หน้า: [1] 2 3 4 5 6   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: แนะนำเตาเผาถ่าน 200 ลิตร แบบชาวบ้าน  (อ่าน 155141 ครั้ง)
1 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
girl-gardener
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: ตุลาคม 04, 2008, 12:42:15 AM »

เตาเผาถ่าน 200 ลิตร แบบบ้านบ้าน แถมน้ำส้มควันไม้ ประโยชน์มากมายที่คุณจะได้ทำกัน
บันทึกการเข้า

girl-gardener
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2008, 12:55:57 AM »

เป็นเตาเผาถ่านที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเตาเผาถ่านแบบดั้งเดิม ประมาณ 1.2 -1.5 เท่า โดยใช้ถังขนาด 200 ลิตร เป็นตัวเตา เตาประเภทนี้อาศัยความร้อนไล่ความชื้นในเนื้อไม้ที่อยู่ในเตา ทำให้กลายเป็นถ่าน หรือ ที่เรียกกันว่า " กระบวนคาร์บอนไนเซซั่น ( Carbonization) " นอกจากนี้เตายังมีโครง สร้างที่มีลักษณะปิด ทำให้สามารถควบ คุมอากาศได้ จึงไม่มีการลุกติดไฟของเนื้อไม้ ผลผลิตที่ได้จึงเป็นถ่านที่มีคุณภาพ มีสารก่อ มะเร็งต่ำ ขี้เถ้าน้อย และผลพลอยได้จากกระบวนการเผาถ่านอีกอย่างหนึ่ง คือ
" น้ำส้มควันไม้ หรือ Wood Vinegar" ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน ์ในการเกษตรกรรมธรรมชาติ ได้ด้วย
ลงทุนน้อย (ไม่เกิน 500 บาท) เหมาะกับการใช้งานในครัวเรือน
 โปรดติดตามตอนต่อไป.........
 
บันทึกการเข้า
ชาวนา™
Administrator
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 9289


เกษตรพอเพียง


เว็บไซต์
« ตอบ #2 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2008, 09:46:08 AM »

ขอบคุณครับ  เป็นประโยชน์สำหรับสมาชิกที่สนใจ


Liked By: Ekachaiyan, mint
บันทึกการเข้า

paoun
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 49


« ตอบ #3 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2008, 02:04:49 PM »

กำลังสนใจเรื่องนี้อยู่เชียว  แต่บ้านป้าคงไม่มีที่ให้ทำ ถ้ายังไงขอแบบเตาเผาถ่าน 200 ลิตร แบบตั้งมีมั๊ยค่ะ
น่าจะสะดวกสำหรับคนที่มีพื้นที่น้อยแบบป้ามากกว่า รึถ้าจะให้ดีมีแบบสำเร็จมั๊ยจ๊ะ ที่เค้าวงขายมาใช้งานได้เลยนะค่ะ
ถ้าทราบบอกด้วยนะค่ะ


Liked By: Ratthapatch
บันทึกการเข้า
ดำ เช้าหยุด
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 841


เรือใหญ่ต้องออกทะเลลึก


« ตอบ #4 เมื่อ: ตุลาคม 04, 2008, 07:51:16 PM »

แบบของผมดั้งเดิม เล็กกระทัดรัด
บันทึกการเข้า
girl-gardener
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: ตุลาคม 05, 2008, 12:15:44 AM »

ก่อสร้างเตาเผาถ่านต้องเลือกสถานที่ในการสร้างเตา โดยควรเป็นที่ดอนและโล่ง ควรอยู่ห่างจากบ้านเรือนอย่างน้อย  50 เมตร  จะมีหลังคาคลุมก็ได้ อายุงานจะนานขึ้น อยู่ใกล้แหล่งไม้ฟืนหรือวัตถุดิบ ที่สำคัญคือต้องปล่อยควันออกสู่ที่โล่งได้สะดวก บริเวณรอบๆ ควรมีต้นไม้เยอะๆ เพื่อดูซับควัน  เตาแบบตั้ง ก็คล้ายกันค่ะ ใช้พื้นที่อย่างน้อยประมาณ 2x2 เมตร
คุณป้าขา.. เผายังไงก็ต้องมีควัน รูปที่พี่ดำมาให้ดู ควันโขมงเลยค่ะ อาจจะไม่เหมาะสำหรับชุมชนที่อยู่อาศัย
เตาที่อาจารย์วุฒิเอามาให้ดูก็ สำเร็จรูปค่ะ ราคาราว 10000 บาท พื้นที่ก็พอกัน
สิ่งสำคัญไม่ว่าแบบใด กลิ่นควันก็แรง ควันจะฟุ้งแม้ว่าจะกลั่นเป็นน้ำส้มไปบางส่วนแล้วค่ะ
บันทึกการเข้า
saroj
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: ตุลาคม 23, 2008, 10:08:04 AM »

ผมอยากทราบวิธีการทำเตาเผาถ่าน 200 ลิตรแบบแนวตั้งนะครับใครรู้ช่วยบอกที
บันทึกการเข้า
tomy
@Kasetporpeang
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2822

สังคมแห่งการแบ่งปัน


เว็บไซต์
« ตอบ #7 เมื่อ: พฤศจิกายน 06, 2008, 03:59:30 AM »

เผาถ่าน ด้วยถัง 200 ลิตร พร้อมเก็บน้ำส้มควันไม้

จาก ฅนเอาถ่าน อาศรมพลังงาน



บันทึกการเข้า
girl-gardener
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2008, 11:44:38 PM »

ข้อมูลเอาไว้ปริ้นมาอ่านเวลาไม่เข้าใจหรือลืมเป็นบางขั้นนะคะ  เพราะตอนฟ้าทำ ก็เปิดซีดี ดูที่หน้าเตาเลยค่ะ จะได้ไม่งง

การสร้างเตาเผาถ่านโดยใช้ถังน้ำมัน  200 ลิตร
   ก่อสร้างเตาเผาถ่านต้องเลือกสถานที่ในการสร้างเตา โดยควรเป็นที่ดอนและโล่ง ควรอยู่ห่างจากบ้านเรือนอย่างน้อย  50 เมตร  จะมีหลังคาคลุมก็ได้ อายุงานจะนานขึ้น อยู่ใกล้แหล่งไม้ฟืนหรือวัตถุดิบ ที่สำคัญคือต้องปล่อยควันออกสู่ที่โล่งได้สะดวก บริเวณรอบๆ ควรมีต้นไม้เยอะๆ เพื่อดูซับควัน
วัสดุ / ส่วนประกอบ
1.   ถังน้ำมัน  200  ลิตร 1  ถัง มีฝาเปิดด้านบนได้ก็ดี (สะดวกในการทำไม่ต้องตัดฝา)
2.   ท่อใยหิน  เส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว  ยาว  1 – 1.5  เมตร  1  ท่อ   (ใช้ทำเป็นปล่องควัน)
3.   ข้องอใยหิน 90 เส้นผ่านศูนย์กลาง  4  นิ้ว   (สำหรับเชื่อมต่อตัวเตา กับปล่อง)
4.   กระเบื้องหรือสังกะสี 4-5 แผ่น   (สำหรับทำผนังเตา ด้านข้างและด้านหลัง)
5.   อิฐบล็อก  5   ก้อน    (สำหรับทำปากเตา)
6.   ไม้ท่อนขนาดไม้ หน้าสาม ยาว 1 เมตร  8 ท่อน เสี้ยมปลายให้แหลม  (ไว้ทำเสาค้ำยังผนังเตา)
7.   ไม้ไผ่ลำตรง 1 ลำ  เส้นผ่านศูนย์กลาง 3 นิ้ว ยาวอย่างน้อย 5 เมตร (รองน้ำส้มควันไม้)
8.   ดินหรือทราย   (ทำฉนวนหุ้มรอบเตา)
9.   ดินเหนียวผสมขี้เถ้าแกลบ  (ใช้เป็นยาแนวรอยต่อต่างๆ)
10.   ขวดน้ำตัดปากใส่น้ำส้มควันไม้  นำลวดร้อยเป็นหูหิ้วด้วย   เพราะน้ำส้มเป็นกรด   ถ้าภาชนะเป็นโลหะ  กรดจะกัดโลหะทำให้น้ำส้มควันไม้คุณภาพไม่ดี
ขั้นตอนการเตรียมอุปกรณ์
1.   นำถังน้ำมัน  200 ลิตร  ฝาเปิดด้านบน  เจาะเป็นรูสี่เหลี่ยม  20x20 เซนติเมตร  ส่วนด้านก้นถังให้เจาะรูกลม  เส้นผ่านศูนย์กลางใหญ่กว่า  4 นิ้วเล็กน้อย  เพื่อให้ใส่ข้องอได้สะดวก
2.   ข้องอให้เจาะรู 1 นิ้ว มุมฉากด้านนอกเพื่อใช้ระบายน้ำที่เกิดจากการควบแน่นของควันในท่อใยหิน
3.   นำไม่ไผ่เจาะทะลุปล้อง ตัดปากเฉียง 45 องศา ด้านหนึ่ง  วัดห่างจากปากด้านป้านเจาะรูด้วยเลื่อย กว้าง 2 เซนติเมตร ไว้รองน้ำส้มควันไม้
4.   ผ้าหนา หรือกระสอบป่าน มาพันรอบไม้กระบอก ห่างจากรูไม้ขึ้นไป เล็กน้อย
5.   ผ้าทำเป็นลูกประคบใหญ่พอที่จะปิดปากท่อใยหินให้สนิท โดยใส่ทรายไว้ผูกปากให้แน่น  และเศษผ้าอีกผืนหนึ่งหนาพอประมาณ ไว้ปิดปากปล่องกับท่อไม้ไผ่
ขั้นตอนการประกอบเตา
1.   นำถังน้ำมันมาวางนอนให้รูกลมท้ายเตาอยู่ด้านล่าง และหาไม้หนุนด้านหน้าเตา (ฝาเปิดด้านบนถัง) สูงกว่าเล็กน้อยเพื่อช่วยเรื่องการระบายน้ำและการไหลเวียนของอากาศดีขึ้น
2.   วัดระยะห่างออกจากตัวถัง ข้างละ 20 เซนติเมตรเพื่อตอกเสาค้ำยันหลัก ด้านละ 2 ต้น หรือมากกว่าตามความเหมาะสม
3.   ประกอบผนังเตาด้วยสังกะสี หรือกระเบื้อง โดยให้เสาค้ำอยู่ด้านนอกผนังอยู่ด้านใน
4.   ตักดินหรือทรายเทใส่ระหว่างข้างถัง 2 ข้าง และผนังเตาพอควรไม่ให้ผนังล้ม
5.   ประกอบข้องอใยหินที่รูกลมด้านท้ายเตา เพื่อทำเป็นปล่องควัน ใช้ดินเหนียวผสมขี้เถ้าแกลบผสานรอยต่อ ระหว่างข้องอกับถัง ได้ระดับแล้วก็ ตอกไม้หลักกั้นไม้ให้ข้องอถอยออก
6.   นำท่อไยหินต่อบนข้องอท้ายเตาให้ตรงแล้วผสานรอยต่อด้วยดินเหนียวผสมขี้เถ้าแกลบให้สนิท ควรใช้ลวดผูกท่อไยหินกับไม่หลักไว้ไม่ให้เคลื่อน ควรผสานรอยต่อด้านในถังกับข้องอใยหินด้วย
7.   ปิดผนังด้านท้ายเตาด้วยการตอกหลักห่างจากท้ายเตา 10-15 เซนติเมตร
8.   ตักดินหรือทรายถมระหว่างผนังทั้ง 3 ด้านให้เต็มเป็นฉนวนเตา
9.   ตัดแผ่นสังกะสีหรือกระเบื้อง กว้างพอที่จะปิดผนังด้านข้างของหน้าเตา แล้วตอกหลักกั้นไว้ทั้งซ้ายและขวาป้องกันไม่ให้ดินฉนวนพังลงมา
เตาหลังหนึ่งเมื่อประกอบเสร็จแล้ว สามารถเผาถ่านได้เป็นร้อยครั้ง จนกว่าตัวถังน้ำมันจะผุ ซึ่งอาจนานกว่า 2-3 ปี ขึ้นอยู่กับการใช้งาน
บันทึกการเข้า
girl-gardener
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2008, 11:52:31 PM »

     ก่อนเข้าสู่กระบวนการเผา สิ่งสำคัญที่จะต้องเตรียมคือไม้ ที่จะนำมาเผาเลือกไม้ขนาดไล่กัน (ไม้ที่นำมาเผาไม่ควรสด-แห้งจนเกินไป) ถ้าเป็นท่อนยาวควรตัดให้สั้น 80 เซนติเมตร ยาวพอจะใส่ในเตาได้พอดี (ถังน้ำมันยาว 90 เซนติเมตร) และคัดแยกไม้เป็นกลุ่ม 3 ขนาด คือ เล็ก กลาง ใหญ่ เพื่อสะดวกในการเรียงไม้เข้าเตา
     การเรียงไม้สำคัญมาก เริ่มจากวางไม้ท่อนเล็กยาว 1 ฟุตไว้ตามขวางประมาณ 3 ช่วงใช้เป็นหมอนหนุน (หรือเหล็กเส้นยาว 1 ฟุต หรือตะแกรงเหล็ก) ควรวางให้มีช่องว่างจากท้องเตาเพื่อหมุนเวียนความร้อนภายในเตา
เริ่มเรียงไม้เข้าเตา โดยให้ไม้ขนาดเล็กสุดอยู่ด้านล่าง ขนาดใหญ่สุดอยู่บน (ธรรมชาติของความร้อนจะลอยอยู่ด้านบน อุณหภูมิด้านล่างจะต่ำกว่า เมื่ออุณหภูมิต่างกัน ไม้เล็ก ไม้ใหญ่จะเป็นถ่านพร้อมกันพอดี และใส่ไม้ควรเอาด้านเล็กกว่าเข้าไปในเตา เพราะอยู่ใกล้ช่องเชื้อเพลิงซึ่งอุณหภูมิจะสูงกว่าท้ายเตา) จนไม้เต็ม
     ปิดฝาเตา เอารูสี่เหลี่ยม ไว้ด้านล่างเป็นปากเตา (ปิดฝาถังให้สนิท) แล้วเอาดิน ทราย กลบหลังเตาและรอบตัวเตาให้มิด ประกอบช่องใส่ไฟด้วยการเอาอิฐบล็อก 2 ก้อนมาวางตั้งขนานกันตรงรูสี่เหลี่ยมหน้าเตา เว้นระยะให้พอดีกับช่องที่เจาะไว้ นำอิฐอีก 2 ก้อนวางนอนทับด้านบน แล้วยาแนวประสานระหว่างหน้าเตากับอิฐ รอยต่อของอิฐแต่ละก้อนทุกแนว ขอบฝาถังกับตัวถังก็ยาแนวให้สนิท
เริ่มกระบวนการทำถ่าน
     จุดไฟหน้าเตาบริเวณอิฐก้อนแรกสุด ใช้เชื้อเพลิงแห้ง เช่น เศษหญ้า กิ่งไม้เล็กๆ ใส่เชื้อเพลิงทีละน้อย ปล่อยให้ไอความร้อนค่อย ๆ เข้าไปสะสมในตัวเตา (ต้องระวังในการใส่เชื้อเพลิงเข้าไป ถ้าเร่งไฟมาก ความร้อนเข้าไปในเตาเร็วเกินไปจะทำให้ไม้กลายเป็นถ่านก่อนและที่สุดก็เป็นขี้เถ้า)
     
     ช่วงที่หนึ่ง  การไล่ความชื้น คือไล่ความชื้นออกจากเนื้อไม้ด้วยไอความร้อนจากเชื้อเพลิงที่ใส่หน้าเตา จะใช้เชื้อเพลิงทั้งหมดไม่มาก (ใช้เวลาประมาณ 1-3 ชั่วโมง) อาจเร็วหรือช้ากว่านั้น ขึ้นอยู่กับ ไม้ ฉนวนดิน และตัวเตา จะมีความชื้นมากหรือน้อย  ช่วงแรกนี้ ควันจะมีสีขาวปนเทา เมื่อใส่เชื้อเพลิงไปเรื่อยๆ จนความชื้นใกล้หมด ควันจะเริ่มมากขึ้นพุ่งออกจากปล่องควันอย่างแรงจนเห็นได้ชัด ภาษาคนเผาถ่านเรียกว่า ควันบ้า แสดงว่าเตาติดแล้ว (ความร้อนที่อยู่ในเตาเพียงพอที่จะพยุงตัวเองได้แล้ว ระอุอยู่ในตัวเตา) ให้หยุดใส่เชื้อเพลิงที่หน้าเตา

     ช่วงที่สอง  เปลี่ยนจากไม้เป็นถ่าน คือเกิดปฏิกิริยาคายความร้อนในตัวเตา ทำให้ไม่ต้องพึ่งความร้อนจากหน้าเตามากนัก สามารถหรี่ไฟหน้าเตาลงได้ หยุดใส่เชื้อเพลิงแล้วนำอิฐอีกก้อนมาปิดเพื่อลดพื้นที่ อากาศเข้าที่หน้าเตาให้เหลือประมาณ ¼  หรือประมาณ 1 ฝ่ามือ เพียงพอที่จะเลี้ยงไม่ให้เตาดับ
     ช่วงนี้ไม้จะคายสารต่างๆ ที่มีประโยชน์ออกมา สังเกตโดยบริเวณปากปล่องควัน จะมีสารสีดำที่เรียกว่ายางไม้  หรือ  Tar  ติดอยู่  ซึ่งเป็นช่วงที่เหมาะสมที่จะเริ่มเก็บน้ำควันไม้ได้ดีที่สุด  (ใช้เวลาประมาณ  2 – 3 ชั่วโมง) คือ เอาไม้ไผ่ที่เจาะทะลุปล้อง  พันด้วยผ้าหรือกระสอบป่านพรมน้ำพอหมาด วางด้านตัดปากเฉียงต่อกับปากต่อใยหิน เอาไม้ค้ำปลายไม้ไผ่อีกด้านไว้สูงกว่าลักษณะ 45 องศา แล้วนำผ้าผืนหนาชุบน้ำมาพันปิดรอบรอยต่อระหว่างปากท่อใยหินกับไม้ไผ่ให้สนิท แขวนกระบอกรองน้ำส้มควันไม้ไว้ใต้รูที่เจาะ ควันที่อกจากปล่องควัน  จะเป็นไอร้อน  เมื่อกระทบกับอากาศเย็นในลำไม้ไผ่  จะเกิดการควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำ  แล้วจะไหลย้อนกลับลงมาผ่านรูที่เจาะ  (ช่วงนี้ใช้เวลา  2–3 ชั่วโมง) จนกว่าน้ำส้มควันไม้เริ่มหนืดและมีสีเข้มขึ้น ก็เลิกรองน้ำส้ม เอาไม้ไผ่ออกจากปากปล่องท่อใยหิน ตอนนี้ควันจะเริ่มเป็นสีน้ำเงินปนออกมา แสดงว่าไม้ในเตาเป็นถ่านหมดแล้ว

     ช่วงที่สาม  การทำถ่านให้บริสุทธิ์ เมื่อควันเป็นสีน้ำเงินให้เปิดหน้าเตาออก ประมาณ ½  หรือครึ่งหนึ่งเพื่อให้อากาศเข้ามากขึ้น เป็นการเพิ่มอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว เพื่อเอาออกซิเจนเข้าไปทำปฏิกิริยากับถ่านข้างใน ความร้อนในเตาจะสูงขึ้นอีกครั้ง เพื่อทำให้น้ำมันดิน Tar ในเนื้อถ่านถูกขับไล่ออกมาทางปล่องควัน (ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที มากหรือน้อยกว่านั้น ขึ้นอยู่กับขนาดและชนิดของไม้) คนเผาถ่านส่วนใหญ่จะไม่ไล่น้ำมันดินเพราะน้ำหนักถ่านจะลดลง
      คอยสังเกตดูสีควันให้เป็นสีน้ำเงินนานที่สุด จนเมื่อควันเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อนแสดงว่าถ่านจะเริ่มเป็นขี้เถ้าแล้ว ควรระวังเพราะถ้าเปิดให้อากาศเข้าในเตามากเกินไป ช่วงการทำถ่านให้บริสุทธิ์จะสั้นลง ถ่านจะกลายเป็นขี้เถ้าสูง และน้ำมันดิน Tar ในเนื้อถ่านจะออกไม่หมด (น้ำมันดิน Tar ในเนื้อไม้ เมื่อได้รับอุณหภูมิสูงกว่า 425 องศาเซลเซียส จากการเผาถ่าน จะเป็นสารก่อมะเร็งตกค้างอยู่ในถ่าน เมื่อเรานำถ่านที่ไม่ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ ไปปิ้งย่างอาหารแล้วนำมาบริโภค ก็ได้รับสารก่อมะเร็งเข้าสะสมในร่างกายอย่างไม่มีทางเลี่ยง ดังนั้นข้อดีของเตาเผ่าถ่าน 200 ลิตร คือ การควบคุมปริมาณอากาศ ทำให้เกิดกระบวนการเผาไล่น้ำมันดิน ทำถ่านให้บริสุทธิ์ ปลอดภัยกับการนำไปใช้มากกว่าวิธีการเผาแบบดั้งเดิม)

     ช่วงที่สี่  การทำถ่านให้เย็นลง เมื่อถ่านบริสุทธิ์หมดแล้ว ควันสีฟ้าจะจางลงกลายเป็นควันใสมองทะลุผ่านได้ระยะ 10 เซนติเมตร เหนือปากปล่องจะมองไม่เห็นควันให้ดับเตา เริ่มปิดจากหน้าเตา โดยอิฐหน้าเตานั้นปิดให้สนิทประสานรูระหว่างอิฐให้หมดไม่ให้อากาศเข้าได้ จนสุดท้ายปิดที่ปากปล่องควัน ด้วยลูกประคบทรายชุบน้ำนิดหน่อยปิดที่ปากปล่องควันให้สนิท ตรวจดูหารอยรั่วอีกครั้ง เพราะถ้ารั่ว ถ่านข้างในจะกลายเป็นขี้เถ้าจนหมด
     จากนั้นเกลี่ยดินบนหลังเตาออกเพื่อช่วยระบายความร้อน ทิ้งไว้ประมาณ 1 คืน หรืออย่างน้อย 8 ชั่วโมง เพื่อให้ถ่านดับสนิทและเย็นลง
     การเปิดเตาทุกครั้งให้เปิดที่ปากปล่องก่อนเพื่อไล่อากาศที่ค้างอยู่ในเตา แล้วจึงเปิดที่หน้าเตาแกะอิฐและฝาเตาออก ค่อยๆ ลำเลียงถ่านออกมาผึ่งในที่โล่งอย่างน้อย 1 ชั่วโมงป้องกันไม่ให้ถ่านลุกติดไฟแล้วจึงค่อยนำไปบรรจุหรือเก็บรวมไว้ใช้ต่อไป
     ถ่านที่ได้จากเตา 200 ลิตร จะเป็นถ่านคุณภาพสูงดีต่อสุขภาพ มีสารก่อมะเร็งต่ำและมีปริมาณถ่านมากถึง 20-22 % โดยมวล เมื่อสังเกตจากภายนอกตรงรอยหัก ถ่านจะมีลักษณะมันวาว เวลาเคาะจะมีเสียงดังกังวาน เมื่อนำไปใช้จะให้ความร้อนสูง ไม่มีการแตกระเบิด ควันน้อย แกร่งทนใช้นานกว่าถ่านทั่วไป
บันทึกการเข้า
girl-gardener
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2008, 12:02:38 AM »

น้ำส้มควันไม้ผลผลิตหนึ่งที่ได้จากการเผาถ่าน ปริมาณน้ำส้มควันไม้ในการเผาถ่านแต่ละครั้ง โดยทั่วไปไม้สดที่ตัดทิ้งไว้ ประมาณ 3 - 4 วัน ก่อนนำเข้าเตาหนัก 100 กก. ผลผลิตที่ได้จากการเผาจะได้ถ่านประมาณ 20 กก. และได้ น้ำส้มควันไม้ดิบประมาณ 8 กก.
     น้ำส้มควันไม้ถือว่าเป็นของแถมจากกระบวนการเผาถ่าน ของเหลวสีชา มีกลิ่นฉุนของควันไฟ มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ การเก็บน้ำส้มควันไม้นั้น แนะนำให้เก็บในช่วงอุณหภูมิปากปล่องควันประมาณ 80 – 85  C   ช่วงอุณหภูมิภายในเตาจะประมาณ 300 – 400  C ถ้าเก็บในอุณหภูมิต่ำกว่า 300  C จะได้สารประกอบที่มีประโยชน์น้อยมาก  และถ้าเก็บควันในช่วงที่อุณหภูมิเกิน  425  C น้ำมันดินหรือน้ำมันทาร์ (Tar)  จะสลายตัวเป็นสารก่อมะเร็ง  น้ำส้มควันไม้สามารถเก็บโดยใช้เครื่องมือง่ายๆ โดยอาศัยการถ่ายเทความร้อนจากปล่องดักควันที่มีอุณหภูมิสูงสู่อากาศรอบปล่องดักควันที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า ความชื้นในควันจะควบแน่นเป็นหยดน้ำ นำมารวบรวมและทำให้บริสุทธิ์ขึ้น ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มาก โดยเฉพาะการเกษตร
     การทดลองพบว่า สามารถทำให้เจริญเติบโตเร็ว เก็บผลผลิตได้เร็ว แต่ไม่ช่วยให้ปริมาณเพิ่มขึ้น ผลผลิตจะสด กรอบอร่อย 

องค์ประกอบหลักในน้ำส้มควันไม้
-   น้ำ
-   กรดฟอร์มิค (กรดมด)
-   กรดอะซิติก (กรดน้ำส้ม)
-   ฟอร์มัลดีไฮด์
-   ฟีนอล
-   สารอินทรีอื่นๆ  มีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนพืช

สารประกอบอินทรีย์   น้ำส้มควันไม้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์
ได้หลากหลาย  มีคุณสมบัติ เช่น

-   เป็นสารปรับปรุงดิน
-   สารป้องกัน ไล่ กำจัดแมลงศัตรูพืช
-   รักษาโรคพืชบางชนิด
-   เร่งการงอกและการเจริญเติบโตของพืช
-   ฆ่าเชื้อโรคได้  ฆ่าเชื้อราที่เป็นพิษ
-   ฉีดพ่นคอกสัตว์ ลดกลิ่นในคอก

ประโยชน์ในอุตสาหกรรม
-   ใช้ผลิตสารดับกลิ่นตัว
-   ผลิตสารปรับผิวนุ่ม
-   ผลิตยารักษาโรคผิวหนัง
-   ถูพื้นบ้าน  ขัดห้องน้ำ ยับยั้งกลิ่นได้ดี

      ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้ต้นทุนทางการเกษตรลดลง และไม่ทำลายสภาพแวดล้อม แต่สิ่งสำคัญบางครั้งแล้วการนำไปใช้อาจไม่ได้ผล เพราะน้ำส้มควันไม้มีคุณภาพต่ำ เนื่องจากน้ำส้มควันไม้มีความเป็นกรดสูงดังนั้นก่อนนำไปใช้ควรจะนำมาเจือจางให้เกิดสภาวะที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งาน
      การจะได้น้ำส้มควันไม้คุณภาพดีก็ไม่ยาก เริ่มจากขั้นตอนการเก็บต้องเก็บให้ถูกวิธีและช่วงเวลาคือ เมื่อเข้าสู่กระบวนการเผา ช่วงที่สอง หลังจากเกิดควันจำนวนมากพุ่งออกจากปลายปล่องอย่างแรงหรือควันบ้านั้น ให้หยุดใส่เชื้อเพลิง สังเกตดูว่าควันสีเหลืองหรือสีนุ่นเก่าๆ และมีกลิ่นฉุนจัดออกมาจึงเริ่มเก็บน้ำส้มควันไม้ได้ เทคนิคง่ายๆ คือ เอาจานกระเบื้องหรือเศษกระเบื้องเคลือบสีขาว มาปิดที่ปากปล่องสักครู่ เปิดดูถ้ามีหยดน้ำใสสีน้ำชาเกาะที่แผ่นกระเบื้องแสดงว่าเก็บน้ำส้มควันไม้ได้แล้ว การเผาถ่านแต่ละครั้งสามารถเก็บน้ำส้มควันไม้ได้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง เมื่อควันน้ำส้มหมดไปเปลี่ยนเป็นควันใสให้หยุดเก็บน้ำส้มควันไม้ได้ หรือเอากระเบื้องมาปิดปากปล่องอีกครั้ง หากมีจุดสีน้ำตาลเข้มเหนียวเกาะติดอยู่ แสดงว่ามีน้ำมันดินออกมามากสารที่มีประโยชน์หมดแล้ว ก็เลิกเก็บน้ำส้มได้
บันทึกการเข้า
girl-gardener
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2008, 12:10:52 AM »

การทำน้ำส้มควันไม้ให้บริสุทธิ์
     น้ำส้มควันไม้ที่ได้จากการเก็บจากเตาผลิตถ่าน  ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทันที ดังนั้น  จึงต้องทำให้บริสุทธิ์เสียก่อน  ซึ่งทำได้คือ  การปล่อยให้ตกตะกอน  โดยนำน้ำส้มควันไม้มาเก็บในถังทรงสูง หรือขวดน้ำ  ภาชนะที่ไม่ใช่โลหะ มีความสูงมากกว่าความกว้างประมาณ  3  เท่า  ไม่ต้องขยับเขยื้อน โดยทิ้งไว้ประมาณ  90 วัน  น้ำส้มควันไม้จะตก ตะกอนแบ่งเป็น 3 ชั้น  ชั้นบนสุดจะเป็นน้ำมันเบา  (Light Oil) มีปริมาณบางๆ บริเวณชั้นผิวหน้า ชั้นกลางจะมีมากที่สุดเป็นของเหลวใสสีชา  (Wood Vinegar) คือน้ำส้มควันไม้   และชั้นล่างสุดเป็นของเหลวสีข้นดำ คือ น้ำมันดิน (Tar)
     หลังจากตกตะกอนจนครบกำหนดแล้ว  นำน้ำส้มควันไม้มากรองซ้ำอีกครั้งด้วยผ้ากรอง  แล้วนำไปใช้ประโยชน์ได้ น้ำส้มควันไม้ที่บริสุทธิ์  ต้องมีน้ำมันดินไม่เกิน 1% ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ง่ายโดยดูความใส หากมีน้ำมันดินเกิน 1%  น้ำส้มควันไม้จะขุ่นและมีสีดำ น้ำส้มควันไม้ที่ดีจะมีลักษณะใสสีชาหรือน้ำตาลแดง แตกต่างกันไปตามชนิดของไม้ หลังแยกน้ำมันดินออกแล้ว จะมีลักษณะใสสีชาถ้าไม่ทิ้งให้ตกตะกอน เมื่อนำไปใช้ฉีดพืชจะไปปิดปากใบของพืชและเกาะติดรากพืช  ทำให้พืชโตช้าหรือตายได้ 
 
การทดสอบคุณภาพของน้ำส้มควันไม้
     ไม่ยากเลย โดยการวัดค่าความเป็นกรด ความถ่วงจำเพาะเพื่อให้แน่ใจว่านำไปใช้โดยเจือจากตามสัดส่วนมาตรฐานแล้ว ได้ผลตามต้องการ  ตรวจค่าความเป็นกรดด้วยกระดาษลิตมัส นำน้ำส้นควันไม้เทใส่แก้วใส นำกระดาษลิตมัสมาแตะ แล้วเทียบตาราง ค่ามาตรฐานจะอยู่ที่ ph 2.5-3  ตรวจค่าความถ่วงจำเพาะใช้ไฮโดรมิเตอร์ค่าที่เหมาะสมโดยใช่ประโยชน์ทางเกษตรอยู่ที่ประมาณ1.007-1.024  การทดสอบคุณภาพนั้นจำเป็นมาก ถ้าเก็บน้ำส้มควันไม้แล้วไม่ได้ค่าความเป็นกรดด่าง หรือความถ่วงจำเพาะที่เหมาะสม เมื่อนำไปใช้ในสัดส่วนที่ทดสอบไว้ก็จะไม่ได้ผลตามนั้น แต่จงจำไว้ว่าน้ำส้มควันไม้ไม่ใช่ปุ๋ย
บันทึกการเข้า
girl-gardener
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 10, 2008, 12:21:34 AM »

อัตราส่วนการใช้น้ำส้มควันไม้
     1. ป้องกันแมลงศัตรูพืช
1 : 5 . 1 : 10   สำหรับการนำไปฆ่าเชื้อในดิน  ราดทำลายปลวก และ มด ได้
1 : 20 .1 : 30   รดในหน้าดิน ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ไม่มีประโยชน์และแมลงในดิน บำรุงผิวดินก่อนทำการเพาะปลูก 10 วัน ใช้ในปริมาณ 6 ลิตร ต่อ 1 ตรม.
1: 50   พ่นลงดิน ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำลายพืช หากเข้มข้นมากกว่านี้รากพืชอาจได้รับอันตรายได้
1: 50   น้ำส้มควันไม้มี น้ำมันทาร์ และยางเรซินอยู่มาก ที่ส่งกลิ่นเหม็นคล้ายควันไฟ รบกวนสัตว์แมลงที่มีพิษ เช่น ตะขาบ ปลวก มด แมงป่องและสัตว์ต่าง ๆ
1: 50   น้ำส้มควันไม้มีคุณสมบัติในการต่อต้าน หรือลดการผลิตแอมโมเนีย จึงสามารถนำไปใช้ลดกลิ่นเหม็นในคอก สัตว์ ในอัตราส่วนไม่เข้มข้นนัก
1 : 50   รดบริเวณโคนต้น ไล่ไส้เดือน มะเขือเทศ
1: 100   ราดโคนต้นไม้รักษาโรครา และโรคเน่า รวมทั้งป้องกันแมลงมาวางไข่
1: 100   ใช้ฉีดพ่นถังขยะ ป้องกันกลิ่นและแมลงวัน ใช้ดับกลิ่นในห้องน้ำห้องครัวและบริเวณชื้นแฉะ
1: 100   กลิ่นฉุน เหล่านี้ ช่วยขับไล่แมลงวัน
1: 100   ช่วยเพิ่มปริมาณเชื้อรา และแบคทีเรียที่มี ประโยชน์ ในการเร่งการหมักสารชีวภาพ คือ สามารถย่นระยะเวลาในการหมักลงอีกครึ่งหนึ่งของการหมัก สารชีวภาพโดยปกติ
1 : 200.1 : 300   ผสมลงไปในอาหารสัตว์ เมื่อสัตว์กินเข้าไป จะช่วยปรับระดับ แบคทีเรียในลำไส้ เพื่อช่วยในการดูดซึมสารอาหารได้ดี ถ้าเป็นไก่เนื้อไก่จะเจริญเติบโตได้ดี เนื้อไก่เป็นสี ชมพู
1: 200   พ่นใบไม้รวมทั้งพื้นดินรอบ ๆ ต้นพืชทุก ๆ 7-15 วันเพื่อขับไล่แมลงและป้องกันเชื้อราและรดโคนต้นไม้เพื่อเร่งการเจริญเติบโต
1 : 200   ฉีดพ่นใบ ฆ่าเชื้อรา มะเขือเทศ
1 : 200   รดบริเวณโคนต้น กันรากเน่า มะเขือเทศ
1 : 200   ฉีดพ่นใบ กันเชื้อรา แตงกวา
1 : 200   รดบริเวณโคนต้น  กันรากเน่า แตงกวา
1 : 200   รดบริเวณโคนต้น สตรอเบอรี่ ไส้เดือนฝอย
1 : 300   ฉีดพ่นใบ พริก ลดการร่วงโรยของดอก
1 : 300   ฉีดพ่นใบ ข้าวโพด ขับไล่แมลง
1: 500.1 : 1000   พ่นผลอ่อน หลังจากติดผลแล้ว 15 วัน ช่วยขยายผล พ่นอีกครั้งก่อนเก็บเกี่ยว 20 วันเพื่อเพิ่มน้ำตาลในผลไม้ ช่วยลดไนโตรเจนส่วนเกิน กระตุ้นการสันดาปของพืชชนิดให้รสหวาน
1 : 800   รดแทนน้ำปกติ ผักที่มีระยะปลูกสั้นๆ ก่อน หรือหลังแตกยอดอ่อน
1: 1000   เป็นสารจับใบเนื่องจากสารเคมีสามารถออกฤทธิ์ได้ดีในสารละลายที่เป็นกรด อ่อน ๆ ช่วยเสริมประสิทธิภาพของสารเคมีทำให้สามารถลดการใช้สารเคมีมากกว่าครึ่ง
1 : 1500   รดแทนน้ำปกติ ไล่ไส้เดือนฝอยพริกไทยเขียว
1 : 1500   รดแทนน้ำปกติ ขับไล่แมลง กะหล่ำปี ผักกาดขาว

     น้ำส้มควันไม้ยังสามารถนำไปใช้ด้านอื่น ๆ ได้ อีกเช่น
100 %   เข้มข้น ใช้รักษาแผลสด แผลถูกน้ำร้อน รักษาโรคน้ำกัดเท้าและเชื้อราที่ผิวหนัง
น้ำมันดิน(ทาร์) มีความเหนียวติดไฟง่ายและมีกลิ่นฉุนมาก นำไปเทลงในหลุมเสาบ้านไม้   ทาผิวไม้ ก่อนที่จะทำการก่อสร้างบ้าน ป้องกันปลวก / มอด ทำลายเนื้อไม้ได้ หรือผสมผงถ่านกับน้ำมันดิน  สามารถนำไปโรยรอบอาคาร เพื่อป้องกันสัตว์ต่าง ๆ เช่น  มด  ปลวก  ตะขาบ ฯลฯ  และจะสลายตัวได้เองภายในเวลาไม่นานนัก  แต่ห้ามทิ้งลงแหล่งน้ำเด็ดขาด
     ใช้ถ่านปรับปรุงดิน แต่ทั้งนี้ในส่วนของถ่านนั้น นอกเหนือจากการใช้เป็นเชื้อเพลิงการหุงต้มในครัวเรือนแล้ว เกษตรกรยังสามารถนำถ่านไปใช้ประโยชน์เกี่ยวกับการปรับปรุงดินได้อีกด้วย
     ถ่านไม้ใช้เป็นสารปรับปรุงดินได้ เนื่องจากถ่านมีรูพรุนมากมาย เมื่อใส่ถ่านลงในดินจะทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำและอากาศได้ดี ทำให้รากพืชขยายตัวอย่างรวดเร็ว รวมทั้งยังดูดซับปุ๋ยไนโตรเจนไม่ให้ระเหยสู่อากาศในรูปของก๊าซแอมโมเนีย ทำให้ประหยัดปุ๋ย รวมทั้งแร่ธาตุต่างๆ ที่มีอยู่ในถ่านจะเป็นแหล่งจุลธาตุ (Trace Element) สำหรับพืชได้อย่างดี  ถ่านไม้สามารถปรับปรุงดินที่เสื่อมโทรมจากการทำการเกษตรไม่ถูกต้อง ทำให้ดินเป็นแหล่งสะสมโรค แมลง รวมทั้งสารเคมีตกค้างและดินเป็นกรดมาก เมื่อใช้ถ่านจะช่วยปรับสภาพความเป็นกรดให้น้อยลง รูพรุนของถ่านจะมีขนาดเล็กมากจึงจะเป็นที่อยู่อาศัยและขยายพันธุ์ของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อพืช เช่น เชื้อแอคทิโนมัยซิส ไตรโคเดอร์ม่า และบาซิลลัส และจากการที่ถ่านไม้มีรูพรุนมากเชื้อจุลินทรีย์อโซโตแบคเตอร์มักจะอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ผลิตอาหารโดยการตรึงไนโตรเจนจากอากาศ ทำให้ถ่านเป็นแหล่งสะสมไนโตรเจน ให้พืชนำไปใช้ในการเจริญเติบโต
     นอกจากนี้ ถ่านไม้ยังช่วยเพิ่มคาร์บอนไดออกไซด์ให้กับดิน ซึ่งพืชสามารถนำไปใช้ปรุงอาหารโดยการสังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น ส่งผลให้ผลผลิตมีคุณภาพดีขึ้น เช่น ทำให้ผลไม้ลดความฝาด และเพิ่มความหวานมากขึ้น
     อัตราส่วนในการใช้นั้น มีข้อแนะนำว่า สำหรับนาข้าวและพืชไร่ ใช้ในอัตราส่วน 300 กิโลกรัม ต่อไร่ ปีละ 1 ครั้ง เช่นเดียวกับพืชผักและพืชล้มลุก ที่ใช้ในอัตราส่วน 300 กิโลกรัม ต่อไร่ ปีละ 2 ครั้ง ส่วนไม้ผลและไม้ยืนต้น อัตราส่วนที่ใช้ 1 กิโลกรัม ต่อทรงพุ่ม 1 เมตร ปีละ 1 ครั้ง และในไม้กระถาง ใช้ 1 ใน 5 ส่วน ของดินผสม
บันทึกการเข้า
taksinr
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 19


« ตอบ #13 เมื่อ: ธันวาคม 31, 2008, 01:32:10 PM »

เป็นประโยชน์มากเลยครับ ขอบคุณคร๊าบ.....
บันทึกการเข้า
Kitty3
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9


« ตอบ #14 เมื่อ: มกราคม 06, 2009, 12:47:54 PM »

เตาเผาถ่าน 200 ลิตรแบบแนวตั้ง หาดูข้อมูล ได้ที่  มหาวิทยาลัยแม่โจ้

http://www.it.mju.ac.th/dbresearch/organize/extention/Radio/pages/pdf/07-09-50/15-07-50.pdf

http://www.it.mju.ac.th/dbresearch/maga-rae/pdf/dec-3-2-2550.pdf

http://www.it.mju.ac.th/dbresearch/maga-rae/pdf/july-5-2-2551.pdf


Liked By: Ratthapatch
บันทึกการเข้า
mongkol
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 9


« ตอบ #15 เมื่อ: เมษายน 01, 2009, 02:26:30 AM »

คุณ tomyหรือคุณชาวนาครับผมอยากได้บทความแนะนำเตาเผาถ่าน 200ลิตรแบบชาวบ้านเก็บไว้ในคอมของผมแต่ทำไม่เป็นช่วยแนะนำวิธีการเก็บข้อมูลให้ด้วยครับ  (มือใหม่หัดเล่นครับ)ขอบคุณล่วงหน้าเลยครับผม


Liked By: Ratthapatch
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4 5 6   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: