี หรือ 60 งวด  คือ 500,000/60 = 8,333.33 บาท
หมายถึง ผู้ชำระ จะต้องผ่อน เท่ากันทุกเดือน คือ เดือนละ  8,333.33  บาท
(ไม่ทราบว่าปัจจุบัน มีเงื่อนไข ให้เลือกมากขึ้น รึเปล่านะคะ )

ข้อด้อย ของการชำระ ผ่านไฟแนนซ์
ถึงแม้ลูกค้าจะปิดชำระก่อนกำหนด ก็ต้องชำระ ตามจำนวนใบเสร็จของบริษัท  60 ใบ
บางบริษัท อาจจะมีส่วนลดนิดหน่อย แต่ยังไม่มีหลักเกณฑ์ ที่แน่ชัด เหมือนการผ่อนกับธนาคาร
เพราะที่ควรจะเป็น คือ อัตราดอกเบี้ย ควรสัมพันธ์ กับ ระยะเวลา
เมื่อลูกค้าจ่ายเงินก่อนเวลา ควรจะได้จ่ายน้อยลง





 







Liked By: arsun
บันทึกการเข้า
meowkku
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


« ตอบ #27 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2010, 07:54:28 PM »

2. ผ่อนที่ดิน กับ ธนาคาร วิธีคิด ก็จะเข้ากรณีเดียวกับ ที่ได้อธิบายให้กับ คุณ lincoln

โดย ธนาคารจะกำหนดอัตราการผ่อนชำระ แต่ละเดือน จากยอดเงินกู้ทั้งหมด ออกเป็นจำนวนเท่ากันทุกเดือน
แต่เงินที่จ่ายไปนั้น จะถูก จ่ายเป็น เงินต้น  และดอกเบี้ย ไม่ตายตัวเหมือนไฟแนนซ์

** ถ้าเราจ่ายเป็นปกติ (จ่ายทุกงวด ตรงวัน ไม่ขาด ไม่มีดอกเบี้ยค้าง) **

ยกตัวอย่าง เงินกู้ 200,000 บาท  อัตราดอกเบี้ย 10 %  ชำระเดือนละ 2000 บาท ระยะเวลา 15 ปี
ธนาคารจะคิดดอกเบี้ยในแต่ละเดือน โดย คิดจาก ยอดเงินกู้คงเหลือ ไปเรื่อยๆ

เช่น ในเดือนแรก ชำระ 2,000 บาท  (สูตร การคำนวณ ตามที่อธิบายให้กับ คุณ lincoln )

คำนวณดอกเบี้ย = 200,000 * 0.1* (30/365)  = 1,643.84 บาท

เป็นดอกเบี้ย 1,643.84 บาท  ได้ตัดเงินต้น 356.16 บาท  (เงินต้นมาจาก 2,000 - 1,643.84 )
ในเดือนต่อไป ยอดเงินกู้ลดลง เหลือ 200,000 - 356.16 = 199,643.84 บาท

ในงวดต่อไป ยอดเงินกู้คงเหลือ ที่นำมาคำนวณดอกเบี้ยคือ 199,643.84 บาท และจะลดลงไปเรื่อยๆทุกเดือน
เมื่อเงินกู้ลดลง ดอกเบี้ยก็น้อยลงตาม เมื่อชำระ 2000 เท่าเดิม ทำให้จ่ายเงินต้นได้มากขึ้น

ช่วงแรก  จ่ายดอกเบี้ย จาก จำนวนมาก....ไปหา...  น้อยลงเรื่อยๆ..จนถึง.ช่วงท้าย
            จ่ายเงินต้น จาก  จำนวนน้อย....ไปหา ... มากขึ้นเรื่อยๆ..จนถึง.ช่วงท้าย

ข้อดี ของการจ่ายผ่านธนาคาร

- ถ้าเรามีเงินมาก เราสามารถจ่ายมากได้ เมื่อจ่ายมาก เงินกู้(ยอดหนี้) ย่อมลดลงมาก
เช่น บางครั้ง เราอาจจะจ่ายเพิ่มเป็น 3000 บาท จะยิ่งตัดยอดหนี้ได้เร็วขึ้น
ดอกเบี้ยในแต่ละงวด จะคำนวณมาจาก เงินต้นคงเหลือจากงวดที่แล้ว
เมื่อเงินต้นเหลือน้อย ดอกเบี้ย ย่อมลดลงไปด้วย

ถ้าชำระเกินบ่อยๆ มีผลทำให้ จ่ายดอกเบี้ยน้อยลง น้อยลง และ ชำระหมดก่อน ระยะเวลาที่กำหนด

*** ถ้า คุณ kuku ไม่เข้าใจ ก็ลองอ่านคำถามและคำอธิบาย ส่วนของ คุณ lincoln ) ดูนะคะ
จะเข้าใจมากขึ้น  ถ้ายังมีส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจ  ก็ถามมาได้  ยินดีอธิบายค่ะ




Liked By: arsun, HUAMAI, naisema
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 21, 2010, 11:38:18 AM โดย meowkku » บันทึกการเข้า
kuku
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 71


« ตอบ #28 เมื่อ: กรกฎาคม 20, 2010, 10:47:46 PM »

ขอบคุณมากค่ะ  กระจ่างขึ้นเยอะเลยค่ะ

อีกนิดนะคะ ถ้าเราซื้อรถโดยไม่ผ่านไฟแนนซ์เลยเป็นไปได้รึเปล่าคะ นอกเหนือจะจ่ายสด

เราจะผ่อนกับบริษัทรถ หรือสถาบันการเงินอื่น เป็นไปได้รึเปล่าคะ

(คำถามอาจแปลกๆไปหน่อย ยังไม่เคยซื้อรถค่ะ ยิงฟันยิ้ม)

ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า
meowkku
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


« ตอบ #29 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2010, 11:14:44 AM »

ขอบคุณมากค่ะ  กระจ่างขึ้นเยอะเลยค่ะ
อีกนิดนะคะ ถ้าเราซื้อรถโดยไม่ผ่านไฟแนนซ์เลยเป็นไปได้รึเปล่าคะ นอกเหนือจะจ่ายสด
เราจะผ่อนกับบริษัทรถ หรือสถาบันการเงินอื่น เป็นไปได้รึเปล่าคะ
( ยังไม่เคยซื้อรถค่ะ ยิงฟันยิ้ม)
ขอบคุณค่ะ

1. ผ่อนกับบริษัทรถ
ประมาณหลายปีที่แล้ว เคยถามกับบริษัทขายรถมือสอง(เป็นบริษัทเล็กๆ) เขาให้ผ่อนกับบริษัทได้
แต่ดอกเบี้ยค่อนข้างแพง (เพราะบริษัท ต้องรับภาระความเสี่ยงเรื่องการชำระเงิน และเรื่องอื่นๆ)
อาจจะพอมีบ้าง ต้องลองสอบถามกับหลายๆ บริษัท แต่บริษัทใหญ่ๆ จะไม่ค่อยมี เพราะลูกค้าเยอะ ปัญหาก็มากตาม

ส่วนใหญ่ บริษัทขายรถทั่วไป จะไม่อยากรับภาระ ในการรับชำระ ติดตาม ทวงถาม เพราะเป็นภาระมาก
ก็เลยใช้วิธี ให้ไฟแนนซ์มารับภาระซื้อรถแทนลูกค้า แล้วให้ลูกค้าไปผ่อนกับไฟแนนซ์  บริษัทขายรถ จะได้ตัดปัญหา และลดงานตรงนี้ไปค่ะ  อย่างมากก็รับชำระแค่ ช่วงจ่ายดาวน์

2. ผ่อนกับสถาบันการเงินอื่นๆ
ตอนนี้เริ่มมีช่องทางมากขึ้น เมื่อปี 2550 เริ่มมีการผ่อนกับธนาคารแล้ว (ต้องลองสอบถามหลายๆที่ ค่ะ) 
ขอยกตัวอย่าง 1ที่  คือ
..................................................................................

สินเชื่อรถยนต์ ธนาคารไทยพาณิชย์  กับบริการ SCB Auto Finance
 
  เงื่อนไข
• อัตราดอกเบี้ยคงที่ และผ่อนชำระเป็นรายงวดๆ ละ เท่าๆ กัน โดยไม่ต้องนำทรัพย์สินมาเป็นหลักประกัน 
เลือกผ่อน นานสูงสุด 60 งวด (เข้าใจว่า เราเลือกที่จะผ่อนให้หมดเร็วกว่านี้ได้ ต้องสอบถามจากทางธนาคารอีกทีนะคะ)
• เมื่อผ่อนชำระครบถ้วนตามสัญญา กรรมสิทธิ์จะโอนเป็นของลูกค้า 
 
คุณสมบัติผู้สมัคร  อายุ 20 - 60 ปี (เมื่อรวม อายุผู้ขอสินเชื่อ และ ระยะเวลาผ่อน แล้ว ไม่เกิน 60 ปี)
 
หลักฐานในการขอสินเชื่อ
• สำเนาทะเบียนบ้าน
• สำเนาบัตรประชาชน
• สลิปเงินเดือน หรือหนังสือรับรองเงินเดือน  (สำหรับผู้มีรายได้ประจำ เช่น ข้าราชการ พนักงานต่างๆ)
• สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 3 เดือน
• Statement หรือ สำเนาบัญชีเงินฝากย้อนหลัง 3 เดือน 
กรณีเจ้าของกิจการ ใช้หนังสือรับรองของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท และ ใบทะเบียนพาณิชย์ อายุไม่เกิน 6 เดือน 
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 0 2777 7777 และ สาขาของธนาคารทั่วประเทศ

************************************************
ก่อนตัดสินใจ ก็ลองสอบถามหลายๆ ที่ หลายๆ เสียง 
โดยเฉพาะ กับคนที่ เคยซื้อ เคยกู้ เคยเจอปัญหา เราจะได้ไตร่ตรองก่อนว่า
ถ้าเกิดปัญหานั้นกับเรา  เราจะแก้ปัญหายังไง

ถ้า คุณ kuku ยังสงสัยก็ถามมาได้อีกนะคะ  อะไรที่พอตอบได้ จะช่วยตอบเท่าที่ทราบค่ะ





 




Liked By: HUAMAI
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 21, 2010, 11:43:27 AM โดย meowkku » บันทึกการเข้า
O-natt
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 34


« ตอบ #30 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2010, 12:00:18 PM »

คุณ meowkku คะ

ได้ความรู้ขึ้นมากจริงๆหลังจากอ่านกระทู้นี้ เพิ่งรู้นี่ละคะว่าทำไมเกษตรกรบ้านเรา ถึงจนลงๆๆ

ทั้งๆที่ก้อทำนา ทำไร่ ได้เงินทุกปีๆๆ  โกรธ โกรธ

ตราบใดที่เจ้าหน้าที่ ธกส ยังทำงานเป็นหุ่นยนต์แบบนี้ เกษตรกรบ้านเราคงไม่มีทางรวยแน่ๆ

ถ้ามีโอกาสคงต้องขอนำคำอธิบายของคุณ meowkku ไปใช้อ้างอิงแนะนำชาวบ้านต่อนะคะ

เผื่อชาวนาบ้านเราจะได้มีโอกาสหมดหนี้ ได้ลืมตาอ้าปาก รวยกับเค้าบ้างคะ

ขอบคุณคะ
  ยิ้มเท่ห์ เจ๋ง
บันทึกการเข้า
meowkku
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1015


« ตอบ #31 เมื่อ: กรกฎาคม 21, 2010, 12:16:27 PM »

คุณ meowkku คะ
ได้ความรู้ขึ้นมากจริงๆหลังจากอ่านกระทู้นี้ เพิ่งรู้นี่ละคะว่าทำไมเกษตรกรบ้านเรา ถึงจนลงๆๆ
ทั้งๆที่ก้อทำนา ทำไร่ ได้เงินทุกปีๆๆ  โกรธ โกรธ

ตราบใดที่เจ้าหน้าที่ ธกส ยังทำงานเป็นหุ่นยนต์แบบนี้ เกษตรกรบ้านเราคงไม่มีทางรวยแน่ๆ
ถ้ามีโอกาสคงต้องขอนำคำอธิบายของคุณ meowkku ไปใช้อ้างอิงแนะนำชาวบ้านต่อนะคะ
เผื่อชาวนาบ้านเราจะได้มีโอกาสหมดหนี้ ได้ลืมตาอ้าปาก รวยกับเค้าบ้างคะ
ขอบคุณคะ
  ยิ้มเท่ห์ เจ๋ง

ยินดีมากเลยค่ะ  และต้องขอบคุณมาก ที่คิดจะทำเช่นนั้น
เพราะจะได้ช่วยคนที่เขา ไม่รู้  ให้ได้รู้ จะได้ทำในสิ่งที่ถูก
และจะเป็นผลดีกับตัวเขาเอง

คงจะเป็นบุญเป็นกุศล มากเลยค่ะ  ขออนุโมทนา ด้วยใจจริงเลย นะคะ

   อายจัง   อายจัง


Liked By: arsun, BlueZone
บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: