หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 ... 157   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: บ้านสวนคำผ่อง... ทำสวนผสม 1ไร่...ควบคู่ไปกับสวนยาง..  (อ่าน 740727 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
โทราว่า
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 294



« ตอบ #48 เมื่อ: เมษายน 02, 2009, 08:17:40 AM »

ร้อนไหมครับแถวนั้นน่าจะทำรีสอร์ท อิอิหินสวยดี


Liked By: bundidta
บันทึกการเข้า

หน่อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3400

-->กะซางมัน<--


« ตอบ #49 เมื่อ: เมษายน 02, 2009, 11:00:15 AM »

เรียนคุณหน่อย
   ไผ่หวานถ้ามีน้ำจะเก็บหน่อตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์  และฤดูฝนปีหนึ่งเก็บได้ 8 เดือน  หนึ่งไร่ปลูก  200 ต้น  ลองทุนปีแรกค่าพันธุ์  10,000-20,000 บาท  ค่าปลูกค่าปุ๋ยค่าอื่นๆ  15,000 บาท  ผ่านไป  1  ปี  เก็บหน่อได้ ขายได้เท่าทุนก่อน  พอปีที่สอง  ทุนมีแต่ปุ๋ย  น้ำ  ค่าแรงไม่ต้องเสียค่าพันธุ์  ขายหน่อได้มากขึ้น  เริ่มได้กำไร   และในปีที่สอ่งถ้าจะปลูกเพิ่มไม่ต้องซื้อพันธุ์เพิ่มให้แยกเหง้าปลูกเพิ่มได้  7-10  เท่า ก็ได้  10  ไร่พอดี  ไม่ต้องจ่ายค่าต้นพันธุ์อีกส่วนพันธุ์สะดวกที่ไหนซื้อใครก็ได้ครับ  ปลูกไผ่ก็ได้ร่มดี  ทำงานในร่ม  ส่วนน้ำถ้ามีน้ำก็ทำนอกฤดูได้  ต้องขุดสระครับ

ขอบคุณมากค่ะที่ไห้หนทางกระจ่าง  ยิ้มเท่ห์
จริงๆ ลงทุนไม่เยอะนะคะ ง่ายกว่าปลูกยางพาราอีก เท่าที่ดูปีแรกนี่ ลองดูสัก1ไร่ก็คงจะไม่มีปัญหาพอปีที่ 2 ค่อยขยายพันธุ์ (ประหยัดดี)
เดี๋ยวจะเอาข้อมูลไปปรึกษาที่บ้าน เห็นแม่บอกเหมือนกันว่า  แถวบ้านเขามีขายพันธุ์ (ยังไม่ได้ไปดูว่าเป็นพันธุ์อะไร)
พอจะแนะนำได้ไหมคะ เรื่องพันธุ์ไผ่ว่า

ในจำนวน 200ต้น ของพื้นที่ 1ไร่
1พันธ์ไหนเหมาะที่สุด
2น่าจะปลูกประมาณกี่พันธ์ ในช่วงแรก (เพราะเท่าที่เห็นในกะทู้ ของคุณ sweetbamboo มีหลายพันธ์มาก)เลือกไม่ถูก

หน่อยอยากไห้แนะนำพันธุ์ที่เด็ดสุด หน่ะค่ะ ที่ตัดแล้ว ราคาดี อร่อย ปลูกไม่มีปัญหา และก็ทน อิอิ

อ้อลืมบอกไป ดินจะเป็นดินร่วนปนทรายค่อนข้างมากค่ะ ไม่รู้เหมาะหรือเปล่า

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ





Liked By: tonsamrong
บันทึกการเข้า

Never Never Never
Give-up!!
หน่อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3400

-->กะซางมัน<--


« ตอบ #50 เมื่อ: เมษายน 02, 2009, 11:04:52 AM »

คนบ้านเดียวกัน แต่ตอนนี้มาเป็นแจ๋วอยู่แดนปลาดิบ
ขอให้ประสบผลสำเร็จเด้อ
นางแบบน่าฮัก นายแบบก็หล่อหลายๆ

ฮวย อีหลีตี้ ป๊าด มาคือไปอยู่ไกลแท้หน้อ
เมื่อไหร่ซิมาบ้านเฮา
กินปลาดิบ อย่าลืมปลาแดก เด้อ
 ยิ้ม

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 13, 2009, 01:42:59 PM โดย หน่อย » บันทึกการเข้า

Never Never Never
Give-up!!
หน่อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3400

-->กะซางมัน<--


« ตอบ #51 เมื่อ: เมษายน 02, 2009, 11:12:25 AM »

ร้อนไหมครับแถวนั้นน่าจะทำรีสอร์ท อิอิหินสวยดี

ร้อนจ้า แต่มีต้นไม้ไหญ่อยู่บริเวณ แถวโขดหิน นั่งเป็นร่มธรรมชาติได้
ทางโน้นก็ดูชื่อก็แล้วกัน  อีสานแล้ง ตอนนี้ก็ยังแล้งไม่หยุด
บันทึกการเข้า

Never Never Never
Give-up!!
หน่อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3400

-->กะซางมัน<--


« ตอบ #52 เมื่อ: เมษายน 02, 2009, 11:14:29 AM »

พยายามอย่าใส่ปุ๋ยที่หนักใบมากๆนะครับ มันจะล้มง่ายๆ

จ้า เดี๋ยวฝนนี้ต้องหาสูตรใหม่มาไส่อยู่เหมือนกัน
ไม่รู้ว่าจะได้ปุ๋ยคอกไหน    ลังเล
บันทึกการเข้า

Never Never Never
Give-up!!
ไผ่หวาน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5510

ยินดีให้ข้อมูลด้วยความจริงจังและจริงใจ


« ตอบ #53 เมื่อ: เมษายน 03, 2009, 12:03:02 AM »

พันธุ์ที่แนะนำ
     1. ไผ่บงหวาน  ขายตลาดบนขายคนรุ่นใหม่  เพราะใช้แทนผักได้  ทำอาหารแทนยอดมะพร้าวได้  แทนหน่อไม้ฝรั่งและข้าวโพดฝักอ่อนได้   พันธุ์นี้อนาคตสดใสอีกไม่นานคอยดูจะเป็นไผ่ที่คนนิยม  แต่คนที่ปลูกก่อนจะได้เปรียบเรื่องทำตลาดไว้ก่อน  ใช้ไร่ละ  200 ต้น   พันธุ์นี้ออกนอกฤดูง่ายที่สุด
     2.  ไผ่ตงกิมซุ่ง  ใช้ไร่ละ  80  ต้น  พันธุ์นำไปแกงเมืองแกงเปรอะ  และดอง  อร่อย  ออกนอกฤดูง่าย

ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง
ประวัติและเป็นมา
            เดิมทีเมื่อ ปีพ.ศ. 2544 ทางสวนตั้งใจปลูกพืชผักและผลไม้ไว้หลายชนิดเพื่อขายเป็นรายได้ให้กับทางสวน    หนึ่งในชนิดพืชที่ปลูกคือไผ่บงหวานซึ่งซื้อสายพันธุ์มาจากจังหวัดเชียงใหม่ ปลูกได้หนึ่งไร่สองงาน   พอถึงตอนเก็บเกี่ยวผลผลิตพืชที่ปลูก   ปรากฏว่าหน่อไผ่บงหวานที่ขุดไปทดลองขายในตลาดใกล้บ้านมีลูกค้าสนใจซื้อไปรับประทานจนไม่พอขาย   ก็เลยไปหาซื้อพันธุ์มาปลูกเพิ่มอีกในปีพ.ศ.  2549   โดยครั้งนี้ได้ทราบข้อมูลจากลูกค้าบางคนว่าที่จังหวัดเลยก็มีสายพันธุ์ลักษณะเช่นนี้   จึงเดินทางไปที่จังหวัดเลย   และได้ซื้อพันธุ์ไผ่บงหวานมาจากเขตอำเภอภูเรือมาส่วนหนึ่ง   เมื่อนำมาปลูกแล้วก็ยังมีพื้นที่เหลือ   จึงกลับไปหาซื้ออีกครั้ง   แต่เที่ยวนี้ไปได้เมล็ดไผ่บงหวานที่กำลังตายขุยจากบ้านชาวบ้านในเขตอำเภอด่านซ้ายกลับมาเพาะที่สวน   และนำลงไปปลูกจนเต็มพื้นที่ทั้งหมด  20  ไร่นอกจากนี้ยังมีญาติพี่น้องเริ่มปลูกตาม  รวมมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ  33  ไร่  ในสวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้งพบว่าต้นที่ปลูกจากเมล็ดมีหลายลักษณะ กระจายอยู่   พบต้นไผ่บงหวานที่มีลักษณะรสชาติขมประมาณ 0.5%  ทางสวนได้ทำการขุดทิ้งทั้งหมด   นอกจากนี้ยังพบต้นที่มีลักษณะทั้งหน่อเล็กและหน่อใหญ่ปะปนกันอยู่  ซึ่งยังคงต้องใช้เวลาในการคัดให้ได้สายพันธุ์ที่มีลักษณะดีไว้ต่อไป
ลักษณะเด่นของไผ่บงหวานเพชรผึ้ง
            หน่อที่เกิดจากต้นที่โตเต็มที่แล้วมีน้ำหนัก   500  กรัมขึ้นไป   หน่อมีลักษณะอวบอ้วน   ออกหน่อดกและออกได้เรื่อยๆทั้งปีถ้ามีระบบการจัดการน้ำที่ดี   ลำต้นโตเต็มที่สูงประมาณ  7-10  เมตร  เส้นผ่าศูนย์กลางของลำต้นประมาณ  2-3  นิ้ว  หน่อไผ่มีรสชาติไม่ขม  เมื่อชิมตอนดิบๆสดๆจะออกรสหวานนิดๆ  นำไปประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู  เช่น  หน่อบงหวานผัดน้ำมันหอย,  หน่อบงหวานผัดกุ้ง,  หน่อบงหวานต้มจืดกระดูกหมู,  ใส่แกงเผ็ด,  ใส่แกงเขียวหวาน,  ทำส้มตำหน่อบงหวาน,  ใส่ร่วมกับผักสลัด,  ผัดผักรวมมิตร,  ต้มจิ้มน้ำพริก  เมนูนี้เวลาต้มหน่อบงหวานเมื่อใกล้จะสุกจะได้กลิ่นหอมเหมือนข้าวโพดสวิทต้ม    หรือจะนำไปแกงเปรอะเหมือนหน่อไผ่พันธุ์อื่นๆก็ได้  แต่มีเทคนิคอยู่ที่ต้องเตรียมตั้งเครื่องปรุงให้น้ำเดือดไปก่อนแล้วจึงค่อยใส่หน่อไผ่บงหวานทีหลัง  ทิ้งให้น้ำเดือดต่อไปไม่เกิน 5-7  นาทีก็นำไปรับประทานได้เลยไม่ต้องต้มน้ำทิ้ง  หรือต้มนานๆเหมือนหน่อไผ่พันธุ์อื่นๆ  จากข้อมูลที่ลูกค้านำไปรับประทานปรากฏว่าคนที่เป็นโรคข้อทานหน่อไผ่ไม่ได้  พอรับประทานหน่อไผ่บงหวานแล้วไม่ปวดข้อเหมือนรับประทานหน่อไผ่พันธุ์อื่นๆ   นอกจากลูกค้าจะซื้อไปรับประทานเองแล้วยังเป็นของฝากที่ผู้รับพอใจและผู้ฝากภูมิใจ
ลักษณะด้อยของไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง
        เนื่องจากเป็นไผ่ที่ออกหน่อดกจึงทำให้แขนงก็ออกดกไปด้วย    จึงต้องหมั่นแต่งแขนงเดือนละครั้ง  แต่ต้นไหนที่ตัดแขนงไปแล้วก็ไม่ต้องตัดซ้ำ  นอกจากนี้ยังเป็นไผ่ที่มีใบมาก   ทำให้ลำต้นโน้มเอียงในฤดูที่ลมแรง  ต้องคอยนำเชือกมัดรอบลำต้นเพื่อไม่ให้โน้มเอนลง 
การขยายพันธุ์
            ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้งขยายพันธุ์ด้วยการเพาะจากเมล็ดและขุดแยกเหง้า
การปลูก
            ปลูกในระยะระหว่างต้น  2  เมตร  ระยะระหว่างแถว  4  เมตร   โดยขุดหลุมกว้าง   30  เซนติเมตร  ยาว  30  เซนติเมตร   ลึก   30  เซนติเมตร 
การให้น้ำ
             ให้น้ำด้วยการขังให้ท่วมแปลงแล้วปล่อยให้แห้งภายใน หนึ่งวัน   หรือให้ด้วยระบบสปริงเกอร์ก็ได้  ซึ่งการให้ด้วยระบบสปริงเกอร์    จะช่วยทำให้ได้ไนโตรเจนในอากาศเพิ่ม   ทำให้ไผ่ออกหน่อดกมากขึ้น   ช่วงนอกฤดู  ควรให้น้ำ   3-4  วันต่อครั้ง   ถ้าเป็นช่วงฤดูฝน  การให้น้ำควรดูตามสภาพอากาศ   ถ้าฝนตกเรื่อยๆ  ดินชื้นตลอดไม่ต้องให้น้ำ   ถ้าฝนขาดช่วง  สังเกตว่าดินแห้งก็ค่อยให้น้ำ   
การให้ปุ๋ย   
             ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเช่น  มูลวัว   มูลควาย  มูลไก่   มูลหมู   และวัสดุที่เหลือจากภาคเกษตรกรรมเช่นฟางข้าว   ซังข้าวโพด  แกลบ   ขี้เถ้า   กากถั่วเหลือง เป็นต้น  ใส่ที่โคนไผ่กอละ หนึ่งกระสอบปุ๋ย  หรือประมาณ   30  กิโลกรัม  ปีละ  2  ครั้ง  ใส่ช่วงเดือนธันวาคมก่อนให้น้ำและใส่เดือน  พฤษภาคม   ส่วนทางสวนใช้ปุ๋ยหมักจากกากยาสูบ  ที่เป็นวัสดุเหลือทิ้งจากโรงงานยาสูบและขี้เถ้าจากการเผากากอ้อยที่หีบแล้ว  ที่ทางโรงงานน้ำตาลใช้เป็นเชื้อเพลิงในการเผาเตาต้มน้ำเพื่อทำอุตสาหกรรมน้ำตาลทรายมาเป็นวัสดุใส่โคนไผ่    เพื่อช่วยในการอุ้มน้ำให้มีความชุ่มชื้น  และช่วยทำให้ดินร่วนซุย   สามารถแทงหน่อออกมาง่าย
การใช้ฮอร์โมนเพื่อกระตุ้นให้ออกหน่อดกในช่วงนอกฤดู
            ทางสวนใช้ไคโตซานผสมจิบเบอริลินฉีดพ่นที่ใบและราดรอบๆโคนทุกๆ  7-10  วัน
การดูแลจัดการ
            ใน  1  ปีต้องตัดแต่งต้นเก่าแก่ออกปีละ  1  ครั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายน   โดยนำไปใช้ทำไม้ค้ำยันผลไม้และผักในสวน    หรือจะนำไปใช้เผาถ่านไม้ไผ่ไว้ใช้ในครัวเรือน  เหลือก็ขายมีรายได้เพิ่มอีกทาง  ส่วนเศษใบเศษกิ่งไผ่ก็ทิ้งไว้ในแปลงปล่อยให้จุลินทรีย์ย่อยสลาย   กลายเป็นปุ๋ยให้ต้นไผ่ต่อไป  นอกจากตัดแต่งต้นเก่าออกปีละครั้งแล้ว    ช่วงเวลาฤดูฝนเป็นช่วงที่ต้องปล่อยให้หน่อไผ่ที่แทงออกห่างกอขึ้นลำ โดยกอหนึ่งจะปล่อยให้ขึ้นลำประมาณ 8-12 ลำ เพื่อเป็นลำแม่ที่จะให้หน่อในฤดูถัดไป  ลำที่ปล่อยขึ้นใหม่จะมีแขนงออกตามข้อ   ต้องคอยตัดแขนงทิ้ง   แขนงที่อ่อนสามารถนำไปรับประทานได้   ในช่วงนอกฤดู   แขนงจะไม่ออกเพราะหน่อไผ่ที่ออกมาจะถูกขุดขายตลอด  ยิ่งขุดยิ่งออกมาเรื่อยๆ    ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นช่วงนาทีทอง   ของคนที่ฝากปากท้องไว้กับไผ่   ขึ้นอยู่กับว่าจะเลือกคบกับไผ่พันธุ์ไหน   ไผ่บงหวานจะเก็บผลผลิตได้   10-15  กิโลกรัมต่อไร่ต่อวัน   ช่วงนอกฤดูตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนพฤษภาคม    ทางสวนจะขายกิโลกรัมละ  50   บาท    ช่วงในฤดูตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม   ทางสวนขายอยู่ที่กิโลกรัมละ   35   บาท    รายได้เฉลี่ยของไผ่บงหวานอยู่ที่     75,000  บาท   ต่อไร่ต่อปี     จากการที่ทางสวนได้เก็บข้อมูลไผ่บงหวาน    เมื่อเปรียบเทียบกับไผ่สายพันธุ์อื่นๆ     จะพบว่าไผ่บงหวานจะออกหน่อง่าย   ออกได้เรื่อยๆทั้งปี  ระยะเวลาที่หน่อโตพอที่จะขุดได้ใช้เวลาเพียง 2-3 วัน  ในช่วงนอกฤดูจะออกหน่อดก   แต่ในช่วงฤดูฝนก็ต้องปล่อยให้ขึ้นลำไปบ้าง  จึงเก็บผลผลิตได้น้อยกว่าในช่วงนอกฤดู    ในช่วงฤดูฝนเมื่อหน่อไผ่ธรรมชาติออกมา   ทางสวนก็ยังขายหน่อได้    แม้จะได้ราคาไม่สูงมากเหมือนในช่วงนอกฤดู   แต่เมื่อเทียบกับการไม่ต้องมีต้นทุนเรื่องน้ำเพราะส่วนมากจะอาศัยน้ำฝน   ซึ่งก็ถือว่าพอใช้ได้   ถ้าเป็นไผ่สายพันธุ์อื่นๆจะมีปัญหาการขายในช่วงฤดูฝน
                                                                                                                                                                                                     นอกจากไผ่บงหวานแล้ว      ทางสวนยังได้ปลูกไผ่สายพันธุ์อื่นๆ  อาทิ   ไผ่ตงไต้หวัน   ไผ่เปาะช่อแฮ   ไผ่เลี้ยงสีทอง    ไผ่ซางหวานเมืองน่าน   ไผ่ตงต่างๆ    ไผ่หก    ไผ่ซางหม่น    ไผ่หม่าจู  เป็นต้น  เพื่อปลูกไว้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบในการปลูกไผ่ว่าแต่ละสายพันธุ์สามารถนำมาใช้ปลูกในเชิงพาณิชย์ได้ดีแค่ไหน   วิธีการบริหารจัดการแตกต่างกันอย่างไร    ซึ่งตอนนี้ทางสวนได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดแพร่    ให้เป็นศูนย์เรียนรู้ครูเกษตรกร    เพื่อเปิดโอกาสให้เกษตรกร   และผู้ที่สนใจการปลูกไผ่  เข้ามาศึกษาเรียนรู้เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจ  เป็นทางเลือกในการประกอบอาชีพได้อีกทางหนึ่ง 


Liked By: kwan-28
บันทึกการเข้า

สวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง
หน่อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3400

-->กะซางมัน<--


« ตอบ #54 เมื่อ: เมษายน 03, 2009, 08:36:48 AM »

ต้องขอขอบคุณ คุณ ไผ่หวานมากๆค่ะ ข้อมูลละเอียดมาก

โชคดีที่หลงเข้ามาใน เวปนี้ค่ะไม่ผิดหวัง
จริงๆ ตอนทำสวนยางใหม่ๆ หน่อยก็ ไม่ได้คิดว่าจะทำสวนไผ่ด้วย
แต่ตอนนี้เกิด ความคิดขึ้นมา เหมือนเป็นประกายความคิด ความหวังใหม่

จะลองดูแน่ๆค่ะ ที่แนะนำมา
ยังไงขอไห้ผลบุญที่ช่วยแนะนำเพื่อนเกษตรกรจงนำพาไห้ธุรกิจไผ่ของคุณไผ่หวานเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นนะคะ
ยังไงหน่อยต้องขอคำแนะนำอีกเยอะ

ขอบคุณอีกครั้งค่ะ





Liked By: bundidta
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 13, 2009, 01:43:44 PM โดย หน่อย » บันทึกการเข้า

Never Never Never
Give-up!!
หน่อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3400

-->กะซางมัน<--


« ตอบ #55 เมื่อ: เมษายน 03, 2009, 09:14:58 AM »

นี่บนพี่พักในสวน (เถียงนาน้อย)ตอนนี้กำลังจะก่อไฟแกงหน่อไม้ค่ะ
ไปหามาแถวนั้น กะจะแกงไส่ ชะอม


* P1010450.JPG (39.14 KB, 400x300 - ดู 1328 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Never Never Never
Give-up!!
หน่อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3400

-->กะซางมัน<--


« ตอบ #56 เมื่อ: เมษายน 03, 2009, 09:23:30 AM »

พอก่อไฟตั้งหม้อเสร็จเอาเครื่องปรุงไส่ ก็ตอนนี้นั่งรอค่ะ

นี่เป็น บรรยากาศ ของที่พัก แม่แก จะยืนสังเกตุการณ์อยู่ห่างๆ ว่าไคร ทำงานไม่ทำงาน


Liked By: bundidta, tonsamrong


* P1010459.JPG (40.19 KB, 400x300 - ดู 1330 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Never Never Never
Give-up!!
หน่อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3400

-->กะซางมัน<--


« ตอบ #57 เมื่อ: เมษายน 03, 2009, 10:06:21 AM »

พอทานเสร็จก็ไปย่อยอาหาร อย่างที่เห็น


* GetAttachmentCAVGE5I1.jpg (82.98 KB, 600x450 - ดู 1353 ครั้ง.)
บันทึกการเข้า

Never Never Never
Give-up!!
หน่อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3400

-->กะซางมัน<--


« ตอบ #58 เมื่อ: เมษายน 03, 2009, 01:43:19 PM »

อ้อ ลืมบอกไป หินที่เห็น ท่ากระโดด หน่ะ ไม่ไช่หินแถวบ้านค่ะ

พอดี ไปเที่ยว ผาแต้มค่ะก็เลยเอามาฝาก มีอยู่ท่าเดียวที่ไม่ได้ถ่าย แถวสวน อิอื

 ยิ้มเท่ห์


Liked By: penpen
บันทึกการเข้า

Never Never Never
Give-up!!
คนดง
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 669



« ตอบ #59 เมื่อ: เมษายน 03, 2009, 02:33:31 PM »

 ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม  อิอิ คนอุบลคือกันตั่วนี้  อยู่แถวๆ ทุ่งศรีเมืองนี้ละครับ  เปิดร้านมือถือน้อยๆ

ว่างๆแวะมาเล่นนำกะได๋เด้อครับ   ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม ยิงฟันยิ้ม


Liked By: kedmanee
บันทึกการเข้า

รักที่จะอยู่ป่า
หน่อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3400

-->กะซางมัน<--


« ตอบ #60 เมื่อ: เมษายน 03, 2009, 02:44:14 PM »

โอ๊ะ อีหลีตี้

ฮ่วยคนจังหวัดเดียวกัน เข้าไปตัวจังหวัด บ่อย เข้า อุบลวัสดุ ไปซื้อของเข้าสวนค่ะ
เมื่อ ไม่นาน ไปซื้อ ลวด (หนามบักจับ) มาล้อมสวนจ้า ซื้อมา 80 ขด ถูกดี

ถ้าแถวบ้าน แพงกว่าเยอะ


Liked By: kedmanee
บันทึกการเข้า

Never Never Never
Give-up!!
ไผ่หวาน
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5510

ยินดีให้ข้อมูลด้วยความจริงจังและจริงใจ


« ตอบ #61 เมื่อ: เมษายน 05, 2009, 11:35:09 PM »

ตอบคุณหน่อย
     ถ้าลงมือปลูกหรือจะปลูกเมื่อไร  เมล์มาสองถามได้ครับ   สวนคุณหน่อยดูอบอุ่นดี  ช่วยกันทำมีทั้งความสุขและความสนุก  แกงหน่อทานแล้วอย่าลืมปลูกหน่อไม้กับชะอมด้วยนะครับ  ขอคุณกับคำอวยพร  ขอให้คุณหน่อยประสบความสำเร็จเช่นกัน  มีความสุขที่เห็นเกษตรกรด้วยกันทำการเกษตรแล้วได้เงินหมดหนี้หมดสินครับ  เงินยังไม่ใช่สิ่งสำคัญแต่ก็ได้มาเองจากการทำเกษตรพอมีพอกินก็ดีแล้วครับ
บันทึกการเข้า

สวนไผ่หวานเพชรน้ำผึ้ง
หล่อเล็ก
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 265



« ตอบ #62 เมื่อ: เมษายน 06, 2009, 04:23:38 AM »

นี่บนพี่พักในสวน (เถียงนาน้อย)ตอนนี้กำลังจะก่อไฟแกงหน่อไม้ค่ะ
ไปหามาแถวนั้น กะจะแกงไส่ ชะอม

ชะอม อย่าให้พ่อบ้านกินเยอะ นะ ครับ  นาน ๆ ให้กินที ... ยิ้มเท่ห์


Liked By: kedmanee
บันทึกการเข้า
หน่อย
เกษตรกรมือใหม่
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: หญิง
กระทู้: 3400

-->กะซางมัน<--


« ตอบ #63 เมื่อ: เมษายน 06, 2009, 09:05:10 AM »

ตอบคุณหน่อย
     ถ้าลงมือปลูกหรือจะปลูกเมื่อไร  เมล์มาสองถามได้ครับ   สวนคุณหน่อยดูอบอุ่นดี  ช่วยกันทำมีทั้งความสุขและความสนุก  แกงหน่อทานแล้วอย่าลืมปลูกหน่อไม้กับชะอมด้วยนะครับ  ขอคุณกับคำอวยพร  ขอให้คุณหน่อยประสบความสำเร็จเช่นกัน  มีความสุขที่เห็นเกษตรกรด้วยกันทำการเกษตรแล้วได้เงินหมดหนี้หมดสินครับ  เงินยังไม่ใช่สิ่งสำคัญแต่ก็ได้มาเองจากการทำเกษตรพอมีพอกินก็ดีแล้วครับ

เรียนคุณไผ่หวาน

จริงๆแล้วการเกษตร นี่เหนื่อยค่ะ และก็ร้อนมาก(ตอนทำงานไม่ได้สนุกอย่างที่เห็น)
ต้องไช้ความอดทนเป็นอย่างมาก ที่สำคัญ ต้องไช้เวลาในการรอผลผลิต
สิ่งที่เราทำได้คือ พยายามเหนื่อยกาย แต่ไม่เหนื่อยใจ

พ่อแม่ มีลูก 6 คนค่ะ แต่ละคนมีงานประจำ แต่ว่า พยายามจะมีสวนเป็นของตนเอง
ถ้าคนไหนยังไม่มี ก็พยายามเก็บเงินค่อยเป็นค่อยไป เพราะ ที่บ้านจะไม่สนับสนุนการ ยืมเงิน
เรากินข้าวกับน้ำพริก แต่ไม่เป็นหนี้มีความสุขกว่าค่ะ แต่ถ้า หนี้เยอะถึงกินของดียังไงก็ อดทุกข์ไม่ได้

แนวความคิดนี้ อาจจะ ผิดก็ได้ค่ะเพราะสมั้ยนี้ทำอะไรก็ต้องไช้เงินเป็นฐาน  รูดซิบปาก
บันทึกการเข้า

Never Never Never
Give-up!!
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 ... 157   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป: