สูบน้ำโดยใช้ถังสุญญากาศ

<< < (13/76) > >>

๙ ฟาร์ม:
เยี่ยมครับ
 ;) มาขอติดตามด้วยคน

asathai:
อยากรู้ๆ ๆ อยากทำบ้างค่ะ

Khun Noo:
    ประเด็นสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่เรื่องการทำให้น้ำไหลขึ้นที่สูงได้โดยสามารถชนะแรง G (Gravity) หรือแรงโน้มถ่วงหรอกครับ เพราะเรื่องนี้ระบบกาลักน้ำก็สามารถทำได้มาไม่รู้กี่ชาติแล้ว ระบบกาลักน้ำเป็นระบบที่ยกน้ำให้สูงกว่าผิวน้ำได้โดยไม่ต้องใช้พลังงานภายนอกมาขับเคลื่อนตลอดเวลา
    ลองคิดง่ายๆครับว่าจริงหรือเปล่าก็คือ เวลาเราสูบน้ำออกจากตุ่มเราใช้วิธีการลักน้ำ โดยเอาเป็นว่าเราเอาสายยางสั้นๆไปกรอกน้ำให้เต็ม (ถ้าดูดเอาเดี๋ยวเพื่อนหาว่าใช้แรงมากระตุ้นอีก) อุดปลายไว้ แล้วเอาปลายข้างนึงมาจุ่มในตุ่ม ปลายข้างนึงเอาไว้นอกตุ่ม (แต่มีข้อแม้ว่าปลายฝั่งนอกตุ่มต้องต่ำกว่าระดับผิวน้ำในตุ่มนะครับ ไม่งั้นกามันจะไม่ลักน้ำ ๕๕๕) เสร็จแล้วปล่อยมือออกทั้งสองข้าง น้ำจะไหลออกจากตุ่มอย่างด่อเนื่อง เพราะน้ำมีแรงดันในตัว ยิ่งลึกยิ่งแรงกดดันสูง เหมือนคนดำน้ำครับ ยิ่งลึกก็โดนแรงกดดันสูง ระบบหายใจและระบบหมุนเวียนเลือดก็โดนกดจนทำงานผิดปกติ
    แต่ไม่ใช่ประเด็นครับ น้ำไหลได้เพราะมีความหนืดของน้ำมาสร้างระบบสุญญากาศในท่อฝั่งขาปล่อยออกไล่ย้อนกลับไปในท่อจนถึงน้ำในตุ่ม การที่น้ำไหลออกตามแรง G ของน้ำที่ปลายท่อนั้นก็เลยดึงเอาน้ำที่อยู่ในท่อให้ไหลตามๆกันออกมา  ทำไมถึงดึงกันออกมาได้ เพราะอะตอมของน้ำมันยังยึดเกาะกันในแบบโครงสร้างอสัญฐานครับ
    เราสามารถทำลายระบบสุญญากาศเพื่อให้น้ำหยุดไหลได้ โดยเอาท่อเล็กๆเป่าลมสวนเข้าที่ปลายท่อ ลมที่ย้อนเข้าไปจะไปตัดตอนการดึงน้ำที่ตามๆกันออกมาให้ขาดตอน ระบบสุญญากาศก็ล่ม น้ำก็จะหยุดไหล ระบบกาลักน้ำไม่มีการใช้พลังงานภายนอกมากระทำให้น้ำไหลอย่างต่อเนื่อง แต่น้ำในระบบนี้ไหลด้วยตัวของมันเองอันเกิดจากการยึดเหนี่ยวของอะตอมในระบบโครงสร้างอสัญฐานที่สามารถเปลี่ยนรูปแบบการยึดเหนียวกันได้ทุกขณะ และแรง G แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น สิ่งที่ผมพยายามอธิบายอยู่ก็เพื่อทำให้สมาชิกได้ทราบว่า เราสามารถยกน้ำให้ไหลขึ้นที่สูงกว่าผิวน้ำปกติได้โดยวิธีกาลักน้ำ ซึ่งไม่มีการใช้พลังงานภายนอกเช่น พลังงานไฟฟ้า มาใช้กับเครื่องต้นกำลังเพื่อยกน้ำให้สูงขึ้นกว่าระดับผิวน้ำครับ
    ย้อนมาที่ระบบสูบน้ำสุญญากาศครับ ระบบนี้ก็เป็นระบบกาลักน้ำแบบนึง ที่พยายามฉีกทฤษฎีระบบกาลักน้ำในเรื่องของ เงื่อนไขที่ปลายท่อฝั่งนอกตุ่มที่ปล่อยน้ำออกต้องต่ำกว่าระดับผิวน้ำในตุ่มนะครับ ไม่งั้นกามันจะไม่ลักน้ำ
    โจทย์ของการทดลองนี้จึงอยู่ที่ว่า "จะทำอย่างไรให้ปลายท่อที่ปล่อยน้ำออกสามารถที่จะอยู่สูงกว่าระดับผิวน้ำที่เราสูบขึ้นมาให้ได้" แค่นี้เองแหละครับ
    ก็เลยมีการพยายามสร้างแรงดูดของสุญญากาศให้เพิ่มมากขึ้นภายในท่อทางออก โดยการทดลองใช้หลักการเพิ่มขนาดพื้นพี่หน้าตัดของท่อทางปล่อยออก เพื่อเพิ่มแรงดูดของสุญญากาศโดยใช้ถังเป็นตัวช่วยเพิ่มแรงสุญญากาศของระบบ ระบบที่น้องๆ ร.ร.วังทรายพูนทำนั้นจะเห็นได้ชัดว่าต้องมีถังช่วยสร้างสุญญากาศเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 3 ขั้นตอน เพื่อช่วยสร้างสุญญากาศให้มากกว่าสุญญากาศที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของของไหลครับ ก็เป็นเรื่องที่เดินมาถูกทาง
    แต่สิ่งที่น้องๆทำนั้นมีข้อกังขาตรงที่อธิบายว่าหากใช้ถังพลาสติกในตำแหน่งท้ายสุดจะทำให้สูบน้ำได้ดีมากขึ้นนี่เองครับ ที่สงสัยกันว่าสรุปแล้วน้ำที่ไหลออกมามากกว่าเดิมนั้นมาจากการอะไร ผมขออนุญาตเสนอไว้ 2 แนวทางก่อนนะครับ (สมาชิกท่านใดเห็นต่างอย่างไรยินดีรับฟังครับ) คือ
    1) ถังพลาสติกทำหน้าที่เป็นปั้มโดยธรรมชาติหรือเปล่า เพราะพลาสติกเองก็มีคุณสมบัติในการยืดหยุ่นตัวได้ดีระดับนึง เวลาน้ำไหลโดยไม่สามารถดึงน้ำทางตอนต้นให้ไหลตามมาได้ก็เลยยอมยุบตัวเองจนสุดๆ พอถังยุบตัวถึงระดับนึงตัวเนื้อพลาสติกที่นำมาทำถังก็จะมีแรงต้านสูงมากพอ ก็เลยสปริงตัวกลับคืนมานิดนึง (นิดนึงจนเราอาจมองไม่เห็นก็ได้ ๕๕๕) ซึ่งการคืนตัวกลับในจังหวะนี้เองจะเป็นจังหวะในการช่วยสร้างสุญญากาศให้มากขึ้น ก็เลยดึงน้ำจากบ่อน้ำที่อยู่ต่ำกว่าระดับปลายท่อทางออกได้ หรือ
    2) น้ำที่ไหลออกมามากขึ้น อาจมาจากการที่ถังยุบตัว น้ำในถังไม่มีที่อยู่ก็เลยไหลออกมาให้เราดูว่ามันไหลมากขึ้นก็เป็นได้ครับ
    พอแค่นี้ก่อนครับ เดี๋ยวรอฟังความเห็นสมาชิกท่านอื่นๆ บ้างครับ

mookati:
http://www.youtube.com/watch?v=93V_BvU-HhQ&feature=related


ถ้าแบบนี้เราเรียกว่า แบบไหนครับ

KENETIC_E®:
อ้างจาก: Khun Noo ที่ พฤศจิกายน 26, 2010, 11:50:09 AM

        1) ถังพลาสติกทำหน้าที่เป็นปั้มโดยธรรมชาติหรือเปล่า เพราะพลาสติกเองก็มีคุณสมบัติในการยืดหยุ่นตัวได้ดีระดับนึง เวลาน้ำไหลโดยไม่สามารถดึงน้ำทางตอนต้นให้ไหลตามมาได้ก็เลยยอมยุบตัวเองจนสุดๆ พอถังยุบตัวถึงระดับนึงตัวเนื้อพลาสติกที่นำมาทำถังก็จะมีแรงต้านสูงมากพอ ก็เลยสปริงตัวกลับคืนมานิดนึง (นิดนึงจนเราอาจมองไม่เห็นก็ได้ ๕๕๕) ซึ่งการคืนตัวกลับในจังหวะนี้เองจะเป็นจังหวะในการช่วยสร้างสุญญากาศให้มากขึ้น ก็เลยดึงน้ำจากบ่อน้ำที่อยู่ต่ำกว่าระดับปลายท่อทางออกได้ หรือ
 

     จากข้อ 1 ถ้าหากว่าเราออกแบบถังสุดท้ายโดยให้มันเป็นปั้มแบบสปริง(spring pump) คล้ายๆ กับเวลาที่เราปั้มครีมทาผิวออกจากขวดน่ะครับ

คือว่า เมื่อเกิดแรงดูดจากระบบสูญญากาศในระบบถังขึ้น จนสามารถดึงปั้มแบบสปริงและมีการคืนตัวออกได้ (เหมือนกับการเกิดขึ้นกับถังพลาสติกในระบบที่น้องๆ เค้าทำ/ตามความคิดของคุณ Khun Noo) ถ้าเราสามารถทำให้มันเกิดแรงกระเพื่อมได้ ก็คิดว่าน่าจะทำให้เกิดการสูบน้ำในแบบกาลักน้ำแต่ปล่อยน้ำสูงจากแหล่งน้ำได้นะครับ (อันนี้ก็เป็นแนวคิดนะครับ)
      แต่โดยส่วนตัวผมมีแนวคิดที่ว่า ถ้าเราเพิ่มปั้มขนาดเล็กที่ใช้พลังงานไม่มากนัก ประมาณ 10-20 วัตต์ช่วยให้เกิดการไหลขึ้น และเป็นอยู่อย่างนี้ตลอดเวลา ผมก็ว่าน่าสนใจนะครับ เอาพลังงานเล็กๆ ไปช่วยทำให้มันทำงานได้ โดยอาศัยแรงโน้มถ่วง( Gravity) เป็นพลังงานหลัก ซึ่งมีอยู่แล้วบนโลกนี้ตลอดเวลา พลังงานเล็กๆ ที่ว่าอาจจะได้มาจากแหล่งอื่น เช่น แสงอาทิตย์(ที่มีอยู่เหลือเฟือ) กลไกไขลาน(เหมือนในนาฬิกา) ฯลฯ
 
มันน่าคิดก็ตรงนี้แหละครับ ถ้าจะเอาจากธรรมชาติทั้ง 100% เลยผมว่ามันยากไปน่ะครับ เราคงต้องลงทุนเอาบ้างแต่ไม่มากมายนัก ;)
ขอบคุณที่ช่วยกันคิดกันสร้างครับ หากว่าโลกนี้ยังมีการคิดที่ไม่หยุดยั้ง มนุษย์เราก็ยิ่งพัฒนาครับ

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว