ข่าว
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ฝากบทความ การทำฝนเทียม  (อ่าน 2700 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
hermes101
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 18


« เมื่อ: พฤษภาคม 14, 2010, 02:00:11 PM »

http://www.tpa.or.th/writer/read_this_book_topic.php?passTo=b3809114aa06b09244056789bf689a37&pageid=1&bookID=258&read=true&count=true



การทำฝนเทียม

นักศึกษา นาย สหรัตน์ นาคกุล

การทำฝนเทียมเป็นเทคนิคการเลียนแบบธรรมชาติ โดยศึกษาจากกรรมวิธีของฝนในธรรมชาติ

1. กรรมวิธีการทำฝนเทียม

1.1 การทำฝนเทียมในเขตอบอุ่นซึ่งมีเมฆที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส หรือเรียกว่าการทำฝนเมฆเย็น โดยจะทำในตำแหน่งที่ยอดเมฆสูงเฉลี่ย 21,500 ฟุต หรือประมาณ 6,450 เมตร มีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศาเซลเซียส เป็นเมฆคิวมูลัส(cumulus) จะเกิดเฉพาะช่วงต้นและปลายฤดูฝน การทำฝนเทียมในเมฆชนิดนี้ใช้โปรยหรือหว่านด้วยเม็ดน้ำแข็งแห้งเล็ก ๆ (dry ice) หรือ ซิลเวอร์ไอโอไดด์(silver iodide) จะก่อให้เกิดปฏิกิริยาที่เร่งเร้าให้เม็ดน้ำเย็นยิ่งยวดเปลี่ยนสถานะจาก ของเหลวเป็นผลึกหรือเกล็ดน้ำแข็งทันทีแล้วคายความร้อนแฝงออกมา พลังงานความร้อนดังกล่าวทำให้มวลอากาศภายในก้อนเมฆลอยตัวขึ้นเบื้องบน มีผลทำให้เกิดแรงดึงดูดใต้ฐานเมฆ ซึ่งจะดูดเอาความชื้นเข้ามาหล่อเลี้ยงทำให้ก้อนเมฆเจริญเติบโตและมีปริมาณ น้ำฝนเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันแรงยกตัวจะหอบเอาเกล็ดน้ำแข็งเล็ก ๆ ขึ้นไปข้างบนทำให้เกล็ดน้ำแข็งเหล่านี้มีขนาดใหญ่ขึ้นพอมีน้ำหนักมากกว่าที่ แรงยกตัวจะพยุงไว้ได้ก็ตกลงมา จนผ่านชั้นอากาศที่อุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ ก้อนน้ำแข็งก็จะละลายกลายเป็นน้ำฝน

1.2 การทำฝนเทียมในเขตร้อนซึ่งมีอุณหภูมิสูงกว่า 0 องศาเซลเซียส การทำฝนเทียมแบบนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการทำฝนเมฆอุ่น มีลักษณะของเมฆก่อตัวขึ้นเป็นแนวตั้งฉากเป็นเมฆคิวมูลัสซึ่งสังเกตได้ จากกลุ่มเมฆจะมีลักษณะฐานเมฆสีดำ ก้อนเมฆก่อตัวขึ้นคล้ายดอกกระหล่ำปลีอยู่ที่ระดับความสูงของฐานเมฆไม่เกิน 16,000 ฟุต มีอุณหภูมิภายในก้อนเมฆสูงกว่า 0 องศาเซลเซียส การทำฝนเทียมในเมฆชนิดนี้จะใช้สารเคมีเพื่อกระตุ้นให้เกิดกระบวนการชนและรวม ตัวกันของเม็ดเมฆขนาดต่าง ๆ

2. ขั้นตอนการทำฝนเทียม

การทำฝนเทียมประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ 1 ก่อกวน (Triggering)

เป็นการดัดแปรสภาพอากาศด้วยการก่อกวนสมดุล( equilibrium ) หรือ เสถียรภาพ (stability) ของมวลอากาศเป็นแห่ง ๆ โดยการโปรยสารเคมีประเภทคายความร้อน ( exothermic chemical ) ในท้องฟ้าที่ระดับใกล้เคียงกับระดับกลั่นตัวเนื่องจากการไหลพาความร้อนในแนว ตั้ง(convective condensation level ) ซึ่งเป็นระดับของฐานเมฆในแต่ละวัน และโปรยสารเคมีประเภทดูดความร้อน (endothermic chemicals) ที่ระดับสูงกว่า 2,000 - 3,000 ฟุต ทั้งนี้เพื่อช่วยให้เกิดเมฆเร็วขึ้นและปริมาณมากกว่าที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ โดยเริ่มก่อกวนในช่วงเวลาเช้าทางด้านเหนือลมของพื้นที่ เป้าหมายหวังผลที่วางแผนกำหนดไว้ในแต่ละวัน

ขั้นที่ 2 เลี้ยงให้อ้วน (Fatten)

เป็นการดัดแปรสภาพอากาศและก้อนเมฆด้วยการกระตุ้นหรือ เร่งการเจริญเติบโตของก้อนเมฆที่ก่อตัวแล้ว ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นทางฐานเมฆและยอดเมฆ ให้ขนาดหยดน้ำใหญ่ขึ้น และปริมาณน้ำในก้อนเมฆมากขึ้น และหนาแน่นเกินกว่าที่จะปล่อยให้เจริญเองตามธรรมชาติ ด้วยการโปรยสารเคมีประเภทที่เมื่อดูดซับความชื้นแล้วทำให้อุณหภูมิลดต่ำลง ที่ระดับฐานเมฆหรือยอดเมฆโดยบินโปรยสารเคมีเข้าสู่ก้อนเมฆโดยตรง หรือโปรยรอบ ๆ และระหว่างช่องว่างของก้อนเมฆทางด้านเหนือลมให้กระแสลมพัดพาสารเคมีเข้าสู่ ก้อนเมฆ หรือโปรยสารเคมีประเภทคายความร้อนสลับสารเคมีประเภทคายความเย็นในอัตราส่วน 1:4 ทับยอดเมฆทั่วบริเวณที่มีความหนา 2,000 – 3,000 ฟุต ปกคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง หรือที่บริเวณพื้นที่ใต้ลมของบริเวณที่เริ่มต้นก่อกวน ทั้งนี้สุดแล้วแต่สภาพของเครื่องบิน ภูมิประเทศ และขณะอากาศขณะนั้นจะอำนวยให้

ขั้นที่ 3 โจมตี (Attack)

เป็นการดัดแปรสภาพอากาศในก้อนเมฆโดยตรงหรือบริเวณใต้ฐานเมฆ หรือบริเวณที่ต้องการ ชักนำเมฆฝนที่ตกอยู่แล้วเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่ที่ต้องการ เป็นการบังคับหรือเหนี่ยวนำให้เมฆที่แก่ตัวจัดแล้วตกเป็นฝนลงสู่พื้นที่เป้า หมายหวังผลที่วางแผนกำหนดไว้ โดยใช้เครื่องบิน บินโปรยสารเคมีประเภทดูดความร้อนเข้าไปโดยตรงที่ฐานเมฆ หรือยอดเมฆ หรือที่ระดับระหว่างฐานเมฆและยอดเมฆ ชิดขอบเมฆทางด้านเหนือลม หรือใช้เครื่องบิน 2 เครื่องโปรยพร้อมกันแบบแซนด์วิช (Sandwich) เครื่องหนึ่งโปรยที่ฐานเมฆด้านใต้ลม อีกเครื่องโปรยด้านเหนือลมชิดขอบเมฆที่ระดับยอดเมฆหรือไหล่เมฆ เครื่องบินทั้งสองทำมุมเยื้องกัน 45 องศา หรือโปรยสารเคมีประเภทดูด ความร้อนที่ระดับต่ำกว่าฐานเมฆไม่น้อยกว่า 1,000 ฟุต หรือสร้างจุดเย็นด้วยสารเคมีประเภท ดูดความร้อนเป็นบริเวณแคบในบริเวณพื้นที่เป้าหมายหวังผล เพื่อเหนี่ยวนำให้ฝนที่กำลังตกอยู่เคลื่อนเข้าสู่บริเวณที่ต้องการนั้น

     ตอนที่ : 1 [การทำฝนเทียม]
    ตอนที่ : 2 [ไบโอดีเซล]
    ตอนที่ : [3 EM แก้ปัญหาท่อน้ำตัน]
    ตอนที่ : [4 ทำไมถึงต้องมี(ซื้อ)บ้าน]
    ตอนที่ : [5 นำพลาสติกไฟเบอร์กลาสมาใช้แทนมวลหยาบในการทำกระเบื้องคอนกรีตปูพื้น]
    ตอนที่ : [6 เรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับการก่อสร้างในเบื้องต้น]
    ตอนที่ : [7 ฟังเขาเล่าเรื่อง น่าสนใจและเรียนรู้]
    ตอนที่ : [8 ขั้นตอนที่ควรรู้ก่อนที่จะออกแบบและตกแต่งภายใน (ช่างภายนอก)]
    ตอนที่ : [9 งานก่อสร้างกับองค์กรที่เกี่ยวข้อง]
    ตอนที่ : [10 คอนกรีตอัดแรง]
    ตอนที่ : [11 บรรยากาศเกี่ยวข้องอย่างไรกับโอโซน]
    ตอนที่ : [12 เรื่องของหลังคา: โครงสร้างและวัสดุ]
    ตอนที่ : [13 หลักการทำงานของระบบท่อน้ำประปาในอาคาร]
    ตอนที่ : [14 เล่าเรื่องเกี่ยวกับ: การทำงานของหม้อไอน้ำ]
    ตอนที่ : [15 อันตรายที่อาจพบในงานก่อสร้าง]
    ตอนที่ : [16 อะลูมิเนียม : เครื่องตัดอะลูมิเนียม]
    ตอนที่ : [17 ระบบป้องกันฟ้าผ่า]
    ตอนที่ : [18 เรื่องของงานก่อสร้าง]
    ตอนที่ : [19 เครื่องปรับอากาศ]
    ตอนที่ : [20 ก๊าซธรรมชาติ]
    ตอนที่ : [21 ยางรถยนต์]
    ตอนที่ : [22 ปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน]
    ตอนที่ : [23 การจัดการโรคพืชในแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์พืชไร่]
    ตอนที่ : [24 เทคนิคการปูกระเบื้อง]
    ตอนที่ : [25 แอร์หรือที่เรียกว่าเครื่องปรับอากาศ]
    ตอนที่ : [26 เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ]
    ตอนที่ : [27 การกลั่น]
    ตอนที่ : [28 สีผสมอาหาร]
    ตอนที่ : [29 อันตรายจากบุหรี่ อย่าสูบ...ดีที่สุด]
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: