หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ชวนชมยักษ์ เข้ามาเกือบ 20 ปีแล้วก็ตาม ยังมีคนที่รู้จักเขาน้อยเกินไป  (อ่าน 21180 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
กฤตย์ ลูก
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: มีนาคม 10, 2009, 10:41:28 PM »

ตรงนี้เป็นบทความที่ผมพิมพ์ไว้ในแบนด์เนอร์ โฆษณา ชวนชมหน้าบูธ
ในกรณีที่ผมนำชวนชมไปนำเสนอเรื่องราวในแง่มุมต่างๆ

มหัศจรรย์ ชวนชมยักษ์ ที่โลกต้องตะลึง
กับการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่  ที่เกิดขึ้นด้วยฝีมือคนไทย
จนกลายเป็นชวนชมในกระถางบอนไซ ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก

    
ในโลกของชวนชมยักษ์ ที่สร้างความฮือฮาให้แก่วงการชวนชมบ้านเรา
ก็คงไม่เกิน 4-5 สายพันธุ์ยักษ์สุดฮิตที่ได้เข้ามาในเมืองไทยก่อนหน้านี้
เริ่มจากสายพันธุ์ อาราบิคั่ม เป็นสายพันธุ์ยักษ์แห่งคาบสมุทรอาหรับ
เป็นชวนชมที่ใหญ่โตอลังการ ในลักษณะความใหญ่แผ่ขยายด้านข้าง
โขดจะใหญ่โตขึ้นไปเรื่อย ไม่มีขีดจำกัดว่าจะใหญ่ไปได้แค่ไหน
ในเมืองไทย มีนักสะสมสายพันธุ์ชวนชมชนิดนี้มากมาย ในเมืองคง
จังหวัดนครราชสีมา แต่ละต้นลงปลูกในกระถางขนาดกว้าง 1- 2 เมตร
อายุระหว่าง 10 ปีขึ้นไป 
        อาราบิคั่ม เป็นชวนชมที่มีถิ่นกำเนิด บริเวณคาบสมุทรอาหรับ
คนงานไทย ที่ไปทำงานในแถบตะวันออกกลาง ผู้ที่ชื่นชอบการปลูกต้นไม้
ได้นำเอาชวนชมสายพันธุ์นี้กลับมาเมื่อเกือบ 20 ปี มาแล้วในนามยักษ์ซาอุ
ปัจจุบันนี้ คนไทยสามารถพัฒนาสายพันธุ์ ชวนชมอาราบิคั่ม
จนมีความโดดเด่นสวยงาม ไม่แพ้สายพันธุ์ดั้งเดิม เช่นเพชรหน้าวัง ยักษ์บ้านวัด
ยักษ์สิงห์บุรี  ยักษ์เมืองคง ยักษ์เกษตร ยักษ์ลพบุรี เอ-5  เอ-6
ราชินีพันดอก ยักษ์ดำ และสายพันธุ์ชวนชมยักษ์ อื่นๆ อีกมากมาย

...ชมภาพชวนชม อาราบิคั่ม สภาพที่เกิดตามธรรมชทติ...


Liked By: nipun, tapairat, Chuti


* 21.JPG (112.49 KB, 660x500 - ดู 3302 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

กฤตย์ ลูก
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #1 เมื่อ: มีนาคม 10, 2009, 10:49:31 PM »

และในงาน The Garden 2008 ศูนย์การค้าแฟชั่น ไอส์แลนด์  ชวนชมไทย
สายพันธุ์ อาราบิคั่ม ชื่อ"มรกต แปดริ้ว" ถูกประเมินมูลค่าให้ราคาถึง 10 ล้านบาท
และเจ้าต้นที่ชื่อมรกตแปดริ้ว เป็นชวนชมที่ผมตั้งชื่อให้สวนใหญ่สวนหนึ่ง
และทำตลาดให้เขา จนชื่อติดตลาด
มรกตแปดริ้ว เป็นชวนชมต้นแรก ที่กระชากวิญญาญผม ให้กระเจิงไปด้วยความตื่นเต้น
กับความใหญ่โตอลังการณ์ ของชวนชมยักษ์  อาราบิคั่ม ที่พลิกฝัน พลิกวิถีชีวิตผม
จากพนักงานบริษัท มีชื่อเสียงมั่นคง ในตำแหน่ง รองหัวหน้าส่วนสินเชื่อ  กลับมาใช้
ชีวิตเป็นเกษตรกรอย่างเต็มภาคภูมิ
...ชมชวนชมยักษ์ ที่ชื่อ มรกต แปดริ้ว  ต้นจริงอยู่ทีสวนพี่ต้อย แปดริ้วครับ...


Liked By: tapairat


* 22.JPG (102.59 KB, 700x525 - ดู 2296 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กฤตย์ ลูก
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #2 เมื่อ: มีนาคม 10, 2009, 10:53:29 PM »

     สายพันธุ์ชวนชมยักษ์เฉพาะถิ่น ที่ยิ่งใหญ่อลังการณ์ที่สุดในโลก
คงไม่พ้น สายพันธุ์ โซโคทรานั่ม ที่เป็นไม้เฉพาะถิ่น ปัจจุบันพบเห็นได้ที่
เกาะ socotra ประเทศเยเมน แห่งเดียวเท่านั้น  เป็นไม้หวงห้ามและหายากที่สุด
จึงไม่แปลกเลยจะทำให้ไม้พันธุ์นี้มีราคาแพงสุดๆ ราคาท้องตลาด เม็ดละ 300-500 บาท
ราคาต้นกล้าขนาดเท่าขวดกระทิงแดง ราคาต้นละ 4,000-6,000 บาท
สายพันธุ์ ไทยโซโค เป็นชวนชมประเภทสวยงาม ที่คนไทยได้พัฒนา ขึ้นมาเพื่อสามารถเลี้ยงดูในกระถางบอนไซ โดยดึงองค์ประกอบของดอก-กิ่ง-ก้าน-ใบ-ราก(โขด) มาจัดให้เกิดความสวยงาม  จึงมีการรวมตัวตั้งกลุ่มชมรมต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย มีการจัดตั้งชมรมชวนชมแต่ละจังหวัด เปิดเวบไซค์ ขึ้นมากมามาย ซึ่งมีสมาชิกทั่วประเทศ 3,000 คน  และเวบเกี่ยวกับชวนชมกว่า 80 เวบ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ
...ชมชวนชมสายพันธุ์ โซโคทรานั่ม


Liked By: tapairat, Chuti


* 23.JPG (100.8 KB, 350x523 - ดู 2172 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กฤตย์ ลูก
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #3 เมื่อ: มีนาคม 10, 2009, 11:03:23 PM »

  สายพันธุ์ ไทยโซโค เป็นชวนชมประเภทสวยงาม ที่คนไทยได้พัฒนา ขึ้นมาเพื่อสามารถเลี้ยงดูในกระถางบอนไซ โดยดึงองค์ประกอบของดอก-กิ่ง-ก้าน-ใบ-ราก(โขด) มาจัดให้เกิดความสวยงาม  จึงมีการรวมตัวตั้งกลุ่มชมรมต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย มีการจัดตั้งชมรมชวนชมแต่ละจังหวัด เปิดเวบไซค์ ขึ้นมากมามาย อาทิ ซึ่งมีสมาชิกทั่วประเทศ 3,000 คน  และเวบเกี่ยวกับชวนชมกว่า 80 เวบ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ
     ไทยโซโค เป็นสายพันธุ์ อาราบิคั่มกลายพันธุ์ออกมา มีสายพันธุ์เด่นๆ ที่ใช้ประกวดเช่น เพชรบ้านนา  บางคล้า มงกุฎทอง มงกุฎเพชร เขาหินซ้อน เอส-1 เอส-2 ชฎาเพชร  และลูกผสมต่างๆ จากที่กล่าวมา เช่น เพชรบ้านนาผสมบางคล้า หรือ เพชรบ้านนาผสมมงกุฎทอง เป็นต้น และยังมีลูกไม้ที่ตั้งชื่อใหม่ๆ โดยนักปรับปรุงสายพันธุ์ มากมาย
...ในส่วนของผม ก็ได้ปรับปรุงสายพันธุ์ อีกทั้งยังได้กระจายวิชาการความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับการปรับปรุงสายพันธุ์
ให้แก่เพื่อนในวงการ และสมาชิกทั่วไป
...ผลงานของผม ได้นำ 2 สายพันธุ์ไทยโซโคขึ้นจดทะเบียนคุ้มคองพันธุ์ 2 รายการเป็นรายแรกของประเทศไทย

...เชิญชมภาพชวนชมแนวบอนไซ ของสายพันธุ์ไทยโซโค ในภาพ เป็นม่านนายพล สวนใหญ่ย่านแปดริ้ว
ที่มีชวนชมรุ่นแรกที่ชื่อเพชรบ้านา ต้นที่ท่านกำลังเอาใจใส่ มีมูลค่า 3 ล้านบาท


Liked By: tapairat, Chuti


* 8.jpg (103.7 KB, 600x406 - ดู 2248 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กฤตย์ ลูก
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #4 เมื่อ: มีนาคม 10, 2009, 11:06:34 PM »

สายพันธุ์ ยักษ์ต่อไป ได้แก่ สายพันธุ์ยักษ์ญี่ปุ่น หรือโซมาเล้นท์  เป็นชวนชมยักษ์ลำเดียวที่สูงมีระดับหลายเมตร 
มีถิ่นกำเนิดที่เคนย่า หรือ ประเภทมีหัวใหญ่โตฝังดินอย่าง somalense var.crispum.
ยักษ์ญี่ปุ่น ต้นสูงๆ ก็เคยเห็นสูงขนาดกว่า 5 เมตร เป็นชวนชมยักษ์ ที่มีดอกหลายสี อย่างไม้สีที่เราเห็นทั่วไป

...ชมภาพเก่า ของยักษ์ญี่ปุ่น ที่ขึ้นในสภาพธรรมชาติ


Liked By: Chuti


* 10.jpg (42.23 KB, 282x436 - ดู 2104 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กฤตย์ ลูก
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #5 เมื่อ: มีนาคม 10, 2009, 11:09:23 PM »

นอกจากนี้ ยังมี สายพันธุ์มัลติฟอรั่ม ที่มีลักษณะคล้ายตอไทย บ้านเรา
สายพันธุ์นี้ก็สูงใหญ่เช่นกัน แถมดอกดกอีกต่างหาก

..ชมภาพมัลติฟอรั่มที่ขึ้นตามธรรมชาติครับ


Liked By: tapairat, Chuti


* 12.jpg (73.07 KB, 394x565 - ดู 2083 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กฤตย์ ลูก
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: มีนาคม 10, 2009, 11:48:11 PM »

พอทราบเรื่องราว หน้าตาของชวนชมยักษ์ ที่หลายท่านอาจไม่เคยพบเจอ
แต่เชื่อหรือไม่ เมืองไทยเรา มีชวนชมมากที่สุดในโลก อาจจะครบทุกพันธุ์
เรียกว่าบนโลกมีชวนชมแบบไหน ในเมืองไทยมีหมด

...แล้วชวนชมมันจะเข้ามาเกี่ยวข้องกับ เกษตรพอเพียงได้อย่างไร
ผมอาจจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่ขอแชร์ประสบการณ์การทำธุรกิจชวนชม
มาตีแผ่ให้พี่น้องรับทราบ
..ผมเริ่มจาก การเป็นบุคคลที่ติดลบ หนี้สินรุงรัง อยู่ในสังคมเมืองหลวง
ผมคิดหาทางใช้หนี้ โดยการประหยัด เมื่อประหยัดก็ยังไม่พอ ก็ต้องหาเพิ่ม
ผมทำงานมาหลากหลายอาชีพ (เฉพาะวันหยุดงาน เสาร์-อาทิตย์)เพื่อเพิ่มรายได้
โดยการเปิดท้าย นำของเก่าที่สะสมออกมาขาย เพื่อประทังชีวิต
และนี่คือจุดเริ่ม และช่องทางที่ขายของเก่าสะสมทางอินเตอร์เนท
...ในไม่ช้าของเก่าหมด ผมจึงไปจับ ต้นลีลาวดี ในยุค 4 ปีที่แล้ว
และขยายตัว ซื้อสายพันธุ์นอก และลูกผสมต่างๆ จนได้พบเพื่อนฝูงในวงการ
...อย่างว่าหละครับ งานเลี้ยงต้องมีเลิกลา 4 ปี ต่อมา ลั่นทม หรือลีลาวดีถึงจุดเปลี่ยน
จากไม้กระแส กลายเป็นไม้ที่ทุกคนมี ถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ขายไม่ได้แล้ว แต่หนี้ผมยังไม่หมดสักที
...ผมต้องการหาพันธุ์ไม้ อะไรสักอย่าง มาเป็นสินค้าตัวต่อไป
ผมมองบอนไซ เป็นไม้ที่สวยงาม มีคุณค่าน่ะสะสม ผมเข้าเวบบอนไซ
นั่งอ่าน และอ่าน สะสมความรู้ แต่สุดท้าย บอนไซ เป็นไม้ที่ต้องใช้เวลา และฝีมือ
ซึ่งผมรอไม่ได้ ตราบใดที่ดอกเบี้ยหนี้สินยังเดินอยู่ตลอดเวลา
...ผมเปลี่ยนแนว ไปศึกษาชวนชมยัก จากเวบหนึ่ง ที่อยู่ใน Pamtown.com อยู่ติดกับเวบบอนไซ
ผมนั่งอ่าน นั่งศึกษา 1 ปี ก่อนที่ตัดสินใจสมัครเป็นสมาชิก ลำดับที่ 59 ปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 3พันคน
ผมเข้าไปใหม่ๆ ไม่มีความรู้ ใครๆเขาก้หวงวิชา หวงความรู้ บอกก้บอกแต่เปลือก  หรือมีใครบอก หรือให้ความรู้
แต่ผมมันหยิ่งเกินไป ไม่ขอเข้าไปรับความรู้ อาศัยดู ฟัง อ่าน แล้วมาวิเคราะหื ลองทำผิดถูก
และตั้งปฏิภาณ ว่า ผมจะทำให้สำเร็จ ผมจะต้องรู้ทุกเรื่องที่ผมอยากรู้ด้วยตัวผมเอง
...วันเวลาผ่านไป 3 ปี น้องใหม่อย่างผม กลับกลายเป็น คนที่ให้ความรู้ เป็นคนที่สร้างผลงานเป็นรูปธรรมให้เห็น
สิ่งที่ทุกคนดูถูกดูแคลนในความไม่รู้ แต่วันนี้กลับเรียกขานเป้นอาจารย์ เป็นคนที่จัดโครงการอบรมหลายโครงการ
และยังสร้างงานริเริ่มสิ่งแปลกใหม่ให้วงการอย่างต่อเนื่อง
...แม้วันนี้ หนี้สินผมลดน้อยลงจนเกือบถึงระดับ 0 ผมก็ยังภาคภูมิใจกับ ภาคเกษตรกรรม ไม้ดอกไม้ประดับ
ที่ฉุดชีวิตของผมขึ้นจากปากเหวได้ทัน ทั้งก่อนหน้านี้ไม่เคยคิดว่าจะหลุดพ้นด้วยอาชีพอะไร

...เล่ามานาน เชิญชมสวนเล็กๆ ในจังหวัดปราจีนบุรี ถนนไม้ดอกไม้ประดับเฉลิมพระเกียรติ บ้านดงบัง
ที่ซุกซ่อน ตำนานชวนชม ของชายผู้หนึ่ง ที่หลงวิถีเมืองหลวง และได้ปลดปล่อยพันธนาการชีวิตแล้วในวัย 45 ปี

ผมเริ่มจากหากิ่งพันธุ์ดีๆ แพงค่ไหนก็ซื้อ เพราะนั่นคือการลงทุน ผมซื้อกิ่งพันธุ์ แล้วมาเสียบตอไทย รอจนมีดอก
และผสมเกสร ให้เกิดฝัก วิชาผสมเกสรชวนชมผู้ที่นำมาเปิดเผยและส่งเสริม คนแรกของเมืองไทยคือ ป๋าชัช มหาดไทย



Liked By: Chuti


* IMGP5234.jpg (88.06 KB, 450x338 - ดู 2212 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กฤตย์ ลูก
บุคคลทั่วไป
Re:
« ตอบ #7 เมื่อ: มีนาคม 10, 2009, 11:57:25 PM »

ในปีนี้เอง เป้นปีแรกของการทำฝักชวนชมของประเทสไทย สมัยก่อนใช้แมลงทำการผสม
สวนผมทำฝักได้ปริมาณมากที่สุด สามารถขายเม็ดได้เงินเลข 6 หลัก
ที่เหลือปลูก  1 หมื่นต้น
เม็ดที่เหลือก้นำออกมาแจกจ่ายให้มือใหม่และผู้ที่สนใจ เป็นมูลค่ากว่า 2 แสนบาท


Liked By: Chuti


* IMGP5860.jpg (103 KB, 350x467 - ดู 2083 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กฤตย์ ลูก
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #8 เมื่อ: มีนาคม 11, 2009, 12:02:14 AM »

เมื่อต้นกล้าชวนชม อายุได้ 3 เดือนก้ขึ้นมาเปลี่ยนเป็นกระถาง 3 นิ้ว แบบดังภาพ
ชวนชมอายุขนาดนี้ ขายได้ต้นละ 100-150 บาท แต่เจ้าของสวนส่วนใหญ่ไม่ขายครับ
เขาเลี้ยงให้ได้ขนาด อายุ 6-7 เดือนจะได้ราคาต้นละ 300 บาท คิดดู ปลูก 10,000ต้น ต้นละ 300 บาท
ขายหมดจะได้เงินเท่าไหร่ 3 ล้านเองครับพี่น้องไม่มากไม่น้อย


Liked By: Chuti


* IMGP6457.JPG (71.72 KB, 400x300 - ดู 2177 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กฤตย์ ลูก
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: มีนาคม 11, 2009, 12:12:47 AM »

ปัจจุบัน ชวนชม 1 หมื่นต้นผมขายหมดสวน เหลือประมาณ 1 พันเศษ ติดสวน และขายอยู่ในราคา ต้นละ 500-1500 บาท
แล้วแต่ความสวย สวยสุดต้นละ 2000 บาท ถ้าแปลก เช่นต้นแฝด ขายได้ต้นละ 4,000-10,000 บาท

...แม้ผมจะได้ชื่อว่าเป็นนักขายมือหนึ่ง ผมเองต้องต่อสู้ และต้องทนต่อสภาพแวดล้องกดดันรอบข้าง ต้องมีเทคนิคทักษะ
ในการตลาดและการขาย แต่ที่สำคัญต้องมีความซื่อสัตย์เท่านั้น จึงจะอยู่รอดในการขายครับที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
...เมื่อขายไม่ทิ้งฝุ่น ผมจำเป็นต้องส่งเสริมด้านวิชาการต่างๆที่สร้างสม ให้กับเพื่อนๆในวงการ และปล่อยเทคนิคต่างๆ ออกไปให้
สังคมวงการได้รับรู้เพราะผมเชื่อว่า สักวัน สิ่งเหล่านี้ก็ต้องถึงเวลาหมดความนิยมได้เช่นกัน
...ภาพบางส่วนในการแชร์ประสบการณ์ ปรับปรุงสายพันธุ์ชวนชม โดยการผสมข้ามพันธุ์


Liked By: Chuti


* 607-20090208230823[1].jpg (104.76 KB, 800x534 - ดู 2117 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กฤตย์ ลูก
บุคคลทั่วไป
Re:
« ตอบ #10 เมื่อ: มีนาคม 11, 2009, 12:13:13 AM »

ปัจจุบัน ชวนชม 1 หมื่นต้นผมขายหมดสวน เหลือประมาณ 1 พันเศษ ติดสวน และขายอยู่ในราคา ต้นละ 500-1500 บาท
แล้วแต่ความสวย สวยสุดต้นละ 2000 บาท ถ้าแปลก เช่นต้นแฝด ขายได้ต้นละ 4,000-10,000 บาท

...แม้ผมจะได้ชื่อว่าเป็นนักขายมือหนึ่ง ผมเองต้องต่อสู้ และต้องทนต่อสภาพแวดล้องกดดันรอบข้าง ต้องมีเทคนิคทักษะ
ในการตลาดและการขาย แต่ที่สำคัญต้องมีความซื่อสัตย์เท่านั้น จึงจะอยู่รอดในการขายครับที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า
...เมื่อขายไม่ทิ้งฝุ่น ผมจำเป็นต้องส่งเสริมด้านวิชาการต่างๆที่สร้างสม ให้กับเพื่อนๆในวงการ และปล่อยเทคนิคต่างๆ ออกไปให้
สังคมวงการได้รับรู้เพราะผมเชื่อว่า สักวัน สิ่งเหล่านี้ก็ต้องถึงเวลาหมดความนิยมได้เช่นกัน
...ภาพบางส่วนในการแชร์ประสบการณ์ ปรับปรุงสายพันธุ์ชวนชม โดยการผสมข้ามพันธุ์


* 607-20090208230823[1].jpg (104.76 KB, 800x534 - ดู 2134 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กฤตย์ ลูก
บุคคลทั่วไป
Re:
« ตอบ #11 เมื่อ: มีนาคม 11, 2009, 12:23:08 AM »

ปัจจุบัน มีเรื่องราวมากมาย ที่รอให้เราค้นหา
แต่สิ่งที่เราค้นหาให้เร็วที่สุดคือตัวเราเองครับ
ว่าเราชอบและอยากทำอะไร อยากเป้นอะไร และเพื่อใครให้ได้ก่อน
จากนั้นเราก้ทำในสิ่งที่เราวางแผนไว้
มีเรื่องราวมากมายกำลังทำ และยังไม่ได้ทำ
แต่ทุกสิ่งที่ทำต้องให้เกิดประโยชน์แก่คนรอบข้างและผู้ด้อยโอกาสกว่าเรา
จึงจะไม่เสียชาติเกิดครับ
...หวังว่า สิ่งที่ผมนำเสนอจะก่อเกิดประโยชน์ ต่อท่านผู้อ่านบ้าง
ในแง่มุมหนึ่ง ในชีวิตจริงที่ผมประสบมา
สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณ น้องชัช มหาดไทย ที่นำผมมาพบชุมชน คนมีน้ำใน ณ.ที่นี้
ผมพอแล้วกับสังคมเมือง หันหลังให้ แล้วมาทำในสิ่งที่ผมชอบ เกษตรครับ
พื้นดินไทย ยังรอการกลับมาของคุณทุกคน มาพลิกดินให้เป็นทอง คุณทำได้ถ้าตั้งใจจริงครับ

...ชมลูกไม้ด่างที่ผมนำมาจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์สักต้น ก่อนปิดรายการนี้ ...ขอบคุณครับ


* 43.JPG (41.54 KB, 640x480 - ดู 2135 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
กฤตย์ ลูก
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #12 เมื่อ: มีนาคม 11, 2009, 12:24:42 AM »

ปัจจุบัน มีเรื่องราวมากมาย ที่รอให้เราค้นหา
แต่สิ่งที่เราค้นหาให้เร็วที่สุดคือตัวเราเองครับ
ว่าเราชอบและอยากทำอะไร อยากเป้นอะไร และเพื่อใครให้ได้ก่อน
จากนั้นเราก้ทำในสิ่งที่เราวางแผนไว้
มีเรื่องราวมากมายกำลังทำ และยังไม่ได้ทำ
แต่ทุกสิ่งที่ทำต้องให้เกิดประโยชน์แก่คนรอบข้างและผู้ด้อยโอกาสกว่าเรา
จึงจะไม่เสียชาติเกิดครับ
...หวังว่า สิ่งที่ผมนำเสนอจะก่อเกิดประโยชน์ ต่อท่านผู้อ่านบ้าง
ในแง่มุมหนึ่ง ในชีวิตจริงที่ผมประสบมา
สุดท้ายนี้ผมขอขอบคุณ น้องชัช มหาดไทย ที่นำผมมาพบชุมชน คนมีน้ำใน ณ.ที่นี้
ผมพอแล้วกับสังคมเมือง หันหลังให้ แล้วมาทำในสิ่งที่ผมชอบ เกษตรครับ
พื้นดินไทย ยังรอการกลับมาของคุณทุกคน มาพลิกดินให้เป็นทอง คุณทำได้ถ้าตั้งใจจริงครับ

...ชมลูกไม้ด่างที่ผมนำมาจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์สักต้น ก่อนปิดรายการนี้ ...ขอบคุณครับ


* 43.JPG (41.54 KB, 640x480 - ดู 2043 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า
หล่อเล็ก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 265



« ตอบ #13 เมื่อ: มีนาคม 11, 2009, 01:23:10 AM »

 อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง อายจัง สุดยอด เลย


Liked By: kampao
บันทึกการเข้า
ชัช มหาดไทย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 191


« ตอบ #14 เมื่อ: มีนาคม 11, 2009, 06:03:45 AM »

ขอบคุณมาก ๆ ครับพี่ทนายกฤตย์ที่นำวิชาความรู้มาเผยแพร่ในเว็บแห่งการแบ่งปันนี้  จุมพิต

แต่ก่อนอื่นต้องขอแก้ข่าวสักนิดนะครับท่านพี่ทนาย เรื่องของการเขี่ยผสมพันธุ์ชวนชมนี้ผมได้วิชาความรู้มาจากท่านอาจารย์ที่ผมเคารพนับถือมากที่สุดสองท่าน ท่านแรกคือ เฮียคุง แห่งสวนหัสดี ท่านที่สองคือ นายแพทย์ลือเดช นารักษ์ หรือ คุณหมออ๊อบ แห่งสามพราน ก็อย่างที่ว่าละครับชวนชมเป็นพืชที่มีดอกสมบูรณ์เพศสามารถที่จะผสมพันธุ์ได้ในตัวของมันเองแต่ก็เป็นการยากมากสำหรับบางต้นบางสายพันธุ์เพราะว่าเกสรตัวผู้ของชวนชมอยู่ด้านบนส่วนเกสรตัวเมียอยู่ด้านล่างทำให้เกสรตัวผู้เมื่อพร้อมแล้วร่วงหล่นตกลงไปแล้วไม่โดนเกสรตัวเมียทำให้ไม่เกิดการปฏิสนธิจึงทำให้ไม่เกิดการติดฝักเพื่อที่จะได้เมล็ด มีอยู่วันนึงผมและท่านอาจารย์ทั้งสองได้มาพบปะสังสรรค์กันที่สวนหัสดีซึ่งเป็นสวนใหญ่อันดับต้น ๆ ของเมืองไทย และได้ร่วมกันหารือถึงการที่จะทำอย่างไรให้ชวนชมสามารถที่จะติดฝักได้เพราะว่าเมล็ดเป็นที่ต้องการของตลาดและมีราคาแพงมาก ๆ ท่านปรมาจารย์คุงก็ให้ข้อมูลมาว่าที่ปลายเกสรตัวผู้และตัวเมียของชวนชมมันมีลักษณะเหมือนเข็มหมุดแบ่งครึ่ง ครึ่งด้านบนสุดเป็นละอองเกสรตัวผู้ครึ่งด้านล่างที่ติดท่อนำไข่เป็นเกสรตัวเมียจะทำอย่างไรให้เกสรตัวผู้มาผสมเกสรตัวเมียโดยที่ไม่ให้ดอกช้ำเพราะว่าดอกของชวนชมค่อนข้างบอบบางซึ่งโดยปกติเราก็จะใช้พู่กันธรรมดาเขี่ยลงไปในดอกชวนชมเป็นตัวทำหน้าที่ในการผสมเกสรซึ่งก็ไม่ได้ผลมากนัก การบ้านก็เลยเกิดขึ้น หลังจากนั้นท่านอาจารย์หมออ๊อบก็ได้โทรมาหาปรมาจารย์คุงและแจ้งข่าวมาว่าท่านได้ใช้ไม้เสียบลูกชิ้นสามารถเขี่ยเกสรชวนชมให้ติดฝักได้มากพอสมควรอยากให้เฮียคุงไปดู เฮียคุงก็เลยแวะมาชวนผมไปด้วย ซึ่งเมื่อไปดูก็พบว่าชวนชมราชินีพันดอก และเพชรบ้านนาติดฝักหลายคู่ซึ่งก็เป็นนิมิตหมายที่ดี ท่านอาจารย์หมออ๊อบก็เลยโชว์การเขี่ยสูตรไม้เสียบลูกชิ้นให้ผมกับเฮียคุงดู หลังจากนั้นวันเวลาผ่านไปก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่หมออ๊อบอีกว่าฝักชวนชมที่ผสมติดได้ทยอยร่วงไปพอสมควร เฮียคุงกับผมก็เลยขับรถไปดูที่สวนชวนชมของพี่หมอสามพรานอีกครั้ง ซึ่งเฮียคุงท่านได้วิเคราะห์ว่าอาจจะเกิดจากการช้ำของเกสรเนื่องจากไม้เขี่ยลูกชิ้นมันใหญ่พอสมควรหรืออาจจะไม่สะอาด เลยคิดว่าควรจะใช้อุปกรณ์การแพทย์ที่ใช้ในการทำฟันมีลักษณะเป็นสแตนเลสปลายแหลม ๆ ซึ่งมีราคาค่อนข้างแพง ซึ่งปกติเราใช้พู่กันเบอร์ 0 ซึ่งมีขนาดเล็กพอเหมาะเป็นตัวเขี่ยผสมเกสร ผมเองก็ใช้พู่กันนี่แหละเป็นตัวผสมเกสรแต่ปัญหาที่พบเจอก็คือปลายพู่กันที่อ่อนตัวไม่สามารถแยกโดมที่ห่อหุ้มเกสรตัวผู้และตัวเมียออกได้ ผมก็เลยคิด ๆ ๆ ว่าจะทำอย่างไรให้ปลายพู่กันนั้นมีความแข็งแรงจนสามารถแยกโดมให้เปิดออกได้เหมือนไม้เสียบลูกชิ้นของพี่หมออ๊อบ ก็เลยเอานิ้วชี้แตะที่ขอบปากทั้งสองแล้วก็วน ๆ ๆ บนหัวแบบอิกคิวซัง...อิอิ ในที่สุดก็ปิ๊ง ๆ ๆ ผมใช้แลคเกอร์เคลือบเล็บของคุณผู้หญิงขวดละ 20 บาท นำมาทาที่ขนพู่กันเว้นส่วนปลายไว้นิด ๆ สำหรับอุ้มเกสรตัวผู้ให้ติดไว้ แล้วก็บีบ ๆ นวด ๆ พู่กันให้ขึ้นรูปเล็กเรียวแหลมยาวจากนั้นก็ผึ่งทิ้งไว้สองสามวันแล้วนำมาใช้ ปรากฏว่าใช้สะดวกและได้ผลดีจนเป็นที่มาของชื่อพู่กันไร้เงาของกระผม หลังจากนั้นพี่หมอได้จัดงานมี๊ตติ้งชวนชมที่สวนของท่านก็มีเหล่าสมาชิกชวนชมที่ไฝ่รู้และสะสมหลายท่านเดินทางไป พี่หมอก็เลยมอบหน้าที่วิชาเขี่ยฝักให้ผมเป็นผู้แสดงแทนเพราะว่าท่านต้องเผยแพร่วิชาการดูชวนชมสายพันธุ์ต่าง ๆ ให้เพื่อนสมาชิกได้รู้และเข้าใจจะได้เลือกปลูกเลี้ยงชวนชมได้อย่างที่ตัวเองชอบ เรื่องทั้งหมดก็เป็นเช่นนี้ละครับ ก่อนจบการชี้แจงก็ขอฝากพ่อทองเบิ้มซึ่งเป็นราชินีพันดอกเสียบบนตอไทยต้นโปรดของอาจารย์หมออ๊อบไว้ให้ได้ชมกันครับ ขอบคุณครับ
[/size]  จุมพิต  จุมพิต  จุมพิต


Liked By: Chuti


* 260-20061108235502.jpg (82.06 KB, 640x480 - ดู 2438 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

ที่อยู่ นายชัชวาล  บาลทิพย์
      สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง
      59 หมู่ 11 ต.บึงทองหลาง อ.ลำลูกกา
      จ.ปทุมธานี     12150
      T. 086-5107844
tamon
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 853


« ตอบ #15 เมื่อ: มีนาคม 11, 2009, 09:17:19 AM »

ขอขอบคุณทั้งสองท่านมากๆครับ ที่ได้นำความรู้มาเผยแพร่เป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจ


Liked By: kampao
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: