หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ลองปลูกแตงกวากันไหม  (อ่าน 20170 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5520


« เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2010, 12:08:12 PM »

                      ก่อนอื่นลองดูราคาขายปลีกแตงกวาคละผลในรอบ 12 ปีที่ผ่านมาของกรมการค้าภายในนะครับ 
                              http://trade.dit.go.th/pricestat/report2.asp?mode=A&product=299
                                       และมาดูราคาขายส่งแตงกวากัน
                          http://agri.dit.go.th/web_dit_sec1/admin/uploadfiles/upload_files/%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A7%E0%B8%B2%20%28%E0%B8%81%E0%B8%81.%29.pdf
                      จะเห็นว่าราคาขายส่งกับขายปลีกต่างกันครึ่งต่อครึ่งเลย
                         
                     อายุการเก็บเกี่ยวของแตงกวาที่รับประทานเป็นผักอยู่ที่ ประมาณ  30-35 วัน  เมื่อเรารู้อายุของแตงกวาแล้วเอาไปใช้ประโยชน์ได้คือต้องหาจุดที่ราคาสูงในรอบปี ซึ่งอาจจะมีตอนตรุษจีน  เทศกาลกินเจ เพื่อวางแผนการปลูกให้ผลผลิตไปออกในช่วงที่ราคาสูง  เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าไม่ใช่ไปปลูกให้ออกพร้อมประดังกันจนเหลือราคา  กก ละไม่กี่บาท พืชอื่นๆก็เช่นเดียวกันที่เราต้องเรียนรู้หาข้อมูลราคาทั้งขายปลีก ขายส่ง  และจุดที่ราคาสูงในรอบปี ยิ่งได้ข้อมูลย้อนหลังหลายๆปีก็จะทำให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้นในการวางแผนการปลูกพืช  ถ้าปลูกเพื่อจำหน่าสยการตลาดต้องนำ แต่ถ้าปลูกเพื่อกินปลูกตอนไหนก็ได้ครับ
                                   ชนิดของแตงกวาที่ปลูกในไทย
                     1. แตงกวาสำหรับบริโภคสด เป็นแตงกวาผลเล็ก พันธุ์พื้นเมืองที่นิยมกินกันทั่วไป มีเมล็ดพันธุ์จำหน่ายทั่วไปเป็นพันธุ์ที่มีดอกตัวผู้และดอกตัวเมียในต้นเดียวกัน  เมล็ดสามารถนำไปปลูกขยายพันธุ์ต่อได้
                     2. แตงกวาพันธุ์ลูกผสม เป็นพันธุ์ที่ได้จากการปรับปรุงพันธุ์ มีทั้งแตงกวาผลเล็ก ผลกลาง ผลยาว ผลใหญ่  ทั้งชนิดที่เอาไปทำแตงกวาดอง หรือปลูกเพื่อส่งออก  แตงกวาประเภทนี้ผู้ปลูกควรมีตลาดล่วงหน้าหรือปลูกขายส่งแบบมีสัญญาล่วงหน้า เพราะเวลานำไปขายในตลาดธรรมดามักจะได้ราคาถูก เมล็ดที่ได้เมื่อนำไปทำพันธุ์จะมีการกลายพันธุ์ได้มากไม่ได้คุณภาพเหมือนต้นแม่
                     แตงกวาสามารถปลูกได้ทั้งปี แต่ช่วงที่เหมาะสมคือช่วงที่ฝนไม่ชุกมากคือปลายฝนต้นหนาวแต่อย่าลืมว่ามีคนปลูกมากๆๆในช่วงนี้เพราะฉะนั้นราคาจะต่ำ  ดินปลูกแตงกวาต้องมีการไถพรวนให้ร่วนซุย และไม่มีน้ำท่วมขังเด็ดขาด ขุดหลุมเตรียมปลูกผสมปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกหลุมละประมาณ  1  กก  เป็นอย่างต่ำ  คุกเคล้าให้เข้ากับดินในหลุมอย่างดี  ถ้าได้ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 รองก้นหลุมประมาณ  20  กรัมหรือหนึ่งหยิบมือ ก็จะดีมาก ถ้าปลูกในพื้นที่ไม่ได้ยกร่องระปลูกประมาณ 1 เมตร แต่ถ้าปลูกแบบยกร่่องและทำค้างระยะระหว่างต้น  50 เซ็นติเมตร  ระยะระหว่างแถว  1 เมตร หยอดเมล็ดหลุมละ  4 ถึง 5 เมล็ด  เมื่องอกแล้วแตกใบจริงควรถอนออกให้เหลือหลุมละ  1- 2 ต้น  แต่ถ้าเป็นแตงกวาลูกผสมที่เมล้ดพันธุ์มีราคาแพงมากอาจจะต้องเพาะกล้าในถาดเพาะก่อนในถาดเพาะหรือถุงเพาะชำ  ก่อนย้ายไปลงหลุมปลูก
                   หลังจากนั้นดูแลรดน้ำกำจัดหญ้าออก  จนกระทั่งแตงกวาอายุได้  3 สัปดาห์  ก็ใส่ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือยูเรียเพื่อเร่งการเจริญเติบโต ถ้าใส่ยูเรียก็ประมาณ  10  กรัมต้่อหลุม  ขุดใส่ในดินใกล้ต้นแต่อย่าให้กระเทือนราก
                    การทำค้างหรือไม่ทำนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของแตงกวา  ขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ  แตงกวาบางพันธุ์ต้องทำค้างจึงจะให้ผลผลิตดี  และการปลูกแตงกวาในฤดูฝนถ้าทำค้างเราก็จะได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเพราะแตงกวาไม่ค่อยเน่าเสียหรือถูกแมลงผิวดินกัดกิน ค้างแตงกวามีหลายแบบทำได้ตั้งแต่การใช้วัสดุในท้องถิ่นเช่นไม้ไผ่ ต้นอ้อ ต้นพง  ไปจนถึงใช้เชือกขึงหรือใช้ตาข่าย   ขึ้นอยู่กับทุนที่เรามีอยู่  การทำค้างแตงกวาเมื่อออกในฤดูฝนจะทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มอีกเป็นเท่าตัว
                    ปัญหาเรื่องโรคแมลงที่ทำลายแตงกวา
       
        แตงกวาเป็นพืชที่ค่อนข้างอ่อนแอต่อฌโรคและแมลงอย่างมากดังนั้นในการปลูกเพื่อขายจึงจำเป็นต้องใช้สารกำจัดโรคและแมลงฉีดพ่นป้องกันหรือกำจัดบ้างเป็นระยะ ยาที่ใช้ก็มีหลายชนิดตามอาการของโรค  แมลง  ที่เป็น  แต่ข้อที่สำคัญที่สุดคือต้องใช้ตามฉลากที่บ่งบอกไว้อย่างเคร่งครัด  และมีการใช้ที่มีการป้องกันอันตรายต่อผู้ปลูก ผู้บริโภค
                     
                     
บันทึกการเข้า

Namtatian
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 51


« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 09, 2010, 04:11:26 PM »

ตอนนี้ปลูกแตงกวาอยู่ค่ะ กำลังออกลูกเลย เก็บเช้า เย็นถึงเอาไปส่งแม่ค้า เชื่อราขึ้นค่ะ เก็บไว้ไม่ได้นาน ไม่น่าเชื่อว่าแค่ข้ามคืนนะเนี่ย
ทำไงดีคะถึงจะทำให้เก็บได้นานๆ อย่างน้อยก้อไม่ใช่ว่าเก็บเช้าเสียเย็นค่ะ กลุ้มมากเลย ช่วยบอกวิธีหน่อยค่ะ อุตส่าห์เห็นใจผู้บริโภค ไม่ฉีดยาแรงๆ แต่ไหนได้ ผลออกมาจะเป็นลมมมมมมมม


Liked By: ideaphone
บันทึกการเข้า
vud
staff
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 5520


« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 10, 2010, 07:35:40 AM »

การที่แตงกวาเป็นโรคผลเน่ามีสาเหตุมาจากเชื้อราหลายชนิดเช่นถ้าเป็นเชื้อรา ไรซอกโทเนีย จะเป็นแผลฉ่าน้ำบริเวณผิวของผลแตงที่สัมผัสดิน หรือถ้าเกิดจากเชื้อรา โบทริก บริเวณปลายผลที่เน่าจะมีเชื้อราคลุมอยู่ 
   การป้องกันกำจัดต้องระวังไม่เก็บแตงกวาในขณะที่ดินเปียก และเมื่อมีผลแตงกวาเป็นโรคนี้ต้องกำจัดทิ้งเอาออกไปจากแปลงปลูกเพื่อไม่ให้รุกลาม  การเก็บแตงกวาอย่าล้างน้ำเพราะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเน่าได้ดีขึ้น อย่าให้แตงกวาสัมผัสดินในกรณีที่มีแหล่งเชื้อโรค
   การใช้ยาป้องกันกำจัดเชื้อรา  โคโค-แมกซ์ ฉีดพ่นแปลงแตงกวาที่เป็นโรคนี้ตอนเย็นทุก  3-5 วัน  ตามอัตราและวิธีการที่แนะนำของฉลาก
   มีอีกกรณีหนึ่งที่ผู้ปลูกแตงกวาใช้สารเร่งการโตของผลมากเกินไปทำให้มีการขยายตัวของผลแตงกวามากเกินไป เมื่อเก็บแล้วแตงกวาจะมีอาการยุบตัวเน่าและได้ง่าย
บันทึกการเข้า
Namtatian
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 51


« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 15, 2010, 06:56:44 PM »

ปลูกแบบไม่ได้ทำค้างค่ะ เลื้อยกับดินเลย ส่วนเรื่องยา ฉีดแค่สัปดาห์ละครั้งค่ะ และเว้น 1 วันหลังจากฉีด ถึงเก็บอีกที ปกติก็เก็บทุกวันค่ะ ยาเอาไม่อยู่จริงๆ จะไม่ให้ชื้นก็ไม่ได้ เพราะช่วงนี้ฝนตกชุกทุกวันเลย ส่วนที่ว่าไม่ให้ล้าง แล้วจะทำความสะอาดยังไงดีคะ ถ้าเป็นว่าเอาผ้าแห้งมาเช็ดทีละลูกคงไม่ไหวค่ะ กลุ้มมากเลยทีแรกส่งได้โล 10 บาท แล้วลดลงมาเป็น 8 บาท ตอนนี้เหลือ 6 บาทแล้วค่ะ ลดลงเกือบครึ่ง เคยคิดอยากลองใช้ยาแรงๆดูมั่ง แต่คิดๆไปแล้วสงสารคนกิน แต่คนที่ซื้อไปกินเค้าก็ไม่ชอบอีกอ่ะแหละ เพราะลูกมันไม่สวย เค้าจะรู้มั้ยนะว่าที่เห็นสวยๆอยู่ในตลาดอ่ะ ยาแรงแค่ไหน นั่นแหละน๊า...ที่เค้าว่า เอ็นดูเขา เอ็นเราขาด
บันทึกการเข้า
mr.beer@บูรพา
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2354



« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 10:18:18 AM »

 อายจัง อายจัง อายจัง
บันทึกการเข้า

หักหนามทุเรียนทีละอัน แล้วถามตัวเอง ว่า รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก ผลสุดท้ายคำตอบที่ได้คือ...รัก ก็ เจ็บ ไม่ รัก ก็ เจ็บ
free
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 135


« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 02, 2010, 11:11:11 AM »

ตอนนี้ผมปลูกไม่ค่อยได้ผล ต้นไม่ค่อยโต หมดปุ๋ยไปป่าวๆ ไม่รูเกี่ยวกับฤดูฝนหรือป่าว ผมปลูกตอนฤดูหนาวผลผลิตออกมาดีมาก
บันทึกการเข้า
rakky_55
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 6


« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2010, 09:50:30 PM »

ใช้เชื้อรา ไตรโคเดอร์ม่าฉีดครับ    จะไปฆ่าเชื้อราที่ทำให้เกิดโรคเน่าอีกที  ลองดูครับ
เพราะต่อให้ใช้ยาไม่แรง  ก็ต้องเว้นก่อนเก็บเกี่ยว 1อาทิตย์อยู่ดี
ซื้อได้ที่บริษัทยูนิซีด   ผมเคยซื้อมาก็ใช้ได้ดีนะครับ  หรือลองหาจาก Google  ดู
บันทึกการเข้า
mr.beer@บูรพา
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2354



« ตอบ #7 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2010, 09:53:27 PM »

หนาวนี้ว่าจะปลูกสักไร่


Liked By: jimmylin04
บันทึกการเข้า

หักหนามทุเรียนทีละอัน แล้วถามตัวเอง ว่า รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก ผลสุดท้ายคำตอบที่ได้คือ...รัก ก็ เจ็บ ไม่ รัก ก็ เจ็บ
mr.beer@บูรพา
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2354



« ตอบ #8 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2010, 09:55:20 PM »

ปลูกแบบไม่ได้ทำค้างค่ะ เลื้อยกับดินเลย ส่วนเรื่องยา ฉีดแค่สัปดาห์ละครั้งค่ะ และเว้น 1 วันหลังจากฉีด ถึงเก็บอีกที ปกติก็เก็บทุกวันค่ะ ยาเอาไม่อยู่จริงๆ จะไม่ให้ชื้นก็ไม่ได้ เพราะช่วงนี้ฝนตกชุกทุกวันเลย ส่วนที่ว่าไม่ให้ล้าง แล้วจะทำความสะอาดยังไงดีคะ ถ้าเป็นว่าเอาผ้าแห้งมาเช็ดทีละลูกคงไม่ไหวค่ะ กลุ้มมากเลยทีแรกส่งได้โล 10 บาท แล้วลดลงมาเป็น 8 บาท ตอนนี้เหลือ 6 บาทแล้วค่ะ ลดลงเกือบครึ่ง เคยคิดอยากลองใช้ยาแรงๆดูมั่ง แต่คิดๆไปแล้วสงสารคนกิน แต่คนที่ซื้อไปกินเค้าก็ไม่ชอบอีกอ่ะแหละ เพราะลูกมันไม่สวย เค้าจะรู้มั้ยนะว่าที่เห็นสวยๆอยู่ในตลาดอ่ะ ยาแรงแค่ไหน นั่นแหละน๊า...ที่เค้าว่า เอ็นดูเขา เอ็นเราขาด
ปลูกที่ไหนนะครับสร.หรือเปล่า
บันทึกการเข้า

หักหนามทุเรียนทีละอัน แล้วถามตัวเอง ว่า รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก ผลสุดท้ายคำตอบที่ได้คือ...รัก ก็ เจ็บ ไม่ รัก ก็ เจ็บ
namwan ลูกชาวนา
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 224

นันทภัค


« ตอบ #9 เมื่อ: ตุลาคม 19, 2010, 09:39:50 AM »

หวานก็ปลูกอยู่ค่ะ ตอนนี้เห็นผลผลิตแล้วไม่ได้ปลูกเยอะค่ะ ปลูกกินในครอบครัว ลูกประมาณ ขวดบีทาเก้น 10 บาทค่ะ ไว้ แต่เก็บกินแล้วถ้ามีอีกจะถ่ายรูปมาให้ดูน่ะค่ะ
บันทึกการเข้า

ทำเลย อย่า มัวแต่ ว่าจะ (ทำ) เพราะเวลา ไม่ได้ จะเดิน แต่เดิน ตลอด เวลา ที่อยู่ 130 ซ.อยู่วิทยา 13 แขวงกระทุ่มราย  เขตหนองจอก กทม.  10530
Namtatian
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 51


« ตอบ #10 เมื่อ: ตุลาคม 21, 2010, 08:29:08 PM »

ปลูกแบบไม่ได้ทำค้างค่ะ เลื้อยกับดินเลย ส่วนเรื่องยา ฉีดแค่สัปดาห์ละครั้งค่ะ และเว้น 1 วันหลังจากฉีด ถึงเก็บอีกที ปกติก็เก็บทุกวันค่ะ ยาเอาไม่อยู่จริงๆ จะไม่ให้ชื้นก็ไม่ได้ เพราะช่วงนี้ฝนตกชุกทุกวันเลย ส่วนที่ว่าไม่ให้ล้าง แล้วจะทำความสะอาดยังไงดีคะ ถ้าเป็นว่าเอาผ้าแห้งมาเช็ดทีละลูกคงไม่ไหวค่ะ กลุ้มมากเลยทีแรกส่งได้โล 10 บาท แล้วลดลงมาเป็น 8 บาท ตอนนี้เหลือ 6 บาทแล้วค่ะ ลดลงเกือบครึ่ง เคยคิดอยากลองใช้ยาแรงๆดูมั่ง แต่คิดๆไปแล้วสงสารคนกิน แต่คนที่ซื้อไปกินเค้าก็ไม่ชอบอีกอ่ะแหละ เพราะลูกมันไม่สวย เค้าจะรู้มั้ยนะว่าที่เห็นสวยๆอยู่ในตลาดอ่ะ ยาแรงแค่ไหน นั่นแหละน๊า...ที่เค้าว่า เอ็นดูเขา เอ็นเราขาด
ปลูกที่ไหนนะครับสร.หรือเปล่า
ปลูกที่ชลบุรีค่ะพี่เบียร์ เมล็ดครั้งก่อนยังเหลือเป็นสิบๆกระป๋อง ว่าจะปลูกอีกเนี่ย รอช่วงนาทีทองก่อนแล้วกัน ตอนนี้เก็บฟักทองกะพริกขายอยู่คร่า คนงานม่ายพอ แต่ต้องปลูกแน่ๆก้อคือฟักเขียวตอนนี้ราคาตกต่ำสุดๆ แต่ว่าถ้าปลูกตอนนี้ พวกที่เคยปลูกไปคงอ่วม ขาดทุนกันหมดแระ กว่าติ๊กจะเก็บเกี่ยวผลได้ราคาคงพุ่งน่าดู เป็นไปตามกฏของอุปสงค์และอุปทาน(สาธุ)
บันทึกการเข้า
udom101
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 330


« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 05, 2010, 07:46:57 PM »

 ร้องไห้ เมื่อวาน กินแตงกวาที่ปลูกเอง น้ำตาไหล โครต อร่อยเลย หวานกรอบเนื้อแน่น 
อุดม ปลูกไม่เป็น โรยดินไปทั่ว เดี่ยวจะไปทำตามข้อมูลด้านบนครับ ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า

**** คิดอย่างยั่งยืน ****
ideaphone
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 77


« ตอบ #12 เมื่อ: กันยายน 21, 2012, 09:38:45 AM »

สนใจอยู่นะนี่หลังจากเก็บเกี่ยวข้าว....จะลองใช้แบบน้ำหยด จะคุ้มทุนไหมน้อนี่... ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้


Liked By: tass08
บันทึกการเข้า
ideaphone
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 77


« ตอบ #13 เมื่อ: มกราคม 23, 2013, 01:56:36 AM »

รอชมผลงานครับบ.... ยิ้มเท่ห์ ยิ้มเท่ห์
บันทึกการเข้า
ideaphone
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 77


« ตอบ #14 เมื่อ: มีนาคม 24, 2013, 11:46:14 PM »

เงียบไปนานนน....เลยครับ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ ร้องไห้ แลบลิ้น แลบลิ้น แลบลิ้น
บันทึกการเข้า
zigo
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 199


« ตอบ #15 เมื่อ: สิงหาคม 10, 2013, 12:24:03 PM »

อยากรับซื้อแตงกวา ไม่รู้จะมีใครขายให้หรือเปล่า
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: