ข่าว
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ขอคำแนะนำ... การลงทุนฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่ระบบปิด (EVAP)!  (อ่าน 19199 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
คนทำนา.คอม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


« เมื่อ: มิถุนายน 30, 2010, 09:49:21 PM »

นั่งอ่านไปทั้งกระทู้พี่เอกนคร และไปลองหาข้อมูล evap
ก่อนหน้านี้ได้เสนอไอเดียกับหุ้นส่วนไปแล้ว แต่เค้ายังไม่เข้าใจ
ก็เลยต้องหาข้อมูลให้มากขึ้นไปอีก...

หากคำนวนแล้ว ROI ดี ความเสี่ยงต่ำมันก็น่าลุยต่อ แต่เท่าที่
อ่านเจอทองใบฟาร์มซะเยอะเลย และก็กบนอกกะลาใน Youtube
ที่เป็น evap ของขอนแก่น...

ที่ยังไม่สามารถคำนวนได้คือ ตัวเลขการลงทุน และอัตราผลผลิต
มันจะออกมาประมาณไหนนี่ยังไม่สามารถเลยครับ

เมื่อสักครู่อ่านกระทู้พี่เอกนครเห็นมีตัวเลขจากฟาร์มพี่เอกนคร ไก่สาว
จะสามารถให้ผลผลิตได้เต็มที่ประมาณ 90%+- ก็เอาจำนวนไก่
มาคำนวนได้เลยเหรอครับพี่

ติดตรงนี้ค่อนข้างเยอะ จึงอยากรบกวนขอความรู้พี่เอกนครเรื่อง
ตัวเลขในจุดนี้ด้วยครับพี่

คำถามครับ
1. ตัวเลขการลงทุนโรงเรือน
2. ตัวเลขผลผลิตในแต่ละวัน (หรือเฉลี่ยต่อเดือน)
3. ระยะเวลาในการปลดแม่ไก่ เปลี่ยนรุ่น
4. เรื่องการพักเล้า (อันนี้เท่าที่อ่าน คือ ปัญหาการหาไก่เข้าไม่ได้ แบกต้นทุนหลังอาน ถ้ากู้มาถึงหายใจไม่ออกได้)
5. หากมีคำแนะนำน้องๆ เพิ่มเติมยินดีรับฟังและขอบพระคุณมากๆ ครับ

เหตุผล/ความสนใจ.
1. การเลี้ยงไก่สามารถสร้าง Cash Flow ที่ดีและต่อเนื่องได้
2. การเลือกใช้ระบบปิด evap เพื่อควบคุมและลดความเสี่ยง
3. การใช้ข้อมูลจำนวนมาก และประสบการณ์จากรุ่นพี่ เพื่อใช้บริหาร และจัดการกับความเสี่ยงนั้นๆ
4. ความหลากหลายของช่องทางรายได้
5. ตัวอย่างจากทองใบฟาร์ม ได้การสร้าง value ในส่วนอื่นเช่น การใช้ขี้ไก่สร้างพลังงาน, การทำปุ๋ย ฯลฯ (ครบกระบวนการ แปลรูปได้หมด)

หากมีข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมขออนุญาตมารบกวนเพื่อนๆ และพี่เอกนครเพิ่มเติมด้วยครับ
หรือเพื่อนๆ สมาชิกเกษตรพอเพียงที่ใช้ระบบ evap หรือศึกษาอยู่ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ

ขอแสดงความนับถือ
ปุ๊ก
บันทึกการเข้า

ดำ เช้าหยุด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 841


เรือใหญ่ต้องออกทะเลลึก


« ตอบ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2010, 08:32:37 PM »

หากมาใหม่ อยากกระโดดเข้าวงการ เลี้ยงไก่ไข่
ณ. เวลานี้  ไม่น่าทำครับ
หากมองไปที่ราคาไข่ แพงเป็นประวัติการณ์ ใช่ว่าเป็นไปตามกลไกตลาด
แต่เป็นเพราะความพยายามเข้ามาครอบงำ  ตลาดการเลี้ยงไก่ไข่
เพื่อให้เป็นไปในทิศทางที่กำหนด  ตอนนี้ก็ยังเป็นเรื่องเป็นราวกันอยู่
  ลองมองอีกมุมหนึ่งครับ ตอนนี้ราคาไข่แพง  ราคาอาหารแพงตาม
อย่าว่าแต่จะคิดเพิ่มกำลังผลิตเลย แม้แต่จะหามาทดแทนเปลี่ยนรุ่น
ยังทำไม่ได้เลย  การกระจายพันธุ์ไก่ ยังมีปัญหาอยู่ ณ.เวลานี้
คุณสร้างเล้าขึ้นมา  จะหาแม่ไก่ที่ไหน มายืนกรง
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 07, 2010, 12:06:05 PM โดย ดำ เช้าหยุด » บันทึกการเข้า
เอกนคร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 301


« ตอบ #2 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2010, 10:55:36 PM »

อย่างที่น้า ดำ เช้าหยุด บอกแหละครับ หากจะกระโดดมาตอนนี้มันเสี่ยงมากครับ ยิ่งจะลงทุนคอกอีแว็บด้วยแล้ว ขอบอกว่าต้นทุนสูงเอาการเลยทีเดียว คิดง่ายๆเลยว่า หากจะเลี้ยงโรงเรือนอีแว็บ อย่างน้อยที่สุดคือต้องเลี้ยงประมาณ 5000 ตัว ราคาไก่สาวตัวละ 200 บาท เฉพาะพันธ์ไก่ก็ล้านนึง แต่ปัญหาหลักเวลานี้คือ จะเอาไก่จากไหนมาลงเล้า ขนาดฟาร์มระดับแสนตัวยังปวดหัวที่จะหาไก่สาวมาลงเลยครับ สร้างเล้าไม่มีไก่ลงก็จบครับ

 ผมแนะนำหลายๆท่านที่จะเลี้ยงไก่ว่าถ้าอยากเลี้ยงจริงๆให้เริ่มเล็กๆไปก่อน อย่าเพิ่งลงทุนอีแว็บ ถ้าอยากลงทุนจริงๆก็เรียกลูกๆมาคุยก่อนเลยว่าพ่อจะเลี้ยงไก่นะ ทำอีแว็บ ลงทุนขนาดนี้ ลูกจะรับช่วงเลี้ยงต่อมั้ย ถามให้แน่ใจ ถ้าลูกยืนยันจะรับช่วงต่อ เอาแน่ๆ ก็อย่ารอช้า ลงทุนทำอีแว็บไปเลย ระยะยาวคุ้มกว่าจริงๆ  แต่ถ้าลูก คนในครอบครัวยังลังเล แนะนำว่าทำโรงเรือนเปิดไปก่อนครับ สร้างตลาด สร้างความชัดเจนก่อน  ถ้าคุณอยากเลี้ยง 2500 ตัว คุณควรสร้างตลาดรองรับ 5000 ฟองต่อวัน หรือ 50% ของจำนวนไก่ที่เลี้ยง  ส่วนที่ขาดให้ซื้อเค้ามาขาย แล้วคุณจะไม่มีปัญหาเรื่องภาวะไข่เลย 

เรื่องอีแว็บต้องคิดให้หนักนะครับ นโยบายรัฐที่ควบคุมจริงๆแล้วนายทุนตัวโตๆนั่นแหละสร้างนโยบายมาอีกที  นี่คือโจทย์ข้อแรกที่ต้องตอบ คือถามลูก/ทายาท ว่าจะรับช่วงต่อมั้ย  และจะเอาไก่ที่ไหน
บันทึกการเข้า

...ดีได้แต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน...
เอกนคร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 301


« ตอบ #3 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2010, 11:12:13 PM »

ส่วนคำถามเรื่องผลตอบแทนผมเขียนตอบในกระทู้ ก.ไก่ แล้วว่าในภาวะราคาปกติจะมีกำไรหน่วยการขายละ 20 สตางค์ต่อฟอง  คือ ผู้เลี้ยง 20 สตางค์ พ่อค้าคนกลาง 20 สตางค์ พ่อค้าปลีก 20 สตางค์ อยู่ที่คุณจะทำให้ตัวเองอยู่ในระดับการขายถึงหน่วยไหนก็บวกกำไรไป  แต่ถ้าไข่แพงผู้เลี้ยงจะได้เพิ่มซึงส่วนที่เพิ่มนี้ก็ดึงมาจากพ่อค้าคนกลาง  สรุปคือไข่แพงคนเลี้ยงกำไรเพิ่ม  พ่อค้าคนกลางกำไรลด  พ่อค้าปลีกกำไรเท่าเดิม  ไข่ถูก คนเลี้ยงกำไรลด พ่อค้าส่งจะมีกำไรเพิ่ม  พ่อค้าปลีกกำไรก็ประมาณเดิมเช่นเคย งงมั้ยครับ

ตัวเลขในแต่ละเดือนก็ต้องลองคูณกับจำนวนไก่และช่วงราคาไข่ครับ  ผมไม่มีตัวเลขตรงนี้ครับ ส่วนระยะเวลาไก่ยืนกรงก็จะอยู่ที่หนึ่งปีสองเดือน – หนึ่งปีครึ่ง  อันนี้นอกจากเปอร์เซ็นไข่แต่ละวันจะเป็นตัวกำหนดแล้วยังมีปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องในการปลดระวางไก่เร็วหรือช้า  เช่น ไข่ราคาถูกมากไม่คุ้มราคาอาหารแม้เปอร์เซ็นต์ไข่ยังพอได้อยู่ก็ต้องปลดไก่ก่อนล่ะครับ  หรือไก่ปลดช่วงนี้ราคาสูง และเราอาจวางแผนปลดไก่ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า และมีแนวโน้มว่าราคาไก่ปลดจะลดลง ก็ต้องเปลี่ยนแผนปลดระวางไก่ก่อนถูกต้องมั้ยครับ ลองมองภาพตามนะครับ แต่หลักๆก็อยู่ในช่วงหนึ่งปีสองเดือน – ปีครึ่งครับ  ฟาร์มผมพักเล้าประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ครับ เพราะมีไก่ยืนกรงรอเข้าแน่นอน(เลี้ยงลูกไก่เอง) จึงค่อนข้างได้เปรียบในการวางแผนตรงนี้
บันทึกการเข้า

...ดีได้แต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน...
เอกนคร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 301


« ตอบ #4 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2010, 11:26:21 PM »

ส่วนการสร้างพลังงานเชื้อเพลิงจากแก๊สที่เกิดจากขี้ไก่ลงทุนประมาณ 2 แสนครับ แต่..ถามว่าจะขายแก๊สได้มั้ย  ขอตอบว่าส่วนใหญ่จะไม่ได้ครับ  ชาวบ้านเค้าไม่มาซื้อคุณหรอก มันไม่สะดวก คนไทยชอบสบาย ไม่อยากให้ใครดีกว่า นี่ผมก็คนไทยนะครับ  คนที่ทำบ่อแก๊สส่วนมากก็จะเอาไปใช้ในบ้านเองฟาร์มเอง  ส่วนที่เหลือทำงัยครับ...

แจกครับ  เป็นต้นทุนปิดปากร้องเรียน สร้างมวลมิตรรอบๆฟาร์ม ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดีครับ  จากปกติมีเสียงโวยวายบ้างว่าฟาร์มคุณส่งกลิ่นรบกวน  พอให้ใช้แก๊ชฟรี  เสียงโวยวายก็จะเบาลงทันที อันนี้คือเรื่องจริงที่ต้องยอมรับกัน  แต่ถ้าคุณขายแก๊ชให้กับเพื่อนบ้านรอบๆฟาร์ม  แม้ว่าราคาจะถูกยังงัย  และถึงเค้าจะซื้อ แต่หากมีคนร้องเรียนคุณก็ต้องแก้ปัญหาแบบนี้ เมื่อให้1คน ก็ต้องให้ทุกคน

ความหลากหลายของช่องทางรายได้อันนี้เห็นจะจริงอยู่  คุณได้ขายไข่ คุณได้ขายไก่ปลดระวาง คุณได้ขายขี้ไก่ คุณได้ขายน้ำขี้ไก่  สามารถสร้างเกษตรอื่นได้เพิ่มจากการเลี้ยงไก่  แต่รายได้ที่คุณต้องการจริงๆคือกำไรจากการขายไข่ครับ เมื่อไข่ล้นตลาด ราคาต่ำ ไม่มีทางเลยที่จะเอารายได้อื่นๆมาซัพพอร์ตคุณ ดังนั้นจึงอยากเรียนแนะนำว่า เมื่อผลตอบแทนของเราคือไข่ การให้ความสำคัญในเรื่องการลงทุนโรงเรือนมากไม่ใช่เรื่องดีนัก หาไก่พันธ์ดี เอาใจใส่การเลี้ยงจะเป็นคำตอบที่ดีกว่า  และที่สำคัญควรมีตลาดเป็นของตนเอง อย่าพึ่งพาพ่อค้าคนกลางมากนัก
บันทึกการเข้า

...ดีได้แต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน...
เอกนคร
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 301


« ตอบ #5 เมื่อ: กรกฎาคม 06, 2010, 11:59:22 PM »

ทีนี้ขอขยายความของกำไรในแต่ละหน่วยการขายนิดนึงนะครับ สมมุติคุณเลี้ยง 1000 ตัว โดยขายส่งให้พ่อค้าคนกลางอย่างเดียว ในภาวะราคาปกติ และสมมุติว่าไก่ให้ไข่ประมาณ 85 % คุณจะมีกำไรวันละ 170 บาท กำไรนี้คือหักค่าอาหาร ค่าน้ำค่าไฟที่ไก่กินไก่ใช้ในแต่ละวัน แต่ไม่ได้คิดหักต้นทุนโรงเรือนหรือตัวไก่หรือค่าคนงานกรณีจ้างนะครับ และสมมุติต่อว่าคุณขายให้พ่อค่าปลีกเองโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง คุณจะได้กำไรเพิ่มเป็นวันละ340บาท อันนี้ก็ยังไม่ได้หักค่าโสหุ้ยต่างๆในส่วนที่คุณเป็นพ่อค้าคนกลางเอง เช่น ค่าขนส่ง ค่าเสียหายของไข่ ค่าถาด ค่าลูกน้อง  ทีนี้สมมุติต่อว่าเลี้ยงเองขายปลีกเอง(1000ตัวสามารถขายปลีกเองได้สบาย) กำไรก็จะได้วันละประมณ 510 บาท มันก็ต้องไปหักกับค่าโสหุ้ยต่างๆในส่วนของการเป็นพ่อค้าปลีกเองด้วยครับ  พอจะมองภาพออกมั้ยครับ

แต่ย้ำว่าประมาณการนี้ ณ ภาวะปกตินะครับ อาจมีมากกว่านี้บ้าง น้อยกว่านี้บ้าง  แต่ส่วนใหญ่จะไม่ได้มากกว่านี้ครับ... ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม
บันทึกการเข้า

...ดีได้แต่อย่าเด่นจะเป็นภัย ไม่มีใครอยากเห็นเราเด่นเกิน...
คนทำนา.คอม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


« ตอบ #6 เมื่อ: กรกฎาคม 07, 2010, 01:15:30 AM »

ขอบคุณน้าดำ และพี่เอกนครมากครับ ... ได้เห็นภาวะจากผู้มีประสบการณ์จริง
ช่วยให้ได้เห็นภาพมากขึ้นเลยครับ และต้องจอแจงว่าอันนี้เป็นขั้นตอนการรวบรวม
ข้อมูลครับ เปรียบเทียบกับแนวทางพี่เอกนคร เปรียบเทียบกับปล่อยไก่ และ
ไก่อื่นๆ ที่พอจะเป็นไปได้ครับ

และต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ สมาชิก เกษตรพอเพียง ทุกท่าน ณ ที่นี้ครับ

-----

ปุ๊ก
บันทึกการเข้า
k13
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 132


« ตอบ #7 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2010, 09:50:56 PM »

ไปหาหนังเรื่อง FOOD INC มาดูซะ แล้วจะรู้ว่าเค้าเอาเปรียบเกษตรกรยังไง พอจะมีกำไรก็ให้อัพอุปกรณ์การเลี้ยงต้องกู้มาเพิ่ม ทำให้เราอยู่ในกำมือเค้า แต่ก็อย่างว่าแหละมันเงินของคุณ งั้นบอร์ดนี้ก็อาจไม่มีความรู้ให้คุณ เข้าหา cp เถอะ
บันทึกการเข้า
คนทำนา.คอม
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 120


« ตอบ #8 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2010, 11:12:26 PM »

ไปหาหนังเรื่อง FOOD INC มาดูซะ แล้วจะรู้ว่าเค้าเอาเปรียบเกษตรกรยังไง พอจะมีกำไรก็ให้อัพอุปกรณ์การเลี้ยงต้องกู้มาเพิ่ม ทำให้เราอยู่ในกำมือเค้า แต่ก็อย่างว่าแหละมันเงินของคุณ งั้นบอร์ดนี้ก็อาจไม่มีความรู้ให้คุณ เข้าหา cp เถอะ

ขอบคุณสำหรับคำตอบนะครับ ถึงจะดูตรงๆ แรงๆ ไปหน่อยก็ตามครับ

-----

ปุ๊ก
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: